Monday, July 1, 2024

จังหวัดสิงห์บุรีจัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ-เนตรนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ

       วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00น. นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด เป็นประธานในพิธี และนายวิทยา  ยางสุด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัดสิงห์บุรี  กล่าวรายงานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ-เนตรนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติประจำปี 2567 ของจังหวัดสิงห์บุรี ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี 
        ด้วยในวันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงก่อตั้งกิจการลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย   เนื่องด้วยทรงมีพระราชประสงค์ในอันที่จะนำเอาวิชาการและความรู้จากกระบวนการของลูกเสือมาฝึกอบรมเยาวชนของชาติ ให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ มีวินัย กล้าหาญ อดทน เสียสละ มีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กิจการของลูกเสือได้แพร่หลายและเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ คณะลูกเสือแห่งชาติจึงได้ถือเอาวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้าย วันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ท่านที่ได้ทรงนำเอากิจ การลูกเสือมาเผยแพร่ในประเทศไทย
       ดังนั้น สำนักงานลูกเสือจังหวัดสิงห์บุรี จึงได้จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามขึ้น โดยมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และลูกเสือ- เนตรนารี จากสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการทุกสังกัดในจังหวัดสิงห์บุรี รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,200 คน เข้าร่วมพิธี ส่งผลให้การจัดงานในวันนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่น
//สรวัชร สรรเพ็ชร์
ทีมข่าวภูมิภาค / รายงาน//

กองทัพภาคที่ 3 มอบทุนการศึกษาแก่บุตรของกำลังพลที่ปฏิบัติงานภายใน กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เวลา 14.00 นาฬิกา ที่ ห้องบันเทิงทัพ 1 กองบัญชาการ   กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณ คัทลียา แสงศิริรักษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของกำลังพล ที่ปฏิบัติงานภายในกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3, ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และกองร้อยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3
โดยแม่ทัพภาคที่ 3 ได้จัดหาทุนการศึกษา และได้รับการสนับสนุนจาก กองทัพบก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัทเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร และมูลนิธิเย็นศิระเพราะพระบริบาล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 992,500 บาท โดยมอบทุนการศึกษาทั้งหมด 404 ทุน แบ่งเป็นทุนการศึกษา 2 ปรเภท คือ ทุนทั่วไป และทุนเรียนดี 
ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับกำลังพล ตลอดจนเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษา ให้กับครอบครัวของกำลังพล ให้บุตรของกำลังพลได้มีกำลังใจ มีความมุมานะในการที่ศึกษาเล่าเรียน มีความรู้ ความสามารถ เป็นกำลังสำคัญ และอนาคตที่ดีของประเทศชาติต่อไป



“พิพัฒน์ ร่วมคณะรองนายก ลงพื้นที่โคราช ออกหน่วยบริการแรงงาน ส่งเสริมจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคอีสาน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมคณะ 
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ตรวจเยี่ยมพร้อมชมนิทรรศการและการออกหน่วยเคลื่อนที่ของส่วนราชการที่มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ และประชุมรับฟังบรรยายสรุปและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของจังหวัด ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเป็นเกียรติ นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นางสาวบุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนจักราชวิทยา ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมคณะของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่โดดเด่นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การคมนาคมของภูมิภาคที่เป็นประตูสู่ภาคตะอันออกเฉียงเหนือ อันจะส่งผลให้ประชาชนเกิดการจ้างงานโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและบริการซึ่งโคราชมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีศักยภาพโดดเด่น มีประชากรมากถึง 2.6 ล้านคน และอยู่ในกำลังแรงงานร่วม 1.2 ล้านคน ในส่วนของกระทรวงแรงงานเองมีภารกิจที่ดูแลแรงงานอย่างครบถ้วนในทุกมิติ 
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับจังหวัด มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครราชสีมามาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน ได้แก่ ให้บริการสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ สาธิตและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ คลินิกอาชีพ บริการรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจหางานทำในประเทศและต่างประเทศ บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ สาธิตการทำเครื่องดื่ม และการให้บริการนวดแผนไทย บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ให้ความรู้เทคนิควิชาการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้งานประกันสังคมมพร้อมรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 ด้วย
ต่อมา นายพิพัฒน์ และคณะ ยังได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน ตรวจเยี่ยมชมนิทรรศการและการออกหน่วยเคลื่อนที่ของส่วนราชการที่มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของจังหวัด ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
ณ โรงเรียนห้วยแกลงพิทยาคม อ.ห้วยแกลง จ.นครราชสีมา จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ยังได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี ประชุมบูรณาการการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา 
สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า ปัจจุบันมีผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 1,246,522 คน เป็นผู้มีงานทำ 1,226,554 คน ผู้ว่างงาน 4,216 คน รอฤดูกาล 15,752 คน มีแรงงานนอกระบบ 751,623 คน มีอาสาสมัครแรงงาน 289 คน มีแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงาน 39,875 คน นายจ้าง 5,490 แห่ง มีแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ 11,213 คน มีสถานประกอบการในระบบประกันสังคม 10,323 แห่ง ผู้ประกันตน 1,028,076 คน

ศอ.บต. ลงพื้นที่เยียวยา ให้กำลังใจครอบครัว นางสาวรอกีเย๊าะ สาระนะ เหตุคนร้ายลอยวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ หน้าแฟลตตำรวจบันนังสตา ยัน!! พร้อมดูแลสิทธิการศึกษาของบุตรทั้ง 3 คน

 วันนี้ (1 กรกฎาคม 2567) นายรอมดอน  หะยีอาแว ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรมการปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของนางสาวรอกีเย๊าะ สาระนะ อายุ 45 ปี  ณ  บ้านเลขที่ 154/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ (คาร์บอมบ์) จอดไว้บริเวณริมถนนหน้าแฟลตข้าราชการตำรวจภูธรอำเภอบันนังสตา หมู่ที่ 2 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา 
ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้กำลังใจครอบครัว รวมไปถึงบุตรของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ซึ่งหลังจากนี้หากมีเรื่องที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือหรือเข้ามาดำเนินการก็ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิด้านการศึกษาของบุตรทั้ง 3 คน ซึ่งจะดำเนินตามหลักเกณฑ์จนจบปริญญาตรี นอกจากนี้ยังได้มอบข้าวสาร จำนวน 1 กระสอบ พร้อมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป  
ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจังหวัดยะลาจะมีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาในกรณีเสียชีวิต จำนวน 500,000 บาท โดยจะดำเนินการมอบให้แก่ทายาท จำนวน 4 ราย ได้แก่ สามี และบุตร อีกจำนวน 3 คน พร้อมสิทธิอื่น ๆ ที่ควรจะได้รับตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียยยาที่กำหนด
ขอบคุณข่าวและภาพ #ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ตะลึง !! Job Expo 2024"พิพัฒน์" เผย คนร่วมงานทะลุเป้า ร่วมงานทั้งออนไลน์ และในงาน กว่า 1 ล้านคน ยอดคนหางานทำพุ่งแสนกว่าคน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกาศความสำเร็จยิ่งใหญ่ของงาน JOB EXPO THAILAND 2024 มหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุด ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 1,297,296 คน ทาง Online 1,185,000 คน และผู้ที่ Walk In 112,296 คน  ซึ่งรวมถึงนักศึกษาจบใหม่ ผู้สูงวัย คนพิการ และประชาชนทั่วไป โดยโซนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ โซน Job Matching จากผู้ประกอบการ โซนส่งเสริมและสนับสนุนการมีงานทำซึ่งมียอดรับสมัครงานรวม 111,115 คน  
ซึ่งผู้ประกอบการจะพิจารณาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของงานมหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุด ที่สร้างโอกาส และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้เข้ามาร่วมงานทุกคน โดย กระทรวงแรงงาน ยืนยันเดินหน้าเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทยทั้งประเทศต่อไป
“ผมขอบคุณ บริษัท สถานประกอบการที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ 222 บริษัท รวมถึง สถาบันการศึกษา กลุ่มอาชีพอิสระ หน่วยงานของกระทรวงแรงงาน และทุกหน่วยที่ร่วมมือกันจัดงานเพื่อประชาชนมีความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาชีพ เพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมผู้สูงอายุให้มีทักษะและงานทำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีภูมิปัญญา และกลุ่มผู้พิการได้มีส่วนร่วม ตลอดจนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ว่างงานหรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน และผู้ที่สนใจอาชีพอิสระหรือการประกอบธุรกิจ ที่สนใจมาสมัครงานและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้การจัดงานในครั้งนี้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถประกอบอาชีพ ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และเป็นมหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุด ที่สร้างรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน” นายพิพัฒน์ กล่าวเสริม 
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า  งาน JOB EXPO THAILAND 2024 โดย กรมการจัดหางาน ในงาน มีนิทรรศการ “พระบารมีเกริกฟ้า   ผองไทยทั่วหล้า” เพื่อนำเสนอพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย การจัดนิทรรศการของกระทรวงแรงงาน เพื่อนำเสนอข้อมูลนโยบายของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในทุก ๆ ด้าน และพื้นที่สำหรับรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ด้านแรงงาน ไว้บริการฟรี อีกด้วยงานครั้งนี้ ได้บรรลุเป้าหมาย สร้างรายได้ และส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีโอกาสพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอาชีพที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิสังคม และอุตสาหกรรมปัจจุบันและอนาคต
นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า นอกจากนี้ ในงานยังมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้รับโอกาสในการทำงาน มีอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคง รวมถึงเตรียมความพร้อมของ “กำลังแรงงานในอนาคต” ให้เข้าใจลักษณะของอาชีพและทักษะที่จำเป็นก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน  สร้างรายได้ที่มั่นคง นำมาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี
กรมการจัดหางาน ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสมัครงานได้ต่อเนื่อง และสำหรับใครที่พลาดโอกาสไม่ได้มาที่งาน สามารถเข้าไปดูตำแหน่งงานที่ยังว่าง และยังคงเหลืออยู่ได้ที่ https://bit.ly/3KFVbst หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 และสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2
----------------------------------------------------

พิษณุโลก โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เปิดค่ายแนะนำการเรียนและการป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยง

  เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 67 เวลา 9.00 น. ณ.ห้องประชุมอาคาร 15 โรงเรียน
เฉลิมขัวญสตรี ดร.ผกามาศ บุญเผือก ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เป็นประธานเปิดค่ายแนะนำสายการเรียน การป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่มีผลกระทบต่อนักเรียนขณะที่ยังอยู่ในวัยเรียน 
โดยมีนักเรียนรุ่นพี่ สมาคมเยาวชนสร้างสุข ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า-บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า โดย อ.ประดับ สุริยะ เป็นวิทยากรให้ความรู้และกระบวนการเรียนรู้นักเรียนมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนรู้และนำไปใช้ในชีวิตจริง

พ.ต.อ.ทวีฯร่วมงานตาดีกาสัมพันธ์แม่ลาน แนะ ควรมีการจัดตั้ง " วันตาดีกา" - ชี้ การแก้ปัญหายาเสพติด คือการแก้ปัญหาความมั่นคง ในภาคใต้

     วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และคณะพรรคประชาชาติ นายวรวีร์ มะกูดี  รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรมว.ยุติธรรม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สส.พรรคประชาชาติ และคณะเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ร่วมกิจกรรมตาดีกาสัมพันธ์ ณ บริเวณ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี  
     พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อวานอยู่ที่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงใน 1 วัน จะมีเวลากลางคืนแค่ 1 ชม.อีก 23 ชม.เป็นเวลากลางวันหมด แต่สิ่งที่เหมือนกับตาดีกาวันนี้คือ เมื่อวาน เป็นวันที่เด็กจะต้องรับใบประกาศ ทั้ง ครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เขาจะสั่งให้หยุดขายสุรา คือเขาให้เกียรติกับการศึกษามาก  เหมือนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราที่ยังเก็บรักษาที่เป็นมรดก อันล่ำค่าคือตาดีกาๆเป็นการศึกษา ที่มีศาสนาจริยธรรม รวมอยู่ในการศึกษา  เพราะเราเห็นว่าการลงทุนกับเด็ก การลงทุนกับการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งที่ล่ำค่าที่สุดและได้ผลตอบแทนสูงสุด เพราะเป็นการเปลี่ยนคนไม่รู้ทำให้มีความรู้ มาร่วมงานวันนี้ถือว่าเป็นวันนี้เป็นงานสำคัญที่สุด ที่จริงอาจจะยังไม่มีวันตาดีกาโดยตรง แต่เป็นช่วงคล้ายๆสัปดาห์ตาดีกา แต่ถ้าเราสามารถพัฒนาต่อไป ให้มีวันตาดีกาขึ้นมาได้ ผมคิดว่าจะทำให้ทุกคนต้องหันมาให้ความสำคัญการศึกษา  
      พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้นำคณะฯ เดินทางรับประทานอาหารกลางวัน ที่บ้านนายก อบต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานีพร้อมพบปะผู้นำและประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น   
     พ.ต.อ.ทวีฯ ได้กล่าวอย่างน่าสนใจด้วยว่า การมีภาษาต้องขอขอบคุณโต๊ะครู  โต๊ะอีหมาม โรงเรียนตาดีกาปอเนาะที่รักษาภาษาไว้ เมื่อก่อน มีการพูดภาษามลายูก็เป็นภัยคุกคามความมั่นคง แต่นี้คือสิ่งที่อยากฝาก อยากให้ทุกคนภูมิใจ อันนี้คือ หัวใจของการพัฒนา นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวีฯยังกล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหายาเสพติด คือ การแก่ปัญหาความมั่นคง  อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า โครงการที่ประชาชนพอใจที่สุด คือ โครงการให้เงินอุดหนุนตาดีกาละ 2 หมื่นบาทต่อเดือน กับโครงการ ให้นักโทษในเรือนจำแต่งชุดที่เลยหัวเข่า ไม่ต้องใช้เงินสักบาท แต่ประชาชนบอกว่า เป็นโครงการที่ดีทีสุด 
     จากนั้นได้เดินทางไปยัง ร้านอาหารมิตรไมตรี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อพบปะและหารือกับ คณะ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาส ครบรอบ 21 ปี ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำหรับ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 และเริ่มดำเนินกิจการครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546 จวบจนถึงปีปัจจุบันได้เวียนมาบรรจบครบรอบ การดำเนินกิจการเป็นปีที่ 21
    พ.ต.อ.ทวี ฯ ได้ ร่วมหารือ กรณีประเด็นปัญหาของ ลูกหนี้ กยศ. และการศึกษา ของเด็กและเยาว์ชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย  
    นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 92/5  ม.2 บ้านกือเม็ง ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว ฮัจยีอับดุลเราะห์มัน บินหะยียูนุ โต๊ะครูปอนั กือเม็ง ได้เสียชีวิต เมื่อวานที่ผ่านมา
         ต่อมา พ.ต.อ.ทวีฯจะเดินทางเป็นประธาน ในพิธีปิด การแข่งขันฟุตบอล UMMAH คูระคัพ ต่อต้านยาเสพติด ครั้งที่ 12 ณ สนามฟุตบอลบ้านคูระ และพบปะกลุ่มเยาว์ชน ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย