Tuesday, October 20, 2026

อ่างทองนำ 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน บุก กรุงเทพฯ ผนึกกำลังจัด Roadshow “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา”

ชวนเที่ยว ชิม ช้อป ชม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยววิถีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้งาน “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” (CHARMS OF THE CHAO PHRAYA) โดยมีนางสาวลฎาภา ช่วยพิทักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร
ภายในพิธีมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนเข้าร่วม ได้แก่ นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางอำไพ ศักดานกุลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ดร.จีราริวัฒน์ มะโนวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี และนางสาวอนุชิดา อ้วนสกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี: นายวิจิตร เลิศไพบูลย์วงศ์    ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดสิงห์บุรี: นางอรพรรณ รักถนอม. ร่วมขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด ทั้ง 6 จังหวัด
การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน โดยจังหวัดอ่างทองผ่านสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง ดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เชิงนิเวศ สุขภาพ และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี มีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาหาร และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน
การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าของดีชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้พบปะผู้บริโภคโดยตรง
ภายในงานนำเสนออัตลักษณ์ของทั้ง 6 จังหวัด ภายใต้แนวคิด “1 สายน้ำ หลากหลายเรื่องราว” สะท้อนความเชื่อมโยงของผู้คน วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่เติบโตคู่กับสายน้ำเจ้าพระยา พร้อมเชื่อมโยงจุดเด่นของแต่ละจังหวัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 3 วัน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 60 บูธ นำสินค้า อาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม ของฝาก และของที่ระลึกมาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมกิจกรรมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางการเดินทาง การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเสวนาด้านการท่องเที่ยว เกมส่งเสริมการขาย และการแสดงจากศิลปินรับเชิญ ได้แก่ วันที่ 19 ตุลาคม พบกับ กานดา อาร์สยาม เวลา 19.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม พบกับ เอมปวีร์ แกรมมี่โกลด์ เวลาประมาณ 18.30 น. และวันที่ 21 ตุลาคม พบกับ ปาร์ค ภัทรพงศ์ GMM MUSIC เวลาประมาณ 18.30 น.
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ 6 จังหวัด ในงาน “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” (CHARMS OF THE CHAO PHRAYA) ระหว่างวันที่ 19–21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ร่วมเที่ยว ชิม ช้อป ชม เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคกลางตอนบน เพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวสิงห์บุรี  // รายงาน

นวราตรี 2569 ปิดฉากสวยงาม! คืนสุดท้ายบูชาพระแม่สิทธิธาตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานนวราตรี ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ที่เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี พัทยา จ.ชลบุรี โดย แม่น้อย รานี อำพร แก้วแสง ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-19 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืนเต็ม ปิดฉากลงไปอย่างสวยงาม ท่ามกลางความคึกคักขอสาธุชนเข้าร่วมกันกันเป็นจำนวนมาก 
สำหรับค่ำคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2569 วันที่ 9 เป็นคืนสุดท้ายสำหรับการจัดงาน โดยผู้เข้าร่วมพิธีพากันใส่เสื้อผ้าโทนสีแดงในคืนที่ 9 เพื่อบูชาและสักการะองค์พระแม่สิทธิธาตรี ผู้ประทานความสำเร็จและอิทธิฤทธิ์แก่ผู้บูชา ปางสุดท้ายของพระแม่ทุรคาทั้งเก้าปาง ทรงเป็นเทวีผู้ประทานสิทธิหรือความสามารถวิเศษ และความรู้ทางจิตวิญญาณ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ ปัญญา และพลังศักดิ์สิทธิ์
สำหรับงานนวราตรี ประจำปี 2569 ถือเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-อินเดียใจกลางเมืองพัทยา ที่เทวาลัยฯได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าสักการะพระแม่ทุรคาและองค์เทพ โดยบรรยากาศตลอดการจัดงาน 9 วัน 9 คืน ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างยิ่ง 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก – ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก สนธิกำลังทหาร กอ.รมน. และฝ่ายปกครอง แถลงผลงานชิ้นโบว์แดง สกัดจับหนุ่มซิ่งเก๋งฝ่าด่านตรวจบ้านพร้าว อำเภอนครไทย ขยายผลค้นบ้านยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 300,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเพียบ

วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ทัพพ์เศรษฐ์ เขื่อนแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยตัวแทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก (กอ.รมน.จว.พล.), มณฑลทหารบกที่ 39 (มทบ.39) และฝ่ายปกครองอำเภอนครไทย ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งสำคัญ
สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.40 น. ของค่ำคืนที่ผ่านมา (19 ต.ค. 69) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พิเชฐพงศ์ ธนาบูรณศักดิ์ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.นครไทย ได้สั่งการให้ชุดปราบปรามยาเสพติด, ร้อยเวร 20, สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงชุดสายตรวจบ้านพร้าว ตั้งจุดตรวจความมั่นคงและยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านพร้าว อ.นครไทย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงส่งสัญญาณเรียกตรวจค้น ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายคุณากร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาวตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบยาไอซ์ 2.5 กรัม ซุกซ่อนอยู่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุชาติ น้อยวัน รักษาราชการแทนรองผู้กำกับการปราบปราม และ พ.ต.ต.นภสินธุ์ สุริยา สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.นครไทย จะทำการสอบสวนขยายผลอย่างเร่งด่วน นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นเพิ่มเติมที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่บ้านโป่งแค หมู่ 10 ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อเวลา 22.30 น. ในคืนเดียวกัน
ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ต้องตะลึง เมื่อพบของกลาง ยาบ้าซุกซ่อนอยู่รวมทั้งสิ้น 300,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ประกอบด้วยอาวุธปืนสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 12 นัด อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 2 นัด ​ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 2.5 กรัม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานำตัวนายคุณากร พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลสาวถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่นี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาดต่อไป

ศอ.บต. เยี่ยมให้กำลังใจ 2 ทหารพรานบาดเจ็บจากเหตุปะทะที่ศรีสาคร มอ.หาดใหญ่ พร้อมประสานสิทธิช่วยเหลือเยียวยา

(19 ตุลาคม 2569) นายจรัส บำรุงเสนา ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมประชาสัมพันธ์) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่บ้านตืองอ หมู่ที่ 3 ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อสอบถามอาการและพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย 
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย 1. อาสาสมัครทหารพราน พิเชษฐ์ บรรณศรี อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนบริเวณศีรษะ ขมับและใบหน้าซีกซ้าย ส่งผลกระทบต่อดวงตาข้างซ้าย รวมถึงมีบาดแผลบริเวณไหล่ สะบัก และแขนด้านซ้าย ขณะนี้รู้สึกตัวและสามารถพูดคุยได้ อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนออกและตกแต่งบาดแผล 2. อาสาสมัครทหารพราน เกียรติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนบริเวณด้านหลัง มีบาดแผลฉีกขาดทางด้านหลังซีกซ้ายทะลุถึงกลางหลัง ปัจจุบันรู้สึกตัวดี
ในการนี้ นายจรัส บำรุงเสนา ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และแสดงถึงความห่วงใยจากหน่วยงานภาครัฐที่พร้อมดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. ได้ชี้แจงสิทธิและหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยมีเจ้าหน้าที่เยียวยา ศอ.บต. ประจำอำเภอศรีสาคร ร่วมประสานและติดตามการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือจะพิจารณาตามเอกสารรับรองทางการแพทย์และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

สว.ไชยยงค์ เผย คนหาดใหญ่ มั่นใจ มากขึ้น หลัง”นายกแป้น” เปิดศูนย์รับมืออุทกภัย โดยเชิญทุกฝ่ายเข้า ชี้แจง

ให้ประชาชนรับฟัง”แต่ยังต้องปิด”จุดอ่อน”คือ งานประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เข้าถึงประชาชน และ ป้องกัน ชุมชนที่ คลองอู่ตะเภาไหลผ่าน เพราะยังไม่มีการขุดลอก
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม สื่อสารมวลชน เปิดเผยว่า หลังจากที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายณรงค์พร ณ พัทลุง ( นายกแป้น ) ได้ เปิดศูนย์รับมืออุทกภัย” ( น้ำท่วม ) ที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเชิญ ตัวแทนประชาชน ทุกชุมชน และ หน่วยงานเอกชน ผู้เกี่ยวข้อง เข้ารับฟัง ตัวแทนจากหน่วยงานราชการ ทั้งฝ่ายของ เทศบาลนครหาดใหญ่ ฝ่ายปกครองของอำเภอหาดใหญ่ ตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ หาดใหญ่ หัวหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา ตัวแทนชลประทาน ไฟฟ้า ประปา และอื่นๆ เพื่อ ชี้แจงแผนการรับมือ หากเกิด อุทกภัยขึ้น เหมือนกับในปี 2568 ที่ผ่านมา
ซึ่งในปี 2569 เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้มีแผนความพร้อมในการ รับมือน้ำท่วม ก่อนที่จะถึงเดือน พฤศจิกายน ตั้งแต่การเตรียมศูนย์อพยพ  เจ้าหน้าที่ฝ่ายบรรเทาสาธารณภัย เครื่องมือ กำลังพล การ พร่องน้ำ จาก แก้มลิง โดยการ บูรณาการ กับทุกหน่วยงาน โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ การ แถลงข่าวของ เทศบาลนครหาดใหญ่ ต่อผู้แทนของชุมชน และภาคประชาชน รวมทั้งมูลนิธิต่างๆ ในครั้งนี้ ได้สร้างความมั่นใจให้กับ ประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่มากขึ้น เพราะเห็นถึงความพร้อมของเทศบาล ฝ่ายปกครอง และศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ที่มีการ เตรียมคนและยานพาหนะ ศูนย์อพยพ อย่างเป็นระบบ หากเกิดน้ำท่วมรุนแรงเหมือกับปี 2568 คงจะทำให้เกิดความสูญเสียน้อยลง 
อย่างไรก็ตาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวในการเปิดศูนย์รับมืออุทกภัยของเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ยังเป็นห่วงเรื่องการ สื่อสาร หรือการ ประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร ระหว่างเทศบาลกับประชาชน เพราะสังเกตจากการแถลงข่าวครั้งนี้ ที่เทศบาลฯ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับ สื่อมวลชน จึงอยากเห็นการทำแผนการ สื่อสาร และ ประชาสัมพันธ์ ที่ชัดเจน ในการให้ประชาชนได้เข้าถึง และประชาชนได้รับรู้ข่าวสาร ดินฟ้าอากาศ อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้มีการเตรียมการ อพยพข้าวของขึ้นที่สูง นำรถยนต์ จักรยานยนต์ ออกจากบ้าน และ ตัดสินใจในการ อพยพ ไปยังศูนย์อพยพได้ทันท่วงที
สิ่งที่ ยังน่าเป็นห่วงในการ รับมือ น้ำท่วมครั้งนี้ คือ คลองอู่ตะเภา ที่เริ่มจาก อ.สะเดา จนถึง เทศบาลนครหาดใหญ่ และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ที่ไม่มีการ ขุดลอก มี กอไผ่ ต้นไม้ และ สิ่งต่างๆ อยู่ในคลอง ที่ทำให้น้ำในคลองไหลไม่สะดวก เพราะที่ผ่านมา เจ้าท่าสงขลา ขุดลอกปากอ่าวเพื่อให้น้ำจากปากอ่าวไหลลงสู่ทะเลสาบได้รวดเร็ว แต่ไม่ได้ขุดลอกคลองอู่ตะเภาทั้งสาย ซึ่งมีความยาวกว่า 60 กิโลเมตร เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกแต่อย่างใด จึงน่าเป็นห่วงว่าน้ำในคลองอู่ตะเภาที่ไหลไม่สะดวก จะไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในวงกว้าง จึงขอให้จังหวัดได้ย้ำเตือนให้ทุกพื้นที่ ที่น้ำในคลองอู่ตะเภาไหลผ่าน ได้เตรียมแผนช่วยเหลือประชาชนไว้ด้วย
โดยข้อเท็จจริง จ.สงขลา เป็นที่ตั้งหน่วยราชการสำคัญๆๆ เป็นจำนวนมาก เช่น มณฑลทหารบกที่ 42 กองพลพัฒนาที่ อ.คลองหอยโข่ง กองเรือภาคที่ 2 ฐานทัพเรืองสงขลา ตชด.ภาค 4 ศูนย์ป้องกับบรรเทาสาธารณภัย หากมีการ บูรณาการ ทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ถึงแม้จะเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ก็จะสามารถรับมือเพื่อลดความสูญเสียได้อย่างแน่นอน  สว.สายสื่อมวลชน กล่าวทิ้งท้าย

สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกจัด “เชฟอาสาสัญจร” ฉลองวันเชฟโลก 2026 เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ บ้านครูจา

        วันที่ 20 ต.ค.69 สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมเฉลิมฉลองวันเชฟโลก ประจำปี 2569 จัดกิจกรรม “เชฟอาสาสัญจร เนรมิตมื้ออร่อย เติมรอยยิ้มให้น้อง” ที่มูลนิธิบ้านครูจา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำทีมเชฟมืออาชีพปรุงอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ และผู้ด้อยโอกาส สร้างความสุขผ่านมื้ออาหารที่เปี่ยมด้วยความรักและความใส่ใจ
        ภายในงานได้รับเกียรติจากนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีเชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ พร้อมทีมเชฟร่วมกันปรุงเมนูอาหารยอดนิยม ทั้งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ไส้กรอกทอด และน้ำผลไม้ ให้เด็ก ๆ ได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
        กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนพลังจิตอาสาของคนในแวดวงอาหาร ที่นำความรู้และทักษะวิชาชีพมาสร้างประโยชน์ให้สังคม พร้อมส่งต่อกำลังใจและเติมเต็มรอยยิ้มให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส เนื่องในโอกาสวันเชฟโลก 2026 ที่แสดงออกถึงน้ำใจจากพี่น้องเชฟทั่วโลก 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

กตป. เปิดเวทีชลบุรี ฟังเสียงประชาชนประเมินทีวีไทยยุคออนไลน์ มุ่งยกระดับคุณภาพสื่อและคุ้มครองผู้ชม

       วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมอมารี บางแสน จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ภายใต้โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นที่สำคัญด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงาน กสทช. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการโทรทัศน์ สื่อมวลชน นักวิชาการ ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
       การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็นใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อประเมินประสิทธิผลของนโยบายการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้ชมที่หันไปรับชมรายการผ่านโทรศัพท์มือถือและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น รวมถึงประเมินคุณภาพเนื้อหา การเข้าถึงบริการโทรทัศน์อย่างทั่วถึง และบทบาทของสื่อในการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
       นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่สำคัญด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภาคตะวันออก มีประชาชนจากหลากหลายอาชีพและกลุ่มสังคม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยมองว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ จะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลได้รับทราบทั้งปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้ใช้สื่อโดยตรง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
        สำหรับประเด็นสำคัญในการรับฟังความคิดเห็น ครอบคลุมทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข่าวสาร การคุ้มครองผู้บริโภคจากโฆษณาเกินจริงและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การส่งเสริมรายการสำหรับเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง การเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุและผู้พิการ ตลอดจนประสิทธิภาพของระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านโทรทัศน์ ซึ่งต้องสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
       นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ ทั้งผ่านระบบทีวีดิจิทัล แพลตฟอร์มสตรีมมิง และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงความคิดเห็นต่อการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ผลิตเนื้อหา ความโปร่งใสในการแจ้งให้ผู้ชมทราบเกี่ยวกับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ตลอดจนแนวทางรองรับการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลในช่วงปี 2569–2572
       
ทั้งนี้ ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำไปประกอบการศึกษา ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายของ กสทช. เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัล คำนึงถึงสิทธิของประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงสื่อที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

อ่างทองนำ 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน บุก กรุงเทพฯ ผนึกกำลังจัด Roadshow “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา”

ชวนเที่ยว ชิม ช้อป ชม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายทัศนัย สุธาพจ...