Tuesday, April 7, 2026

เพชรบุรีจัดใหญ่รับลมร้อน “Phetchaburi Food & Music Festival” ระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน 2569 ณ ลานสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด ตำบลบ้านลาด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฟรีตลอดทั้ง 3 วัน

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 เมษายน 2569  ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลอาหาร ดนตรี เพชรบุรี ( ทรงเพชร PHETCHABURI FOOD & MUSIC FESTIVAL 
วันที่ 7-9 เมษายน 2569 จัดโดย อำเภอ บ้านลาด�ณ ลานสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด อำเภอ บ้านลาด จังหวัด เพชรบุรี โดยมีนายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงาน จ.อ. อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต เพชรบุรี เขต 3 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1  นางอาภัสสยา แก้วโกศล นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านลาด แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน  ร่วมในพิธีเปิด
ภายในงานจัดเต็มทั้งกิจกรรมด้านอาหารและดนตรี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะการนำเสนออัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี ที่ยกขบวนร้านดังและของดีของเด็ดมาให้เลือกชิมอย่างหลากหลาย
ขณะเดียวกัน ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่เวทีคอนเสิร์ต ซึ่งรวบรวมศิลปินชื่อดังมาสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน ได้แก่
วันที่ 7 เมษายน พบกับ มาลีฮวนน่า, วงไม้ซุง และ Monica
วันที่ 8 เมษายน พบกับ บ่าววี, วงฮอลิเดย์ และ YourMood
และวันที่ 9 เมษายน พบกับ คาราบาว, วงแชมเปญ และ หนิง โรวินทร์
ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างสีสันและความคึกคักให้กับพื้นที่อำเภอบ้านลาด รวมถึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนเมษายนของจังหวัดเพชรบุรีได้เป็นอย่างดี
#ทรงเพชรบุรี #รับลมร้อน
#PhetchaburiFoodMusicFestival
/////บรรณรต เพชรบุรี

สุพรรณบุรี ประกวดสาวงามสามชุกในงาน 132 ปี ของดีอำเภอสามชุก

ที่ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดการประกวดสาวงามสามชุก ขึ้นที่เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 บาท พร้อมมงกุฎ และชิงรางวัลตำแหน่งขวัญใจมหาชน  ในงาน "132 ปี ของดีอำเภอสามชุก" ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก 
โดยมีสาวงามจากทั่วทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมประกวดจำนวน 17 คน มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่านมาทำการตัดสิน สำหรับการประกวดรอบแรกในชุดไทยจิตรดาสวยงาม และรอบสองในชุดไทยจักรพรรดิ คณะกรรมคัดเลือกสาวงามเข้ารอบตัดสินสุดท้าย 7 คน มาในรอบสาวงามต้องสุ่มเลือกซอง เพื่อตอบคำถามของคณะกรรมการ
ผลการประกวดปรากฎว่านางสาวสาธิตา จันทร์สุวรรณ หมายเลข 10 ชนะเลิศ คว้าตำแหน่งสาวงามสามชุกไปครอง โดยมีนางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก สวมมงกุฎ มอบสายสะพายและเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท ส่วนตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่นางสาวปิยพร สังข์สุวรรณ หมายเลข 16 นายเมธี สรรพคุณานนท์ สจ.เขต 1 อำเภอสามชุก เป็นผู้มอบสายสะพายและเงินรางวัลจำนวน 7,000 บาท และตำแหน่งรองชนะเลิศอับดับ 2 ได้แก่นางสาวณัฐกานต์ พันธวงศ์  หมายเลข 2   นางบำรุงรัทย์ ขันทอง เกษตรอำเภอสามชุก เป็นผู้มอบสายสะพายและเงินรางวัลจำนวน 5,000 บาท ส่วนตำแหน่งขวัญใจมหาชนคนสามชุก ที่มีกองเชียร์ซื้อดอกไม้มามอบให้มากที่สุด ได้แก่นางสาวรัทยา เคนผาพงศ์ หมายเลข 3 ได้รับตำแหน่งขวัญใจมหาชนคนสามชุก นายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก เป็นผู้มอบสายสะพายและเงินรางวัลจำนวน 8,000 บาท  
สำหรับงาน "132 ปี ของดีอำเภอสามชุก" ระหว่างวันที่ 4-11 เมษายน 2569 ภายในงานมีอาหารอร่อยมากมายมาจำหน่าย พร้อมช้อปสินค้า OTOP ของสามชุก แชะแชทแชร์เช็คอินจุดถ่ายรูปภายในงานหลากหลายสไตล์ ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มทุกวัน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี หนุ่มใหญ่พกยาบ้าซิ่งมอไซค์เจอตำรวจบิดหนีหมดไมค์สุดท้ายไม่รอด

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ร.ต.อ.ณัฐ ปิ่นกระจัน รอง สารวัตรป้องกันสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางกลวง หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงด่านช้าง พร้อม 
ด.ต.ชัยมงคล คล้ายทอง  ด.ต.ธงชัย ศรีเรือนงาม  ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบเพื่อกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย และกวดขันวินัยจราจร ไปตามถนนสายทางหลวงหมายเลข 333 มาถึง กม.63 หมู่ 1 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE 110 I  สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน 1กฆ 7906 ลำปาง ไม่สวมหมวกนิรภัย ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย ขับขี่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้หยุด เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นรถยนต์ตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งความเร็วหลบหนีเข้าไปบริเวณถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 1 ตำบลด่านช้าง แบบไม่คิดชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ระหว่างทางรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เสียหลักล้มลงบริเวณข้างทาง คนขับพยายามลุกวิ่งหนีแต่ไม่ทันถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไว้ได้
สอบสวนเบื้องต้นทราบชื่อนายพงศักดิ์  ดีเสมอ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ได้สังเกตอาการของนายพงศักดิ์ลักษณะมีพิรุธ จึงทำการตรวจค้นตัว พบยาบ้า จำนวน 8 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง สังเกตนายพงศักดิ์ฯ มีลักษณะตาลอยๆ เหมือนคนเสพยาเสพติดมา จึงได้คุมตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบสารเสพติดในปัสสาวะของนายพงศักดิ์ฯจริง และยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง 
โดยยาเสพติดดังกล่าวนายพงศักดิ์ฯ ให้การว่าซื้อมาจากนายควน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อยู่บ้านดอนกลาง ตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ โดยซื้อยาบ้ามาในราคา 300 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” จากนั้นได้ทำการควบคุมตัวนายพงศักดิ์ฯ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายพงศักดิ์  กล่าวอีกว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมจอดและเร่งเครื่องหนีเพราะตนมียาบ้าอยู่ในตัวกลัวถูกจับเลยเร่งเครื่องหนีแบบไม่คิดชีวิตเพื่อให้รอดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดถูกตามจับได้
//ภัทรพล  พรมพัก   สุพรรณบุรี//  

อบจ.พิษณุโลก ร่วมกิจกรรมตลาดนัดขยะรีไซเคิลส่วนราชการจังหวัดพิษณุโลก

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีวีรภัทร จีนด้วง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษโลก นายภัทร ใจเอม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นำเจ้าหน้าที่กอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกิจกรรมตลาดนัดขยะรีไซเคิลส่วนราชการจังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 6/2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ณ โดมจอดรถฝั่งศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก )” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้จังหวัดพิษณุโลก จัดกิจกรรม “ตลาดนัดขยะรีไซเคิล” อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน เพื่อปลูกฝังนิสัยการคัดแยกขยะในหน่วยงานราชการ ลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่ “เมืองสะอาด น่าอยู่ และยั่งยืน“ รวมทั้งสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง สอดคล้องกับแนวคิด “พิษณุโลก เมืองใช้ประโยชน์จากขยะ (Phitsanulok, the City of Recycling)” โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังนิสัยการคัดแยกขยะในหน่วยงานราชการ เพื่อลดปริมาณขยะและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัทวงษ์พาณิชย์ จำกัด เข้ามารับซื้อขยะรีไซเคิลพร้อมให้คำแนะนำเทคนิคการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงแนวทางการจัดการขยะทั่วไปเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse Derived Fuel) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดพิษณุโลกสู่เมืองสะอาดอย่างยั่งยืนต่อไป.

กมธ ทหารฯวุฒิสภาลุย "ถอดบทเรียน 22 ปี ไฟใต้" ชูพื้นที่ปลอดภัย-งัดยุทธศาสตร์ "เข้าใจ" นำทางสันติภาพ

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 10.10 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการ แถลงข่าวเตรียมจัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชาธิปก สถาบันพระปกเกล้า โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นางสาววรัญญา เต็มรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พลตรี ชาติวัฒน์ คงอุทัยสกุล ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงและสันติภาพสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมแถลงข่าว
นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ให้ทำหน้าที่แถลงข่าวในครั้งนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 
กว่า 22 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่มกราคม 2547 -ธันวาคม 2568 มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว 10,116 เหตุการณ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวม 5,999 ราย เป็นพลเรือน 3,661 ราย เจ้าหน้าที่รัฐ 2,338 ราย ผู้บาดเจ็บ 13,519 ราย 
และพิการ 913 ราย ความรุนแรงของความขัดแย้งยังคงมีความผันผวน โดยมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในปี 2550 จำนวน 892 ราย และในปี 2563 จำนวน 36 ราย และล่าสุดเกิดเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และปลัดอำเภอจะแนะ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา งบประมาณแผ่นดินที่ต้องสูญเสียไปตลอดระยะเวลา 22 ปี มากกว่า 500,000 ล้านบาท ด้วยความตระหนักและห่วงใยเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จึงกำหนดจัดเสวนาทางวิชาการขึ้น เพื่อทบทวนสถานการณ์ด้านความมั่นคงและบทเรียนที่ได้รับ ส่งเสริมพัฒนาแนวคิดเรื่องพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่เจรจาเพื่อยุติความรุนแรง ทั้งนี้ เป็นบทบาทหนึ่งของคณะกรรมาธิการในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ โดยใช้พื้นที่ของสถาบันทางวิชาการเป็นพื้นที่กลางของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาเพื่อสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
คณะกรรมาธิการ หวังว่ารัฐบาลโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะได้นำข้อเสนอเชิงนโยบายในการเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐควบคู่ไปกับการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพิจารณาใช้ประโยชน์ให้เกิดความปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเชื่อมั่นว่า จะสร้างความเข้าใจให้กับผู้เข้าร่วมเสวนาและผู้ติดตามรับฟังการเสวนาซึ่งเป็นประการแรกของยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และมุ่งหวังว่าจะมีความเข้าใจพลวัตของสถานการณ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นอยู่อย่างถูกต้อง ตรงกัน และที่สำคัญประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเกิดความมั่นใจในสถาบันนิติบัญญัติ สถาบันทางวิชาการ และกลไกของภาครัฐ ยังคงให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขร่มเย็นให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ขอบคุณสถาบันพระปกเกล้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยรังสิต โดยสถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงและสันติภาพสุวรรณภูมิ ที่มีส่วนร่วมกับวุฒิสภา และให้ความอนุเคราะห์ในการเป็นพื้นที่กลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอและประสบการณ์ อย่างสร้างสรรค์ ลดช่องว่างทางความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกันต่อไป

พิษณุโลก เปิดตำนาน 600 ปี เมืองพรหมบุรี! ผบช.ภ.6 นำทีมบวงสรวง-แจกทานครั้งใหญ่ หลังขุดพบเมืองเก่าใต้สนามกอล์ฟ

7 เมษายน 2569 เวลา 08.29 น.ที่บริเวณศาลพ่อขุนศรีขจร ด้านหลังตำรวจภูธรภาค 6 หมู่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พล.ต.ท.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นประธานในพิธีขอขมากรรมและอุทิศส่วนกุศลให้แก่พ่อขุนศรีขจรและเหล่าทหารกล้าในอดีต โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก คณะผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 700 คน
กิจกรรมสำคัญภายในงาน สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนาและกิจกรรมสาธารณกุศล /พิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์ การแสดงรำเทิดพระเกียรติพ่อขุนศรีขจร โดยได้รับเมตตาจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 5 รูป และฤๅษี 1 ตนร่วมประกอบพิธีอธิษฐานจิต กิจกรรมสาธารณกุศล แจกจ่ายก่องทานให้แก่ประชาชนจำนวน 201 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยติดเตียง 58 ราย และจัดตั้งโรงทานจำนวน 21 โรง บริการอาหารแก่ผู้เข้าร่วมงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 600 ปี "เมืองพรหมบุรี" ความเป็นมาของศาลพ่อขุนศรีขจร เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2557 ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างสนามกอล์ฟและศูนย์พัฒนาสมรรถภาพทางกาย เจ้าหน้าที่ได้ขุดพบกำแพงโบราณและวัตถุโบราณจำนวนมาก ซึ่งกรมศิลปากรยืนยันว่ามีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี (สมัยสุโขทัย) ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างได้เกิดอุปสรรคหลายประการ จนกระทั่ง "ครูบาสาย วัดท่าไม้แดง" ได้นิมิตว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณชื่อ "เมืองพรหมบุรี" (ปัจจุบันคืออำเภอพรหมพิราม) โดยมี "พ่อขุนศรีขจร" เป็นเจ้าเมืองปกครองอยู่ การก่อสร้างได้ล่วงเกินที่พักอาศัยของท่าน จึงได้มีการจัดสร้างศาลเรือนปั้นหยาและรูปเหมือนของพ่อขุนศรีขจรขึ้นตามนิมิต เพื่อเป็นการสักการะและให้เกียรติแก่เจ้าเมืองในอดีต การจัดพิธีในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานความเชื่อและเคารพต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนและการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

พิษณุโลกวิกฤต! "นิยม" ตีแผ่เหตุชาวนาต้องเผานา เพราะน้ำมันแพง-เวลาบีบคั้น จี้รัฐจ่ายชดเชยงดนาปรังแก้ฝุ่นยั่งยืน

พิษณุโลก ส.ส.นิยม ไขปัญหา ทำไม ? ชาวนา ต้องเผาซังตอข้าว เพราะน้ำมันแพงลิตรละ 50 บาท ไม่รอ ตีเทือกหมักย่อยสลาย  20 วัน เหตุปลูกข้าวเบา-อายุสั้น 3 เดือนก่อนน้ำหลาก สุดท้ายเน้นเผา เรียบ ! กลายเป็นปัญหาฝุ่นหมอกควัน แนะรัฐต้องชดเชย งดทำนาปรัง ในพื้นที่น้ำหลากไว- บางระกำโมเดล จะได้เลิกเผา ก่อนอากาศย่ำแย่ ล่าสุดค่า PM2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว 
วันนี้ 6 เมษายน 69 นายนิยม ช่างพินิจ สส.พิษณุโลก เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำมันที่ราคาแพงดีเซลทะลุลิตรละ 50 บาท ตนในฐานะ(ผู้ค้ามาตรา7)ปลีกน้ำมันปตท.บ้านกร่าง ทราบดี ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาน้ำมันแพงที่ได้รับความเดือดร้อนทุกครัวเรือน ที่ผ่านมาได้หารือและให้คำปรึกษากับนายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กระทั่งรัฐปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวในที่สุด เดิมราคาน้ำมันมี 2 ราคา คือ ราคาช็อปเปอร์ กับราคาหน้าปั้ม(มาตรา7) ราคาแตกต่างกันมา จากเงินกองทุนได้อุดหนุน ทำให้ประชาชนผู้ใช้น้ำมันภาคอุตสาหกรรมมาแย่งซื้อน้ำมันจากผู้ค้ามาตรา 7 แต่ปัจจุบัน ราคาทั้งสองใกล้เคียงกัน ทำให้ปัญหาที่ต้องแย่งคิวเติมน้ำมันคลี่คลาย ปัญหาก็คือน้ำมันแพงถ้วนหน้า คาดว่า ราคาดีเซลลิตร 50 บาทคงปรับลงยาก แต่ถ้าขยับขึ้นไปอีก หลายภาคธุรกิจคงอยู่กันไม่ได้ ยังมั่นใจว่า น้ำมันคงไม่ขึ้นไปถึงลิตรละ 70 บาทแน่ แต่ก็ไม่มีใครคาดได้แม่น เพราะสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ยังไม่จบ 
ดีเซลลิตรละ 50 บาทคนเดือดร้อนคือ ชาวนา เพราะ ก่อนทำนา จะต้องไถปรับพื้นที่ อันดับแรก คือ ใช้น้ำมันดีเซล สูบน้ำเข้านา จากนั้นใช้ดีเซลเติมน้ำมันรถไถ ตีเทือก จากนั้น หมักปล่อยแช่น้ำไว้ 7-10 วัน  หลังจากนั้นก็ใช้น้ำมันดีเซล ตีเทือกอีกรอบเพื่อปรับพื้นที่ แล้วก็ปล่อยหมักแช่น้ำอีก 7-10 วันเพื่อย่อยสลาย รวมการเตรียมพื้นที่ก่อนหว่านข้าวไม่เกิน 20 วัน
แต่ถ้า”เผา”ซังตอข้าวเดิม แทบไม่ได้เสียค่าน้ำมันเลย เหตุน้ำมันแพง เผาแล้วไถ ไม่ต้องหมัก ปล่อยน้ำเข้านาแล้วปลูกเลย แถมยังลดเวลาอีก จากนั้นชาวนมักจะเลือกปลูกข้าวอายุสั้นประมาณ 3 เดือน เพราะอยู่ในเขต บางระกำโมเดล น้ำเหนือไหลบ่าเร็ว เพราะรัฐทำเป็นแหล่งรับน้ำ  
“ผมเคยอภิปรายในสภาว่า รัฐควรชดเชยเงินให้เขา เพราะเป็นผู้เสียสละ แหล่งรับน้ำ แต่รัฐก็เงียบ” นายนิยม เปรย  
ชาวนา เลือกปลูกข้าวอายุสั้น เพราะทำก่อนน้ำหลาก แต่สภาวะตลาดไม่เอื้อ ขายข้าวไม่ได้ราคา จริงๆ ชาวนาควรปลูกข้าวอายุยาว (110 วัน) แต่ก็ไม่ชอบอีก เพราะเกี่ยวข้าวหนีน้ำไม่ทัน 
คำว่า ตีเทือก 2 รอบ หมักก่อนปลูก 20 วัน นั้นมีผลมากต่อวิถีชีวิตชาวนา ทำให้หลายคนเลือกวิธีเผา ซังตอข้าว เพื่อร่นเวลาเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ปัญหา ก็คือ ฝุ่น ควัน เต็มไปหมดทั่วอำเภอบางระกำ บางกระทุ่ม กลายเป็นปัญหา เผา ผืนนา เพราะราคาน้ำมันแพง ผลกระทบเป็นวงกว้างต่อคนเมือง  
สิ่งที่ผมทำได้ อภิปรายในสภา ขอเงินชดเชยให้ชาวนา (บางระกำ หรือ อยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำท่วม) ทำนาปีละครั้ง แล้วรับเงินจากรัฐ ไร่ละ 1,000-2,000 บาท ไม่ต้องทำข้าวนาปรัง โดยชาวนาต้องเปลี่ยนหันมาปลูกข้าวอายุ 110 วันแทน เนี่อง จากเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สามารถเลือกสายพันธุ์ข้าวที่ต่างประเทศชื่นชอบ อาทิ ข้าว กข.พิษณุโลก ข้าวหอมมะลิ เป็นต้น
จังหวัดพิษณุโลก โดยผู้ว่าฯ จะต้องบูรณาการ กระทรวงเกษตร และ มหาดไทย เรื่องการปลูกข้าวก่อนหลัง แบ่งโซนการปลูก พื้นที่ใด้ปลูกก่อนน้ำหลากในอีก 3 -4 เดือนข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 06-04-2026 ปภ.เตือนค่า PM2.5 มีผลกระทบต่อ สุขภาพ ที่ อ.เมืองพิษณุโลก มีค่า 116.3 ถึง 117.6 มคก./ลบ. จุดความร้อน 9 จุด และสะสม 682 จุด อัตราการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี การเผาในที่โล่งแจ้ง ในเวลากลางวันเมื่อมีอากาศมีการยกตัว ส่งผลกระทบปานกลาง แนะงดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติให้พบแพทย์  
นายนิยม ช่างพินิจ สส.พิษณุโลก เผยอีกว่า การแก้ปัญหาของทุกคน ทุกอาชีพล้วนมีเหตุผล แตกต่างกัน แต่อยากให้สังคมอยู่ได้ เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 แล้ว และยังมีผู้ที่มีผลกระทบจากอาชีพทำนา จะต้องแก้ปัญหาแบบบูรณาการเพื่อให้สังคมอยู่ได้  ตนจึงขอตีแผ่ให้เข้าใจปัญหาเจาะลึกถึงรากเหง้า เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบทุกภาคส่วน 
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

เพชรบุรีจัดใหญ่รับลมร้อน “Phetchaburi Food & Music Festival” ระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน 2569 ณ ลานสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด ตำบลบ้านลาด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฟรีตลอดทั้ง 3 วัน

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 เมษายน 2569  ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลอาหาร ดนตรี เพชร...