Thursday, September 17, 2026

พิษณุโลก สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. นำช่างรังวัดปักหมุดครอบครองสิทธิ์ที่ดินกว่า 1 ไร่ ติดพระราชวังจันทน์เตรียมก่อสร้างที่ทำการสมาคมฯ

พิษณุโลก — เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (ผบ.มทบ.39) ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม (พ.พ.) พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ และตัวแทนศิษย์เก่าหลายยุคสมัย ได้นำช่างรังวัดจากสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบและปักหมุดเพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับเขตโบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
การรังวัดครั้งนี้นับเป็นการสิ้นสุดปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินคาราคาซังมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2516 โดยนายละเมียน อัมพวะศิริ นายกสมาคมฯ ในขณะนั้น ได้ใช้งบประมาณของสมาคมฯ จำนวนราว 4.2 ล้านบาท จัดซื้อที่ดินแปลงนี้เพื่อขยายโรงอาหารและหอประชุมรองรับจำนวนนักเรียน ต่อมาในปี 2537 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่รั้วโรงเรียนเดิมเป็นเขตโบราณสถาน ส่งผลให้ที่ดินของสมาคมฯ เกิดภาวะทับซ้อนเรื่อยมา
ล่าสุด สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. ได้บรรลุข้อยุติร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 6 โดยกรมศิลปากรยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายของสมาคมฯ ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาอนุมัติแบบก่อสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้มีความสวยงาม สอดคล้อง และเป็นไปตามระเบียบการใช้พื้นที่เขตโบราณสถานร่วมกัน
พล.ต.นพดล เปิดเผยว่า วันนี้ได้ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมชุดเก่าและชุดใหม่ มาทำการรังวัดที่ของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมของเรา ซึ่งมีกำหนดการที่จะวัดในวันนี้โดยช่างรังวัดเพื่อจะพิสูจน์ทราบว่าในใบโฉนดของที่ดินสมาคมนั้นยังมีอยู่จริงมีหมุดหลักอยู่จริง ซึ่งวันนี้ก็จะมีทางคณะกรรมการชุดเก่าชุดใหม่ และก็มีพี่ๆนักเรียนเก่าของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมในหลายๆรุ่นมาร่วมเป็นสักขีพยานในการรังวัดพิสูจน์ทราบในวันนี้   
ซึ่งพื้นที่ 1ไร่เศษมีแพลนที่จะทำ
อันที่หนึ่งเลยก็จะเป็นที่ตั้งของสมาคมนักเรียนเก่า เราที่จะทำเป็นที่ตั้งที่ถาวร อันที่ 2 เราก็จะทำเป็นห้องประชุมที่พบปะสำหรับให้พี่ๆทุกรุ่นน้องๆทุกรุ่นได้มีจุดรวมมาทำความรู้จักกัน แล้วก็เป็นที่ๆเป็นศูนย์รวมของทุกทุกคนในการที่จะมาทำเพื่อศาลสมเด็จพระนเรศวรของพวกเรา แล้วก็อาจจะมีกลุ่มกาแฟเล็กๆ สำหรับดูแลพวกเรา เหมือนกับเป็นสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมของเราที่เคยมีที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้เพื่อจะประชาสัมพันธ์ให้กับลูกหลานทั่วไป ได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของโรงเรียนของพวกเรา แล้วก็
อาจจะดูแลพวกนักท่องเที่ยวหรือว่านักวิ่งต่างๆที่มาวิ่งตอนเช้าตอนเย็น ซึ่งคิดว่าจะทำให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของพวกเรา  
ส่วนประเด็นห้องน้ำที่รับโอนรับมอบไม่ได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเจรจากับกรมศิลปากร เนื่องจากว่าตอนสร้างนั้นยังไม่ทราบว่ามีที่ของสมาคมอยู่ และในการรับในเบื้องต้นต้องเป็นของ อบจ.พิษณุโลกเราต้องเป็นผู้รับ แต่เมื่อมีเอกสารสิทธิ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นของสมาคมฯ ก็จะอยู่ในขั่นตอนของการเจรจาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันจึงต้องเจรจากับกรมศิลป์และอบจ.พิษณุโลกครับ

“ชลบุรีปวดหัว” ปัญหาลิง! ระดมสมองแก้ไข

  มีรายงานว่า นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง ครั้งที่ 1/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการ วางแนวทางบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสัตว์ป่าตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
       ปัจจุบันปัญหาลิงเป็นหนึ่งในปัญหาสัตว์ป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี โดยจำนวนประชากรลิงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่ลดลง ส่งผลให้ลิงออกมาหากินนอกพื้นที่ธรรมชาติ และมีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง จังหวัดชลบุรีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนกับการดูแลสวัสดิภาพของลิง
        ก่อนหน้านี้ จังหวัดชลบุรีได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง” และ “คณะทำงานบริหารจัดการลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง จังหวัดชลบุรี” เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข ปศุสัตว์ สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
       สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่าคุ้มครอง ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของประชากรลิงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา)
       นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแผนการบริหารจัดการปัญหาลิงในระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินงานร่วมกัน โดยแนวทางสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและนับจำนวนประชากรลิงอย่างเป็นระบบ การควบคุมประชากรด้วยการทำหมัน การเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อระหว่างคนกับลิง การดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของลิง ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมหรือพื้นที่รองรับใหม่ให้มีความเหมาะสม
       ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานหรือโครงการแก้ไขปัญหา รวบรวมและติดตามสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน จัดระบบเฝ้าระวัง ตลอดจนประสานการดำเนินงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
      จังหวัดชลบุรีมุ่งให้การแก้ไขปัญหาลิงดำเนินไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมจำนวนประชากรลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดกับประชาชน พร้อมดูแลลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อให้ “คนกับลิง” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

เพชรบุรี ชุมชน-ร่วมใจเก็บขยะ-ปรับภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังปลาหมึกคู่ริมชายหาดชะอำ พบจุดชมวิวแลนด์มาร์ค์หมึกคู่พุพังอันตรายต่อ นทท. วอนภาครัฐช่วยเหลือซ้อมแซม

วันที่ 17 ก.ย.69  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แลนด์มาร์คปลาหมึกคู่ แหล่งท่องเที่ยวชื่องดังของเมืองริมชายหาดชะอำ  ชุมชนสะพานหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี   นางผันนภา หอมเหมือน ประธานชุมชนสะพานหิน  นายธีรชาติ ดั่นชะวงศ์ รองประธานชุมชนฯ ประธานกลุ่มเรือประมงพื้นบ้านชุมชนหนองแจง  นายชยิน หอมคง เจ้าของแพปลาสี่พี่น้อง(ตัวแทนชาวบ้าน)   นส.มาลี เอี่ยมทรัพย์  ประมงอำเภอชะอำ  เจ้าหน้าที่กองสาธารณะสุขทศบาลเมืองชะอำ  ชาวชุมชนสะพานหกิน และชาวประมงเรือเล็กพื้นบ้านชุมชนหนองแจง-ชุมชนคลองเทียน ชาวบ้านชุมชนสะพานหิน คณะกรรมการชุมชนฯ เเพปลาธารทิพย์ แพปลาสี่พี่น้อง ร้านอาหารและผู้ประกอบการ ร่วมใจกันจัดกิจกรรม ทำความสะอาดปรับภูมิทัศ เก็บขยะริมชายหาด คืนความสะอาดและสวยงาม ให้กับถนนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังปลาหมึกคู่ให้กับมาสวยงามเหมือนเดิม  หลังบริเวณจุดแลนด์มาร์ค ปลาหมึกคู่ มีสภาพเก่าทรุดโทรมพุพัง ตามกาลเวลาและถูกคลื่นทะเลซัดเสียหายหนัก ถนนบริเวณปลายปลาหมึกคู่จุดเช็คอินแลนด์มาร์คเกิดทรุดตัวรถยนต์ไม่สามารถผ่านไปได้ และหวั่นเป็นอันตรายต่อ นักตกปลา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชอบเดินทางมาท่องเที่ยวเช็คอินที่จุดแลนด์มาร์คปลาหมึกคู่เป็นประจำ
นางผันนภา หอมเหมือน ประธานชุมชนสะพานหิน เปิดเผยว่า  จุดชมวิวปลาหมึกคู่เป็นจุดแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวชื่องดังของเมืองริมชายหาดชะอำ  ปัจจุบันได้รับคววามเสียหายหนัก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลหรือซ้อมแซ่ม  หลังถูกคลื่นทะเลกัดเซาะจนพื้นถนนพังความสวยงามแข็งแรงไม่มี เป้นมานานแล้ว  และอันตรายต่อนักตกปลาและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวถ่ายรูปเช็คอินตรงจุดนี้ ส่วนตัวปลาหมึกคู่ก็เก่าทรุดโทรมถูกคลื่นซัดจนได้รับความเสียหายหลายจุดหวั่นอันตรายต่อนักตกปลาและนักท่องเที่ยวได้ อยากให้มาช่วยซ้อมแซมและทำใหม่เพราะเป็นแหลงท่องเที่ยวจุดเด่นของเมืองชายหาดชะอำ และขอความร่วมมือนักตกปลาและนักท่องเที่ยวที่มาจุดนี้ให้ช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะเพราะจะทำให้  จุดชมวิวปลาหมึกคู่เป็นจุดแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวชื่องดังของเมืองริมชายหาดชะอำสกปรกได้ 
//////////บรรณรต เพชรบุรี

การประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการ One Province One Hospital จังหวัดนครปฐม

วันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เเละผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ร่วมพิจารณาแผนพัฒนาบริการสุขภาพ One Region One Province One Hospital พร้อมจัดทำแผนฟื้นฟูระบบการเงินของโรงพยาบาลสามพรานและโรงพยาบาลกำแพงแสน ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครปฐม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ณ ศอ.บต.

ทรงติดตามผลการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ สู่ความก้าวหน้าการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. พร้อมด้วยพสกนิกรในพื้นที่ เฝ้าฯ รับเสด็จด้วยความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
วันนี้ (16 กันยายน 2569) เวลา 10.25 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในโอกาสทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อพระราชทาน เกียรติบัตรและเงินรางวัลแก่นักเรียน ตามโครงการสนองแนวพระราชดำริ “ครัวโรงเรียนสู่ครัวบ้าน” ทุนวรเกษตรเมธี ประจำปี  พุทธศักราช 2569 จำนวน 10 คน พระราชทาน เกียรติบัตรและเข็มรางวัลแก่ผู้มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี พุทธศักราช 2568 จำนวน 34 คน พระราชทาน พระราชทานโล่รางวัล แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ชนะการประกวด “สุดยอดสื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อเด็กปฐมวัยชายแดนใต้” ประจำปี พุทธศักราช 2569 จำนวน 3 รางวัล  และพระราชทานเข็มที่ระลึก แก่ผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย จำนวน 10 คน โดยมี นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยะลา ข้าราชการ บุคลากร ศอ.บต. ตลอดจนพสกนิกรในพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จ
ในการนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย สูจิบัตร หนังสือผู้ที่มีผลงานดีเด่นและหนังสือผลการดำเนินงานของ ศอ.บต. พร้อมได้กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงาน โครงการคัดเลือกนักเรียนต้นแบบด้านการเกษตร ตามแนวพระราชดำริ ครัวโรงเรียน สู่ครัวบ้าน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2560 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 10 ปี ปีพุทธศักราช 2569 มีนักเรียนต้นแบบด้านการเกษตร จำนวน 10 ราย เพื่อปลูกฝังให้นักเรียน มีใจรักด้านการเกษตรจากโรงเรียนและสามารถขยายผลสู่ครัวบ้าน ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยใช้การเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นอกจากนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้กราบบังคมทูล รายงานการดำเนินการคัดเลือกผู้ที่มีผลงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2551 จนถึงปัจจุบัน มีบุคคลที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ที่มีผลงานดีเด่นฯ รวมทั้งสิ้น 1,125 ราย เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเผยแพร่ผลงานของผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สาธารณชนได้รับทราบ และเพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ที่มีผลงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในปีนี้มีผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 34 ราย
รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงาน การประกวดสุดยอดสื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อเด็กปฐมวัยชายแดนใต้ ประจำปีพุทธศักราช 2569 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2562 เป็นต้นมา จนถึงปีพุทธศักราช 2569 เป็นเวลา 8 ปี จากเดิมที่เด็กเล็กประสบปัญหาพูดภาษาไทยได้เพียงร้อยละ 36 แต่ปัจจุบันสามารถพูดภาษาไทยได้ถึงร้อยละ 93 โดย ศอ.บต. หนุนเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ระหว่างเด็ก ครู ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่ายในชุมชน ด้วยการเปิดพื้นที่กลาง รื้อฟื้นการละเล่นพื้นถิ่น สืบเสาะคิดค้นวัตถุดิบในพื้นที่นำมาผลิตเป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้กระบวนการเรียนรู้สื่อสร้างสรรค์ ภายใต้หลักคิด สื่อ 3 ดี สื่อดี พื้นที่ดี ภูมิคุ้มกันที่ดี  ซึ่งปีนี้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับรางวัล จำนวน 3 แห่ง 
ในการนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้ถวายรายงานความก้าวหน้าและความสำเร็จในการดำเนินงานพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามพระราชดำริ และผลการพัฒนาที่สำคัญในรอบปีของ ศอ.บต. อาทิ   ทุนวรเกษตรเมธี  การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรัง อัสลี) การจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างกายอุปกรณ์สำหรับคนพิการ การให้ความช่วยเหลืองานทะเบียนราษฎรแก่คนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศมาเลเซีย
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทอดพระเนตร ภาพวาดระบายสี หัวข้อ พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามจินตนาการของเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทอดพระเนตรผลการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ครัวโรงเรียน สู่ครัวบ้าน

งานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-อินเดีย ปิดฉากสวยงาม!

วันที่ 16 ก.ย.69 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ในวันสุดท้าย บรรยากาศงานในวันนี้ได้จัดพิธีพราหมณ์สักการะพระพิฆเนศอารตีบูชาไฟ ก่อนจัดการบวนแห่องค์พระพิฆเนศรอบเมืองพัทยาให้ประชาชนได้สักการะ
ในพิธีการดังกล่าว แกนนำจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ประกอบด้วย อ.ชัยวัฒน์ เดชนที ประธานชมรมคนรักพระพิฆเณศแห่งประเทศไทย อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา และประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี และรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand ร่วมนำพิธี
จากนั้นทางคณะผู้จัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ได้เปิดให้มีการสรงน้ำพระพิฆเนศ โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้เคารพศรัทธาองค์พระพิฆเนศเข้าร่วมพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมในปีนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์การส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมสมัยและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย-อินเดียได้เป็นอย่างดี
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. นำช่างรังวัดปักหมุดครอบครองสิทธิ์ที่ดินกว่า 1 ไร่ ติดพระราชวังจันทน์เตรียมก่อสร้างที่ทำการสมาคมฯ

พิษณุโลก — เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (ผบ.มทบ.39...