Sunday, February 22, 2026

ประจวบคีรีขันธ์ _ สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11
ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก      จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะเเก
 เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569
โดยมี พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงศ์เวียงจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรี ขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา  ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง
นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก ผู้แทนผู้อำนวยการ สกร.อำเภอ
ทับสะเเก นางรัตนากร ศรวัฒนา 
พัฒนาการอำเภอทับสะเเก นางสาวอุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ร.ต.เอนก รูปโคม ชุด ฉก.จงอางศึก 
นางสาวทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการเเทน ผอ.รพ.สต.สภ.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พร้อมทั้งชาวบ้าน ทั้ง 2 ชุมชน คือบ้านทุ่งยาว ม.3 เเละ บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะเเก เข้าร่วมกิจกรรม
พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา  ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงาน“โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569” สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดชุมชนเป้าหมาย 2 ชุมชน คือ บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในชุมชน โดยการ x-ray คนในชุมชนอายุเป้าหมาย 12-65 ปี เพื่อนำมาบำบัดรักษาในชุมชนด้วยกระบวนการ CBTx เพื่อ ลด-ละ-เลิกยาเสพติด โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสนับสนุนในโครงการ อาทิ สาธารณสุข ปกครอง ท้องถิ่น และตำรวจ ถือเป็น 4 เสาหลักของโครงการ และมีท่านนายอำเภอทับสะแก เป็นเสาเอกของโครงการ ช่วยกำกับดูแลหน่วยงานในปกครองอย่างดี ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ได้ ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่สำคัญ คณะกรรมการคุ้มทุกคน จะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว
//////////////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  0623644468

จังหวัดสงขลา พิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2568 ยกย่องคนดีมีผลงานเด่น

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี ประธานคณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากส่วนราชการ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุม
 ในที่ประชุมได้พิจารณาหลักเกณฑ์ แนวทาง และข้อมูลประกอบการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568  และแบบประเมินสำหรับการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2568  ประกอบด้วย การครองตน การครองคน การครองงาน การปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมและผลงานดีเด่น   เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ยึดหลักคุณธรรม และสะท้อนผลการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง
โดยการคัดเลือกในครั้งนี้ การคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ทั้งสิ้น จำนวน 9  ราย  โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มข้าราชการ ประเภทอำนวยการ ระดับต้น ระดับสูง และประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ มีจำนวน 2 ราย  กลุ่มที่ 2 กลุ่มข้าราชการ ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ และประเภททั่วไป ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ มีจำนวน 5 ราย และกลุ่มที่ 3 กลุ่มข้าราชการ ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และประเภททั่วไปปฏิบัติงาน และระดับชำนาญงาน มีจำนวน 2 ราย  ซึ่งให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกนำเสนอผลงานของตนเองตามลำดับ 
ทั้งนี้ การคัดเลือกข้าราชพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ถือเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการผู้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีผลการปฏิบัติงานโดดเด่น และสร้างคุณประโยชน์ต่อทางราชการและประชาชน

อพท.สุโขทัย จัดพิธีแถลงข่าวและส่งมอบมาตรฐานและรางวัลท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

เพื่อประกาศความสำเร็จของแหล่งท่องเที่ยว “เมืองเก่า สุโขทัย” และ “ท่าชัย–ศรีสัชนาลัย” ที่ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ
วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๖.๓๐ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. มอบหมาย นายสุรกิจ ลิมสิทธิกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อพท. พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย จัดพิธีแถลงข่าวและส่งมอบมาตรฐานและรางวัลท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก เพื่อประกาศความสำเร็จของแหล่งท่องเที่ยว “เมืองเก่า สุโขทัย” และ “ท่าชัย–ศรีสัชนาลัย” ที่ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ 
โดยมี นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานฯ ส่งมอบประกาศนียบัตร Green Destinations Gold Award แก่แหล่งท่องเที่ยว “เมืองเก่า สุโขทัย” และรางวัล Top 100 Stories 2025 แก่แหล่งท่องเที่ยว “ท่าชัย–ศรีสัชนาลัย” พร้อมพิธีมอบตราสัญลักษณ์และประกาศนียบัตรแก่หน่วยงานภาครัฐ 
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนว่า สุโขทัยไม่ได้มุ่งสร้างเพียงภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่กำลังวางรากฐานการพัฒนาที่สมดุลและการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคธุรกิจและชุมชน เพื่อส่งต่อเมืองมรดกโลกที่งดงาม มีชีวิต และยั่งยืน ให้คนรุ่นต่อไปอย่างภาคภูมิ ณ เกาะกลางน้ำ วัดตระพังทอง


คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่สอง พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายคำนูณ สิทธิสมาน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา นายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการวิสามัญ นาวาเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมาน ได้รายรัมย์  ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการวิสามัญ และพลโท กนก เนตระคเวสนะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังบรรยายสรุป แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามสถานการณ์ปัญหาเขตแดนไทย–กัมพูชา  
ในการนี้ คณะได้ประชุมรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 โดยมีนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ และหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน  
    จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังจุดผ่อนปรนการค้าและการผ่านแดนช่องอานม้า บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงจากพันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 (ผบ.ฉก.1) ผู้แทนของกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2  และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่
โดยได้รับรายงานสถานการณ์ว่ามีการละเมิดในพื้นที่พบการลักลอบสร้างบ้าน และตลาดของชาวกัมพูชา รวมถึงอนุสาวรีย์ตาอม บ่อนไก่ คาสิโน และอาคารตรีเพียบ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตแดนไทยและผิดข้อตกลง ซึ่งหลังสถานการณ์การปะทะที่ผ่านมา ทางหน่วยได้ควบคุมพื้นที่และดำเนินการรักษาความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
ต่อมา คณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมบริเวณ หน้าเนิน 481 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า สามเหลี่ยมมรกต เป็นรอยต่อ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย–ลาว–กัมพูชา โดยพื้นที่ดังกล่าวมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายจุด เช่น เนิน 469 เนิน 500 และเนิน 745 ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดและการปะทะในอดีต ซึ่งในปัจจุบันมีการเสริมกำลังในพื้นที่ โดยมีกำลังประจำการระดับกองร้อยหลายหน่วย และมีการจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวสันเขา ซึ่งเส้นเขตแดนตามแผนที่อยู่บริเวณแนวยอดเขา
หลังจากรับฟังข้อมูล คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ร่วมถึงข้อห่วงใยต่อกรณีที่ทหารได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนมอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนหน่วยทหาร 
   ทั้งนี้ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะนำไปประกอบการพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้าน เพื่อจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ต่อไป

เพชรบุรี อนุทิน” เปิดงานพระนครคีรี ครั้งที่ 39 ดันสู่หมุดหมายท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหารระดับโลก

วันที่ 21 ก.พ.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นำทีมลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐและเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงาน
สำหรับการจัดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพื้นที่โดยรอบ ด้วยแนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” เพื่อเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด โดยไฮไลท์สำคัญของปีนี้ เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกาย "นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย เที่ยวงานพระนครคีรี" ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา ร่วมย้อนรำลึกอดีตด้วยการแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สัมผัสได้จริง พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป
ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการโครงการพระราชดำริฯ เพื่อนำเสนอพระมหากรุณาธิคุณและผลสำเร็จของโครงการสำคัญในพื้นที่ การแสดงพลุ กว่า 5,000 นัดทุกคืน ขบวนแห่เทิดพระเกียรติและส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก 8 อำเภอ กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจัดแสดงบนเขาวัง อาทิ การสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร สาธิตการทำอาหาร เพชรบุรีเมืองอาหาร จาก Local สู่ เลอค่า ,กิจกรรมเชฟเทเบิ้ล, แสง สี เสียง Mini Light and Sounds ส่วนการจัดงานด้านล่างบริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ มีการจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริ การแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมบนเวทีกลาง การแสดงโขนจากสถาบันทัศนศิลป์ กรมศิลปากร กว่า 120 ชีวิต รวมถึงมหกรรมงานมอเตอร์โชว์ การออกร้านของซื้อของขาย การจำหน่วยสินค้า OTOP ของดีชุมชน และอาหารเมืองเพชร เพื่อชูอัตลักษณ์ "เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร" (UNESCO City of Gastronomy) ส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาไทยและนวัตกรรมอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชนอย่างยั่งยืน
“งานพระนครคีรีครั้งนี้เป็นการสืบสานประเพณี พร้อมตอกย้ำศักยภาพ Soft Power ของเพชรบุรี ทั้งด้านอาหาร ศิลปะ และประวัติศาสตร์ เพื่อผลักดันให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและ เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหาร สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับสากล”
////////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

Saturday, February 21, 2026

อบจ.พิษณุโลก จัดการแสดง “โขนในวัง” เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยและกระตุ้นท่องเที่ยวพิษณุโลก

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการแสดง “โขนในวัง” ณ โบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก โดยมี นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงาน ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมพิธีอย่างคับคั่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากการจัดครั้งแรกในปี 2568 ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนและสื่อออนไลน์ สำหรับปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของประเทศ ภายใต้แนวคิด “พิษณุโลกเที่ยวได้ทั้งปี” และนโยบาย “เที่ยวพิษณุโลก สนุกไม่แพ้เมืองหลัก” มุ่งประชาสัมพันธ์จังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรอง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่
ทั้งนี้ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการแสดงโขน ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ในการนำการแสดงโขนคุณภาพมาจัดแสดงแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงโขนจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ชุด “เย็นศิระพระพิษณุ” จัดแสดง 3 วัน 3 ตอน ระหว่างเวลา 19.00 – 21.00 น. ดังนี้
 • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ตอนที่ 1 “หนุมานชาญฤทธี พาลีเสียสัจจา”
 • วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ตอนที่ 2 “เกสรทมาลา พลีชีวัน”
 • วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ตอนที่ 3 “ศึกโรมคัล ทศกัณฑ์พ่าย”
ภายในงานมีการฉายโปรเจคเตอร์แมปปิ้งเล่าเรื่องราวโขน การตกแต่งซุ้มทางเข้าและจุดถ่ายภาพเสมือนจริงพร้อมนักแสดงโขน นิทรรศการตัวแสดงโขนมีชีวิตในรูปแบบ Edutainment (Educate + Entertainment) เพื่อให้ความรู้ควบคู่ความบันเทิง, นิทรรศการเกี่ยวกับโขน การประดับไฟสุดตระการตาในโซน “Royal Khon Light Garden” มุมถ่ายภาพกับนักแสดงโขน ร้านจำหน่ายอาหารและของทานเล่น กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรมในจังหวัดพิษณุโลก สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับของที่ระลึกได้ที่บูธกองคลังฯ พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมที่นั่งชมการแสดงกว่า 2,500 ที่นั่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสถานที่จอดรถและการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมชมการแสดง ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้ง 3 วัน ระหว่างเวลา 19.00–21.00 น.
จึงนับว่าการจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก ควบคู่กับการยกระดับสู่เมืองหลักด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะชั้นสูงของไทย ท่ามกลางบรรยากาศประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ณ พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก

ประจวบคีรีขันธ์ _ สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก      จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมน...