Tuesday, August 4, 2026

ท่องเที่ยวและกีฬาประจวบฯ ร่วมกับ เทศบาลนครหัวหิน เตรียมจัดงาน ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์"ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์"

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  พร้อม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  
นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  นายสรายุทธ ไกรเกรอะ หัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 4 การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีแถลงข่าว การจัดงาน โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
"ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ ในระหว่าง วันที่ 10-18 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน
วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัด แหล่งท่องเที่ยว และ กิจกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและ ประชาชนใน
พื้นที่ เพื่อสร้างกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนจากการเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า "ชวนคุณมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์เมืองประจวบฯ  กิจกรรมต่างๆ ชมฟรีดลอดงาน! ตระการตากับนิทรรศการ Next Move เล่าเรื่องราวศรีคีรีขันธ์ จาก
8 อำเภอ ร่วมชมการแสดงคีตศิลป์นแห่งความภักดี และตระการตากับแฟชั่นโชว์ผ้าถิ่นไทยสุด
อลังการ" ไฟประดับตกแต่ง แบบจัดเต็ม ไฮไลท์ในงาน อาทิ
10 สิงหาคม  พิธีเปิด พบกับดนตรี Jazz มิสเตอร์โก๋ แซกแมน และ เก่ง ธชย มาร่วมโชว์ ดนตรี JAZZ ผสมขลุ่ยแบบไทย
11 สิงหาคม ศิลปินมีนตรา อินทิรา
12 สิงหาคม กิจกรรมจุดเทียนน้อมรำลึกฯ การแสดงสดอลังการ กิจกรรมรวมพลังจิตอาสาพระราชทาน และ ศิลปิน Moccagarden
15 สิงหาคม  คนภัคดี ศรีคีรีขันธ์ ณ Hua Hin Convention center และ ศิลปินแพร ชนา 
16 สิงหาคม แฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก เส้นด้ายเดินทางครั้งที่ 9
17 สิงหาคม  มันส์ให้สุดกับ วงกางเกง
18 สิงหาคม  เตรียมคู่มาให้พร้อมกับจังหวะดนตรีลีลาศ
การแสดงแสง สี เสียง 8 อำเภอ ชมฟรีดลอดงาน.! และ จองเที่ยวฟรี กับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เพียง 4 วัน 4 เส้นทาง (วันที่ 13-14,17-18 สิงหาคม) อร่อยกับร้านค้าในงานกว่า 100 ร้าน สอบถามเพิ่มเติม FMO ฟอร์ส แมเนีย ออแกไนเซอร์ 095 018 4555
///////////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

"สรรเพชญ” ตรวจพื้นที่ย่านสถานีธนบุรี เดินหน้าศึกษาพัฒนา Medical District ยกระดับศูนย์กลางการแพทย์ของประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

วันนี้ (4 ส.ค. 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายแวรุสลัน มะสา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และนางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานกรรมการ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการจัดประโยชน์พื้นที่บริเวณย่านสถานีรถไฟธนบุรี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ณ พื้นที่ย่านสถานีธนบุรี กรุงเทพมหานคร
นายสรรเพชญ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายยกระดับการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสนับสนุนบริการสาธารณะและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งพื้นที่ย่านสถานีธนบุรี มีเนื้อที่รวมประมาณ 148 ไร่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อระบบรางหลายสาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการแล้ว รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อีกทั้งยังอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช ศูนย์การแพทย์ชั้นนำของประเทศ จึงมีศักยภาพอย่างยิ่งในการศึกษาพัฒนาเป็น “เมืองแห่งการแพทย์” (Medical District) เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบบริการสาธารณสุข การวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาที่ดินของรัฐ แต่คือการสร้างระบบนิเวศด้านการแพทย์ที่ครบวงจร เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาลของประเทศ รองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลของประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามศักยภาพของพื้นที่ รับฟังข้อจำกัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดทิศทางการพัฒนาในภาพรวม โดยได้มอบนโยบายให้ SRTA ดำเนินการใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ศึกษาและพัฒนาโครงการให้สามารถสนับสนุนระบบบริการทางการแพทย์ ควบคู่กับการสร้างประโยชน์สูงสุดจากทรัพย์สินของรัฐ และสร้างรายได้กลับคืนสู่การรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างเหมาะสม
2. บูรณาการความร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของระบบสาธารณสุข และรองรับการขยายตัวของบริการทางการแพทย์ในอนาคต
3. ศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ผลกระทบด้านสังคม รวมถึงผลกระทบต่อพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวน 318 ครัวเรือน และชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุลและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน
สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของ SRTA คือการร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช พัฒนาพื้นที่ระยะแรกประมาณ 22 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ประกอบด้วยศูนย์สนับสนุนการแพทย์ อาคารที่พักสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่พักผู้ป่วยพักฟื้นและญาติผู้ป่วย พื้นที่นวัตกรรมสุขภาพ พื้นที่สีเขียวเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ และพื้นที่บริการที่สนับสนุนกิจกรรมด้านการแพทย์ ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการรักษาพยาบาลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ภายหลังการลงพื้นที่ กระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้ SRTA ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแนวคิดการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการในทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ การลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การจราจร ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายสรรเพชญ กล่าวย้ำว่า แนวคิดการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่โครงการเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาพื้นที่ของรัฐให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ของประเทศ โดยโรงพยาบาลศิริราชในฐานะสถาบันการแพทย์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกับพื้นที่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดแนวทางการพัฒนา เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ชุมชนโดยรอบ รวมถึงช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา จึงยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดการใช้ประโยชน์พื้นที่ในแต่ละส่วน หากมีการดำเนินโครงการ จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน จัดทำมาตรการรองรับผลกระทบ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้พักอาศัยเดิม ชุมชนโดยรอบ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความถูกต้องของกระบวนการมากกว่าการเร่งรัดระยะเวลา เพราะการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ที่มีความสำคัญต่อประเทศในระยะยาว เมื่อผลการศึกษามีความชัดเจนและได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว กระทรวงคมนาคมจะแจ้งรายละเอียดของโครงการและกรอบการดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบในลำดับต่อไป

ขุนพลสมาพันธ์เชฟ ตอ. ปักหมุดงาน Pattaya Hospitality Show 2026 เวทีแข่งขันให้บริการท่องเที่ยวใหญ่สุดในประเทศไทย

เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันเชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ประชุมย่อยหารือการดำเนินการของสมาพันธ์ฯ พร้อมติดตามความคืบหน้าและวางแนวทางประชาสัมพันธ์งานของสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก 
และในระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 นี้ จะได้มีการจัดงาน Pattaya Hospitality Show 2026 หรือมหกรรมคนโรงแรม ภายใต้แนวคิด "The Hidden Heroes – Behind Every Great Experience" ที่โรงแรม ⁠Brighton Grand Hotel & Convention Pattaya เมืองพัทยา จ.ชลบุรี 
ทางสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้ร่วมงานมาทุกทุกปี และปีนี้ก็จะได้วางแผนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันการทำอาหารและงานบริการในเวทีนี้ด้วย เพราะถือเป็นเวทีการแข่งขันบริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อรวมพลังคนโรงแรมและธุรกิจการท่องเที่ยวได้เพิ่มขีดความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติ 
นอกจากนี้ทางสมาพันธ์เชฟตะวันออกยังได้พูดคุยหารือกิจกรรมตอบแทนสังคมหรือกิจกรรม CSR ของสมาพันธ์ฯ โดยร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ซึ่งได้วางแผนจะจัดงานในช่วงปลายปี 2569 นี้ ส่วนรายละเอียดของกิจกรรมจะต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อหารือจากสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกตามวาระต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

Monday, August 3, 2026

อบจ.พิษณุโลก ส่งมอบรถยนต์ 35 คัน ให้ รพ.สต.ในสังกัดฯ เดินหน้าเสริมศักยภาพการให้บริการสุขภาพเชิงรุก ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ ปชช. ตามนโยบาย“หมอใกล้ตัว”

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีส่งมอบรถยนต์ จำนวน 35 คัน ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ณ บริเวณลานจอดรถภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ตำบลสมอแข อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง ข้าราชการ  บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพราะเป็นวันที่เราได้ส่งมอบรถยนต์ จำนวน 35 คัน ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัด เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้มีความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและทั่วถึง 
โดยรถยนต์ที่ส่งมอบในวันนี้ไม่ใช่เพียงยานพาหนะสำหรับการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็น "เครื่องมือสำคัญในการส่งมอบโอกาสทางสุขภาพ" ให้กับประชาชน เป็นพาหนะที่จะพาบุคลากรสาธารณสุขออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังและควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการให้บริการเชิงรุกในทุกชุมชน รวมถึงนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ซึ่งความสำเร็จของการทำงานด้านสาธารณสุขไม่ได้วัดจากจำนวนรถที่เรามี แต่เกิดจากการที่ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว ได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายมนต์ชัยฯ เปิดเผยอีกว่า ผมเชื่อมั่นว่ารถยนต์ทั้ง 35 คัน ที่ส่งมอบในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน และร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวจังหวัดพิษณุโลกให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ตามนโยบาย “หมอใกล้ตัว”.

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคำสั่งของ มท.1 ที่ให้นิพนธ์พ้นจากตำแหน่งนายกอบจ.สงขลา

       วันนี้(3สค.69) ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.2001/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อ.702/2569 ระหว่างนายนิพนธ์ บุญญามณี ผู้ฟ้องคดี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งขาติที่1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่2 ผู้ถูกฟ้องคดีโดยศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1528/2564 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ที่ให้ผู้ฟ้องคดี (นายนิพนธ์ บุญญามณี) พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2556 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2562 อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น 

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ขอบคุณสโมสรโรตารีหาดใหญ่ ร่วมส่งต่อโอกาสแห่งการให้ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ขอขอบคุณ สโมสรโรตารีหาดใหญ่ นำโดย ดร.จันทนา จันทรโชติ นายกสโมสรโรตารีหาดใหญ่ พร้อมคณะกรรมการและสมาชิกสโมสรโรตารีหาดใหญ่ทุกท่าน ที่ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม โดยจัด พิธีส่งมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ในโอกาสเดียวกัน ยังได้ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ “Give Blood Give Life : ให้เลือด ให้ชีวิต” เพื่อเชิญชวนประชาชนผู้มีสุขภาพแข็งแรงร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง เพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้แก่ คลังเลือด โรงพยาบาลหาดใหญ่ และร่วมส่งต่อโอกาสในการรักษาชีวิตแก่ผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต
โรงพยาบาลหาดใหญ่ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจาก ท่าน ผวภ.นพ.ชัชวาล ว่องวิวัฒน์ไวทยะ ผู้ว่าการภาค 3330 โรตารีสากล ปีโรตารี 2569–2570 ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งให้กำลังใจและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ของสโมสรโรตารีหาดใหญ่
โรงพยาบาลหาดใหญ่ขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการภาค ดร.จันทนา จันทรโชติ นายกสโมสรโรตารีหาดใหญ่ คณะกรรมการ และสมาชิกสโมสรโรตารีหาดใหญ่ทุกท่าน ตลอดจนผู้ร่วมบริจาคโลหิตทุกคน ที่ได้ร่วมกันสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม สะท้อนเจตนารมณ์ของโรตารีในการ “บำเพ็ญประโยชน์เหนือตนเอง (Service Above Self)” และร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างยั่งยืน

ผวา 2พนักงานหนุ่มถูกชายวิตกจริตใช้ขวานจะฟันโชคดีรอดมาได้ นอภ.ชะอำสั่งการด่วน ฝ่ายปกครอง ตร.รวบชายวิกลจริตเข้าบำบัดค่ายทหาร มทบ15 ระยะ1-3เดือน

จากกรณี เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่2 ส.ค. นายศิวัช เรืองฤทธ์ อายุ16ปี  และภัทรชนน คำมา  อายุ24ปี  2พี่น้อง เป็นพนักงาน Anda Cafe 2026 & บ่อตกปลาเพชรบุรี ในพื้นที่ ม.2 บ้านบางเก่า ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
เยาวชนอายุ16ปี และอายุ24ปี 2พนักงาน Anda Cafe 2026 & บ่อตกปลาเพชรบุรี ในพื้นที่ ม.2 บ้านบางเก่า ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่าถูกชายปริศนา 1คน อายุประมาณ 30-35ปี ยืนฟังเพลงอยู่ริมถนน บริเวณทางเข้าหมู่บ้านบางเก่า จะก่อเหตุใช้ขวานจะฟันตนเองขณะขี่รถจักยานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีดำ ไปส่งอาหารให้ลูกค้าภายในหมู่บ้าน โชคดีรอดมาได้หวุดหวิด จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เนื่องจากหวั่นเกิดอันตรายแก่ชาวบ้านในหมู่บ้านบางเก่าได้ 
เมื่อวันที่3ส.ค. ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ ได้สั่งการให้ นายทัศนัย พวงบุปผา ปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง นำกำลัง อส.กองร้อยที่ 3 อำเภอชะอำ ร่วมกับ ตำรวจชะอำ และผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านบางเก่า เข้าตรวจสอบและควบคุมตัวชายวิตกจริต จำนวน 1ราย ทราบชื่อคือ นายวีรยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ37ปี เป็นชาวบ้าน ม.2 บ้านบางเก่า ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  ภายในบ้านพักที่อยู่ติดกับกำแพงหลังโรงเรียนบ้านบางเก่า หลังจากพยายามก่อเหตุใช้ หวานฟัน 2 พนักงาน  เมื่อเวลา 21.00น. วันที่2สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา  เพื่อนำส่งตรวจบำบัดรักษาอาการให้ดีขึ้นที่ โรงพยาบาลชะอำ และป้องกันการเกิดเหตุอาชญากรรมให้ชาวบ้านในพื้นที่    นายอำเภอฝากถึงประชาชน หากพบเห็นเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งตรงได้ที่ว่าการอำเภอชะอำหรือสายด่วน นายอำเภอชะอำ
นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางปกครองตระหนักถึงความไม่ปลอดภัยยของพี่น้องประชาชนและนักเรียนในโรงเรียน  ได้สั่งการให้ปิดการเรียนการสอน1วัน ก่อนสั่งการให้ปลัดฝ่ายความมั่งคงอำเภอชะอำ นำกำลังกองร้อย อส.ที่3 ชะอำ บูรณาการร่วมกับ ตำรวจ ลงพื้นที่นำตัวชายวิกลจริตรายดังกล่าวไปคัดกรองก่อนประสานกับ ผอ.รพ.ชะอำ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี  ให้คัดกรองและส่งตัวชายวิกลจริตที่ค่อนข้างจะรุนแรงรายนี้ไปเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่ ค่าย มทบ.15 จ.เพชรบุรี หรือเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี เพื่อให้บุคลดังกล่าวนี้อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ในระยะเวลา 1-3เดือน แล้วแต่ความรุนแรงของแพทย์ที่ประเมิณออกมา ซึ่งกรณีเคสดังกล่าวไม่ใช้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในพื้นที่อำเภอชะอำ ทางฝ่ายปกครองไม่ได้นิ่งนอนใจถึงเรื่องดังกล่าว   ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่หากพบเห็นบุคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีวิกลจริตแบบนี้ ที่อาจจะก่ออันตรายต่อพี่น้องประชาชนได้ สามารถแจ้งได้ที่ ที่ว่าการอำเภอชะอำ หรือ นายอำเภอชะอำโดยตรง 0861616156จะได้ดำเนินการแก้ไข จัดการได้อย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้บุคลเหล่านี้ไปสร้างความเดือดร้อนรำคาณแก่พีน้องประชาชนต่อไป
////////////// บรรณรต จ.เพชรบุรี 

ท่องเที่ยวและกีฬาประจวบฯ ร่วมกับ เทศบาลนครหัวหิน เตรียมจัดงาน ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์"ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์"

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่ารา...