Thursday, August 27, 2026

ทีมฮับกิโดไทย สร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์โลกคะแนนรวมประเภททีมกวาด 131 เหรียญรางวัล ในศึก 11th World H.K.D Championships 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี

กรุงเทพฯ — 22 สิงหาคม 2026
ทีมฮับกิโดตัวแทนประเทศไทยสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมบนเวทีระดับโลก หลังเข้าร่วมการแข่งขัน 11th World H.K.D Championships 2026 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 ณ เมืองยงอิน สาธารณรัฐเกาหลี 🇰🇷
โดยทีมไทยสามารถคว้า แชมป์โลก ชนะเลิศคะแนนรวมประเภททีม พร้อมสร้างผลงานโดดเด่นในหลายประเภทการแข่งขัน กวาดเหรียญรางวัลรวมทั้งสิ้น 131 เหรียญ ประกอบด้วย
🥇 94 เหรียญทอง
🥈 26 เหรียญเงิน
🥉 11 เหรียญทองแดง
🏆 ผลงานทีมไทยแยกตามประเภท
창작연무 — การแสดงทักษะฮับกิโด
ท่ารำมือเปล่า (맨손)
🥇 10 เหรียญทอง
🥈 2 เหรียญเงิน
ท่ารำอาวุธ (무기)
🥇 15 เหรียญทอง
🥈 4 เหรียญเงิน
🥉 2 เหรียญทองแดง
โฮชินซุล (호신술)
🥇 7 เหรียญทอง
🥈 1 เหรียญเงิน
ประเภทต่อสู้ (겨루기)
🥇 29 เหรียญทอง
🥈 6 เหรียญเงิน
กระโดดสูง (높이 낙법)
🥇 1 เหรียญทอง
🥈 1 เหรียญเงิน
🥉 1 เหรียญทองแดง
กระโดดไกล (멀리 낙법)
🥇 9 เหรียญทอง
Jump High Kick (기록 2단)
🥇 10 เหรียญทอง
🥈 2 เหรียญเงิน
🥉 1 เหรียญทองแดง
ทำลายวัตถุ (위력 격파)
🥇 5 เหรียญทอง
🥈 7 เหรียญเงิน
🥉 7 เหรียญทองแดง
Low Sweep (발차기 시연)
🥇 8 เหรียญทอง
🥈 3 เหรียญเงิน 
🥇🥈🥉 สรุปผลงานการแข่งขัน
นอกจากความสำเร็จจากจำนวนเหรียญรางวัลแล้ว ทีมไทยยังสร้างผลงานสำคัญในประเภททีม ได้แก่
🏆 แชมป์โลก — ชนะเลิศคะแนนรวมประเภททีม
🥈 รองชนะเลิศอันดับ 1 — การแข่งขันประเภท Demonstration Team
🥉 รองชนะเลิศอันดับ 2 — การแข่งขันประเภท Demonstration Team
🎖️ สรุปเหรียญรางวัลรวม
🥇 94 เหรียญทอง
🥈 26 เหรียญเงิน
🥉 11 เหรียญทองแดง
🏆 รวมทั้งสิ้น 131 เหรียญรางวัล
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักกีฬาฮับกิโดไทยในหลากหลายทักษะ ทั้งการแสดงทักษะมือเปล่า การใช้อาวุธ โฮชินซุล การต่อสู้ การทดสอบความสามารถด้านการกระโดด การเตะ และการทำลายวัตถุ ตลอดจนการแข่งขันประเภททีม
🇹🇭 เบื้องหลังความสำเร็จ
ความสำเร็จของทีมฮับกิโดไทยในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ทีมงาน และผู้บริหารสมาคมฮับกิโดประเทศไทย ที่ร่วมกันวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านร่างกาย เทคนิค ทักษะการแข่งขัน และการบริหารจัดการทีม
การคว้าแชมป์โลกในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของนักกีฬาที่ลงแข่งขันในสนาม แต่เป็นผลจากความร่วมมือและความทุ่มเทของทุกคนที่อยู่เบื้องหลังทีมชาติไทย
🎤 Head Coach ทีมฮับกิโดไทย
อรรถวิบูลย์ คำปันศักดิ์
Head Coach ทีมฮับกิโดประเทศไทย
กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย และเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของนักกีฬาฮับกิโดไทยบนเวทีระดับโลก
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเดินทางไปแข่งขัน แต่คือการนำศักยภาพของนักกีฬาไทยไปพิสูจน์บนเวทีระดับโลก และทำให้ทุกคนเห็นว่าฮับกิโดไทยสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกได้”
🇹🇭 จากประเทศไทย สู่แชมป์โลก
ความสำเร็จของทีมฮับกิโดไทยในการแข่งขัน 11th World H.K.D Championships 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการศิลปะการต่อสู้ไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ในการพัฒนาตนเองและก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติต่อไป
THAILAND HAPKIDO TEAM
WORLD CHAMPION 2026 🏆🇹🇭
ทีมฮับกิโดไทยขอขอบคุณสมาคมฮับกิโดประเทศไทย ผู้บริหาร ผู้ฝึกสอน นักกีฬา ผู้ปกครอง ผู้สนับสนุน และคนไทยทุกคนที่ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมไทยตลอดการแข่งขัน
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง แต่คือชัยชนะของทีม และความภาคภูมิใจของประเทศไทย 🇹🇭

สื่อไทยจับมือเสฉวน เปิดมุมมองเทคโนโลยีเกษตรจีน ต่อยอดโอกาสพัฒนาชายแดนใต้ (中文下面)

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางณัฐฐ์สิริ นิ่มยี่สุ่น รักษาการกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะสื่อมวลชนไทย ซึ่งเดินทางเยือนมณฑลเสฉวนภายใต้โครงการของสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา โดยมีนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาและนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยผู้แทนสื่อมวลชนจากภาคใต้ของไทย ทั้งนี้ ฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยมีนาย Li Huaiqiang Deputy Director General สำนักงานการต่างประเทศมณฑลเสฉวนเป็นเจ้าภาพ
การเยือนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ตลอดจนศึกษาแนวทางการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
ในโอกาสนี้ นายไชยยงค์ฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำคณะสื่อมวลชนภาคใต้เยือนจีน และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่า “การพัฒนาคน” เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างอาชีพ รายได้ และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
รักษาการกงสุลใหญ่ฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการทูตเชิงรุกของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ซึ่งนอกจากการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการค้าแล้ว ปัจจุบันยังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเชื่อมโยงด้านการลงทุนและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่และเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่มณฑลเสฉวนมีศักยภาพและสามารถต่อยอดความร่วมมือกับประเทศไทยได้
ในปี 2569 สถานกงสุลใหญ่ฯ ยังมีกำหนดเข้าร่วมงานมหกรรมการเกษตรมณฑลเสฉวน ครั้งที่ 12 (The 12th Sichuan Agricultural Expo) ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ นครเฉิงตู โดยประเทศไทยจะเข้าร่วมในฐานะ ประเทศเกียรติยศ (Country of Honor) เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ตลอดจนขยายโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านเกษตรกรรมระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน
การพบหารือครั้งนี้นับเป็นโอกาสในการเชื่อมโยง การทูต การพัฒนา สื่อมวลชน และภาคเศรษฐกิจ เข้าด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแสวงหาแนวทางนำศักยภาพของจีนตะวันตกมาต่อยอดการพัฒนาและสร้างโอกาสให้แก่ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ศอ.บต. เปิดเวที “สุดยอดสื่อสร้างสรรค์ฯ” ยกระดับนวัตกรรมการเรียนรู้เด็กปฐมวัยชายแดนใต้

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานเปิด “กิจกรรมสุดยอดสื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเด็กปฐมวัยชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2569” โดยมี นางสาวขวัญจิต เคียงตระกูล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการกองการศึกษา ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม
ศอ.บต. จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษาปฐมวัย โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนบริบทและอัตลักษณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมนำเสนอผลงานสื่อสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่เกิดจากการปฏิบัติจริง รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในการร่วมพัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ภายในงานมีกิจกรรมการประกวดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีผลงานโดดเด่นเชิงประจักษ์ และผ่านกระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ “สื่อดีเด่น 3 ดี” ได้แก่ สื่อดี พื้นที่ดี และภูมิดี โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับรางวัลพระราชทาน “สุดยอดสื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเด็กปฐมวัยชายแดนภาคใต้” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมนันทนาการ การแสดงที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการมีส่วนร่วม ซึ่งสอดคล้องกับบริบท วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ภายหลังพิธีเปิด นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เดินทางมาพบปะผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมบูธ พร้อมกล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน เนื่องจากเป็นการดำเนินงานที่สนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสื่อสร้างสรรค์ไม่ได้มุ่งทำงานเฉพาะกับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงผู้ปกครอง ช่วยส่งเสริมให้ครอบครัวมีเวลาและกิจกรรมร่วมกับเด็กมากขึ้น

นายชนธัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพื้นที่มีพัฒนาการและความก้าวหน้าในการนำสื่อและนวัตกรรมมาใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยอย่างเห็นได้ชัด และ ศอ.บต. จะวางแผนดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่มีโอกาสเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน

โรงพยาบาลนครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจเพื่อรับรองมาตรฐาน โรคหลอดเลือดสมอง

    น.ท.เยาวมาลย์ เหลืองอร่าม รศ.พญ. อรอุมา ชุติเนตร และ ผศ.นพ. อิทธิชัย ศักดิ์อรุณชัย จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)ในการเยี่ยมสำรวจ การรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke) โดยมี นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล ต้อนรับ เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ ณ ห้องประชุมจตุภัทร โรงพยาบาลนครปฐม
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

Wednesday, August 26, 2026

สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกเปิดร้านจิตอาสา เติมรอยยิ้มให้น้องๆ ‘มูลนิธิคุณพ่อเรย์’ เสิร์ฟอาหารฟรี 1,000 ชุด

        มีรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยการเข้าร่วมออกร้านจิตอาสาประกอบอาหารแจกฟรี จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อรอยยิ้มให้น้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา จ.ชลบุรี 
ด้วยฉวีวรรณกรุ๊ปร่วมกับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ จัดในโครงการ “เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร
        ในงานมีจิตอาสาทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้สนับสนุนที่มาร่วมออกร้านจิตอาสากันอย่างคึกคัก โดยทีมเชฟจิตอาสาจากสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดทำเมนูภายใต้คอนเซปต์ "ฮักน้อง" เพื่อจัดเลี้ยงแก่เด็ก เยาวชนพิการ และผู้เข้าร่วมงาน เป็นข้าวเหนียวย้อนยุค-หมูปิ้งโบราณจิ้มแจ่ว และข้าวหมกหมูทอด ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึงความร่วมมือได้เป็นอย่างดี 

มุกดาหาร หนุ่มใหญ่วัย 55 คลุ้มคลั่งถือมีดพร้า ข่มขู่แม่วัย 77 ปี

มุกดาหาร - เกิดเหตุระทึกกลางหมู่บ้านโนนสังข์ศรี หมู่ 7 ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร หลังชายวัย 27 ปี มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง ถือมีดพร้าข่มขู่มารดาวัย 77 ปี บังคับเอาเงินจำนวน 1,000 บาท พร้อมใช้ฝ่ามือตบใบหน้าและขู่ว่าจะฆ่า ก่อนถือมีดพร้าเดินไปตามถนนภายในหมู่บ้าน สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน จนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ
          26 08 69  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 7 ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายนิยม ขำคม อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
          จากข้อมูลการแจ้งความ นางคำไป ขำคม อายุ 77 ปี  มารดาของผู้ก่อเหตุ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี โดยให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุ นายนิยมได้ถือมีดพร้าเข้ามาข่มขู่และบังคับขอเงินจากตนเอง
          จาการสอบถาม นางคำไป  ได้บอกว่า  นายนิยมมาขอเงินจำนวน 1,000 บาท แต่ตนบอกว่าไม่มีเงินให้ ทำให้ผู้ก่อเหตุใช้ฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้า พร้อมข่มขู่ว่า หากไม่ให้เงินจะฆ่าให้ตาย ด้วยความหวาดกลัว นางคำไปจึงยอมมอบเงินจำนวน 1,000 บาทให้กับบุตรชาย  หลังจากได้เงินแล้ว นายนิยมได้ถือมีดพร้าออกจากบริเวณบ้าน และเดินไปตามถนนภายในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นต่างพากันหวาดกลัว เกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น จึงมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาระงับเหตุโดยเร็ว
           ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำชะอี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ และสามารถควบคุมตัวนายนิยมไว้ได้ ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่  เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายนิยม เคยมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง และก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชนหลายครั้ง  ทั้งนำหนังสติ๊กมาไล่ยิงชาวบ้าน รวมถึงยิงใส่หลังคาและหน้าต่างบ้านเรือนของประชาชน ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเกิดความหวาดระแวง และกังวลว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก 
           ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในชุมชนต่อไป..
                                           **************************** 
วิลาสินี เจริญสุข  // รายงานข่าว มุกดาหาร  081-5926966

สยบดราม่า!!ประเมินผญบ.หมู่ 4 วัดจันทร์ ไร้เสียงถามปมเงินกองทุน! จับตาหลัง 7 ก.ย.! คณะกรรมการกองทุนฯ เตรียมตั้งโต๊ะแถลง ปมดราม่าร้อนกลางโซเชียล

พิษณุโลก – บรรยากาศการประเมินผลงาน 4 ปี ผญบ.หมู่ 4 ต.วัดจันทร์ ไร้เงาชาวบ้านจี้ถามปมดราม่ากองทุนหมู่บ้าน ด้านคณะกรรมการฯ ขอนัดเคลียร์ใจ ตอบชัดทุกประเด็นหลังประชุมใหญ่ 7 ก.ย. นี้
​เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ ที่ทำการ อสม.หมู่ 4 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีการจัดประชุมชาวบ้านเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของ นางรุ่งฤดี ศิริโภคา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 หลังดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมลงคะแนนประเมิน จำนวน 63 คน
การประเมินครั้งนี้มี น.ส.อัจฉรา พานนาค ปลัดอำเภอเมืองพิษณุโลก, นางรุ่งทิวา ฆ้องแสง กำนันตำบลวัดจันทร์, ดร.รินทร์ณฐา ภักดีพิริยานนท์ นายก อบต.วัดจันทร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านอำเภอเมือง และสื่อมวลชน ร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
น.ส.อัจฉรา ปลัดอำเภอ ชี้แจงว่า การประเมินผลงานเป็นไปตามมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งยาวนานถึงอายุ 60 ปี จึงต้องมีการตรวจสอบเกณฑ์ทำงานทุกๆ 4 ปี เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากลูกบ้านในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดช่วงการลงคะแนนและเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่มีชาวบ้านยกประเด็นปัญหากองทุนหมู่บ้าน ที่กำลังเป็นกระแสดราม่าร้อนแรงบนโลกออนไลน์ขึ้นมาซักถามแต่อย่างใด ก่อนที่พิธีประเมินจะปิดลงในเวลา 10.45 น.
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านกับคณะกรรมการและผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 โดยได้รับคำชี้แจงว่า ขอรอผลการประชุมของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 กันยายน 2569 นี้เสียก่อน หลังจากนั้นจะเชิญสื่อมวลชนร่วมรับฟังการแถลงข่าว เพื่อตอบข้อสงสัยและไขทุกประเด็นดราม่าอย่างชัดเจนต่อไป