Sunday, September 20, 2026

สนพท. สัญจรสุรินทร์! เคาะวันประชุมใหญ่ 12-14 มี.ค. 2570 ชูเวทีเสวนา "AI กับสื่อ" ก่อนเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่

สนพท. มติเอกฉันท์เลื่อนประชุมใหญ่เร็วขึ้น 1 สัปดาห์ หนีวิกฤตห้องพักเต็มช่วงกีฬาเยาวชนฯ ดึงกองทัพภาค 2 ถกชายแดนสุรินทร์ พร้อมจัดเสวนาใหญ่ "AI กับสื่อมวลชน" ก่อนเลือกตั้งชุดใหม่
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสัญจร ครั้งที่ 3/2569 เพื่อสำรวจพื้นที่และเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นายวิจิตร ชุนหกิจขจร และนายบรรหาร บุญเขต ที่ปรึกษาสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า เดิมทางสมาคมฯ กำหนดจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมีนาคม (วันที่ 19–21 มีนาคม) ตามข้อบังคับสมาคมฯ แต่เนื่องจากได้รับการประสานงานจากทางโรงแรมว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวจังหวัดสุรินทร์จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ส่งผลให้ห้องพักโรงแรมทั่วทั้งจังหวัดถูกจองเต็มทั้งหมด ที่ประชุมคณะกรรมการฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนกำหนดการประชุมใหญ่ขยับขึ้นมาเร็วขึ้น 1 สัปดาห์ เป็นวันที่ 12–14 มีนาคม 2570 ณ โรงแรมทองธารินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยสมาคมฯ จะเร่งประสานสำรองที่พักเพื่อรองรับสมาชิกที่จะเดินทางมาจากทั่วประเทศต่อไป
ด้าน นายวิจิตร ชุนหกิจขจร ที่ปรึกษาสมาคมฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดงานว่า ขณะนี้การประสานงานมีความคืบหน้าไปมาก โดยได้รับเกียรติจาก "แม่ทัพเติ่ง" พลโทวีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 มาเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมให้การบรรยายพิเศษในหัวข้อสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ส่วนช่วงบ่ายจะมีการจัดเสวนาในหัวข้อสำคัญอย่าง "AI กับสื่อมวลชน" เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความรู้ให้แก่สมาชิกสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงาน
นอกจากนี้ การประชุมใหญ่สามัญประจำปีดังกล่าวยังมีวาระสำคัญ คือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการชุดปัจจุบันภายใต้การนำของ นางวิลาสินี เจริญสุข จะหมดวาระลงตามกำหนด ซึ่งจะมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งชุดภายในงานครั้งนี้ด้วย

"อนุทิน" ควงภริยาบินเงียบพิษณุโลก เจิมมือ ‘นะนะมน มนต์นางพญา’ เสริมเฮงรอบสอง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยาบินเงียบพิษณุโลก สวมเสื้อยืดชิลๆ กราบพระพุทธชินราช ก่อนเจิมมือ ‘นะนะมน มนต์นางพญา’ เสริมเฮงวัดราชบูรณะ
พิษณุโลก, 19 ก.ย. 2026 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย “คุณจ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นการส่วนตัว โดยมีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนและไร้ขบวนรถนำ รวมถึงไม่มีข้าราชการหรือตำรวจมาคอยต้อนรับ เนื่องจากต้องการเดินทางมาทำบุญอย่างเป็นกันเอง โดยนายกรัฐมนตรีสวมเสื้อยืดคอกลมในลุคสบายๆ เข้ากราบนมัสการพระพุทธชินราช ณ วิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) พร้อมเดินชมการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2026 บริเวณลำน้ำน่านหน้าวัดอย่างใกล้ชิด
จากนั้น นายอนุทินและภริยาได้เดินทางต่อไปยังวัดราชบูรณะ พระอารามหลวง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อเข้ากราบนมัสการ พระครูสิทธิธรรมวิภัช หรือ “หลวงพ่อสำลี” เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ ภายในกุฏิ เพื่อทำพิธีลงอักขระเจิมมือ “นะนะมน มนต์นางพญา” บริเวณหลังมือและฝ่ามือ พร้อมรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล
การเดินทางมาเจิมมือในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง หลังจากนายอนุทินและภริยาเคยเดินทางมาทำพิธีกับหลวงพ่อสำลีมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2025 ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งในระหว่างทำพิธีครั้งนี้ นายอนุทินได้กล่าวกับหลวงพ่อสำลีอย่างอารมณ์ดีว่า “หลังจากเจิมมือไปรอบที่แล้ว ปังมากครับ”
สำหรับพิธีลงอักขระเจิมมือ “นะนะมน มนต์นางพญา” ของหลวงพ่อสำลี วัดราชบูรณะ ถือเป็นหนึ่งในพิธีเสริมสิริมงคลที่มีชื่อเสียงอย่างมากในกลุ่มผู้ศรัทธาและสายมู โดยเชื่อว่ามีพุทธคุณช่วยเปิดทางโชคลาภ เสริมดวงการค้าการขายให้รุ่งเรือง หนุนดวงการงาน หน้าที่ราชการให้เจริญก้าวหน้า ตลอดจนเสริมเมตตามหานิยมและสุขภาพที่แข็งแรง

สุรินทร์ไม่ได้มีดีแค่ช้าง! สนพท. สัญจรปักหมุดสุรินทร์ การันตี "ไชโป๊วสามผึ้ง" อร่อยไกลระดับโลก ยอดสั่งออนไลน์พุ่งถล่มทลาย!

สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) ประชุมสัญจรสุรินทร์ เตรียมความพร้อมจัดประชุมใหญ่ปี 70 พร้อมเยี่ยมชม "หัวผักกาดหวาน ตราสามผึ้ง" ตำนานความอร่อยระดับโลกที่ยอดสั่งซื้อพุ่งจนขาดตลาด มุ่งดันขึ้นทะเบียน GI สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร
วันที่ 19 กันยายน 2569 สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) จัดการประชุมคณะกรรมการสัญจร ครั้งที่ 3/2569 ณ โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมและเตรียมความพร้อมสถานที่สำหรับการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2570
โดยก่อนเริ่มการประชุม นายวิจิตร ชุนหกิจขจร ที่ปรึกษาสมาคมฯ นำคณะกรรมการและที่ปรึกษา อาทิ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา และนางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมฯเข้าเยี่ยมชม ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานอุตสาหกรรมเจริญชัย (สามผึ้ง) ผู้ผลิตและแปรรูปหัวผักกาดหวานชื่อดัง โดยมี นายธนกฤต เจียรวัฒนากร เจ้าของโรงงานรุ่นสืบทอด ให้การต้อนรับและนำชมกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด
นายธนกฤต เจียรวัฒนากร เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ไม่ได้มีเพียง "งานช้าง" ที่โด่งดังไปทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังมี "หัวผักกาดหวาน" หรือไชโป๊ว เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญตามคำขวัญจังหวัด "สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ หัวผักกาดหวานเลื่องชื่อ" ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยตามตำนานเล่าขาน อดีตผู้นำระดับโลกอย่าง เจียง ไตเชก และ เหมา เจ๋อตง เคยได้ลิ้มลองรสชาติความหวานกรอบของหัวผักกาดสุรินทร์จนต้องออกปากชม
ปัจจุบัน "ตราสามผึ้ง" กลายเป็นสินค้าเนื้อหอมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จนเกิดกระแสการแอบอ้างสิทธิ์และเลียนแบบต้นตำรับ ขณะเดียวกันยอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้ง Shopee และ Lazada พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวางจำหน่ายในร้านของฝากชื่อดังอย่าง "ปิงหงีเชียง" ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทั่วประเทศ ก็ประสบปัญหาสินค้าหมดสต็อกจนต้องติดป้าย "รอสินค้าลอตใหม่" แทบทุกสาขา
"เป้าหมายสำคัญในขณะนี้ เรากำลังเร่งผลักดันหัวผักกาดหวาน ตราสามผึ้ง ให้ได้รับอนุมัติเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อคุ้มครองอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสร้างรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่" นายธนกฤต กล่าว
นอกจากเอกลักษณ์ด้านผ้าไหมมัดหมี่ ประคำ ข้าวหอม และอารยธรรมขอมโบราณแล้ว ล่าสุด "ตราสามผึ้ง" ยังสามารถคว้ารางวัลคุณภาพในระดับนานาชาติมาครองได้สำเร็จ เป็นแรงผลักดันให้เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์หันมาตื่นตัว และสอบถามขั้นตอนการปลูกหัวผักกาดสายพันธุ์พื้นเมืองเพื่อส่งป้อนโรงงานอย่างคึกคัก
​สำหรับผู้ที่สนใจร่วมโครงการส่งเสริมการปลูก หรือสั่งซื้อสินค้า OTOP ของแท้เมืองช้าง สามารถติดต่อ "ตราสามผึ้ง" ได้ที่ 
โทรศัพท์: 095-669-6154, 044-514396-8  Facebook: ไซโป๊วสามผึ้ง สุรินทร์  ​Line: @3peung

Thursday, September 17, 2026

พิษณุโลก สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. นำช่างรังวัดปักหมุดครอบครองสิทธิ์ที่ดินกว่า 1 ไร่ ติดพระราชวังจันทน์เตรียมก่อสร้างที่ทำการสมาคมฯ

พิษณุโลก — เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (ผบ.มทบ.39) ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม (พ.พ.) พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ และตัวแทนศิษย์เก่าหลายยุคสมัย ได้นำช่างรังวัดจากสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบและปักหมุดเพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับเขตโบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
การรังวัดครั้งนี้นับเป็นการสิ้นสุดปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินคาราคาซังมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2516 โดยนายละเมียน อัมพวะศิริ นายกสมาคมฯ ในขณะนั้น ได้ใช้งบประมาณของสมาคมฯ จำนวนราว 4.2 ล้านบาท จัดซื้อที่ดินแปลงนี้เพื่อขยายโรงอาหารและหอประชุมรองรับจำนวนนักเรียน ต่อมาในปี 2537 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่รั้วโรงเรียนเดิมเป็นเขตโบราณสถาน ส่งผลให้ที่ดินของสมาคมฯ เกิดภาวะทับซ้อนเรื่อยมา
ล่าสุด สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. ได้บรรลุข้อยุติร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 6 โดยกรมศิลปากรยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายของสมาคมฯ ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาอนุมัติแบบก่อสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้มีความสวยงาม สอดคล้อง และเป็นไปตามระเบียบการใช้พื้นที่เขตโบราณสถานร่วมกัน
พล.ต.นพดล เปิดเผยว่า วันนี้ได้ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมชุดเก่าและชุดใหม่ มาทำการรังวัดที่ของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมของเรา ซึ่งมีกำหนดการที่จะวัดในวันนี้โดยช่างรังวัดเพื่อจะพิสูจน์ทราบว่าในใบโฉนดของที่ดินสมาคมนั้นยังมีอยู่จริงมีหมุดหลักอยู่จริง ซึ่งวันนี้ก็จะมีทางคณะกรรมการชุดเก่าชุดใหม่ และก็มีพี่ๆนักเรียนเก่าของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมในหลายๆรุ่นมาร่วมเป็นสักขีพยานในการรังวัดพิสูจน์ทราบในวันนี้   
ซึ่งพื้นที่ 1ไร่เศษมีแพลนที่จะทำ
อันที่หนึ่งเลยก็จะเป็นที่ตั้งของสมาคมนักเรียนเก่า เราที่จะทำเป็นที่ตั้งที่ถาวร อันที่ 2 เราก็จะทำเป็นห้องประชุมที่พบปะสำหรับให้พี่ๆทุกรุ่นน้องๆทุกรุ่นได้มีจุดรวมมาทำความรู้จักกัน แล้วก็เป็นที่ๆเป็นศูนย์รวมของทุกทุกคนในการที่จะมาทำเพื่อศาลสมเด็จพระนเรศวรของพวกเรา แล้วก็อาจจะมีกลุ่มกาแฟเล็กๆ สำหรับดูแลพวกเรา เหมือนกับเป็นสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมของเราที่เคยมีที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้เพื่อจะประชาสัมพันธ์ให้กับลูกหลานทั่วไป ได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของโรงเรียนของพวกเรา แล้วก็
อาจจะดูแลพวกนักท่องเที่ยวหรือว่านักวิ่งต่างๆที่มาวิ่งตอนเช้าตอนเย็น ซึ่งคิดว่าจะทำให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของพวกเรา  
ส่วนประเด็นห้องน้ำที่รับโอนรับมอบไม่ได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเจรจากับกรมศิลปากร เนื่องจากว่าตอนสร้างนั้นยังไม่ทราบว่ามีที่ของสมาคมอยู่ และในการรับในเบื้องต้นต้องเป็นของ อบจ.พิษณุโลกเราต้องเป็นผู้รับ แต่เมื่อมีเอกสารสิทธิ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นของสมาคมฯ ก็จะอยู่ในขั่นตอนของการเจรจาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันจึงต้องเจรจากับกรมศิลป์และอบจ.พิษณุโลกครับ

“ชลบุรีปวดหัว” ปัญหาลิง! ระดมสมองแก้ไข

  มีรายงานว่า นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง ครั้งที่ 1/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการ วางแนวทางบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสัตว์ป่าตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
       ปัจจุบันปัญหาลิงเป็นหนึ่งในปัญหาสัตว์ป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี โดยจำนวนประชากรลิงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่ลดลง ส่งผลให้ลิงออกมาหากินนอกพื้นที่ธรรมชาติ และมีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง จังหวัดชลบุรีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนกับการดูแลสวัสดิภาพของลิง
        ก่อนหน้านี้ จังหวัดชลบุรีได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง” และ “คณะทำงานบริหารจัดการลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง จังหวัดชลบุรี” เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข ปศุสัตว์ สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
       สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่าคุ้มครอง ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของประชากรลิงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา)
       นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแผนการบริหารจัดการปัญหาลิงในระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินงานร่วมกัน โดยแนวทางสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและนับจำนวนประชากรลิงอย่างเป็นระบบ การควบคุมประชากรด้วยการทำหมัน การเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อระหว่างคนกับลิง การดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของลิง ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมหรือพื้นที่รองรับใหม่ให้มีความเหมาะสม
       ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานหรือโครงการแก้ไขปัญหา รวบรวมและติดตามสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน จัดระบบเฝ้าระวัง ตลอดจนประสานการดำเนินงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
      จังหวัดชลบุรีมุ่งให้การแก้ไขปัญหาลิงดำเนินไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมจำนวนประชากรลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดกับประชาชน พร้อมดูแลลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อให้ “คนกับลิง” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

เพชรบุรี ชุมชน-ร่วมใจเก็บขยะ-ปรับภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังปลาหมึกคู่ริมชายหาดชะอำ พบจุดชมวิวแลนด์มาร์ค์หมึกคู่พุพังอันตรายต่อ นทท. วอนภาครัฐช่วยเหลือซ้อมแซม

วันที่ 17 ก.ย.69  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แลนด์มาร์คปลาหมึกคู่ แหล่งท่องเที่ยวชื่องดังของเมืองริมชายหาดชะอำ  ชุมชนสะพานหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี   นางผันนภา หอมเหมือน ประธานชุมชนสะพานหิน  นายธีรชาติ ดั่นชะวงศ์ รองประธานชุมชนฯ ประธานกลุ่มเรือประมงพื้นบ้านชุมชนหนองแจง  นายชยิน หอมคง เจ้าของแพปลาสี่พี่น้อง(ตัวแทนชาวบ้าน)   นส.มาลี เอี่ยมทรัพย์  ประมงอำเภอชะอำ  เจ้าหน้าที่กองสาธารณะสุขทศบาลเมืองชะอำ  ชาวชุมชนสะพานหกิน และชาวประมงเรือเล็กพื้นบ้านชุมชนหนองแจง-ชุมชนคลองเทียน ชาวบ้านชุมชนสะพานหิน คณะกรรมการชุมชนฯ เเพปลาธารทิพย์ แพปลาสี่พี่น้อง ร้านอาหารและผู้ประกอบการ ร่วมใจกันจัดกิจกรรม ทำความสะอาดปรับภูมิทัศ เก็บขยะริมชายหาด คืนความสะอาดและสวยงาม ให้กับถนนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังปลาหมึกคู่ให้กับมาสวยงามเหมือนเดิม  หลังบริเวณจุดแลนด์มาร์ค ปลาหมึกคู่ มีสภาพเก่าทรุดโทรมพุพัง ตามกาลเวลาและถูกคลื่นทะเลซัดเสียหายหนัก ถนนบริเวณปลายปลาหมึกคู่จุดเช็คอินแลนด์มาร์คเกิดทรุดตัวรถยนต์ไม่สามารถผ่านไปได้ และหวั่นเป็นอันตรายต่อ นักตกปลา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชอบเดินทางมาท่องเที่ยวเช็คอินที่จุดแลนด์มาร์คปลาหมึกคู่เป็นประจำ
นางผันนภา หอมเหมือน ประธานชุมชนสะพานหิน เปิดเผยว่า  จุดชมวิวปลาหมึกคู่เป็นจุดแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวชื่องดังของเมืองริมชายหาดชะอำ  ปัจจุบันได้รับคววามเสียหายหนัก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลหรือซ้อมแซ่ม  หลังถูกคลื่นทะเลกัดเซาะจนพื้นถนนพังความสวยงามแข็งแรงไม่มี เป้นมานานแล้ว  และอันตรายต่อนักตกปลาและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวถ่ายรูปเช็คอินตรงจุดนี้ ส่วนตัวปลาหมึกคู่ก็เก่าทรุดโทรมถูกคลื่นซัดจนได้รับความเสียหายหลายจุดหวั่นอันตรายต่อนักตกปลาและนักท่องเที่ยวได้ อยากให้มาช่วยซ้อมแซมและทำใหม่เพราะเป็นแหลงท่องเที่ยวจุดเด่นของเมืองชายหาดชะอำ และขอความร่วมมือนักตกปลาและนักท่องเที่ยวที่มาจุดนี้ให้ช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะเพราะจะทำให้  จุดชมวิวปลาหมึกคู่เป็นจุดแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวชื่องดังของเมืองริมชายหาดชะอำสกปรกได้ 
//////////บรรณรต เพชรบุรี

สนพท. สัญจรสุรินทร์! เคาะวันประชุมใหญ่ 12-14 มี.ค. 2570 ชูเวทีเสวนา "AI กับสื่อ" ก่อนเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่

สนพท. มติเอกฉันท์เลื่อนประชุมใหญ่เร็วขึ้น 1 สัปดาห์ หนีวิกฤตห้องพักเต็มช่วงกีฬาเยาวชนฯ ดึงกองทัพภาค 2 ถกชายแดนสุรินทร์ พร้อมจัดเ...