Tuesday, February 17, 2026

กมธ.ทหารฯ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ทหารผ่านศึก : จากสมรภูมิสู่อาชีพใหม่แห่งทศวรรษ” และพิธีมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” แก่ทหารผ่านศึกและภาคีเครือข่าย

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องกษัตริย์ศึก 2 ชั้น 4 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ทหารผ่านศึก : จากสมรภูมิสู่อาชีพใหม่แห่งทศวรรษ” และพิธีมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” โดยมีพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เป็นประธานเปิดการเสวนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร กล่าวรายงาน พร้อมด้วยพลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก คณะกรรมาธิการฯ อนุกรรมาธิการฯ ผู้แทนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทหารผ่านศึก ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน
พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า "ทหารผ่านศึก" คือ ผู้ที่นิยามคำว่า เสียสละด้วยการกระทำ เป็นผู้ที่เคยยืนหยัดอยู่ในสมรภูมิ เพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความสงบสุขของชาติ ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ในฐานะผู้มีคุณูปการสูงสุดต่อแผ่นดิน เป็นแบบอย่างของการมีระเบียบวินัย ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ถึงแม้ว่าภารกิจในสนามรบจะจบสิ้นแล้ว แต่เกียรติยศไม่มีวันเกษียณ และลบเลือนไปจากจิตใจของประชาชนคนไทย เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ การปรับตัวเข้าสู่บริบทใหม่ของสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย คณะกรรมาธิการฯ เล็งเห็นว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งรัด คือการสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีวีรบุรุษผู้ใดถูกทอดทิ้ง ต้องสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างาม ด้วยการเอาชนะสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่สำเร็จ ซึ่งการเสวนาในวันนี้จะเป็นการติดอาวุธทางปัญญาและเสริมทักษะใหม่ ๆ ให้ทันยุคสมัย เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ "อาชีพใหม่แห่งทศวรรษ" นอกจากนี้ เพื่อแสดงน้ำใจไมตรีจากหัวใจของประชาชนคนไทย และเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า “พวกเราไม่เคยลืมท่าน เหล่าทหารผ่านศึก” คณะกรรมาธิการฯ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” อันมีคุณค่าเชิงสัญลักษณ์ การมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้แก่ทหารผ่านศึก ภาคีเครือข่าย และผู้มีส่วนร่วม เพื่อเป็นการขอบคุณในการสละเวลาอันมีค่าของทุกท่านที่มาร่วมงาน รวมทั้งความร่วมมือสนับสนุนกิจการทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นพลังผลักดันให้ทหารผ่านศึก สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ชีวิตและบทบาทใหม่ได้ อย่างมั่นคง
โดยในช่วงเช้าเป็นการบรรยายในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 สวัสดิการเชิงระบบ : ทหารผ่านศึกไม่ทิ้งกัน โดย นายธีระยุทธ ศิริคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และนางพิราวรรณ เอี่ยมพาหล ผู้อำนวยการฝ่ายอาชีวสงเคราะห์ ประเด็นที่ 2 ความภาคภูมิใจ ศักดิ์ศรี และความท้าทายในการใช้ชีวิต โดยพลตำรวจโท นพดล เผือกโสมณ ทหารผ่านศึกดีเด่น ประจำปี 2569 ประเด็นที่ 3 จากชีวิตทหารสู่ผู้ให้บริการสาธารณะ โดยรองศาสตราจารย์พนมพัทธ์ สมิตานนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประเด็นที่ 4 งานภายใต้รัฐกำกับ + เทคโนโลยี = ความมั่นคงในอาชีพ โดยนางสาวทิพวรรณ ธงศรี ผู้อำนวยการกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน และประเด็นที่ 5 TAXI ทหารผ่านศึก : จากค่าเช่าที่สูญหายสู่ทรัพย์สินที่จับต้องได้ โดยนายกฤษฎา หุตะเศรณี ผู้แทนโครงการ VETERAN DRIVE HOLDING (VDH)
จากนั้นในข่วงบ่าย คณะกรรมาธิการฯ ได้จัดพิธีพิธีมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” แก่ทหารผ่านศึกผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดิน รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมเสวนา ซึ่งเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” นี้เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจในคุณค่าแห่งความเสียสละเพื่อประเทศชาติ 
การจัดเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักประกันเชิงประจักษ์ในการดูแลและสนับสนุนทหารผ่านศึกให้มีทักษะรองรับ "อาชีพใหม่แห่งทศวรรษ" สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อประกาศเกียรติคุณ ผ่านพิธีมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” ให้แก่ทหารผ่านศึกผู้กล้าหาญและเสียสละ รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจการทหารผ่านศึกอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการเสวนานำไปพัฒนากฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการและการสร้างอาชีพของทหารผ่านศึกในอนาคต

วุฒิสภา เดินหน้าหารือกับบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกระดับการเผยแพร่ผลงานของวุฒิสภาสู่สาธารณชนมากขึ้น

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) 
นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร วุฒิสภา พร้อมด้วย นางนวนันทน์ เนติธนากูล รองเลขาธิการวุฒิสภา นายอธิภัทร พุกเศรษฐี ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ นางสาวบุศรา เพ็งนุ่ม ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานสารสนเทศและศูนย์บริการ Call Center วุฒิสภา และบุคลากรของกลุ่มงานสารสนเทศฯ ได้ร่วมหารือคณะผู้บริหารของบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางบุญญรัตน์ กิตติวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ (Corporate Affairs Director) ถึงการประชาสัมพันธ์ในการสื่อสารเผยแพร่บทบาท อำนาจหน้าที่ และผลการดำเนินงานของวุฒิสภา โดยเฉพาะการประชุมวุฒิสภา การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของวุฒิสภาได้อย่างถูกต้อง มีความน่าเชื่อไปสู่ประชาชนมากขึ้น
ปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ใช้ไลน์ในการสื่อสาร 2 ประเภท คือ 1.การสื่อสารภายในองค์กร ประกอบด้วย การแจ้งข้อมูล ข่าวสาร และภารกิจของสมาชิกวุฒิสภา การประสานงานและแจ้งข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติงาน การสื่อสารภายในองค์กรและประกาศสำคัญ  ทั้งในรูปแบบ LINE Official Account และ LINE Group Chat 2.การสื่อสารภายนอกองค์กรจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์การทำงานของสมาชิกวุฒิสภาไปสู่ประชาชน นอกจากนี้ ทางวุฒิสภายังมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Facebook X Instagram TikTok YouTube Website เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ยินดีหารือและศึกษาแนวทางความร่วมมือที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชน โดยในรายละเอียดของการดำเนินงานทั้งสองหน่วยงานจะได้ร่วมพิจารณาในลำดับต่อไป

โรงพยาบาลนครปฐม ศึกษาดูงาน การพัฒนาคุณภาพขั้นก้าวหน้า AHA คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

  วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร และทีมคุณภาพ โรงพยาบาลนครปฐม ศึกษาดูงาน กระบวนการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลขั้นก้าวหน้า (Advanced Hospital Accreditation : AHA) ณ คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 
โดยมี ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ เพื่อเตรียมความพร้อมการขอรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล Advanced HA ในปี 2569 ณคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กรุงเทพมหานคร
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังปัญหาในพื้นที่เกาะมุกและเกาะกระดาน จังหวัดตรัง

     วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมาธิการ นำโดย นายนิรุตติ สุทธินนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยกรรมาธิการ ที่ปรึกษา นักวิชาการ เลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา เข้าพบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเกาะมุกข์ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ประกอบด้วย ปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาด้านน้ำสะอาดที่มีไม่เพียงพอ ปัญหาสุนัขจรจัด ปัญหาการจัดการขยะ ปัญหาด้านการพัฒนาโรงเรียน และปัญหาด้านยาเสพติด จากนั้น นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะมุกได้เข้ายื่นข้อเสนอแนะในการพัฒนาเกาะมุกอย่างเป็นระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นำไปพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
     ภายหลังการรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นคณะกรรมาธิการจึงได้อุดหนุนสินค้าของวิสาหกิจชุมชนซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นสินค้าเด่นของพื้นที่

นักวิจัย ม.ทักษิณ และคณะ ค้นพบ แมลงหางดีดพระรามเก้า แมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลก 16 ก.พ. 69

นักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ด้านอนุกรมวิธาน ค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลกในพื้นที่สวนป่าอาคารพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จังหวัดปทุมธานี ตั้งชื่อว่า “แมลงหางดีดพระรามเก้า” ตามสถานที่ค้นพบ สะท้อนพื้นที่สีเขียวในเมืองเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญ
อาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โสภาค จันทฤทธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มรรษภูมิ เดชเจริญ ทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จับมือ ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง และ ดร.ทัศนัย จีนทอง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานของสิ่งมีชีวิต องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ลงพื้นที่สำรวจและศึกษาวิจัยแมลงหางดีดในพื้นที่สวนป่าอาคารพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จังหวัดปทุมธานีนำมาสู่การค้นพบ “แมลงหางดีดพระรามเก้า” แมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลก
ภาพคณะทีมวิจัยที่สำรวจ

ดร.อารีรักษ์ นิลสาย กล่าวว่า หลังจากค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่นี้ ทีมวิจัยได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Allosopus ramanai sp. nov หรือ “แมลงหางดีดพระรามเก้า” ตั้งชื่อตามพื้นที่สวนป่า ตึกพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบอันเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคนไทยและผู้ที่สนใจทั่วโลก
สำหรับ “พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า” ตั้งอยู่ในองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จังหวัดปทุมธานี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งนำเสนอเรื่องราววิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละภูมิภาคของโลกรวมถึงประเทศไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดกับผู้ชมผ่านกิจกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ เป็นสถานที่ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
“ลักษณะของแมลงหางดีดพระรามเก้า มีลำตัวลำตัวเรียวยาว สีขาวและพาดด้วยสีส้มแกมน้ำตาล มีแถบตา และลักษณะการเรียงกันของเส้นขนที่จำเพาะ จัดอยู่ในกลุ่มแมลงหางดีด Heteromurinae ซึ่งเป็นสมาชิกในวงศ์ Orchesellidae โดยแมลงหางดีดในสกุลนี้ปัจจุบันมีรายงาน 17 ชนิดทั่วโลก ซึ่งพบในประเทศไทยถึง 7 ชนิด (40%) โดยแมลงหางดีดมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศในการเป็นผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์วัตถุ (decomposer) และยังเป็นแหล่งอาหารให้กับผู้ล่าขนาดเล็ก ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารอาหารและพลังงานในห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารในระบบนิเวศ คงความสมดุลของระบบนิเวศนั้นผ่านลำดับขั้นของการกินเป็นทอด ๆ” ดร.อารีรักษ์ กล่าว

ดร.อารีรักษ์ นิลสาย กล่าวเพิ่มเติมว่า การค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้ในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีหย่อมพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ก็ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญในการเป็นแหล่งรองรับความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตได้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์ของระบบนิเวศตามสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนกับธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศในพื้นที่ท้องถิ่นอื่น ๆ ต่อไป


พื้นที่สวนป่า ตึกพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเผยแพร่ข้อมูลทางพันธุกรรมของ “แมลงหางดีดพระรามเก้า” อันเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะสามารถอธิบายความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ ความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างประชากร ประวัติประชากร รวมไปถึงการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในระดับพันธุกรรมในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้  โดยงานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากทุนนักวิจัยรุ่นใหม่ ปี 2568 มหาวิทยาลัยทักษิณ ภายใต้ชื่อโครงการวิจัย สายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการและอนุกรมวิธานของแมลงหางดีดในวงศ์ Entomobryidae (Hexapoda: Entognatha)



ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิจัยนานาชาติ Biodiversity Data Journal เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา สามารถเข้าถึงได้จาก Alloscopus ramanai sp. nov. (Orchesellidae, Heteromurinae)
........................
 ภาพ : อาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ 


สว.สายทหารฯ ถามหา ผู้รับผิดชอบจาก “กอ.รมน.ภาค 4”จากความ”ล้มเหลว” กับป้องกัน”เหตุร้าย” ในเดือนรอมฎอน”

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ เลขานุการ และโฆษก คณะกรรมมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ กล่าวถึงเหตุความรุนแรง ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ในห้วงเดือนรอมฎอน ของปี 2569 ซึ่ง ก่อน 10 วัน ที่จะเข้าสู้ห้วงเดือนรอมฎอน” หรือการ”ถือศีลอด” ที่” กองกำลังติดอาวุธ ของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ได้ก่อเหตุ ด้วยการ วางระเบิกแสวงเครื่อง ใน ห้องน้ำ ของปั้มน้ำมัน ปตท. จำนวนหลายแห่ง ใน อ.เมือง จ.ปัตตานี และ ใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส และใน วัน 14-15 กพ.ที่ตรงกับวันวาเลนไทม์ และ ต่อเนื่องกับ เทศกาลตรุษจีน บีอาร์เอ็น ได้ ก่อเหตุด้วยการใช้ ระเบิดแสวงเครื่อง ต่อ" ร้านค้า ใน อ.ยี่งอ 5 แห่ง ในคืนเดียวกัน และที่ อ.ระแงะ 3 แห่ง ใน จ.นราธิวาส โดยเป้าหมายของ ระเบิดแสวงเครื่อง ทั้ง 7 แห่ง คือ”ร้านค้า เช่น ร้านซ่อมรถ,ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ร้านอาหาร  ร้านค้าส่ง และ ซุปเปอร์มาร์ท รวมทั้งมีการ แขวนป้ายผ้า และ พ่นสี ที่มีข้อความแบ่งแยกดินแดน ในพื้นที่หลายอำเภอของ จ.ปัตตานี และ ยะลา เป็นต้น  ซึ่งเป็นเจตนาในการ ทำลายเศรษฐกิจ สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน แสดงตัวตน และ แสดงศักยภาพ ต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ
นายไชยยงค์  ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ. กอ.รมน.ภาค 4 ให้แสดงความรับผิดชอบ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความ “ล้มเหลว” ในการ”ป้องกันเหตุ” ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัด สี่อำเภอของจังหวัดสงขลา มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายที่เกิดกับ ผู้ประการการ และ ประชาชน เป็นการสร้างความหวาดกลัว กับประชาชน จนไม่มีใครที่จะ กล้าใช้ห้องน้ำของ ปั้ม ปตท. หลังจากที่มีการ วางระเบิดแสวงเครื่อง ในห้องน้ำ ติดต่อกัน
ขอเรียกร้อง ให้มีผู้ รับผิดชอบ กับการก่อเหตุที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่การข่าว ที่ไม่เคยระแระคาย กับการ ก่อการร้ายของ บีอาร์เอ็น รวมไปถึง ผู้รับผิดชอบในระดับอำเภอที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ ผบ.ฉก. นายอำเภอ ผกก. และ”ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ที่เป็นหน่วยงานหลัก ทั้งในเรื่อง การข่าว และ การป้องกัน ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีการ ก่อเหตุ รุนแรง ต่อเนื่อง และ”ซ้ำซาก” แต่ “ผบ.ฉก.” และ” ฐานปฏิบัติการ” ของ”ทหาร” รวมทั้ง”ชคต” นายอำเภอ ที่เป็นฝ่ายปกครอง ไม่ต้องรับผิดแต่อย่างไร จะมีบ้างก็ย้าย” ผกก.” ในกรณีที่ โรงพัก” ถูกโจมตี และอาจจะเป็นสาเหตุที่ การก่อเหตุ และการเกิดเหตุ ไม่ว่า มากน้อย รายแรง อย่างไร ไม่ต้องมีผู้รับผิดชอบ จึงกลายเป็นสาเหตุ ให้มีการ ก่อเหตุร้าย ใสนพื้นที่ และการป้องกัน “ล้มเหลว” แต่ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
จึงขอให้ กองทัพ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีการทบทวนแผนปฏิบัติการในเดือนรอมฎอน ที่ บีอาร์เอ็น สั่งการให้”กองกำลังติดอาวุธ” และ”แนวร่วม” เร่งก่อเหตุ โดยมีการ”บ่มเพาะ” ว่าการ ทำลายศัตรู ในเดือนรอมฎอน จะได้บุญ 10 เท่า  เพื่อให้การป้องกันเหตุมีประสิทธิภาพ  เพราะทุกวันนี้ “กอ.รมน.ภาค 4” ส่วนหน้า มีหน้าที่เพียง ตรวจที่เกิดเหตุ และ หาพยานวัตถุ ในการติดตามผู้ก่อเหตุ แต่ ป้องกันเหตุ ไม่ได้เลย ทั้งที่ ทหาร ตำรวจ ปกครอง และ ข้าราชการพลเรือน ต่างมีเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ใน”พื้นที่เสี่ยงภัย” ที่เป็นเงินเพิ่ม มากกว่า ข้าราชการ ในพื้นที่อื่นๆ ดังนั้น ความรับผิดชอบ” ในการ ปฏิบัติหน้าที่ต้องมากกว่า ข้าราชการที่ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที ปกติ” วันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องแสดงความรับผิดชอบ ในความ”ล้มเหลว”ในการ”ดับไฟใต้” ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ ทุกฝ่ายลอยตัวอยู่เหนือปัญหา อย่างที่เป็นอยู่ สว.ไชยยงค์ กล่าวท้ายสุด

มุกดาหาร - นรข สนธิกำลังจับกุมยาบ้า จำนวน จำนวน 540,000 เม็ดพร้อมผู้ต้องหาชาวลาว 2 คน

     16 02 69  เวลา 14.00 น. ภายใต้ การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นาย ชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข. เขตนครพนม  น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือมุกดาหาร ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่  ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 540,000 เม็ด  หลังจากได้รับแจ้งจากสายลับซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม (หวังสินบนรางวัลนำจับ) ว่าจะมีการลักลอบ รับ - ส่งยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้จัดชุดชุ่มเฝ้าตรวจและลาดตระเวนทางบก ทำการลาดตระเวนในบริเวณพื้นที่ บ้านดอนตาลผาสุก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร 
          กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. ชุดลาดตะเวนทางบกตรวจพบกลุ่มคนต้องสงสัย จำนวน 3 คน นั่งเฝ้าวัตถุต้องสงสัย บริเวณริมถนน หมายเลข 2074 บ้านตอนตาลผาสุก ต.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เมื่อเห็นดังนั้น ชุดลาดตระเวนทางบกจึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ นรข.เพื่อเข้าตรวจสอบ เมื่อกลุ่มคนในข้างต้น ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ นรข. จึงได้ทิ้งของกลางวิ่งหลบหนีไป  
          จากนั้นเจ้าหน้าที่ นรข.จึงเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในข้างต้นและสามารถควบคุมไว้ได้ จำนวน 2 คน ทราบชื่อในภายหลัง คือ 1. ท้าวเตียงคำ  พรมโสพา 2. ท้าวบุนเลิด พรมโสพา หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้น พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบ จำนวน 3 กระสอบ 
         เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ ท้าวเตียงคำฯ และ ท้าวบนเลิดฯ ว่าร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป กับทั้งได้ดำเนินการแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบแล้ว 

        ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลางทั้งหมดกลับมายัง สน.เรือมุกดาหาร เพื่อทำบันทึกตรวจยึด/จับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 2 คน คือ 1. ท้าวเตียงคำ พรมโสพา  อายุ 27 ปี ที่อยู่ บ้านนาพาน เมืองไขพูทอง แขวงสะหวันนะเขต (สปป.ลาว)  2. ท้าวบุนเลิด พรมโสพา  อายุ 33 ปี ที่อยู่ บ้านนาพาน เมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต (สปป.ลาว) และตรวจยึดของกลาง  ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 3 กระสอบ รวมประมาณ  540,000 เม็ด  ก่อนนำส่ง พนง.สอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป..
                                        ******************************* 
วิลาสินี เจริญสุข//  มุกดาหาร 081-5926966

กมธ.ทหารฯ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ทหารผ่านศึก : จากสมรภูมิสู่อาชีพใหม่แห่งทศวรรษ” และพิธีมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ “HERO OF THAILAND” แก่ทหารผ่านศึกและภาคีเครือข่าย

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องกษัตริย์ศึก 2 ชั้น 4 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ...