Tuesday, October 6, 2026

เก้าอี้ ผบช.ภ.6 ร้อนฉ่ารับตำแหน่งใหม่! เพจดังขู่เปิดเส้นทางการเงิน ลากไส้สะเทือนทั้งกองบัญชาการ

พิษณุโลก — วงการสีกากีเมืองสองแควสะเทือนหนักรับการผลัดเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาชุดใหม่ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง "ข่าวตำรวจ No.1" เปิดศึกท้าชนตำรวจภูธรภาค 6 แฉเบาะแสบ่อนการพนันรายใหญ่ที่เปิดเย้ยกฎหมายกลางเมืองพิษณุโลกนานกว่า 4 ปี พร้อมย้อนศรชุดสืบสวน "รู้พิกัดได้อย่างไรถ้าไม่เคยมี" ก่อนทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ขู่เปิดเส้นทางการเงินลากไส้ทั้งกองบัญชาการ หากยังใช้มาตรการฟ้องปิดปากและอ้าง "ตรวจแล้วไม่พบ"

บรรยากาศการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกคนใหม่ ส่อแววร้อนระอุขึ้นทันที หลังเกิดกระแสตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของตำรวจท้องที่อย่างหนัก โดยมีชนวนเหตุมาจากการเปิดปฏิบัติการแฉเบาะแสพื้นที่มั่วสุมและบ่อนการพนันในเขต อ.เมืองพิษณุโลก

ความตึงเครียดปะทุขึ้นหลังจาก พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก นำกำลังสายตรวจประสานฝ่ายปกครอง ปูพรมเข้าตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง 3 จุด ได้แก่ ซอยดีอินทร์, หลังโรงแรมลาพาโลมา และอดีตร้านกุ้งแก้ว ก่อนออกมาชี้แจงยืนยันว่า "ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย" พร้อมกันนั้น นายตำรวจที่ถูกพาดพิงในโพสต์ต้นเรื่อง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทว่า ปฏิกิริยาตอบกลับยิ่งทำให้เรื่องราวส่อแววบานปลาย เมื่อเพจ "ข่าวตำรวจ No.1" ออกมาโพสต์โต้ตอบทันควัน งัดแผนตลบหลังด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า ทางเพจยังไม่ได้ระบุพิกัดเป้าหมายอย่างเป็นทางการ เหตุใดชุดสืบสวนจึงพุ่งเป้าเข้าตรวจค้นได้ตรงจุดทั้ง 3 แห่งในทันที ซึ่งไม่ต่างจากการยอมรับกลายๆ ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพิกัดเป้าหมายจริง

ไม่เพียงเท่านั้น เพจดังยังเดินหน้าขยายผลเปิดข้อมูลเชิงลึก อ้างว่าบ่อนการพนันแห่งนี้เป็นบ่อนรายใหญ่ระดับติดลมบน หากถูกกดดันหนักในพื้นที่อำเภอเมือง ก็พร้อมย้ายฐานไปกางวงเล่นต่อในพื้นที่อำเภอพรหมพิรามทันที พร้อมตั้งคำถามแหลมคมไปถึงที่มาของทรัพย์สินนายตำรวจระดับผู้บังคับการสถานี เกี่ยวกับการครอบครองรถยนต์หรูป้ายแดงพร้อมกันถึง 2 คัน

"คนในพื้นที่เขารู้เห็น แต่ตำรวจไม่เห็น ไม่เห็นแถมยังพลิ้ว ถ้ายังบอกว่าไปตรวจแล้วไม่พบ ผมจะถือว่าสมรู้ร่วมคิด... แหล่งข่าวในเมืองพิษณุโลกมีเยอะครับ ถ้าให้ผมแฉ เดี๋ยวภาค 6 จะอยู่กันไม่ได้" — ข้อความโต้ตอบสุดดุเดือดจากเพจ ข่าวตำรวจ No.1
ศึกเปิดแผลข้ามหน้าจอครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปะทะเชิงข้อมูลออนไลน์ แต่กำลังกลายเป็น "บททดสอบภาวะผู้นำ" ครั้งสำคัญของ ผบช.ภ.6 และ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ชุดใหม่ ว่าจะเลือกตัดปัญหาด้วยการใช้กฎหมายฟ้องปิดปาก หรือจะกล้าส่ง "ชุดสืบสวนภาค 6 / ชุดเฉพาะกิจ" ลงพื้นที่สืบซุ่มซ้อนแผนแบบสายฟ้าแลบโดยไม่ผ่านรายงานของตำรวจท้องที่ เพื่อล้างบางมาเฟียพนันและกอบกู้ศรัทธาของประชาชนในพื้นที่กลับคืนมา  ก็ต้องรอติดตามชมกันต่อไป....

**หมายเหตุ รายงานข่าวนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากกระแสสังคมออนไลน์เพื่อการตรวจสอบประโยชน์สาธารณะเท่านั้น ผู้ถูกกล่าวถึงยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย และสำนักข่าวยินดีเปิดพื้นที่รับคำชี้แจงจากทุกฝ่ายตามหลักความเป็นธรรม ติดต่อชี้แจงได้ที่ สมาคมสื่อสารมวลชนพิษณุโลก 176/31 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000

Monday, October 5, 2026

โรงพยาบาลนครปฐม ประชุมคณะกรรมการบริหาร ของโรงพยาบาลนครปฐมเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการ์อุทกภัย

     นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลนครปฐม ครั้งที่ 8/69  พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา รองผู้อำนวยฝ่ายการแพทย์และรักษาการรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร คุณสุรักขณา คงคาเพชร รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล และคณะกรรมการ เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย  แผนยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลนครปฐม และ การติดตาม สถานการณ์การเงิน การคลัง ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว  นครปฐม

สุพรรณบุรี ตำรวจทางหลวงด่านช้างตรวจท้องที่เจอรถจอดทำเนียนแต่มีพิรุธตรวจเจอยาบ้าหมายจับติดตัว จากความหวังดีนำไปสู่การจับกุม

ตำรวจทางหลวงด่านช้าง  ขับรถพื้นที่รับผิดชอบ เห็นรถกระบะจอดข้างทาง จึงวนเข้าไปสอบถามเพื่อช่วยเหลือแต่ผู้โดยสารหนุ่มกลับมีอาการ "ตกใจ" อย่างมีพิรุธ รีบยัดของบางอย่างใส่กระเป๋า ตำรวจขอค้นตัว ถึงกับร้องอ๋อ เพราะเจอยาบ้า 76 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ แถมสภาพเจ้าตัวยังตาลอย เหมือนเพิ่งเสพมา เจ้าตัวสารภาพสิ้นเพิ่งเสพและซื้อยาบ้ามาจากเพื่อน แต่พีคกว่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบประวัติพบเจ้าตัวมีหมายจับติดตัวจากศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในคดีเก่าเกี่ยวกับยาเสพติดและขับเสพ งานนี้จากคนนั่งรถธรรมดา กลายเป็นโดนรวบถึง 2 เด้ง ทั้งคดีใหม่และหมายจับเก่า ส่งตัว
ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที 
ที่อำเภอด่านช้างจังหวัดสุพรรณบุรี  ระหว่างที่ ด.ต.โสภณ  ตะพัง ,ด.ต.ชัยมงคล  คล้ายทอง ผบ.หมู่ สถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงด่านช้าง ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ไปตามถนนสาย 333 ด่านช้าง - อำเภอหนองหญ้าไซ มาถึงบริเวณทางหลวงหมายเลข กม.60+900 ตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ พบรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปสอบถามเพื่อจะให้การช่วยเหลือ พบนายภรัณยู  ธนโชติสุเมธ  อายุ 40 ปี  (ทราบชื่อ-สกุลภายหลัง) บ้านอยู่ ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า  ที่โดยสารมากับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งยืนอยู่บริเวณข้างรถยนต์คันดังกล่าว 
โดยเมื่อนายภรัณยูฯ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงอาการตกใจและรีบนำสิ่งของบางอย่างซุกซ่อนในกางเกงด้านหลังลักษณะท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขอ ตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบยายาบ้า จำนวน 76 เม็ด อยู่ในถุงพลาสิติกสีน้ำเงิน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าแบบผ้า สีแดง อยู่ในกางเกงด้านหลัง ตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะคันที่นายภรัณยูฯ โดยสารมาปรากฏว่าไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่สังเกตอาการของนายภรัณยูฯ มีลักษณะตาลอยๆ ไม่มีสมาธิเหมือนคนเสพยาเสพติดมา
จากการสอบถามนายภรัณยู ให้การว่าก่อนถูกจับตนมารับจ้างติดตั้งสายโทรศัพท์  และกำลังเตรียมตัวจำงานแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจอและตรวจค้นพบยาบ้า ในตัว และตนยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง เมื่อช่วงเช้าส่วนยาบ้าดังกล่าวซื้อยาบ้ามาจาก นายเจ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง บ้านอยู่ในพื้นที่ ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า  ราคาเม็ดละ 20 บาทเอามาไว้เสพ จะได้มีแรงทำงาน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติ นายภรัณยู   พบว่ามีหมายจับระหว่างพิจารณา ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน มีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติด (เมท) โดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถเสพเมทฯ  และเจ้าหน้าที่ให้ผู้ต้องหาอ่านหมายจับด้วยตนเอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมได้อ่านให้ฟังอีกครั้งจนเข้าใจดีแล้ว ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายภรัณยู ฯว่า 1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย          3. จับกุมตามหมายจับระหว่างพิจารณา ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน มีเมทฯ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพเมทฯ โดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถเสพเมทฯ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองหญ้าไซ ดำเนินคดีต่อไป
//ภัทรพล  พรมพัก   สุพรรณบุรี//

สุพรรณบุรี พ่อมืองสุพรรณ ประสานหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นางมณฑา ฉันทดิลก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี  ลงพื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยมีพันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ด้วย
การลงพื้นที่วันนี้ได้ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ในจุดสำคัญ ได้แก่พื้นที่ เทศบาลตำบลตะค่า วัดโคกโพธิ์ ตำบลกฤษณา องค์การบริหารส่วนตำบลบางใหญ่ เทศบาลตำบลบ้านแหลม เทศบาลตำบลบ้านแหลมพัฒนา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางปลาม้า เพื่อรับทราบสถานการณ์ ปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชน ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบอย่างเหมาะสม พร้อมกับมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน  2,683 ชุด
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังภัยที่เกิดจากน้ำท่วม ให้ทุกหน่วยงาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด บูรณาการกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรในพื้นที่ให้พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ทางด้านสำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรีได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยเนื่องจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่และการระบายน้ำจากลุ่มเจ้าพระยา (น้ำเอ่อล้นตลิ่งนอกคันกั้นน้ำ)ว่าปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้ง 10 อำเภอ 2 เทศบาลเมือง 107 ตำบล 35 ชุมชน 933 หมู่บ้าน 28,453 ครัวเรือน ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 10 อำเภอ 2 เทศบาลเมือ 107 ตำบล 35 ชุมชน 929 หมู่บ้าน 
พื้นที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย 
  1) อำเภอบางปลาม้า จำนวน 14 ตำบล 127 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 4,983 ครัวเรือน 2 ) อำเภอสองพี่น้อง จำนวน 14 ตำบล 1 เทศบาลเมือง 19 ชุมชน 130 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 5,407 ครัวเรือน 3) อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 19 ตำบล 1 เทศบาลเมือง 16 ชุมชน 124 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 6,102 ครัวเรือน 4 ) อำเภอดอนเจดีย์ จำนวน 5 ตำบล 47 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 893 ครัวเรือน 5) อำเภอศรีประจันต์ จำนวน 9 ตำบล 64 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 568 ครัวเรือน  6) อำเภอสามชุก จำนวน 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 1,611 ครัวเรือน 7 ) อำเภอเดิมบางนางบวช จำนวน 14 ตำบล 107 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 2,400 ครัวเรือน 8 ) อำเภออู่ทอง จำนวน 13 ตำบล 149 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 5,388 ครัวเรือน 9 ) อำเภอด่านช้าง จำนวน 6 ตำบล 63 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 106 ครัวเรือน 10 ) อำเภอหนองหญ้าไซ จำนวน 6 ตำบล 54 หมู่บ้าน 460 ครัวเรือน
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

รองเลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมงาน “ขอบคุณเอกอัลลอฮฺ” โรงเรียนพัฒนาวิทยา ชื่นชมความสำเร็จด้านการศึกษา นักเรียนผ่านคัดเลือก สอวน. 69 คน สูงสุดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 11.20 น. นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และผู้บริหาร ศอ.บต. ลงพื้นที่โรงเรียนพัฒนาวิทยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ร่วมงาน “ขอบคุณเอกอัลลอฮฺ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพบปะ หารือ รำลึกถึงความผูกพัน และร่วมกันขอบคุณต่อพระเมตตาของเอกอัลลอฮฺที่ทรงประทานแก่โรงเรียนพัฒนาวิทยา ตลอดจนร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จและสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
ในการนี้ นายรอสดี แมงกาจิ ผู้อำนวยการโรงเรียนพัฒนาวิทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครู อุสตาซ นักเรียน และศิษย์เก่าโรงเรียนพัฒนาวิทยา ร่วมให้การต้อนรับคณะจาก ศอ.บต. อย่างอบอุ่น
ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม นายชนธัญฯ ได้มอบดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้บริหารโรงเรียนพัฒนาวิทยา พร้อมชื่นชมสถานศึกษาที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง สามารถผลิตนักเรียนที่มีศักยภาพและคุณภาพเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา ตลอดจนสร้างโอกาสให้ศิษย์เก่าได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โอกาสนี้ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่นักเรียนโรงเรียนพัฒนาวิทยา โดยเฉพาะนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ (สอวน.) ค่าย 1 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งโรงเรียนพัฒนาวิทยาสามารถส่งนักเรียนผ่านการคัดเลือกได้ถึง 69 คน นับเป็นจำนวนสูงที่สุดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นผลจากความมุ่งมั่น ความพยายาม และความตั้งใจของนักเรียน ตลอดจนการสนับสนุนจากครอบครัว ครู อุสตาซ และสถานศึกษา ที่ร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวว่า ขอชื่นชมโรงเรียนพัฒนาวิทยา ซึ่งถือเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปีนี้สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยมีนักเรียนผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ (สอวน.) ค่าย 1 จำนวนถึง 69 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะเดียวกัน ในภาพรวมของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีนักเรียนที่ประสบความสำเร็จจากการสอบ สอวน. อีก 118 คน และมีนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวสำรองอีก 8 คน รวมทั้งสิ้น 126 คน ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นอย่างดี
จากการรับฟังแนวคิดและแนวทางการบริหารจัดการศึกษาของผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียนในวันนี้ เห็นได้ชัดว่ามีความสอดคล้องกับแนวทางที่ ศอ.บต. กำลังผลักดัน นั่นคือการจัดการศึกษาโดยมี “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” หรือ Student-Centered Learning มุ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพ ความถนัด และความสนใจของตนเอง และได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล

จากข้อมูลที่ได้รับ โรงเรียนพัฒนาวิทยามีการจัดโปรแกรมการเรียนรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านอื่น ๆ สำหรับนักเรียนที่มีความสนใจและมีความสามารถเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา หรือด้านทักษะอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดี เพราะนักเรียนแต่ละคนอาจมีเส้นทางการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จทางการศึกษา มีทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต มีงานทำ มีอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคง สามารถนำความรู้และความสามารถกลับไปดูแลครอบครัว ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเองได้

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมองว่าน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง คือแนวคิดของโรงเรียนในการพัฒนาให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้” สำหรับโรงเรียนในเครือข่าย โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ตลอดจนทรัพยากรทางการศึกษาให้โรงเรียนอื่น ๆ สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์และเรียนรู้ร่วมกันได้

เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนพัฒนาวิทยาไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะนักเรียนของโรงเรียนตนเอง แต่กำลังสร้างเครือข่ายทางการศึกษา และแบ่งปันองค์ความรู้ ทรัพยากร และโอกาสให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบ

ผมเชื่อว่า เมื่อเรามีนักเรียนที่มีศักยภาพ มีโรงเรียนที่มีความพร้อม และมีเครือข่ายทางการศึกษาที่เข้มแข็ง เราจะสามารถสร้างความสำเร็จร่วมกันได้ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ภาษา และทักษะด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของเด็กและเยาวชนในอนาคต

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของนักเรียนไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง นั่นคือ “ครูและผู้บริหารสถานศึกษา” ซึ่งวันนี้ต้องขอชื่นชมผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนพัฒนาวิทยา ที่ทุ่มเท เสียสละ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

โดยเฉพาะความทุ่มเทและความเสียสละของครูและบุคลากรทางการศึกษา หลายครั้งเราเห็นครูและผู้บริหารนำทรัพยากรหรืออุปกรณ์ที่มีอยู่มาสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน

เมื่อหน่วยงานภาครัฐได้เห็นความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความสำเร็จที่เกิดขึ้น เราก็รู้สึกยินดีและพร้อมที่จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนและขยายผลต่อ เพราะผมเชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างเต็มศักยภาพ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ภาพเดียวคว้าแสน! เปิดผลงานแชมป์ “อลังการนงนุช เวิลด์ พัทยา” ถ่ายทอดเสน่ห์มุมใหม่ผ่านเลนส์

พร้อมมอบ 58 รางวัล และรางวัลพิเศษคณะกรรมการอีก 8 รางวัล 
“ชุ่มฉ่ำกลางสายฝน” ผลงานของคุณศักดิ์ชัย เรือนคำ คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทภาพถ่ายทั่วไป พร้อมเงินสด 100,000 บาท ในโครงการประกวดภาพถ่าย “อลังการนงนุช เวิลด์ พัทยา” ถ่ายทอดความงดงามของสวนผ่านมุมมองสร้างสรรค์ 
นงนุช เวิลด์ พัทยา จัดพิธีมอบรางวัลวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ห้องประชุมเฟื่องฟ้า โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นผู้มอบรางวัลหลัก 58 รางวัล พร้อมรางวัลพิเศษภาพถ่ายของคณะกรรมการอีก 8 รางวัล รวม 66 รางวัล เพื่อเชิดชูผลงานและความตั้งใจของผู้ร่วมโครงการ
การประกวดครอบคลุมทั้งภาพถ่ายทั่วไป เซลฟี่ ภาพจาก Action Camera สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ผลงานสร้างสรรค์ด้วยเอไอ และรางวัลพิเศษประเภทต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมประกวดถ่ายทอดความประทับใจด้วยเครื่องมือและแนวคิดที่หลากหลาย ทั้งการเลือกจังหวะ แสง องค์ประกอบภาพ และการสร้างสรรค์เรื่องราวตามจินตนาการ
นอกจากผลงานชนะเลิศประเภทภาพถ่ายทั่วไปแล้ว ผู้ได้รับรางวัลสำคัญ อาทิ คุณสันติ เศษสิน คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทภาพถ่ายเซลฟี่ เงินสด 10,000 บาท จากผลงาน “มาเที่ยวสวนนงนุช……ได้เขากลับบ้านไปด้วย” และคุณวรกร กองแก้ว คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทเอสโคล่าอวอร์ด เงินสด 50,000 บาท จากผลงาน “สายสัมพันธ์แห่งความสุข”
ด้านประเภทภาพเอไอ หรือ Nongnooch’s AI-Based Image คุณเสกสรร เสาวรส คว้ารางวัลชนะเลิศ เงินสด 50,000 บาท จากผลงาน “สนุกที่สวนนงนุช” ส่วนรางวัลพิเศษ Nongnooch Pattaya Award เงินสด 50,000 บาท ได้แก่ คุณชิษณุพงศ์ กาทิพย์ จากผลงาน “แสงธรรมสองหล้า”
นงนุช เวิลด์ พัทยา ขอชื่นชมความสามารถและความตั้งใจของช่างภาพทุกท่าน พร้อมเป็นพื้นที่ให้ได้แสดงฝีมือและฝากผลงานอันมีคุณค่าไว้ ภาพเหล่านี้เป็นสื่อเชื่อมความงดงามกับนักท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ยังไม่เคยมาอยากสัมผัสด้วยตนเอง และชวนผู้ที่เคยมาแล้วกลับมาค้นพบมุมใหม่อีกครั้ง

"หมวดนาจ ทางเกวียน" ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นฯ เพจดังอ้างซุกธุรกิจเถื่อน ยันบริสุทธิ์-มีใบอนุญาตถูกต้อง

พิษณุโลก  "หมวดนาจ ทางเกวียน" นายตำรวจเมืองสองแคว ลุยฟ้องดำเนินคดีเพจดัง หลังถูกนำชื่อและรูปไปโพสต์ใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าของบ่อนการพนัน ค้าบุหรี่ไฟฟ้า และส่งส่วยผู้ใหญ่ ขณะที่ผู้กำกับ สภ.เมืองพิษณุโลก นำกำลังปูพรมตรวจ 3 จุดเสี่ยง ยืนยันไร้สิ่งผิดกฎหมาย ด้านสืบสวนแฉเบื้องหลังแอดมินเพจ เป็นคู่สามีภรรยาที่มีคดีติดตัวและมีปมโกรธแค้นตำรวจเป็นการส่วนตัว
​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก "ข่าวตำรวจออนไลน์ No1." ได้โพสต์ข้อความกล่าวหา นายตำรวจยศ "ร.ต.ท." สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของบ่อนการพนัน แอบแฝงจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และเก็บส่งส่วยให้กับผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดและภาค โดยใช้ธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมบังหน้า เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ปูพรมสุ่มตรวจจุดเสี่ยงตามที่ถูกอ้างในข่าวทันทีรวม 3 จุด ประกอบด้วย บริเวณซอยดีอินทร์, หลังโรงแรมลาพาโลมา และบริเวณร้านกุ้งแก้วเก่า ซึ่งจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ไม่พบการลักลอบเล่นการพนันหรือการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ
ต่อมาเมื่อเวลา 19.48 น. วันเดียวกัน "หมวดนาจ ทางเกวียน" นายตำรวจผู้ถูกนำชื่อและรูปภาพไปโพสต์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเพจดังกล่าว ในข้อหาหมิ่นประมาท และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายและทำให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
"หมวดนาจ" เปิดเผยยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันหรือการค้าบุหรี่ไฟฟ้าตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารของครอบครัว ได้เปิดดำเนินการและมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ซึ่งตนได้รายงานข้อเท็จจริงให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นและข้อมูลทางการสืบสวนพบว่า แอดมินและเจ้าของเพจดังกล่าว เป็นคู่สามีภรรยาที่มีประเด็นขัดแย้งเชิงคดีความกับเจ้าหน้าที่ และมีพฤติกรรมโพสต์โจมตีสร้างความเสื่อมเสียให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ "ร้านอาหารทางเกวียน" ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การเผยแพร่ข้อมูล ภาพ หรือข้อความอันเป็นเท็จ ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อทางร้านอย่างมาก ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว และขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายจนถึงที่สุด

เก้าอี้ ผบช.ภ.6 ร้อนฉ่ารับตำแหน่งใหม่! เพจดังขู่เปิดเส้นทางการเงิน ลากไส้สะเทือนทั้งกองบัญชาการ

พิษณุโลก — วงการสีกากีเมืองสองแควสะเทือนหนักรับการผลัดเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาชุดใหม่ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง "ข่าวตำรวจ No.1...