Saturday, February 28, 2026

ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา สร้างพระประฎิมากรแก้วแสง พระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกถวายวัดอู่เรืออุดมพร

มีรายงานว่า นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รวบรวมปัจจัยจากพี่น้องพันธมิตรในเมืองพัทยา เพื่อจัดสร้างพระประฎิมากรแก้วแสง พระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกถวายวัดอู่เรืออุดมพร จ.เพชรบูรณ์ โดยได้จัดพิธีบวงสรวงในวันที่ 26 ก.พ.69 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ และอัญเชิญพระพุทธรูปพระประฎิมากรแก้วแสง ซึ่งเป็นพระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกไปประดิษฐาน ก่อนมีพิธีบวงสรวงเทพเทวาโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ และเป็นพิธีบวงสรวงเทพในช่วงค่ำ
สำหรับกิจกรรมการทำบุญในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องหลากหลายสาขาอาชีพในเมืองพัทยาร่วมกันทำบุญเป็นยอดเงินกว่า 4 แสนบาท โดยพระพุทธรูปพระประฎิมากรแก้วแสงองค์นี้มีขนาดหน้าตัก 1.5 เมตร สูง 2.20 เมตร เพื่อเป็นศูนย์รวมใจทางพุทธศานาให้คนที่นี่ต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

สุพรรณบุร ีปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงานสุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีที่ ตลาดน้ำสะพานโค้ง -สุ่มปลายักษ์ ตำบลดันตาล อำเภอสองพี่น้อง

 จังหวัดสุพรรณบุรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ "เที่ยวชุมชนชน ยลวิถี" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ชุมชนตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ นายภูวนารถ จารุภูมิก  นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต้นตาล กล่าวรายงาน มี นางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒิ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายเสน่ห์ บุญสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี นายการุณ สุทธิภูล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์ปกปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สมาชิกชุมชนตำบลต้นตาล วัฒนธรรมจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก 14 จังหวัด และประชาชนร่วมพิธีจำนวนนมาก  เข้าร่วมกิจกรรม
จากนั้น ประธานนำผู้เข้าร่วมพิธี และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมไว้อาลัยอย่างสมพระเกียรติ 
ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี" เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในทุกมิติเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างใกล้ชิด 
ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ภายใต้นโยบาย UNSEEN "ไท ไทย" และแสดงความยินดีที่ชุมชนตำบลต้นตาลได้รับการคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชนยลวิถีประจำปี 2568 ซึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตลุ่มน้ำไว้อย่างงดงาม ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นที่สะท้อนความผูกพันระหว่างคนกับสายน้ำได้อย่างชัดเจนคือ "สุ่มปลายักษ์" ที่ตั้งอยู่ริมคลองสองพี่น้อง สัญลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวบ้าน ความอุดมอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร และได้พัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชน รวมทั้งในอนาคตจะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวจาก local เป็น global ยกระดับจุดเด่นท้องถิ่น (Local Experience/Product) ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) อีกด้วย
จากนั้น ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เยี่ยมชมสุ่มปลายักษ์ ภาพวาด งานศิลปะ และกิจกรรมสาธิตหัตถสานจากผักตบชวาจากศูนย์ศิลป์บ้านดินสอ พิพิธภัณฑ์สิ่งของโบราณ ก่อนล่องเรือชมวิถี ชีวิตริมคลองสองพี่น้อง เก็บผักบุ้งและผักกะเฉด โดยมีคณะขับเสภา และขับร้องเพลงเรือ ก่อนการเยี่ยมชม ช็อป ชิม ตลาดน้ำสะพานโค้ง - สุ่มปลายักษ์ และชมการสาธิตอาหารพื้นบ้าน/อาหารพื้นถิ่น ประกอบด้วย (1) บัวลอยญวน (2) ปลาหมำสมุนไพรทอดกรอบ (1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566) (3) ชื่นใจลอดช่องเกสรบัวหลวง & ข้าวเกรียบว่าว (4) เป็ดไล่ทุ่งหัน และ (5) ขนมไทยบ้านคุณชวด รวมทั้ง ชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย (1) เปลญวน (2) หัตถสานจากผักตบชวา (3) หัตถสานจากเชือกมัดฟาง และ (4) การเรียนรู้ศิลปะ "ละเลงสี" ตามลำดับ
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน

    เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.45 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา นำโดย นายอภินันท์  เผือกผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจและการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ นายนิคม  มากรุ่งแจ้ง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า นายประหยัด  จตุพรพิทักษ์กุล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ และคณะทำงาน เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านขุนกลาง เพื่อเยี่ยมชมการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยนิทานพื้นบ้านสำหรับเด็กชาติพันธุ์ม้ง โดยมี นายสมศักดิ์  เสกสรรวรกุล สมาชิกสภาเทศบาลเขต 2  นายมนูญ  เสริมศักดิ์ตระกูล เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลบ้านหลวง นางสุภนิดา  จินาอิ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้การต้อนรับสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านขุนกลางมีนักเรียน จำนวนทั้งสิ้น 120 คน แบ่งออกเป็น 4 ห้องเรียน เฉลี่ยห้องละประมาณ 30 คน 
โดยในช่วงเวลา 08.30 – 09.30 นาฬิกา มีการจัดกิจกรรมสันทนาการก่อนเริ่มเข้าเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและกระตุ้นความสนใจของนักเรียน จากนั้น จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านกล้ามเนื้อ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ด้านการอ่านและการเขียนก่อนเข้าเรียน โดยนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กในพื้นที่ตำบลขุนกลางและบ้านอ่างกาน้อย โดยมีพื้นฐานทางชาติพันธุ์ปกาเกอะญอและม้ง ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยภูเขาที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว
     ในเวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมอ่างกาหลวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ นายจิรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ นายสมศักดิ์  เสกสรรวรกุล สมาชิกสภาเทศบาลเขต 2 นายสุริยา  เราเท่า รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเเม่วิน ได้ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งบรรยายสรุป
ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
     1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการพื้นที่ซึ่งครอบคลุมถึงบริเวณ บ้านขุนกลาง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในเขตประกาศอุทยานแห่งชาติอยู่อาศัยในพื้นที่มาก่อนหรืออยู่ภายใต้การจัดการร่วมกับภาครัฐ จึงมีแนวทางการบริหารจัดการในลักษณะ “คนอยู่กับป่า” ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรการอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) และม้ง มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตรบนพื้นที่สูง บ้านขุนกลางจึงเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบริบทของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูงควบคู่กันไป
     2. การจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมทั้งปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข เทศบาลตำบลบ้านหลวง มีภารกิจสำคัญด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด จำนวน 10 แห่ง กระจายครอบคลุมพื้นที่ชุมชน เพื่อรองรับเด็กในเขตรับผิดชอบอย่างทั่วถึง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรับดูแลเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป ก่อนเข้าสู่ระดับอนุบาล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ควบคู่กับการส่งเสริมโภชนาการ สุขภาพ และการปลูกฝังทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ ในด้านการบริหารจัดการ เทศบาลได้พัฒนาระบบ Smart Kid ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครูผู้ดูแลเด็ก และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการติดตามพัฒนาการและรับทราบข่าวสารของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ระบบดังกล่าวครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล การบันทึกพัฒนาการ การติดตามการมาเรียน สุขภาพ โภชนาการ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ระบบ Smart Kid ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยครูและบุคลากรของเทศบาลตำบลบ้านหลวง สะท้อนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการใช้งานจริง ส่งผลให้การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีความเป็นระบบ โปร่งใส และเอื้อต่อการพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
    องค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งด้านวิชาการและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในด้านการจัดการเรียนรู้ ได้สนับสนุนให้มีการพัฒนา หลักสูตรเรียนรู้นอกสถานที่ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง สอดคล้องกับบริบทชุมชนและทรัพยากรท้องถิ่น อันเป็นการส่งเสริมพัฒนาการอย่างรอบด้านด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงอาคารสถานที่ ให้มีความปลอดภัย เหมาะสม และเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กเล็ก นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการจัดสรรและพัฒนาบุคลากร ทั้งครูผู้ดูแลเด็กและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีจำนวนเพียงพอและมีศักยภาพตามมาตรฐาน ส่งผลให้การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในพื้นที่
      สำหรับปัญหาอุปสรรค ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน ยังประสบปัญหาและข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่ หลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ภูเขา ทำให้งบประมาณไม่เพียงพอต่อภารกิจ ข้อจำกัดด้านการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารสถานที่ตามแบบมาตรฐาน สภาพภูมิประเทศและการคมนาคมที่ยากลำบาก ส่งผลต่อการดำเนินงานและการเข้าถึงบริการ ตลอดจนการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษา และข้อจำกัดด้านระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการยังขาดความคล่องตัวเท่าที่ควร นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มจำนวนเด็กต่างชาติในพื้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความท้าทายด้านการจัดสรรงบประมาณ การสื่อสาร และการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการบางประการของเด็กกลุ่มดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาแนวทางสนับสนุนอย่างเหมาะสมต่อไป
   ต่อมาในเวลา 14.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปยังสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ห้องประชุมทองอุไร ชั้น 2 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน โดยมี นายโยธิน  ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน นายสืบสวรรค์ เก่งสาริกรรณ์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นางสาววราศิณี สุนทร รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและบุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวม การจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนขององค์กรปกครองท้องถิ่น ในจังหวัดลำพูน ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
       1. ภาพรวมการจัดการศึกษาสาหรับเด็กและเยาวชนของสถานศึกษาประเภทต่าง ๆ และสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน
       2. กระบวนการถ่ายโอนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
       3. ระบบการสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       4. ภาพรวมของประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เกิดขึ้นในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนภายหลังการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
       5. ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด ในการถ่ายโอนภารกิจและระบบสนับสนุน การจัดการศึกษาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
       6. ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการถ่ายโอนภารกิจ และระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

        นอกจากนี้ ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์ และบทเรียนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน รวมทั้งปัญหาการถ่ายโอนภารกิจตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาด้านการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาการจัดเก็บภาษี การบริหารงานบุคคล ตลอดจนความไม่ชัดเจนในการกำหนดหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  

   ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ และจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนต่อไป

นายก อบจ.พิษณุโลก ร่วมหารือมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดพิษณุโลก “เป็นจังหวัดต้นแบบ”

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายเชาวฤทธิ์ ฉายะกูล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นายภัทร ใจเอม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และนายสนธยา จิตต์รำพึง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์ พร้อมรองรับธุรกิจ MICE, Hotels, Health & Tourism for All จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล พร้อมด้วย นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก, คุณเยาวภา พรรณโนภาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก, ภญ.วรรณศิริ นิ่มพิทักษ์พงศ์ ประธานเครือข่ายขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ รองรับสังคมผู้สูงวัยและเมืองสุขภาพ จ.พิษณุโลก, ผศ. ดร.จรัญญา พหลเทพ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ม.นเรศวร, รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์ และเครือข่ายมนุษย์ล้อฑูตอารยสถาปัตย์ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมขับเคลื่อนและมีการออกแบบรวมทั้งจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รองรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และบุคคลที่ใช้รถเข็นทั่วไป เพื่อต้องการให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นจังหวัดต้นแบบในการดำเนินการดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้สำหรับมูลนิธิ “อารยสถาปัตย์ หรือ Friendly Design จัดตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ ขับเคลื่อน ส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนได้มีความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการออกแบบ จัดทำ จัดสร้าง และปรับปรุงพัฒนาอารยสถาปัตย์หรือหลักการออกแบบที่เป็นสากล เป็นธรรมและเป็นมิตรกับคนทั้งมวล (Friendly Design) ด้วยการออกแบบและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และบุคคลที่ใช้รถเข็นทั่วไป "รวมพลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทย มุ่งสู่เมืองอารยสถาปัตย์ ต้นแบบของเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน".


ชลบุรี แถลงข่าวจัดงาน SPLASHMOON FEST 2026 กระตุ้นการท่องเที่ยวรับซัมเมอร์ ต้อนรับนักเที่ยว 7 พันคน คาดสะพัด 50 ล.

วันที่ 27 ก.พ.69 ที่ห้องประชุมสวนน้ำ Columbia Pictures  Aquaverse นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มอบหมายให้นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี เป็นประธานร่วมแถลงข่าวจัดงาน SPLASHMOON FEST 2026 พร้อมด้วย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอําเภอสัตหีบ
โดยมีตัวแทนภาครัฐและเอกชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมทั้งแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาวมัลลิกา สุดเสน่ห์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผกก.สภ.นาจอมเทียน ดร.ดีโอ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี นายณรงค์ ผสมทรัพย์ ในนามผู้บริหาร บริษัท พีระมิด ดีเอ็มซี ไทย จำกัด และบริษัท จี.พี. ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด
ในพิธีการมี Mr.Ashif Dhanji CEO สวนน้ำ Columbia Pictures  Aquaverse ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน คุณดัสบี ซิงห์ มารูลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีระมิด ดีเอ็มซี ไทย จำกัด คุณชนัดภาด์ รุ่งหิรัญวิภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี.พี. ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด Mr.Sonu Daruka และ Mr.Dharamadran Saidu Raman ผู้บริหารสนับสนุนจัดงานโปรเจ็กต์ 
สำหรับงาน SPLASHMOON FEST 2026 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 เมษายน 2569 ที่สวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse จ.ชลบุรี เพื่อเป็นการประกาศศักยภาพเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีถึงความสามารถในการจัดงานเทศกาลระดับโลก ซึ่งในงานนี้จะเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 5,000-7,000 คน โดยเฉพาะชาวอินเดียกว่าประมาณ 80% โดยประมาณการเม็ดเงินท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท
ภายในงานยังได้พบกับศิลปินและดีเจชื่อดังระดับประเทศของอินเดียและไทยมาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานมากมายตลอด 2 วันเต็ม ทั้ง DJ GANESH, DJ DAVE, DJ SUKETU, DJ SHAAN, SUNNY LEO, PEARJA, MILLIAMP และ MEENTRA INTIRA พร้อมโซนต่างๆ มากมาย อาทิ เลเซอร์โซน, Race Queen Special Show, Street Show และปาร์ตี้โฟม เป็นต้น 
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าด้วยว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือช่วงหน้าร้อนของไทย ถือเป็นกิจกรรมที่เข้าคอตเซ็ปต์ในช่วงนั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างไทยและอินเดีย เมืองพัทยาขอชื่นชมที่ผู้จัดงานจะได้นำศิลปินบอลลีวูดเข้ามายังพื้นที่เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในโอกาสนี้ด้วย 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ชลบุรี “TRENDS REAL ESTATE MAGAZINE” จับมือมหาไถ่ พัทยา เตรียมจัดสัมมนาการกุศลเพื่อเด็กพิเศษและคนพิการ" EEC BUSINESS CONNECTION ยกกำลัง 2"

มีรายงานว่า ดร.วิริยพล คณาสิริวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารนิตยสารออนไลน์ 3 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ  ในนาม“TRENDS REAL ESTATE MAGAZINE” และผู้ก่อตั้งและประธาน “EEC BUSINESS CONNECTION”และที่ปรึกษามูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เตรียมจัดงานสัมมนาการกุศลเพื่อเด็กพิเศษและคนพิการ ภายใต้ชื่องาน "EEC BUSINESS CONNECTION ยกกำลัง 2" ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ณ.ห้องบัวหลวง ศูนย์ประชุมมูลนิธิพระมหาไถ่ พัทยา จ.ชลบุรี 
โดยได้ร่วมกับมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2527 โดยบาทหลวงเรย์มอนด์ เบรนแนน (คุณพ่อเรย์) ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการทั่วประเทศฟรี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ทั้งการศึกษาผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา และศูนย์ฝึกอาชีพต่างๆ เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้มาอย่างยาวนานจนเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน 
รวมทั้ง กลุ่มพันธมิตรและภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC พร้อมสุดยอดวิทยากร 5 ท่านระดับตำนานในงาน ประกอบด้วย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC ซึ่งดูแลนโยบายและแผนงานการลงทุนทั้งระบบกว่า 8 แสนล้านบาท ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นแนวหน้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดร.ศุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ซึ่งดูแลและช่วยเหลือเด็กพิเศษและคนพิการกว่า 10,000 คนที่ผ่านมา ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ NBI ผู้นำความคิดจาก 3 ทวีป 4 มหาวิทยาลัยโลก และ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย และนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์สากล FIABCI THAI ซึ่งFIABCIก่อตั้งมา67 ปี มีสมาชิกรวม 70 ประเทศ ใน 5 ทวีปทั่วโลก 
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ กร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานสัมมนาอย่างเป็นทางการด้วยตัวเอง ภายในงานจะเป็นงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ที่รวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ นักลงทุน นักพัฒนา เจ้าของที่ดิน ซัพพลายเออร์ ผู้ชำนาญการ ผู้นำองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และวิทยากรระดับตำนาน รวมทั้งได้พบปะบุคคลเกียรติยศและปูชนียบุคคลในระดับตำนาน ตลอดจนนายกสมาคมชั้นนำของประเทศ รวมทั้งภาคประชาสังคมอื่นๆ มาร่วมเชื่อมโยงสร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกัน อีกทั้งจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสร้างเครือข่ายพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อสร้างอนาคตทางธุรกิจในภาคตะวันออกและในระดับประเทศร่วมกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนสืบต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ชมรม 10 สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดพิษณุโลก จัดงาน “96 ปี วันวิทยุกระจายเสียงไทย และโครงการอุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์ ครั้งที่ 11”

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ชมรม 10 สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดพิษณุโลก จัดงาน “96 ปี วันวิทยุกระจายเสียงไทย และโครงการอุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์ ครั้งที่ 11” ณ โรงเรียนบ้านน้ำยาง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 และประธานที่ปรึกษาชมรมฯ เป็นประธานกล่าวเปิด และว่าที่ร้อยตรี วีรภัทร จีนด้วง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 
นางสาวพิมพ์ณพัทธ์  พ่วงกระทุ่ม ประธานชมรม 10 สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดพิษณุโลก กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า เป็นการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 96 ปีวันวิทยุกระจายเสียงไทย และเทิดเทิดพระเกียรติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน "บิดาแห่งวงการวิทยุกระจายเสียงไทย"  และทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบุคลากรทางด้านวิทยุกระจายเสียงในอดีตที่ได้ล่วงลับ ซึ่งในปีนี้ ชมรมฯ ได้จัดร่วมกับโครงการอุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์ ครั้งที่ 11 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่มีความต้องการสนับสนุนเพิ่มเติม โดยจัดกิจกรรม อาทิ การซ่อมบำรุงสถานที่ อุปกรณ์ การมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน รวมทั้งจัดการบริการสาธารณะที่เป็นประโยชน์ให้กับโรงเรียนและชุมชน โดยมีวิทยาลัยเทคนิคสองแควให้บริการตรวจเช็คและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลกนำทีมเย็บผ้าซ่อมบำรุงไปให้บริการแก่ชุมชน และการแสดงจากวงดนตรีของมณฑลทหารบกที่ 39 ทั้งนี้ มีผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเงินทำผ้าป่าเพื่อการศึกษา เพื่อจัดซื้อชุดโต๊ะเก้าอี้นักเรียน รวมทั้งสิ้น 16 ชุด ชุดละ 1,425 บาท รวมเป็นเงิน 22,800 บาท และมอบทุนการศึกษาจำนวน 55 ทุน ทุนละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 27,500 บาท รวมทั้ง ซ่อมแซมเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น และรั้วโรงเรียนใหม่ โดยคณะครูและนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก 
จากนั้นสมาชิกชมรมฯ ได้ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติและคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความสัมพันธ์อันดีระหว่างชมรมฯ หน่วยงาน องค์กรที่เข้าร่วมกิจกรรม และชุมชน 

ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา สร้างพระประฎิมากรแก้วแสง พระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกถวายวัดอู่เรืออุดมพร

มีรายงานว่า นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รวบรวมปัจจัยจากพี่น้องพันธมิตรในเมืองพัทยา เพื่อจัดสร้างพระประฎิมากรแก...