Thursday, June 18, 2026

สิงห์บุรี - สุดอาลัย...พิธีฌาปนกิจ “คุณแม่สุนทร มณเทียรรัตน์” วัย 87 ปี ญาติพี่น้อง-ข้าราชการร่วมส่งดวงวิญญาณครั้งสุดท้ายอย่างสมเกียรติ

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ที่เมรุวัดข่อยสังฆาราม ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ คุณแม่สุนทร มณเทียรรัตน์ อายุ 87 ปี ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมถึงเพื่อนข้าราชการและผู้ที่เคารพนับถือที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายอย่างเนืองแน่น
โดยมีพระใบฏีกา  สุมิตร สุจิตโต เจ้าอาวาสวัดข่อยสังฆาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ และมี พันตำรวจเอกปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางความอาลัยของผู้มาร่วมงาน ซึ่งต่างร่วมกันแสดงความเคารพและรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้วายชนม์
ทั้งนี้ คุณแม่สุนทร มณเทียรรัตน์ เป็นมารดาของ ร้อยตำรวจโทสุทัศน์ มณเฑียรรัตน์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองสิงห์บุรี ซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงาน ได้รับกำลังใจจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาเข้าร่วมแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง
การจากไปของคุณแม่สุนทรในครั้งนี้ นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของครอบครัว และผู้ที่รู้จักทุกคนจะยังคงจดจำในความเมตตาและความดีงามที่ท่านได้สร้างไว้ตลอดชีวิต
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี  // รายงาน

“สรรเพชญ” แจง SEC ไม่ได้มีแค่ Land Bridge ย้ำ “ภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ” พร้อมมองอนาคตประเทศ ควบคู่การรับฟังประชาชน

วันนี้ (18 มิถุนายน 2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามทั่วไปของ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ ความคืบหน้าการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) และแนวทางการดำเนินโครงการ Land Bridge
นายสรรเพชญ ชี้แจงว่า ปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติ SEC ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนตามร่างกฎหมาย

ทั้งนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการ Land Bridge ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต โดยรัฐบาลไม่ได้เริ่มต้นจากข้อสรุปว่าจะต้องดำเนินโครงการ แต่เริ่มต้นจากการศึกษาว่าประเทศไทยควรดำเนินการหรือไม่
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่อง Land Bridge ต้องมอง 2 ด้านควบคู่กัน ด้านแรกคือหากดำเนินโครงการแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ หากประเทศไทยไม่ศึกษา ไม่เตรียมความพร้อม และไม่สร้างทางเลือกใหม่เลย ประเทศจะสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง

“ในอดีตประเทศไทย เคยมีการศึกษาแนวคิดเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน ก่อนที่โครงการจะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ขณะที่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการจัดวางห่วงโซ่อุปทานใหม่ในระดับโลก หลายประเทศกำลังแข่งขันกันเพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่ง การผลิต และโลจิสติกส์ของภูมิภาค”

“คำถามสำคัญ จึงไม่ใช่เพียงว่า Land Bridge จะคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากประเทศไทยไม่สร้างทางเลือกใหม่เลย แล้วในวันที่โลกเลือกเส้นทางการค้าใหม่ เลือกฐานการผลิตใหม่ และเลือกศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ ประเทศไทยจะยังมีที่ยืนอยู่ตรงไหนในแผนที่เศรษฐกิจโลก”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า สังคมไม่ควรมองว่า SEC มีเพียงโครงการ Land Bridge เท่านั้น เพราะเป้าหมายของ SEC คือการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ในภาพรวม โดยครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การพัฒนาเมือง การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน ภาคใต้ยังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอีกหลายโครงการที่รัฐบาลกำลังผลักดัน อาทิ โครงการรถไฟทางคู่สายใต้และการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสู่ด่านปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการขนส่งทางทะเลของภาคใต้ การพัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายรถไฟเชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจและท่าเรือสำคัญในภาคใต้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการคมนาคมและการท่องเที่ยวของฝั่งอันดามัน ตลอดจนโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง ลดระยะเวลาการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสทางการท่องเที่ยวของภาคใต้ตอนล่าง

“ภาคใต้ ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะจะมี Land Bridge หรือไม่มี Land Bridge แต่ภาคใต้มีศักยภาพจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การเป็นประตูเชื่อมการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ทรัพยากรทางธรรมชาติ การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมงอยู่แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อปลดล็อกศักยภาพเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่และต่อประเทศ”

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความเห็น ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง เพราะการตัดสินใจเรื่องอนาคตประเทศต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อมูลที่รอบด้าน

“รัฐบาลมีหน้าที่มองให้ไกลกว่าวาระทางการเมือง เพราะความผิดพลาดจากการตัดสินใจอาจยังมีโอกาสแก้ไขได้ แต่ความเสียหายจากการปล่อยให้โอกาสทางยุทธศาสตร์ของประเทศหลุดมือไป บ่อยครั้งไม่เปิดโอกาสให้เราเริ่มต้นใหม่เป็นครั้งที่สอง”

///

พัทยา ชวนวิ่งการกุศลริมทะเล “LOMA RUN ON THE BEACH 2026” ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กผู้ยากไร้

วันที่ 18 มิ.ย.69 นายพิรุณ น้อยอิ่มใจ หรือครูน้อย ผู้จัดการโครงการมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เปิดเผยว่า การจัดงานเดิน-วิ่งการกุศล “LOMA RUN ON THE BEACH 2026” เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เมืองพัทยา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานพัทยา) โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล
สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร รองรับนักวิ่งจำนวน 1,300 คน และระยะฟันรัน 5 กิโลเมตร รองรับผู้เข้าร่วมอีก 700 คน ท่ามกลางเส้นทางวิ่งริมชายหาดที่สวยงามของหาดดงตาลและพื้นที่จอมเทียน
นอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปแล้ว รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาแก่เด็ก ๆ ในโครงการของมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนักวิ่งและผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 3,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่หาดจอมเทียนและเมืองพัทยาได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านระบบ ThaiRun ที่ https://race.thai.run/ lomarun2026 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

เพชรบุรี-ประมงร่วมกับหลายภาคส่วนเปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำลอยเกลื่อนคลองริมหาดชะอำได้กว่า3ตัน

วันที่18 มิถุนายน 69  นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ  พร้อมด้วย นายประจวบ เจี่ยงยี่  ประมงจังหวัดเพชรบุรี นำเจ้าหน้าที่ สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี  อำเภอชะอำ หน่วยงานสังกัดกรมประมงจังหวัดเพชรบุรี เรือนจำกลางเพชรบุรี ผู้นำชุมชน ชาวประมง ทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำเพชรบุรี  ผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี  
เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในพื้นที่คลองบ่อเคี๊ยะ ชุมชนห้วยทรายใต้  อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ให้มีประสิทธิภาพและเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ  ตามมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด และการนำปลาหมอคางดำที่ถูกกำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์  ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ  ผลการดำเนินงานสามารถจับปลาหมอคางดำได้ จำนวน 3,121 กิโลกรัม ก่อนส่งมอบให้เรือนจำกลางเพชรบุรี นำไปผลิตเป็นน้ำปลา และส่งมอบให้ชาวประมง และทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป 
นายประจวบเจียงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า วันนี้ประมงร่วมกับภาคีเครือข่ายอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำร่วม30 คน ร่วมทำกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ ภายในแหล่งน้ำธรรมชาติคลองบ่อเคี๊ยะ  จากการสำรวจพบว่าของภายในคลองบ่อเคี๊ยะพบปลาหมอคางดำจำนวนหนาแน่นเต็มคลอง  จึงระดมกำลังเครือข่ายมาร่วมกันกำจัดปลาหมอคางดำ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบนโยบาย กำกับพื้นที่ การกำจัดออกจากแหล่งน้ำ และการนำไปใช้ประโยชน์    ครั้งนี้ประมงได้ประสานกับผู้ประกอบการเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่  ให้รับซื้อปลาหมอคางดำส่วนนึงเพื่อนำไปเป็นอาหารปลากะพงขาวที่เพาะเลี้ยงอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งคาดว่าจะใช้ อาทิตย์ละ 1 ตัน  ส่วนที่เหลืออีก 2ตันจะนำส่งแพผู้รวบรวมปลาหมอคางดำ  ส่งโรงงานอาหารปลาป่นที่จังหวัดสมุทรสาคร การจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการมาแล้วเป็นครั้งที่ 59 ของจังหวัดเพชรบุรี   ซึ่งคาดว่าทำให้ปลาหมอคางดำเบาบางและอยู่ในความควบคุมได้  โดยอาศัยจำนวนการจับหลายครั้งในการกำจัดในแหล่งน้ำเพื่อควบคุม และกำจัดประชากรปลาหมอข้างดำให้หมดไป   ปลาหมอข้างดำมีการแพร่ระบาดได้เร็ว หากทำให้ตกใจหรือมีภัย ปลาหมอคางดำจะพ่นไข่ออกจากปากทันที โดยหลังจากกำจัดไปแล้ว1 สัปดาห์  คิดว่าเครื่องมือใดๆ ก็ไม่สามารถดำเนินการจับปลาหมอคางดำตัวเล็กๆได้เพราะมีขนาดเล็ก จึงจะนำกากชามาโรยใส่ลูกปลาตัวเล็กๆให้ทั่วคลองเพื่อกำจัด  ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาช่วยกันจับนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อร่วมกันกำจัดให้หมดไป
////////////////  บรรณรต จ.เพชรบุรี 

ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อน ทภ.4 บุกตรวจโครงการก่อสร้างหรูภูเก็ต! รวบชาวจีน 16 ราย วีซ่าผิดประเภท พร้อมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 62 ราย เร่งขยายผลตรวจสอบนอมินีต่างชาติ

เจ้าหน้าที่บูรณาการหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบโครงการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีลักษณะต้องสงสัยเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในรูปแบบนอมินี
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. กองบังคับการควบคุมแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนชาวภูเก็ตว่า โครงการก่อสร้างแห่งหนึ่งมีพฤติการณ์น่าสงสัย โดยมีชาวจีนทำหน้าที่เป็นวิศวกรและผู้ควบคุมงาน ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา
จากการประสานกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการ กองพันทหารสารวัตรที่ 41 (พัน.สห.41), กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน.1) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบโครงการ “อายาน่า ไฮท์ส ซีวิว เรสซิเดนส์ ภูเก็ต (Ayana Heights Seaview Residence Phuket)”
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำความผิดตามกฎหมายหลายกรณี โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้ควบคุมงานชาวจีน จำนวน 16 ราย ในข้อหาใช้วีซ่าผิดประเภท และจับกุมแรงงานชาวเมียนมา จำนวน 62 ราย ซึ่งไม่สามารถแสดงหลักฐานการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ โดยได้แยกดำเนินคดีตามกฎหมายและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการจัดทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ตตามกระบวนการยุติธรรม และภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางคดี จะส่งตัวแรงงานต่างด้าวทั้งหมดให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงการขยายผลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ราชภัฏยะลา เปิดมหกรรมใหญ่ “พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2” ยกระดับงานวิจัย นวัตกรรม และ Soft Power สู่เวทีสากล

วันนี้ (18 มิถุนายน 2569) ที่ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ราชภัฏยะลา พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 : คลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล ประจำปี 2569” ต่อสื่อมวลชน นักประชาสัมพันธ์ และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มหกรรมวิชาการและนวัตกรรมครั้งสำคัญของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามุ่งขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
“งานราชภัฏยะลา พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 ถือเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคีเครือข่าย ผ่านองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่น พร้อมผลักดันทุนทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของชายแดนใต้สู่ระดับประเทศและนานาชาติ” อธิการบดีกล่าว

ภายในงานแถลงข่าว มีการนำเสนอผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย การบรรยายพิเศษ (Vision Talk) การแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Cosmetics by YRU ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานนวัตกรรมที่สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย พร้อมเปิดให้ผู้ร่วมงานเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นจากคณะและหน่วยงานต่าง ๆ
สำหรับงาน “ราชภัฏยะลา พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–5 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ภายใต้แนวคิด “คลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล” โดยรวบรวมกิจกรรมทางวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม นิทรรศการ ตลาด Soft Power ผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และบูธจำหน่ายสินค้ากว่า 100 ร้านค้า เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่ชายแดนใต้

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำคัญอีกมากมาย อาทิ กิจกรรม “คืนสู่เหย้าชาวชมพู–เทา” การแข่งขัน “YRU RUN & CARE 2026” การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ กิจกรรม YRU Islamic Hub และ Innovative Youth Program ตลอดจนการแสดงจากศิลปินชื่อดัง ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์แห่งการเรียนรู้และความบันเทิงให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทุกช่วงวัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จึงขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้สนใจ ร่วมสัมผัสมหกรรมแห่งการเรียนรู้ นวัตกรรม และพลังสร้างสรรค์ของชายแดนใต้ ระหว่างวันที่ 1–5 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยเปิดให้เข้าร่วมงานฟรีตลอดทั้งงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และการพัฒนาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ราชบุรี - จัดใหญ่งานเกษตรแฟร์สามบุรี

รองผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรี แถลงข่าวเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์สามบุรี ที่โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม   ระหว่าง 26 มิย. -5 กค.ไฮไลท์  3 จังหวัดนำของดี  อย่างกุ้ง GI มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน มาคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอด 10 วัน ตื่นตาตื่นใจไปกับอุโมงค์กล้วยไม้ พบกิจกรรมแข่งขันกินกุ้งและของดีเมืองราชบุรี   
              ( 17 มิย. 69 )  นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี   นางสาวกฤษณา ทิวาตรี  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายสุพัฒน์  อ่อนคง เกษตร จ.ราชบุรี นายอเนก  ชื่นอารมณ์  เกษตร จ.กาญจนบุรี นางสาวรุจิพรรณ  ทองลิ่ม  หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรกร สำนักงานเกษตร จ.สุพรรณบุรี  และนักศึกษาจากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง  ร่วมแถลงข่าวจัดงาน AGRI EXPO 2026 @ ราชบุรี เกษตรแฟร์สามบุรี ที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2569   
โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี  จังหวัดสุพรรณบุรี  สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด กรมพัฒนาที่ดิน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการเกษตร เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1  โดยเฉพาะทั้ง 3 จังหวัด ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างโอกาสทางการตลาด และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ เพ่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน 
               นายคมกริช  เจริญพัฒนสมบัติ  รองผู้ว่าราชกาจังหวัดกล่าวว่า ในงานจะรวมไปด้วยพืชผัก ปศุสัตว์และ ประมงไว้ที่นี่ ส่วนไฮไลท์ในงานจะมีกุ้งก้ามกราม GI ที่ขึ้นชื่อของ อ.บางแพ มีสับปะรดจาก อ.บ้านคา  มะพร้าวน้ำหอมจาก อ.ดำเนินสะดวก   ส่วนของ จ.สุพรรณบุรีจะนำข้าวรักษ์โลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำแห้วที่หลายคนทราบมาว่าได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ สมหวัง ” แล้ว  ยังมีปลาสลิดดอนกำยานสินค้า GI  ส่วน จ.กาญจนบุรีที่ต้องห้ามพลาดความอร่อยจากเนื้อหอมและที่ไม่คาว ยังมีทุเรียน จากอ.ทองผาภูมิรสชาติหวานมันเนื้อแห้ง รสชาติอร่อย นำมาจำหน่ายในงานให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองของดี ของอร่อย ๆ ที่มีมารวมที่นี่ถึง 3 จังหวัด ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรที่น่าสนใจอีกมากมาย 
               นายสุพัฒน์ อ่อนคง  เกษตรจังหวัด กล่าวว่า งานเกษตรแฟร์สามบุรี ปีนี้ราชบุรีเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นโอกาสดีของเกษตรกรชาวราชบุรี ที่ได้มีโอกาสเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของดีสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด ส่วนรูปแบบการจัดงานมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์สินค้าเด่นทั้ง 3 จังหวัด  และต้องการชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวราชบุรีมากขึ้น   ซึ่งหลักๆต้องการหาจุดขายของการจัดงาน เป็นกลยุทธทางการตลาด ต้องการให้เห็นภาพอุโมงค์กล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่ยาวที่สุด  โดยทางเข้าอุโมงค์จะเป็นอุทยานนกยูง   นอกจากนี้ยังมีต้นสับปะรดหลากสีที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกับความสวยงามกับสีสันที่แปลกตาช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม ถ่ายรูปแต่ละจุดได้อย่างเพลิดเพลิน   ในงานจะถูกจัดแบ่งออกเป็นแต่ละสถานี เช่น สถานีมะพร้าวน้ำหอมการจัดนิทรรศการ การทำกิจกรรม การสาธิตต่างๆ นักท่องเที่ยวอยากร่วมกิจกรรมก็สามารถทำได้    มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชันโรง การสาธิตการทำสบู่น้ำผึ้งชันโรง การเรียนรู้สายพันธุ์ของชันโรง  ยังมีสับปะรดและผลไม้อื่นๆ กล้วย  กาแฟ  และสินค้าทางเลือกรวม 7 สถานี มาให้ทุกคนที่สนใจชมอย่างใกล้ชิด  
             สำหรับการจัดงานครั้งนี้ได้รวบรวมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจกาเกษตรกรและผู้ประกอบการกว่า 180 ร้านค้า ทั้ง 3 จังหวัด รวมถึง กลุ่ม Smart Farmer  ได้นำเสนอสินค้าทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์และมีการพัฒนาต่อยอดสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง   เช่น เสาวรส กาแฟ  ผำ มัลเบอร์รี่ ชันโรง สับปะรด มะพร้าวน้ำหอม กล้วยน้ำว้า  รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น ยังมีการจัดแข่งขันกินกุ้งก้ามกรามบางแพ การตักกุ้งครั้งละ 99 บาท  การจำหน่ายกุ้งไม้ละ 10 บาท  การแข่งขันทำอาหารจากกุ้งก้ามกราม แข่งขันตำส้มตำลีลา  แข่งขันทำอาหารจากกล้วย  และการประกวดสินค้าการเกษตรและการประกวดกล้วยไม้ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ภายในงานยังมีการการจัดงานด้านเทคโนโลยี การจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการเกษตร เช่น ระบบSmart Farming  การใช้โดรนเพื่อการเกษตร และองค์ความรู้ด้านเกษตรแม่นยำสูง  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองให้เกษตรกรรุ่นใหม่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
              สำหรับไฮไลท์ช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ พบกับกิจกรรมสุดหรรษาพาเพลินไปกับกิจกรรมการแสดงว่าวแฟนซี และกิจกรรม DIY ประดิษฐ์ระบายสี ว่าวปักเป้า ว่าวผีเสื้อ ว่าวนกฮูก   ให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินวิ่งว่าวอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Lucky Draw  เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม50 รางวัล มูลค่ากว่า 80,000 บาท  จับรางวัลทุกวัน เวลา 18.00 น.  ตามสโลแกนที่ว่า “ เที่ยว ชิม ช้อป เรียนรู้ ครบในงานเดียว ” มาเที่ยวได้ที่โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้มในงานเกษตรแฟร์สามบุรี 
// เบญจพร  / ราชบุรี

สิงห์บุรี - สุดอาลัย...พิธีฌาปนกิจ “คุณแม่สุนทร มณเทียรรัตน์” วัย 87 ปี ญาติพี่น้อง-ข้าราชการร่วมส่งดวงวิญญาณครั้งสุดท้ายอย่างสมเกียรติ

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ที่เมรุวัดข่อยสังฆาราม ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ คุณแม่สุน...