Saturday, July 4, 2026

ตระการตา! เพชรบูรณ์เปิดรันเวย์ผ้าไทย โชว์อัตลักษณ์ “ผ้าซิ่นหัวแดงตีนก่าน” ดันซอฟต์พาวเวอร์สู่อนาคต

จังหวัดเพชรบูรณ์ วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา๑๗.๓๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดศรีฐานปิยาราม ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

     จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดศรีฐาน ดำเนินการจัดโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กิจกรรมมหกรรมผ้าไหมทอมือฟืมไม้ และงานหัตถศิลป์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ 

โดยมีพระครูปริยัติพัชรกิจรองเจ้าคณะอำเภอหล่มเก่า เจ้าอาวาสวัดศรีฐานปิยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ และนายสมพงษ์ หอมสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นางกัญญาภัค หอมสนิท รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์  หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงาน โดยมีนางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมีกิจกรรม ดังนี้

๑. กิจกรรมพิธีเปิดและการแสดงศิลปวัฒนธรรม

๒. กิจกรรมการจัดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ และนิทรรศการฟืมและผ้าทอฟืมไม้ในอดีต และจัดแสดงผ้าโบราณ

๓. กิจกรรมเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ และชุดผ้าซิ่นหัวแดงตีนก่านและเดินแบบผ้าไทยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ชาติพันธุ์ ผ้าไทยร่วมสมัย 

๔. กิจกรรมสาธิตมรดกภูมิปัญญา (การมัดหมี่/รังไหม/เปียไหม/แปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋า, ตุ๊กตา) 

๕. กิจกรรมจัดแสดง/สาธิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม และร้านค้าอื่นๆ 

       ในการนี้นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ดังกล่าว 

🌏 รายงานโดย : นางธัญญรัตน์ มั่นทอง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ

🎆 ภาพถ่าย : นายชัชวาลย์  ขาวหอม เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

#กลุ่มส่งเสริม ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

#สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์

สุชาติ" สั่งพัฒนาพื้นที่รื้อถอนรีสอร์ท"ไร่รักษ์ฟ้า"ให้ประชาชนท่องเที่ยวได้​ ภายใต้ระเบียบกรมอุทยานฯ​ อย่างเคร่งครัด

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมอุทยานฯ เร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังรื้อถอนรีสอร์ทรุกป่า "ไร่รักษ์ฟ้า" ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มุ่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้ประชาชนเข้าถึงธรรมชาติได้ พร้อมเน้นย้ำต้องดำเนินทุกขั้นตอนตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ อย่างเคร่งครัด
    ​สืบเนื่องจากความคืบหน้ากรณีอุทยานแห่งชาติเอราวัณดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับ "ไร่รักษ์ฟ้า" รีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยกำชับว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความถูกต้องและยั่งยืน
    ​นายสุชาติ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูงในการเป็นจุดท่องเที่ยว โดยจะมีการปรับปรุงให้เป็น "จุดชมวิวเอราวัณนครินทร์" ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขื่อนศรีนครินทร์ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจีแบบ​ 360 องศา พร้อมสัมผัสบรรยากาศไอหมอกในช่วงเช้าและแสงสีทองยามพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างชัดเจน
    ​รมว.ทส. เน้นย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่นี้จะมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ โดยจะไม่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรขนาดใหญ่ที่รบกวนธรรมชาติ แต่จะใช้การปรับปรุงภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับสภาพป่าเดิม เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดพื้นที่การใช้งานที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการขยายตัวกระทบต่อระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งนี้ เพื่อให้ผืนป่าที่ทวงคืนมาได้กลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้อย่างสมบูรณ์เช่นเดิม
    ​สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว จะดำเนินการภายใต้มาตรการที่รัดกุม คือ​ จะมีการจัดตั้งจุดประสานงานเพื่อคอยให้ข้อมูลและดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา​ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ ผสานความร่วมมือกับตำรวจท้องที่ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย​ กำหนดเขตเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและจุดถ่ายภาพที่ปลอดภัย มีการจัดทำป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือนที่ชัดเจน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการพลัดหลงของนักท่องเที่ยว
    ​"การเปลี่ยนพื้นที่บุกรุกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จะต้องทำอย่างรอบคอบตามระเบียบปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่านี่คือพื้นที่ของทุกคนที่ปลอดภัย มีระเบียบ และสวยงามอย่างยั่งยืน" นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย
#MNRE #ทส #ทวงคืนผืนป่า #อุทยานแห่งชาติเอราวัณ #ไร่รักษ์ฟ้า #ปราบปรามผู้มีอิทธิพล 

    /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

โครงการคนละลูก มอบอุปกรณ์กีฬา ให้นาคอเรือ อคาเดมี ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

ภายใต้โครงการคนละลูก “ส่งต่อฝัน แบ่งปันสุข” ส่งมอบอุปกรณ์กีฬา หนุนเยาวชน นาคอเรือ อคาเดมี ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มุ่งสู่ฝันด้านกีฬา
​4 กรกฎาคม 2569 – โครงการคนละลูก และพันธมิตร บริษัทน้ำหวานแคนดี้ บอย จำกัด บริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เจ บี เอ็น จำกัด บริษัท พี.เค.พี. เท็กซ์ไทล์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) ร่วมมือจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ผ่านโครงการคนละลูก ส่งต่อฝัน แบ่งปันสุข นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อสีแดง)มอบอุปกรณ์กีฬาให้ นายสุนทร บุญทา ผู้จัดการ นาคอเรืออคาเดมี ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 
วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ ศาลาศรีนวล กอดอกแก้ว ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธาน​โครงการ  กล่าว โครงการ“ส่งต่อฝัน แบ่งปันสุข” เกิดขึ้นจากความเล็งเห็นถึงความสำคัญของกีฬาที่จะช่วยพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และสร้างระเบียบวินัยให้แก่เยาวชน ทว่าในพื้นที่ห่างไกลหลายแห่งยังคงขาดแคลนอุปกรณ์กีฬาที่เพียงพอ การสนับสนุนกลุ่มเยาวชน “นาคอเรือ อคาเดมี” ในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมโยงความสุขและเติมเต็มความฝันให้เด็กๆ ได้มีโอกาสฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจังต่อไป
​วัตถุประสงค์หลักของโครงการ:
​ส่งเสริมการเข้าถึงกีฬา: มอบโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ
​สร้างแรงบันดาลใจ: สนับสนุนให้เด็กๆ เดินตามความฝัน มุ่งมั่นสู่การเป็นนักกีฬาในอนาคต
​พัฒนาชุมชน: ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีและห่างไกลอบายมุข

สวนนงนุชพัทยา ปลูก “มะพร้าวทะเล” เพิ่ม 23 ต้น ขยายภารกิจอนุรักษ์พันธุ์พืชระดับโลก สร้างประชากรนอกถิ่นกำเนิดครั้งใหญ่ที่สุดของสวนพฤกษศาสตร์

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณค่ายลูกเสือ สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมเพื่อนนักเรียนจากวิทยาลัยเซนต์ สตีเฟ่น สแตนลีย์ ฮ่องกง ร่วมปลูกมะพร้าวทะเล (Coco de Mer) เพิ่มอีก 23 ต้น นับเป็นการปลูกมะพร้าวทะเลพร้อมกันมากที่สุดครั้งหนึ่งของสวนพฤกษศาสตร์ และเป็นก้าวสำคัญในการขยายภารกิจอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากระดับโลก
การปลูกครั้งนี้ทำให้สวนนงนุชพัทยามีมะพร้าวทะเลรวมทั้งสิ้น 58 ต้น จากเดิม 35 ต้น พร้อมต้นกล้าอีก 25 ต้น ซึ่งแต่ละต้นมีมูลค่าประมาณ 500,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในคอลเลกชันมะพร้าวทะเลที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นฐานการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชนอกแหล่งกำเนิด (Ex Situ Conservation) ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า การปลูกมะพร้าวทะเลในวันนี้ คือการทำเพื่ออนาคตเพราะการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากต้องอาศัยความต่อเนื่องและความอดทนหลายสิบปี สวนนงนุชพัทยามุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวม อนุรักษ์ ศึกษา และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพันธุกรรมพืช เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าให้กับคนรุ่นต่อไป
มะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด (Coco de Mer) เป็นปาล์มหายากที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะบนเกาะเล็ก ๆ ในหมู่เกาะเซเชลส์ กลางมหาสมุทรอินเดีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Lodoicea maldivica เป็นพืชที่มีเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพืชที่ทรงคุณค่าที่สุดของวงการพฤกษศาสตร์ เนื่องจากพบได้ในธรรมชาติเพียงไม่กี่แห่งและอยู่ภายใต้การคุ้มครองอย่างเข้มงวด  ในอดีตชาวเรือมักพบผลของมะพร้าวทะเลลอยอยู่กลางมหาสมุทร โดยไม่มีผู้ใดเคยพบต้นกำเนิด จึงเชื่อกันว่าต้นของมันเจริญเติบโตอยู่ใต้ทะเล จึงเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Coco de Mer หรือ “มะพร้าวทะเล” ความลึกลับนี้ทำให้ผลมะพร้าวทะเลกลายเป็นของล้ำค่าหายากยิ่งกว่าอัญมณี 

แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งตรวจสอบบริษัทแรงงานต่างด้าวภูเก็ต พบห้างหุ้นส่วนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้าม เร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. ตามข้อสั่งการของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มอบหมายให้กองบังคับการควบคุมการแก้ปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ บูรณาการร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต และสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 แห่ง เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ
ผลการตรวจสอบพบว่า จุดแรก ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนที่ตั้งไว้เลขที่ 19/2 ซอย 10 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ไม่มีการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานจริง โดยพบว่าเป็นเพียงห้องเช่าขนาดเล็ก มีผู้พักอาศัยอยู่เพียง 2 คน ทั้งที่ห้างหุ้นส่วนแห่งนี้มีแรงงานต่างด้าวในฐานะลูกจ้างอยู่ในระบบจำนวน 843 คน
จุดที่สอง บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ทรู เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต ดำเนินธุรกิจนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรไทย จากการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดตามกฎหมาย
จุดที่สาม บริษัท ทรู เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต ประกอบธุรกิจรับจัดทำเอกสารและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย จากการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดของบริษัท แต่พบว่าภายในสำนักงานมีการดำเนินงานของ ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด ร่วมอยู่ด้วย จึงได้ขยายผลการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด มีคนต่างชาติเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จึงมีสถานะเป็นห้างหุ้นส่วนต่างด้าว แต่กลับประกอบกิจการรับดำเนินการด้านเอกสารให้แก่แรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นกิจการที่กฎหมายห้ามคนต่างด้าวประกอบ นอกจากนี้ ยังพบว่า นายปาย โซ ตู สัญชาติเมียนมา มีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ทรู เซอร์วิส จำกัด และบริษัท ทรู เซอร์วิส จำกัด ซึ่งไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัท แต่ยังมีรายชื่อเป็น 1 ใน 2 หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด จึงเข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ดำเนินคดีกับกรรมการผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด พร้อมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งเลิกกิจการ โดยความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลจะมีโทษปรับเพิ่มเติมวันละ 10,000 บาท
ทั้งนี้ หากศาลมีคำสั่งให้เลิกกิจการ จะส่งผลให้แรงงานต่างด้าวจำนวน 843 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วน ตรีชาติ จำกัด ต้องหานายจ้างรายใหม่ภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรักษาสถานะการทำงานและการพำนักในราชอาณาจักรไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย


//ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า   /3 กรกฎาคม 2569/

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

อบต.ชมพู เปิดงาน 'ชม ชิม ช็อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู' คาดเงินสะพัดกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

พิษณุโลก – รองผู้ว่าฯ เปิดงานเทศกาลผลไม้ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง ยกระดับ "บ้านรักไทย" สู่แหล่งปลูกทุเรียนและผลไม้เมืองหนาวที่สำคัญของจังหวัด เผยพื้นที่เพาะปลูกพุ่งทะลุ 6,000 ไร่ เกษตรกรยิ้มรับรายได้สะพัดหลักแสนตลอดงาน 2 วัน
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ พลับพลาที่ประทับ หมู่ที่ 7 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "ชม ชิม ช็อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู 2569" โดยมี นางสาวมนัส สิงหเดช นายอำเภอเนินมะปราง นายศิลา ปัญจรี นายกเทศมนตรีบ้านแยง พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและเกษตรกรเจ้าของสวนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยมี นายบุญชนะ คลองภูเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชมพู เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
นายบุญชนะ คลองภูเขียว นายก อบต.ชมพู เปิดเผยว่า พื้นที่ตำบลชมพูมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการปลูกผลไม้หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะผลไม้เมืองหนาวและทุเรียน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนในตำบลรวมแล้วกว่า 6,000 ไร่ และยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทุเรียนยังคงเป็น "ราชาแห่งผลไม้" ที่ตลาดมีความต้องการสูง
"การจัดงานในครั้งนี้ อบต.ชมพู มุ่งหวังที่จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิตคุณภาพจากสวนมาจำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ตลอดระยะเวลา 2 วันของการจัดกิจกรรม จากสถิติปีที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรบางรายที่เป็นสวนขนาดใหญ่สามารถสร้างรายได้จากการขายผลผลิตภายในงานได้สูงถึงหลักแสนบาท ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม" นายก อบต.ชมพู กล่าว
สำหรับไฮไลต์ภายในงาน นอกจากการจัดจำหน่ายทุเรียนและผลไม้สดใหม่ตัดจากต้นแล้ว ยังมีสินค้า OTOP ของดีชุมชน และอาหารพื้นถิ่นให้เลือกชิมท่ามกลางบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความบันเทิงและการประกวดอีกมากมาย อาทิ การประกวดทุเรียนหมอนทองคุณภาพ, กิจกรรมแข่งขันปอกและกินทุเรียน, การประกวดร้องเพลง, การแข่งขันแข่งขันมอเตอร์ครอส และกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมสวนผลไม้
ทั้งนี้ งาน "ชม ชิม ช็อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู 2569" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 ณ พลับพลาที่ประทับ หมู่ที่ 7 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมอุดหนุนผลผลิตจากเกษตรกรและสัมผัสเสน่ห์ทางการท่องเที่ยวของตำบลชมพูในวันและเวลาดังกล่าว

ตระการตา! เพชรบูรณ์เปิดรันเวย์ผ้าไทย โชว์อัตลักษณ์ “ผ้าซิ่นหัวแดงตีนก่าน” ดันซอฟต์พาวเวอร์สู่อนาคต

จังหวัดเพชรบูรณ์ วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา๑๗.๓๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดศรีฐานปิยาราม ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ...