Wednesday, August 19, 2026

พิษณุโลก ผบ.ทบ.ร่วมงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 124

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 124 โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา กำลังพล และข้าราชการกองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมรำลึกถึงพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีคุณูปการต่อชาติและแผ่นดินไทย 
จากนั้นได้ประกอบพิธีปลูกต้นมหาพรหมราชินี เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นสัญลักษณ์แห่งการสืบสานภารกิจของกองทัพภาคที่ 3 ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ต่อมา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ร่วมประกอบพิธีสงฆ์ เนื่องในวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 โดยมี พลเอก ศิริ  ทิวะพันธุ์  อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลและหน่วยงาน พร้อมทั้งอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ และกำลังพลของกองทัพภาคที่ 3 ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว อันเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวที และการรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่กำลังพลรุ่นปัจจุบันในการสืบทอดอุดมการณ์และภารกิจของกองทัพต่อไป
สำหรับกองทัพภาคที่ 3 ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2445 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พลโท เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) เป็นแม่ทัพใหญ่ คุมกองทหารจากกรุงเทพมหานครและราชบุรีขึ้นไปปราบปรามกลุ่มโจรเงี้ยวที่ก่อความไม่สงบในเมืองแพร่และลำปาง จนสามารถคลี่คลายสถานการณ์และนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่พื้นที่ได้สำเร็จ

จากภารกิจดังกล่าว กองทัพภาคที่ 3 จึงยึดถือวันที่ 20 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 และตลอดระยะเวลา 124 ปีที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 3 ได้พัฒนาขีดความสามารถและปรับบทบาทให้สอดคล้องกับบริบทด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยังคงยึดมั่นในภารกิจสำคัญในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
ปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 3 มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ มีภารกิจสำคัญตามที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพบก ทั้งด้านการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายใน การกำกับดูแลพื้นที่ชายแดน การสกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ตลอดจนการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
124 ปีแห่งความมุ่งมั่น “ปกป้องประเทศ ดูแลประชาชน”

ศิลปินกราฟฟิตี้ดัง Alexface ลุยพัทยา โชว์ผลงานสตรีทอาร์ต ปลุกสีสันตรอกโรงยา บ้านนาเกลือ

มีรายงานว่า กลุ่มศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังของไทย นำโดย Alex Face หรือพัชรพล แตงรื่น ศิลปินไทยเจ้าของคาแรกเตอร์เด็กหน้าบึ้งใส่ชุดกระต่ายที่มีผลงานดังไกลทั่วโลก ได้ลงพื้นที่บ้านนาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรังสรรค์ผลงานศิลปะสร้างสีสันในเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลาย 
โดยทางคณะศิลปินได้เลือกกำแพงและผนังของอาคารภายในตรอกโรงยา ซึ่งเป็นซอยเก่าแก่ในชุมชนนาเกลือที่ยังมีเสน่ห์ความคลาสสิกหลงเหลือ เพื่อแสดงผลงานศิลปะสตรีทอาร์ท ไว้เป็นจุดเช็คอินหรือถ่ายภาพที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเดินทางยังเมืองพัทยา ซึ่งบ้านนาเกลือยังมีเอกลักษณ์น่าสนใจอีกหลายอย่าง 
อนึ่ง ศิลปินกราฟฟิตี้ คือผู้สร้างสรรค์งานศิลปะบนพื้นที่สาธารณะหรือกำแพง โดยใช้สเปรย์หรือสีพ่นเพื่อสื่อสารเรื่องราว สังคม หรือตัวตน ผ่านงานศิลปะที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้ในที่สาธารณะ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยทั่วไป ศิลปินกลุ่มนี้มีทั้งระดับโลกและศิลปินไทยที่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก คลิปเดือด!ว่อนโซเชียล! ชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์เปิดศึกฟัดกับชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ.เนินมะปราง เจาะลึกชนวนเหตุ ปมเบื้องหลังเรื่องปิดทางสัญจรที่ดินวัด ขณะที่ชาวบ้านคู่กรณีหน้าบวมปูด ยันโดนกระโดดใส่ก่อน ล่าสุดแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ส่วนชายคล้ายพระยังกบดานเงียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีการแชร์คลิปวิดีโอสุดดุเดือดบนโลกออนไลน์ เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทและชกต่อยกันอย่างรุนแรงระหว่างชาวบ้านกับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม
ล่าสุด วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก จนกระทั่งพบกับ "นาย พ." (นามสมมติ) ชายปรากฏในคลิป ซึ่งอยู่ในสภาพมีบาดแผลบวมช้ำบริเวณรอบดวงตาและจมูกอย่างเห็นได้ชัด
นาย พ. เปิดเผยชนวนเหตุสุดเดือดว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา จากปัญหากรณีพิพาทที่ดินสัญจร โดยคู่กรณีได้นำสิ่งกีดขวางมาปิดเส้นทางเดินเข้า-ออกที่ชาวบ้านใช้มานาน ทั้งที่เดิมทีเจ้าของที่ดินแบ่งขายให้วัดไป 1 ไร่ จากทั้งหมดไร่เศษ โดยมีพยานและเจ้าของเดิมยืนยันชัดเจน แต่คู่กรณีกลับพยายามจะล้อมรั้วปิดทางทั้งหมด
"วันเกิดเหตุตั้งใจเดินไปบอกให้เขาเอาสิ่งกีดขวางออก ไม่ได้คิดจะไปมีเรื่องเลยสักนิด แต่จังหวะพูดคุย อีกฝ่ายเกิดอารมณ์ร้อน ไม่ฟังเหตุผล แล้วกระโดดเข้าใส่ก่อน ทำให้เกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงชกต่อยกันตามภาพที่ปรากฏในคลิป" 
หลังเกิดเหตุ นาย พ. ได้เดินทางไปทำแผลที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (อนามัย) พร้อมนำหลักฐานเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าสิ่งที่ต้องการมีเพียงแค่การเปิดทางสัญจรให้กลับมาใช้ได้ตามปกติเท่านั้น ไม่ได้อยากมีคดีความ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดตามหาตัวชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์คู่กรณีที่ปรากฏในคลิป เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงอีกด้าน แต่ยังไม่พบตัวและยังไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าหรือได้รับการชี้แจงจากฝ่ายคู่กรณี จะรายงานให้ทราบต่อไป

Tuesday, August 18, 2026

อดีตผู้การยะลา ได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน ขึ้นรองผบช.ไซเบอร์ผลงานโดดเด่น

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ถือเป็นนายตำรวจระดับคีย์แมนที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างมากในวงการตำรวจ ทั้งในแง่ของ งานสืบสวนปราบปราม และ งานบริหารในพื้นที่ยุทธศาสตร์

​1. เส้นทางและผลงานเด่น

​อดีตผบก.ภ.จว.ยะลา เป็นที่จดจำของคนในพื้นที่จากสไตล์การทำงานที่เข้าถึงประชาชน นโยบายเปิดประตูโรงพักรับฟังปัญหา และความเด็ดขาดในการลุยปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
​ผลงานใน บช.สอท. (ตำรวจไซเบอร์) มีบทบาทสำคัญในการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นภารกิจหลักระดับชาติในปัจจุบัน

​2. คุณสมบัติและความเหมาะสมในการขึ้น ผบช.

​ประสบการณ์ครบเครื่อง: ผ่านทั้งงานสืบสวนในพื้นที่ความมั่นคงสูง (ชายแดนใต้) และงานปราบปรามอาชญากรรมสมัยใหม่ (ไซเบอร์)
​ภาวะผู้นำและมนุษยสัมพันธ์: มีจุดเด่นเรื่องการครองใจผู้ใต้บังคับบัญชา การประสานงานกับมวลชน และการสื่อสารกับสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา

​ด้วยลำดับอาวุโสและผลงานเชิงประจักษ์ทั้งในพื้นที่ภาคใต้และในกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ต.ทินกร จึงเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองอย่างยิ่งในทุกๆ ฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บังคับบัญชา

นายกอบจ.สงขลา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 1/2569

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุม ชั้น 4 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายฉัตรเพชร ครูอำโพธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน องค์กร อาสาสมัคร และภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วม
          การจัดทำแผนปฏิบัติการฯ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดบทบาทขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในการสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่
          สำหรับแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569-2570 จะเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานและการสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณภัยในระดับพื้นที่ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันและลดความเสี่ยง การเตรียมความพร้อม การเผชิญเหตุ ตลอดจนการฟื้นฟูและเยียวยาภายหลังเกิดภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
          โดยจะนำผลการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ประกาศใช้เป็นแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมทั้งจัดส่งแผนดังกล่าวให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และเสนอรายงานไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อทราบต่อไป
          ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีบทบาทในการสนับสนุนการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ ด้วยความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกล และงบประมาณ จึงจำเป็นต้องมีแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมกับบริบทของจังหวัดสงขลา

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้อง “นิพนธ์ บุญญามณี” คดีไม่จ่ายเงินค่ารถ ชี้ใช้อำนาจตรวจสอบเพื่อประโยชน์ราชการ ไม่พบเจตนากลั่นแกล้งเอกชน

       วันนี้ (18 สิงหาคม 2569) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) เป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ จำนวน 2 คัน วงเงินกว่า 50 ล้านบาท ให้แก่บริษัทคู่สัญญา โดยศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องนายนิพนธ์ หลังเห็นว่าพยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งให้บริษัทคู่สัญญาได้รับความเสียหาย
         ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นสำคัญว่า การที่นายนิพนธ์สั่งให้มีการตรวจสอบและทดสอบรถทั้ง 2 คันเพิ่มเติม เป็นการดำเนินการในฐานะนายก อบจ.สงขลา ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและสั่งการเพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการ โดยเฉพาะเมื่อการจัดซื้อรถทั้ง 2 คันมีวงเงินสูงกว่า 50 ล้านบาท แต่ มีใบตรวจรับเพียงแผ่นเดียว จึงมีเหตุอันควรที่จะต้องตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงและความถูกต้องก่อนดำเนินการต่อไป
ศาลเห็นว่า การสั่งให้ตรวจสอบดังกล่าวมิใช่การใช้อำนาจไปยกเลิกผลการตรวจรับโดยพลการ แต่เป็นการสั่งการในฐานะหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ารถที่จัดซื้อมาสามารถใช้งานได้ตรงตามคุณลักษณะและวัตถุประสงค์ของทางราชการ จึงมีอำนาจสั่งให้มีการทดสอบระบบของรถทั้ง 2 คันได้

นอกจากนี้ ก่อนมีการสั่งทดสอบรถ นายนิพนธ์ยังได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้อประกอบที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยมิได้ดำเนินการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งบริษัทคู่สัญญา แต่เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจในฐานะผู้บริหาร

ศาลยังพิจารณาลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับการทดสอบรถ โดยปรากฏว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 จำเลยได้ลงนามให้บริษัทนำรถมาทดสอบระบบ แต่บริษัทมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าว และต่อมามีหนังสือแจ้งว่าจะนำรถเข้าทดสอบในวันที่ 7 มกราคม 2557 ดังนั้น ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในการนำรถเข้าทดสอบจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเกิดจากการประวิงเวลาของจำเลย

อีกทั้ง บริษัทคู่สัญญามิได้โต้แย้งว่าการสั่งให้ทดสอบรถเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบในขณะนั้น ศาลจึงเห็นว่าการสั่งตรวจสอบและทดสอบรถของจำเลยยังอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ และเป็นการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ

นายลิขิต ซึ่งเป็นพยานโจทก์และผู้เชี่ยวชาญจากกรมบัญชีกลาง ได้ให้การต่อศาลในสาระสำคัญว่า จำเลยสามารถสั่งให้มีการทดสอบรถได้ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ อีกทั้งเมื่อมีประเด็นร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง การเบิกจ่ายเงินในช่วงดังกล่าวย่อมไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เนื่องจากหากมีการเบิกจ่ายทั้งที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการจัดซื้อ ก็อาจทำให้ผู้อนุมัติเบิกจ่ายถูกพิจารณาได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือสมรู้ร่วมคิดกับผู้กระทำความผิด

ศาลอุทธรณ์ยังวินิจฉัยถึงขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินว่า ไม่ปรากฏว่ามีการเสนอ “ฎีกาเบิกจ่าย” ต่อจำเลยตามขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทย โดยฝ่ายพัสดุมีเพียงบันทึกข้อความแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตรวจสอบและทดสอบรถ แต่ไม่ได้มีฎีกาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเสนอให้นายก อบจ.สงขลาอนุมัติเบิกจ่ายเงินแก่บริษัท

ตามระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเบิกจ่ายจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและมีเอกสารฎีกาที่ถูกต้อง ดังนั้น เมื่อยังไม่มีฎีกาเสนอให้จำเลยอนุมัติเบิกจ่ายเงิน จำเลยจึงยังไม่อาจสั่งเบิกจ่ายเงินได้ และหากใช้บันทึกข้อความหรือเอกสารอื่นแทนฎีกาเพื่ออนุมัติจ่ายเงิน ก็อาจเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบและก่อให้เกิดความรับผิดแก่ผู้อนุมัติเอง

ในส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อ ศาลพิจารณาว่า ภายหลังมีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ และข้อสงสัยเรื่องการสมยอมหรือฮั้วประมูล จนฝ่ายนิติการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามีหนังสือให้ อบจ.สงขลา ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดให้ดำเนินการทั้งทางแพ่งและทางอาญา

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถาม การสั่งทดสอบรถ การตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีฎีกาเสนอให้จำเลยอนุมัติเบิกจ่ายเงินตามขั้นตอน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยจงใจใช้อำนาจหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อกลั่นแกล้งบริษัทคู่สัญญา

การกระทำของนายนิพนธ์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องนายนิพนธ์ บุญญามณี

กาญจนบุรี รวมพลัง ปกครองตำรวจ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 3.7 หมื่นเม็ด ตามยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติดให้สิ้นซาก

    เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น.ที่ บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ภายใต้ “ยุทธการผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” (Operation 90 Days) โดยมี พล.ต.ต. พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี 
พล.ต.สหัสดนย์  ธเนศชัยพิทักษ์ รอง ผบ.นบ.ยส.17 ร่วมกับฝ่ายปกครอง กอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรี หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันตก และกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 แถลงผลการปฏิบัติงานร่วมกัน
    การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลที่มุ่งบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างเด็ดขาด โดยยุทธการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569
    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 16.40 น.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบจากสายข่าวว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดบริเวณลานจอดรถเกาะรัตนกาญจน์ ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถต้องสงสัยขับเข้ามาจอด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าค้นและจับกุม นายประยงค์ หรือ “โย” อายุ 46 ปี ชาว อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี
    จากการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ ทะเบียน 1กส 3458 ราชบุรี พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 11 มัด (ประมาณ 22,000 เม็ด) ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นห้องเช่าของผู้ต้องหาในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา พบยาบ้าเพิ่มเติมอีก 7 มัด 5 ถุง (ประมาณ 15,000 เม็ด) และยาบ้าสำหรับเสพอีก 12 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 37,012 เม็ด พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
    ชั้นสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าสั่งซื้อยาบ้ามาจากเพื่อนที่รู้จักกันสมัยถูกคุมขังในเรือนจำ ซึ่งรับยามาจากเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายประยงค์ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 543/2569 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย
    เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า, เสพยาเสพติดประเภท 1 และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการต่อไป 
 ////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

พิษณุโลก ผบ.ทบ.ร่วมงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 124

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปี...