Thursday, June 4, 2026

"กมธ.เกษตรฯ" รุดติดตามเหตุ "นกกระจอกเทศตายปริศนา" คาดรู้ผลแล็บสัปดาห์หน้า

ช่วงบ่ายวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ปอยในฐานะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ได้มีโอกาสพูดคุยติดตามความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบสาเหตุการตายของซากนกกระจอกเทศและตัวอย่างกระหล่ำที่ได้มาจากฟาร์มต้นเรื่อง ขอขอบคุณท่านธวัชชัย เพชระบูรณิน ท่านทสจ.จังหวัด ได้ช่วยประสานงานนัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปศุสัตว์จังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ด่านกักกันสัตว์ ปศุสัตว์อำเภอและอาสาสมัครปศุสัตว์ตำบลท่าพล ร่วมให้ข้อมูลสรุปได้ ดังนี้
1. ไม่พบซากกระบือ พบเพียงซากนกกระจอกเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบที่ส่งไปพิสูจน์ที่กรมปศุสัตว์ (ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์) ซึ่งคาดว่าผลตรวจสอบน่าจะออกสัปดาห์หน้า
2. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์กำลังจัดเตรียมประชาสัมพันธ์ข้อมูลวิชาการที่จะใช้เกี่ยวกับการให้อาหารสัตว์ที่ถูกวิธี
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

พะเยา - ศรัทธาแน่นวัด! “พระธรรมวชิรกวี” นำคณะธุดงค์ธรรมยาตรา พุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรล้นหลาม ที่วัดพระธาตุจอมไคร้

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. พระธรรมวชิรกวี (ยงยุทธ ยุตฺตธมโม ป.ธ.9) ที่ปรึกษาเจ้าคณะ และเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร ได้นำคณะพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชน ในการเดินธุดงค์ธรรมยาตรา ตาม “โครงการปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา ‘วัง’ สร้างศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิ ปีที่ 9 (ระยะที่ 2)” เข้ารับบิณฑบาตและประกอบพิธีถวายภัตตาหารเพล ณ วัดพระธาตุจอมไคร้ ตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และใกล้เคียง ที่พร้อมใจกันแต่งกายสุภาพ นำอาหารคาวหวาน น้ำดื่ม และเครื่องไทยธรรม มาร่วมทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์จำนวนมากอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางความสงบเรียบร้อยและความปลื้มปีติของผู้เข้าร่วมงาน ภาพของพระภิกษุสามเณรที่เดินธุดงค์อย่างสำรวม พร้อมด้วยชาวบ้านที่ร่วมใส่บาตรด้วยรอยยิ้มและความศรัทธา สะท้อนถึงความงดงามของพระพุทธศาสนาและวิถีชีวิตชุมชนไทยได้อย่างชัดเจน
การเดินธุดงค์ธรรมยาตราในครั้งนี้ มีพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา เข้าร่วมรวมกว่า 100 รูป/คน ออกเดินเผยแผ่พระธรรมคำสอนผ่านพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดพะเยา ระยะทางมากกว่า 200 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม ถึง 5 มิถุนายน 2569 เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความเข้าใจในหลักธรรมแก่ประชาชน
โครงการปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา “วัง” สร้างศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิ ปีที่ 9 (ระยะที่ 2) ดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชน ให้เป็นศาสนทายาทที่มีคุณภาพ และสามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง และเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชน ให้เป็นศาสนทายาทที่มีคุณภาพ สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามแนวทางอริยมรรคได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ ไฮไลท์สำคัญของโครงการในระยะที่ 2 คือการคัดเลือกพระภิกษุจำนวน 30 รูป เพื่อเดินทางไปจำพรรษา ศึกษา และปฏิบัติธรรม ณ วัดไทยธรรมศาลา เมืองดารัมซาล่า ประเทศอินเดีย เป็นระยะเวลา 5 เดือน ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 15 ธันวาคม 2569 เพื่อสั่งสมประสบการณ์ในแดนพุทธภูมิ และนำองค์ความรู้กลับมาสืบสานพระพุทธศาสนาในประเทศไทยต่อไป
//ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์  // รายงาน//

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 จับกุม “ข้าวสารเม็ดเล็ก” เมืองกำเนิดต่างประเทศ ลักลอบนำเข้า กว่า 31 ตันมูลค่ากว่า 2.8 ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้าในประเทศ  ดร. เอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย  เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569  นางสาวสุนทรียา  ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวลลิตา  อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.2 พร้อมด้วยนายณัฐภูมิ ดอกพุฒ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ศภ.2 ร่วมกับหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. ร่วมกันตรวจค้นรถบรรทุกพ่วง บริเวณพื้นที่ อ. อุทุมพรพิสัย จ. ศรีสะเกษ  ผลการตรวจค้นพบ ข้าวสารเม็ดเล็ก เมืองกำเนิดต่างประเทศ จำนวน 620 กระสอบ น้ำหนักรวม 31,000 กิโลกรัม ไม่มีหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร มูลค่ากว่า 2.8 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของพร้อมรถบรรทุกไว้เป็นของกลางส่งด่านศุลกากรเขมราฐ และนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป กรณีเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
//วิลาสินี เจริญสุ/รายงานจากมุกดาหาร โทร081-5926966//

“ทวี” จี้ กมธ.กฎหมายฯ ติดตามคดีลอบยิง “กมลศักดิ์” หลังพบปืนเชื่อมโยงกองทัพเรือ หวั่นถูกตัดตอน

วันที่ 4 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม
โดยก่อนเริ่มการประชุม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่านายกมลศักดิ์ได้ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการเนื่องจากมีความกังวลว่าการดำเนินคดีในปัจจุบันอาจไม่สามารถสืบสวนไปถึงตัวผู้บงการได้ ทางคณะกรรมาธิการจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักถาม
โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่เคยระบุว่าเป็นปืนเถื่อน แต่ภายหลังกลับพบข้อมูลว่าเป็นอาวุธปืนของจ่าสังกัดกองทัพเรือ และมีร่องรอยการถูกแก้ไขหรือทำลายสภาพ จึงเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดอาวุธปืนของทางราชการที่ชำรุดเสียหายจึงถูกนำมาใช้ก่อเหตุ และยังมีข้อมูลว่ามีการทำลายอาวุธในลักษณะนี้อีกเป็นจำนวนมาก คณะกรรมาธิการจึงต้องการตรวจสอบว่าปืนที่มอบให้กองทัพถูกจำหน่ายไปที่ใด และปืนอีกกระบอกมีที่มาอย่างไร เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้กรอบกฎหมายตามที่นายกมลศักดิ์มีความกังวล
ขณะที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ระบุถึงสาเหตุที่ต้องมาร้องต่อคณะกรรมาธิการว่า เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยานพาหนะที่ใช้เป็นของหน่วยงานรัฐ และอาวุธปืนก็มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ ทำให้ตนเกิดความไม่สบายใจและมีคำถามว่าฝ่ายสืบสวนสอบสวนอาจยังทำงานไม่ถึงที่สุดในการหาตัวผู้บงการ ทั้งที่ลักษณะการก่อเหตุมีการวางแผนมาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่น่าจะมีเพียงผู้ก่อเหตุที่ถูกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วเท่านั้น
ตนจึงต้องการฟังความชัดเจนจากการชี้แจงของหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าของคดีปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ที่มีการวางแผนล่วงหน้าหลายเดือน ซึ่งตนทราบมาว่าข้อมูลดังกล่าวจะมีการลบอัตโนมัติภายในระยะเวลา 3 เดือน หากกระบวนการล่าช้าหรือขาดความจริงใจจะทำให้ไม่สามารถสืบสาวถึงความจริงได้ โดยนายกมลศักดิ์ย้ำว่าตนเองไม่ได้กลัวว่าคดีจะเงียบหาย แต่มีความกังวลว่าจะเกิดการตัดตอนกระบวนการยุติธรรมเพื่อไม่ให้ถึงตัวผู้บงการ

สงขลา ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย หาดใหญ่ ร้อง สว.ช่วยติดตามเงินเยียวยา หลังร้องศูนย์ดำรงธรรม แล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้า

เมื่อวันที่  4 มิถุนายน นางสุนันท์ สุวรรณชู อายุ 62 ปี อยู่ที่ บ้านเลขที่ 1122  ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เดินทางมาพบนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก สายสื่อมวลชน เพื่อขอให้เป็น สื่อกลาง ในการทวงถามเงินช่วยเหลือเยียวยาจากการเสียชีวิตของรจนา สุวรรณชู อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 ซอย 13 ถนนเทศาพัฒนา ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เป็นหลานสาว และเสียชีวิตจากการจมน้ำ ในการเกิดอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568  ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ส่งศพไปทำการชันสูตรศพที่ ร.พ.มอ.  หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยแพทย์ลงความเห็นว่าขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ  ซึ่งเป็นศูนย์รับเรื่องของผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุทกภัย และได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.อ.ชัยกฤต ทองคำ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่  มีการออกใบมรณะบัตร เป็นที่ถูกต้อง แต่ รอจนถึงบัดนี้ผ่านไป 6 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบว่า ญาติ จะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่  
โดยล่าสุด ตนได้เดินทางไปร้องทุกข์กับ ศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีคำตอบจากศูนย์ดำรงธรรมแต่อย่างใด ผู้เสียชีวิตมีลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และไม่มีญาติที่จะเรียกร้อง ตนซึ่งเป็นป้าของผู้ตายจึงต้องรับภาระ ในการติดตามทวงถามจากหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด จึงได้เข้ามาพบ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อขอให้เป็น สื่อกลาง ในการช่วยเหลือติดตามเงินเยียวยาของผู้เสียชีวิตจาก น้ำท่วมใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 ที่ผ่าน

กยท.ไอเดียเลิศ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ด้วยการทำน้ำหมัดชีวภาพจากน้ำนมดิบ ส่งเสริมให้เกตรกรใช้ เป็นปุ๋ยบำรุงดินและพืชซึ่งได้ผลดีกว่าปุ๋ยเคมี

นายญาณกิตต์  ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ การยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ากิกฤตน้ำนมดิบที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมผลิตได้ล้นตลาด  สาเหตุเกิดจากการนำเข้านมผงราคาถูกจาก FTA ( ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์  ทำให้ตนทุนการผลิตในไทยสูง  เกษตรกรต้องแบกต้นทุนจาก อาหารสัตว์ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถแข่งขันราคาได้   และเพื่อช่วยเหลือเกตรกรผู้เลี้ยงโคมนม จึงได้หาทางออกในการดูดซับน้ำนมดิบที่ล้านตลาดด้วยการนำมา ผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ ซึ่งเป็นสูตรการผลิตจากกรมพัฒนาที่ดิน ด้วยการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว  สปก. กรมปศุสัตว์  เกษตรกร  เพื่อให้เป็นทียอมรับของผู้ใช้ และเป็นที่ต้องการของตลาด  และหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ มีการส่งเสริมและสนับสนุน พร้อมทั้ง ถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตน้ำหมักชีวภาพฯ ให้กับเกษตรกรที่มีความสนใจ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการปลูกพืช ชนิดต่างๆ
โดยคุณสมบัติของน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ มีอะมิโน,โปรตีน ( เคซีน ,โกลบูมีน ) ช่วยเร่งการเจริญตอบโตของพืช  ส่งเสริมการแตกใบ  แตกยอด  ช่วยให้รากแข็งแรง  ดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น  มีธาตุอาหารหลัก และอาหารรอง  ที่พืชต้องการ เช่น ฟอสฟอรัส  โพแตสเซียม แคลเซียม และ แมกนีเซียม  ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างเชลล์พืช ลดปัญหาใบอ่อนบิดงอ  หรือ ยอดแห้ง  เหมาะสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์  และ การลดใช้สารเคมี และในน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ ยังมีจุลินทรีย์ แลคโตบาซิลัส ช่วยปรับปรุงสมดุลจุลินทร์ในดิน ช่วยบำรุงดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี กระตุ้นการย่อยสลายของสารอินทรีย์อีกด้วย  ที่สำคัญ ยังช่วยลดกลิ่นเหม็นและยับยั้งเชื้อก่อโรคบางชนิด กรดแลกติก ช่วยยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นโทษในดิน ช่วยเพิ่มคุณภาพและผลผลิตให้ผลผลิตมีรสชาดดีขึ้น  พืชมีความแข็งแรงและทนทานต่อโรคเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
โดยมีผลการดำเนินการของ กยท.ในการเข้าไปรับซื้อน้ำมันดิบ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยใช้วัตถุดิบคือน้ำนมดิบจากสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคมน จำนวน 715,180 กิโลกรัม ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบได้ 1,144,288 ลิตร  ซึ่งมีการบรรจุกภัณฑ์ 4 ขนาด  เช่น ขนาด 1 ลิตร 5 ลิตร 20 ลิตร และ 200 ลิตร เพื่อให้ เกษตรกได้เลือก โดย กยท มีการประชาสัมพันธ์ แก่เกษตกรและประชาชนทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บรโภค  ที่สามารถรับสินค้าได้ตามจุดที่กำหนด  เช่น กยท.เขต กยท.จังหวัด กยท.สาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ขึ้นทะเบียนตัวแทนกับ กยท. สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อได้ตามหมายเลขโทร...095 886 6121 หรือ 095 732 4978

Tuesday, June 2, 2026

ล่าสุด!! กรณีจากเหตุการณ์ น้ององุ่น อายุ 7 ปีหายตัวไปแล้วมาพบ เป็นศพได้เสียชีวิตจากการถูกฆ่าอย่าง อำมหิตโหดเหี้ยมและทารุณ

 ที่บริเวณกลางสวนยางพารา หมู่ 4 ต.ปรังเผย อ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว เมื่อ 2 ที่ผ่านมา 
   เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบ จุดที่พบศพ น้ององุ่น และพื้นที่โดยรอบ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ขนาดที่ชายต้องสงสัยซึ่งถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำยังคงให้การปฏิเสธ 
   ทางด้าน พ.ต.อ. สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.ต.อ. มานะ สำราญวงศ์ ผกก. สืบจังหวัดกาญจนบุรี ได้เชิญตัว นางมะยาน  แม่ของน้ององุ่นผู้เสียชีวิต มาสอบปากคำค จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ขอเก็บไว้เป็นความลับกลัวว่าผู้ต้องหาจะไหวตัวทันแล้วหลบหนี ได้พุ่งเป้าไปคนที่สนิทคุ้นเคยกันในหมู่บ้าน
   และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ บุคคลที่อยู่ใกล้เคียงรวมทั้ง พระทั้ง4 รูป ที่ประจำอยู่วัดทิโค้ง และเด็กวัดอีก 2 คน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร มาสอบสวนปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน เก็บทุกประเด็น
    ตร.กองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดกาญจนบุรี ได้เก็บร่องรอย ตรวจคาบลายนิ้วมือทุกอย่าง ที่จะโยงถึงตัวคนร้ายได้ เพื่อไปตรวจสอบ อย่างละเอียด เพื่อหาวัตถุพยานลายนิ้วมือ เก็บน้ำลายผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเพื่อไปตรวจหาดีเอ็นเอของคนร้าย
    เบื้องต้นจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ น้ององุ่น พบร่องรอยมีการทำร้ายร่างกาย อย่างทารุณ อวัยวะเพศฉีกขาด คาดว่าน่าจะโดนข่มขืน ก่อนลงมือฆ่า บ่งบอกถึงพฤติกรรมคนร้าย เป็นคนใจคออำมหิตโหดเหี้ยม จนเกินมนุษย์  
   จากการสอบถามเพื่อนบ้านที่รู้จักน้ององุ่นว่า น้ององุ่นผู้ตายเป็นเด็กที่น่ารักรู้จักสัมมา คารวะดี เป็นเด็กดี ก่อนเกิดเหตุได้นำเงินแบงค์ 20 มา 2ใบ มาซื้อขนมในร้านของตัวเอง หลังจาก นั้นมาทราบข่าวทีหลังว่าน้ององุ่นได้หายตัว
ไป จนมารู้ข่าวว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว
   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะเร่งรีบ สืบสวนสอบสวน บุคคลที่ต้องสงสัย พยานบุคคล เก็บวัตถุพยาน  พยานหลักฐาน เพื่อนำตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

"กมธ.เกษตรฯ" รุดติดตามเหตุ "นกกระจอกเทศตายปริศนา" คาดรู้ผลแล็บสัปดาห์หน้า

ช่วงบ่ายวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ปอยในฐานะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ได้มีโอกาสพูดคุยติดตามความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบส...