Wednesday, April 8, 2026

เอไอเอส หนุนภารกิจดับไฟป่ากองทัพภาคที่ 3 พร้อมดูแลสัญญาณเครือข่ายพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่เสี่ยง ร่วมสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ

         วันที่ 8 เมษายน 2569  พลโทวรเทพ  บุญญะ แม่ทัพภาคที่3 /ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ได้รับมอบน้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนภารกิจแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ จาก นายอาทยา หยู่เย็น หัวหน้าสำนักปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS พร้อมหารือ ในการเดินหน้าสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งการดูแลรักษาเสถียรภาพเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่วิกฤต ได้วางมาตรการรองรับใน 2 ด้านหลัก คือ ความพร้อมด้านเครือข่าย : ทีมวิศวกร ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สัญญาณเครือข่ายพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสาร ประสานงาน และใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง  โดยเตรียมอุปกรณ์ปั่นไฟ พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมต่อการเข้าพื้นที่ได้อย่างทันต่อสถานการณ์
 การสนับสนุนกำลังบำรุง : การมอบน้ำดื่มในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสนับสนุนการทำงานของกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสภาวะอากาศที่ยากลำบาก เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกคน
พร้อมขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของภาครัฐอย่างเต็มกำลังและขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวไทย ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละเพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับพี่น้องชาวเหนือ เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด

"สภากาแฟมุกดาหารคึกคัก!สภาอุตฯ ท่องเที่ยว ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ 'ตลาดอินโดจีน' ย้ำศักยภาพเมืองการค้าเชื่อมโลก"

นางสาว​เยาวลักษณ์​ ตั้ง​ประ​กิจ​ นายก​สมาคม​อุตสาหกรรม​ท่องเที่ยว​จังหวัด​มุกดาหาร​ และ​ นาย​คณิต​ ปัญ​ติ​โย​ ประธาน​สภา​อุตสาหกรรม​ท่องเที่ยว​จังหวัด​มุกดาหาร​ พร้อม​คณะกรรมการ​ เข้าร่วมงานสภากาแฟ รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนเมืองชายแดน
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 07.00 น. ณ ศาลาเรารักมุกดาหาร บริเวณตลาดอินโดจีน นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรม “สภากาแฟจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 3/2569”
โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ใช้พื้นที่ ตลาดอินโดจีน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ที่ได้มีการปรับปรุงใกล้แล้วเสร็จ และถือเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ สะท้อนศักยภาพของจังหวัดในฐานะเมืองชายแดนที่มีความพร้อมในทุกมิติ 
กิจกรรมดังกล่าวมีหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรภาคเอกชน ตลอดจนชมรมและสมาคมต่าง ๆ ในจังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพบปะหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด
ในการจัดงานครั้งนี้ มีหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร บริษัท วินชัย จำกัด และบริษัท อีสานพลังงานสะอาด จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน
กิจกรรมสภากาแฟถือเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งนอกจากจะเป็นการหารือข้อราชการแล้ว ยังช่วยสร้างความผูกพันและความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งยังสะท้อนภาพลักษณ์ของตลาดอินโดจีนในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจและสังคมที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัด และยังเตรียมพร้อมจัดงานสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 – 16  เมษายน 2569​ ที่จะถึงนี้อีกด้วย
//วิลาสินี เจริญสุข/รายงานมุกดาหาร โทร. 081-5926966//

"นพพล" ส.ส.พิษณุโลก จี้รัฐปลดล็อกห้ามเผาฟาง ช่วยชาวนาลุ่มต่ำหนีน้ำหลาก-สู้ราคาข้าวตกต่ำ!

        วันนี้  8 เม.ย.2569  นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก เขต 2 พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวหลังจากร่วมกิจกรรมถอดบทเรียนโครงการบางระกำโมเดล ในปี 68ที่ผ่านมา ว่ามีปัญหา อุปสรรค อะไรบ้าง ของทางกรมชลประทาน เพื่อนำไปปรับในสิ่งที่บกพร่องอยู่ โดยเชิญหน่วยงาน และ เครือข่ายต่างๆ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ ชาวบ้าน มาร่วมถอดบทเรียนว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง ซึ่งในส่วนของพื้นบางระกำโมเดล และ ในพื้นที่เกี่ยวข้อง ชาวนา ทั้ง อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ กำลังลงมือในการทำนาให้ทันฤดูน้ำหลาก ทำให้มีการเผาฟางข้าว จนเกิดปัญหากลุ่มควันจำนวนมาก และ PM2.5 ลอยเหนือเมืองพิษณุโลก จนสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไป
      ซึ่งตนเองนั้นก็เป็นห่วงสุขภาพทั้งผู้ที่ทำนา และไม่ทำนา แต่สิ่งหนึ่งที่ตนมาบอกว่าให้ยกเลิกประกาศห้ามเผาให้กับชาวนาเถอะ เพราะว่า 1 ถ้าเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ นั่นปีนี้ถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่ชาวนาขายข้าวในราคาที่ตกต่ำมาก และปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน ปุ๋ย ราคาแพง และเพลี้ยก็เกิดขึ้นด้วย ชาวบ้านก็แย่ และยังมีมาตรการเผาฟาง ซึ่งมาตรการเผาฟางนั้น ซึ่งการเผาฟางนี้ตามพระราชกิจจานุเบกษานั้น ได้กำหนดไว้แค่ 30 มีนาคม เท่านั้น จากนั้นต่อไปก็เป็นการประกาศของจังหวัดที่ขอความร่วมมือไม่ให้เผา ซี่่งชาวนานั้นก็ไม่อยากจะเผาอยู่แล้ว ถ้ารัฐได้หามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเขาบ้าง ในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ เพราะว่าราคาข้าวก็ราคาตกต่ำมาหลายฤดูแล้ว จนไม่ไหวแล้ว  และอย่าลืมว่าในพื้นที่ลุ่มต่่ำของพื้นที่บางระกำโมเดล เหตุที่หนึ่งที่เป็นแรงจูงใจ ที่ชิงเผาฟาง นอกจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ก็คือเรื่องของน้ำที่จะหลากมาท่วมก่อนที่จะมีการเก็บเกี่ยว ถ้าเพาะปลูกช้า อาจกระทบต่อน้ำเหนือมาท่วมได้ เขาก็จะไม่ได้ผลผลิต
      หากไม่ให้ชาวนาจุดเผาฟางแล้ว 1 ไหนจะเป็นค่าใช้จ่าย ที่ไม่มีใครดูแลเขาเลย ท่ามกลางเศรษฐกิจอย่างนี้ 2.ระยะเวลาในการต้องหมักฟาง นั้นก็ต้องใช้เวลาอีกตั้งเกือบครึ่งเดือน ซึ่งครึ่งเดือนนี้ถือว่ามีความสำคํญกับพี่น้องเกษตรกรอย่างมากในการเพาะปลูก และอีกเรื่อง จุดความร้อนที่พูดกันนั้น ตนเองก็ถือว่าไม่ยุติธรรรมกับพี่น้องเกษตรกร จิสด้า ได้ใช้ดาวเทียมบอก ประเทศไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะวันที่  3 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีจุดความร้อน 5,052 จุด นั้น เกิดพื้นที่การเกษตร แค่ 291 จุด ที่เหลือเกิดที่ป่าอนุรักษ์ ในป่าอุทยานฯ ซึ่งตรงนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน และที่่สำคัญการไปกดเขาไว้มิให้่ชาวนามีทางออกเลย ไม่ช่วยและห้ามเผาอีก คนเราไม่ไหวแล้วก็จะระเบิด ทำให้มีการลักลอบเผาทั้งกลางวัน กลางคืน จริงๆแล้วตนเองก็ไม่เห็นด้วยกับการเผาฟาง เพราะว่าอากาศมันปิด ทำให้ควันมันฟุ้งไปบริเวณนั้น ไม่ลอยไปไหน เพราะฉะนั้นรัฐต้องไปให้ความรู้แก่ประชาชนว่าการเผานั้นจะต้องเผาเวลาไหน อย่างไร ถ้าไม่ให้เขาเผาเลยก็ต้องช่วยเขาบ้าง อีกอย่างตนไปคุยกับชาวนาหลายราย ว่าหากถ้าราคาข้าวเกวียนละ 10,000 บาท ก็ยังดี ก็ยอมเสียสละได้ แต่วันนี้ราคาข้าว แค่เกวียนละ 5,000 บาท น้ำมันแพงจาก 30 บาท เป็น 50 บาท ปุ๋ย กระสอบละ 800 ปรับเป็น 1200-1300 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่รับไม่ไหว จริงๆแล้วจะต้องมาคุยกันก่อน และถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่ใช่ว่าปล่อยกลุ่มอาชีพหนึ่ง โดยเฉพาะชาวนา ปล่อยให้เขาล้มทั้งยืน โดยที่คนในสังคม ตอนที่ไม่ได้เผาฟางก็ได้ผลประโยชน์กันหมด โดยภาครัฐจะต้องไม่ลอยตัวเหนือปัญหา เข้ามาไกล่เกลี่ยมิให้คนในสังคมทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็เห็นใจทั้งส่วนพี่น้องที่ไม่ได้ปลูกข้าว และเห็นพี่น้องเกษตรกรด้วย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเยอะมากกับภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วมาบอกว่า ทำให้ขาดทุน แล้ว ทำไปทำไม ชาวนาบางคนทำอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก แล้วจะให้ไปทำอะไร เราจะไม่ช่วยคนในสังคม ปล่อยให้เขาล้มทั้งยืน ก็คงไม่ดี จึงอยากให้หลายคนเข้าใจในอาชีพทำนา ที่ต้องเผาฟางในการทำนาบ้าง
//Phitsanulok Hotnews//

สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุพรรณบุรี

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน "เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี" โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายเธียรินทร์ ปัทมนิรันดร์กุล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุวรรณบุรี นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ผศ.ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี  คุณจงกลนี ไชยองค์การ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรีและหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงานจำนวนมาก 
สำหรับการจัดงาน "เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี" เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย  ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เทศบาลตำบลท่าระหัด ส่วนราชการทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี และภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย  ซึ่งปีนี้จัดวันไหลสงกรานต์ วันที่ 16 เมษายน 2569 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย
วันที่ 13 เมษายน 2569 พิธีสรงน้ำพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้าวัดไชนาวาส มีขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนแห่รถบุปผชาติของส่วนราชการ ทั้ง 10 อำเภอ อย่างสวยงาม ขบวนแห่หลวงพ่อโตทองคำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ วัดป่าเลไลยก์ ขนาดความสูง 23 นิ้ว ปางป่าเลไลย์ โครงสร้างภายในเป็นทองเหลืองหนัก 36 กิโลกรัม หุ้มด้วยทองคำแท้ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ขึ้นประดิษฐ์สถานบนรถที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้สรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ และกราบไหว้สักการะขอพร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หนึ่งปีมีครั้งเดียว 
ขบวนแห่รถบุปผชาติเริ่มจากหน้าวัดไชนาวาส บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคลื่อนไปตามเส้นทางถนนพระพันวษา ผ่านสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี ที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี แยกนางพิม ไปจนถึงจุดชมขบวนบริเวณสี่แยกหน้าเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ตลอดเส้นทางให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ขอพรและสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ เพื่อความเป็นสิริมงคลเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย  
ซึ่งจัดให้มีถนนเล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนเณรแก้ว ถนนอาทิวราห์ ถนนนางแว่นฟ้า และถนนรักท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. 69  ตั้งแต่เวลา 13.00 น. - 22.00 น. ส่วนวันที่ 13 เมษายน ตั้งแต่เวลา 19.30 น. มีการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ ชิงเงินรางวัลรวม 73,000 บาท พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ ส่วนวันที่ 14-16 เมษายน ที่เวทีกลางมีดนตรีมาแสดงให้ได้ชมกัน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา ลุยระนอง! ถกปม "ต่างด้าว-ยาเสพติด" จี้บูรณาการความมั่นคงชายแดนตะวันตก

วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 10.00 - 13.00 นาฬิกา นำโดยนายสมบูรณ์  หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ติดตามงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความมั่นคงตามแนวชายแดนภาคตะวันตก ปัญหาแรงงานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติด รวมทั้งปัญหาความมั่นคงแบบองค์รวม
ในการนี้ นายราชัน  มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง  นายปกาสิต  พระประสิทธิ์ ปลัดจังหวัดระนอง ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดภูธร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระนอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระนอง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย - พม่า ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง และจัดหางานจังหวัดระนอง ได้ให้การต้อนรับนายสมบูรณ์  หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง และคณะเดินทาง
ต่อจากนั้น นายสมบูรณ์  หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง และคณะเดินทาง รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การเฝ้าตรวจและการป้องกันตามแนวชายแดน สถิติการจับกุมการสกัดกั้นการหลบหนีเข้าเมืองประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องภายในจังหวัดระนอง ผลการดำเนินงานศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว สถานภาพผู้ต้องกักที่อยู่ในความควบคุมของ ตม.จังหวัดระนอง สถิติการผลักดันและส่งกลับแรงงานต่างด้าว รวมทั้งปัญหาและข้อขัดข้องในการดำเนินงานจอง ตม.จังหวัดระนอง สถิติการจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดระนอง รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแบบองค์รวมภายในจังหวัดระนอง
นายสมบูรณ์  หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ที่เข้มแข็งของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดระนองในการรักษาความสงบในพื้นที่ที่ปลอดภัยของจังหวัดชายแดนภาคใต้และทำให้การพัฒนาด้านต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนได้ให้ข้อสังเกตในการขับเคลื่อนงานความมั่นคงในจังหวัดระนองให้บูรณาการ ประสานและสอดคล้องกันของทุกระดับและทุกฝ่ายเพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระนองด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับทราบหรือจากการแลกเปลี่ยนความเห็นมาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมต่อไป

มุกดาหารจัดใหญ่! สรงน้ำพระราชทาน “พระพุทธมิ่งมงคลมุณีฯ” ณ วัดภูมโนรมย์ เสริมสิริมงคลรับปี 69

นางสาว​เยาวลักษณ์​ ตั้ง​ประ​กิจ​ นายก​สมาคม​อุตสาหกรรม​ท่องเที่ยว​จังหวัด​มุกดาหาร​ และ​ นาย​คณิต​ ปัญ​ติ​โย​ ประธาน​สภา​อุตสาหกรรม​ท่องเที่ยว​จังหวัดมุกดาหารเข้าร่วม​พิธีสรงน้ำพระราชทาน “พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร” ประจำปี 2569
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ประจำปี 2569 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยมีรองผู้ว่าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนพร้อมกัน ร่วมพิธี ณ มณฑลพิธี บริเวณหน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ชั้น 4วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร 
โดยมี พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ประธานสงฆ์ พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ นำผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารประกอบพิธีสรงน้ำพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวมุกดาหาร
สำหรับพระพุทธมิ่งมลคลมุณีศรีมุกดาหาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 39.99 เมตร สูง 59.99 เมตร รวมความสูงจากฐานถึงยอดเศียรรวม 84 เมตร ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานชื่อ “พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร” ที่มีความหมายว่า “พระพุทธรูปอันเป็นมิ่งมงคลของเมืองมุกดาหาร” และทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ไปประดิษฐานที่แท่นฐานชุกชีพระพุทธรูป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเป็นสิริมงคลสูงสุดสำหรับชาวมุกดาหาร 
//วิลาสินี เจริญสุข //รายงานข่าวมุกดาหาร  081-5926966//

สุพรรณบุรี เดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกร้อยใจรักษ์ภูษาศิลป์ถิ่นสามชุก

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก "ร้อยใจรักษ์ ภูษาศิลป์ ถิ่นสามชุก" ในงาน "132 ปี ของดีอำเภอสามชุก" ณ เวทีการแสดงสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีนางพรพรรณ ปานเพ็ชร รองนายกเทศมนตรีตำบลสามชุก และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสามชุก กล่าวรายงาน มีนายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ ปลัดอาวุโสอำเภอสามชุก นางสาวจิราภรณ์ จันทร์ลอย ปลัดอำเภอสามชุก นายณพลพงศ์ พันธุ์พฤกษ์ พัฒนาการอำเภอสามชุก นายสรายุทธ หอมจันทร์ กำนันตำบลหนองผักนาก ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสามชุกและสมาชิกสตรีอำเภอสามชุก ร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก 
การจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ที่ร่วมอนุรักษ์ศิลปะประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน รวมถึงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของอำเภอสามชุกให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอสามชุก และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสามชุกอีกด้วย
สำหรับงาน "132 ปี ของดีอำเภอสามชุก" จัดไปจนถึงวันที่ 11 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ภายในงานมีอาหารอร่อยมากมายมาจำหน่าย พร้อมช็อปสินค้า OTOP ของสามชุก แชะ แชท แชร์ เช็คอิน จุดถ่ายรูปภายในงานหลากหลายสไตล์ ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มทุกวัน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

เอไอเอส หนุนภารกิจดับไฟป่ากองทัพภาคที่ 3 พร้อมดูแลสัญญาณเครือข่ายพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่เสี่ยง ร่วมสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ

         วันที่ 8 เมษายน 2569  พลโทวรเทพ  บุญญะ แม่ทัพภาคที่3 /ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่...