Sunday, May 24, 2026

"เบียร์ ปรเมศวร์’ นำทีมกลุ่ม "เรารักพัทยา" เขต 3 ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านชุมชนชุมสาย พร้อมต่อยอด ต่อเนื่อง เพื่อเมืองพัทยา

ช่วงเย็น วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 3 กลุ่ม "เรารักพัทยา" ได้ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนชาวชุมชนชุมสาย โดยพบว่ามีประชาชนผู้สนับสนุนให้การต้อนรับด้วยความเป็นกันเอง
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้พูดคุยเปิดโอกาสรับฟังความต้องการเรื่องการพัฒนาต่างๆในพื้นที่เขต 3 เมืองพัทยา จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ต่อไปในอนาคต และพร้อมที่จะทำงานอีกครั้งหากได้รับความไว้วางใจ 
อย่างไรก็ดี จากการลงพื้นที่เขต 3 ในครั้งนี้ของกลุ่มเรารักพัทยา พบว่ามีชาวบ้านจำนวนมากพร้อมสนับสนุนกลุ่มเรารักพัทยาในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพื่อให้กลับมาทำงานต่อยอดพัฒนาเมืองพัทยาต่อไป เนื่องจากมีผลงานการพัฒนาเมืองพัทยาที่ผ่านมาอย่างชัดเจนโปร่งใสและชัดเจนเป็นรูปธรรม
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ประจวบคีรีขันธ์ คึกคัก!แข่งขันผิวมะพร้าวขาว ชิงเงินรางวัล กว่า 10,000 บาท ในงานประจำปี วัดอ่างทอง 2569

วันที่ 24 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการวัดอ่างทอง ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานประจำปีปิดทองหลวงปู่เขียว และ หลวงปู่ท้วม หลวงพ่อสำรวม ขึ้น ในระหว่างวันที่ 24-31 พ.ค. 69 
โดยไฮไลท์ของงานโดยเฉพาะ ในการแข่งขันผิวมะพร้าวขาว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวสวนมะพร้าวอำเภอทับสะแก ที่ขึ้นชื่อว่ามีมะพร้าวที่มันที่สุดในประเทศไทย 
สำหรับการแข่งขันนั้น คณะกรรมการได้มีการรับสมัครชาวบ้าน ที่มีความชำนาญในการผิวมะพร้าวเป็นประจำตามล้งมะพร้าวต่างๆ โดยมีผู้สนใจที่คิดว่าผิวมะพร้าวได้ไวที่สุดเข้ามาแข่งขันกว่า 70 ราย โดยกติกาในการแข่งขันคือ ต้องผิวมะพร้าวให้สะอาดที่สุด และมากที่สุด ภายใน 1 ชั่วโมง ใครได้มากคือผู้ชนะ
รอบแรกจากผู้แข่งขันกว่า 70 คน คัดผู้ผ่านเข้ารอบ 2 เหลือ 20 คน จากนั้นมาแข่งชิงชนะเลิศ สำหรับผู้แข่งขันชิงชนะเลิศเมื่อคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันเป่านกหวีดนักผิวมะพร้าวที่มีอาชีพผิวมะพร้าวทั้งหลายต่างก็ลงมืออย่างขะมักเขม้นเพื่อผิวมะพร้าวให้สะอาดให้ได้จำนวนมากที่สุดโดยใช้เวลาในการแข่งขัน 1 ชั่วโมง โดยจะมีคณะกรรมการดูและคัดเลือกเมื่อหมดเวลาภายใน 1 ชั่วโมงจึงนำมะพร้าวขาวที่ผิวได้ใส่ในตะกร้าไปชั่งน้ำหนักหลังจากหักตะกร้าออกแล้วก็จะเหลือปริมาณสุทธิที่ว่าใครได้มะพร้าวน้ำหนักมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะเลิศ โดยมีคณะกองเชียร์แต่ละคนเข้ามาร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก
ผลการตัดสินปรากฏว่าผู้ที่ชนะเลิศอันดับที่ 1 ผิวมะพร้าวได้จำนวน 55.2 กิโลกรัม ได้เงินรางวัล 5,000 บาท อันดับที่ 2 ได้น้ำหนัก 53.4 กิโลกร้ม ได้เงินรางวัล 4,000 บาท อันดับที่ 3 ได้  48.8 กิโลกรัม ได้เงินรางวัล 3,000 บาท อันดับที่ 4 และที่ 5 ได้  ได้เงินรางวัล 2,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลเงินรางวัลคนละ 1,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับเงินรางวัลทางล้งมะพร้าว ของ บริษัทนิลทองแท้ โคโค่นัท จำกัด ของคุณสาวชล และ คุณกาญจนา จ้อยร่อย จะจ่ายให้เป็นเงินค่าผิวมะพร้าวที่ผิวได้กิโลกรัมละ 2 บาท สร้างความสนุกสนานภายในงาน ซึ่งในปีหน้าทางเจ้าอาวาสวัดอ่างทอง ก็จะเพิ่มเงินรางวัลรางวัลที่ 1 เป็น 10,000 บาท สำหรับงานจะมีไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยจะมีมหรสพทุกคืน
////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

ผอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ภูเก็ตติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ยาเสพติด และการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ บูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พลโท นรธิป  โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค.4) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายนิรัตน์  พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต , นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต , พลเรือตรี ประพันธ์  ศรีสุวิภา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต (ฝ่ายทหาร) , พลเรือตรี สมชาย  สีสำลี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาค 3 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยกทหารเรือ , พลตำรวจตรี สินเลิศ  สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต , นายเรวัต  อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 
ในการนี้ จังหวัดภูเก็ตได้รายงานภาพรวมสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวังผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนปัญหาการถือครองที่ดินโดยชาวต่างชาติผ่านนอมินี ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด ด้านสถานการณ์ยาเสพติด จังหวัดภูเก็ตรายงานผลการจับกุมในช่วงปีงบประมาณ 2569 ซึ่งพบแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน รวมถึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้หลายคดีสำคัญ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้บูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน จังหวัดภูเก็ตยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่า และชายหาด ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมีการรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบและทวงคืนพื้นที่หลายจุดในจังหวัดภูเก็ต อาทิ พื้นที่บางเทา หาดฟรีด้อม หาดนุ้ย ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ป่าไม้ หน่วยงานทางทะเล และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเร่งตรวจสอบการถือครองที่ดิน การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว รวมถึงการป้องกันปัญหานอมินีและการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ โดยยืนยันเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ด้าน พลโท นรธิป  โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า รัฐบาลได้ยกระดับปัญหาด้านความมั่นคง การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติให้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน เพื่อปกป้องทรัพยากรของประเทศ รักษาสิทธิของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของภาครัฐ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนหรือความวิตกกังวลจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ การลงพื้นที่และติดตามสถานการณ์ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ภายหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก่อนหน้านี้ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยทุกหน่วยงานยืนยันพร้อมร่วมกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย พัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย มีเอกลักษณ์ และสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อส่งต่อทรัพยากรและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป

ภาพ/ข่าว สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต 
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่4
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 พฤษภาคม 2569
#ปาตานีไม่มีจริง
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ศอ.บต. ปลุกพลัง “เสียงนก“ จัดงานมหกรรมขับเคลื่อนนกปรอดหัวโขน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวชายแดนใต้ สร้างสังคมสันติสุข

วันนี้ (24 พฤษภาคม 2569) ที่ ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมขับเคลื่อนนกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์เศรษฐกิจและการแข่งขันนกปรอดหัวโขนจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี สมาชิกชมรมผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก
นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า นกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวใต้เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ยกระดับเป็น “Soft Power” ที่มีชีวิต และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2569 
ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี และเครือข่ายชมรมผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดงานมหกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อยกระดับนกปรอดหัวโขนสู่การเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ สร้างรายได้หมุนเวียนในห่วงโซ่คุณค่า ทั้งด้านการเพาะพันธุ์ในฟาร์มมาตรฐาน การผลิตกรงนกหัตถกรรม และอุตสาหกรรมอาหารนก โดยตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใหม่ไม่น้อยกว่า 5 กลุ่ม


นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมแข่งขันจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีนกเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,500 ตัว แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทวีไอพี ประเภท 4 จี ประเภทแฟนซี และประเภทโอเพ่น
รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและสันติสุข ผ่านการใช้ “เสียงนก” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และทุกศาสนา เปลี่ยนพื้นที่การแข่งขันให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข ความปลอดภัย และสะท้อนภาพลักษณ์สันติสุขที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมในงานยังประกอบด้วยนิทรรศการวิชาการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กิจกรรม Workshop ภูมิปัญญาการทำกรงนก และการดูแลสุขภาพนก เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นหลัง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการเพิ่มระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลมองเห็นถึงโอกาสและศักยภาพในการผลักดันให้นกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถสร้างเม็ดเงิน กระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มหาศาล การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นสื่อกลางในการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานและเป็นเครื่องสะท้อนว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุขผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์

เปิดฉากดวลแข้งสายพันธุ์ดุ! ฟุตบอล 7 คน “โครงการคนละลูกคัพ” ครั้งที่ 10 ชิงถ้วยเกียรติยศ “วรวีร์ มะกูดี” มุ่งพัฒนาเยาวชนไทยสู่ระดับสากล

​ตรัง – เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและมอบโอกาสทางด้านกีฬาให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชนระดับภูมิภาคที่แฟนบอลจับตามอง ล่าสุด โครงการคนละลูก ประกาศพร้อมเปิดฉาก การแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการ "โครงการคนละลูกคัพ" ครั้งที่ 10 ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้เป็นการเชือดเฉือนความสามารถของเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี (ชาย) เพื่อระเบิดศึกชิงความเป็นหนึ่ง ณ พื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดตรัง
ความพิเศษของการแข่งขันในครั้งที่ 10 นี้ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ในการมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ทีมฟุตบอล ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการจุดประกายให้เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดใกล้เคียงหันมาสนใจเล่นกีฬาฟุตบอลและพัฒนาทักษะสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ
​นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก และประธานจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า "การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสร้างความสามัคคีผ่านสปิริตของเกมกีฬา โดยเรามุ่งหวังว่าเวทีนี้จะเป็นบันไดก้าวสำคัญในการเฟ้นหาและบ่มเพาะช้างเผือกประดับวงการลูกหนังไทยต่อไป ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนและพันธมิตรผู้สนับสนุนทุกรายที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดทัวร์นาเมนต์คุณภาพนี้ขึ้น"
​สำหรับการแข่งขันในเวทีจังหวัดตรัง มีกำหนดการระเบิดความมันส์ขึ้นใน วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนวัดห้วยนาง (วันครู 2501) อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากแบรนด์ชั้นนำและองค์กรภาคเอกชนมากมาย ได้แก่ บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท เจบีเอ็น จำกัด บริษัท พี.เค.พี.เท็กซ์ไทล์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด  ที่มาร่วมเติมเต็มความพร้อมและสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทยในครั้งนี้
​ทั้งนี้ แฟนบอล ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจร่วมเชียร์ร่วมให้กำลังใจเยาวชนไทย สามารถเดินทางไปร่วมชมการแข่งขันติดขอบสนาม หรือติดตามข่าวสารและผลการแข่งขันได้ผ่านทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของโครงการคนละลูก

ตำรวจภาค 6 ไม่ปล่อย! ขยายผลคดีฉกเงินบำนาญ 1.9 ล้าน บุกกรุงรวบ 4 เวียดนาม เครือข่ายสแกมเมอร์ฟอกเงินดิจิทัล

พิษณุโลก ตำรวจขยายผล จับเพิ่ม 4 แก๊งสแกมเมอร์ชาวเวียดนาม ทำหน้าที่ฟอกเงิน แลกเปลี่ยนเงินตรา สกุลเงินเวียดนาม-สกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่  เปลี่ยนเงินดิจิตอล ตำรวจตามยึดทรัพย์บ้านที่ กทม. 2 หลังเพิ่มเล็กน้อย   
วันนี้ 24 พ.ค. 2569 ขยายผลแก๊งเวียดนาม เครือข่ายสแกมเมอร์หลอกกด App ธนาคาร เปลี่ยน ตั้งค่าเปลี่ยนภาษา-ปรับวงเงิน โยก“เงินบำนาญ”1.9 ล้านบาทหายเกลี้ยงบัญชี (เมื่อ 18 พ.ค.2569) ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์  ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ  รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ. วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก, พ.ต.ท.กิติคุณ รักแจ้ง รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6, พ.ต.ท.อัศนันท์ ธนเลิศภูวเวทย์ รอง ผกก.สืบสวน 2ฯ สั่งให้ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ตามจับผู้กระทำความผิดให้หมด และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม  สามารถตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด คือ
จุดที่ 1 หมู่บ้านกลางเมือง เออร์บาเนี่ยน พระราม 9- ลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 84 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่ง เป็นบ้านของหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับและยังหลบหนีอยู่ เคยพักอาศัย ผลการตรวจค้น พบสิ่งของหรือทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดจึงได้ทำการยึดไว้ จำนวน 6 รายการคือ ตู้กันชื้น,  กล้องถ่ายรูป จำนวน 2 ตัว, กล้องวิดีโอ, เลนส์กล้อง, แหวนทองคำ หนัก 15.18 กรัม จำนวน 1 วง ราคาประมาณ 70,000 บาท, ตู้เซฟนิรภัย 2 ตู้ ประเมินราคาประมาณ 160,000 บาท
จุดที่ 2 คอนโดบ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน ถ.เพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. ซึ่งเป็นบ้านที่หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับและยังหลบหนีอยู่ สั่งให้คนนำเงินไปไว้ที่ห้องหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ ชาวเวียดนามจำนวน 4 ราย ดังนี้
1. น.ส.HO DIEM NGOC TRAN สัญชาติ เวียดนาม 
2. นาย ANH TAI MAI สัญชาติ เวียดนาม 
3. นาย ANH KHANH MY TRAN สัญชาติ เวียดนาม 
4. น.ส. THI LINH HOANG สัญชาติ เวียดนาม 
พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 4 เครื่อง ตรวจพบว่า กลุ่มชาวเวียดนามกลุ่มนี้ ทำงานเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา สกุลเงินเวียดนาม สกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ และ เงินสกุลต่างๆ โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวเวียดนาม และมีการติดต่อสื่อสารกันผ่านแอพพลิเคชัน Telegram โดยมีการสั่งการมาจากประเทศเวียดนาม และใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล(E-Wallet) ผ่านแอพพลิเคชัน Momo ในการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงแจ้งข้อหา ชาวเวียดนาม ทั้ง 4 ราย ว่า "เป็นคนต่างด้าว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต" ได้นำกลุ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้ง 4 คน นี้ ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

'พ.ต.อ.ทวี-กมลศักดิ์' ตรวจเทอร์มินอลใหม่สนามบินนราธิวาส คืบ 78 เปอร์เซ็นต์ จี้รัฐเร่งดึงสายการบินตปท. - ย้ำเป้าหมายใหญ่ 'ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน'

         เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ) พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ในฐานะคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้า "โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ พร้อมครุภัณฑ์อำนวยความสะดวกท่าอากาศยานนราธิวาส"
      โครงการเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ซีไอเอส (CIS JOINT VENTURE) ซึ่งมีบริษัทผู้รับเหมาจากประเทศจีนร่วมเป็นพันธมิตร โดยบรรยากาศบริเวณไซต์งานก่อสร้างเป็นไปอย่างรัดกุม ทีมผู้บริหาร วิศวกร และผู้ควบคุมงาน มีการชี้แจงรายละเอียดโครงสร้างหน้างานอย่างใกล้ชิด ภายใต้มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด
     ปัจจุบันโครงสร้างสถาปัตยกรรมเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน โถงทางเดินกว้างขวาง เสาโครงสร้างขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน และการตกแต่งฝ้าเพดานด้วยระแนงไม้เริ่มเผยให้เห็นความสวยงามของตัวอาคาร
       พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เน้นย้ำกับคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องว่า การลงพื้นที่ติดตามโครงการระดับเมกะโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่เพียงการมาตรวจดูความคืบหน้าของโครงสร้างคอนกรีตหรือเหล็กเส้น แต่หัวใจสำคัญคือ "ความหวังและโอกาสของพี่น้องประชาชน"
             ในฐานะที่คลุกคลีกับปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ พ.ต.อ.ทวี มองว่า ท่าอากาศยานนราธิวาสแห่งใหม่ ต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการ "ลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจน" อย่างเป็นรูปธรรม การมีสนามบินที่ได้มาตรฐานสากล จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ ครอบคลุมทั้งมิติการประกอบธุรกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวไทยมุสลิมในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งถือเป็นเข็มทิศหลักในการผลักดันโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
      นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เปิดเผยข้อกังวลสำคัญต่อโครงการนี้ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องความล่าช้าของการก่อสร้าง แต่คือโจทย์ใหญ่ที่ว่า "ต้องมีสายการบินมาลงบิน"
      เนื่องจากศักยภาพของอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ภาครัฐจึงต้องเร่งติดต่อประสานงานเพื่อดึงสายการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง "มาเลเซีย" เข้ามาเปิดเส้นทางบิน เพราะหากก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ไม่มีเที่ยวบินมารองรับ อาจทำให้การใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินงบประมาณมหาศาลที่ลงทุนไป
     ดังนั้น ภารกิจเร่งด่วนขั้นต่อไปของหน่วยงานภาครัฐและผู้แทนในพื้นที่ คือการเปิดโต๊ะเจรจาเชิงรุก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์นี้อย่างแท้จริง
      จากการรายงานผลการดำเนินงาน พบว่าภาพรวมโครงการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วเฉลี่ย 78-79 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้รับเหมาหลักยืนยันหนักแน่นว่า งานก่อสร้างสถาปัตยกรรมและโครงสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จและส่งมอบงานได้ทันตามกำหนดการในเดือนกันยายน 2569 อย่างแน่นอน
      สำหรับรายละเอียดความคืบหน้าเนื้องานก่อสร้างทั้ง 11 รายการ อาทิ  อาคารบริการและจอดรถ ดำเนินการแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ (เสร็จสมบูรณ์) งานปรับปรุงภูมิทัศน์ ดำเนินการแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ (เสร็จสมบูรณ์) งานปรับปรุงพื้นที่รอบโครงการดำเนินการแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ (เสร็จสมบูรณ์) ทางยกระดับหน้าอาคารผู้โดยสาร ดำเนินการแล้ว 91 เปอร์เซ็นต์ ลานจอดรถยนต์ ดำเนินการแล้ว 91 เปอร์เซ็นต์ อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ดำเนินการแล้ว 87 เปอร์เซ็นต์ ทางเดินเชื่อม ดำเนินการแล้ว 86 เปอร์เซ็นต์ สะพานเทียบเครื่องบิน ดำเนินการแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ งานทางพิเศษ ดำเนินการแล้ว 68 เปอร์เซ็นต์ และ ถนน ทางลาด และทางเท้าโครงการ ดำเนินการแล้ว 65 เปอร์เซ็นต์ 
       ท้ายที่สุด การลงพื้นที่อย่างเกาะติดของ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการเอาใจใส่เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะโครงการระดับเมกะโปรเจกต์เช่นนี้ ไม่ควรจบลงเพียงแค่งานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หรือภาพการตัดริบบิ้นเปิดอาคาร
      ทว่าสิ่งที่น่าตั้งคำถามตัวโตๆ กลับไปถึง "รัฐบาล" และหน่วยงานส่วนกลาง คือความล่าช้าและวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการเชิงรุกที่ดูจะยังคงตามหลังความคืบหน้าของการก่อสร้าง เพราะหากอาคารสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนด แต่รัฐบาลยังคงเดินเกมช้า ขาดการบูรณาการเพื่อดึงดูดสายการบินต่างชาติ อาคารผู้โดยสารหลักพันล้านแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นการถูกปล่อยทิ้งร้าง กลายเป็นเพียง "อนุสาวรีย์คอนกรีต" ที่ประจานความล้มเหลวของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

"เบียร์ ปรเมศวร์’ นำทีมกลุ่ม "เรารักพัทยา" เขต 3 ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านชุมชนชุมสาย พร้อมต่อยอด ต่อเนื่อง เพื่อเมืองพัทยา

ช่วงเย็น วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิก...