Monday, August 31, 2026

พลังบุญตบเท้าร่วมบริจาคของใช้ให้คนพิการยากไร้ ผ่านงานวันคล้ายวันเกิด "เสี่ยเอ้-มีชัย" คนดังเมืองพัทยา อายุครบ 54 ปี

วันที่ 31 ส.ค.69 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี บริบูรณ์ ของนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้มีการจัดงานวันคล้ายวันเกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยในครั้งนี้เจ้าภาพได้กำหนดไม่รับของขวัญขอความร่วมมือผู้ร่วมงานนำสิ่งจองและเครื่องใช้จำเป็นสำหรับคนพิการยากไร้เพื่อส่งต่อให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภายใต้การดำเนินการของกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง
ในงานพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น มิตรสสาย รวมทั้งบุคคลที่ให้การนับถือเข้าร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี ในปีนี้ โดยนำสิ่งของมาร่วมบริจาคจำนวนมาก อาทิ รถวีลแชร์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยพิการจำนวนหลายรายการ พร้อมกันนี้ในงานได้มีบริการอาหารเครื่องดื่มนานาชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวัน
สำหรับ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "เสี่ยเอ้" เป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมและการเมืองท้องถิ่นของเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บทบาทหน้าที่ทางสังคมและการเมืองนั้น ปัจจุบันเสี่ยเอ้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการร่วมพัฒนาท้องถิ่นเมืองพัทยา ดังนี้ 1.ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา (ภายใต้การนำของนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา) 2.ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองพัทยา และ 3.ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ 
ในส่วนธุรกิจและการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในภาคเอกชน เสี่ยเอ้ถือเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จสูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิงคครบวงจรโดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด และผู้บริหารแลนด์มาร์คและโครงการท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Pattaya Water Space  แหล่งท่องเที่ยวธีมสายน้ำขนาดใหญ่ และบริการเฮลิคอปเตอร์บินชมวิวเมืองพัทยา 360 องศาภายใต้ชื่อ PATTAYA SKY RIDE (บริษัท เน็กซ์ เจ็น เอวิเอชั่น) 
นอกจากงานบริหารและธุรกิจแล้ว นายมีชัยยังเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนในชุมชน และเป็นแกนหลักในการประสานงานเพื่อจัดระเบียบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาอยู่เสมอ จนเป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่รักใคร่ของคนจำนวนมาก 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

"รมว.ท่องเที่ยว” เปิดวิสัยทัศน์อนาคตโรงแรมไทย บนเวที HOTEL ECONOMIC FORUM 2026งานลาดกระบังนิทรรศน์

KMITL สจล.ผนึกภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีหาโมเดลใหม่ธุรกิจโรงแรมไทย ชูแพลตฟอร์มเทคโนโลยี–นวัตกรรม–การเงิน เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน สร้างขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อม TVA Consulting Valley ร่วมเป็นที่ปรึกษาการจัดงาน

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) เตรียมจัดงาน HOTEL ECONOMIC FORUM 2026 วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 08.30–15.10 น. ณ อาคารเรียนรวมสมเด็จพระเทพฯ KMITL ลาดกระบัง กรุงเทพฯ เปิดพื้นที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ผู้ประกอบการโรงแรม นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมค้นหาทิศทางใหม่ของธุรกิจโรงแรมไทย ท่ามกลางการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรม “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 – KMITL EXPO 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” มหกรรมนวัตกรรม เทคโนโลยี และการศึกษาที่กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี เพื่อผลักดันงานวิจัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคม

รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  มองว่าบทบาทของมหาวิทยาลัยในวันนี้ต้องก้าวไกลกว่าการผลิตบัณฑิตและงานวิจัย โดยต้องสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมออกจากห้องปฏิบัติการไปสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตได้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด From Lab to Life ของลาดกระบังนิทรรศน์ในปีนี้

สำหรับ HOTEL ECONOMIC FORUM 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “TO CREATE MORE VALUE AND MEANING FOR THE THAI HOTEL BUSINESS AS IT COMPETES FOR THE FUTURE” โดยหยิบโจทย์จริงที่ธุรกิจโรงแรมไทยกำลังเผชิญมาหารือ ตั้งแต่ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น การแข่งขันกับเครือโรงแรมขนาดใหญ่ การพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการบริหารและการสร้างรายได้ของธุรกิจ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ปาฐกถาพิเศษโดย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะเปิดมุมมองถึงทิศทางและวิสัยทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย พร้อมแนวทางนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือ เพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรมไทยในระยะยาว

ขณะเดียวกัน เวทีนี้จะชวนผู้ประกอบการมองไกลกว่าการแข่งขันด้านราคาและจำนวนห้องพัก ไปสู่การค้นหา Business Model ใหม่ของธุรกิจโรงแรม ตั้งแต่การใช้ Digital Platform และ Data เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวโดยตรง การลดการพึ่งพาตัวกลาง การประยุกต์ใช้ AI และระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่ม Productivity ตลอดจนการลดต้นทุนพลังงาน การเข้าถึง Green Finance และกลไกการลงทุนรูปแบบใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้โรงแรมสามารถ Transform ธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระการลงทุนทั้งหมดเพียงลำพัง

นายชยดิษฐ์ หุตานุวัตร์ ประธานสถาบัน TVA กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของการจัด Forum ครั้งนี้ คือการทำให้เวทีวิชาการเชื่อมต่อกับปัญหาที่ผู้ประกอบการเผชิญอยู่จริง เพราะอนาคตของธุรกิจโรงแรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างรายได้ใหม่ การควบคุมต้นทุน การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ตลอดจนการเข้าถึงเงินทุนและพันธมิตรที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้เร็วขึ้น

การจัดงานครั้งนี้มี TVA Consulting Valley ร่วมในฐานะ ที่ปรึกษาการจัดงาน โดยร่วมพัฒนากรอบแนวคิดและประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยง “โจทย์ของผู้ประกอบการ” กับ “Solution ที่นำไปใช้ได้จริง” ทั้งด้านกลยุทธ์ เทคโนโลยี การเพิ่มรายได้ การลดต้นทุน การบริหารพลังงาน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ

ภายในงานยังรวบรวมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากภาคการท่องเที่ยว โรงแรม เทคโนโลยี พลังงาน และการเงิน มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และนำเสนอแนวทางใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการไม่ได้กลับไปเพียงแนวคิด แต่สามารถมองเห็น เครื่องมือ โอกาส และโมเดลธุรกิจ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง

HOTEL ECONOMIC FORUM 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีพูดถึงอนาคตของอุตสาหกรรมโรงแรม แต่เป็นความพยายามสร้างพื้นที่เชื่อมต่อ “ปัญหา–องค์ความรู้–เทคโนโลยี–เงินทุน–โอกาสทางธุรกิจ” เพื่อช่วยให้โรงแรมไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME สามารถเปลี่ยนความท้าทายที่กำลังเผชิญให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโต

พบกันวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 08.30–15.10 น. ณ อาคารเรียนรวมสมเด็จพระเทพฯ KMITL ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ภายในมหกรรม ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 (KMITL EXPO 2026) ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569

เมื่อกติกาของโลกการท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “นักท่องเที่ยวจะกลับมามากแค่ไหน” แต่คือ “โรงแรมไทยพร้อมเปลี่ยนตัวเองเพื่อคว้าโอกาสใหม่ได้เร็วแค่ไหน”

พล.ต.ต.พศวีร์ ฯ ผบก.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สภ.สังขละบุรี สั่งกำชับการปราบปราม และ 8 นโยบาย ผบ. ตร. ที่ต้องปฏิบัติ

    เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00 น. พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ลง ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม สภ.สังขละบุรี โดยมี พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมข้าราชการตํารวจ สภ.สังขละบุรี ให้การต้อนรับ และรายงานผลการปฏิบัติงานเหตุการณ์ปกติ จึงได้กำชับ เข้มงวด การปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
    1.มุ่งมั่นธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
2.เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการป้องกัน กวดขัน และปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันและอบายมุขทุกประเภท
3.เน้นย้ำให้งานป้องกันปราบปราม ให้เพิ่มความเข้มงวดในการปรากฏกาย ตรวจป้องกันเหตุ ธนาคาร ร้านทองในพื้นที่รับผิดชอบ
4.กำชับการตั้งจุดสกัด เพื่อป้องกันการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง บุคคลสัญชาติจีน สินค้าหนีภาษี สิ่งผิดกฎหมาย และยาเสพติดทุกประเภท
5.ประชุมเร่งรัดสำนวนคดีสำคัญ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว รอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม
6.เน้นย้ำความประพฤติของข้าราชการตำรวจ ผู้บังคับบัญชาควบคุมกำกับดูแล ตามคำสั่ง กรมตำรวจที่ 1212/2537 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ 
7.กำชับข้าราชการตำรวจทุกนาย ให้ประพฤติตนอย่างเหมาะสม ทั้งทรงผมและเครื่องแบบ ตามข้อสั่งการของ ผบ.ตร. 
8.ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของ ตร. และตำรวจภูธรภาค7 อย่างเคร่งครัด
     /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก 
 

โครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง นาย บุญนาค พันธ์คง นายกองค์การบริหารส่วนตําบล บ้านหลวง พร้อมพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทนทุกภาคส่วน ชาวบ้านภายในตำบลบ้านหลวง ร่วมปิดโครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านหรือระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด
  โดยมี พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จ.นครปฐม   ได้เดินทางมาเป็นประธานในการปิดงาน
พร้อมด้วยท่านสจ. เกียรติศักดิ์ ท่าน สจ อำนาจ ท่าน สจ. บรรทูล
สมาชิกสภาจังหวัดกลุ่มชาวบ้าน
 โดยมี คณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชนทุกท่าน ให้การต้อนรับ
ตลอดการแข่งขัน ทุกทีมได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความสามัคคี และที่สำคัญคือการได้ใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชนบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และมิตรภาพ กับงานการแข่งขันกีฬา
ณ สนามโรงเรียนบ้านหลวงวิทยา
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

อบจ.พิษณุโลก ร่วมงานมหกรรมรวมพล TO BE NUMBER ONE จังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2569

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีวีรภัทร จีนด้วง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดงาน มหกรรมรวมพล TO BE NUMBER ONE จังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม คอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จัดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE ในระดับจังหวัด ซึ่งมีภารกิจในการบริหารจัดการอำนวยการและประสานการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผลอย่างสูงสุดตามเป้าหมายของรัฐบาล 
สำหรับการจัดงานมหกรรมรวมพล TO BE NUMBER ONE จังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2569 ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัด TO BE NUMBER ONE จังหวัดพิษณุโลก แบบบูรณาการ ปี 2569 ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ในการบริหารจัดการปัญหายาเสพติด เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ 
โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิเช่น จังหวัดพิษณุโลก ที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอ ศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานแรงงานจังหวัดพิษณุโลก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง สถานศึกษา ชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดพิษณุโลก ทุกประเภท (Setting) โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดพิษณุโลก จากทุกประเภท ( Setting) จำนวนทั้งสิ้น 500 คน

จากมิตรภาพสู่มรดกสีเขียว เอกอัครราชทูต ร่วมปลูก “ต้นไม้ไทยให้ประเทศไทย” ณ สวนนงนุชพัทยา

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา16.00 น.นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมคณะให้การต้อนรับ นางมิลลิเซนต์ ครูซ ปาเรเดส เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำราชอาณาจักรไทย ในโอกาสร่วมกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ไทยให้ประเทศไทย” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศ และร่วมส่งต่อมรดกสีเขียวให้แก่ประเทศไทยและคนรุ่นต่อไป
กิจกรรมจัดขึ้น ณ สวนรุกขชาติ บริเวณเชิงเขาบันไดกฤษ สวนนงนุชพัทยา โดยเอกอัครราชทูตได้ปลูก “ต้นเลือดใบเล็ก” ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นพื้นถิ่นของประเทศไทย พบตามธรรมชาติในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อร่วมอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทยให้เติบโตและคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของสวนรุกขชาติแห่งนี้ 
นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยามีแนวคิดพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ และศึกษาพันธุ์ไม้ยืนต้นที่มีคุณค่าและหายากจากทั้งประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้ต้นไม้แต่ละต้นไม่เพียงได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และความสำคัญของพันธุ์ไม้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้“ต้นไม้ที่ปลูกในวันนี้อาจเป็นต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ในอนาคตจะกลายเป็นทั้งมรดกทางธรรมชาติและสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่เติบโตอยู่บนแผ่นดินไทย” 
ทั้งนี้ สวนนงนุชพัทยาได้รับอนุญาตจาก กรมป่าไม้ ให้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่กว่า 43 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นสวนรุกขชาติอย่างสมบูรณ์ โดยสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพื้นที่ การรวบรวมและปลูกพันธุ์ไม้ ตลอดจนการบำรุงดูแลรักษาต้นไม้ทั้งหมดอย่างต่อเนื่องการร่วมปลูกต้นไม้ของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการ “ปลูกมิตรภาพให้หยั่งรากบนแผ่นดินไทย” และร่วมสร้างมรดกทางธรรมชาติที่จะเติบโตและคงอยู่ให้คนรุ่นต่อไปได้เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณไม้

Sunday, August 30, 2026

เปิดแล้ว “ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา” “ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น” ณ ศาลากลางน้ำ ชุมชนบ้านยางพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

โดยมี ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 3 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปิดตลาดอย่างคึกคัก
  อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ ชวนมาสัมผัส วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่กำแพงแสน 
และในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน
เข้าร่วมกิจกรรมเปิดตลาดน้ำชุมชน บ้านยางพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น ม.7 ต.ทุ่งกระพังโหม
อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 
  และยังได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลให้บริการให้ผู้ร่วมงาน และ คัดกรองไวรัสตับอักเสบให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้้งนี้ด้วย
  และวันนี้บรรยากาศวันเปิดตลาดเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคัก และความอบอุ่นของคนในชุมชน 
ทั้งอาหารพื้นบ้าน ของดีจากชุมชน และเสน่ห์ของวิถีชีวิตไทยทรงดำ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัส
  ขอเชิญมาเที่ยวทั้งที อย่าลืมแวะชิมของอร่อย ๆ จากชุมชน  เดินเล่นริมคลอง รับลม ชมบรรยากาศเรียบง่าย
เลือกซื้อสินค้าชุมชน พร้อมสนับสนุนภูมิปัญญาและฝีมือของคนบ้านยางพัฒนา
  ตลาดน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ของกินของดี แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราว วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของชุมชนเอาไว้ด้วยกัน
📍 ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา
อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
  เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00–15:00 น. 
  ล่องคลอง จ้องนา กินปลาบ้านยาง
แล้วมาสัมผัสความสุขเรียบง่ายที่ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

พลังบุญตบเท้าร่วมบริจาคของใช้ให้คนพิการยากไร้ ผ่านงานวันคล้ายวันเกิด "เสี่ยเอ้-มีชัย" คนดังเมืองพัทยา อายุครบ 54 ปี

วันที่ 31 ส.ค.69 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี บริบูรณ์ ของนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้มีการจัดงาน...