Wednesday, March 18, 2026

พิษณุโลก “จุติ” เตือนรับมือวิกฤตพลังงานหนักกว่าโควิด! หวั่นสงครามยืดเยื้อฉุดค่าไฟพุ่ง-ปุ๋ยแพง ย้ำรัฐอุ้มดีเซลต่อไม่ไหว

พิษณุโลก (17 มีนาคม 2569) – นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ร่วมงานวันสตรีสากล ณ โรงแรมดิอิมพีเรียล โฮเตลฯ พร้อมเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงกว่าช่วงโควิด-19 หากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศลากยาวเกิน 4 เดือน

"วันนี้เราไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน แต่ขาดสติเพราะความกลัว รัฐบาลอุดหนุนจนน้ำมันไทยถูกกว่ามาเลเซียแล้ว แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะนำภาษีคนทั้งประเทศมาอุ้มคนมีรถตลอดไป ทุกคนต้องเตรียมตัวเจ็บปวดและปรับตัวให้รอด" 

นายจุติได้แสดงทัศนะต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศที่อาจบานปลาย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย โดยราคาน้ำมัน ปัจจุบันรัฐอุดหนุนดีเซลลิตรละ 6-7 บาท จนราคาไทยถูกกว่ามาเลเซียเป็นครั้งแรก แต่เตือนว่ารัฐไม่สามารถแบกรับภาษีเพื่ออุดหนุนได้ตลอดไป หากสต็อกน้ำมันเดิมหมดลง ราคาจะสะท้อนความจริงและเกิน 30 บาทแน่นอน

ส่วนค่าไฟฟ้า ไทยผลิตไฟฟ้าจากก๊าซและน้ำมันถึง 70% หากสงครามลากยาวเกิน 4 เดือน ค่าไฟจะพุ่งสูงขึ้น และอาจรุนแรงถึงขั้นต้อง "ปันส่วนพลังงาน" ในภาคเกษตร ราคาปุ๋ยซึ่งนำเข้า 100% (ปีละ 5 ล้านตัน) จะปรับตัวสูงขึ้นตาม  ต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบโลก และเศรษฐกิจและท่องเที่ยว คาดการณ์สงกรานต์ปีนี้เงียบเหงา นักท่องเที่ยวลดลงจากผลกระทบต้นทุนการเดินทางทั่วโลก
​"วิกฤตรอบนี้หนักกว่าโควิด-19 ขอให้ประชาชนใช้สติ อย่าตื่นตระหนกจนกักตุนน้ำมัน และเตรียมตัวอยู่อย่างพอเพียง ปรับตัวรับต้นทุนชีวิตที่จะสูงขึ้น" — นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวทิ้งท้าย















นครปฐม เข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18

 วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569
  เวลา 10.30 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม  
มอบหมายให้นางดรุณี โพธิ์ศรี 
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมเป็นเกียรติรับโล่เชิดชูเกียรติด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 Building Sustainable Wellness under Climate Change "สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก" ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค 69  
โดยมี นายวิโรจน์ ทองเกลี้ยง
หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพและผู้เกี่ยวข้อง 
นำผู้มีผลงานดีเด่นเข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ 1.)นางศมานันท์ ศรีพัฒนพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม ได้รับรางวัล ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager : CM) ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5  และ นางเพชรน้ำหนึ่ง แก้วศรีงาม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน ได้รับรางวัล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver : CG)” ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 โดยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลฯ
 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายก อบจ.พิษณุโลก รับมอบโล่เชิดชูเกียรติด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เข้ารับมอบโล่เชิดชูเกียรติด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ จาก นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ในงานประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ณ ห้อง Miracle Grand A-B ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี นายนิธิพัฒน์  มีโภคสม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รักษาการหัวหน้าฝ่ายป้องกันและควบคุมโรค เข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ด้วยกรมอนามัย จัดงานประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 "Building Sustainable Wellness Under Climate Change : สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด องค์ความรู้ เทคโนโลยี และความสำเร็จด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร 
ภายในงานมีการบรรยาย เรื่อง ยิ้มข้ามศตวรรษ ฝ่าวิกฤติโลกร้อน World Oral Health Day โดย ทันตแพทย์วิวัฒน์ ฉัตรวงษ์วาน รองผู้อํานวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จากนั้นมีพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ.

อบจ.สงขลา หนุนท้องถิ่น มอบอุปกรณ์ทำความสะอาด 5 พื้นที่เมือง

          วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาดแก่ 5 อปท. ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤตน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ ภายหลังจังหวัดสงขลาประสบอุทกภัยรุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
         ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 530 ล้านบาท เพื่อดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การเก็บขยะ การขนและกำจัดขยะ การฉีดพ่นกำจัดกลิ่นและแมลง รวมถึงการทำความสะอาดเมือง โดยวัสดุอุปกรณ์ที่มอบให้ในครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและชุมชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งเสริมความพร้อมในการรับมือกับเหตุภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อบจ.สงขลา 

กมธ.ติดตามการบริหารงบฯ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเป็นผลจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงาน"

วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องวิภาวดีรังสิต โรงแรมปริ๊นส์ตั้น เขตดินแดง กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเป็นผลจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงาน" โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการ เปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน รองโฆษกคณะกรรมาธิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมสัมมนา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า การบริหารงบประมาณภาครัฐเป็นกระบวนการสำคัญที่เชื่อมโยงการดำเนินงานของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติยังพบปัญหาหลายประการที่เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ความล่าช้าในขั้นตอนการดำเนินงาน การตีความกฎหมายและระเบียบที่แตกต่างกัน ปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงาน การขาดระบบติดตามและประเมินผลที่เป็นระบบ ข้อจำกัดด้านความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ การกำหนดราคากลางที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง การปรับราคาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่า K และค่า F ที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ทำให้เกิดปัญหาการทิ้งงาน งานล่าช้า งานไม่มีคุณภาพ และสร้างความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชนในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม การตัดราคา หรือฮั้วประมูลงาน ตลอดจนการรับงานเกินศักยภาพ การจ้างช่วง และปัจจัยเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัย อาทิ ภัยพิบัติ ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การสัมมนาในวันนี้มุ่งหวังเพื่อจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งเชิงนโยบายและเชิงระบบ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ รวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ภายในงานฯ มีการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น 1) โครงการ รายละเอียดโครงการและราคากลางของโครงการ ลงในระบบอินเทอร์เน็ต ราคากลางระยะ 3 เดือน ไม่ครอบคลุมระยะเวลาการก่อสร้างที่เกินกว่า 3 เดือน รวมถึงค่า K ซึ่งถึงแม้จะครอบคลุมราคากลางที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงจากการเบิกจ่ายค่า K ใช้เวลาในการเบิกจ่ายหลังจากโครงการ เสร็จแล้ว 1 ปี ถือว่าล่าช้ามาก ส่งผลต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ระยะเวลาในการคืนค่า K เหมาะสมหรือไม่ 2) การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อความเชื่อมั่นต่อสังคม และความปลอดภัย/ผู้ประกอบการประมูลงาน/แข่งราคา/ฮั้วประมูลงาน/การตัดราคาทำให้มูลค่างานลดลง 3) ความล่าช้า ประกอบด้วย ผู้ชนะการประมูลรับงานจำนวนมาก ราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เช่น ภัยพิบัติ ผู้ชนะการประมูลรับงานนอกพื้นที่ ผู้ชนะการประมูล มีการจ้างช่วงทำให้งานไม่มีคุณภาพ 4) ผู้ชนะการประมูลทิ้งงาน มีมูลเหตุมาจากอะไร มีแนวทางแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะราคากลางที่เหมาะสมซึ่งทำให้ผู้ชนะการประมูลไม่ทิ้งงาน และ 5) การกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบความเสียหายและมูลค่าความเสียหาย กำหนดเวลาในการตรวจสอบว่าไม่เกินกี่วัน และไม่ควรมีเงื่อนไขอื่น ในการขยายเวลา ส่วนการชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยควรนำหลักใช้ค่า F มาใช้ประกอบในการเพิ่มในวงเงินเยียวยาด้วย เพราะให้ถือว่าค่า F คือค่าแรง นอกจากนี้ ได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมสัมมนาเฉพาะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และบุคคลในวงงานคณะกรรมาธิการ เพื่อระดมความคิดเห็นจัดทำสรุปประเด็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะนำเสนอตามหัวข้อสัมมนาฯ อีกด้วย 

Tuesday, March 17, 2026

สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงานอัศจรรย์สุพรรณบุรีค่ำคืนแห่งความหวังและกำลังใจส่งต่อความรักรับกำลังใหม่ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์

สุพรรณบุรี นายนิมิตร นาคใหม่ ประธานจัดงานอัศจรรย์สุพรรณบุรี จัดงานแถลงข่าวอัศจรรย์สุพรรณบุรี ค่ำคืนแห่งความหวัง และกำลังใจ ส่งต่อความรัก รับกำลังใหม่ ภายใต้โครงการ EveryOne Thailand ข่าวดีเพื่อทุกคน โดยมีศาสนาจารย์ชุมพล  คุ้มพันธ์แย้ม ประธานร่วมและฝ่ายประชาสัมพันธ์งานอัศจรรย์สุพรรณบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการข่าวดี เพื่อทุกคนจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวนิษฐกานต์  คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี นางจงกลณี ไชยองค์การ ผู้จัดการฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก 
ซึ่งมี  Mr.Travis Holownia ชาวแคนนาดา ได้มาพูดคุยเกี่ยวกับโครงการข่าวดีเพื่อทุกคน EveryOne Thailand  และเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมในกิจกรรมอัศจรรย์สุพรรณบุรี  ค่ำคืนแห่งความหวัง และกำลังใจ  ส่งต่อความรัก  รับกำลังใหม่ สำหรับงานอัศจรรย์สุพรรณบุรี ภายใต้โครงการ EveryOne Thailand  ข่าวดีเพื่อทุกคน ค่ำคืนแห่งความหวัง  และกำลังใจ  ส่งต่อความรัก  รับกำลังใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่  20-21  มีนาคม 2569 ณ สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี  เวลา  17.00-21.00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี ภายในงานจะพบกับ  Mr.Travis Holownai  และพบกับศิลปินแพรว คณิตกุล  และเต้น นรารักษ์ พร้อมร่วมลุ้นรับรางวัลฟรีทุกคืน  
ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานคริสเตียนทั่วโลกกับคริสตจักรท้องถิ่นในประเทศต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมการประกาศข่าวประเสริฐในหลากหลายรูปแบบตามพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศ เป็นข่าวดีเพื่อทุกคน EveryOne Thailand จะมีการจัดกิจกรรมครอบคลุมทั่วประเทศ  โดยจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่ 17  ที่ได้จัดกิจกรรมฯนี้ขึ้น โดยชมรมคริสเตียนจังหวัดสุพรรณบุรี ทางชมรมจะดำเนินการจัดกิจกรรมฯ ต่อเนื่องประกอบด้วยที่จังหวัดสระบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์  และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำข่าวดีมายังผู้ที่ทุกข์ใจ สับสันวุ่นวายกับปัญหาชีวิต ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเงิน ครอบครัวล้มเหลว ท้อแท้สิ้นหวัง เจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย ทุกข์ทรมานกับโรคร้ายหาสาเหตุไม่ได้ นี่คือข่าวดี และโอกาสอันดี ส่วนผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับฤทธิ์อำนาจอันอัศจรรย์สามารถเปลี่ยนชีวิตท่านได้ 
//ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี//

ประจวบคีรีขันธ์ _ ชาวบ้านและสวนในพื้นที่อำเภอทับสะแก เร่งนำรถมาเติมน้ำมัน ดีเซล หลังปั้มน้ำมันเปิดให้บริการ หมดภายใน 1 ชม.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ ของ หจก.ธ.ทองปิโตเลียม ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงหลัก กม.ที่ 359-360 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เปิดให้บริการเติมนำมันดีเซล หลังทางปั้มเปิดให้บริการให้ชาวบ้าน และชาวสวนรวมถึงรถบรรทุกที่วิ่งลงสู่ภาคใต้เข้ามาให้บริการเติมน้ำมันดีเซล โดยชาวสวนได้นำรถที่ใช้สวนตัว และใช้ขนพืชพลทางการเกษตรเข้ามาต่อคิวเติมน้ำมันจำนวนมาก
โดยทางปั้มได้ให้รถที่เข้ามาเติมน้ำมัน สามารถเติมน้ำมันดีเซลได้เพียงคันละ 500 บาท ต่อครั้ง ต่อวัน เพื่อลูกค้าจะได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง และเปิดให้บริการ 06.00 น. – 18.00 น. ของทุกวัน ในส่วนน้ำมัน เบนซิน 95 หรือ E 20  และ LPG ก็ยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ โดยหลังเปิดให้บริการน้ำมันดีเซล ได้ไม่ถึง 1 ชม.ก็ต้องปิดให้บริการดีเซล เนื่องจากน้ำมันหมด และสามารถมาใช้บริการได้วันถัดไป
///////////////////////////////
ข่าว   ณัฐธภพ พันสาย    /    จ.ประจวบคีรีขันธ์    0623644468

พิษณุโลก “จุติ” เตือนรับมือวิกฤตพลังงานหนักกว่าโควิด! หวั่นสงครามยืดเยื้อฉุดค่าไฟพุ่ง-ปุ๋ยแพง ย้ำรัฐอุ้มดีเซลต่อไม่ไหว

พิษณุโลก (17 มีนาคม 2569) – นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ร่วมงานวันสตรีสากล ณ โรงแรมดิอิมพีเรียล...