Friday, July 31, 2026

เด็กกีฬา อบจ.พิษณุโลก คว้าตั๋วทีมชาติไทย! ติด U13 ลุยศึกใหญ่ที่จีน อบจ.พล.ชวนชาวสองแควรวมพลังเชียร์

อบจ.พิษณุโลก ชวนชาวไทยส่งใจเชียร์ "น้องรณพีร์" เด็กกีฬา อบจ. ติดทีมชาติ U13 ลุยศึกวอลเลย์บอลใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้

​พิษณุโลก — องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดย นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก พร้อมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเยาวชนในพื้นที่ หลัง เด็กชายรณพีร์ คุ้มปรี นักเรียนชั้น ม.1/1 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นตัวแทนนักกีฬาวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี (U13) ได้สำเร็จ

การติดทีมชาติในครั้งนี้ "น้องรณพีร์" จะเป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชนรายการใหญ่ 2026 Gezhi Cup Shanghai Youth Volleyball Invitational Tournament ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 1 – 6 สิงหาคม 2569 นี้

ทาง อบจ.พิษณุโลก จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกและแฟนวอลเลย์บอลชาวไทย ร่วมส่งกำลังใจและแรงเชียร์ให้ "น้องรณพีร์" และทัพนักกีฬาไทย ทำผลงานได้อย่างเต็มศักยภาพ สู้สุดใจในต่างแดน เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาสู่โรงเรียนกีฬา อบจ.พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และประเทศไทยต่อไป





‎“ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ” เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว เป็นประธานเปิด “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” และเป็นประธานในพิธีแห่เทียนพรรษา ประจำปี ๒๕๖๙‎

‎วันที่ 30 ก.ค.69 เวลา 10.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังมัจฉา ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี นำโดย พระครูปลัดปรีดา โชติกโร หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติธรรมวังมัจฉา (ประธานฝ่ายสงฆ์) พร้อมด้วย ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร (ประธานในพิธี) นายศุภวัชร ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ใน หม่อมหลวง วรานุชสรณ์ วัชรีวงศ์ (รองประธานในพิธี) นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) (ประธานฝ่ายดำเนินงาน) นายวงศกร ศรีสวัสดิ์ ประธานชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) (ประธานฝ่ายจัดกิจกรรม) นายทวีศักดิ์ คำดำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขต 3 พร้อมคณะกรรมการ “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” ร่วมพิธีเปิดป้ายที่ทำการสำนักงาน “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” และบวงสรวงตั้งศาลใหม่ ศาลพระภูมิตายายเจ้าที่ 
‎ต่อมาเวลา 13.00 น. ประธานในพิธี พร้อมกับ สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) ร่วมกับ ชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นำเทียนพรรษา ถวายเพื่อเป็นพุทธบูชานำทางแสงสว่าง โดยมี คณะศิษย์ยานุศิษย์สายบุญ จากจังหวัดตราด นำผ้าป่าสามัคคีแห่มาร่วมสมทบ และมีคณะนางรำจาก ชมรมศิลปะรำพื้นบ้านไทย เครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม นำทีมโดย นางฐิติรัตน์ สักนะพรต ประธานชมรม นำทีมนางรำขบวนแห่ในครั้งนี้.

Thursday, July 30, 2026

“บรรหาร บุญเขต” คว้ารางวัลเกียรติคุณ ณ สปป.ลาว ตอกย้ำผลงานทำประโยชน์เพื่อสังคม พร้อมเชื่อมสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

นครหลวงเวียงจันทน์ — เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ หอวัฒนธรรมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นายบรรหาร บุญเขต ประธานเครือข่ายครอบครัวการเมืองวิถีใหม่ ที่ปรึกษาสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) และอดีตประธานคณะทำงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน วุฒิสภา (ปี 2562–2567) เข้ารับรางวัลเกียรติคุณ สาขา "ผู้ทำประโยชน์ด้านสาธารณชนและสังคม" จากภาคีเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมไทย-ลาว
รางวัลดังกล่าวถือเป็นสิ่งตอกย้ำความทุ่มเทและการอุทิศตนเพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่องของนายบรรหาร โดยในโอกาสนี้ นายบรรหารได้กล่าวแสดงความขอบคุณคณะกรรมการและองค์กรภาคีทุกฝ่ายที่ร่วมเสนอชื่อเข้ารับรางวัล ไม่ว่าจะเป็น สมาคมหมอแคน จ.ขอนแก่น, สมาคมกลองยาว จ.มหาสารคาม, สมาคมเสียงแคนลาว รวมถึง ดร.สุวิทย์ วิชัด อดีตรองประธานคณะทำงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน วุฒิสภา ในฐานะเจ้าของโครงการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-ลาว
การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพอันงดงาม และกระชับความร่วมมือด้านสาธารณประโยชน์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยและ สปป.ลาว ให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนสืบไป

Wednesday, July 29, 2026

ฟอร์มร้อนแรง! ทีม "เตรียมศึกษาวิทยา" ผงาดคว้าแชมป์ศึกฟุตบอล 7 คน "โครงการคนละลูกคัพ" ครั้งที่ 10 ประจำปี 2026

​ปัตตานี, 28 กรกฎาคม 2026 – ทัพนักกีฬาฟุตบอลเยาวชน ทีมเตรียมศึกษาวิทยา โชว์ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมและยอดฝีมือเหนือชั้น ผงาดคว้าตำแหน่ง ชนะเลิศ (แชมป์) ในการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการ "โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2026" รุ่นอายุ 13 ปี (ชาย) ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียมตัรบาวี อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นายยาการียา ดอเลาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน มอบถ้วยรางวัลชนะเลิศให้แก่ทีมเตรียมศึกษาวิทยา
รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมอิสลามนิติวิทย์ ดร.รุสดี แวบือซา ผู้อำนวยการโรงเรียนอะเดร์รอซะห์ฯ มอบถ้วยรางวัล
รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 (ร่วม) ได้แก่ ทีมเตรียมจูเนียร์ (เสื้อสีชมพู) ทีมยะหริ่งวิทยา (เสื้อสีดำ) นายอุสมานนุลฮากีม เจาะอาแว ผู้อำนวยการโรงเรียนยะหริ่งวิทยา เป็นผู้มอบถ้วยรางวัล
รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ได้แก่ เด็กชายอัรสัล ดามะ ทีมเตรียมศึกษาวิทยา นายยาการียา ดอเลาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน มอบถ้วยรางวัล
​การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาฟุตบอลให้แก่เยาวชน โดยได้รับเกียรติจาก นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)   สนับสนุนถ้วยรางวัลเกียรติยศบรรดาทีมฟุตบอลชั้นนำในพื้นที่ที่เข้าร่วมชิงชัยกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศความสนุกสนานและเสียงเชียร์ที่คึกคักตลอดการแข่งขัน
​เส้นทางสู่ความสำเร็จของ ทีมเตรียมศึกษาวิทยา ในทัวร์นาเมนต์นี้ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความสามัคคี และวินัยในการฝึกซ้อม จนสามารถฝ่าฟันคู่แข่งในแต่ละรอบก่อนจะโชว์ฟอร์มแกร่งในรอบชิงชนะเลิศ คว้าถ้วยเกียรติยศและสร้างความภาคภูมิใจให้กับทางโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง รวมถึงแฟนบอลชาวปัตตานีได้
​ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของเยาวชนไทย ที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นผ่านกีฬาฟุตบอล และพร้อมที่จะพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในอนาคตต่อไป

สรรเพชญ” เดินหน้าผลักดันรถไฟสายใหม่ ชุมพร-ท่าเรือระนอง เติมเต็ม Missing Link เชื่อมรางสู่ท่าเรือ เปิดประตูเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจโลก

ย้ำเป็นจุดเชื่อมสำคัญของโครงข่ายคมนาคมไทย เพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้าโครงการบนพื้นฐานของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
วันนี้ (29 ก.ค. 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง เพื่อเติมเต็มจุดเชื่อมสำคัญ (Missing Link) ของโครงข่ายระบบรางไทย ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าวันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จากการลงทุนเป็นรายโครงการ สู่การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทั้งระบบให้ทำงานร่วมกัน ทั้งถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และด่านชายแดน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในยุคปัจจุบันคือการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศลงทุนไว้แล้วให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดต่อเศรษฐกิจ การเดินทาง และการขนส่งสินค้า โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ชุมพร-ท่าเรือระนอง จึงเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมของประเทศ เพราะเป็นจุดเชื่อมที่ยังขาดอยู่ของระบบรางไทย ทำให้โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันได้เป็นครั้งแรก
โครงการดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร วงเงินลงทุนกว่า 27,000 ล้านบาท แม้จะเป็นเส้นทางระยะสั้นเมื่อเทียบกับโครงการรถไฟสายหลักทั่วประเทศ แต่ถือเป็นจุดเชื่อมยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้การลงทุนด้านระบบรางที่ประเทศไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สามารถทำงานเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายเดียวอย่างสมบูรณ์ เปรียบเสมือนการเติมเต็มชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์ ที่ทำให้ระบบคมนาคมของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายสรรเพชญ กล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ สินค้าจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จะสามารถขนส่งทางรางตรงสู่ท่าเรือระนองได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปใช้รถบรรทุกในช่วงสุดท้าย ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ลดระยะเวลาการขนส่ง เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
นอกจากนี้ โครงการยังทำให้ประเทศไทยมีทางเลือกในการเชื่อมโยงการค้าทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยโครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศจะสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือสำคัญฝั่งอ่าวไทย เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือมาบตาพุด ได้เช่นเดิม ขณะเดียวกัน จะสามารถเชื่อมต่อไปยังท่าเรือระนอง ซึ่งเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย เชื่อมโยงการค้ากับประเทศสมาชิก BIMSTEC รวมถึงตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา รองรับการขยายตัวของการค้าโลกในอนาคต และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบโลจิสติกส์ไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ความสำคัญของโครงการนี้คือการยกระดับประเทศไทยให้มีโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งระบบ เมื่อถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และด่านชายแดนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาค เพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเพียงด้านเดียว และสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจในระยะยาว
ในระดับพื้นที่ โครงการจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง ดึงดูดการลงทุนด้านคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ธุรกิจโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน รวมถึงเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตร สินค้าประมง และสินค้าแปรรูปของภาคใต้ สามารถเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

ทั้งนี้ การผลักดันโครงการจะดำเนินการบนหลักการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสมดุล โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาโครงการอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าของการลงทุน ตลอดจนการศึกษาในเรื่องของการเลือกทำเลที่ตั้งของท่าเรือระนอง ว่าจะยังคงใช้ท่าเรือระนองเดิมหรือจะมีท่าเรือระนองแห่งใหม่ เพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่มีปริมาณมากขึ้นและรองรับเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ควบคู่กับการให้ความสำคัญต่อการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาโครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากได้รับความเห็นชอบภายในปีนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้เร็วที่สุดในปี 2570

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า รถไฟชุมพร-ท่าเรือระนอง ระยะทาง 110 กิโลเมตรคือจุดเชื่อมยุทธศาสตร์ที่จะทำให้โครงข่ายคมนาคมของประเทศไทยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เชื่อมทุกภูมิภาคของประเทศเข้ากับประตูการค้าฝั่งอันดามัน เพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ รองรับการค้าและการลงทุนในอนาคต เชื่อมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจโลก และวางรากฐานการเติบโตของประเทศอย่างมั่นคงในระยะยาว

เพชรบูรณ์เปิดยิ่งใหญ่ “อินทผลัมเพชรบูรณ์แอนด์บอลลูนเฟสติวัล” กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชวนชมบอลลูนยักษ์–ช้อปของดี 27–30 ก.ค. 2569

จังหวัดเพชรบูรณ์เปิดงาน “อินทผลัมเพชรบูรณ์แอนด์บอลลูนเฟสติวัล” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตลอดจนสินค้าเกษตร สินค้า OTOP และของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 27–30 กรกฎาคม 2569
ภายในงานมีไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาทิ การจำหน่ายอินทผลัมสดคุณภาพเยี่ยมจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมโปรโมชั่น “นาทีทอง” ราคาพิเศษ การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่ม Young Smart Farmer เพชรบูรณ์ รวมถึงการแสดงบอลลูนลมร้อนหลากสีสันที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของงาน
ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชิมอินทผลัมสดจากสวน เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ และชมความสวยงามของบอลลูนลมร้อน ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ณ สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
//นที บุญรอด / เพชรบูรณ์ไทม์ รายงาน//

เพชรบูรณ์เปิดยิ่งใหญ่ “อินทผลัมเพชรบูรณ์แอนด์บอลลูนเฟสติวัล” กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชวนชมบอลลูนยักษ์–ช้อปของดี 27–30 ก.ค. 2569

จังหวัดเพชรบูรณ์เปิดงาน “อินทผลัมเพชรบูรณ์แอนด์บอลลูนเฟสติวัล” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตลอดจนสินค้าเกษตร สินค้า OTOP และของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 27–30 กรกฎาคม 2569
ภายในงานมีไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาทิ การจำหน่ายอินทผลัมสดคุณภาพเยี่ยมจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมโปรโมชั่น “นาทีทอง” ราคาพิเศษ การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่ม Young Smart Farmer เพชรบูรณ์ รวมถึงการแสดงบอลลูนลมร้อนหลากสีสันที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของงาน
ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชิมอินทผลัมสดจากสวน เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ และชมความสวยงามของบอลลูนลมร้อน ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ณ สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
//นที บุญรอด / เพชรบูรณ์ไทม์ รายงาน//

เด็กกีฬา อบจ.พิษณุโลก คว้าตั๋วทีมชาติไทย! ติด U13 ลุยศึกใหญ่ที่จีน อบจ.พล.ชวนชาวสองแควรวมพลังเชียร์

อบจ.พิษณุโลก ชวนชาวไทยส่งใจเชียร์ "น้องรณพีร์" เด็กกีฬา อบจ. ติดทีมชาติ U13 ลุยศึกวอลเลย์บอลใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้ ​พิษณุโลก...