Thursday, May 21, 2026

ปิดฉาก “คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณามีมติรับพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. ... วาระที่ 1 ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งเป็นกฎหมายค้างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว
 
เมื่อมีการยุบสภา รัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้ยืนยันตามกำหนด และรัฐสภาได้เห็นชอบ 
 
ส่วนตัวในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอการพิจารณายกเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้า ครม. และรัฐบาลได้เสนอสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวมาแล้ว เห็นว่าเป็นการสร้างระบบนิติธรรมที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หลักสากล และสอดคล้องกับความจริงทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
 
- ประการแรก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดคือพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 วิธีการกำหนดให้เป็นโทษทางอาญาสำหรับผู้ซึ่งไม่สามารถชำระเงินตามเช็คได้ อันเป็นการนำโทษทางอาญามาใช้บังคับกับการผิดนัดทางแพ่ง ซึ่งพฤติการณ์นี้ไม่สอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรงเท่านั้น และไม่สอดคล้องกับข้อ 11 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญามิได้ สมควรยกเลิกกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับผิดทางอาญาโดยไม่สมควรอีก

- ประการที่สอง การใช้เช็คทวงหนี้ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 13 “ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมดังต่อไปนี้ (2) การเสนอหรือจูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้”

ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว จะต้องระวางโทษตามมาตรา 39 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเมื่อกฎหมายทวงถามหนี้ลงโทษเจ้าหนี้ที่ใช้เช็คเป็นเครื่องมืออย่างไม่เป็นธรรมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเก็บกฎหมายเช็คปี 2534 ไว้

- ประการที่สาม การยกเลิกโทษอาญา สอดคล้องกับหลักอาชญาวิทยาที่ว่า ความผิดเรื่องเช็คเด้งนั้น ตรงกับคำในอาชญาวิทยาว่า Mala prohibita คือ ”เป็นความผิดเพราะกฎหมายห้ามและกำหนดโทษไว้“ ไม่ใช่ความผิดประเภท Mala in se ซึ่งหมายถึง “ความผิดที่เป็นสิ่งชั่วร้ายในตัวเองหรืออาชญากรรมโดยแท้” และพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการใช้เช็คเดิมก็ไม่ได้แยกแยะชัดเจนระหว่างผู้จนมุมทางธุรกิจกับผู้ทุจริตหรือโกง ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่สุจริตแต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวต้องกลายสภาพเป็นอาชญากรและต้องติดคุก ซึ่งขัดกับหลักความยุติธรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง 

ทั้งนี้ หากผู้สั่งจ่ายเช็คมีพฤติกรรมตั้งใจหลอกลวงหรือมีเจตนาทุจริตฉ้อโกงมาตั้งแต่แรก สามารถปรับเข้ากับความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาได้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายเช็คฉบับนี้
.
ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดบทเฉพาะกาลไว้ (มาตรา 6) โดยให้กรมราชทัณฑ์มีอำนาจปล่อยตัวผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโดยเร็วและทันทีภายในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับโดยไม่ต้องรอหมายปล่อยจากศาล และแจ้งให้ศาลทราบ รวมถึงให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษ พ้นจากการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษโดยทันทีตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งประเทศ จำนวน 327,478 ราย เป็นผู้ต้องขังตามคดีเช็ค 555 ราย ซึ่งถือเป็นบทบัญญัติที่เป็นธรรมและมีมนุษยธรรมอย่างแท้จริง
.
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

สิงห์บุรี - “สื่อสิงห์บุรีลงพื้นที่! เยี่ยมโรงเรียนวัดสาธุการาม สร้างสัมพันธ์–เติมพลังการศึกษาในชุมชน”

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง เมื่อ นายสมควร ชัยบุรินทร์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นายสรวัชร สรรเพ็ชร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี เดินทางเข้าพบปะ พูดคุย และเยี่ยมเยียน โรงเรียนวัดสาธุการาม ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ในการนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจาก นางสาวธันย์นิชา วิรัตน์ศุภศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสาธุการาม พร้อมด้วยคณะครู ที่ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา รวมถึงบทบาทของสื่อมวลชนในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนในระดับพื้นที่
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนกับสถานศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เข้มแข็ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สื่อได้เข้าถึงเรื่องราวดี ๆ ภายในโรงเรียน นำไปเผยแพร่สู่สาธารณชน อันจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วมของชุมชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ บรรยากาศการพบปะเป็นไปด้วยความชื่นมื่น สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่พร้อมจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรีอย่างยั่งยืนต่อไป
//ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน//

ประจวบคีรีขันธ์ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทรับส่งนักท่องเที่ยวเกาะทะลุ เสียหายเกือบทั้งลำ คนขับบาดเจ็บ คาดเสียหาย 3-4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทของบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะจอดอยู่ริมทะเล เนื่องจากช่วงน้ำตื้นจึงไม่สามารถนำเรือเข้าจอดที่ท่าเรือตามปกติได้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เรือสปีดโบ๊ทลำดังกล่าวใช้สำหรับรับส่งนักท่องเที่ยวจากฝั่งข้ามไปท่องเที่ยวที่เกาะทะลุ เป็นเรือขนาด 2 เครื่องยนต์ อายุการใช้งานประมาณ 7-8 ปี ก่อนเกิดเหตุเครื่องยนต์มีปัญหาและเพิ่งนำไปซ่อมมา

กระทั่งวันนี้ คนขับเรือได้เข้าไปเตรียมเรือเพื่อหวังนำออกไปรับนักท่องเที่ยว แต่ระหว่างติดเครื่องยนต์ ได้เกิดเสียงดังคล้ายการจุดระเบิด ก่อนที่เปลวไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คนขับเรือถูกไฟลวกบริเวณแขนและลำตัวได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ คนขับเรือพยายามนำถังดับเพลิงภายในเรือมาฉีดสกัดเพลิง แต่ไม่สามารถควบคุมไฟไว้ได้ เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเรือได้รับความเสียหายเกือบทั้งลำ ก่อนตัดสินใจกระโดดลงน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายประมาณ 3-4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั้งหมดได้เปลี่ยนไปใช้เรือลำอื่นของบริษัทฯ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะทะลุ โดยไม่มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์
( เครดิตภาพ  นายประจักษ์ ทองรัตน์ )
//////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

Wednesday, May 20, 2026

อบจ.พิษณุโลก ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
โดย นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมประกอบพิธีทางศาสนาตามลำดับพิธีการภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยการร่วมพิธีในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบศาสนกุศลที่พสกนิกรและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ ได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วมเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์.

กมธ.การทหารฯ ร่วมมือ 3 ภาคีเครือข่ายจัดเสวนา “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน”

มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันแบบสันติ
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.35 นาฬิกา ณ ห้องประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมกับ (1) สถาบันพระปกเกล้า (2) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ (3) มหาวิทยาลัยรังสิต จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” โดยมี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ หน่วยงานฝ่ายบริหาร หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง องค์กรด้านวิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วมทั้งส่วนกลาง และออนไลน์ไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีสำหรับผู้เข้าร่วมในพื้นที่ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1.  รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ประธานในพิธีได้กล่าวว่า ความมุ่งหมายที่สำคัญของการเสวนาในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อย้อนมองความเจ็บปวดในอดีต แต่คือการถอดรหัสแห่งสันติสุขที่ยั่งยืนผ่านวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 3 ประการได้แก่ หนึ่ง คือ การบูรณาองค์ความรู้ : เราต้องการหลอมรวมความมั่นคงด้านการทหารเข้ากับอัตลักษณ์ และหมายรวมถึงการคำนึงถึงมิติความมั่นคงด้านอื่น ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ของประชาชนในพื้นที่ เพราะสันติสุขจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากประชาชนยังมีความยากจน ไม่อิ่มท้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม และขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สอง คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่พูดคุย : เพื่อเปลี่ยนเสียงของความขัดแย้งให้เป็นเรื่องของการพูดคุย เปลี่ยนความหวาดระแวงให้เป็นความไว้วางใจ สาม คือ การส่งต่อข้อเสนอเชิงนโยบาย : เพื่อให้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีเข็มทิศ หรือทิศทางที่แม่นยำในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และกำหนดอนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่คาดหวังจากการเสวนาในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เอกสารสรุปผลการประชุมเสวนาในวันนี้เท่านั้น แต่หากสิ่งที่พวกเราคาดหวังต้องการไปยิ่งกว่านั้นคือ ข้อสรุปในวันนี้จะนำไปสู่การกำหนดทิศทางในการนำพาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขอย่างเป็นรูปธรรม “จุดเปลี่ยน” ที่จับต้องได้ที่ผมอยากจะเห็นก็คือ “ความร่วมมือที่ไร้รอยต่อ” ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ที่จะได้นำผลการระดมสมองร่วมกันในวันนี้ให้กลายเป็น “ยุทธศาสตร์ที่มีหัวใจ ” เป็นนโยบายที่มีความเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้การขับเคลื่อนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เกิดมรรคผล ดังนั้น เราต้องทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติทุกภาคส่วน ต้องเข้าใจเนื้อหาที่จะต้องแปลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเข้าใจในเจตนารมณ์ของนโยบาย จึงจะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นอย่างมีเอกภาพ สุดท้ายนี้ ขอฝากข้อคิดว่า “ไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเพียงใด สันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และเราเป็นจุดเริ่มต้นของวันนั้น”
2.  การกล่าวบรรยายหรือปาฐกถาพิเศษโดย
      2.1 รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และนายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ที่ปรึกษาเลขาธิการ ในหัวข้อ “ก้าวย่างสำคัญ สู่สันติสุขที่ยั่งยืน” 
      2.2 พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทเรียน 22 ปี จชต. : ความท้าทายและโอกาสสู่สันติสุขที่ยั่งยืน” 
     2.3 พลเอก อักษรา เกิดผล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ในหัวข้อ “การพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ฝ่ายทหาร”
      2.4 พลเอก บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 ในหัวข้อ”การเข้าถึงชุมชนและความมั่นคงชายแดน”
3.  การเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ “ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) การส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข (Dialogue Space) และการบูรณาการนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขคนแรก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้กำกับดูแลศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง อัยการพิเศษฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และนายกัณวีร์ สืบแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน ผู้ลี้ภัยความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในฐานะผู้แทนภาคประชาสังคม จัดขึ้นเพื่อทบทวนสถานการณ์ด้านความมั่นคงและบทเรียนที่ได้รับ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงแบบบูรณาการ สนับสนุนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ ส่งเสริมพัฒนาแนวคิดเรื่องพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่เจรจาเพื่อยุติความรุนแรง และร่วมกันกำหนดข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาในระยะต่อไป นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมการเสวนา ณ ห้องประชุมประชาธิปก สถาบันพระปกเกล้า และออนไลน์ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  ได้สอบถามและแสดงความคิดเห็นร่วมกับวิทยากรพื้นที่ปลอดภัยและสันติของประชาชนกับการทำงานของภาครัฐให้เกิดขึ้นจริงอย่างไม่หวดกลัว
ในโอกาสนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ ได้กล่าวสรุปการถอดบทเรียน 22 ปี อย่างรอบด้าน ซึ่งถือว่าได้ร่วมกันทบทวนสถานการณ์ความมั่นคง วิเคราะห์แนวโน้ม และนำประสบการณ์จริงจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาสังเคราะห์สู่แนวทางที่จับต้องได้ ตลอดจนเวทีนี้แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงที่แท้จริง ไม่ได้จากัดอยู่เพียงมิติทางทหาร แต่เชื่อมโยงถึงเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กันไป โดยที่การเสวนาครั้งนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างหมุดหมายใหม่ให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน 3 ประเด็นหลัก คือ
 
(1) เราต้องสร้างและยกระดับพื้นที่ปลอดภัยให้ทั่วถึงทั้งพื้นที่จังหวัดชำยแดนภาคใต้ 
(2) เราต้องหนุนเสริมกระบวนการเจรจาพูดคุยเพื่อสันติสุข 
(3) มาตรการด้านความมั่นคงที่สำคัญเข้ามาดำเนินการควบคู่กันไป คือ เรื่อง การสถาปนาความมั่นคงพื้นที่ 
ดังนั้น จากข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ที่ได้จากการระดมสมองในวันนี้จะไม่หยุดอยู่เพียงในห้องประชุมนี้ คณะกรรมาธิการจะรวบรวมและจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อส่งต่อไปยังฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรมกับจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้วุฒิสภานำไปใช้กำหนดแนวทางด้านการแก้ไขกลั่นกรองกฎหมาย การตรวจสอบ ตลอดจนการเสนอแนะมาตรการด้านนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป

กาญจนบุรี ชุดเฉพาะกิจสังขละบุรี ! สกัดจับผู้นำพาชาวไทย ลอบขน 11 แรงงานเถื่อนซุกรถยนต์

     เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับพลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 / ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์  พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี  นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี และพันตำรวจเอก สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอสังขละบุรี พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136, สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี, และฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี ร่วมตั้งจุดตรวจหน้าหมวดทางหลวงสังขละบุรี ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
       เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพิเศษ จังหวัดกาญจนบุรี ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจหน้าหมวดทางหลวงสังขละบุรี ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมกันทำการสกัดจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ได้ผู้ต้องหารวม 12 ราย พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ ได้ตรวจพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าต้องสงสัย ขับขี่มาจากทางอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าไปยังอำเภอทองผาภูมิ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดตรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบและควบคุมตัว ผู้นำพาชาวไทย: จำนวน 1 คน (ทำหน้าที่ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว) และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย: จำนวน 11 คน
      จากการตรวจสอบเบื้องต้น บุคคลต่างด้าวทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัว หนังสือเดินทาง หรือเอกสารแสดงสิทธิการเข้าเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ อีกทั้งยังไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 12 คน พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลาง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้นำพาชาวไทยและแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาที่เกี่ยวข้อง และจะทำการสืบสวนขยายผลถึงขบวนการลักลอบนำพาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายรายนี้ต่อไป
  /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

เพชรบูรณ์ สั่งจับตา 24 ชม. หลังน้ำป่าหลากท่วม ต.บ้านโตก 5 หมู่บ้าน ล่าสุดน้ำเริ่มลดแต่ยังเสี่ยงฝนสะสม

ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ตำบลบ้านโตก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 พฤษภา คม 2569 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ (กอปภ.จ.เพชรบูรณ์) ได้รับรายงานจากอำเภอเมืองเพชร บูรณ์ ว่าเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนริมลำคลองในตำบลบ้านโตก ได้แก่ หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 5 หมู่ 12 และหมู่ 13 สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่บางส่วน
เบื้องต้นทางอำเภอได้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้รถกระจายเสียงออกประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก
ล่าสุดระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลงแล้วบางส่วน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากฝนตกสะสมและน้ำหลากในพื้นที่ต้นน้ำ
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุฉุกเฉินหรือได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันที
//ปภ.เพชรบูรณ์ / เลขานุการ กอปภ.จ.เพชรบูรณ์
รายงาน ณ เวลา 20.53 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569//

ปิดฉาก “คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณามีมติรับพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใ...