Tuesday, May 19, 2026

รวบคาด่านสะเดา! บุกทลายแก๊งมาเลย์ ซุกไอซ์ 44 กิโลฯ คารีสอร์ทนครปฐม ขยายผลสกัดยานรกข้ามชาติ

ตำรวจภาค 7 แท็กทีมผู้ว่าฯ นครปฐม แถลงรวบเครือข่ายยาเสพติดชาวมาเลเซีย ยึดยาไอซ์ลอตใหญ่ 44 กิโลกรัม ซุกคารีสอร์ทกำแพงแสน ก่อนขยายผลตามรวบตัวการใหญ่ได้คาด่านสะเดา ขณะเตรียมเผ่นหนีออกนอกประเทศ
​เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 พ.ค. 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม ได้มีการแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันตามนโยบายรัฐบาล นำโดย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ท.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกุล รรท.รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม นำโดย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ ศพฐ.7
​เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 1 ราย คือ MR.JEEVA OLAKANATHAN พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 44 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ ISUZU MU-X ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร
คดีนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวมาเลเซียพร้อมยาไอซ์ลอตใหญ่ถึง 440 กิโลกรัมในพื้นที่ จ.นครปฐม ทาง พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม จึงได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด ระดมกำลัง "เอ็กซเรย์" ตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ท และห้องพักในพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด
​กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ตรวจพบรถยนต์คันต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน เมื่อเข้าตรวจค้นจึงพบยาไอซ์จำนวน 44 กิโลกรัมดังกล่าว ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายชาวมาเลเซียอีก 4 ราย จึงได้รวบรวมหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ
​ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถตามแกะรอยจับกุม MR.JEEVA หนึ่งในผู้ต้องหาสำคัญตามหมายจับ ได้ที่บริเวณด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา ในขณะที่กำลังเตรียมจะหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีก 3 ราย ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งรัดติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการประสานข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง บช.ปส., ภ.จว.นครปฐม และฝ่ายปกครอง เพื่อกวาดล้างและสกัดกั้นไม่ให้จังหวัดนครปฐมกลายเป็นพื้นที่พักคอยหรือเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมืองและภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศต่อไป
​//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม / รายงาน//

Monday, May 18, 2026

ตร.ภาค 6 รวบแก็งคอลฯ เวียดนาม-ไทย ลวงเปลี่ยนภาษาแอปฯ ธนาคาร ดูดเงินข้าราชการเกษียณ

ตำรวจภาค 6-สภ.เมือง จับแก๊งสแกมเมอร์ชาวเวียดนามและคนไทย  6 ราย  อ้างเป็นจนท.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา-จนท.กรมบัญชีกลาง หลอกกด App ธนาคาร เปลี่ยน ตั้งค่าเปลี่ยนภาษา-ปรับวงเงิน  กระทั่งโยก“เงินบำนาญ”1.9 ล้านบาท หายเกลี้ยง จากนั้นแก๊งคอลฯรีบฟอกฯเปลี่ยนเงินดิจิตอล  ตำรวจตามยึดทรัพย์ได้  1 ล้านบาท เผยแก๊งคอลฯชุดนี้ยังต้องเจอ”หมายจับ”อีก 6 ราย 
วันนี้ 18 พ.ค. 2569 พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์  ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ  รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ. วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก, พ.ต.ท.กิติคุณ รักแจ้ง รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6, พ.ต.ท.อัศนันท์ ธนเลิศภูวเวทย์ รอง ผกก.สืบสวน 2ฯ  
ออกหมายจับ  12 ราย สามารถจับกุมได้ 5 ราย เป็นชาวไทย 2 ราย เป็นชาวเวียดนาม 3 ราย  ต่างด้าวอีก  1 ราย (รวม 6 ราย) ขอหมายค้นและตรวจค้นสถานที่ 4 แห่ง ยึดทรัพย์ 1 ล้านกว่าบาท
            ผลจากคดีเมื่อ 23 เม.ย. 69 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งผู้เสียหายซึ่งเป็นคนพิษณุโลก ระบุว่า ถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน โดยคนร้ายรายที่ 1 อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การเงินจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรายที่ 2 อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง ลวงเหยื่อให้ทำตามขั้นตอน โดยกดเชื่อมไปยัง application ธนาคาร หลอกให้เปลี่ยนการตั้งค่าเปลี่ยนภาษา ปรับวงเงิน หลอกให้กรอกตัวเลขตามช่องต่างๆที่คนร้ายแอบอ้าง ทำให้โอนเงิน“บัญชีเงินบำนาญ”ออก ไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ สูญเงินไป 1,990,370 บาท
            หลังทราบเหตุ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2ฯ สั่งการให้  พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน2ฯ, พ.ต.ท.พุฒิพงษ์ สืบวงษา สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6, ร.ต.อ.ธนกร ยอดยศ รอง สว.กก.สืบสวน 2ฯ, ร.ต.อ.สิทธิศักดิ์ พูลหน่าย รอง สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 และ ร.ต.อ.สิรวิชญ์ ปันกาวี รอง สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ทำการสืบสวนขยายผล  หาตัวผู้กระทำความผิด กระทั่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก สามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดได้ 10 ราย ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ในความผิดฐาน
         “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สามารถจับกุมได้แล้ว 4 ราย ดังนี้
กลุ่มบัญชีม้าถอนเงินชาวไทย 4 ราย
1. นายไพศาล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี  หมายจับที่ 446/2569
2. น.ส.วาสนา (ขอสงวนนามสกุล)   อายุ 42 ปี 447/2569 (จับแล้ว)
3. น.ส.ศิริวัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี  หมายจับที่ 448/2569 (จับแล้ว)
4. นางทองพูล(ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 65 ปี หมายจับที่ 449/2569
โดยคนกลุ่มนี้ เมื่อทำรายการถอนเงินจากบัญชีของตัวเองแล้ว ได้นำเงินส่งต่อให้กับผู้ควบคุมม้าถอนเงิน 
กลุ่มควบคุมม้าถอนเงิน 2 ราย
1. นายธีระศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี หมายจับที่ 458/2569
2. นายจักรินทร์(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี หมายจับที่ 459/2569
โดย นายธีระศักดิ์ฯ เป็นผู้ควบคุม ม้าถอนเงินที่ 2 ส่วน นายจักรินทร์ฯ เป็นผู้ควบคุม ม้าถอนเงินที่ 3
กลุ่มควบคุมม้าถอนเงิน ชาวเวียดนาม 4 ราย
1. นาย นายหุย เยียบ อายุ 32 ปี สัญชาติ เวียดนาม เลขประจำตัวประชาชน 00103215xxxxx หมายจับที่ 450/2569 (จับแล้ว)
2. นาย Van Duong อายุ 39 ปี สัญชาติ เวียดนาม เลขพาสปอร์ต P046xxxxx  หมายจับที่ 451/2569 (จับแล้ว)
3. MR.MINTH TUAN อายุ 37 ปี สัญชาติเวียดนาม หมายเลขพาสปอร์ต Q006xxxxx หมายจับที่ 460/2569
4. MR.QUANG DAT  อายุ 33 ปี สัญชาติ เวียดนาม หมายเลขพาสปอร์ต P035xxxxx หมายจับที่ 461/2569
โดยกลุ่มนี้ เป็นผู้ควบคุมม้าถอนเงินที่ 4 โดยหลังจากที่ได้รับเงินแล้ว ก็จะนำเงินไปส่งต่อให้ กลุ่มฟอกเงิน และ ผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้าย
      สืบสวนขยายผลจากเจ้าของบัญชีม้าพบว่าเครือข่ายคนร้ายที่ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้าและรวบรวมเงินสดที่ได้จากการหลอกลวงได้มีการส่งมอบเงินสดต่อไปยังเครือข่ายฟอกเงินที่รับเงินสดแล้วแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล แล้วส่งมอบเงินดังกล่าวให้กับผู้รับผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงสืบสวนและสามารถออกหมายจับกลุ่มฟอกเงินเพิ่มเติม 2 ราย และ สามารถจับกุมได้ 1 ราย
1. MR.VAN  อายุ 26 ปี สัญชาติเวียดนาม หมายเลขพาสปอร์ต C988xxxxx หมายจับ 462/2569 (จับแล้ว)
2. MR.DUY HOA อายุ 24 ปี สัญชาติ เวียดนาม หมายเลขพาสปอร์ต E040xxxxx หมายจับที่ 463/2569
โดยกลุ่มนี้ เป็นผู้ที่ได้รับเงินจากกลุ่มควบคุมม้าถอนเงิน
ขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้น สถานที่ต้องสงสัยทั้ง 4 แห่ง ดังนี้
1. บ้านของม้าถอนเงินที่ 2 บ้าน ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
2. บ้านพักของผู้ควบคุมม้าถอนเงิน ชาวเวียดนาม คนที่ 1 หมู่บ้านคอลเลขทาวน์ ซ.7 ซ.รามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.
3. บ้านของ หญิงชาวเวียดนามที่ต้องสงสัยว่าทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินเวียดนามและไทย บ้านแถว ถ.พัฒนาการ แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม. และสามารถจับกุมแล้ว คนต่างด้าว  1 ราย เป็นหญิงชาวเวียดนาม คือ
MISS TRINH  อายุ 47 ปี เลขประจำตัวคนต่างด้าว 6681090xxxxxx เลขพาสปอร์ต C986xxxx ในข้อหา "เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ"
4. คอนโดที่ ผู้ควบคุมม้าถอนเงิน ชาวเวียดนาม คนที่ 1 นำเงินไปส่ง ให้กลุ่มฟอกเงิน คอนโดศุภาลัย เวลลิงตัน 2 อาคาร 2 ถ.เทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.
      นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 5 จังหวัดนครปฐมพร้อมด้วย นายอำเภอนครชัยศรีและคณะประชุมการบริหารจัดการน้ำคลองบางแก้ว ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายนรวีร์  ขันธหิรัญ  นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักชลประทานที่ 13 กรมชลประทาน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม เกษตรอำเภอนครชัยศรี นายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระชับ กำนันตำบลนครชัยศรี กำนันตำบลบางกระเบา กำนันตำบลท่าตำหนัก  กำนันตำบลบางแก้ว กำนันตำบลท่าพระยา กำนันตำบลท่ากระชับ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ บริเวณโครงการเขื่อนกันน้าเซาะท้ายประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อรับทราบความก้าวหน้าโครงการเขื่อนกันน้ำเซาะท้ายประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว และเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของคลองบางแก้ว 
พร้อมกันนี้ยังได้เกียรติจาก ท่านอนุชา  สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 5 จังหวัดนครปฐม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงพื้นที่รับทราบความก้าวหน้าโครงการด้วย
 จากนั้น เวลา 10.00 น. นายนรวีร์  ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้เป็นประธาน ในการประชุมประชุมการบริหารจัดการน้ำคลองบางแก้ว ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี โดยมีผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักชลประทานที่ 13 กรมชลประทานเป็นผู้รายงานความก้าวหน้าของโครงการฯ ผลการดำเนินการ 18 ธ.ค.2568 – 17 พ.ค.2569 ระยะเวลารวม 150 วัน ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 55.56 
 ในการประชุมครั้งนี้ นอกจากแจ้งความก้าวหน้าโครงการเขื่อนกันน้ำเซาะท้ายประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว และเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของคลองบางแก้วแล้ว โครงการก่อสร้าง สำนักชลประทานที่ 13 กรมชลประทาน ในฐานะเจ้าของโครงการฯ เสนอประเด็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา การเปิด - ปิด ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว กำหนดประมาณ 60 วัน ช่วงเวลา 07.00 – 17.00 น. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการแนวทางการก่อสร้างเพื่อให้การโครงการแล้วเสร็จทันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันน้าท่วมในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
  ทั้งนี้ นายอำเภอนครชัยศรี เน้นย้ำเรื่องการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาโครงการ และขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบอย่างทั่วถึง
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ให้การต้อนรับสมาคมการค้าไทย – ซุ่นเต๋อ ในโอกาสการก่อตั้งสมาคมการค้าประจำประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา 
ดร.กมล  รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยนายโสภณ  ผาสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการ และนายเตชสิทธิ์  ชูแก้ว กรรมาธิการและที่ปรึกษา ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสมาคมการค้าไทย – ซุ่นเต๋อ นำโดย Mr. Liu Ming En ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนเขตซุ่นเต๋อ และคณะผู้บริหารจากเขตซุ่นเต๋อ เมืองฝอซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเข้าเยี่ยมคาระวะและแสดงความยินดีในการก่อตั้งสมาคม
ในการหารือร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ คือ การผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจเพื่อวางแนวทางยกระดับและผลิตกำลังคนของไทยให้มีทักษะความสามารถขั้นสูง รวมทั้งการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและเทคโนโลยี ผ่านโครงการแลกเปลี่ยน การส่งนักเรียนและเยาวชนไทยไปศึกษาต่อหรือรับการอบรมในประเทศจีน รวมถึงการสนับสนุนให้นักศึกษาในระดับต่าง ๆ ได้เข้าฝึกงานในสถานประกอบการจริง เพื่อเป็นแนวทางในการร่วมพัฒนาการศึกษาของทั้ง 2 ประเทศ ต่อไป

รมช. สรรเพชญ ลงพื้นที่ติดตามงานคมนาคม จ.สงขลา และพื้นที่ภาคใต้ เร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน ย้ำโปร่งใสทุกโครงการ มุ่งยกระดับความปลอดภัยและรองรับการเติบโตด้านขนส่งในอนาคต

วันนี้ (18 พฤษภาคม 2569) ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายอนุเทพน์ เกษา ขนส่งจังหวัดสงขลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและผลักดันนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเร่งรัดโครงการสำคัญด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กรอบนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดภาระค่าครองชีพและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐในอนาคต
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำเรื่อง “ความโปร่งใส” ในการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน โดยกำชับให้ยึดหลักธรรมาภิบาล สามารถตรวจสอบได้ และต้องไม่มีผลประโยชน์ส่วนบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเป็นไปตามกฎหมาย กระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่หากพบการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีให้เป็นไปตามแผน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการสำรวจและซ่อมแซมถนนที่ชำรุด รวมถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่เสียหาย เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูมรสุมและสถานการณ์น้ำท่วม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการขุดลอกคูคลองและลำน้ำที่ตื้นเขิน โดยเฉพาะบริเวณจุดคอขวดที่กีดขวางทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ยังได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของจังหวัดสงขลา อาทิ โครงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ โครงการขุดลอกร่องน้ำเดินเรือของกรมเจ้าท่า โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ของกรมทางหลวง รวมถึงโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถพลังงานไฟฟ้า (EV) ของสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ในอนาคต

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งเดินหน้าโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระทรวงสามารถผลักดันและสนับสนุนในระดับนโยบายได้อย่างทันท่วงทีและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกล่าวขอบคุณและให้กำลังใจหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท โดยขอให้ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงาน

จากนั้น ที่ประชุมได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงที่ 18 ศูนย์สร้างทางสงขลา สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 และท่าอากาศยานหาดใหญ่ รวมทั้งเปิดเวทีหารือและรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่งของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืน

ในตอนท้าย นายสรรเพชญ ได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมการประชุมให้เตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ จังหวัดสงขลา ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569 โดยขอให้หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ได้เตรียมความพร้อม ทั้งในด้านบุคลากร ข้อมูล ตลอดจนการอำนวยความสะดวก เพื่อให้การประชุม ครม. สัญจร เป็นไปด้วยความราบรื่น

///

ประจวบคีรีขันธ์ _ตำรวจน้ำบางสะพานนำทีมแพทย์ฝ่าคลื่นลมช่วยลูกเรือกลางทะเลหลังมีลูกเรือประสบอุบัติเหตุขณะทำการประมง

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 18 พ.ค. 2569 ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรพงษ์ ดีนุช สว.ส.รน.6 บก.รน. (ตำรวจน้ำบางสะพาน) ได้รับแจ้งประสานงานจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ว่าได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือประมง "พิชิตมัสยา 1" ว่ามีลูกเรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำการประมงกลางทะเลอ่าวไทย จึงได้สั่งการให้ เรือตรวจการณ์ 630 พร้อมตำรวจประจำเรือ เร่งนำทีมกู้ชีพและแพทย์จาก รพ.บางสะพานออกให้การช่วยเหลือ
ซึ่งจุดพิกัดเรือ พิชิตมัสยา 1 อยู่กลางทะเลอ่าวไทยห่างจากฝั่งประมาณ 10 ไมล์ทะเล เมื่อไปถึง พบลูกเรือประมงสัญชาติเมียนมาร์ ทราบชื่อคือ นายโบ เกต อายุ 36 ปี ประสบอุบัติเหตุถูกเสาธงเหล็กบนเรือหล่นลงมาทิ่มเข้าที่บริเวณไหล่จนเป็นแผลฉกรรจ์และเสียเลือดมาก
ทีมแพทย์จึงได้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บขึันเรือตรวจการณ์630 เพื่อกลับเข้าฝั่งโดยมีรถพยาบาชจาก โรงพยาบาลบางสะพาน มารอรับเพื่อนำตัวส่ง รพ.บางสะพาน 
/////////////
ข่าว   ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ นำทีมเชียร์ "เพชรบูรณ์ เอฟซี" เปิดบ้านรับ มกช.ลำปาง

วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์   นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์,  ดร.ประทิน นาคสำราญ นายก อบต.สะเดียง อำเภอเมือง  ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์, สจ.จักรินทร์ นาคสำราญ สจ. สิทธิเดช  พรพฤฒิพันธุ์  และนายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ร่วมชมและให้กำลังใจนักกีฬาฟุตบอล “เพชรบูรณ์ เอฟซี” ในการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง
บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก มีแฟนบอลและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมชมการแข่งขันจำนวนมาก เพื่อร่วมส่งแรงเชียร์ให้กับทีมเพชรบูรณ์ เอฟซี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีและความสนุกสนาน
ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนเยาวชนและนักกีฬาให้มีเวทีในการแสดงศักยภาพด้านกีฬา สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเพชรบูรณ์
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

รวบคาด่านสะเดา! บุกทลายแก๊งมาเลย์ ซุกไอซ์ 44 กิโลฯ คารีสอร์ทนครปฐม ขยายผลสกัดยานรกข้ามชาติ

ตำรวจภาค 7 แท็กทีมผู้ว่าฯ นครปฐม แถลงรวบเครือข่ายยาเสพติดชาวมาเลเซีย ยึดยาไอซ์ลอตใหญ่ 44 กิโลกรัม ซุกคารีสอร์ทกำแพงแ...