Saturday, April 18, 2026

โรงเรียนขนาดเล็ก...ผืนนาที่รอวันงอกงาม: บทสรุปแนวทางบริหารจัดการอย่างยั่งยืน


ดร.กมล รอดคล้าย
    โรงเรียนขนาดเล็ก คือโรงเรียนที่มีเด็กน้อย ประมาณ 80-120 คน หรือน้อยกว่านั้น มักอยู่ในชนบทห่างไกล และขาดเเคลนทรัพยากร ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัจจุบัน ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่มีในเเทบทุกประเทศ สหรัฐอเมริกามีโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 32,000 แห่ง ญี่ปุ่น 19,000 แห่ง และเกาหลีใต้ที่เพิ่งปิดโรงเรียนขนาดเล็กไปกว่า 4,000 แห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่านี่คือความท้าทายร่วมของระบบการศึกษาทั่วโลกที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์
     สำหรับประเทศไทย มีโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. ประมาณ 14,000–15,000 แห่ง ขณะที่จำนวนนักเรียนระดับขั้นพื้นฐาน ทั้งประเทศลดลงจาก 9 ล้านคน เหลือเพียง 6 ล้านคน และยังคงลดลงต่อเนื่องปีละประมาณ 2 แสนคน สถานการณ์นี้ทำให้โรงเรียนที่เคยเป็นหัวใจของชุมชน กลายเป็นโจทย์ยากของนโยบายการศึกษา
     เมื่อต้องยุบโรงเรียน หากจำเป็น ก็ต้องมีแผนที่ชัดเจน ประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือเรื่องกฎหมายและสิทธิในที่ดิน โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์ หรือที่ดินที่เอกชนบริจาคเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาโดยเฉพาะ การโอนหรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์จึงต้องอาศัยการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และในบางกรณีต้องได้รับความยินยอมจากทายาทของผู้บริจาคด้วย
     ตัวอย่างการนำที่ดินโรงเรียนที่ยุบแล้วไปใช้ประโยชน์มีหลายรูปแบบ เช่น วิทยาลัยเทคนิคชุมแพที่นำพื้นที่โรงเรียนประถมที่ยุบแล้วมาเป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่จัดกิจกรรมของนักศึกษา รวมทั้งถ้ายังไม่ยุบหรือยุบบางโรงเเล้วควบรวม ก็อาจเป็นโรงเรียนสาขา เช่นโรงเรียนเกาะหลีเป๊ะ สตูล เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดชั้นมัธยมไม่ได้ก็เป็นห้องเรียนสาขาของโรงเรียนสตูลวิทยา หรือโรงเรียนขามเรียงเขียบโนนเเสบงดอนมัน ที่กันทรวิชัย มหาสารคาม ก็เป็นการนำเอา 4 โรงเรียนมารวมกัน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในบริบทที่คล้ายคลึงกัน
     โรงเรียนที่จำเป็นต้องคงอยู่ เมื่อยังไม่ยุบ ต้องพัฒนาอย่างยั่งยืน มีข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยของสภาการศึกษา 4 แนวทางหลัก ได้แก่
หนึ่ง การสร้างภาคีเครือข่าย ทั้งกับโรงเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง หน่วยงานสาธารณสุข เกษตรชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา หรือใช้ประโยชน์จากโรงเรียน
สอง การเติมงบประมาณและทรัพยากรให้เพียงพอ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอาคารชำรุดทรุดโทรม ซึ่งหากได้รับการปรับปรุงแล้วจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างกว้างขวาง
สาม การพัฒนาสมรรถนะครู ให้สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้ และนำเทคโนโลยีการเรียนการสอนสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ได้จริง 
สี่ การสร้างจุดเด่นเฉพาะให้แต่ละโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ การสอนอาชีพ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเป็นศูนย์กลางของชุมชนในแบบที่ความสัมพันธ์ระหว่าง บ้าน วัด และโรงเรียน เคยเป็นมาในอดีต
     โรงเรียน คือผืนนาอุดม ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มีพร้อมหรือขาดแคลน เด็กที่เรียนเก่งหรือต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทุกคนล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงในผืนดินเดียวกัน โรงเรียนมีหน้าที่ทำให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นงอกงามและเติบโตเป็นรวงข้าวที่มีคุณค่าต่อสังคม
     โจทย์ที่แท้จริงจึงไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะยุบหรือไม่ยุบ แต่คือจะทำอย่างไรให้โรงเรียนทุกแห่ง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สามารถสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทยต่อไปได้อย่างยั่งยืน

Friday, April 17, 2026

นายก อบต.ห้วยใหญ่ ลงพื้นที่มอบเสบียงหนุนชุดดับไฟป่า เสริมกำลังใจเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังรักษ์ผืนป่าตาดหมอก

วันที่ 17 เมษายน 2569  นายก อบต.ห้วยใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์   ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง สนับสนุนชุดดับไฟป่า
นางสาวไพจิตร ตรีสมานรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มจำนวน 12 แพ็ค เครื่องดื่มสปอนเซอร์ จำนวน 5 กล่อง และเครื่องดื่ม M-150 จำนวน 1 กล่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดดับไฟป่า รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่
การมอบสิ่งของดังกล่าวจัดขึ้น ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านน้ำเดื่อเหนือ ตำบลห้วยใหญ่ โดยมีนายรณรัตน์ ศิริมากร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก เข้าร่วมรับมอบและให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ การสนับสนุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ซึ่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนและความยากลำบากในการปฏิบัติงาน
นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและภาคส่วนต่าง ๆ ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรม ชาติและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

ประจวบคีรีขันธ์ _"นายกอนุทิน" พร้อมนักการเมืองข้าราชการ ชุมพร - ประจวบฯ ร่วมเปิดงานสงกรานต์ "งานวันไหลบางเบิด" นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำหลายพัน

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ชายหาดบางเบิด เขตติดต่อระหว่าง ตำบลทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ อ.ปะทิว จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันไหลบางเบิด จัดงานโดยอบจ. ชุมพรและ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์  มี  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน  สส.เขต 3 จ.ประจวบ คีรีขันธ์ นายสังคม แดงโชติ สส.เขต 2 ประจวบฯ  นายกิจติศักดิ์  พรหมรัตน์ สส.เขต 2 จ.ชุมพร  นายสิทธิ ชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ  ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ. ประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และผู้นำท้องถิ่น ทั้ง 2 จังหวัด เดินทางมาร่วมในพิธีเปิด 
งานวันไหลบางเบิดจัดขึ้นบริเวณชายหาดบ้าน บางเบิด ซึ่งชายหาดติดต่อกันระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร เริ่มงานตั้งแต่ 12.00 น.-24.00 น โดยงานมีการปิดถนนสายแยกเพชรเกษม บางเบิด ช่วงสามแยกเข้าบ้านถ้ำธงยาวไปถึงถนนเลียบชายหาดบางเบิดระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในงานจัดให้มีการเล่นน้ำวันสงกรานต์ มีดนตรี ร้านขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม อาหารพื้นบ้าน สินค้าชุมชน และปาร์ตี้โฟม มีประชาชนชาวจังหวัดชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 3000 คน นำอุปกรณ์เล่นน้ำมาร่วมงานด้วยความสนุกสนาน
ผู้สื่อข่าวรายงาน  ชายหาดบางเบิดตั้งอยู่ หมู่ 8 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร และหมู่ 5 ต.ทรายทองทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะเป็นโค้งอ่าวความยาว 14 กิโลเมตร ชายหาดสะอาด ทรายเนียนสีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าวเรียกว่าเขาบางเบิด เป็นสัญลักษณ์ประจำอ่าวบางเบิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติและคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
บ้านบางเบิด  เดิมชื่อ  “บ้านคลองอ้อ”  เรียกตามชื่อ  “คลองอ้อ” ซึ่งเป็นคลองที่มีต้นอ้อขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ทำการเกษตรในสมัยก่อนก็ต้องมาหาบน้ำจากที่นี่ไปใช้ เป็นคลองน้ำสายหลักของหมู่บ้านที่ใช้ในครัวเรือนและให้วัวควายได้ดื่มกิน แต่ในปัจจุบันลำคลองนี้ได้ถูกทับถมหมดแล้ว โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในบางเบิดได้เปลี่ยนจากอาชีพเกษตรกรรมมาประกอบอาชีพชาวประมง
บ้านบางเบิด มาจากชื่อภูเขา “เบิด” ซึ่งเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและยื่นลงไปในทะเลครึ่งลูก ในสมัยคงครามโลก ได้มีลูกระเบิดจากการสู้รบมาตกที่บางเบิดมากที่สุด ทั้งแบบที่ระเบิดและลูกที่ด้าน ชาวบ้านจึงได้เรียกชื่อว่า  “เขาเบิด” ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งบนเขาบางเบิดเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวผจญภัยปีนขึ้นไป
////////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. /  จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สิงห์บุรี / ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรมสรงน้ำพระ–รดน้ำขอพร สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี นางสาวเยาวมาศ เทียวทอง ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี นำคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพร เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลและสืบสานประเพณีไทยอันดีงาม
ภายในกิจกรรม เริ่มด้วยพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงาน จากนั้นเป็นการรดน้ำขอพรจากขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมคณะผู้บริหาร ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความเคารพนอบน้อม
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความสามัคคี สร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรในหน่วยงาน พร้อมทั้งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีไทยให้คงอยู่สืบไป
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน

สิงห์บุรี / อินทร์บุรีชื่นมื่น! แห่พระ–รดน้ำผู้สูงอายุ สืบสานสงกรานต์คึกคักทั้งชุมชน

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. บรรยากาศงานประเพณีสงกรานต์เทศบาลตำบลอินทร์บุรี ครั้งที่ 22 ประจำปี 2569 ณ วัดโพธิลังการ์ หมู่ที่ 6 ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่น
โดย นายพชร จันทรเศธร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอินทร์บุรี (นายกตี๋) พร้อมด้วย นายเจตนา เสือสุภาพ ประธานสภาเทศบาลตำบลอินทร์บุรี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอินทร์บุรี ร่วมจัดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง แสดงถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสืบสานประเพณีสงกรานต์และสร้างความสามัคคีในชุมชน
ไฮไลต์สำคัญในช่วงบ่าย เริ่มต้นด้วยขบวนแห่พระอันงดงามจากศูนย์บริการประชาชน (โรงเรียนจีนเดิม) มุ่งหน้าสู่วัดโพธิลังการ์ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมขบวนนางรำจากชุมชนที่มาร่วมรำอวยพรผู้สูงอายุอย่างอ่อนช้อย สร้างสีสันและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน
จากนั้นได้มีพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลอินทร์บุรี ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญของเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนถึงความกตัญญูและการให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ โดยมีลูกหลานและประชาชนเข้าร่วมอย่างอบอุ่น
ภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิงตลอดทั้งวัน ทั้งมินิคอนเสิร์ตจาก ต๋อง ชวนชื่น และน้องขิม เบญจา รวมถึงรถแห่วงไอซ์แบน ที่สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้ม
นอกจากนี้ ในช่วงเย็นยังมีการแข่งขันฟุตบอลประเพณีสงกรานต์ ณ สนามวัดโพธิลังการ์ ระหว่างทีม สส.โชติวุฒิ พบกับ ทีมโพธิลังการ์ FC และคู่ระหว่าง ทีมโพธิ์ทอง พบกับ ทีมคิ้กไซด์ พร้อมสีสันการพากย์สุดมันจากทีมพากย์ชื่อดัง สร้างความครึกครื้นให้กับงานส่งท้ายสงกรานต์ปีนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้ งานประเพณีสงกรานต์เทศบาลตำบลอินทร์บุรี ครั้งที่ 22 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสืบสานวัฒนธรรมไทยอันดีงาม สร้างความรัก ความสามัคคี และความผูกพันของคนในชุมชนให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี //รายงาน

ยังหนัก ไฟป่ามรดกโลก-ป่าชะอำ จนท.สู้สุดกำลัง ขณะที่ป่าชะอำบ้านโรงต้านไม่ไหวประกาสปิดป่าห้ามเข้าพื้นที่เด็ดขาด ฝ่าฝืนดำเนินคดีเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 17 เมษ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายธีรชาติ เปียประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า ลงพื้นที่บัญชาการและวางแผนการดับไฟป่า นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมลงพื้นที่ติดตามสั่งการรและวางแผนการดับไฟป่า  ในพื้นที่ห้วยเสือกัดช้าง (ค่ายตาพันบน) ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี โดยมี เจ้าหน้าชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) เข้าร่วมพร้อมสนับสนุนมอบเสบียงอาหาร และน้ำดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ 
  โดยเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ จำนวน15นาย ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) เครือข่าย อส.อส.บ้านพุน้ำร้อน,บ้านสาลิกาและบ้านห้วยกระซู่ โดยแบ่งกำลังออกเป็น3ชุด ได้แก่  ชุดที่1ทำหน้าที่ลำเลียงเสบียง อาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าพื้นที่    ชุดที่ 2-3 เข้าปฏิบัติงาน2ฝั่งในพื้นที่ เพื่อจัดทำแนวกันไฟล้อมรอบพื้นที่ป่า และปฏิบัติงานดับไฟป่าด้วยการดับตรง ทำแนวกันไฟบริเวณสันห้วยขม ทำแนวกันไฟมาชนกันบริเวณสัน 1143  สถานการณ์เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งควบคุมไฟป่าอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากพื้นที่เผาไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง ประกอบกับสภาพพื้นที่สูงชันและเป็นป่ารกทึบ ทำให้การเข้าปฏิบัติงานต้องใช้การเดินเท้าอย่างบากลำบาก และการจัดทำแนวกันไฟมีระยะทางยาว  
ด้านป่าสงวนแห่งชาติป่าชะอำ-ป่าบ้านโรง จังหวัดเพชรบุรี  ได้เกิดไฟป่ามาตั่งแต่ 10-17เมษ.ที่ผ่สานมาส่งผลให้พื้นที่เสียหายไปกว่า 700ไร่  ล่าสุดนายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง  ได้ออกหนังสื่อประกาศพื้นที่ป่าเตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าชะอำ-ป่าบ้านโรง จังหวัดเพชรบุรี  ห้ามมิให้บุคคลใดเข้าไปในเขตพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง  ยกเว้นมีเหตุจำเป็นให้ประสานแจ้งชื่อสกุลเลขบัตร ปชช.เบอร์โทรศัพท์บริเวณ และสาเหตุที่จะเข้าไป ต่อเจ้าหน้าที่ของพื้นที่ฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้า หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำจุดเฝ้าระวังไฟป่า/จุดตรวจ เพื่อให้พิจารณาอนุญาตเป็นกรณีไป    หากพบบุคคลใดฝ่าฝืนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตพื้นที่เตรียมการฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชะอำและป่าบ้านโรง มีความผิดตามกฎหมายจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด     หากพบมีการเผาในบริเวณใกล้เคียงกับเขตพื้นที่เตรียมการฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรงและเกิดไฟไหม้ลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่เตรียมการฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าจะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น  ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
////////////บรรณรต  จ.เพชรบุรี 



สุพรรณบุรี งานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ชมการแสดงโขนฟรีที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี จัดงานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนการก่อสร้างเมรุเผาศพ มีการแสดงโขน ฟรี ตอน ยกรบ, ถวายลิง, หนุมานชูกล่อง ในงานมีบูธอาหารคาว หวานและเครื่องดื่มมาเลี้ยงฟรี
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนางสาวนนท์พรรณ ซึงเกิดพงษ์ธนัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลรั้วใหญ่ กล่าวรายงานมีนางสาวณัฐริกา แก่นพุทธ  นางสุจิตรา ขาวประเสริฐ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา ผศ.ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี นายเชาวลิต ทวีไทย รองประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนและประชาชน ร่วมงานจำนวนมาก 
โดยพระครูศรีรัตนวิภูษิต เจ้าคณะตำบลโคกโคเฒ่า เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ร่วมกับคณะกรรมการวัด ศิษย์ยานุศิษย์ นายอาทิตย์ สุริยะพันธุ์พงศ์ (เฮียหนุ่ม) เจ้าของร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ “ศรีประจันต์วัฒนยนต์ สามชุกวัฒนยนต์” และผู้นำชุมชน ร่วมกันจัดงานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ทอดผ้าป้าสามัคคี ขึ้นเพื่อสมทบทุนการก่อสร้างเมรุหลังใหม่ทดแทนเมรุหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม 
ภายในงานมีการแสดง ระบำสุพรรณภูมิ จากวิทยาลัยนาฏศิลป์สุพรรณบุรี /การรำถวาย จากกลุ่มชาติพันธุ์ จำนวน 100 คน ชมการแสดงโขน ตอน ยกรบ, ถวายลิง, หนุมานชูกล่อง  และยังมีบูธอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มมาให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับประทานฟรี มีการออกร้านแสดงสินค้าและการแสดงมหรสพให้ประชาชนได้ชมฟรี
งานวันบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาส จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ.2569 นี้ เป็นครบรอบวันละสังขาร หลวงปู่โพธิ์ ญาณรังสี ครบ 30 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระครูศรีรัตนาภิรักษ์ (หลวงปูโพธิ์ ญาณรังสี) บูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนจึงได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล จัดให้มีการแสดง โขน แสดงโดยคณะครูอาจารย์ลูกหลานวิทยาลัยนาฏศิลป์ สุพรรณบุรี เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทยเอาไว้ให้คงอยู่สืบไป  
สำหรับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโบราณสถานสำคัญที่ทรงคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเชื่อมสัมพันธ์กับกรุงศรีอยุธยามาแต่อดีต มีโบราณสถาน พระปรางค์วัดพระศรีรัดนมหาธาตุ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ มีสถาปัตยกรรมและศิลปะที่งดงาม ที่บูรพกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิได้สร้างวัดนี้เป็นพุทธบูชา แต่ด้วยพิษภัยสงคราม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุได้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานับร้อยปี ในกาลต่อมาได้มีพระสงฆ์ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ โดยมีพระอธิการยุทธและพระครูศรีรัตนาภิรักษ์ (หลางปู่โพธิ์ ญาณรังสี) ได้บูรณะซ่อมแซมวัดจนมีพระสงฆ์กลับมาจำพรรษามาถึงทุกวันนี้
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

โรงเรียนขนาดเล็ก...ผืนนาที่รอวันงอกงาม: บทสรุปแนวทางบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

ดร.กมล รอดคล้าย     โรงเรียนขนาดเล็ก คือโรงเรียนที่มีเด็กน้อย ประมาณ 80-120 คน หรือน้อยกว่านั้น มักอยู่ในชนบทห่างไกล และขาดเเคลน...