Thursday, May 14, 2026

"ดร.นาที” ปักธงดันสินค้าพัทลุงขึ้นสนามบินตรัง เปิดเวทีเศรษฐกิจชุมชนสู่สายตานักเดินทางทั่วประเทศ หนุน OTOP โตไกลอย่างยั่งยืน

     วันที่ 9 พฤษภาคม 2569  ดร.นาที รัชกิจประการ เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับศักยภาพสินค้าชุมชนจังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าร่วมการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ของ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสรุปผลการดำเนินงานด้านรายรับ–รายจ่ายประจำปี พร้อมติดตามความคืบหน้าของโครงการสำคัญในการเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใน ท่าอากาศยานตรัง ที่มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่นภาคใต้
บรรยากาศภายในที่ประชุมเต็มไปด้วยพลังแห่งความร่วมมือของภาคชุมชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่ต่างมุ่งหวังจะยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยมีการนำเสนอผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งด้านการสร้างรายได้ให้ชุมชน การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมถึงแนวทางการสร้างแบรนด์สินค้าพัทลุงให้สามารถแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้อย่างมีศักยภาพ
ภายในงานยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่และผลิตภัณฑ์เด่นจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดพัทลุง ทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน งานหัตถกรรม และสินค้าที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่อย่างชัดเจน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ “ถุงกระดาษดีไซน์ร่วมสมัย” ที่ออกแบบภายใต้แนวคิดการผสมผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับความทันสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองพัทลุงผ่านลวดลาย สีสัน และแนวคิดรักษ์โลก สร้างความสนใจและได้รับเสียงชื่นชมจากผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก
ดร.นาที กล่าวว่า การนำสินค้าชุมชนเข้าไปจำหน่ายภายในสนามบิน ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “เปิดหน้าต่างใหม่” ให้ผลิตภัณฑ์ของคนตัวเล็กในชุมชนได้มีโอกาสปรากฏสู่สายตานักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้เดินทางจากทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ เพิ่มโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า OTOP ของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดภาคใต้ในระยะยาว
“สนามบินถือเป็นประตูสำคัญของการเดินทาง หากสินค้าชุมชนสามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ได้ ก็เท่ากับว่าเราได้นำเรื่องราว วิถีชีวิต และเสน่ห์ของพัทลุงและสินค้าของภาคใต้ออกไปสู่ผู้คนจำนวนมาก เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการรายย่อยจะได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างภาคภูมิ” ดร.นาที กล่าว
สำหรับร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนภายในสนามบินตรัง จะรวบรวมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากหลายชุมชนของจังหวัดพัทลุงและภาคใต้ ทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป อาหารพื้นถิ่น ของฝาก งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่ผ่านการพัฒนาให้มีมาตรฐาน ทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยตั้งเป้าให้เป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของชุมชน และเป็นศูนย์กลางประชาสัมพันธ์ของดีเมืองพัทลุงและภาคใต้สู่สายตานักเดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิด “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ผ่านการส่งเสริมอาชีพ การสร้างงาน และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตได้ด้วยตนเองอย่างมั่นคง ยั่งยืน
อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดนโยบายเศรษฐกิจชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ที่ให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรในพื้นที่มาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าและอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การเปิดร้านสินค้าชุมชนภายในสนามบินตรังในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ขายสินค้า หากแต่เป็น “เวทีแห่งโอกาส” ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากกับโลกการเดินทางยุคใหม่ พร้อมพาของดีเมืองพัทลุงก้าวออกจากชุมชนเล็ก ๆ ไปสู่สายตาของผู้คนทั่วประเทศอย่างสง่างามและภาคภูมิ 

กมธ.การพัฒนาสังคมฯ จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดคลิปวิดีโอ “เสียงสะท้อนแห่งความหวังเพื่ออนาคตของสังคมไทย” เชื่อมประชาชนสะท้อนมุมมองปัญหาและความต้องการต่อการพัฒนาสังคม

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (สว.) คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา จัดพิธีมอบรางวัลในโครงการประกวดคลิปวิดีโอ “เสียงสะท้อนแห่งความหวังเพื่ออนาคตของสังคมไทย” โดยมี นายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นางอจลา ณ ระนอง รองประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ภาคประชาชนและสื่อมวลชน เข้าร่วม
นายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้สะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางต่อประเด็นสำคัญของสังคม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคน หรือแม้กระทั่งการเปิดพื้นที่ให้นำเสนอแนวทางในการขับเคลื่อนพลังผู้สูงอายุ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเรื่องความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และอยู่ภายใต้ภารกิจของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ ทั้งสิ้น ดังนั้น สิ่งที่คณะกรรมาธิการจะขับเคลื่อนต่อจากนี้ คือ การนำเสียงสะท้อนและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนไปศึกษา วิเคราะห์ และผลักดันสู่การพัฒนาเชิงนโยบาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป 
ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดกิจกรรม “วงคิด - วงคุย : จากเสียงสะท้อนเล็ก ๆ สู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย” โดย นายชาญชัย ไชยพิศ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็กฯ นางอจลา ณ ระนอง ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการสตรีฯ และศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุฯ จากนั้น นายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้มอบโล่เกียรติคุณพร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัลให้แก่ผู้ได้รับรางวัลภายใต้โครงการประกวดคลิปวิดีโอ “เสียงสะท้อนแห่งความหวังเพื่ออนาคตของสังคมไทย” โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ประเภทบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 25 แต่ไม่เกิน 60 ปี และประเภททีม โดยปรากฏผล ดังนี้ 1) ประเภทบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวรุ่งไพลิน สว่างรุ่งนภา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นางสาวปรีชญา หอมบุปผา
และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวศศิธร พังทุย 2) ประเภทบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 25 แต่ไม่เกิน 60 ปี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวทัตติยา น้อยพิทักษ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายบุรินทร์ ซุ่นหลี และ 3) ประเภททีม
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม The weight of a good name รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมยาหมูยอ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม สกร.ระดับอาเภอมโนรมย์ 1
โครงการประกวดคลิปวิดีโอ “เสียงสะท้อนแห่งความหวังเพื่ออนาคตของสังคมไทย” จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลในการสร้างความภาคภูมิใจและเป็นขวัญกำลังใจในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคม อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงประเด็นทางสังคมในวงกว้างผ่านสื่อมัลติมีเดียที่สร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงค่านิยมหรือทัศนคติที่ดีในสังคม และเป็นการต่อยอดผลงานจากการประกวดสู่การพัฒนาเชิงนโยบาย เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ นำข้อมูลและมุมมองที่ได้จากผลงานที่ได้รับรางวัลไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาและเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จัดกิจกรรมวันความดันโลหิตสูงโลก 2569

จากข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ ปี 2568 พบว่า   คนไทยมีแนวโน้มป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน  ทั้งความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารเค็ม และการขาดการออกกำลังกายขณะที่หลายคนยังไม่ทราบว่าตนเองอยู่ในภาวะเสี่ยง 
โรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นหนึ่งในภัยเงียบ ที่สำคัญของคนไทยและประชากรทั่วโลกเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหัวใจ สมอง ไต  และดวงตา หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่โรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ  หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ไตวาย และสูญเสียการมองเห็นได้
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ทางโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จึงได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยในวันข้างหน้า Check Today, Stay Safe Tomorrow” โดยมี แพทย์หญิงปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับผู้ร่วมกิจกรรมและกล่าวเปิดงาน
ภายในงานมีการเสวนาสุขภาพจากทีมแพทย์สหวิชาชีพ ที่จะร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของโรคความดันโลหิตสูงต่ออวัยวะสำคัญ   พร้อมตอบทุกข้อสงสัยด้านสุขภาพ ได้แก่   นพ.ธีร์ทัศน์ ชมบัณฑิตย์ อายุรแพทย์โรคหัวใจพญ.วนันวัชญ์ ด่านวรพงศ์ อายุรแพทย์ระบบประสาทและผู้มีประสบการณ์ด้านโรคลมชักและเวชศาสดร์การนอนหลับ , นพ.วรา รักสงฆ์ จักษุแพทย์ ผู้มีประสบการณ์ด้านท่อน้ำดา , นพ.ชวน พฤกษวิวัฒน์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังมีบูธตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคและรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ฟรี 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

"สส.ปอย-สจ.เบิ้ล" ลงพื้นที่ชอนไพร เติมฝันเด็กเรียนดี มอบทุนพร้อมช่วยซ่อมบ้าน

“สส.ปอย-สจ.เบิ้ล” ลงพื้นที่ชอนไพร มอบทุนการศึกษา-ตะกร้าน้ำใจ ช่วยเด็กเรียนดีแต่ยากจน พร้อมประสานซ่อมบ้านยกระดับคุณภาพชีวิต
เพชรบูรณ์ – พลังแห่งการแบ่งปันและความร่วมมือของผู้นำท้องถิ่น เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้เยาวชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เมื่อ “สส.ปอย” พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ตำบลชอนไพร ช่วยเหลือนักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งมอบทุนการศึกษา สิ่งของจำเป็น และเตรียมประสานหน่วยงานซ่อมแซมบ้านพัก
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ (สส.ปอย) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 1 พร้อมด้วย นายอิทธิเชษฐ์ พรพฤฒิพันธุ์ (สจ.เบิ้ล) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และนางสาวอภิรดี พรพฤฒิพันธุ์ (สจ.เชอร์รี่) รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่หมู่ 10 ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเยี่ยมเยียนและให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่มีฐานะยากจนและขาดแคลนทุนทรัพย์
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้มอบ “ตะกร้าน้ำใจ” ซึ่งบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พร้อมมอบทุนการศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านการเรียนและค่าเทอม ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เดินหน้าศึกษาต่ออย่างเต็มศักยภาพ
นอกจากการสนับสนุนด้านการศึกษาแล้ว ทางคณะยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กและครอบครัว โดยได้รับเรื่องเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านพักที่ชำรุด เพื่อให้เด็กๆ มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตและการศึกษา
บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปด้วยความอบอุ่นและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลชอนไพร กำนันตำบลชอนไพร สมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน เข้าร่วมให้กำลังใจและร่วมวางแนวทางช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้มีอนาคตที่ดี พร้อมย้ำว่า “สังคมจะน่าอยู่ ถ้าพวกเราร่วมมือกัน” ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างผู้แทนราษฎร ผู้นำท้องถิ่น และชุมชน ในการดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

กกต.ชลบุรี เปิดเวทีพบสื่อมวลชน สร้างความเข้าการทำงาน-รับรู้กฎหมายก่อนเลือกตั้งพัทยา

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องเทียนกิ่ง 1 ชั้น 3 โรงแรมเฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นางสาวมนัสนันท์ วิทนา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมย่อยที่ 3 สำนักงาน กกต.ชลบุรี พบสื่อมวลชนท้องถิ่นโดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
นางสาวจันทร์เพ็ญ วิริยะประกอบ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ในนามผู้ดำเนินจัดกิจกรรม สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี พบสื่อมวลชนท้องถิ่น กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี กำหนดจัดกิจกรรมครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น 
รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับสื่อมวลชนท้องถิ่นในพื้นที่ ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งทุกระดับให้แต่ประชาชน ได้รับทราบข่าวสารได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึง ถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อันดี สร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจในหน้าที่ อำนาจ และบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการการเลือกตั้ง อีกทั้งยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการสื่อสารสาธารณะและส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสื่อมวลชนท้องถิ่นหลายแขนง ซึ่งประกอบด้วย สื่อมวลชน นักประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่จากเมืองพัทยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี แสดงให้เห็นถึงความตระหนักและความสำคัญของบทบาทสื่อมวลชนในการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งเป็นไปตามครรลองที่ดีของสังคมต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

รอง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ย้ำให้ชัดอีกครั้ง อย่าบิดเบือน คดีมาตรา 116 เป็นคดีชุดมลายู

วันนี้ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พันเอก เอกวริทธิ์  ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีที่เพจของศูนย์ทนายความมุสลิม และสื่อสังคมออนไลน์บางส่วน เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีการจัดกิจกรรมแต่งกายชุดมลายูท้องถิ่น ณ หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 โดยมีการใช้ถ้อยคำหรือสื่อสารในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ว่าเป็น “คดีชุดมลายู” หรือเป็นการดำเนินคดีจากการแต่งกายหรือการแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม นั้น
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” จากพฤติการณ์ที่ปรากฏระหว่างการจัดกิจกรรมฯ ซึ่งจำเลยทั้ง 9 คน ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำการบางประการอันเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย มิใช่การดำเนินคดีจากการแต่งกายด้วยชุดมลายู หรือการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร
กรณีดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งทุกฝ่ายยังคงมีสิทธิ์ต่อสู้คดีและได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ดังนั้น การสื่อสารต่อสาธารณะควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดการชี้นำหรือสร้างความเข้าใจผิดว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการแต่งกาย การใช้ภาษา หรือการแสดงออกทางวัฒนธรรมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเน้นย้ำว่า หน่วยงานของรัฐให้ความเคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นสำคัญ มิได้มีเป้าหมายต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา หรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมใดโดยเฉพาะ พร้อมขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และติดตามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ข้อมูลหรือสื่อสารในลักษณะที่บิดเบือนข้อเท็จจริงของคดี อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อกระบวนการยุติธรรม และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจในสังคม จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน ยึดข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 
14 พฤษภาคม 2569


#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

สุพรรณบุรี แห่ส่องเลขเด็ดพิธีบวงสรวงครบรอบ4ปีท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ

ส่องเลขเด็ด พิธีบวงสรวงครบรอบ 4 ปี ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ องค์แรกในประเทศไทย พิธีเคาะหัว เสกกระเป๋าสตางค์ เปิดทรัพย์ เป็นสิริมงคล โดยพระครูบาวชิริล มีคณะศิษย์ถวายข้าวสาร น้ำแดง และจุดธูปยักษ์ ขอพร ขอโชคลาภ และเพื่อความเป็นสิริมงคล 
ที่วัดเดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี พระครูสุวรรณปุญญารักษณ์  เจ้าอาวาสวัดเดิมบาง พระครูบาวชิริล  ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ผู้ดำริสร้างท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ องค์แรกในเมืองไทย จัดพิธีบวงสรวงองค์ท้าวเวสสุวรรณ ครบรอบ 4 ปี ที่ผ่านมามีประชาชนและนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย 
พระครูบาวชิริล นำคณะศิษย์ ขอพร ขอทรัพย์เศรษฐี ด้านหน้าปรัมพิธี องค์ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ พิธีเคาะหัว เสกกระเป๋าสตางค์ เปิดทรัพย์ เป็นสิริมงคล บรรดาคณะศิษย์ ต่างจุดธูปยักษ์ บูชาท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ ขอพร ขอโชคลาภ และเพื่อความเป็นสิริมงคล 
ในวาระครบรอบ 4 ปี ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ ได้ตั้งเครื่องบวงสรวง มีสาธุชน กว่า 1,000 คน  มานั่งรอ นอนรอเพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีผู้ที่ได้มาขอพรสมหวัง ต่างนำข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลคนละ 1 ถุง และน้ำแดง มาถวายท้าวเวสสุวรรณ หน้าทองคำ กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เพื่อเป็นการถือเคล็ดมงคล เพื่อความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่งทรัพย์สิน การงานการเงิน สมปรารถนา ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายข้าวสารบูชาครั้งนี้
ซึ่งทางวัดจะได้นำข้าวสารไปมอบแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ในโอกาสต่อไป มีผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการขายที่ดิน นำนางรำ 9 ยอด มารำถวายท้าวเวสสุวรรณ แต่ที่สาธุชนต่างไม่พลาดรอคอย รอลุ้น คือธูปตัวเลข ที่จุดในพิธีบวงสรวง ปรากฏว่าได้เลข 235 และเลขเด็ดอื่น เช่นเลข 625-220-352 ต่างนำเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคหวังรับทรัพย์กันในงวดนี้
โดยที่ผ่านมามีผู้มาขอพรท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ แล้วได้โชคถูกรางวัลที่ 1 ไปแล้วหลายราย รวมถึงขอพรด้านต่างๆ มักสำเร็จผล จะนำข้าวสาร น้ำแดง ดอกกุหลาบ มาถวายแก้บนกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาขอพรค้าขายที่ดินก็มักจะประสบความสำเร็จ จะมาแก้บนด้วยนางรำ ซึ่งมีให้เห็นเป็นประจำแทบทุกวัน
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี// 

"ดร.นาที” ปักธงดันสินค้าพัทลุงขึ้นสนามบินตรัง เปิดเวทีเศรษฐกิจชุมชนสู่สายตานักเดินทางทั่วประเทศ หนุน OTOP โตไกลอย่างยั่งยืน

     วันที่ 9 พฤษภาคม 2569  ดร.นาที รัชกิจประการ เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับศักยภาพสินค้าชุมชนจังหวัดพัทลุงอย่างต่อเ...