Friday, April 17, 2026

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่บ้าน ชู Soft Power และการสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ครอบครัวกำลังพล

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.30 นาฬิกา ณ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ภายในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่บ้านของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 โดยมีผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ตลอดจนสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

การจัดตั้งร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่บ้านในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้สมาชิกแม่บ้านได้พัฒนาทักษะด้านอาชีพ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้เสริมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครอบครัวของกำลังพล
สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงดำเนินการจัดตั้งร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของสมาชิกแม่บ้านในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้า ผ่านสื่อออนไลน์และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ การก่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกรมทหารช่างที่ 3 โดยกองพันทหารช่างที่ 302 ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ให้
มีความพร้อม สวยงาม และเหมาะสมต่อการจัดแสดงสินค้า อันเป็นการสนับสนุนภารกิจด้านสวัสดิการและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม
การเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่บ้านในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพของสมาชิกแม่บ้านทหารบก ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันครอบครัวทหาร ตลอดจนสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกในมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยันยึดนิติธรรม สยบปมปอเนาะสงขลาขู่คว่ำบาตร-ไล่แม่ทัพพ้นพื้นที่

         กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่อนแถลงการณ์ขอบคุณมวลชนหนุน ย้ำปฏิบัติงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ ท่ามกลางสถานการณ์เดือด หลังชมรมปอเนาะสงขลายื่นคำขาดรัฐบาลสั่งย้ายแม่ทัพภาค 4 ภายใน เม.ย. นี้ หากเพิกเฉยพร้อมยกระดับ "คว่ำบาตร" ฝ่ายความมั่นคง
        ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้เผยแพร่ข้อความประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงจุดยืนและแนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและภาคประชาชน พร้อมชูหลัก "นิติธรรม" เป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน
      ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องประชาชนที่ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
      “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องประชาชนที่ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงาน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม” เอกสารประชาสัมพันธ์ระบุ
      การออกมาเคลื่อนไหวของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ในเชิงสัญลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับฝ่ายรัฐ หลังจากเกิดกรณี ชมรมสถาบันปอเนาะจังหวัดสงขลา ออกแถลงการณ์และแถลงข่าวด้วยท่าทีแข็งกร้าว เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาสั่งย้าย แม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากตำแหน่งภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
      ยังคงต้องจับตา ท่าทีของรัฐบาลและกองทัพบกต่อกรณีคำขาดของชมรมปอเนาะสงขลาที่จะครบกำหนดในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือตัวบุคคลตามแรงกดดัน หรือจะยังคงยืนกรานตามแนวทางเดิมของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต่อไป

ชาวสงขลาเตรียมพร้อม! อบจ.สงขลา จับมือ สสน. สร้างศูนย์ข้อมูลน้ำอัจฉริยะ เตือนภัยไว มั่นใจทุกสถานการณ์

วันที่ 16 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 4 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด โดยมี คณะผู้บริหาร ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วย นางรอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ ดร.วรวิทย์ มีสุข ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมหารือ 
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัดสงขลา และการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากอุทกภัยอย่างรวดเร็วแบบบูรณาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 
ทั้งนี้ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) มีภารกิจในการรวบรวม เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลด้านน้ำและภูมิอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาเป็นคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายผลการใช้งานสู่ระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ให้สามารถติดตามสถานการณ์น้ำ วางแผนบริหารจัดการน้ำ และแจ้งเตือนภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

รวบคู่รัก "สลิปปลอม" ตระเวนกิน-เติมน้ำมันฟรีทั่วหาดใหญ่ ล่าสุดโผล่พัทลุง ตร.ตามลากคอคาไฟแดง

ตำรวจสืบสวน สภ.หาดใหญ่ โชว์ผลงานสกัดจับสองสามีภรรยาแสบ ใช้กลอุบายตัดต่อสลิปโอนเงินปลอม หลอกเติมน้ำมันและกินก๋วยเตี๋ยวฟรีทั่วพื้นที่ ก่อนจนมุมขณะขับรถหนีการจับกุม ตรวจสอบประวัติพบก่อเหตุโชกโชน ล่าสุดเพิ่งไปอาละวาดที่จังหวัดพัทลุง
เมื่อเวลา 17.00น.วันนี้ 16 เม.ย.69 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ พร้อมกำลังชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ต.ณัฐฤกษ์ ขติยะสุนทร สว.สส.และ ร.ต.อ.ศรัญพัฒน์ ชูเจริญ ได้ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา คือ
 1. นายสราวุธ กลิ่นสวัสดิ์ อายุ 33 ปี(ผู้ต้องหาตามหมายจับ)
 2. นางสาวพรนภา โชติช่วง อายุ 32 ปี(แฟนสาว)
เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เป้าหมาย โตโยต้า ยาริส สีเทา ทะเบียน งน 5611 สงขลาจอดอยู่ริมถนนในพื้นที่ ต.คลองแห เมื่อคนในรถเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนคลองแห-คูเต่า ตำรวจจึงติดตามไปอย่างกระชั้นชิดจนสามารถสกัดจับได้บริเวณแยกไฟแดงคลองแห-คูเต่า ริมถนนลพบุรีราเมศวร์
จากการสอบสวน นายสราวุธ ยอมรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ได้ก่อเหตุที่ปั๊มน้ำมันสิริอันดาปิโตรเลียม โดยสั่งเติมน้ำมัน 500 บาท ระหว่างที่พนักงานเติมน้ำมันอยู่นั้น ตนได้นำ รูปสลิปโอนเงินเก่าของวันที่ 2 เมษายน มาทำการตัดต่อแก้ไขวันที่ เวลา และชื่อบัญชีผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ แล้วนำไปโชว์ให้พนักงานดูเพื่อเป็นหลักฐานเท็จ ก่อนจะขับรถหนีไปกินก๋วยเตี๋ยวต่อในย่านบ้านบางแฟบโดยใช้วิธีคล้ายกัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายสราวุธ ในฐานความผิด
 ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป
 ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม
"ทางตำรวจชุดสืบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีย้อนหลังกับทั้งคู่ เนื่องจากพบข้อมูลว่าเคยก่อเหตุในหลายพื้นที่ของ อ.หาดใหญ่ และล่าสุดเพิ่งไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ จ.พัทลุง"

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าและปั๊มน้ำมันให้ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีทุกครั้งหลังการโอน เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้

สุพรรณบุรี ผู้ว่าสุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน PM2.5

ผู้ว่าสุพรรณบุรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมยกตัวอย่างการทำนาแบบไม่เผาตอซังข้าว
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี 16 เมษายน 2569  นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมี นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พ.อ.ณัฐติพงษ์  ตะโกใหญ่  รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี   นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทุกอำเภอ อบจ. อปท. และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุม  ณ ห้องประชุมพลายแก้ว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี 
จากการรายงานของหน่วยงาน ทราบว่าขณะนี้แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 545 จุด โดยเป็นพื้นที่เกษตร 109 จุด พื้นที่เผาไหม้ สภาพอากาศ การก่อสร้างและการเผาพื้นที่สองข้างทาง ข้อมูลการเผาในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านการเผาในเขตพื้นที่วัด ด้านการเผาในเขตพื้นที่โรงเรียนประถม และมัธยมศึกษา รวมทั้ง ด้านทรัพยากร และเครื่องจักรกลสาธารณภัย และการสนับสนุนการปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังได้มีการพิจารณาแนวทางการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยกตัวอย่าง นายชัยพร พรหมพันธุ์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินและเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (ปี 2538) จากอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้นแบบของ "ชาวนาเงินล้าน" ที่ประสบความสำเร็จจากการทำนาแบบไม่เผาตอซังข้าว โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้ (1) การไถกลบตอซัง แทนที่จะเผาทิ้งซึ่งเป็นการทำลายหน้าดิน วิธีไถกลบตอซังและฟางข้าวเพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย (2) ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย มีการผลิตและใช้จุลินทรีย์จากป่าหรือน้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นเพื่อเร่งกระบวนการย่อยสลายตอซังให้เร็วขึ้น ทำให้สามารถเตรียมพื้นที่ทำนารอบต่อไปได้ทันโดยไม่ต้องเผา
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

ประจวบคีรีขันธ์ _ชื่นมื่น! เทศกาลสงกรานต์บ้านกรูด 2569 ยิ่งใหญ่ ขบวนแห่นางสงกรานต์ตระการตา การแสดงขบวนนางรำ สืบสานประเพณีทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุสนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันที่ 16 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ณ ชายหาดบ้านกรูด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด
สืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น 
มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานความสนุกสนานและความอบอุ่นในครอบครัว
ไฮไลต์สำคัญของงาน
​ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดอลังการ ซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยดอกไม้ และสัญลักษณ์นางสงกรานต์ประจำปี งานฝีมือของพนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูด
โดยนางสงกรานต์ในปีนี้มาในชุดไทยประยุกต์ที่สะท้อนถึงความอ่อนช้อยของศิลปะท้องถิ่น โดยเคลื่อนขบวนไปตามถนนเลียบชายหาดบ้านกรูด ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยเถิดเทิง และขบวนนางรำสวยงาม ที่สร้างความสนุกสนานตลอดเส้นทาง
พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ บริเวณศูนย์การท่องเที่ยวชายหาดบ้านกรูด  เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและสืบสานประเพณีอันดีงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยคณะบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน พนักงานเทศบาล และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมรดน้ำขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ไทย 
กิจกรรมความบันเทิงและวัฒนธรรม​ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นเลิศรสของชาวบางสะพาน 
โดยนายอิศรา  กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด ระบุว่า การจัดงานในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และตอกย้ำให้บ้านกรูดเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสงกรานต์แบบวิถีไทยดั้งเดิม "สงกรานต์บ้านกรูดปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุกจากการเล่นน้ำ แต่คือการกลับมาเจอกันของครอบครัวและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ของพวกเราให้คงอยู่สืบไป" 
โดยคณะผู้จัดงาน ได้เตรียม​มาตรการดูแลความปลอดภัย โดย สมาชิก อปพร.ทต.บ้านกรูด บูรณาการร่วมกับ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.และชรบ. รวมถึงหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทต.บ้านกรูด ได้สนธิกำลังดูแลความเรียบร้อยรอบบริเวณงาน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน และทางน้ำ รวมถึงรณรงค์ "เมาไม่ขับ" เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้มีแต่รอยยิ้มและความปลอดภัยของทุกคน จึงนับเป็นอีกหนึ่งพิกัดสงกรานต์ที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย
//////////////////
ข่าว.  ณัฐธภพ พันสาย. /  จ.ประจวบคีรีขันธ์.  0623644468

เชียงใหม่ “กอดอกแก้ว” สานต่อประเพณีสงกรานต์ล้านนา บ้านท่าข้ามเหนือ จัดกิจกรรมส่งความสุขคืนรอยยิ้มสู่ชุมชน​

​เชียงใหม่ – ชาวบ้านท่าข้ามเหนือสืบสานประเพณีปีใหม่เมือง จัดงาน “กอดอกแก้ว” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาคเอกชนและโครงการ “คนละลูก” มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค สร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อลายดอกไม้สีเหลือง ขวามือ) มอบสิ่งของให้นายเอกพงศ์ สมคำดี ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้านแปะ ณ. ลานกอดอกแก้ว
​เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ณ. บ้านท่าข้ามเหนือ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ชาวเหนือภายใต้ชื่อกิจกรรม “กอดอกแก้ว” เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและสร้างความสมานฉันท์ในชุมชนในช่วงเทศกาลปีใหม่เมือง
​ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารโครงการ “คนละลูก” และผู้สนับสนุนใจดี อาทิ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ห้างขายยาตราใบห่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานอุตสาหกรรมเจริญชัย ผู้ผลิตไชโป๊วตราสามผึ้ง  บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด KELA, FACTIVE  เข้าร่วมกิจกรรมและนำสิ่งของอุปโภคบริโภค มามอบให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพและส่งมอบความสุขให้กับคนในชุมชน
​บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านทั้งผู้สูงอายุและเยาวชนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองและเสื้อลายดอกออกมาสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และต่อแถวรับมอบสิ่งของด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะช่วยรักษาประเพณีอันดีงามแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชนในการดูแลซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่บ้าน ชู Soft Power และการสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ครอบครัวกำลังพล

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.30 นาฬิกา ณ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ภายในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวั...