Saturday, August 29, 2026

ม็อบหนุน-ต้าน “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ พรึบ รับ ครม.สัญจร ”นิพนธ์“แย้ง ควรยึดผลการศึกษา SEA ที่ ครม.เห็นชอบแล้ว

นายนิพนธ์ ขิตมณี ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอจะนะ รายงานด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ถึงการเคลื่อนไหวของพลังมวลชน เพื่อเตรียมรับมือความเคลื่อนไหวในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. - 1 ก.ย. 2569

รายงานข่าวกรองในพื้นที่พบการเคลื่อนไหว 2 ฝ่ายเกี่ยวกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ 2 ฝ่าย
ฝ่ายแรก กลุ่มคัดค้านนำโดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เตรียมจัดเวทีเสวนาใหญ่ที่ ม.อ.หาดใหญ่ ในวันที่ 30 ส.ค. ก่อนประเมินสถานการณ์ว่าจะเข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกฯ ในวันประชุม ครม.สัญจรหรือไม่
ขณะที่อีกฝ่าย กลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ประกาศระดมมวลชน 500-1,000 คน เตรียมบุกยื่นหนังสือสนับสนุนโครงการนิคมฯ จะนะ ต่อศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้าในวันประชุม ครม. 1 ก.ย.นี้ พร้อมยื่นเงื่อนไขต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนจุดยืนเป็นคัดค้านทันที

ด้านนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยในการจัดม๊อบไม่ว่าสนับสนุนหรือคัดค้าน เพราะโครงการได้ผ่านการทำSEA โดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)ใช้เวลาในการศึกษาร่วม 4 ปี ใช้งบประมาณเดือบ30ล้านบาท ผ่านเวทีประชาคมร่วม7,000คนกว่า50เวที จนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สภาพัฒน์เจ้าของงบประมาณผู้ว่าจ้างได้เสนอเข้าครม. และครม.ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อเดือน มิย.ที่ผ่านมา 

“วันนี้จึงต้องให้ทุกฝ่ายปฎิบัติตามSEA เท่านั้น ไม่ควรกลับไปสู่จุดเดิมเมื่อ5-6ปีที่แล้ว” นิพนธ์ กล่าว

Friday, August 28, 2026

รร.สว่างวิทยา จัดพิธีสวนสนามและปิดการฝึก นศท. ประจำปี 2569 มุ่งสร้างระเบียบวินัยและความเป็นผู้นำให้แก่เยาวชน

​หนองคาย — วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 โรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา ได้จัด พิธีสวนสนามและปิดการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ สวนสาธารณะหนองถิ่น อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและแสดงออกถึงความพร้อมเพรียง ระเบียบวินัย ของกำลังพลสำรองรุ่นเยาว์
​พิธีสำคัญในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พันเอก เปรมสันต์ รุจิตร ผู้บังคับศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 24 มาเป็นประธานในพิธี โดยมี ดร.พัชรินทร์ ชัยจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู และผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
​ภายในงานมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีหลายท่าน อาทิ นายอรรถพร ภักดีสุจริต นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย และ ว่าที่ร้อยตรีวรภัทร วงษ์ปัตตา ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย ในฐานะประธานชมรมผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารเมืองหนองคาย
​บรรยากาศภายในพิธี
การสวนสนามอย่างองอาจ: เหล่าบรรดานักศึกษาวิชาทหารจากโรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา ได้แสดงความพร้อมเพรียง ความเข้มแข็ง และความมีระเบียบวินัยอันยอดเยี่ยมผ่านการเดินสวนสนามต่อหน้าประธานในพิธีและผู้มีเกียรติทุกท่าน

​การมอบโอวาท: พันเอก เปรมสันต์ รุจิตร ประธานในพิธี ได้กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลสำรอง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำความรู้ ระเบียบวินัย ความเสียสละ และความรักชาติ ไปปรับใช้ในการศึกษาและการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป
​พิธีปิดการฝึกอย่างเป็นทางการ: เป็นการเสร็จสิ้นภารกิจการฝึกวิชาทหารประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับทั้งตัวนักศึกษา คณะครู และผู้ปกครองที่มาร่วมชมความสำเร็จในครั้งนี้อย่างคับคั่ง
​การจัดพิธีสวนสนามปิดการฝึกในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบสมรรถภาพและความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของนักศึกษาวิชาทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังความสามัคคี ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกความเป็นพลเมืองดีตามอุดมการณ์ทางทหารได้อย่างแท้จริง

โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมใจส่งมอบเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภค บริโภค สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือ

    นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมส่งมอบเวชภัณฑ์ ยา เครื่องอุปโภคบริโภค และเสื้อผ้าสภาพดี เพื่อนำไปช่วยเหลือ และส่งกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก นายนพวงศ์ สามกองาม ไปรษณีย์ไทย จังหวัดนครปฐม ในการขนส่งสิ่งของทั้งหมดไปยังพื้นที่จังหวัดน่าน
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว  นครปฐม

พิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “ “เพชรบัวงามเกมส์”

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “เพชรบัวงามเกมส์” โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม มาร่วมเป็นประธานในพิธี ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เสริมสร้างทักษะทางการกีฬา

โรงเรียนสหกรณ์ประชานุกูลและโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย คว้าแชมป์ “วจนศิลป์นเรศวร ครั้งที่ 4” ครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

โรงเรียนสหกรณ์ประชานุกูล จังหวัดชุมพร คว้าแชมป์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย จังหวัดเชียงราย คว้าแชมป์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากการประกวดพูดสุนทรพจน์ระดับชาติ “วจนศิลป์นเรศวร ครั้งที่ 4” ครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปี คณะมนุษยศาสตร์  ซึ่งในปีนี้ได้รับความสนใจจากโรงเรียนทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขันในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 96 ผลงาน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 160 ผลงาน และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศระดับชาติ รวมทั้งสิ้น 24 คน ณ ห้อง HU 1103 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผศ. ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบริการวิชาการรักษ์ภาษา การประกวดพูดสุนทรพจน์ระดับชาติ วจนศิลป์นเรศวร ครั้งที่ 4 กล่าวว่า "แม้การเปลี่ยนแปลงทางภาษาจะเป็นธรรมชาติของภาษาที่มีชีวิต แต่หากเป็นไปในทางลบก็ต้องร่วมมือกันชะลอให้เกิดขึ้นช้าที่สุด และมีแนวทางการอนุรักษ์ควบคู่กันไป การที่สถาบันการศึกษาและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติได้มาร่วมอนุรักษ์ภาษาไทยผ่านการประกวดสุนทรพจน์ในวันนี้ จึงเป็นนิมิตหมายอันดีในการรักษาเอกลักษณ์ทางภาษาอันงดงามของชาติต่อไป"
สำหรับการประกวดในปีนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาไทยร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ได้แก่ ผศ. ดร.ประภาษ เพ็งพุ่ม คุณจันทร์เพ็ญ จันทนา และ คุณศิวพร ดวงแก้วฝ่าย โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 
1. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในหัวข้อ “ภาษาไทย ภาษาถิ่น ภาษาศิลป์ สานวัฒนธรรม”
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในหัวข้อ “กานท์กวีไทย รักษ์ไว้ให้คงอยู่คู่สังคม”
ผลการประกวด มีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้
.
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เด็กหญิงนิพาดา พ่อกว้าง โรงเรียนสหกรณ์ประชานุกูล จังหวัดชุมพร  (ได้รับถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเหรียญรางวัล เกียรติบัตร และทุนการศึกษา)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เด็กหญิงทอแสงจันทร์พร แสงทับทอง โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง จังหวัดพัทลุง (ได้รับเหรียญรางวัล พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษา)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายพุฒิพงศ์ กันเชื้อ โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย จังหวัดนครพนม (ได้รับเหรียญรางวัล พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษา) 
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายบุรินทร์ วันดี โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย จังหวัดเชียงราย (ได้รับถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเหรียญรางวัล เกียรติบัตร และทุนการศึกษา) 
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นางสาวมุกดารัศมิ์ พามา โรงเรียนเมตตาวิทยา จังหวัดเพชรบูรณ์ (ได้รับเหรียญรางวัล พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษา)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายวิวัฒน์ เพ็นตี้ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร (ได้รับเหรียญรางวัล พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษา) 
#มหาวิทยาลัยนเรศวร #คณะมนุษยศาสตร์ #วจนศิลป์นเรศวร #สุนทรพจน์ #ระดับชาติ 

คณะสื่อมวลชนเดินทางเยือนเมืองเหมียนหยาง สัมผัสพลังการพัฒนาที่หลากหลายทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่จริง

​ระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม คณะสื่อมวลชนไทยรวม 6 คน ได้เดินทางเยือนเมืองเหมียนหยาง (Mianyang) เพื่อลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนประถมศึกษาเซียนเฟิงลู่ สิรินธร, นิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะช่างหง (Changhong), นิคมอุตสาหกรรมเมล็ดพืชและน้ำมันเขตอันโจว, หมู่บ้านเชียงชีอี้ เขตปกครองตนเองชนชาติเชียงเป่ยชวน, นิคมเกษตรกรรมทันสมัยฟาร์มไก่ไข่เขตตะวันตกอำเภอจื่อถง, แหล่งท่องเที่ยวชุยหยุนหลางเขากว่ากวี (Qiqu Mountain), บริษัท จิ่วอี้หยวน พาร์ทิเคิล เทคโนโลยี จำกัด (Jiuyiyuan Particle Technology) และโรงพยาบาลศูนย์เมืองเหมียนหยาง เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับผลสำเร็จทางการพัฒนาและประสิทธิผลของนโยบายในด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองเหมียนหยาง
​ในเช้าวันที่ 25 สิงหาคม จุดหมายแรกของคณะสื่อมวลชนไทยคือ โรงเรียนประถมศึกษาเซียนเฟิงลู่ สิรินธร โรงเรียนแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูและบูรณะขึ้นใหม่โดยทุนบริจาคจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นประจักษ์พยานอันเปี่ยมชีวิตชีวาถึงมิตรภาพระหว่างจีน-ไทย ภายในบริเวณโรงเรียน ป้ายข้อความ "จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" (中泰一家亲) โดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
​คณะสื่อมวลชนไทยได้รับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน และผลงานการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-ไทย พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน-ไทย โดยมีปฏิสัมพันธ์อย่างอบอุ่นกับครูและนักเรียน
​"โรงเรียนประถมศึกษาแห่งนี้ไม่เพียงช่วยให้เราได้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ทั้งจีนและไทยมีต่อการพัฒนาเยาวชน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยจากทุกภาคส่วนในสังคมที่มีต่อเยาวชนด้วย" นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย / สมาชิกรัฐสภา กล่าวด้วยความตื้นตันใจ พร้อมเสริมว่า "มิตรภาพจีน-ไทยมีความยั่งยืนและยาวนาน การก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยมของการร่วมมือด้านการศึกษาของทั้งสองประเทศ"
​จากนั้น คณะสื่อมวลชนไทยได้เดินทางไปยัง นิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะช่างหง (Changhong) ณ หอจัดแสดงนวัตกรรมช่างหง คณะผู้แทนได้ชมวิดีโอประชาสัมพันธ์เพื่อรับรู้ถึงเส้นทางการพัฒนาของช่างหงตลอดเวลากว่า 60 ปีในการมุ่งมั่นพัฒนาภาคอุตสาหกรรมจริงและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์สมาร์ตเทอร์มินัลอย่างใกล้ชิด เช่น Changhong AI TV, เครื่องปรับอากาศ AI, ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า AI และที่โรงงานแสดงผลอัจฉริยะช่างหง คณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมชมสายการผลิตตามคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ (Mass Customization) ผ่านระบบ "5G + อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต" แห่งแรกของประเทศจีนอย่างใกล้ชิด รับชมกระบวนการผลิตที่ครอบคลุมด้วยระบบอัตโนมัติ และการควบคุมบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัลตลอดทั้งกระบวนการ
​[รูปภาพ]
คณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมสายการผลิตในโรงงานแสดงผลอัจฉริยะช่างหง เพื่อสำรวจสายการผลิตตามคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ผ่าน "5G+อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต" แห่งแรกของประเทศ
​นายปิยะโชติ อินทร์ธรนิวาส ผู้ดูแลสื่อ 《Manager Online》 ภาคใต้ของไทย ได้สัมผัสถึงความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของบริษัทเทคโนโลยีจีนอย่างลึกซึ้ง โดยกล่าวว่า "ในฐานะสื่อมวลชน การมาเยี่ยมชมครั้งนี้สร้างความประทับใจและความประหลาดใจแก่ผมเป็นอย่างมาก เราได้เห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนเดินหน้าไปอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกแล้ว" นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ออกนโยบายที่เป็นมิตรหลายประการ และยินดีต้อนรับบริษัทเทคโนโลยีคุณภาพสูงจากจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างอบอุ่น
​[รูปภาพ]
ในโซนจัดแสดงเครื่องใช้ไฟฟ้า AI คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์สมาร์ตเทอร์มินัล อาทิ Changhong AI TV, เครื่องปรับอากาศ AI, ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า AI อย่างใกล้ชิด
​จากการเยี่ยมชมโรงงานอัจฉริยะสู่ท้องไร่ท้องนา จากอารยธรรมโบราณเสฉวน (กู่ซู่) สู่การแพทย์สมัยใหม่ กำหนดการเยี่ยมชมอันเข้มข้นตลอด 2 วันเจิดจรัสในหลายมิติ —
​ณ นิคมอุตสาหกรรมเมล็ดพืชและน้ำมันเขตอันโจว และนิคมเกษตรกรรมทันสมัยฟาร์มไก่ไข่เขตตะวันตกอำเภอจื่อถง คณะสื่อมวลชนไทยได้ลงพื้นที่ศึกษาความก้าวหน้าและการปฏิบัติจริงด้านนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะและเกษตรหมุนเวียนของเมืองเหมียนหยาง
​[รูปภาพ]
คณะสื่อมวลชนไทยเยี่ยมชมแอนโจวเกษตรอุตสาหกรรมเมล็ดพืชและน้ำมัน
​ณ หมู่บ้านเชียงชีอี้ เขตปกครองตนเองชนชาติเชียงเป่ยชวน การแสดงร้องรำทำเพลงดั้งเดิมของชนชาติเชียง บ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์ และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทำให้สมาชิกคณะสื่อมวลชนไทยต่างพากันยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเก็บไว้
​ณ แหล่งท่องเที่ยวชุยหยุนหลางเขากว่ากวี อำเภอจื่อถง ทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของกลุ่มต้นสนโบราณพันปี ประกอบกับมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง สร้างความประทับใจและเสียงชื่นชมจากทุกคนเป็นอย่างมาก
​ณ บริษัท จิ่วอี้หยวน พาร์ทิเคิล เทคโนโลยี จำกัด และโรงพยาบาลศูนย์เมืองเหมียนหยาง คณะสื่อมวลชนไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการสำรวจและพัฒนาด้านหน้าของเมืองเหมียนหยาง ในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ทางการแพทย์ การวิจัยและพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ระดับไฮเอนด์ รวมถึงความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างประเทศ
​เนื้อหาการเยี่ยมชมที่หลากหลายและครอบคลุม ช่วยให้คณะสื่อมวลชนไทยมีความเข้าใจต่อเมืองเหมียนหยางที่รอบด้าน มีมิติที่หลากหลาย และลึกซึ้งยิ่งขึ้น
​มีรายงานว่า การเดินทางเยือนเมืองเหมียนหยางของคณะสื่อมวลชนไทยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันผลลัพธ์จากการเดินทางเยือนมณฑลเสฉวนของนายอนุทิน (รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีของไทย) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมณฑลเสฉวน โดยอาศัยโอกาสนี้ เมืองเหมียนหยางจะยังคงมุ่งเน้นการจัดแสดงผลงานทางการพัฒนาและประสิทธิผลทางนโยบาย ทั้งในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ นวัตกรรมเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

“สรรเพชญ” ดันงบฯ ปี 70 คมนาคม ทล.-ทช. ลงยะลากว่า 1,000 ล้านบาท ยกระดับระบายน้ำ แก้น้ำท่วมซ้ำ ฟื้นฟูสายทาง-ขยายถนน รองรับเดินทางและขนส่งสินค้าเกษตร

วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบท โดยมี นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา นายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 18 นายเรวัต ใจสะอาด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทยะลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูลและให้การต้อนรับ ณ อำเภอยะหา และอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2569 จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะมีการพิจารณาข้อเสนอและโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ดังนั้น การลงพื้นที่จังหวัดยะลาในวันนี้ นอกจากเป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังเป็นการรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการ พร้อมทั้งรวบรวมประเด็นสำคัญและข้อสั่งการของรัฐมนตรี เพื่อนำไปประกอบการนำเสนอและผลักดันในที่ประชุม ครม.สัญจรด้วย
“วันนี้เรามาดูของจริงในพื้นที่ว่าโครงการไหนเดินหน้าไปถึงไหน มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร เรื่องไหนที่หน่วยงานสามารถแก้ไขได้ก็ขอให้ดำเนินการทันที ส่วนเรื่องใดที่เกินอำนาจของหน่วยงานในพื้นที่ หรือต้องใช้งบประมาณและการสนับสนุนจากรัฐบาล ก็ให้รวบรวมข้อมูลและจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อจะได้นำข้อสั่งการและข้อเสนอเหล่านี้ไปประกอบการผลักดันในการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลา” นายสรรเพชญ กล่าว
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการในจังหวัดยะลา มีทั้งการขยายถนนเพิ่มช่องจราจร การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก การฟื้นฟูสายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และการเสริมความมั่นคงของโครงข่ายคมนาคม เพื่อรองรับการเดินทาง การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงช่วยให้พี่น้องเกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตได้สะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนมากขึ้น

สำหรับโครงการตามแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ติดตามโครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อสนับสนุนระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ บนทางหลวงหมายเลข 4065 ตอนบ้านเนียง-ยะหา ซึ่งเป็นการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนสายทางหลัก โดยมีกำหนดดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2569

ขณะเดียวกัน ได้ติดตามโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทสาย ยล.3003 แยกทางหลวงหมายเลข 409-บ้านลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา ซึ่งมีบทบาทเป็นเส้นทางลัดและเส้นทางเลี่ยงเมือง ช่วยลดความแออัดของการจราจรในตัวเมืองยะลา และเชื่อมโยงการเดินทางจากอำเภอเมืองยะลาไปยังอำเภอโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก่อนเชื่อมต่อไปยังจังหวัดสงขลา

เส้นทางดังกล่าวยังมีความสำคัญต่อภาคการเกษตร เนื่องจากช่วยให้เกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทาง พร้อมยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานและจัดทำคำของบประมาณในระยะต่อไป ขณะที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท มีงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการในจังหวัดยะลารวมประมาณ 1,053 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้าง ปรับปรุง บำรุง ฟื้นฟู และยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

โครงการสำคัญ อาทิ การฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 4089 ตอนเตาปูน-ท่าสาป ระยะทาง 1.825 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำและทางเท้าทั้งสองข้างทาง วงเงิน 53.07 ล้านบาท การเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 4066 ตอนโกตาบารู-บือเล็งใต้ ระยะทาง 0.550 กิโลเมตร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมระบบระบายน้ำสองข้างทาง วงเงิน 45 ล้านบาท และการปรับปรุงทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 4070 ตอนยะหา-บาละ ระยะทาง 0.500 กิโลเมตร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมระบบระบายน้ำสองข้างทาง วงเงิน 15 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ในจังหวัดยะลาที่อยู่ระหว่างการผลักดันและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 410 สายปัตตานี-เบตง ช่วงบ้านตะบิงติงงี-อำเภอธารโต ระยะทาง 10.478 กิโลเมตร วงเงินรวมกว่า 669 ล้านบาท โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 410 ช่วงบ้านกาโสด-บ้านตังกาเด็ง ระยะทาง 8 กิโลเมตร วงเงินรวม 550 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4326 สายเบตง-บ้าน กม.17 ช่วงอำเภอเบตง-บ้านจันทรัตน์ วงเงินรวม 630 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและชายแดนของจังหวัดยะลา

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ โดยก่อนการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ได้มีการจัดกระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ Workshop แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ เพื่อเปิดโอกาสให้จังหวัด หน่วยงานในพื้นที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้ร่วมกันเสนอปัญหา ความต้องการ และโครงการที่มีความจำเป็นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาล

ทั้งนี้ ข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอที่ได้รับจากการลงพื้นที่จังหวัดยะลาในวันนี้ จะถูกนำไปประกอบข้อสั่งการและการนำเสนอประเด็นสำคัญต่อที่ประชุม ครม.สัญจร เพื่อผลักดันเรื่องที่มีความจำเป็น เกินศักยภาพของจังหวัดหรือหน่วยงานในพื้นที่ และต้องอาศัยการสนับสนุนจากรัฐบาลให้สามารถเดินหน้าต่อได้

“ผมไม่อยากให้การประชุม ครม.สัญจรเป็นเพียงการประชุมแล้วจบไป แต่ต้องเป็นโอกาสที่ปัญหาจริงและความต้องการจริงของประชาชนในพื้นที่ถูกนำขึ้นไปถึงรัฐบาล วันนี้จึงต้องลงมาดูเอง รับฟังเอง และให้หน่วยงานเตรียมข้อมูลให้พร้อม เรื่องไหนทำได้ให้ทำทันที เรื่องไหนต้องอาศัยงบประมาณหรือการสนับสนุนในระดับรัฐบาล เราจะช่วยกันผลักดันต่อในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายนนี้”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดยะลาและพื้นที่ชายแดนใต้ยังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งด้านการค้า การเกษตร อาหาร วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน ทั้งถนน ระบบราง ด่านชายแดน และท่าอากาศยาน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และทำให้ประโยชน์จากการพัฒนากระจายไปถึงประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ม็อบหนุน-ต้าน “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ พรึบ รับ ครม.สัญจร ”นิพนธ์“แย้ง ควรยึดผลการศึกษา SEA ที่ ครม.เห็นชอบแล้ว

นายนิพนธ์ ขิตมณี ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอจะนะ รายงานด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ถึงการเคลื่อนไหวของพลังมวลชน เพื่อเต...