Tuesday, June 9, 2026

สธ.เขต 2 จับมือเครือข่าย ทสม. และ PILA Farm สู่โมเดลป่าชุมชนต้นแบบด้านสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ PILA Farm Studio และป่าชุมชนบ้านโสกเดื่อ หมู่ที่ 10 ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
นายธนาดร หลิมเจริญ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จังหวัดเพชรบูรณ์ และที่ปรึกษาป่าชุมชนบ้านโสกเดื่อ ได้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าชุมชน จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมร่วมต้อนรับคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยได้รับเกียรติจาก เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายแพทย์กฤษดา วุธยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะผู้อำนวยการโรงพยาบาล บุคลากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมและรับมอบนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพระดับเขตสุขภาพที่ 2
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ประกอบด้วย PILA Farm Studio นำโดย คุณนิพนธ์ พิลา ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารพื้นที่เรียนรู้, ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านโสกเดื่อ, คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโสกเดื่อ, เครือข่ายสานฝันพ่อ บ้านวังร่อง, เครือข่าย ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ภายในงานมีการมอบต้นกล้าพืชสมุนไพร การปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าชุมชน และการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านสมุนไพร สุขภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้ป่าชุมชนเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์ แหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพร และแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
ในฐานะ ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ และที่ปรึกษาป่าชุมชนบ้านโสกเดื่อ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ และเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ป่าชุมชนในการต่อยอดสู่การพัฒนาด้านสุขภาพ การสร้างอาชีพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต
เครือข่าย ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสนับสนุนและร่วมผลักดันการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการขยายผลไปยังพื้นที่ป่าชุมชนอื่น ๆ ในจังหวัด เพื่อสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

สิงห์บุรี - กกต.สิงห์บุรี ครบรอบ 28 ปี เดินหน้าสร้างเลือกตั้งโปร่งใส ยึด 4 หลัก ‘เป็นกลาง-โปร่งใส-เที่ยงธรรม-มีส่วนร่วม’ ขับเคลื่อนประชาธิปไตยไทย

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี อย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ณ วัดโฆสิทธาราม หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายคณาธิป แสงโคตร์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายคณาธิป เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพิทักษ์และพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความสุจริต และความเที่ยงธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้บริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ
ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. ยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน เพื่อยกระดับมาตรฐานการเลือกตั้งไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ กกต. จังหวัดสิงห์บุรี ยังคงยึดมั่นในพันธกิจสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

-ความเป็นกลาง ยึดหลักความเสมอภาค ปราศจากอคติ

-ความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

-ความเที่ยงธรรม ยืนหยัดบนหลักกฎหมายและความถูกต้อง

-การมีส่วนร่วม ส่งเสริมพลังของประชาชนและเครือข่ายทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันสำนักงาน กกต. จังหวัดสิงห์บุรี อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ บนพื้นที่ 4 ไร่ ในตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี เพื่อรองรับภารกิจที่ขยายตัวและยกระดับการให้บริการประชาชนในอนาคต
สำนักงาน กกต. จังหวัดสิงห์บุรี ยืนยันเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างมุ่งมั่น ภายใต้แนวคิด “การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ คือรากฐานของประชาธิปไตยที่มั่นคง” พร้อมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน

//ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน//

กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569 ร่วมใจกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื้อที่ 1.19 ไร่

    เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 09.09 น. นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569 ณ วนอุทยานพระแท่นดงรัง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี  โดยมีนางสาวนิศรา จีนสุกแสง ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน 
    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้อำนวยการส่วน หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ผู้นำท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนในพื้นที่ ร่วมใจกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื้อที่ 1.19 ไร่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 150 คน โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 250 ต้น รวม 9 ชนิด กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและคนในพื้นที่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
  /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

“รองนายกฯพิพัฒน์“ เป็นประธานเปิด “งานสมโภชพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ – งานกาชาดประจำปี และของดีเมืองลุง” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด “งานสมโภชพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ งานกาชาดประจำปี และของดีเมืองลุง” ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ณ บริเวณเวทีกลาง หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง 
โดยพิธีเปิดในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แสง สี เสียง และการแสดงทางวัฒนธรรมอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการแสดง การต้นกำเนิดมโนราห์ของ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง  ตลอดจนการแสดงจากนักเรียนนักศึกษาจากโรงเรียนต่างๆในพัทลุง ที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดได้อย่างลึกซึ้งและทรงคุณค่า
“งานสมโภชพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” และ “งานกาชาดประจำปี และของดีเมืองลุง” ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่จังหวัดพัทลุงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา สำหรับในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 มิถุนายน 2569 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดพัทลุงและถนนรอบศาลากลาง

รมช.สรรเพชญ ลงพื้นที่ท่าศาลา รับฟังแนวทางพัฒนาชายหาดบ่อนนท์ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวสู่ “เมืองหยุด” แทนเมืองผ่าน

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชายหาดบ่อนนท์ - ท่าสูงบน เทศบาลเมืองท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่สาธารณะชายหาดบ่อนนท์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและนันทนาการที่มีคุณภาพ 
ในการนี้มี นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายไกรสร วิศิษฐ์วงศ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางอวยพรศรี เชาวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 8 นายอาลีฟ สารอเอ็ง ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเจ้าท่าที่ 4 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมหารือถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน
จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่สำรวจการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะบริเวณชายหาดบ่อนนท์ ทั้งโซนกีฬาชายหาด สวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ ลานจอดรถ พื้นที่กิจกรรมและนันทนาการ รวมถึงศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชนและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อประเมินศักยภาพและกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยว
สำหรับชายหาดบ่อนนท์ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอท่าศาลา ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามและบรรยากาศที่สงบร่มรื่น เทศบาลเมืองท่าศาลา จึงมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การผลักดันโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายให้ชายหาดบ่อนนท์เป็นทั้งสวนสาธารณะ พื้นที่ออกกำลังกาย และศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รองรับการเติบโตของเทศบาลเมืองท่าศาลา และเสริมภาพลักษณ์ “เมืองแห่งการเรียนรู้ น่าอยู่ น่าเที่ยว”
โอกาสนี้ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวชื่นชมทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บริหารท้องที่ ท้องถิ่น และ สส.ในพื้นที่ของอำเภอท่าศาลาในการผลักดันร่วมกันผลักดันการพัฒนาชายหาดบ่อนนท์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคม จะสนับสนุนและผลักดันโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ เป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับท่าศาลาจากเมืองทางผ่าน ให้กลายเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมาเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้ อำเภอท่าศาลาจะมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หมู่บ้าน (ทสม.) โว้ย ปมปริศนาโค่นต้นไม้ในศูนย์เรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านทรัพย์อีปุก หมู่ที่ 7 ต.ซับพุทรา อำเภอชนแดนจังหวัดเพชรบูรณ์

    วันที่ 8 มิถุนายน 2569   นายธนาดร  หลิมเจริญ  ตัวแทนเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน   ได้เดินทางเข้าพบศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์  และสำนักงาน  การปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ..สปก.  เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง  ในกรณีที่มีการลักลอบตัดไม้ภายในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้เครือข่าย  ทสม.ตำบลซับพุทราอำเภอชนแดนจังหวัดเพชรบูรณ์  
โดยนายธนาดร ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน  ที่ดูแลพื้นที่ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา.  จึงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อไปตรวจสอบ  และพบว่ากำลังมีการตัดต้นไม้ออกจากพื้นที่  โดยมีผู้ใหญ่บ้านอ้างว่าได้ทำประชาคมหมู่บ้านแล้วจึงเข้าดำเนินการปรับแต่งพื้นที่  ซึ่งต้นไม้เหล่านี้เด็กๆในชุมชนได้ร่วมใจกันปลูกไว้เมื่อปี 2560  และปัจจุบันกำลังจะพัฒนาให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ 
 จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก  โดยเฉพาะต้นไม้พยุง  ที่มีอายุมากกว่า 10 ปี  เนื่องจากมีอยู่เดิมก่อนแล้ว  ตัวแทนเครือข่าย ทสม. นายธนาดร ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ตนได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้วที่ สถานีตำรวจภูธรชนแดน และในขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐาน รวมถึงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
พร้อมทั้งระบุว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งผู้ใดทั้งสิ้น   และจะติดตามทวงถาม  เจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ไปยื่นหนังสือไว้ต่อไป
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

Monday, June 8, 2026

มุกดาหาร คืบหน้าเหตุสาวชาวลาว กระโดดสะพานมิตรภาพไทยลาว 2

มุกดาหาร – ความคืบหน้าเหตุสาวชาวลาวกระโดดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะวันนะเขต) ล่าสุดตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพาน เบื้องต้นอยู่ทางฝั่งประเทศไทย เสาตอม่อที่ 11 และได้เข้าแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองมุกดาหารแล้ว
          08 06 69   จากกรณีนางขาวพอน พิมมะจัก อายุ 33 ปี ชาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว กระโดดลงจากสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2  เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 21.30 น. ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์  ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
          ล่าสุด นายวิโรจน์ ต๊ะต้องใจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เปิดเผยว่า  จากเหตุการณ์หญิงชาวลาวอายุ 33 ปี กระโดดสะพาน ได้รับรายงานพบว่าเวลาที่เกิดเหตุ 21.30 น. ของวันที่ 6 มิ.ย. มีรถตู้ไปจอดที่กลางสะพาน มีหญิงสาวลงมาที่ราวสะพาน สักครู่ก็ปืนขึ้นไปเป็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาว ทางเราจะดำเนินการเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อเป็นหลักฐาน ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

          นายวิโรจน์ ต๊ะต้องใจ เปิดเผยอีกว่า  ส่วน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และฉบับปรับปรุงแก้ไข พ.ศ.2535 “ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถบนสะพาน หรืออุโมงค์ ” เฉพาะ พ.ร.บ.ทางหลวง  จะเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการ
          จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพาน และกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ทางฝั่งไทย แสดงว่าเหตุเกิดบริเวณฝั่งไทย ตรงเสาตอม่อที่ 11 ส่วนทางกรมทางหลวงจะได้รายงานให้เบื้องบนทราบต่อไป
               จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหาร( นรข.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ยังคงค้นหานางขาวพอน พิมมะจัก อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าติดตามพื้นที่ตามแนวลำน้ำโขง รวมทั้งจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการค้นหาตามแนวแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ทราบชะตากรรมของผู้ก่อเหตุ...
                 **************************** 
วิลาสินี เจริญสุข //  มุกดาหาร  081-5926966

สธ.เขต 2 จับมือเครือข่าย ทสม. และ PILA Farm สู่โมเดลป่าชุมชนต้นแบบด้านสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ PILA Farm Studio และป่าชุมชนบ้านโสกเดื่อ หมู่ที่ 10 ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบู...