Wednesday, June 17, 2026

​ภูทับเบิกเดือด! ชาวม้ง 93 ราย ลุยแจ้งจับอินฟลูฯ ดัง ปากพาซวยไลฟ์พาดพิงกะหล่ำปลีทำเจ๊งยับ!

วันที่ 17 มิถุนายน 2569  ชาวม้งภูทับเบิกเดือด! แห่แจ้งความดำเนินคดีอินฟลูฯ ดัง ปมไลฟ์สดพาดพิง "กะหล่ำปลี" ทำท่องเที่ยวทรุด-เกษตรกรเจ๊ง หลังผลตรวจยันไม่พบสารพิษ
 จากกรณีประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีอย่างหนัก ล่าสุดมีความคืบหน้าในทางคดีความแล้ว โดยชาวม้ง บนภูทับเบิกได้รวมตัวกันเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและความเชื่อมั่นให้กับผลผลิตในท้องถิ่น
93 เกษตรกรเซ็นมอบอำนาจ แจ้งความดำเนินคดีเด็ดขาด
นายพันธุ์นุวัฒน์ โรจนคีรีไพศาล ผู้แทนเกษตรกรชาวม้งรับมอบอำนาจ จากชาวม้งภูทับเบิก พร้อมด้วยนายธวัช ชุมหิน ทนายความของ นายยุพราช บัวอินทร์ สส.จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่ขึ้นไปรับเรื่องร้องเรียนถึงบนภูทับเบิก แหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ "อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง" รายหนึ่ง ณ. สถานีตำรวจภูธรท่าพล ตำบลท่าพล อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี ร้อยตำรวจเอกอาทิตย์  เกตุทอง  ร้อยเวรเป็นผู้รับเรื่องในการแจ้งความ
การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีพี่น้องเกษตรกรชาวม้งจำนวนทั้งสิ้น 93 ราย ร่วมกันลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้ผู้แทนทางกฎหมายดำเนินคดีกับอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวให้ถึงที่สุด โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.ท่าพล เป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์ และเตรียมออกหมายเรียกคู่กรณีมาสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย
ปมคำพูด "ควายกินควายยังตาย" พ่นพิษ ท่องเที่ยวปฏิเสธซื้อกะหล่ำ
ชนวนเหตุสำคัญมาจากกรณีที่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังรายนี้ ได้ทำการไลฟ์สดและมีการกล่าวอ้างในลักษณะที่ว่า "ขนาดควายกิน ควายยังตาย แล้วคนกินจะเป็นอย่างไร"

คำพูดดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นโดมิโนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจบนภูทับเบิก นักท่องเที่ยวที่ได้รับชมไลฟ์สดต่างหวาดระแวง และปฏิเสธที่จะซื้อกะหล่ำปลีกลับไปเป็นของฝากเหมือนเช่นเคย ส่งผลให้เกษตรกรชาวม้งต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก ผลผลิตตกค้าง และสูญเสียรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัว
ทางกลุ่มตัวแทนชาวม้งระบุว่า สิ่งที่ต้องการในตอนนี้คือ ให้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังออกมาขอโทษสังคม และขอโทษพี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นทางการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ชดเชยค่าเสียหาย ให้กับผู้ปลูกกะหล่ำปลีบนภูทับเบิกทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
ปศุสัตว์ยันชัด! ผลตรวจ "นกกระจอกเทศ" ไร้สารพิษ จ่อโดน พ.ร.บ.คอมพ์เพิ่ม  ล่าสุด วันนี้ (17 มิถุนายน 2569) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากหัวหน้าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด โดยผลการตรวจพิสูจน์ซากนกกระจอกเทศ (ที่ถูกโยงในกระแสข่าวก่อนหน้านี้) ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่พบสารพิษใดๆ ทั้งสิ้น"
ผลตรวจที่เป็นเอกฉันท์นี้ กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่าข้อมูลที่อินฟลูเอนเซอร์รายนี้เผยแพร่ไม่เป็นความจริง ซึ่งทางกลุ่มชาวม้งภูทับเบิกจึงได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน "นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์"(พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์) อีกหนึ่งกระทง
หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพล จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งผลตรวจจากทางปศุสัตว์และคลิปหลักฐานการไลฟ์สด เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมและเรียกตัวอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

กกต.จัดประชุมจังหวัด 77 สานพลังยกระดับสื่อสารเลือกตั้ง “แสวง” ย้ำระบบเลือกตั้งไทยโปร่งใสที่สุด

   เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรม สานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดกลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2569 ที่ ห้องวายุภักษ์ 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้า ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร ไดบรรยายกิจกรรมสานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดหลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง โดยมีเครือข่ายประชาสัมพันธ์และสื่อมวลชนจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอบรม เพื่อยกระดับการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนยิ่งขึ้น
   ต่อมาช่วงบ่าย นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวรายงาน และบรรยายหัวข้อ อำนาจ บทบาท หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายพลวัตน์ พิรติชัยธนกุล ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง และ นางสาวสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1บรรยายการเลือกตั้งหาเสียงอย่างที่ไม่ผิดกฎหมาย และนายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  นายชาตรี จันทร์เพ็ญ เลขานุการกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหารสำนักงาน กกต. เจ้าหน้าที่ด้านประชาสัมพันธ์ และภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
   การประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ (กกต.) แต่ละจังหวัด ประชาสัมพันธ์สำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร รวมถึงตัวแทนสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายจังหวัดละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 231 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของ (กกต.) กฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติด้านการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารการเลือกตั้งให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น
    ทั้งนี้ทางสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าระบบการเลือกตั้งของประเทศไทยมีความโปร่งใสที่สุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากคนไม่ใช่ระบบ พร้อมระบุว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามประชาชนหรือผู้สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน หากพบเห็นความผิดปกติสามารถทักท้วงได้ทันทีในขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ปล่อยให้ผ่านพ้นไปแล้วจึงระดมผู้คนออกมาตั้งข้อสงสัยภายหลังว่าไม่โปร่งใส
     ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ ปัจจุบันสำนักงาน กกต.ยังมีสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณามากกว่า 2,000 คดี โดยมีการทยอยพิจารณาเฉลี่ยวันละ 3–4 เรื่อง สะท้อนถึงภารกิจด้านการสืบสวนสอบสวนที่ยังคงมีปริมาณงานจำนวนมาก
จากนั้น นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้บรรยายหัวข้อ “การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง สรุปการประชุม ในการประชุมในวันแรก เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องของพรรคการเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
 ////////#ทีมข่าวภาคตะวันตกรายงาน ภาพ-ข่าว

ม.นเรศวร เจาะลึกดุลการค้าไทย-จีน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน

ห้ามพลาด! โอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ร่วมรับฟังวิสัยทัศน์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ชี้ทางรอด SME ไทยในสมรภูมิการค้าไทย-จีน จากกูรู 3 ท่าน ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ถ่ายทอดโอกาสและความท้าทายในตลาดจีน คุณชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา วิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ส่งผลต่อการค้าไทย-จีน และ คุณนนทวัฒน์ แต้รัตนชัย ประธานกรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด สตูดิโอ จำกัด 


โดยร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารความเสี่ยงและการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย จัดขึ้น ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้การลงทุน (SET Investment Center - SETIC) ชั้น 1 คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร  

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด 
30 ท่าน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5596 4822 หรือ 08 5050 4114 และ Live Facebook ผ่านเพจ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ม.นเรศวร 

ป่าไม้-ตำรวจอุตรดิตถ์ สนธิกำลังยึดประดู่ยักษ์ซุกรถเครน หลังประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้

ยึดไม้ ประดู่ยักษ์  3 ท่อนยักษ์ คารถบรรทุก 6 ล้อติดเครน หลังประสบอุบัติเหตุ ร่วง ถนนจาก ต.ห้วยม่วง มุ่งหน้า อ.น้ำปาด ในเขตอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ 

วันนี้ 17 มิถุนายน 2569 เฟสบุกสำนักงานการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) รายงานระบุห้วงวันที่ 14-15 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา  นายสมบูรณ์ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ได้สั่งการให้ นายธนชาต บุญเอี่ยม หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2  หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า(พญาเสือ)ภาคเหนือ อีกหน้าที่หนึ่ง นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 สปป.3 (ภาคเหนือ) จำนวน 4 นาย สนธิกำลังร่วมกับ

1. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่

2. เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อ.ต 6 (บ้านม่วง)

3. เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ)กรมป่าไม้

4. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. 3 (ลำปาง)

5. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุตรดิตถ์

6. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 316

7. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามการกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์

ร่วมกันตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนาม ว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อติดตั้งเครนจอดอยู่บริเวณทางโค้งป่าภูผักสาบ ถนนสายน้ำปาด-ห้วยมุ่น หลักกิโลเมตรที่ 42 มีไม้ท่อนอยู่บนกระบะโดยใช้ผ้าใบปิดบังอำพราง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานตามรายชื่อดังกล่าวข้างต้นเข้าร่วมตรวจสอบ เมื่อมาถึงบริเวณตามที่ได้รับแจ้งพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ยี่ห้อฮีโน่ ติดตั้งเครนมีผ้าใบปิดท้ายกระบะจอดอยู่ จากการตรวจสอบปรากฏว่ารถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าวได้มีการบรรทุกไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่ จำนวน 3 ท่อนโดยใช้ผ้าใบในการปิดบังอำพราง ตรวจสอบบริเวณหน้าตัดไม้ประดู่ทุกท่อนไม่พบรูปรอยดวงตาค่าภาคหลวงหรือรูปรอยดวงตารัฐบาลขายแต่อย่างใด และที่บริเวณหน้าตัดไม้ประดู่ทุกท่อนพบร่องรอยการใช้เลื่อยโซ่ยนต์ทำการตัดทอน ไม้ประดู่ทุกท่อนไม่เคยผ่านการเป็นเครื่องใช้หรือเป็นสิ่งปลูกสร้างมาก่อน ตรวจสอบบริเวณด้านหน้าของรถ 6 ล้อพบว่าได้ชนเข้ากับต้นไม้จนเกิดความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ จากทิศทางการชนคาดว่ารถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าววิ่งลงมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1339 จากตำบลห้วยม่วงมุ่งหน้าลงมาทางอำเภอน้ำปาด คนขับอาจไม่ชำนาญเส้นทางจึงไม่สามารถควบคุมรถและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ในขณะตรวจสอบไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดอยู่ในที่เกิดเหตุหรือมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถและไม้ประดู่จำนวน 3 ท่อนที่บรรทุกอยู่บนรถคันดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรน้ำปาดว่าได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 6 ล้อชนเข้ากับต้นไม้บริเวณริมทางโค้งภูผักสาบหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรน้ำปาดแจ้งว่ายังไม่ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่าไม้ประดู่จำนวน 3 ท่อนที่อยู่บนรถบรรทุก 6 ล้อ เป็นไม้ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้

คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เครื่องมือหาค่าพิกัดทางดาวเทียม(GPS)จับค่าพิกัดบริเวณจุดเกิดเหตุ ได้ค่าพิกัด(WGS 84) 47Q 681 636E 1957961 N เมื่อตรวจสอบตามแผนที่ปรากฏจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่บ้านนาคันทุงหมู่ที่ 6 ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

   คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดและได้ร่วมกันตรวจยึด

1. ไม้ประดู่ท่อนจำนวน 3 ท่อน ปริมาตร 7.468 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ ประมาณ 261,380 บาท

2. รถบรรทุก 6 ล้อสีขาว ยี่ห้อ ฮีโน่ ติดตั้งเครน จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 250,000 บาท  พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการตรวจยึด รวบรวมพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรน้ำปาด อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดการฝึกและประกวดการฝึกตำรวจ ประจำปี 2569 มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน

ภ.จว.พิษณุโลก เปิดการฝึกและประกวดการฝึกข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2569 ยกระดับระเบียบวินัยและประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

​วันนี้ (17 มิ.ย. 69) เวลา 08.30 น. ณ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดการฝึกและการประกวดการฝึกของข้าราชการตำรวจในสังกัด ประจำปี 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 18 มิถุนายน 2569

พิธีเปิดในครั้งนี้มีคณะผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พ.ต.อ.ธีรเดช แจ่มแจ้ง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุ โลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ภูจอมเพชร ผกก.สภ.วังทอง, พ.ต.อ. รัฏฐกรณ์ กิจประศาสน์ ผกก.สภ. บางระกำ, พ.ต.อ.โยธิน ยางกองโค ผกก.สภ.วัดโบสถ์ และพ.ต.อ.ชัชวาล เมืองดี ผกก.ฝอ.ภ.จว.พิษณุโลก ตลอดจนข้าราชการตำรวจจาก สภ.วังทอง, สภ.บางระกำ และ สภ.วัดโบสถ์ ซึ่งเป็นผู้เข้าประกวดการฝึกฯ ร่วมในพิธี

การจัดการฝึกและการประกวดการฝึกในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างระเบียบวินัย ความเข้มแข็ง ทักษะความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อให้สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขและให้บริการแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากล



ประจวบคีรีขันธ์ _เปิดตัวมหกรรม “Wellness Tourism 2026” ดันเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่ระดับนานาชาติ ผสานกีฬา ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน

เมื่อช่วงวันนี้ (16 มิ.ย.69) ที่ หาดทุ่งน้อย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “Wellness Tourism 2026” พร้อมด้วย ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพล สุกิจปาณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี และ นายสุวิทย์ อินกงลาด ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงถึงแนวทางการจัดกิจกรรม และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นเมืองแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ (Wellness Destination) ที่สำคัญของประเทศไทย และรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงาม อาหารทะเลคุณภาพสูง รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดมหกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งกลุ่มสินค้า OTOP ภาคเกษตร ประมง และธุรกิจบริการด้านสุขภาพ
สำหรับการจัดงานในปีนี้กำหนดขึ้นใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย กิจกรรมครั้งที่ 1 ณ หาดทุ่งน้อย อำเภอกุยบุรี ระหว่างวันที่ 26–28 มิถุนายน 2569 ภายใต้บรรยากาศชายหาดธรรมชาติที่สวยงาม โดยมีกิจกรรมเด่น อาทิ ปั่นจักรยานเลียบชายทะเลระยะทาง 40 กิโลเมตร กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และเสวนาด้าน Wellness Economy
ส่วน กิจกรรมครั้งที่ 2 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 จะเน้นกิจกรรมด้านสุขภาพใจและไลฟ์สไตล์คนเมือง อาทิ การแข่งขันวิ่ง Night Run ระยะ 5 และ 10 กิโลเมตร โซนอาหารเพื่อสุขภาพ นิทรรศการศิลปะและภาพถ่าย ตลอดจนพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะแบบครบวงจร
ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์สำคัญในรูปแบบ The Sound of Wellness คอนเสิร์ตริมชายหาดและแลนด์มาร์กเมืองท่องเที่ยว ที่รวบรวมศิลปินชื่อดังของประเทศมาสร้างสีสันทุกค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. รวมถึงการแสดงกระบองไฟและโชว์พิเศษสุดตระการตา เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ยังมีโซน Therapy & Wisdom ที่รวบรวมอาหารทะเลสดจากชาวประมง สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพจากชุมชน รวมถึงศาสตร์การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และบริการสปาเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์คาดการณ์ว่า การจัดมหกรรมครั้งนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวสายสุขภาพจากทั่วประเทศและต่างประเทศ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับสากล พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทุกประเภทได้ฟรีตลอดการจัดงาน.
///////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

เพชรบูรณ์ ชาวบ้านวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งซ่อมถนนลาดยางหลัง "พระใหญ่" หลังพบชำรุดจนเกิดอุบัติเหตุ

 ผู้สื่อข่าว ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้รักสุขภาพที่เดินทางไปออกกำลังกาย บริเวณถนนลาดยางด้านหลัง พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติฯ (พระใหญ่) ว่าในขณะนี้สภาพผิวการจราจรของถนนเส้นดังกล่าวเกิดการชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก
จากข้อมูลระบุว่า ถนนเส้นนี้เป็นจุดยอดนิยมที่ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงใช้เป็นสถานที่เดิน วิ่ง และ ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำ ทว่าในปัจจุบัน ผิวถนนที่แตกหักและชำรุดได้กลายเป็นจุดเสี่ยงอันตราย โดยที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุกับผู้ที่ปั่นจักรยานจนล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายราย สร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างยิ่ง
เสียงสะท้อนจากพื้นที่: "อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาบูรณะหรือถนนใหม่ให้ได้มาตรฐาน เพราะตอนนี้อันตรายมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีคนมาออกกำลังกายกันเยอะ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงกว่านี้"  ผู้เกี่ยวข้องได้โปรดช่วยลงพื้นที่ตรวจสอบ และเร่งรัดงบประมาณถนนเส้นหลังพระใหญ่เป็นการด่วน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และคืนพื้นที่ออกกำลังกายที่ปลอดภัยให้แก่ชาวเพชรบูรณ์ต่อไป
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

​ภูทับเบิกเดือด! ชาวม้ง 93 ราย ลุยแจ้งจับอินฟลูฯ ดัง ปากพาซวยไลฟ์พาดพิงกะหล่ำปลีทำเจ๊งยับ!

วันที่ 17 มิถุนายน 2569  ชาวม้งภูทับเบิกเดือด! แห่แจ้งความดำเนินคดีอินฟลูฯ ดัง ปมไลฟ์สดพาดพิง "กะหล่ำปลี" ทำท่องเที่ยว...