Friday, June 12, 2026

“สรรเพชญ” ตรวจความพร้อมท่าเรือระนอง สู่ประตูการค้าอันดามัน เชื่อมเอเชียใต้ - BIMSTEC กทท. โชว์ผลงานตู้สินค้าผ่านท่า 7 เดือน พุ่งกว่า 55% เร่งเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน-บริการ

วันนี้ (12 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ณ ท่าเรือระนอง จังหวัดระนอง โดยมีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง นายราชัน  มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายสีหราช สรรพกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ฯลฯ ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานและแผนพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าฝั่งทะเลอันดามัน รองรับการขนส่งสินค้าไปยังประเทศในเอเชียใต้ กลุ่มประเทศ BIMSTEC และเส้นทางการค้าหลักในมหาสมุทรอินเดีย
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ท่าเรือระนองเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC และภูมิภาคเอเชียใต้ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งท่าเรือระนองมีศักยภาพสูง ทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ จึงต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถให้รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมบูรณาการกับโครงข่ายคมนาคมอื่น ๆ เพื่อให้การขนส่งมีความต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างแท้จริง
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า “ท่าเรือระนองมีจุดแข็งจากทำเลที่ตั้งบนฝั่งทะเลอันดามัน สามารถเชื่อมการขนส่งจากอ่าวไทย ภาคใต้ตอนบน และพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศไปยังเส้นทางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดียได้โดยตรง กทท. จึงเดินหน้าพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และความร่วมมือกับท่าเรือคู่ค้า เพื่อให้ท่าเรือระนองเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ประกอบการ ลดระยะทางบางเส้นทาง เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้กับประเทศ”
ท่าเรือระนอง ปัจจุบันมีท่าเทียบเรือหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ความยาว 134 เมตร รองรับเรือสินค้าไม่เกิน 500 ตันกรอส และท่าเทียบเรือตู้สินค้า ความยาว 150 เมตร รองรับเรือสินค้า 8,000 ตันกรอส หรือไม่เกิน 12,000 เดดเวทตัน พร้อมร่องน้ำการเดินเรือลึก 8 เมตร กว้าง 120 เมตร ระยะทาง 28 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่รองรับการให้บริการทั้งโรงพักสินค้า ลานวางตู้สินค้า พื้นที่จอดรถบรรทุก และพื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น รถเครนเคลื่อนที่ (Mobile Harbour Crane) รถหัวลาก รถยก และจุดให้บริการตู้ควบคุมอุณหภูมิ ฯลฯ

ด้านผลการดำเนินงานของท่าเรือระนองในรอบ 7 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568–เมษายน 2569 เติบโตในทุกมิติเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงทิศทางการใช้บริการท่าเรือระนองที่ขยายตัวมากขึ้น โดยมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ทีอียู (+55.56%) มีสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 106,000 ตัน (+7.07%) และเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 217 เที่ยว (+38.22%) นอกจากนี้ กทท. ยังผลักดันความร่วมมือด้านการตลาดภายใต้กรอบ MOU กับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโอกาสทางการค้า เปิดเส้นทางขนส่งใหม่ และเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมโยงตลาดฝั่งอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กทท. มีแนวทางพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนองอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพเครื่องมือทุ่นแรง เพื่อยกระดับความพร้อมด้านบริการ ความปลอดภัย และการรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เพื่อผลักดันท่าเรือระนองสู่การเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าและโลจิสติกส์ไทยบนฝั่งทะเลอันดามันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ในการหารือครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดระนอง โดยเฉพาะการยกระดับโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยในที่ประชุมฯ ได้ร่วมสะท้อนข้อเสนอ และความต้องการของพื้นที่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม ในการผลักดันโครงการสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การขยายทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) เป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย การก่อสร้างถนนสายใหม่ช่วง “กะเปอร์–บ้านนา” เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางปากหมาก–ไชยา เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี การขยายถนนสาย ทช.4010 เป็น 4 ช่องจราจร การศึกษาความเป็นไปได้ของเส้นทางรถไฟเชื่อมตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง ไปยังท่าเรือระนอง การพัฒนาท่าเรือมารีน่าชุมชนบ้านเขานางหงส์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง การขอใช้พื้นที่จากจังหวัดระนอง ในการทำลานพักตู้สินค้าโดยการท่าเรือระนอง เพื่อลดการแออัดของตู้สินค้า ตลอดจนการศึกษาโครงการถนนวงแหวนรอบนอกเมืองระนอง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดในระยะยาว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม พร้อมรับข้อเสนอของจังหวัด และภาคเอกชน ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันโครงการที่มีความพร้อมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยยืนยันว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในจังหวัดระนองจะต้องสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับจังหวัดระนองสู่การเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญฝั่งทะเลอันดามันของประเทศต่อไป

อนุกรรมาธิการทหารฯ เตรียมผลักดัน ยุทธศาสตร์อวกาศและดาวเทียมแห่งชาติ เพื่อเอกราชทางเทคโนโลยี เพื่อความมั่นคงของประเทศ

​นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกกรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมธิการกิจการทหารฯเมื่อวันที่  10 มิถุนายน ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ เชิญผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และตัวแทนของบริษัทเอกชนผู้ผลิตดาวเทียม บริษัทอีออส ออร์บิส จำกัด มาให้ข้อมูลด้าน อวกาศ และดาวเทียมซึ่งสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้ดำเนินการในเรื่องการสร้างดาวเทียมโดยฝีมือของนักวิทยาศสาร์และผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคนไทยทั้งหมด เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนที่เป็นของคนไทย บริษัทอีออส ออร์บิส  จำกัด ที่ สามารถผลิตดาวเทียม และส่งขึ้นสู่วงโคจรได้แล้ว เพื่อที่จะรับทราบ ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับความก้าวหน้าของทั้ง 2 หน่วยงาน ด้านการวิจัย การพัฒนา การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการร่วมมือกับภาครัฐด้านอวกาศและดาวเทียม ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และความจำเป็นในด้านความมั่นคงของประเทศ สำหรับประเทศไทย ที่ต้องมีเป็นของหน่วยงานความมั่นคง เพื่อให้มีเอกราชทางเทคโนโลยี โดยไม่ต้องพึงพาหน่วยงานอื่นๆ และต่างชาติ ที่ปัจจุบัน เป็นการ ยืมจมูดคนอื่นในการหายใจ
​นายไชยยงค์ กล่าวว่า อธิปไตยทางอวกาศ คือความมั่นคงแห่งอนาคต  ในโลกปัจจุบัน อวกาศคือโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดชะตาของประเทศ การพึงพาเทคโนโลยีของต่างชาติถือว่าเป็นความเปราะบางทางยุทธศาสตร์ ซึ่งการซื้อเทคโนโลยีจากผู้อื่น คือการสูญเสียอำนาจในการควบคุมข้อมูล ซึ่งในปัจจุบัน และอนาคต หน่วยงานความมั่นคง ต้องสร้างระบบนิเวศวงจรต่ำ ของตนเอง เพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ ยุทธศาสตร์ใหม่คือต้องเปลี่ยนจาก ต่างคนต่างทำ มาสู่การบูรณาการ หรือ ร่วมมือกัน ระหว่าง หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มีความพร้อมและมีความก้าวหน้าไปมากแล้ว ภาครัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจากคู่แข่งเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริม สร้างโครงสร้างพื้นที่ให้เอกชนเติบโตและเชื่อมโยงกับรัฐให้ได้ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ฯ จะผลักดันให้มีการร่วมมือของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ
​นอกจากนั้น ในที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาในการจัดตั้งคณะทำงานศูนย์นวัตกรรม วิจัย และ พัฒนาต้นแบบด้านความมั่นคง ปลอดภัย เหตุฉุกเฉิน และภัยพิบัติของประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบในการรับมือกับปัญหาความมั่นคง และภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว และ อื่นๆ  และเพื่อให้การศึกษาและผลักดันเรื่อง อวกาศ และ ดาวเทียม เทคโนโลยี อาวุธ ยุทธโธปกรณ์ และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เป็นไปอย่างสมบูรณ์ในทุกมิติ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะเดินทางไปดูงงานถึงความก้าวหน้า ณ กองบิน 3  อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อการหารือ แลกเปลี่ยนแนวความคิดการควบคุมและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ  และเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ อากาศยาน

พิษณุโลก ผอ.กยท.ระบุ ลูกชาวสวนยาง ได้ทุนเรียนฟรีที่ ม.เกษตรศาสตร์ แล้ว 1 คน พร้อมค่าครองชีพตลอด 4 ปี ขอเชิญชวนยื่นใบสมัครที่สถานบันการศึกษารอบปี 69 ก่อน 30 มิ.ย.นี้

    วันนี้ 12 มิ.ย. 69  นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคเหนือ (กยท.) ประธานเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางการพัฒนาด้านธุรกิจเทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นกิจกรรมคัดเลือกเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางอัจฉริยะประจำปี 2569 “Smart farming  โดยมีนายธนพันธ์ ชำนาญธนา ผอ.ฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร, นายไอศูรย์ แสนคำ ผู้อำนวยการ กยท.เขตภาคเหนือ พร้อมผู้บริหารอีกหลายคนร่วมงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกร สถาบันเกษตร และผู้ประกอบกิจการยางส่งผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างสรรค์เข้าประกวดชิงเงินรางวัล และวางแนวทางการพัฒนาต่อยอดสู่การใช้จริง โดยมีผลงานส่งเข้าประกวดประเภทต้นแบบ (Prototype) และประเภทแนวความคิด  (Concept Idea) ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ล่าสุดมีทีมส่งผลงานเข้าประกวดและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 9 ทีมสุดท้าย  
นายปิยะ เลาหสินนุรักษ์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)พิษณุโลก เปิดเผยว่า ต้นฤดูฝนเป็นช่วงเปิดกรีดของชาวสวนยางในภาคเหนืออีสาน ผลผลิตยางก้อนถ้วยกำลังออกสู่ตลาด ราคายังอยู่เกณฑ์สูงพอดีเฉลี่ยเหนือระดับ  40 บาทต่อกิโลกรัม และช่วงนี้เริ่มกำลังเปิดเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งหากนักศึกษาเป็นลูกเกษตรกรชาวสวนยางที่จดทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สามารถขอรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านยางพารา สาขาเกษตรกรรมชาวสวนยาง เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมยางพาราไทยสามารถติดต่อได้ทางสถานที่ศึกษาอยู่ ไม่ต้องเดินทางมา สำนักงาน กยท. 
เปิดรับสมัครตั้งแต่ 15 มกราคม และใกล้เวลาสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 นี้ เปิดรับทั่วประเทศจำนวน 15 ทุนการศึกษา วงเงินสนับสนุน ทุนละไม่เกิน 400,000 บาท ครอบคลุม ค่าเล่าเรียนภาคการศึกษาไม่เกิน 20,000 บาทต่อเทอม และ ค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละ 5,000 บาท ตลอด 4 ปีการศึกษา
    คุณสมบัติผู้สมัคร ผู้สมัครต้องเป็นบุตรของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.อายุไม่เกิน 25 ปี ณ วันที่ยื่นขอรับทุน เป็นผู้ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจากสถาบันที่ กยท.กำหนด อาทิ ม.แม่โจ้–แพร่ เฉลิมพระเกียรติ, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน–กำแพงแสน, มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และปัตตานu, มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
    นายปิยะ เลาหสินนุรักษ์ ผอ.กยท.)พิษณุโลก เผยอีกว่า ปีการศึกษา 68 ที่ผ่านมาลูกชาวสวนยางได้ขอทุนเรียนต่อ จำนวน 1 ราย เข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เรียนฟรี และมีค่าครองชีพรายเดือนอีก ขอให้รีบสมัครก่อน30 มิ.ย.นี้
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายแดนใต้ จ.ยะลา

(11 มิ.ย.69) ที่ ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายประเทือง มนตรี ประธานกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ลงพื้นที่ จ.ยะลา ในประเด็น การส่งเสริมการพัฒนาด่านชายแดนกาบัง รับฟังปัญหาโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำกรงปินัง และการส่งเสริมบทบาทสตรี โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การประชุมเริ่มด้วยประเด็นการคัดค้านโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำกรงปินัง จากกลุ่มประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนขาดการมีส่วนร่วมในการทำประชามติ และไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันทาง ศอ.บต.ก็ได้พยายามหาทางออกร่วมกันด้วยการลงไปพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อนำปัญหาและเสียงที่ได้รับมาบูรณการกับหน่วยที่รับผิดชอบในการหาทางออกถึงตัวโครงการที่จะดำเนินการต่อไป ต่อมาในเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาด่านชายแดนกาบัง จ.ยะลา เพื่อยกระดับศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย รวมถึงการส่งเสริมบทบาทสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน
จากนั้นในช่วงบ่าย คณะฯ ได้เดินทางต่อไปยัง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี เพื่อร่วมประชุมหารือและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ รองผู้ว่าราชการ จ.ปัตตานี ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
ที่ประชุมได้รายงานผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วย ประกอบด้วยมิติด้านความมั่นคง มาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ แนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบผ่านการพูดคุยและเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้มีการกำชับถึงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การคุ้มครองสิทธิเด็กและแรงงาน เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
.
รอง.ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า ปัญหาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เผยข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการชี้เยาวชนสนใจเรียนภาษาไทยมากขึ้น ยืนยันพร้อมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ควบคู่การสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสให้กับทุกคนในพื้นที่
.
สำหรับการประชุมทั้งหมด ทางสมาชิกวุฒิสภา และคณะจะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดไปรวบรวมเป็นหมวดหมู่และจัดหาเจ้าภาพในการรับผิดชอบต่อไป…////

พิษณุโลก มทบ.39 ฝึกพัฒนากำลังพลก้าวทันเทคโนโลยีสมัยใหม่-บินโดรน

         วันที่ 12 มิ.ย. 69  พล.ต.นพดล  วัชรจิตบวร ผบ.มทบ.39 เปิดการฝึกและให้การบรรยายพิเศษ อากาศยานไร้คนขับในการรบในสถานการณ์ปัจจุบัน และการฝึกผ่านระบบจำลองการบิน (Simulator)  ให้แก่กำลังพลของหน่วย มทบ.39 ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน ทหารใหม่ รุ่นปี 2569 ผลัดที่ 1 และ นักศึกษาวิชาทหาร อาจารย์ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พื้นที่ จ.พิษณุโลก , สุโขทัย  นฝ.นศท.มทบ.39  จำนวน 220 นาย โดยชุดครูฝึกจัด จาก ส.พัน.4 พล.ร.4 และ วิทยากรภาคเอกชน
 เพื่อการวางรากฐานความรู้และเสริมสร้างขีดความสามารถ ให้แก่กำลังพล ในทุกมิติของการปฏิบัติการทางทหาร ทางด้านการข่าว การลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ การติดตามสถานการณ์ และการสนับสนุนการปฏิบัติต่างๆของการรบในพื้นที่ส่วนหลังของสนามรบสมัยใหม่ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ของหน่วยในอนาคต   และพัฒนาการใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนต่อภัยต่างๆที่จะเกิดขึ้น  อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงของชาติและความสงบสุขของประชาชน ณ พ.ท.ฝึก .มทบ.39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมืองพิษณุโลก 

​นครศรีธรรมราช – กลุ่ม Panthera Leo Thailand เตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งใหญ่ในโครงการ “พี่ให้น้อง น้องได้เล่น” เพื่อสนับสนุนการศึกษาและส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

นายณัฏฐ์ อุปการดี ประธานกลุ่ม “แพนเทอร่า เลโอ ประเทศไทย” ผนึกกำลังจัดโครงการ “พี่ให้น้อง น้องได้เล่น” มอบอุปกรณ์การศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้ 8 โรงเรียนในอำเภอปากพนัง
กลุ่ม Panthera Leo  Thailand เตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งใหญ่ในโครงการ “พี่ให้น้อง น้องได้เล่น” เพื่อสนับสนุนการศึกษาและส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
​โดยมีกำหนดการส่งมอบความสุขในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมโรงเรียนปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
​โครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน โดยจะทำการส่งมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ถ้วยรางวัล รวมถึงเหรียญรางวัลสำหรับการแข่งขันกีฬา ให้กับโรงเรียนในพื้นที่อำเภอปากพนัง รวมทั้งสิ้น 8 โรงเรียน ได้แก่:
​โรงเรียนปากพนัง
​โรงเรียนสตรีปากพนัง
​โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองปากพนัง และโรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่รวม 8 โรงเรียน

วุฒิสภา จัดสัมมนา “กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต” หาทางออกช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 402-403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (สว.) คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา ร่วมกับ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต” โดยมี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง กล่าวเปิดงาน นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานอนุกรรมาธิการเสริมสร้างความรู้ในวงงานนิติบัญญัติ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย สมาชิกวุฒิสภา และนางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสัมมนา
นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง กล่าวว่า ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงข้ามพื้นที่และข้ามพรมแดน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยกลไกทางกฎหมายและการบริหารจัดการแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... จึงเป็นทางออกที่สำคัญทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ดังนั้น การสัมมนาในครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นกิจกรรมสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในทุกมิติ เพื่อให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... เป็นไปอย่างรอบคอบ มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความเข้าใจในสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ให้แก่สมาชิกวุฒิสภา
และบุคลากรในวงงานนิติบัญญัติเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีบูรณาการองค์ความรู้และแลกเปลี่ยน
มุมมองระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อกลั่นกรองให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ รอบด้าน สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย และสามารถนำไปบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามเจตนารมณ์
สำหรับการสัมมนาในวันนี้มีการบรรยายเรื่อง “กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต” โดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ ที่ปรึกษาฯ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... วุฒิสภา พร้อมทั้งเปิดเวทีการอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวร่างกฎหมายดังกล่าว

“สรรเพชญ” ตรวจความพร้อมท่าเรือระนอง สู่ประตูการค้าอันดามัน เชื่อมเอเชียใต้ - BIMSTEC กทท. โชว์ผลงานตู้สินค้าผ่านท่า 7 เดือน พุ่งกว่า 55% เร่งเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน-บริการ

วันนี้ (12 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ณ ท่าเรือระนอง จัง...