Friday, April 24, 2026

กมธ. เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ร่วมประชุมกับส่วนราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย พลเอก เกรียงไกร  ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และนายธวัช  สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมกรรมาธิการ ในการนี้ มีนายจักรกฤษณ์  ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับและให้ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ เขื่อนรัชชประภา แม่น้ำตาปี แม่น้ำพุมดวง และบึงคลองต่าง ๆ ซึ่งล้วนมีบทบาทในการสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร และภาคการท่องเที่ยว โดยในช่วงฤดูแล้งมีปริมาณน้ำต้นทุนรวมมากกว่า 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความต้องการใช้น้ำรวมอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณน้ำต้นทุนของจังหวัดยังคงเพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการวางแผนและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการจัดทำแผนการเพาะปลูก การบริหารจัดการน้ำ และการเตรียมมาตรการรองรับภาวะภัยแล้ง นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทานในปี พ.ศ. 2569 จำนวน 119 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำและสนับสนุนการผลิตภาคการเกษตร ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำต้นทุน
ในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ มีการดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงสระเก็บน้ำและอ่างเก็บน้ำ รวมถึงการก่อสร้างฝายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้จัดเตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อาทิ เครื่องเจาะบ่อน้ำ เครื่องจักรขุดลอกแหล่งน้ำ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่ที่อาจประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ จากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน จังหวัดสุราษฎร์ธานียังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการเชิงรุกดังกล่าวมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว
ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้แสดงความคิดเห็นและข้อสังเกตต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเห็นว่าผู้นำท้องถิ่นควรมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเกิดความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) มีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาด้านวิชาการในการวางแผนและบริหารจัดการน้ำ อาทิ การจัดทำผังน้ำชุมชน และการก่อสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำในพื้นที่

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำใต้ดิน เห็นควรให้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีประสบการณ์และตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินงานด้านการจัดการน้ำในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลและบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ท้ายเขื่อน รวมถึงการพิจารณาความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของระบบน้ำประปา ตลอดจนการวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

ทั้งนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเฝ้าระวังประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจในพื้นที่ อาทิ การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ การใช้พลังงานในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลรักษาคุณภาพและปริมาณผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

​ผู้ว่าฯ กาญจน์ เปิดเวทีรับฟังสื่อ! ลุยแก้ปัญหาช้างป่า-ฝุ่นควัน พร้อมดันด่านเจดีย์สามองค์ส่งออกพุ่ง 44% รับงบปี 69

ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี  และประชุมโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569
    เมื่อวันนี้ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.ที่ ห้องประชุมอาเซียน 2 โรงแรมพีลูส กาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุม ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ และนายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฯ ผู้สื่อข่าวจากหลายสังกัด และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมการประชุมฯ
    จัดโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ภาคีภาคสื่อสารมวลชน จึงได้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงในประเด็นที่สื่อมวลชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสนใจ การรับฟังปัญหาอันเกิดจากการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล โครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานของหน่วยงานในจังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีได้รับทราบ โดยให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อแขนงต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
         ทั้งนี้จังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์ "เที่ยวใกล้ ประหยัดพลังงาน" โดยชู Soft Power ด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเทศกาลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคู่ไปกับการส่งเสริม Green Travel และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคเกษตรกรรม ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนพลังงาน อาทิ การส่งเสริมบ่อก๊าซชีวภาพและระบบโซลาเซลล์ในฟาร์มปศุสัตว์และประมง พร้อมทั้งยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านอัตลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น เงาะทองผาภูมิ และทุเรียนทองผาภูมิ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน  
     ด้านการค้าและการลงทุน พบว่ามูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกผ่านด่านพระเจดีย์สามองค์ที่พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 44.59 ขณะที่ภาครัฐได้เร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดและแคมเปญ "ไทยช่วยไทย" ร่วมกับภาคเอกชน สำหรับสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้มีการเฝ้าระวังผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาอย่างใกล้ชิด พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและจุดตรวจสกัดที่เข้มงวดเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอที่ติดขอบชายแดน รวมไปถึงความก้าวหน้าด้านโครงการจุดตัดทางหลวงพิเศษ M81 ทั้งแยกวังสารภีและแยกแก่งเสี้ยนมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนงาน เพื่อรองรับการจราจรในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายโครงข่ายคมนาคมและทางหลวงชนบทเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาค โดยมีโครงการก่อสร้างสำคัญที่จะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 2570 - 2571 เพื่อเปลี่ยนโฉมการเดินทางในพื้นที่ อาทิ โครงการขยายทางหลวง ทล.323 และการศึกษาถนนวงแหวนรอบเมือง ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ แม้จะประสบความสำเร็จในการลดจุดความร้อนจากไฟป่าได้ถึงร้อยละ 41 แต่ยังคงเร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง การจัดการขยะมูลฝอย และการบริหารจัดการปัญหาช้างป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรฯ ลั่นเป้าหมาย "โรคลมร้อนต้องเป็นศูนย์" จัดอบรมทหารใหม่ผลัด 1/69 พร้อมมอบ AED เสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุด

วันที่ 24 เมษายน 2569 แผนกส่งเสริมสุขภาพ และเวชกรรมป้องกัน
รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ได้จัดอบรมโครงการ "ทหารใหม่ ปลอดภัย สุขภาพกายใจเข้มแข็ง"
เพื่อยกระดับมาตรการป้องกัน
การบาดเจ็บจากความร้อน และ
การดูแลสุขภาวะทหารใหม่
ผลัดที่ 1 ประจำปี 2569
ให้เป็นไปตามนโยบายจากผู้บังคับบัญชาที่ให้ความสำคัญอย่างสูงสุด
กับความปลอดภัยของกำลังพล
โดยกำหนดเป้าหมาย"ต้องไม่มีผู้เสีย ชีวิตจากโรคลมร้อน" อย่างเด็ดขาด แม้ในการดูแลทหารใหม่ในผลัดที่ ผ่านมาพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกจะไม่มี สถิติการสูญเสีย แต่ทุกหน่วยฝึกยังคงต้องตื่นตัว และเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันยังได้มีการมอบเครื่อง AED แก่หน่วยฝึกทหารใหม่ ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก
โดยมี พลตรีสมินท์ บุญลิขิต ผู้อำนวยการ รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นประธานในพิธีเปิด และมอบเครื่อง AED
แก่หน่วยฝึกทหารใหม่ในครั้งนี้
ณ ห้องประชุม 101 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ทต.สามง่าม จัดงานวันเทศบาล ประจำปี 2569 มุ่งเน้นบริการประชาชน-สร้างความสามัคคีในองค์กร

เนื่องในโอกาสวันที่ 24 เมษายนของทุกปีเป็นวันเทศบาล 
    เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569 ขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. เพื่อเป็นการะะลึกถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการก่อกำเนิดเทศบาล และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่น รูปแบบเทศบาล ตลอดจนให้คณะผู้บริหารพนักงานเทศบาล ลูกจ้างและพนักงานจ้าง ได้มองเห็นความสำคัญของการบริการ และการอำนวยความสะดวกสร้างความเป็นธรรมความเสมอภาค ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการของเทศบาล รวมทั้งสร้างความรักความผูกพัน ความสามัคคี ซึ่งจะก่อให้เกิดผลต่อการปฎิบัติหน้าที่ และราชการมากยิ่งขึ้น
 กิจกรรมในวันนี้มีการไหว้ศาลพระพรหม หน้าสำนักงานเทศบาล ไหว้มณฑปหลวงปู่เต๋คงทอง หน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม และพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลสามง่าม โดยมี นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบำรุงรักษา ทำความสะอาดรอบอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลตำบลสามง่าม มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

สุพรรณบุรี กอ.รมน. ดูการบริหารจัดการขยะชุมชนแยกพลาสติกผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง

ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. นำคณะ ศึกษาดูงานการบริหารจัดการขยะชุมชนด้วยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก และโครงการปลูกข้าวรักษ์โลกเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร ต้นเหตุของปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี  พล.ท. มนตรี สุพิเพชร ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. (ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.) พร้อมคณะ เดินทางมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการขยะชุมชนด้วยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก และโครงการปลูกข้าวรักษ์โลกเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร อันเป็นต้นเหตุของปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5 ที่ มูลนิธิราษฎร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม  ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี  โดยมี พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่  รอง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี  พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังการบรรยายแนวทางและผลการดำเนินโครงการ 
โดยมี นางพีรดา ปฏิทัศน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิราษฎร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยาย ให้ความรู้ข้อมูลแนวทางการทำงานของมูลนิธิและผลของการดำเนินการที่ได้  เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปขยายผล สร้างการรับรู้เรื่องการบริหารจัดการขยะ และรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาใช้เกษตรอินทรีย์  เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  แก้ปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ สามารถลดต้นทุนการผลิต เป็นการบูรณาการเชิงรุกในการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ลดปัญหามลพิษจากการเผาฟางข้าว และยกระดับรายได้เกษตรกร ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม 
ขณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีเกษตรกรลักลอบเผาตอซังและฟางข้าวในนา กันจำนวนมากทุกวัน แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่ห่วงความปลอดภัยของคนอื่น เนื่องจากนาข้าวที่เกษตรกรเผาฟางมีทั้งกลางทุ่งนาและที่อยู่ใกล้ถนนซึ่งมีประชาชนใช้รถสัญจร ตลอดเวลา ทำให้มีกลุ่มหมอกควันไฟ ลอยฟุ้งกระจายครอบคลุมทั่วพื้นที่เกือบ 10 อำเภอ สร้างความเดือดร้อน กันทั่ว
//ภัทรพล  พรมพัก    สุพรรณบุรี//  

ตำรวจนครปฐมจับมือศิลปากร เสริมความรู้ป้องกันอาชญากรรม–รับมือเหตุกราดยิง สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว. นครปฐม  ศ.ดร.คณิต เขียววิชัย 
คณบดีคณะศึกษาศาสตร์  อ.ดร. เอกชัย ภูมิระรื่น รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและพันธกิจเพื่อสังคม
ผศ.ดร.วชิระ จันทราช รองคณบดี ฝ่ายพัฒนาองค์กรและนิเทศสัมพันธ์
พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ
ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติ
ผกก.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์
รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.นิวัติ อินโอสถ
สวป.(ชส) สภ.เมืองนครปฐม
ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม  คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 140 คน
   ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายเพื่อให้ความรู้ในโครงการ “แนวทางการจัดการและป้องกันเหตุอาชญากรรม” ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรและนักศึกษา ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดเหตุอาชญากรรม รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เหตุกราดยิง (Active Shooter) ในการพัฒนาศักยภาพด้านการสังเกต วิเคราะห์ และการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเข้มแข็งภายในสถานศึกษา
ในการนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้มอบใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
ณ ห้องประชุมหลวงพ่อวัดไร่ขิงอุปถัมภ์ชั้น 5 อาคารศึกษาศาสตร์ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จว.นครปฐม
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

สว. พบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนบน) ลงพื้นที่สิชล ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ ยกระดับศักยภาพสวนทุเรียนและสินค้าชุมชนนครศรีธรรมราช.

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 15.45 น. คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนบน) นำโดย นายอภินันท์ เผือกผ่อง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการ ลงพื้นที่ ณ สวนทุเรียนอัตพร ต.สี่ขีด อ.สิชล จ. นครศรีธรรมราช เพื่อรับฟังข้อมูลการบริหารจัดการเกษตรสมัยใหม่ด้วยนวัตกรรม และพบปะเกษตรกรในพื้นที่
ในการนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้รับฟังบรรยายสรุปแนวทางการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ และยังได้เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกลไกของวุฒิสภาต่อไป
จากนั้น คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้เยี่ยมชมเทคโนโลยีการทำสวนที่ช่วยลดต้นทุนและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมชมและร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอำเภอสิชล เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนอย่างยั่งยืน
โดยมี นายวีรศักดิ์ บัวศรี  นายอำเภอสิชล ผู้แทนส่วนราชการในจังหวัด ผู้แทนส่วนท้องถิ่นและท้องที่ ตัวแทนเกษตรกรและตัวแทนประชาชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมพบปะในครั้งนี้ด้วย
#วุฒิสภา #สว
#วุฒิสภาพบประชาชน #สวพบประชาชน
#สวพบประชาชนกลุ่มภาคใต้ตอนบน
#นครศรีธรรมราช

กมธ. เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ร่วมประชุมกับส่วนราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ศาล...