Tuesday, February 24, 2026

กองทุนสื่อฯ เปิดโอกาสเยาวชนชายขอบ ปั้นครีเอเตอร์ชุมชน ผ่านโครงการ “คิดดีครีเอเตอร์”

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ มูลนิธิยังมีเรา เปิดรับสมัครเยาวชนจากพื้นที่ชายขอบ ชายแดน เกาะ และพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “ Kid Dee Creator (คิดดีครีเอเตอร์)” เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและการผลิตสื่อในบทบาทครีเอเตอร์ พร้อมส่งเสริมการใช้สื่อเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิตและชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีเป้าหมายสร้างนักสื่อสารเยาวชนที่สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายนักข่าวเยาวชนจากทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเองผ่านสื่อสร้างสรรค์
กิจกรรมหลักของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
Creator Camp ค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ 4 วัน 3 คืน เน้นทักษะการเขียนข่าว การรายงานข่าว การสัมภาษณ์ และการผลิตสื่อ โดยวิทยากรด้านสื่อสารมวลชน
News Station Sandbox การเรียนรู้ภาคสนามในรูปแบบสถานีข่าวจำลอง เปิดโอกาสให้เยาวชนทดลองจัดตั้งศูนย์ข่าวชุมชน ทำงานเป็นทีม และผลิตสื่อจริงเป็นเวลา 2 เดือน ภายใต้การดูแลของโค้ชและบรรณาธิการข่าว
Creator Showcase การนำเสนอผลงานของทั้ง 6 ทีม ในรูปแบบสกู๊ปสารคดีเชิงข่าวผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมคัดเลือกผลงานเด่นเพื่อรับรางวัลและต่อยอดการพัฒนาช่องของตนเอง
โครงการจะคัดเลือกเยาวชนจำนวน 30 คน แบ่งออกเป็น 6 ทีม ทีมละ 5 คน สมัครในรูปแบบทีมโรงเรียน พร้อมครูที่ปรึกษา 1 คน โดยผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 18 ปี กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากอำเภอเมือง และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ในระดับพื้นฐาน
การสมัครเปิดรับตั้งแต่วันนี้-19 มีนาคม 2569 ผู้สนใจต้องส่งคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 3 นาที ในหัวข้อ “เรื่องดีที่ชุมชน” เพื่อนำเสนอเรื่องราวหรือจุดเด่นของชุมชนผ่านมุมมองของเยาวชน จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ในวันที่ 23 มีนาคม สัมภาษณ์ออนไลน์ระหว่างวันที่ 24–27 มีนาคม และประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก 6 ทีมทั่วประเทศในวันที่ 31 มีนาคม 2569
สำหรับกิจกรรมอบรม Kid Dee Creator Camp จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Kid Dee Creator, Instagram: @kiddee.creator, TikTok: @kiddee.creator และ YouTube: @kiddee.creator
โครงการ “คิดดีครีเอเตอร์” นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการใช้พลังของเยาวชนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาชุมชน ผ่านการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว.
//////////////24 กุมภาพันธ์ 2569
นราธิวาส/ข่าว_นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

สงขลา “นายกฯ แป้น” ลุยเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมเต็มสูบ ยันจ่ายช่วยซ่อมบ้าน 90 ล้าน ภายใน 15 วัน

วันนี้ (22 ก.พ. 2569) ที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะการพิจารณาและจ่ายเงินช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
จากการตรวจสอบพบว่า อุปกรณ์สำนักงานของเทศบาลได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานไม่ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ขั้นตอนการบันทึกข้อมูลและพิจารณาคำร้องเกิดความล่าช้า เบื้องต้นจึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อีก 10 คน และจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม 20 เครื่อง เพื่อเร่งรัดการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์
ด้าน ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เทศบาลได้เสนอของบประมาณช่วยเหลือรวม 90 ล้านบาท และยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านให้แล้วเสร็จภายใน 10–15 วัน โดยครอบคลุมการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของบ้านตามความเสียหายจริง
สำหรับการซ่อมแซมฝ้าเพดาน ปกติหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจะไม่ครอบคลุมค่าซ่อมฝ้า แต่เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรในหลายพื้นที่ ทำให้ฝ้าเพดานบ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง เทศบาลจึงได้ยื่นเรื่องขออนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนค่าฝ้า อย่างไรก็ตาม ได้รับอนุมัติเฉพาะค่าวัสดุฝ้าเพดาน โดยไม่ครอบคลุมค่าแรงติดตั้ง
ในส่วนของเครื่องนอน ประชาชนสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ได้เป็นรายบุคคล โดยสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวมีสิทธิ์ยื่นคำร้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ การพิจารณาคำร้องแบ่งกลุ่มประเภทที่อยู่อาศัยออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.บ้านของตนเอง (มีเลขที่บ้าน) 2.บ้านของตนเอง (ไม่มีเลขที่บ้าน) 3.บ้านเช่า (มีเลขที่บ้าน)
และ 4 บ้านเช่า (ไม่มีเลขที่บ้าน)
เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทุกกลุ่มและเป็นธรรมกับผู้ประสบภัย
นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขข้อมูลผู้ประสบภัยจำนวนกว่า 17,000 ราย หลังพบความคลาดเคลื่อนของแบบฟอร์มระหว่าง กรมโยธาธิการและผังเมือง และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยเจ้าหน้าที่สามารถปรับแก้ข้อมูลได้เกือบ 3,000 รายต่อวัน ล่าสุดดำเนินการแล้วกว่า 6,000 ราย และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 20 วัน หากได้รับการสนับสนุนกำลังพลเพิ่มเติม
สำหรับการจ่ายเงินเยียวยารอบแรก วงเงิน 99 ล้านบาท ให้ผู้ประสบภัยกว่า 6,000 คน ขณะนี้ได้เร่งประชุมพิจารณาในระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อให้แล้วเสร็จภายในต้นสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนได้ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
ขณะที่เงินช่วยเหลือเบื้องต้นครัวเรือนละ 9,000 บาท ได้ตรวจสอบและอนุมัติครบ 100% ครอบคลุมกว่า 100,000 รายแล้ว ส่วนการประเมินค่าซ่อมแซมบ้านจะยึดความเสียหายจริงตามหลักฐานภาพถ่าย พร้อมให้ช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ประเมินทุกกรณี เพื่อความถูกต้องรอบคอบ
นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ยืนยันว่า หากได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติม จะเร่งดำเนินการเบิกจ่ายอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน จังหวัดสงขลาและเทศบาลนครหาดใหญ่ยังคงระดมทรัพยากรทุกด้าน เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
//จรัส ชูศรี  ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา//

Monday, February 23, 2026

พิษณุโลก / รับสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกฯคึกคัก หนุ่มเครืองจักรกลหนักลงสู้ศึกชิงฯ นายกฯ ลั่น!! "สมอแขต้องเปลี่ยนแปลง"

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เทศบาลตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เปิดรับสมัครเลือกตั้งนายกเทศนตรีเทศบาลตำบลและสมาชิก โดยมีผู้สมัครนายกและคณะเดินทางมาลงเวลา เพื่อจับสลากก่อนหลัง ผลปรากฎว่านางทองม้วน พันธุรี หัวหน้าทีมรักษ์สมอแข ผู้สมัครนายกเทศมนตรี จับได้เบอร์ 1 ส่วนนายวชิรพงศ์ เอื้อพรจิรชัย หรือ "บอส"  หัวหน้าทีมอาสาพัฒนาสมอแข ได้เบอร์ 2 และทั้ง 2 ทีมส่งผู้สมัครสมาชิกครบ 12 คน แบ่งเป็น 2 เขตเลือกตั้ง พร้อมกันนี้ มีผู้สมัครสมาชิกอิสระ 1 คน คือนายภิรมย์ กล้าหาญ ไม่สังกัดทีมใด
นายวชิรพงศ์ เอื้อพรจิรชัย หรือ "บอส" ผู้สมัครนายกฯ กล่าวว่า "ตำบลสมอแขมีพื้นที่อยู่ประมาณ 29,500 ไร่ 12,558 ครัวเรือน ตนและทีมอาสาพัฒนาสมอแข ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด เพื่อนำเสนอนโยบายด้านการพัฒนาสมอแขให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำประปา ห้วยหนองคลองบึง โดยเฉพาะน้ำประปานั้นมีปัญหาทั้ง 10 หมู่บ้านที่ต้องแก้ไข อนึ่งเทศบาลสมอแข มีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก หน้าฝนน้ำท่วมเฉอะแฉะการสัญจรลำบาก ต้องขุดลอกคลองและจัดระบบการระบายน้ำให้ได้มาตรฐาน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน"
จากนั้นทีมอาสาพัฒนาสมอแข ได้เดินทางไปทำพิธีบวงสรวง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ศาลฯ บริเวณพระราชวังจันทน์ อ.เมือง และไปกราบพ่อปู่ขุนเณร อ.วังทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล
สำหรับการรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้เทศบาลเมือง 1 แห่ง คือ เทศบาลเมืองท่าโพธิ์ อำเภอเมือง และเทศบาลตำบล 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลสมอแข อำเภอเมือง เทศบาลตำบลหอกลอง และเทศบาลตำบลเมืองพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม โดยกำหนดเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งทั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิก ในระหว่างวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 29 มีนาคม 2569

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวรประจำปีการศึกษา 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2567 ระหว่างวันที่ 24–25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอประชุมมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ในการนี้ สภามหาวิทยาลัยมีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ราย
ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ไทคัง โอกิ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ 
สำหรับผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 จากมหาวิทยาลัยนเรศวร มีจำนวนทั้งสิน 6,052 คน แบ่งเป็น ระดับปริญญาเอก จำนวน 150 คน ระดับปริญญาโท จำนวน 499 คน และระดับปริญญาตรี จำนวน 5,403 คน 
มหาวิทยาลัยนเรศวรมีวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” (University for Entrepreneurial Society) โดยมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแบบ Frontier Research เน้นความร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนานาชาติ เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของสังคมและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของพื้นที่ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีสมรรถนะหลัก (Core Competency) ในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูง พลังงานทดแทน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล
ปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยเปิดสอนรวม 236 หลักสูตร มีนิสิตทั้งสิ้น 27,172 คน โดยร้อยละ 89.8 เป็นนิสิตระดับปริญญาตรี และร้อยละ 10.2 เป็นนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา คุณภาพหลักสูตรมีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนหลักสูตรที่ได้รับการประเมินตามเกณฑ์ AUN-QA ระดับ 4 ขึ้นไป เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานการจัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยดำเนินโครงการบริการวิชาการเชิงสาธารณะ จำนวน 129 โครงการ มีผลการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เท่ากับ 4.88  แสดงถึงความคุ้มค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน โดยมุ่งพัฒนาพื้นที่เป้าหมาย อาทิ นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และหมู่บ้านท่าโพธิ์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ผ่านการพัฒนาบนฐานองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และอาชีพในท้องถิ่น
ขอขอบคุณภาพจาก กองอาคารสถานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร 

มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ) ประจำปีการศึกษา 2568

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนิสิตในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมด้วยนิสิตบัณฑิตศึกษา สาขาวิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันจัดโครงการพิธีพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ) ประจำปีการศึกษา 2568 เป็นการภายใน ณ เมรุวัดศรีรัตนาราม (วัดจูงนาง) ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้เข้าร่วมในพิธีฯ ประมาณ 500 คน รวมถึงได้รับการอุปถัมภ์โรงทานจากผู้มีจิตศรัทธาจัดอาหารกลางวันถวายเพลพระ เลี้ยงรับรองญาติอาจารย์ใหญ่ และนิสิตที่มาร่วมในพิธีฯ 
     ทั้งนี้ ได้รับเกียรติ จาก ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร มาเป็นประธานในพิธี พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ แก่ญาติอาจารย์ใหญ่ บุคลากรดีเด่น และจุดไฟพระราชทานเพลิง อีกทั้งยังได้รับเกียรติ จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มอบเกียรติบัตรแก่นิสิตเรียนดี และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบเกียรติบัตรแก่นิสิตประพฤติดี พร้อมเป็นตัวแทนญาติอาจารย์ใหญ่และบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในการพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ) 
     สำหรับการรับบริจาคร่างกายนั้น มีหน่วยรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหน่วยงานที่รับบริจาคร่างกายหลังจากเสียชีวิตแล้ว สำหรับให้นิสิตสาขาแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพได้เรียนรู้ ซึ่งร่างอาจารย์ใหญ่ทุกร่างที่ใช้ในกระบวนการเรียนการสอนนั้น ต้องได้มาจากผู้ที่ได้แสดงความจำนงบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น โดยให้ผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาคร่างกายมาแสดงความจำนงบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา ณ หน่วยรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ด้วยตนเองเท่านั้น เพื่อลดปัญหาการให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง การส่งเอกสารไม่ครบถ้วน ป้องกันมิจฉาชีพนำหนังสือพินัยกรรมการบริจาคร่างกายเมื่อถึงแก่กรรมแล้วไปจำหน่ายหรือเรียกเก็บเงินจากผู้ที่ประสงค์บริจาคร่างกาย  ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคร่างกาย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 5596 4705
ขอขอบคุณภาพบางส่วนจาก นักศึกษาแพทย์ศุภณัฐ สุวรรณวัจน์ 

สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ จังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรม ปั่น 2 ล้อ 2 น่อง ท่องมุกดาหาร ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 7.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรม ปั่น 2 ล้อ 2 น่อง ท่องมุกดาหาร ครั้งที่ 1 พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “ปั่น 2 ล้อ 2 น่อง ท่องมุกดาหาร ครั้งที่ 1 โดยกิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.00 น. ปล่อยขบวนจักรยานมุ่งหน้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด รวมระยะทางไป-กลับกว่า 80 กิโลเมตร
สำหรับเส้นทางปั่นในครั้งนี้ ถือเป็นเส้นทางตามรอยพญานาคดิน-น้ำ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สวยงาม อาทิ:
• จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 และสักการะพญาอนันตนาคราช
• เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมวัดมโนภิรมย์
• ชมความงามของโบสถ์คริสต์วัดสองคอน ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทั้ง 2 แห่งนี้ คือ วิหารเก่าแก่ ของวัดมโนภิรมย์ และ โบสถ์คริสตจักร วัดสองคอน อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเตรียมยกระดับขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก
• และไปสิ้นสุดจุดพักที่ แก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่ เพื่อสักการะองค์พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช พญานาคประดับหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมรับประทานอาหารเมนูเด็ดประจำถิ่นอย่าง “หมูหันแก่งกะเบา” 
กิจกรรม ปั่น 2 ล้อ 2 น่อง ท่องมุกดาหารครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป
วิลาสินี เจริญสุข//มุกดาหาร
081-5926966

กองทุนสื่อฯ เปิดโอกาสเยาวชนชายขอบ ปั้นครีเอเตอร์ชุมชน ผ่านโครงการ “คิดดีครีเอเตอร์”

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ มูลนิธิยังมีเรา เปิดรับสมัครเยาวชนจากพื้นที่ชายขอบ ชายแดน เก...