Saturday, May 2, 2026

สิงห์บุรี / สายบุญห้ามพลาด! วัดศรีจุฬามณี จัดงานใหญ่ ปิดทองหลวงพ่อสมปรารถนา

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีประจำปี “ปิดทองพระพุทธสิทธัตถะมหามุนี (หลวงพ่อสมปรารถนา) องค์จำลอง” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ณ วัดศรีจุฬามณี ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายมนตรี ทรงประไพ ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมงานในฐานะไวยาวัจกรวัดศรีจุฬามณี รวมถึง สุนทร สุจริตฉันท์ นักร้องนำวงรอยัลสไปรท์ ขณะที่พระครูสมุห์ นพพล ธมฺมพโล เจ้าอาวาสวัดศรีจุฬามณี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน และเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ขอพร “หลวงพ่อสมปรารถนา” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย อายุกว่า 600–700 ปี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากร และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. 2526
นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานจะนำไปสมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนวัตถุภายในวัด
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลสำคัญ นักธุรกิจ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ปี พ.ศ. 2547–2553 และ 2556–2559
ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ปี พ.ศ. 2565–2568
ดร.ปิยะนันท์ มงคลสุริยะเดช นักธุรกิจ
นายเทิดเกียรติ ไพศาลอัชพงษ์ ผู้บริหารธุรกิจเฟอร์นิเจอร์
นายสัญชัย จุลมนต์ ผู้บริหาร บมจ.คาราบาวตะวันแดง
ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนจำนวนมาก
สำหรับงานประเพณีในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤษภาคม 2569 ภายในงานนอกจากจะได้ร่วมทำบุญปิดทองแล้ว ยังมีมหรสพและการแสดงมากมาย อาทิ ลิเก รำวงย้อนยุค และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอด 5 คืน
จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว ร่วมสั่งสมบุญ ปิดทองไหว้พระ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมสัมผัสบรรยากาศงานวัดที่อบอวลไปด้วยศรัทธา ณ วัดศรีจุฬามณี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี  // รายงาน

สิงห์บุรี / เปิดม่านยิ่งใหญ่! “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ปลุกอารยธรรม 700 ปี ดันสิงห์บุรีสู่หมุดหมายท่องเที่ยววัฒนธรรมระดับคุณภาพ

ค่ำคืนแห่งความยิ่งใหญ่ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. ณ แหล่งโบราณสถานพิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี กับพิธีเปิดงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี 2569 อย่างอลังการ โดย นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น
งานครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับ “เตาเผาแม่น้ำน้อย” แหล่งอารยธรรมเก่าแก่กว่า 700 ปี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า พร้อมประกาศศักดาความรุ่งเรืองในอดีตของสิงห์บุรีในฐานะแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
ด้าน นายปฏิญญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ได้กล่าวรายงานว่า การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยสู่รูปแบบ “คุณค่าสูง (High Value)” โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนานมาเป็นจุดขาย เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนให้มีความโดดเด่นและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน คือการแสดง “แสง สี เสียง (Light & Sound)” สุดตระการตา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของช่างปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้อย่างสมจริง พร้อมพาผู้ชมย้อนเวลาไปสัมผัสกลิ่นอายแห่งอดีตอย่างน่าตื่นตา
นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น
การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยหาชมยาก อาทิ โขน ลิเก หนังใหญ่ และนาฏมวยไทย

โซนวิชาการ เสวนาความรู้ทางประวัติศาสตร์ และการแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัล

โซน “ช้อป ชิม ชิลล์” รวมสินค้า OTOP ระดับพรีเมียม และอาหารพื้นถิ่นรสต้นตำรับ

ความบันเทิงเต็มรูปแบบ จากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ หนู มิเตอร์, ไข่มุก The Voice, ณัฎฐ์ กิตติสาร และกานดา อาร์สยาม ที่หมุนเวียนสร้างสีสันตลอดงาน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวเน้นย้ำว่า งานนี้ไม่ใช่เพียงการรำลึกอดีต แต่เป็นการต่อยอดสู่อนาคต ด้วยการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว “ตามรอยพระพุทธบาทกราบศรัทธา” และวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่
จังหวัดสิงห์บุรีจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งอารยธรรมดินเผา และย้อนรอยประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ในงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เข้าชมฟรีตลอดงาน!

ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี  //รายงาน

รวมพลังรักษ์เล! อบจ.สงขลา นำทัพนักดำน้ำบุก "หาดม่วงงาม" เคลียร์ขยะใต้ทะเล ปกป้องแนวปะการังและสัตว์น้ำหายาก

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ ชายหาดม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัด
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะทะเลแบบมีส่วนร่วมบริเวณแนวปะการังเทียม ภายใต้โครงการรณรงค์การจัดการขยะ โดยมี นายปราโมทย์ หมาดทิ้ง ผู้อำนวยการสำนักช่าง กล่าวรายงาน พร้อม นายกิตติพงศ์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายเสรีชัย ซื่อต่อตระกูล ผู้อำนวยการกองกิจการขนส่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม
          นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งหญ้าทะเล ป่าชายเลน และแนวปะการัง แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ปกคลุมแนวปะการัง กีดขวางแสงแดด และเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายากต่างๆ ส่งผลให้แนวปะการังเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง
        องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยสำนักช่าง ส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายช่างสุขาภิบาล ได้บูรณาการความร่วมมือกับเทศบาลเมืองม่วงงาม สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 และเครือข่ายนักดำน้ำจิตอาสา จัดกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะทะเลแบบมีส่วนร่วมบริเวณแนวปะการังเทียม ภายใต้โครงการณรงค์การจัดการขยะ ระหว่างวันที่ 1–3 พฤษภาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ลดผลกระทบจากขยะที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศใต้ทะเล เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
          โดยรูปแบบกิจกรรมวันแรกเป็นการอบรมและวางแผนกำหนดจุดดำน้ำ พร้อมวางทุ่นสัญลักษณ์บริเวณกองปะการังเทียม ส่วนวันที่ 2–3 พฤษภาคม 2569 นักดำน้ำจิตอาสาร่วมกับนักดำน้ำมืออาชีพลงพื้นที่เก็บขยะบริเวณกองปะการังเทียม ชายหาดม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร โดยใช้เรือใหญ่บริเวณกลางทะเล ดำเนินการเก็บขยะตามแนวปะการังเทียมจำนวน 2 Drive ก่อนปิดกิจกรรมด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสรุปผลการทำงาน

"แม่ทัพภาค 4 สั่งลุยเกาะพะงัน สนธิกำลังบุกรวบ 'บริษัทรับเลี้ยงเด็กเถื่อน' พบต่างด้าวผิดกฎหมายอื้อ"

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานประกอบการเกาะพะงัน พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:30 น.  พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่  4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายภาค 4 ได้สั่งการให้ กองบังคับการควบคุมการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยบูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน เข้าดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการผิดกฎหมายกับ บริษัท อาร์กิ คิดส์ จำกัด ในพื้นที่ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบกิจการ สถานรับเลี้ยง ดูแลเด็ก พร้อมมีบริการสนามเด็กเล่น
จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตพบว่า ขออนุญาตประกอบกิจการจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี (พมจ.สฎ.) โดยระบุในเอกสารว่า “รับเลี้ยงเด็กอายุ 2 - 5 ปี จำนวน 18 คน“  
และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีเด็กและเยาวชนสัญชาติอิสราเอลจำนวน 89 คน มีอายุตั้งแต่ 2 -12 ปี และยังพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 40 คน (วิ่งหลบหนีไปอีกหลายราย)  และสัญชาติอื่นอีก 12 คน ซี่งแยกความผิดได้จำนวน 9 ราย
1. นางประทุมทิพย์ อยู่อินทร์ (อายุ 61ปี) สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 178 หมู่ที่ 7 ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหา “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน,เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง,เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ คุ้มครองเด็ก ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2. MR.AIDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"

3. MR.NDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"

4. MR. ASHLEY KATE ALLEN อายุ 30 ปี สัญชาติ อเมริกัน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีในอนุญาตทำงาน”

5. MR.TRISTAN KYLE FERGUSON HUNTER อายุ 31  ปี สัญชาติแอฟริกา ได้กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

6. MS.MONIQUE VASCO DA CRUZ อายุ 30 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

7. MS.NALEDI MASANA MHLONGO อายุ 25 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

8. MS.FATIMA NOUREDINE อายุ 36 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง"

9.  MS.NATALIE SANDRA HUNTER อายุ 53 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง" ทั้งหมดได้กระทำผิดในฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ทั้งนี้ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 22 เรียบร้อย ส่งตัวผู้ถูกจับให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงันดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา มีการร้องเรียนทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลเข้ามาประกอบกิจการในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว 
โดยทาง กองทัพภาคที่ 4 ได้ให้ความสำคัญทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารสนับสนุนในการจับกุมผู้กระทำความผิดร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมา หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พัทลุง รองจเรตำรวจแห่งชาติติดตามคดีตำรวจเปิดเล่นไฮโลให้ออกจากราชการ

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ พร้อมพบปะผู้เสียหายกรณีปรากฏคลิปวีดีโอ กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติการณ์เป็นเจ้ามือไฮโล และหลอกลวงชักชวนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมองให้ร่วมเล่นการพนัน จนสูญเสียทรัพย์สินเป็นเงินจำนวนมาก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายพีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมด้วยนางยุพาภรณ์ (สงวนนามสกุล) ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. ได้มีนายครรชิต หรือ ดาบตำรวจครรชิต (สงวนนามสกุล) หรือ “จ่าเสือ” ชักชวนให้ไปเล่นการพนันภายในบ้านพัก และร่วมเล่นกับบุคคลอื่นอีก 2 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเครือญาติของผู้ถูกกล่าวหา
    ผลจากการเล่นพนันดังกล่าว ทำให้นายพีรศักดิ์สูญเสียเงินจำนวนหนึ่ง และได้มีการยืมเงินสดจำนวน 10,000 บาท รวมถึงนำสร้อยคอทองคำมูลค่าประมาณ 100,000 บาท ไปจำนำเพื่อนำเงินมาเล่นต่อ ก่อนจะสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดในที่สุด ต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งให้บิดามารดาทราบเพื่อช่วยไถ่ถอนทรัพย์สิน และเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
 ด้านกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ดาบตำรวจครรชิตฯ  ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ได้มอบหมายให้สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   นอกจากนี้ นางยุพาภรณ์ มีนยุทธ์ อายุ 46 ปี และนายพีรศักดิ์ พรหมมา อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าขอความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กับพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าถูกฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่มาอย่างต่อเนื่อง
     พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้มีการสอบสวนทั้งทางอาญาและวินัยอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรม  ซี่งสำนักงานตำรวจภาค 9 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนในเรื่องวินัย และเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้นายดาบครรชิตฯ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพราะฉนั้นทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนก็จะมีการสอบสวอย่างละเอียด  ขณะเดียวก็ได้คุยกับผู้เสียหายที่ร้องเรียนแล้ว ให้มั่นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเรื่องคดีอาญาและวินัย ในเรื่องของวินัย นั้นมีพยานฐานมีมูลที่ชัดเจน เพื่อประโชยน์ ของการบริหารงาน ก็ใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาในการให้นายดาบตำรวจ ออกจากราชการไว้ก่อน   
      พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. / โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า จากกรณีที่ถูกข่มขู่เอาชีวิตของครอบครัว นั้น จะให้ผู้เสียหายกับให้นายดาบตำรวจ ดังกล่าว เข้ามาพบพูดคุยทำความเข้าใจกันอีกครั้ง และให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรมีเหตุติดใจกันอีก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยของครอบครัวผู้เสียหาย และตนเองจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของตำรวจไทย

ประธานวุฒิสภา นำทีม สว. ใต้ตอนล่าง ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ฟังเสียงสะท้อนจากชาวเล “แก้ไฟแพง น้ำขาด ยกระดับความปลอดภัย-คมนาคม-สาธารณสุข”

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.00 นาฬิกา  ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ นำโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง คณะสมาชิกวุฒิสภา นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา นายรุ่งธรรม เปรมมางกูร รองเลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมลงพื้นที่เพื่อรับฟังประเด็นปัญหาจากประชาชน ผู้ประกอบการ และส่วนราชการในพื้นที่  โดยมี นางสาวดุษฎี พฤกษเศตรฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เข้าร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. การยกระดับและการส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ การขยายเส้นทางรถไฟ ตรัง-สตูล นโยบายสร้างจุดแวะเรือสำราญ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงมาท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ และการสร้างท่าเทียบเรือที่ได้มาตรฐานเพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุข
2. การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าราคาสูง ผลักดันการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาน้ำจืดขาดแคลน การจัดสรรพื้นที่และเครื่องมือในการจัดการขยะมูลฝอย การจัดหาอุปกรณ์ดับเพลิงที่ได้มาตรฐานเพื่อยกระดับความปลอดภัย การก่อสร้างอาคารที่ทำการและบ้านพักตำรวจของสถานีตำรวจภูธรเกาะหลีเป๊ะ รวมถึงการสร้างโรงพยาบาล เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว 

3. การตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหลีเป๊ะเพื่อให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมด ทาง คณะฯ จะดำเนินการรวบรวมเพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเร่งแก้ไขปัญหาตามบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป  เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สิงห์บุรี / สายบุญห้ามพลาด! วัดศรีจุฬามณี จัดงานใหญ่ ปิดทองหลวงพ่อสมปรารถนา

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีประจำปี “ปิดทอ...