Wednesday, May 20, 2026

เพชรบูรณ์ สั่งจับตา 24 ชม. หลังน้ำป่าหลากท่วม ต.บ้านโตก 5 หมู่บ้าน ล่าสุดน้ำเริ่มลดแต่ยังเสี่ยงฝนสะสม

ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ตำบลบ้านโตก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 พฤษภา คม 2569 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ (กอปภ.จ.เพชรบูรณ์) ได้รับรายงานจากอำเภอเมืองเพชร บูรณ์ ว่าเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนริมลำคลองในตำบลบ้านโตก ได้แก่ หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 5 หมู่ 12 และหมู่ 13 สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่บางส่วน
เบื้องต้นทางอำเภอได้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้รถกระจายเสียงออกประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก
ล่าสุดระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลงแล้วบางส่วน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากฝนตกสะสมและน้ำหลากในพื้นที่ต้นน้ำ
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุฉุกเฉินหรือได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันที
//ปภ.เพชรบูรณ์ / เลขานุการ กอปภ.จ.เพชรบูรณ์
รายงาน ณ เวลา 20.53 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569//

อบจ.สงขลา พร้อมรับ "ครม.สัญจร" มิ.ย. นี้ ดันโครงการยุทธศาสตร์พัฒนาภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 มิถุนายน 2569 พร้อมติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เพื่อผลักดันแนวทางการพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจัดเตรียมข้อเสนอประเด็นสำคัญและวาระการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเน้นโครงการที่มีความพร้อม สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ได้กำหนดลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของโครงการสำคัญในพื้นที่จังหวัดชุมพร พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ระหว่างวันที่ 18 – 20 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาศักยภาพและความพร้อมของแต่ละโครงการ ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร

สำหรับจังหวัดสงขลา ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภา ชั้น 1 เทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อร่วมกันจัดเตรียมข้อมูลโครงการที่จะเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณและเชิงนโยบาย พร้อมอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของโครงการต่าง ๆ
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดสงขลา ในการผลักดันโครงการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และขับเคลื่อนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เคลียร์ดราม่าคลิปหลุด! นายกหาดใหญ่ยันรัฐบาลช่วยตลอด รับสื่อสารคลาดเคลื่อน จ่อชงแผนกันน้ำท่วมเข้า ครม.สัญจร

ชี้แจงข้อเท็จจริง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ยืนยันรัฐบาลให้การช่วยเหลือเยียวยาแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ขอประชาชนเข้าใจ คลิปหลุดวานนี้ ยอมรับสื่อสารคลาดเคลื่อน เตรียมดันแผนป้องกันอุทกภัยระยะยาวเข้า ครม.สัญจร 8-9 มิ.ย.นี้
จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณฟื้นฟูและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้าง ล่าสุด วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.00 น. นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน พร้อมด้วยนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญและจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง 

นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ชี้แจงว่า ประเด็นที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เป็นเพียงการหารือภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม สำหรับโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในอนาคต ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเทศบาลนครหาดใหญ่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินเยียวยาผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท และเงินช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ตามเกณฑ์สูงสุดไม่เกิน 49,500 บาทต่อครัวเรือน พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อนด้านการสื่อสาร ซึ่งอาจสร้างความไม่สบายใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
พร้อมกันนี้ เทศบาลนครหาดใหญ่ยังได้เตรียมแผนงานและโครงการสำคัญ เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลาในระหว่างวันที่ 8 - 9 มิถุนายนนี้ เพื่อยกระดับระบบป้องกันอุทกภัยและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอย่างยั่งยืน

. สำหรับแผนงานสำคัญในการรองรับสถานการณ์น้ำหลากในอนาคต ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับปรุงระบบกักเก็บน้ำหรือแก้มลิง โดยเตรียมพัฒนาคันดินเดิมให้เป็นโครงสร้างคอนกรีตที่มีความแข็งแรง พร้อมขยายศักยภาพการกักเก็บน้ำเพื่อชะลอน้ำก่อนเข้าสู่เขตเมือง การฟื้นฟูยานพาหนะและเครื่องจักรกลบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยกว่า 150 คัน โดยเฉพาะรถดูดโคลนและรถดับเพลิงที่เหลือใช้งานได้เพียงบางส่วน รวมถึงการซ่อมแซมระบบสูบน้ำและสถานีไฟฟ้าควบคุม ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยใช้งบประมาณฟื้นฟูกว่า 60 ล้านบาท เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังมีการเร่งรัดขุดลอกคูคลองและระบบระบายน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยคลองเตยดำเนินการแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 80-90 ขณะที่คูระบายน้ำรอบเมืองดำเนินการขุดลอกแล้วประมาณ 200 กิโลเมตร จากระยะทางรวม 430 กิโลเมตร และตั้งเป้าให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 1 เดือน ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก

. นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาประชุม ครม.สัญจร ของรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่คณะผู้บริหารระดับประเทศจะได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณเพื่อวางระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

. ด้านนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า รัฐบาลและจังหวัดสงขลาได้บูรณาการความช่วยเหลือในหลายด้านนับตั้งแต่เกิดอุทกภัย ทั้งการระดมกำลังพลและอาสาสมัครเข้าฟื้นฟูพื้นที่ การบริหารจัดการขยะ การซ่อมแซมสาธารณูปโภค ถนน สถานศึกษา และโรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนการสนับสนุนงบประมาณด้านการขุดลอกคูคลองและระบบระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ

. สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะนี้การจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี ดำเนินการครบถ้วนแล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 7,000 ล้านบาท ครอบคลุมเกือบ 700,000 ครัวเรือน ส่วนเงินสนับสนุนค่าซ่อมแซมบ้านเรือนสูงสุดไม่เกิน 49,500 บาท ดำเนินการช่วยเหลือแล้วกว่า 100,000 ครัวเรือน วงเงินรวมกว่า 1,800 ล้านบาท และในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ จะมีการโอนเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมให้ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่อีกกว่า 10,000 ครัวเรือน โดยส่วนที่เหลือจะทยอยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

. ทั้งนี้ จังหวัดสงขลายังเตรียมนำเสนอโครงการสำคัญต่อที่ประชุม ครม.สัญจร ซึ่งผ่านการหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน หอการค้า และภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้น 2 เป้าหมายหลัก คือ การป้องกันอุทกภัยระยะยาว และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของพื้นที่ ทั้งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงข้อเสนอด้านภาษีและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ต่อไป

Tuesday, May 19, 2026

พิษณุโลก ชวนเที่ยวงานแสง-เสียง “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” พร้อมกิจกรรมถนนสายวัฒนธรรม 27-31 พ.ค. นี้

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณวัดวิหารทอง พระราชวังจันทน์  อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานแสดงแสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” และกิจกรรมถนนสายวัฒนธรรม “เลียบวัด เคียงวัง” ร่วมกับนางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก นางสาวศรัณยา โพธิ์ขาว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก และ ผศ.ดร.สุพจน์ พฤกษวัน ประธานที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิด รูปแบบการจัดงาน และความพร้อมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้
สำหรับการแสดงแสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ ชุด “สองแควน้อมรำลึกกตัญญุตา เทิดไท้ศรัทธา พระบรมไตรโลกนาถ” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณวัดวิหารทอง พระราชวังจันทน์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจสำคัญของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการรวมอาณาจักรสุโขทัยเข้ากับกรุงศรีอยุธยา และทรงยกฐานะเมืองพิษณุโลกให้เป็นราชธานีฝ่ายเหนือ อันเป็นรากฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถนนสายวัฒนธรรม “เลียบวัด เคียงวัง” ระหว่างวันที่ 27–31 พฤษภาคม 2569 โดยภายในงานรวบรวมการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาหารพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดพิษณุโลก เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์วิถีวัฒนธรรมของเมืองสองแควอย่างใกล้ชิด

สว.เกรียงไกร ถก 21 กมธ. บูรณาการสื่อสารเชิงรุก มุ่งสยบเฟกนิวส์

รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง หารือเลขานุการคณะกรรมาธิการ บูรณาการงานประชาสัมพันธ์ มุ่งสร้างการรับรู้ภารกิจวุฒิสภาสู่ประชาชน
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 327 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับเลขานุการคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 21 คณะ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์ของวุฒิสภา เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการงานประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมาธิการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในการนี้ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง กล่าวถึงความสำคัญของการสื่อสารภารกิจของวุฒิสภาไปสู่ประชาชน โดยระบุว่า ปัจจุบันวุฒิสภามีภารกิจสำคัญหลายด้าน ทั้งการประชุมวุฒิสภา การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ และโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารยังไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องยกระดับการบูรณาการการทำงานด้านประชาสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมาธิการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการพัฒนารูปแบบการนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ให้มีความน่าสนใจ ทันสมัย และสอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของประชาชนและสื่อมวลชน อาทิ การจัดทำข่าวเชิงรุก การแถลงข่าวอย่างเป็นระบบ การสื่อสารประเด็นสำคัญ (Key Messages) ให้ชัดเจน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกให้สื่อมวลชนสามารถนำข้อมูลไปเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Fake News) โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงานจัดทำระบบติดตาม ตรวจสอบ และตอบสนองข้อมูลข่าวสารอย่างทันท่วงที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ และภารกิจของวุฒิสภาในสังคม
การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการสื่อสารองค์กรของวุฒิสภาให้มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง

พิษณุโลก จบมหากาพย์ 5 ปี! “เฮียฝา” เศรษฐีหนองตม ฟ้องแบงก์ดัง 339 ล้าน ปมแอบถอนไร้สมุด 59 ครั้ง เงินปลิว 226 ล้าน

“เฮียฝา-ลูกชาย”เศรษฐีตลาดหนองตม ฟ้อง”แบงค์ชื่อดัง”เรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย 339 ล้าน  ถอนเงิน โดยไม่มีสมุดโอน-โอนและถอนเงินสด 59 รายการ ยอดเงิน 226 ล้านบาท ยกมือไหว้ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด-ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก โล่ง อก ! หลังร้องเรียนมหากาพย์ 5 ปี กระทั่งศาลจังหวัดแพร่ประทับรับฟ้องแล้ว นัดสืบพยานโจทก์   
วันนี้ 19 พ.ค. 69 นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ เฮียฝา อายุ 82 ปี ชาวบ้านวงฆ้อง อ.พรหมพิราม และนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ อายุ 57  ปี บุตรชาย เดินทางขอบคุณ นายอธิปไตย ไกรราช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก และพ.ต.รังสรรค์ รังษิรุจิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก หลังจากยื่นเรื่องร้องเรียนครั้งแรกเมื่อ 12 ต.ค. 64 สมัยนายอธิปไตยฯ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมเมื่อ 5 ปีก่อน กรณีเงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวน 9 บัญชี สูญหายไปจำนวนกว่า 50 ล้านบาทต่อมาได้สืบค้นจนทราบเงินหายจากบัญชีกว่าสองร้อยล้านบาท ซึ่งในคำร้องผู้เสียหายขอสเตทเมนต์ ตั้งแต่ 10 ม.ค. 2562 จนถึงวันที่ 25 ส.ค. 2564 จากธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.พิษณุโลก กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้สเตทเมนต์ ตกเป็นข่าวโด่งดัง กระทั่งไปร้องเรียนถึงธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อ 15 ก.ค. 2564  
ทั้งนี้เงินในบัญชีของ”เฮียฝา”ถูกอดีตผู้จัดการธนาคาร ซึ่งเป็นลูกเขยของ นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ เฮียฝา ถอนโดยการโอนแบบไม่มีสมุดบัญชีไปครั้งแรกประมาณ 50 ล้านบาท โดยโอนไปเข้าบัญชีภรรยาของอดีตผู้จัดการธนาคารและลูกเลี้ยงของนายประเสริฐ
นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ “เฮียฝา” ถือว่า เศรษฐีระดับร้อยล้านตลาดหนองตม จ.พิษณุโลก กับนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ ลูกชายคนโต  เริ่มจากร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.พิษณุโลก หลังพบพิรุธเส้นทางการเงินในบัญชีหายไปกว่า 50 ล้านบาทว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชีของลูกเลี้ยงเฮียฝา  
ล่าสุด ศาลจังหวัดแพร่ ลงรับประทับ”รับฟ้อง” คดีหมายเลขดำ ผบ.43/2569  คดีแพ่ง ระหว่าง นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี โดยนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ ผู้รับมอบอำนาจ กับ ธนาคาร(มหาชน) ชื่อดังแห่งหนึ่ง  เรื่อง...ผิดสัญญาฝากทรัพย์ ติดตามเอาทรัพย์คืน เรียกค่าเสียหาย  339,454,696 บาท (รวมอัตราดอกเบี้ยร้อย 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง)   

อ้างถึง บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์  ปี 52 -59 มีผู้มาทำการเบิกถอนเงินโอนไม่มีสมุดคู่ฝากและถอนเงินโดยการโอนและถอนเงินสด ไปจากบัญชีธนาคารของโจทก์ โอนไม่มีสมุดคู่ฝากถอนโดยการโอนและถอนเงินสด จำนวน 59 รายการ รวมเป็นเงินนวน 226,303,136 บาท 
โจทก์ทวงถามถึงธนาคารของจำเลยทั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขาที่จังหวัดแพร่รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยหลายครั้งหลายหน เพื่อขอทราบรายละเอียดการถอนเงินโดยการโอนไม่มีสมุดคู่ฝากและถอนโดยการโอนจากบัญชีของโจทก์ รวมทั้งขอตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังบัญชีธนาคารของโจทก์ ธนาคารของจำเลย กลับไม่มีรายละเอียดความคืบหน้าให้กับโจทก์แต่อย่างใด  จึงมีการการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่แล้ว ให้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลผู้ถอนเงินโดยการโอนไม่มีสมุดคู่ฝาก  
นายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ กล่าวว่า หลังจากตนและบิดาได้เดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมจนศาลประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากทางธนาคารไม่สุจริตและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แก้ไขรายการ สเตทเม้นท์, ประวิงเวลา ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้รับโทษ มีชื่อบุคคลที่ 3 เข้าร่วมบัญชีเงินฝาก ให้ถอนเงินหลายครั้งโดยไม่มีสมุดบัญชีผู้ฝาก จึงฟ้องร้องค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยประมาณกว่า 300 ล้านบาท โดยศาลจังหวัดแพร่นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 29 มิ.ย. 69 สุดท้ายจึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการกับธนาคารต่างๆ ให้มั่นตรวจสอบบัญชีเงินฝากของตนเอง ว่ามีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการยักยอกและทุจริตเงินในบัญชีของตัวเองด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวต่อไป. 
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

กาญจนบุรี ผู้ว่า ฯ ขับเคลื่อน ลดปริมาณขยะมูลฝอย เพื่อลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อสุขภาพ อนามัยที่ดี

         เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธาน เปิดการเดินรณรงค์ Kick-Off ขับเคลื่อนการคัดแยกขยะมูลฝอยและการงดใช้โฟมบรรจุอาหาร นายกานต์ คงเจริญ ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวรายงาน ฯ  พร้อมด้วย นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเดินรณรงค์ ฯ ครั้งนี้ โดยกำหนดการได้เดินรณรงค์ ฯ บริเวณหน้าศาลากลางไปที่ตลาดนัดโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จากนั้นเดินไปที่จุดร้านค้าบริเวณด้านข้างที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี และร้านอาหารด้านหลังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี
             นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนบริการสาธารณะด้านการจัดการขยะมูลฝอย เริ่มตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บ การขนและการกำจัด จึงเน้นย้ำให้ส่วนราชการในอาคารศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรีและร้านค้าบริเวณใกล้เคียง คัดแยกขยะเพื่อลดประมาณขยะมูลฝอยต้นทางประกอบกับโฟมเป็นขยะมลพิษที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติและการเผาทำลายยังก่อให้เกิดปัญหามลพิษ เมื่อนำภาชนะโฟมไปใช้บรรจุอาหารที่ร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาทำให้สารสไตรีนจากกล่องโฟมปนเปื้อนในอาหาร การทานอาหารจากกล่องโฟมจึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง ดังนั้น ควรใช้ภาชนะทางเลือกที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง กระดาษ หรือชานอ้อย หรือภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ เช่น ปิ่นโตทดแทน 
               ด้านนายกานต์ คงเจริญ ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ส่วนราชการในอาคารศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการคัดแยกขยะมูลฝอยและการงดใช้โฟมบรรจุอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอย ประหยัดงบประมาณในการกำจัดขยะมูลฝอยลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินการให้กับหน่วยงานภาคเอกชนและประชาชน จังหวัดกาญจนบุรี จึงกำหนดการเดินรณรงค์ Kick-Off ขับเคลื่อนการคัดแยกขยะมูลฝอยและการงดใช้โฟมบรรจุอาหาร เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ส่วนราชการและร้านค้าบริเวณใกล้เคียงคัดแยกขยะมูลฝอยและการงดใช้โฟมบรรจุอาหาร และเพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอย ลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อสุขภาพ อนามัยที่ดี
  /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก 

เพชรบูรณ์ สั่งจับตา 24 ชม. หลังน้ำป่าหลากท่วม ต.บ้านโตก 5 หมู่บ้าน ล่าสุดน้ำเริ่มลดแต่ยังเสี่ยงฝนสะสม

ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ตำบลบ้านโตก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเว...