Tuesday, February 3, 2026

แม่ติดใจ ลูกสาวพริตตี้เสียชีวิตปริศนาคาคอนโดดังแต่คดีไม่คืบกว่า 2 ปี

น.ส.กมลพัฒน์ สหัสธัชพงศ์ ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนหลังจากลูกสาว น.ส.พราวรวี สหัสธัชพงศ์ หรือโยโกะ พริตตี้สาว เสียชีวิตปริศนาภายในห้องพักคอนโดมิเนียมในเมืองหลวง เมื่อเดือน พ.ย.2566 ที่ผ่านมา โดย จนท.ตรวจพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย และพบข้อมูลการสั่งซื้อในโทรศัพท์ของลูกสาวที่เสียชีวิต ก่อน จนท. แจ้งว่าเป็นการฆ่าตัวตาย 
โดยครอบครัวได้ต่อสู้คดีความมานานกว่า2 ปี ทางอัยการมีความเห็นเชื่อว่าเป็นฆาตกรรม ก่อนส่งสำนวนกลับให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนใหม่ จนขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อให้ความเป็นธรรม
ทั้งนี้ ทางครอบครัวเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมตั้งแต่ต้น แต่ตำรวจสรุปสำนวนว่าญาติไม่ติดใจ จึงแจ้งดำเนินคดีพนักงานสอบสวนไปแล้ว ปัจจุบันก็ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน อยากขอความเป็นธรรมจาก ผบ.ตร.ผ่านสื่อมวลชน อย่างให้มีความชัดเจนและรวดเร็วในการทำคดีของลูกสาวตนเองด้วย โดยได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปแล้ว แต่ทราบว่าจะถึงมือ ผบ.ตร.หรือไม่ จึงต้องฝากสื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียง 

วุฒิสภาผนึกภาคีรัฐ–เอกชน หนุน “Youth Hackathon” ขับเคลื่อนนวัตกรรมเยาวชน สืบสานมรดกแม่แห่งแผ่นดิน สู่เศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารกรุงไทย และภาคเอกชน เปิดตัวโครงการ
“Hackathon สืบสานมรดกแม่แห่งแผ่นดิน สู่เศรษฐกิจชุมชน (Youth Hackathon: Inspired by the Royal Initiatives of the Queen Mother)”
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. เพื่อส่งเสริมบทบาทเยาวชนไทยในการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม  
นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม วุฒิสภา กล่าวถึงบทบาทของวุฒิสภาว่า การพัฒนาประเทศในบริบทเศรษฐกิจดิจิทัลจำเป็นต้องบูรณาการ “เทคโนโลยี” เข้ากับ “เศรษฐกิจ” อย่างแยกไม่ออก โครงการ Youth Hackathon จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสานกับภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะรองรับโลกอนาคต  
ด้าน ดร.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย รองประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม วุฒิสภา และเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เน้นย้ำว่า โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของวุฒิสภาในการสนับสนุนนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนเข้ากับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Hackathon) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างแท้จริง  

ศาสตราจารย์ (คลินิก) นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจะเกิดประโยชน์สูงสุดได้ ต้องอาศัย “คน” ที่มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อสังคม โครงการ Youth Hackathon จึงทำหน้าที่เสมือน “Sandbox” เพื่อให้เยาวชนได้ทดลอง พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม  
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยในฐานะกลไกของรัฐด้านการเงิน ได้ให้การสนับสนุนโครงการอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างทักษะใหม่แก่เยาวชนและผลักดันแนวคิดนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้จริง ขณะที่ผู้สนับสนุนหลักอย่างบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จะมอบโอกาสให้ทีมผู้ชนะทั้ง 3 ทีม เข้าร่วมโครงการ Huawei Seeds for the Future เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีในระดับสากล ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน  

วุฒิสภาคาดหวังว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นต้นแบบของการบูรณาการเชิงนโยบายระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการสร้างกำลังคนคุณภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้แก่ประเทศในระยะยาว

ทีทีเอ็มต้อนรับคณะศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ ศึกษาดูงานหลักสูตร Smart Leader

บริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด (TTM) ให้การต้อนรับคณะจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเข้าศึกษาดูงานภายใต้กิจกรรมอบรมหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาชายแดนใต้ (Smart Leader) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ เสริมสร้างศักยภาพ และเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นนักบริหารระดับสูง
ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับบทบาทและการบริหารจัดการองค์กรของทีทีเอ็ม ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่างประเทศที่เป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจ การพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ และการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
โดยมีคุณกูอะหรง ภูริปุตรานนท์ ผู้จัดการส่วนบริหารภาพลักษณ์องค์กร เป็นผู้กล่าวต้อนรับและบรรยาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนบริหารภาพลักษณ์องค์กรให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานอย่างอบอุ่น

สุพรรณบุรี สามพี่น้องพ่อค้ายาเสพติดถูกรวบเพราะสุนัขตำรวจตามดมกลิ่นยาเสพติด

ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี นำ กำลังพร้อมสุนัขชุดหมวดสุนัขพระราชทาน  สุนัข K9  ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนตรวจค้นยาเสพติด  กองกำกับการถวายอารักขา ตำรวจภูธรภาค 7 ตามดมกลิ่นยาเสพติด สามารถจับ 3 พี่น้อง ได้ของกลางยาเสพติด ยาบ้า เกือบ 30,000 เม็ด ,ยาไอซ์ เกือบ ครึ่ง กิโล และอาวุธปืนขนาด 9 มม.ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก กระสุน 72 นัด    
จากการเปิดเผยของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้  พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ศรีวิบูลย์ สว.กก.สส.ฯ ร.ต.อ.นิวัต สุขกิจ รอง สว.กก.สส.ฯ ร.ต.อ.อำนาจ ชื่นชูศรี รอง สว.(สส.)ฯ  ร.ต.ท.เนตร นรสิงห์  รอง สว.(สส.)ฯ ว่าที่ ร.ต.ต.ปิยวิทย์ เจริญพานิชเสรี ผบ.มว.คฝ.ฯ พร้อมกำลังตำรวจ.กก.สส.ชป.3 ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.สุพรรณบุรี ชุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ และสุนัขตำรวจ กก.ถปภ ภ.7 ลงพื้นที่สืบสวนจับกุมยาเสพติดพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ หลังจากสืบทราบว่าที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย 
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลัง พร้อมด้วยสุนัขดมกลิ่น K 9  เข้าไปตรวจค้น แต่คนในบ้านไหวตัววิ่งหลบหนีออกไปหลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดและสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อนายสมเกียรติ หรือเกียรติ อายุ 59 ปี  นายทวี หรือจ้อน อายุ 61 ปี และนายสวิง หรือแว่ว อายุ 52 ปี ทั้ง 3 คน นามสกุลเดียวกันและเป็นพี่น้องกันด้วย จากการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบของกลางยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าผู้ต้องหาต้องนำเอายาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณบ้านอย่างแน่นอน
จึงได้ให้( สุนัขตำรวจ 2 นาย ประกอบด้วยสุนัขตำรวจตรี ไข่หวาน และ สิบตำรวจตรีไข่ตุ๋น  ) ปฏิบัติการดมกลิ่นเพื่อตามหาของกลางยาเสพติด ไปตามจุดต่างๆ แล้ว สุนัขทั้ง 2 ก็ พาเจ้าหน้าที่ไปที่ท่อลองปูนคอนกรีต แบบน่าสงสัย  พอก้มไปดูลองปูน พบกับถังพลาสติดสีส้ม ซุกซ่อนอยู่ในลองปูนข้างบ้าน จึงนำออกมาเปิดดูพบยาเสพติด ยาบ้า 2 มัด และ อีก 2 ห่อ  รวมถึงในกระเป๋า มียาไอซ์ อีก 2 ถุง และสุนัขตำรวจยังพาไปที่คอกวัว พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ใต้รางให้อาหารวัวเพิ่มอีก 
ซึ่งของกลางที่พบทั้งหมด ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 29,860  เม็ด  ยาไอซ์  หนัก 485.81 กรัม  นอกจากนี้ยังค้นพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 72 นัด ซ่อนอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU  สีเทา 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
สอบสวนนายสมเกียรติ หรือเกียรติ ผู้ห้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดทั้งหมดซื้อมาจากนายหนึ่ง ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง บ้านอยู่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อนำมาแบ่งขายให้กับนักเสพในพื้นที่ มานานแต่วันนี้โชคไม่ดีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาสุนัขตำรวจมาตามดมกลิ่น ตรวจค้นจนพบของกลางยาเสพติดดังกล่าว จึงถูกจับได้ทั้ง 3 พี่น้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 พี่น้อง พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองหญ้าไซ ดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี

มุกดาหาร วิเคราะห์การเลือกตั้ง สส.โค้งสุดท้าย

          เมื่อวันที่  2 กุมภาพันธ์  2569  จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ 4,407 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.41 ล้านไร่ แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 7 อำเภอ 522 ตำบล 5,226 หมู่บ้าน ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 281,456 คน  ซึ่งในการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดมุกดาหารในครั้งนี้มีจำนวนทั้งหมดที่สมัคร 19 ราย  เขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้สมัคร 11 ราย เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้สมัคร 8 ราย รวม 2 เขตเลือกตั้งมีผู้สมัคร 19 ราย 
ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย 3  อำเภอ คือ อำเภอเมืองมุกดาหาร  อำเภอหว้านใหญ่  อำเภอดอนตาล มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 142,314 คน ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 มี ส.ส. ได้จำนวน  1  คน  โดยมีผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ส.ส  รวม  11   คน คือ นางราตรี   เจริญศรี  เบอร์  1 พรรคประชาธิปัตย์   นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ  เบอร์  2  พรรคประชาชน (อดีต นายอำเภอเมืองมุกดาหาร)  นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์  เบอร์ 3   พรรคเพื่อไทย   นายวิริยะ ทองผา  เบอร์   4 พรรคภูมิใจไทย (อดีต ส.ว. อดีต ส.ส. เขต 1 สมัยที่ผ่านมา)  นายพนมชัย  พันธุ์พุทธ  เบอร์ 5  พรรคกล้าธรรม (สจ.โหน่ง  อดีต สท.เมืองมุกดาหาร อดีตรองประธานสภา อบจ.มุกดาหาร) พ.ต.ท.จิตติ์  ศรีโยหะ  มุกดาธนพงษ์  เบอร์ 6 พรรคพลังประชารัฐ  (อดีต นายก อบจ.มุกดาหาร) ร.ต.ต. สุเทียน  ทองโสม  เบอร์ 7  พรรคเสรีรวมไทย  นายสุนทร มีสิทธิ์ เบอร์ 8 พรรคเพื่อบ้านเมือง  ร.ต.ต.สมบูรณ์ ยงยุทธ เบอร์ 9 พรรคประชาธิปไตรใหม่  นายชินกร ขวัญเมือง เบอร์ 10 พรรคเศรษฐกิจ   นายณัฐพล พรมวิชา เบอร์ 11 พรรครวมไทยสร้างชาติ 
    1. นายวิริยะ ทองผา  เบอร์  4 พรรคภูมิใจไทย ได้เปรียบที่เพิ่งลงจากตำแหน่งแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่เดิม ถูกมองว่ามาเต็งหนึ่ง (อดีต ส.ว. อดีต ส.ส. เขต 1 สมัยที่ผ่านมา) ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร (สว.) อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เขตอำเภอหว้านใหญ่ 3 สมัย,อดีตคณะกรรมการการประถมศึกษา 2 สมัยคณะกรรมการขั้นพื้นฐานโรงเรียนหว้านใหญ่วิทยา,คนดีศรีเมืองมุก สาขาบริการ ปี 2537  ฐานเสียงที่สำคัญคือมีนักการเมืองระดับชาติให้การสนับสนุน มีกลุ่มฐานเสียงเดิมแน่นทุกพื้นที่ และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน และความสัมพันธ์ส่วนตัวในสายครูคอยสนับสนุนคะแนนอยู่ทุกพื้นที่โดยตลอดในการเลือกตั้งที่ผ่านมามีฐานคะแนนเสียงเหนียวแน่น  ฐานเดิมจากการเป็นอดีต ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1 มาแล้ว  ซึ่งได้สร้างความรักความผูกพันกับชาวบ้านไว้เดิม และเป็นคนหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารบ้านเกิด และยังได้รับฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มภรรยาซึ่งเป็นอดีตนายก อบจ.มุกดาหาร  และพี่ชายที่เป็นนายก อบจ.มุกดาหาร  ในปัจจุบัน และทีม สจ. ให้การสนับสนุน  ซึ่งตัวนายวิริยะ ฯ เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง  มีเครือญาติอยู่ในวงการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก  มีระบบอุปถัมป์ มีการช่วยเหลือดูแลอย่างเป็นระบบ ด้วยความจริงใจ  พร้อมทั้งมีโครงสร้าง มีทีมงานที่เข้มแข็ง มีประสบการณ์เพื่อควบคุมระบบให้มีประสิทธิภาพ  และที่สำคัญการยิงกระสุน การทำเป้าหมายชัดเจนและแม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะได้รับเลือกตั้ง
โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้  คาดว่า  น่าจะมาลำดับที่  1  
2.นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์  เบอร์ 3   พรรคเพื่อไทย  อดีตดำรงตำแหน่ง  ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  เป็นบุตร  นายอนุรักษ์  ตั้งปณิธานนท์  อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร  กับ  นางสุวรรณี  ตั้งปณิธานนท์  อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร อ.เมือง  จ.มุกดาหาร  ผู้ท้าชิงจากพรรคเพื่อไทย ส่งคนหนุ่มไฟแรง นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ อดีตบ้านใหญ่เสื้อแดงมุกดาหาร ที่ครองเก้าอี้มานานแต่เสียแชมป์ให้กับนายวิริยะ ทองผา สนามนี้จึงเป็นการทวงคืนเก้าอี้ของคนเสื้อแดง จากกระแสปลุกคนเสื้อแดงให้ตื่นลุกขึ้นสู้ได้อย่างที่เห็น หากกระสุนมีจริงยิงตรงถึงจุดกระจายกว้างลงพื้นที่มีโอกาสทวงคืน 
โดยมีกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเมืองคือกลุ่มเรารักมุกดาหาร อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร  ประธานชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารบางส่วนให้การสนับสนุน  และกลุ่มคนเสื้อแดงมุกดาหารให้การสนับสนุน  ในการเลือกตั้งครั้งนี้  ดร.มนพร  เจริญศรี  อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม  และเป็น สส.พรรคเพื่อไทย  จังหวัดนครพนม  เป็นอีกแรงสนับสนุนในการลงพื้นที่หาเสียงช่วย 
3.นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ  เบอร์  2  พรรคประชาชน (อดีต นายอำเภอเมืองมุกดาหาร) ลงจากตำแหน่งสดๆ ผลงานด้านการพัฒนาเขต 1 หลายอำเภอหลายพื้นที่ยาวนาน ได้ หัวหน้าเท้งลงมาเปิดเวทีใหญ่ช่วยปราศรัยหาเสียง ตัวแปรอีกทางหนึ่ง หากฝ่าวิกฤตข้อครหา ด้อยค่าทหาร แก้รัฐธรรมนูญแทนแก้ปัญหาปากท้องประชาชน เรื่อง “สถาบัน” ที่ชาวบ้านคาใจ โจทย์ยาก ที่พรรคประชาชนต้องฝ่า ได้ fc คนรุ่นใหม่ มีฐานเสียงจากกลุ่มกำนัน  ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นลูกน้องเก่าที่ยังคงให้การสนับสนุน  และคะแนนจากกลุ่มวัยรุ่นและกระแสเก่าพรรคประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร 
4. นายพนมชัย  พันธุ์พุทธ  เบอร์ 5  พรรคกล้าธรรม (สจ.โหน่ง  อดีต สท.เมืองมุกดาหาร อดีตรองประธานสภา อบจ.มุกดาหาร)  อดีตเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ได้รับการเลือกตั้งมาแล้ว  2  สมัย เด็กปั้นนายเลขาดำไตรสรณคมน์  หนองเรือง (เลขาดำ) ชื่อชั้นที่ชาวบ้านให้ความเชื่อถือ วางตัวเข้าทุกชุมชนพบชาวบ้านมาต่อเนื่องแบบไม่เคยมีมานานร่วม 2 ปี ความวางใจเชื่อถือจึงมาเต็ม อยู่ที่ว่ามีกระสุนยิงจริงหรือไม่ เขต 1 หากนายพนมชัยฯ สู้จริง กล้าธรรมมีสิทธิไม่น้อยที่จะเข้าสู่สภา แต่จะสู้กระแสของ เพื่อไทย และภูมิใจไทย ได้มากเพียงใดกระสุนจะเป็นตัวแปรสำคัญแน่นอน 
มุกดาหาร เขต 1 สู้กันระหว่าง นายวิริยะ ทองผา เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย นายพนมชัย พันธุ์พุทธ เบอร์ 5 พรรคกล้าธรรม นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ  เบอร์  2  พรรคประชาชน มี 4 หมายเลขที่เบียดเข้าสภา แต่ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นนายวิริยะ ทองผา เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย   
เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย 4 อำเภอ  คือ  อำเภอคำชะอี  อำเภอดงหลวง  อำเภอหนองสูง  อำเภอนิคมคำสร้อย และมีอำเภอเมืองมุกดาหารบางส่วน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 139,142 คน ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 2  มี ส.ส. ได้จำนวน 1  คน  โดยมีผู้มาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ส.ส รวม   8  คน  คือ นายเลขาดำไตรสรณคมน์   หนองเรือง (เลขาดำ  อดีตเลขานายก อบจ.มุกดาหาร  ) เบอร์ 1   พรรคกล้าธรรม   นางสาว  ปภาสิริ   ประทุมลี (บูก้า  บุตรสาวนายบุญฐิน  ประทุมลี  อดีต ส.ส. เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร  พรรคเพื่อไทย)  เบอร์   2  พรรคพลังประชารัฐ  นางกิ่งฟ้า  อรพันธ์  เบอร์ 3 พรรคประชาธิปัตย์  นางสาวปิยธิดา   บุตรกาล  เบอร์  4   พรรคเพื่อไทย (อดีตนายก อบต.โชคชัย)   นายณกร ชารีพันธ์ เบอร์  5  พรรคประชาชน (อดีต ส.ส. เขต 2 สมัยที่ผ่านมา)  นายประพันธ์  คนหาญ  เบอร์ 6  พรรคภูมิใจไทย (อดีตประธานสภา อบจ.มุกดาหาร)  นายก้องบุญ ชาธิราช เบอร์ 7 พรรคบ้านเมือง  นายวรสิงฆ์ บับพาน เบอร์ 8 พรรคทางเลือกใหม่ 
เป็นการชิงพื้นที่เดิมของพรรคประชาชน มี 1. นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เลขาดำ หรือเสี่ยดำ  อดีตเลขานายก อบจ.มุกดาหาร  ) เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม ถูกมองว่ายืนหนึ่ง เนื่องจากทำงานเข้าหามวลชน ล่วงหน้ามานานร่วม 2 ปี สร้างเครือข่ายกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทั้งกระแสของตัวตน “เสี่ยดำ” ที่ทำจริงให้กับชุมชนมานาน ทั้งยังกล้าทุ่มเข้าช่วยชุมชน เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเมือง  โดยมีฐานเสียงจากนายกเทศบาล  สท.  นายก อบต.  ส.อบต. ในพื้นที่ พร้อมทั้งยังมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด บางส่วน เป็นฐานคะแนนเสียงให้ ซึ่งนายเลขาดำไตรสรณคมน์ฯ  ได้ให้การสนับสนุนและหาเสียงช่วยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 มีฐานคะแนนเสียงทุกอำเภอ กระแสในโค้งสุดท้ายนี้ถือได้ว่ามาแรงมาก พร้อมมีกระสุนเต็มแม็ก  โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายนี้มีหัวหน้าพรรคกล้าธรรมลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร  เพื่อช่วยหาเสียงอีกแรง นำทีมโดย ร้อยเอกธรรมนัส  พรมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพร้อมคณะ มาช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม  ทั้ง  2  เขตเลือกตั้ง ในจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569  โดยมีผู้มาฟังปราศรัยจำนวนมาก
  โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้  คาดว่า  น่าจะมาลำดับที่  1  เพราะอาศัยฐานเสียงของกลุ่มเครือข่าย  ซึ่งมีฐานคะแนนเสียงจากพรรคเพื่อไทยเดิม และกลุ่มเอฟซี และที่สำคัญคือปัจจัยในการลงพื้นที่  คู่ต่อสู้ที่สำคัญคือ นายประพันธ์  คนหาญ  เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย  ซึ่งเป็นตัวแทนนายวิริยะ  ทองผา  ที่จะประมาทไม่ได้  ซึ่งทั้งสอง  ณ  เวลานี้คะแนนยังคู่ขี่สูสีกัน  คงต้องรอวัดกันในโค้งสุดท้ายว่าใครจะมาเหนือกว่ากัน (กระสุนเป็นปัจจัยในการวัดว่าใครจะชนะ)
 2.นางสาวปิยธิดา   บุตรกาล  เบอร์  4   พรรคเพื่อไทย (อดีตนายก อบต.โชคชัย) ปลุกกระแสคนเสื้อแดงทุกรุ่น สู้แบบไทยบ้านเดียวกัน ขยันออกพื้นที่ เดินขอคะแนน พบชาวบ้านแบบถึงก้นครัว เป็นคนพื้นที่เขต 2 โดยกำเนิดมีกลุ่มเครือญาติ มิตรสหายกระจายอยู่ทุกแห่ง หากได้กระสุนยิงตรงลงช่วยบางจุด มีโอกาสเข้าวิน ได้รับแรงสนับสนุนจากบิดาซึ่งเป็น นายกเทศบาลนิคมคำสร้อย   กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเมือง  บิดา  ซึ่งเคยสมัครรับเลือกตั้งระดับประเทศมาแล้ว  แต่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง  ในการลงครั้งนี้ได้ส่งลูกสาวลงสมัครแทน  ฐานเสียงจากกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ให้การสนับสนุน  
   3.นายณกร ชารีพันธ์ เบอร์  5  พรรคประชาชน (อดีต ส.ส. เขต 2 สมัยที่ผ่านมา) เจ้าของเก้าอี้เดิมที่ชนะการเลือกตั้ง สส. 66 ได้กระแส Fc คนรุ่นใหม่ที่ฟังในรูปแบบคนสีส้ม “เข่งเดียวกัน” จุดเสียคือข้อครหาจากพี่ใหญ่ ที่ถูกมองว่า ด้อยค่าทหาร และเรื่องสถาบัน ที่ประชาชนยังคาใจ โดยมีฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มวัยรุ่น  และเอฟซี  พร้อมทั้งฐานคะแนนเสียงจากการเป็น สส.สมัยที่ผ่านมา  ในการหาเสียงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารได้มีหัวหน้าพรรคได้มาช่วยหาเสียงปราศรัย ภายใต้นโยบายพรรคประชาชน  คือ  ไทยไม่เทา  ไทยเท่ากัน  ไทยทันโลก   ขอแรงใจและแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร เพื่อสานต่อการผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดมุกดาหารอย่างแท้จริง   ซึ่งฐานคะแนนเสียงเดิมน่าจะมีการถูกแย่งฐานคะแนนเสียงไปได้ มากพอควรเนื่องจากกระแสพรรคและตัวบุคคลในขณะนี้
4.นายประพันธ์  คนหาญ  เบอร์ 6  พรรคภูมิใจไทย (อดีตประธานสภา อบจ.มุกดาหาร ลาออกมาสมัคร สส.ครั้งนี้)  อดีตประธานสภา อบจ.มุกดาหาร  และเป็นอดีต สจ. เขต อำเภอหนองสูง  มาหลายสมัย  ซึ่งเป็นบ้านเกิดถิ่นภูไท  โดยมีฐานคะแนนเสียงในพื้นที่พร้อมได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี  เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่อำเภอหนองสูง  พร้อมทั้งได้แรงสนับสนุนจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ในบางส่วน  และแรงสนับสนุนจากฐานเสียงของนายวิริยะ  ทองผา   
โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีสูงจะประมาทไม่ได้ กระแสคะแนนเสียงมี  แต่กระสุนมีน้อย  คู่ต่อสู้ที่สำคัญคือนายเลขาดำไตรสรณคมน์  เบอร์ 1  พรรคกล้าธรรม  ซึ่งทั้งสอง  ณ  เวลานี้คะแนนยังคู่ขี่สูสีกัน  ที่สำคัญทีมนายวิริยะ  ทองผา  จะดันให้นายประพันธ์  คนหาญเข้าสู่เส้นชัยได้หรือไม่ก็ต้องดูกันในโค้งสุดท้าย (กระสุนปะทะกับกระแสคนพื้นถิ่นภูไท เป็นปัจจัยในการวัดว่าใครจะชนะ)
            มุกดาหาร เขต 2 สู้กัน 4 เบอร์ มี นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย  นายประพันธ์ คนหาญ เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย นายณกร ชารีพันธ์ เบอร์  5  พรรคประชาชน ทั้ง 4 เบอร์ ถ้าลงกระสุนจริงมีลุ้นสูสี อยู่ที่เบอร์ใดจะยิงแม่นเพียงใด มีลุ้นทั้ง 4 เบอร์  แต่ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นนายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง เบอร์ 1  พรรคกล้าธรรม  

//วิลาสินี เจริญสุข/รายงาน//

Monday, February 2, 2026

พิษณุโลก“อาจารย์จักษ์” ประกาศจุดยืน ทวงถามเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก ย้ำผู้เสียสละเพื่อชาติ ต้องไม่ถูกทอดทิ้ง

อาจารย์จักษ์ พันธ์ชูเพชร  สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคภูมิใจไทบ เบอร์ 2 กล่าวว่า ขอประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่น ถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรด้วยความ ซื่อสัตย์ เด็ดเดี่ยว และยืนหยัดในคุณค่าของความรักชาติ
คำมั่นสัญญาที่จะเข้าไปติดตามทวงถาม และผลักดัน “เงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึก” ซึ่งยังตกค้างและไม่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสมมาเป็นเวลายาวนาน
อาจารย์จักษ์ กล่าวอีกว่า ทหารผ่านศึก คือผู้ปกป้องแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย และยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อชาติบ้านเมือง บางท่านต้องเสียชีวิต บางท่านพิการ และอีกหลายคนต้องกลับมาดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก ทั้งที่เคยเสียสละอย่างสูงสุดเพื่อประเทศไทย พวกเขาไม่ควรถูกปล่อยให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างลำพัง ไม่ควรถูกจดจำเพียงในฐานะผู้ขายลอตเตอรี่ แต่ควรได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ จากรัฐบาลและจากประเทศที่พวกเขาปกป้องไว้
"เงินผดุงเกียรติไม่ใช่เพียงตัวเลขในงบประมาณ แต่คือศักดิ์ศรีของผู้เสียสละเพื่อชาติ ย้ำผู้เสียสละเพื่อชาติ ต้องไม่ถูกทอดทิ้งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทุกคน ยินดีให้ภาษีของเราถูกนำไปดูแลทหารผ่านศึก ผู้ปกป้องประเทศนี้ให้เราได้ยืนอยู่ในวันนี้ ความกตัญญูต่อผู้เสียสละ ความรักชาติที่เป็นรูปธรรม และความมุ่งมั่นที่จะใช้ตำแหน่งผู้แทนราษฎรเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้รับใช้ชาติ" อาจารย์จักษ์ กล่าว

พิษณุโลก โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “ดร.จักษ์” เปิดปราศรัย สายอนุรักษ์ฯ เริ่มเปิดตัว!!

วันที่ 1 ก.พ. 2569 เวลา 17.30 น. ณ เวทีกลางเมืองพิษณุโลก สวนชมน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก อาจารย์จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 เปิดเวทีปราศรัยชูนโยบายพัฒนาเมืองสองแคว พร้อมเน้นโครงการสำคัญ เช่น คนละครึ่งพลัส ดูแลผู้สูงอายุ ปราบสแกมเมอร์ และไม่เอากาสิโน พร้อมชูพิษณุโลกต้องเป็นเมืองหลักไม่ใช่เมืองรอง การท่องเที่ยวทางน้ำต้องมา น้ำประปาต้องสะอาดฯ
ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยพลังใจจากประชาชนที่มาร่วมแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน และที่น่าสนใจคือ ได้เห็นแกนนำกลุ่มอนุรักษ์พิษณุโลกหลายคนเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่าง "ผู้กองปูเค็ม" เทพทัฬห์ เตียวตระกูล แกนนำกปปส.พิษณุโลก รวมทั้ง "กลุ่มลูกนเรศวร" สมเกียรติ แสงสุวรรณ และ เขมชาติ นิธิวรรณ ก็มาร่วมเฟรมให้เห็นแบบเปิดหน้าเปิดตัว
คาดว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง สส. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เขต 1 พิษณุโลก น่าจะเข้มข้นและน่าติดตามอย่างมาก

แม่ติดใจ ลูกสาวพริตตี้เสียชีวิตปริศนาคาคอนโดดังแต่คดีไม่คืบกว่า 2 ปี

น.ส.กมลพัฒน์ สหัสธัชพงศ์ ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนหลังจากลูกสาว น.ส.พราวรวี สหัสธัชพงศ์ หรือโยโกะ พริตตี้สาว เสียชีวิ...