Wednesday, March 4, 2026

โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569” ยกขบวนมอบลูกฟุตบอลคุณภาพจาก Mikasa ให้แก่โรงเรียนโพนสวางหนองแหน อำเภอวังยางนายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ (เสื้อสีแดงที่ 4ซ้ายมือ)หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดนครพนม มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายธีระพงศ์ แสนคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพนสวางหนองแหน   พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอลติวเข้มทักษะลูกหนังให้เยาวชน
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรผู้ใจดี ผลิตภัณฑ์มิกาซ่า ผลิตภัณฑ์เคซี ผลิตภัณฑ์ factive และบริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาจากระดับเยาวชน โดยภายในงานมีการส่งมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อม พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ที่เน้นการสอนทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องจากพี่ๆ สู่น้อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด
นายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูก จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 8 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสะพานบุญด้านกีฬา เราเชื่อว่าลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ การมอบอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพอย่าง Mikasa พร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล คือการมอบโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย
​สำหรับโครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสทางการกีฬาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตามปณิธานการทำความดี “พี่ให้น้อง” ที่ยึดถือมาโดยตลอด

“ความจริงคือหัวใจ ข่าวสารคือหน้าที่” ผู้ว่าฯ มุกดาหาร พบเครือข่ายสื่อมวลชน เนื่องในวันนักข่าว 5 มีนาคม

วันที่ 2 มีนาคม 2569 จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมโครงการสานสัมพันธ์สื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569 เนื่องในวันนักข่าว ณ ห้องประชุมดอกช้างน้าว ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพบปะเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่
การจัดกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มีนาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน
นายวรญาณ บุญณราช กล่าวว่า สื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาจังหวัด ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐกับประชาชน ช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าถึงนโยบายของรัฐได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การสื่อสารมีบทบาทต่อการรับรู้ของสังคมอย่างมาก
พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเชิงสร้างสรรค์ ยึดหลักข้อเท็จจริง รอบด้าน และคำนึงถึงจริยธรรมวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้รายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดในด้านต่าง ๆ และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน ก่อนจะมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเย็น เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนและหน่วยงานภาครัฐ
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมโครงการสานสัมพันธ์สื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ได้มีการจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดี เนื่องในวันนักข่าว ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ  ผู้แทนภาคเอกชน และสื่อมวลชนในพื้นที่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะประเด็นการพัฒนาจังหวัด รวมถึงแนวทางการสื่อสารข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันสะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของจังหวัดมุกดาหารและประชาชนในพื้นที่ต่อไป
วิลาสินี เจริญสุข/มุกดาหาร
081-5926966

นครชัยศรี เข้าร่วมโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ส่งผลงานอำเภอ TO BE NUMBER ONE และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569

    วันที่ 4  มีนาคม 2569
นายนรวีร์  ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ส่งผลงานอำเภอ TO BE NUMBER ONE และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2569ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายปราโมทย์  มลคล้ำ สาธารสุขอำเภอนครชัยศรี พ.ต.อ.เลอศักดิ์  ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี โรงเรียนพร้อมด้วยบุคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อำเภอ TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569
   อำเภอนครชัยศรีได้นำนโยบายของจังหวัดนครปฐม ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มาขับเคลื่อนในระดับอำเภอ กำหนดนโยบายและ แผนการปฏิบัติงานกิจกรรม ที่ชัดเจนภายใต้เป้าหมาย ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข ห่างไกลจากยาเสพติด กำหนดวิสัยทัศน์ : TO BE NUMBER ONE อำเภอนครชัยศรีมุ่งพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมกำหนดพันธกิจ : สร้างกระแสค่านิยม พัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด
กำหนดให้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นวาระของอำเภอบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีการประชุมชี้แจง และมอบนโยบาย กำกับติดตามการดำเนินงานผ่านการประชุมหัวหน้าส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกเดือน และการประชุมคณะ กรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอนครชัยศรี (พชอ.) รวมทั้งมีการนิเทศติดตามในพื้นที่ อย่างน้อยปีละ   4ครั้ง
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

รองนายกรัฐมนตรี นำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

   วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่พระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569 โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว. นครปฐมและ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
          ซึ่งวันมาฆบูชานับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” หลักคำสอน “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ท่ามกลางพระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
         สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร กล่าวนำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จากนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา เพื่อน้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอันพึงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา 
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว  นครปฐม

ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา ฉลอง 23 ปี พร้อยอวยพรวันเกิด 82 ปี “ป้าน้อย” แม่พระเมืองพัทยา

   วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ศาลาไทย โรงแรม ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปีของการก่อตั้งโรงแรม พร้อมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี ของ นางโสภิญ เทพจักร หรือ “ป้าน้อย” กรรมการผู้จัดการไดอาน่า กรุ๊ป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน กลุ่มเพื่อนสนิท มิตรสหาย และลูกค้าทั้งชาวไทย–ต่างชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง
 ในพิธีได้อาราธนาพระครูสุภัทรวราทร (สุรศักดิ์ ปุณฺณวุฑฺโฒ) วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดสุทธาวาส จำนวน 8 รูป รวม 9 รูป รับเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร พนักงาน และกิจการของโรงแรม 
นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้จัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น มอบให้แก่เด็ก ๆ ที่ศูนย์ ATTC (บ้านครูจา) เพื่อแบ่งปันน้ำใจสู่สังคม ขณะเดียวกัน สมาคมนักข่าวพัทยา ยังได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งให้แก่ศูนย์ดังกล่าว เพื่อร่วมส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย รวมมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท
   สำหรับประวัติความเป็นมา ไดอาน่า กรุ๊ป เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กเพียง 1 คูหา บริเวณซอยไปรษณีย์ เมืองพัทยา ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ภายใต้ชื่อ “ภควดีเกสท์เฮาส์” ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และพัฒนาการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ไดอาน่า กรุ๊ป ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายบริการด้านการท่องเที่ยวและการบริการ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจท้องถิ่นที่เติบโตอย่างมั่นคง และมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//


พิษณุโลก สืบภาค 6 กัดไม่ปล่อย ! คว้าตัวแก๊งต้มตุ๋นหลอกลงทุนขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Amazon

 ตามหมายจับ 1 คนที่เหลือ แถมยังลากไส้ขบวนลักลอบนำเงินข้ามแดน จับอีก 3 ราย หลบหนีอีก  4 ราย    
วันนี้  4 มีนาคม 69  พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์  ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ  รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6  สั่งการให้ สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 จับกุมผู้ควบคุมบัญชีม้า,บัญชีม้าถอนเงิน กรณี  1 ก.พ.2569  ผู้เสียหาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แจ้งว่าถูกคนร้ายไม่ทราบเป็นผู้ใด หลอกลวงให้ลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon  แต่เมื่อลงทุนไปแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คนร้ายแจ้ง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย  2,193,416 บาท 
    โดยชุดของ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 ได้ออกหมายจับ 3 ราย ฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และจับกุม 1. น.ส.กฤติยาณี สงวนนามสกุล  2. น.ส.ณิชา สงวนนามสกุล ไปแล้วนั้น ส่วนราย  3. ล่าสุด ชุดสืบภาค 6 ได้จับกุม  นายกฤษฎา ของสงวนนามสกุล ตามหมายจับที่เหลืออยู่ได้ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย  ผู้ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าถอนเงิน 
     ระหว่างจับกุมนายกฤษฏา พยายามวิ่งหนี ทำให้ตำรวจวิ่งติดตามเจอ น.ส.แสนสุขหรือหญิง สัญชาติลาว (ทราบชื่อนามสกุลภายหลัง) โยนสิ่งของทิ้งบริเวณด้านหลังบ้าน จึงได้ควบคุมตัวให้หยุดและขอทำการตรวจค้นตัว ผลปรากฏว่าพบโทรศัพท์มือถือและเงินสดจำนวน 104,000 บาท อยู่ในกระเป๋าสะพายที่ น.ส.แสนสุขฯ สะพายอยู่
พบเป็นโทรศัพท์มือถือ ,สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มจำนวนหลายรายการ ซึ่งไม่ใช่ น.ส.แสนสุขฯ   ตำรวจจึงไปค้นบ้านพัก พบยาบ้า  7 เม็ดเป็นของนายณฐกร (สงวนนามสกุล )
พร้อมตามจับ นายกฤษฎาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่บ้าน ม.3 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย  พบสมุดบัญชีธนาคาร ,บัตรเอทีเอ็ม,โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด พาตัวมาที่ สภ.เชียงแสน สอบปากคำ  และขยายผลตามจับตัวกลุ่มผู้จัดหาบัญชีม้าถอนเงินได้เพิ่มอีก คือ 
 1. นายสราวุฒิ ดีผิว ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า
 2. น.ส.วันเพ็ญ ทับทิมทอง ทำหน้าที่ จัดหาบัญชีม้า 
3. นายณฐกร (สงวนนามสกุล ) ทำหน้าที่ ถอนเงินออจากบัญชีม้า 
 และสืบทราบอีกว่า กลุ่มผู้ถอนเงินออกจากบัญชีม้า และรวบรวมเงิน ลักลอบนำเงินข้ามแดน คือ
1. นายสิทธิชัย หรือที ดวงตา ทำหน้าที่ ควบคุมสั่งการคนถอนเงินจากบัญชีม้า และประสานงานกับเครือข่ายคนจีนฝั่งลาว(หลบหนี)
2. นายเชษ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ทำหน้าที่ ถอนเงินออกจากบัญชีม้า(หลบหนี)
3. นาง SAENSOUK SAENVONG หรือหญิง ทำหน้าที่ ถอนเงินออกจากบัญชีม้า และรวบรวมเงินส่งให้กับชาวจีน(จับกุมตัว)
4. นายโดม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ทำหน้าที่ ถอนเงินออกจากบัญชีม้า (หลบหนี)
              กลุ่มผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ถอนเงินนี้ จะคอยรับคำสั่งจากนายทีฯ เพื่อรอนำบัญชีม้าที่จัดหามานั้นไปใช้รับเงินที่เชื่อได้ว่าไม่สุจริต และจากนั้นเมื่อมีเงินโอนเข้ามาแล้วนายทีจะสั่งการให้บุคคลที่มีหน้าที่ถอนเงิน นำโทรศัพท์ หรือบัตรเอทีเอ็มไปทำการถอนเงินสดออจากบัญชีม้าที่ตู้อัตโนมัติ และภายหลังจากถอนเงินสำเร็จแล้วก็จะนำมารวมเพื่อรอนำส่งมอบให้กับชาวจีนฝั่งลาว โดยจะได้ค่าตอบแทนวันละ 1,000–2,000 บาท หรือหากถอนเงินเยอะก็จะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มอีก
ผลการสอบถามนายสราวุฒิฯ และ น.ส.วันเพ็ญฯ ให้การสอดคล้องกันว่ามีนายโชคชัย หรืออาร์ม ให้จัดหาบัญชีม้าให้แลกกับเงิน 1,000 บาท นายสราวุฒิฯ และ น.ส.วันเพ็ญฯ จึงได้ชักชวน นางสาวณี ถาวง ให้เปิดบัญชีธนาคารให้แลกกับเงิน 3,000 บาท โดยนายสราวุฒิฯ จะมอบโทรศัพท์เพื่อนำไปผูกกับบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ จากนั้นนายสราวุฒิ และ น.ส.วันเพ็ญฯ จึงได้เดินทางพร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัญชีธนาคาร สมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม มายัง อ.เชียงแสน จ.เชียง เพื่อนำบัญชีม้ามามอบให้กับนายณฐกรฯ เครือข่ายผู้ใช้บัญชีม้าถอนเงินเพื่อส่งมอบให้กับชาวจีนต่อไป ซึ่งเชื่อได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ จึงได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่เป็นกลุ่มบัญชีม้าถอนเงิน ในความผิดฐาน “ อั้งยี่และร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ” ก่อนจะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 อนึ่ง สำหรับนายณฐกรฯ (ม้าเม็ด) ที่ตรวจพบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ได้ดำเนินคดีความผิด มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ” ไว้ด้วยแล้ว และส่วนของ น.ส.แสนสุขฯ ได้ดำเนินคดีความผิด เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต  
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครง...