Monday, March 9, 2026

พิษณุโลก ยึดไม้เถื่อนตามถึงบ้าน หลังป่าไม้ตรวจพบไม้ 200 ท่อน กระจายเกลื่อน 30 ไร่เศษในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย ต.ชมพู…อ.เนินมะปราง

คาดคนในพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ป่าไม้-อุทยานฯ นำกำลังขยายผลรัศมี 1.5 กิโลเมตร พบว่า ไม้เถื่อนถูกชักลากเข้าที่พัก ทั้งไม้แปรรูป-ไม้ปอนด์เหลี่ยม อื้อ! รับสารภาพ  2 รายจำนนไม้เถื่อนคาบ้าน และพบว่า   1 ใน 2  ราย เจออาวุธปืนผิดมืออีก    
วันนี้ (9 มี.ค.69)   นายธีรพล  กาญจนโกมล   หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก  2  รับแจ้งมีผู้ลักลอบตัดโค่นต้นไม้ โดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์ตัดทอน จึงประสาน ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้พิษณุโลก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ตำรวจป่าไม้ กก.4 บก.ปทส., ฝ่ายปกครอง, ตำรวจเนินมะปราง, กำนันชมพู  ตำบลชมพู  อ.เนินมะปราง ร่วมตรวจสอบ  
พบไม้นานาชนิด อาทิ ไม้ประดู่ ไม้เต็ง ไม้รัง ฯลฯ ถูกเลื่อยยนต์ตัดโค่นล้มกระจัดกระจาย บางต้นถูกตัดทอนยังไม่ขาด ร่องรอยเพิ่งตัดสดๆ บางจุดพบเศษไม้เหลือจากการตัดเป็นท่อนๆวางเรียงอย่างมีระเบียบ พบแปลงที่ดินข้างเคียง มีร่องรอยการทำไร่มันสำปะหลัง ระหว่างตรวจยึด ไม่พบบุคคลใดให้ปากคำ  หรือบุคคลใดอ้างเป็นเจ้าของที่ดิน คาดว่า เป็นการตัดไม้ เพื่อบุกรุกป่าเพิ่มเติม ขยายพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย 
เจ้าหน้าป่าไม้จับค่าพิกัดรอบแปลงตรวจยึดประมาณ  30 ไร่พบไม้ประดู่, ไม้เต็ง  เป็นไม้ที่ปกติวิสัยของบุคคลทั่วไป จะนิยมปลูก จึงยืนยันว่า ไม้ที่โค่นล้มเป็นต้นไม้ธรรมชาติ ไม่ใช่ไม้ที่ปลูกขึ้นโดยมนุษย์  จึงดำเนินการตรวจยึดไม้กว่า 200 ท่อน  ทำบันทึกแจ้ง ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11  ฐาน “ทำไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 69 วรรคสอง ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ทำไม้ อันเป็นการเสื่อมเสีย แก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต  มาตรา 26/4 ผู้ใดทำลาย ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย  นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเนินมะปราง เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป   
จากนั้น ตำบลชมพู ระบุว่า  แปลงตรวจยึดนั้น มีแปลงเกษตรกรรมของชาวบ้านปลูกมัน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ต่อมาเจ้าหน้าป่าไม้ เร่งควานหามอดไม้ที่ตัดไม้เถื่อน คาดว่า อยู่รัศมีใกล้ๆ ล่าสุดนำกำลังบุกค้น พบว่า มีราษฎรอำเภอเนินมะปรางจำนวน  2 ราย รับสารภาพว่า เป็นคนนำไม้มาจากแปลงตรวจยึด พบไม้  ไม่มีร่องรอยดวงตราของรัฐ เก็บไว้บริเวณบ้านพักไม่ต่ำกว่า  100 แผ่น ไม้ปอนด์ หลายเหลี่ยม  วางเรียง  ส่วนตรวจสอบบ้านหลังที่ 2 ยังพบว่า ไม้แผ่น และปืนยาว ลูกซอง เป็นปืนมีทะเบียน และเป็นชื่อของ ทายาท(ปู่)  ยังไม่ได้โอนอย่างถูกต้อง จึงถูกจับข้อหาอาวุธผิดมือ นำส่ง ตำรวจสภ.เนินมะปราง ดำเนินคดี พรบ.อาวุธปืน อีกกระทงหนึ่ง 
ล่าสุดเจ้าหน้าป่าไม้ กำลังตรวจสอบและชักลากไม้ของกลางเก็บรักษาที่หน่วยป้องกันฯ  พร้อมทำบันทึกดำเนินคดีเพิ่มเติม เนื่องจากทั้ง  2 รายสารภาพว่า นำไม้เถื่อนจากจุดเกิดเหตุและมีไม้แปรรูปอยู่ในครองครอง เบื้องต้นเช็กพิกัดระยะทางเบื้องต้นพบว่า จุดบ้านพักของราษฎร 2 ราย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.5 กิโลเมตรในการขนย้ายไม้เถื่อนออกจากป่าสงวนลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย 
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

เตรียมระเบิดความมันส์ เทศกาลสาดสี โฮลี พัทยา 2026

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลสีสุดยิ่งใหญ่ โฮลีพัทยา Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา นายหสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พัทยา (TIPPA) นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว
ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายศุภฤกษ์ ชมภูนุช สมาชิกสภาเมืองพัทยา นางสาวภคินี สุทธิธำรงสวัสดิ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง 
สำหรับเทศกาล Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 นี้ ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อสร้างสีสันแห่งวัฒนธรรมอินเดียกับเทศกาลสาดสีสุดคึกคักริมทะเลพร้อมเสียงดนตรีขับกล่อง เรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญเป็นอีเว้นต์การท่องเที่ยวประจำปีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
ภายในงานพบกับกิจกรรมสาดสีตามประเพณีโฮลี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของอินเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และกิจกรรมสร้างสีสัอานืพร้อมมีการบริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายริมทะเล ซึ่งคาดว่าปีนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และช่วยสร้างเม็ดเงินให้เมืองพัทยาได้เฉกเช่นปีที่ผ่านมา 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สนธิกำลังรุกหนัก ระดมพล "เสือไฟ-อากาศยาน" บุกพื้นที่เขาสูงชัน สยบไฟป่าองบะ-หัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นสำเร็จ

     เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่าได้รายงานปฏิบัติการเชิงรุกในการเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หลังตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) ในช่วงบ่ายจำนวน 3 จุด บริเวณป่าองบะ ท้องที่บ้านปากเหมือง หมู่ที่ 7 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ โดยสถานการณ์มีความรุนแรงเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและกระแสลมแรง ประกอบกับพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและยากต่อการเข้าถึง
ปฏิบัติการเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมค่ายเยาวชน โดยมี นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย นายอากรชัย อวยพรชัยรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ร่วมกับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมวางแผนเผชิญเหตุอย่างเร่งด่วน โดยมีการระดมสรรพกำลังแบบบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ สถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ และชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เสือไฟกาญจนบุรี) รวมกำลังพลกว่า 40 นาย พร้อมรับการสนับสนุนอากาศยานจากศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน (ศอท.) เพื่อเปิดปฏิบัติการทั้งทางบกและทางอากาศ
ในเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดปฏิบัติการเพื่อเข้าพื้นที่เป้าหมาย โดยกลุ่มที่ 1 นำกำลังเสือไฟและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รวม 20 นาย เดินทางเข้าพื้นที่บริเวณหัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ซึ่งเป็นจุดวิกฤต โดยมีอากาศยานเข้าสนับสนุนโปรยน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่องถึง 28 เที่ยวบิน รวมปริมาณน้ำกว่า 14,000 ลิตร ขณะที่กลุ่มที่ 2 อีก 20 นาย ได้เร่งเข้าสกัดไฟในพื้นที่ป่าองบะเพื่อป้องกันการลุกลาม
จากการทำงานอย่างหนักภายใต้สภาวะกดดันและภูมิประเทศที่ยากลำบาก ในเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟป่าในจุดเป้าหมายได้สำเร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งส่งกำลังเดินเท้าเข้าตรวจสอบ "แนวดำ" เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการคุไหม้ซ้ำอีกครั้ง โดยปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีและเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปกป้องผืนป่าตะวันตกอย่างเต็มกำลัง
///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

เพชรบุรี สลด!! พบเต่าตนุตายลอยเกยหาดชะอำ 2วัน ตาย2ตัว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางองค์จันทร์ ภาสดา ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี  สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี  ได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ ว่าพบสัตว์ทะเลตายลอยมาเกยตื้น  บริเวณชายหาดชะอำใต้  พิกัด 12.7869520,99.9815010   ซอยร่วมจิตร ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 
จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน    โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นซากเต่าตนุ (Green Turtle) ขนาดความยาว  ประมาณ 43.50 ซม. กว้าง 42 ซม. ด้านหลังกระดองพบรอยแตก ไม่ทราบเพศ เนื่องจากเต่าตนุมีสภาพเน่าเปื่อยมาก  เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจัดเก็บกู้ซากเต่าตนุก่อนนำไปและฝังกลบเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 69ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้8 มีนาคม เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล  สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ ว่าพบสัตว์ทะเลเกยตายลอยมาเกยตื้น  บริเวณหาดชะอำด้านทิศใต้หน้าลุมพินีพาร์คบีช  พิกัด 12°46'45.3"N 99°58'42.4  อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนเข้าร่วมตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเป็นซากเต่าตนุ (Green Turtle) ขนาดความยาว  ประมาณ 47 ซม. กว้าง 44 ซม. ด้านหลังกระดองพบรอยแตก ไม่ทราบเพศเนื่องจากมีสภาพเน่าเปื่อยมาก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการทำการจัดเก็บกู้ซากเต่าตนุก่อนนำไปฝังกลบอย่างถูกวิธิต่อไป
สำหรับ เต่าตนุ (Green Turtle) เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ของประเทศไทย  ถือเป็นสัตว์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง  ห้ามล่า ห้ามครอบครอง ห้ามค้า หรือห้ามเพาะพันธุ์ รวมถึงไข่และซากเต่าทุกส่วน  หากพบมีการฝ่าฝืน มีโทษทางกฎหมายรุนแรง โดยเต่าทะเลทั้ง 5 ชนิดที่พบในไทย ได้รับการคุ้มครองทั้งหมด
/////////////// บรรณรต  เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี 

จังหวัดนครปฐม เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล

  ที่ห้องสายนที โรงแรมริเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล โดยมีผู้อำนวยการสำนัก ขนส่งจังหวัดนครปฐม และจังหวัดต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และประชาชน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
นายไตรสิทธิ์ ธันยาพรสมบัติ ขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังจังหวัดนครปฐม ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งมีภาพสีสันสวยงาม มีสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม จำนวน 301 หมายเลข ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดให้มีการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคคลไม่เกิน 7 คน มาแล้ว จำนวน 14 ครั้ง มีรายให้จากการจัดประมูลรวมทั้งสิ้น 291,548,427 บาท (สองร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นแปดพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดบาทถ้วน) โดยนำเงินที่ได้จากการประมูลเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ
สำหรับการประมูลในครั้งนี้  ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีความประสงค์เข้าร่วมการประมูลด้วยการลงทะเบียนล่วงหน้า ครบทั้งหมด 301 หมายเลข เป็นเงินทั้งสิ้น 2,161,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) กระทำโดยวิธีเสนอราคาด้วยวาจาโดยการเคาะไม้และประมูลทางอินเทอร์เน็ต เพื่อความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถมาลงทะเบียนเพิ่มเติมได้อีก ณ บริเวณจัดการประมูลแห่งนี้ต่อเนื่องได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มีผู้ประมูลหมายเลขทะเบียน ขก 9999 ในราคา 885,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 8888 ในราคา 610,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 7777 ในราคา 290,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 6666 ในราคา 240,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 5555 ในราคา 340,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 4444 ในราคา 215,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 3333 ในราคา 225,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 2222 ในราคา 200,000 บาท และหมายเลขทะเบียน ขก 1111 ในราคา 305,000 บาท
  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม - ภาพ/ข่าว
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว นครปฐม

Sunday, March 8, 2026

คณะสื่อเวียดนามเยือนไทย ศึกษาดูงานท่องเที่ยวภาคใต้ กระชับความสัมพันธ์สื่อสองประเทศ

วันที่ 2 มีนาคม 2569 คณะสื่อจากเวียดนามเดินทางลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ  มีนายบรรหาร บุญเขต  และคณะไปให้การต้อนรับและได้นำคณะของเวียดนามเข้าพักที่โรงแรมอลิซาเบธย่านสะพานควาย  โดยมีนายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป  อดีตสมาชิกวุฒิสภาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ  บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น
วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายบรรหาร บุญเขต ประธานผู้ก่อตั้งสมาคมนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำคณะสื่อมวลชนจากสมาคมหนังสือพิมพ์จังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม จำนวน 16 คน เดินทางมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2–8 มีนาคม 2569 โดยเริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ลงสู่ภาคใต้ พร้อมเข้าพักค้างคืนที่จังหวัดชุมพร ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดพังงาและภูเก็ต
ในการเดินทางครั้งนี้ พลอากาศตรี ณัฏฐอรรจน์ ถวิลหวัง หรือ “เสธ.อรรจน์” เจ้าของร้านอาหารชมวิวซีฟู้ด ได้ให้การต้อนรับและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารแก่คณะสื่อเวียดนามอย่างอบอุ่น
ต่อมาในช่วงวันที่ 4–5 มีนาคม ซึ่งตรงกับ “วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ” หรือ “วันนักข่าว” คณะผู้แทนสื่อมวลชนจากจังหวัดบั๊กนิญ–บักยาง ประเทศเวียดนาม ได้เดินทางถึงจังหวัดพังงา โดยมีนายกิตติ วงศรัตนาวุธ ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่นประเทศไทย (ภาคใต้) พร้อมด้วยนายบรรหาร บุญเขต และคณะ ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเลอ เอราวัณ พังงา อย่างอบอุ่น
ในโอกาสเดียวกัน นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ดร.พินิจ มายะการ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงแรมเลอ เอราวัณ พังงา และบริษัทในเครือ ได้จัดเลี้ยงอาหารต้อนรับ โดยมีตัวแทนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดพังงาเข้าร่วม ก่อนมอบของที่ระลึกให้แก่คณะสื่อมวลชนจากประเทศเวียดนามและสื่อมวลชนไทยที่ร่วมติดตามทำข่าว
เช้าวันที่ 5 มีนาคม นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้นำคณะสื่อมวลชนเวียดนามเข้าสักการะศาลหลักเมืองพังงา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมนำชมภาพวาดอัตลักษณ์ทางศิลปะของลูกหลานชาวพังงา จากนั้นตัวแทนคณะสื่อเวียดนามได้มอบภาพวาดพื้นเมืองของประเทศเวียดนามและมะขามหวานจากจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นของที่ระลึกแทนคำขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเดินทางเยี่ยมชมหมู่บ้านกลางน้ำในอ่าวพังงา
ช่วงเย็นวันเดียวกัน คณะสื่อมวลชนจากทั้งสองประเทศยังได้เข้าชมการแข่งขันมวยการกุศล เนื่องในวันนักข่าว ที่สนามมวยเขาหลักบียอน สเตเดี้ยม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยคณะผู้บริหารสนามมวยและโปรโมเตอร์ได้จัดกิจกรรมมวยการกุศล พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานสื่อมวลชนที่ยากจนแต่เรียนดี จำนวน 10 ทุน ท่ามกลางแฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าชมอย่างคึกคัก
ด้านมิสเตอร์อั่น นายกสมาคมหนังสือพิมพ์จังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม ได้กล่าวชื่นชมสนามมวยเขาหลักบียอน สเตเดี้ยม ว่าเป็นสนามมวยที่มีมาตรฐาน การแข่งขันสนุก ดุเดือด และยังคงรักษาพิธีไหว้ครูมวยไทยที่งดงาม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชมต่อไป
สำหรับวันที่ 6 มีนาคม 2569 คณะสื่อเวียดนามยังได้เดินทางศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพังงา อาทิ อนุสรณ์สถานสึนามิเขาหลัก จุดชมวิวเสม็ดนางชี และสกายวอล์ค ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตในช่วงบ่าย และเข้าพักที่โรงแรมดารา เป็นเวลา 2 คืน
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน หัวหน้าคณะสื่อเวียดนามได้ขออนุญาตนายบรรหาร บุญเขต หัวหน้าคณะฝ่ายไทย จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในคณะ เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของประเทศเวียดนาม โดยจัดขึ้นที่ร้านอาหารไม้หมอน กลางเมืองภูเก็ต เพื่อเลี้ยงฉลองให้กับสตรีชาวเวียดนามและสตรีไทยที่ร่วมเดินทางมาศึกษาดูงาน สร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพอย่างสนุกสนาน
กำหนดการในวันที่ 7 มีนาคม คณะจะเดินทางไปเยี่ยมชมหาดป่าตอง ก่อนทำกิจกรรมท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง และในช่วงค่ำจะเข้าชมการแสดงวัฒนธรรมไทยที่สยามนิรมิต ส่วนในเช้าวันที่ 8 มีนาคม เวลา 09.30 น. คณะจะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อเดินทางกลับประเทศเวียดนามต่อไป
การเยือนประเทศไทยครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสื่อมวลชน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.
//นที บุญร

พิษณุโลก ยึดไม้เถื่อนตามถึงบ้าน หลังป่าไม้ตรวจพบไม้ 200 ท่อน กระจายเกลื่อน 30 ไร่เศษในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย ต.ชมพู…อ.เนินมะปราง

คาดคนในพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ป่าไม้-อุทยานฯ นำกำลังขยายผลรัศมี 1.5 กิโลเมตร พบว่า ไม้เถื่อนถูกชักลากเข้าที่พัก ทั้งไม้แปรรูป-...