Friday, July 10, 2026

สุพรรณบุรีตำรวจทางหลวงสาลีเห็นหนุ่มขับรถตู้ทึบแช่ขวาเรียกตรวจเจอยาบ้า

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะที่ ร.ต.อ.ประพงษ์ อุ่นละม้าย  หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงสาลี พร้อม ด.ต.ชัยวัฒน์ เข็มทอง ด.ต.ธนบัตร สวนแย้ม, ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ พวงวาสนา ขับรถวิทยุตรวจการณ์ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบไปตามถนนสายเลี่ยงเมือง 357 ถึง บริเวณหลัก กม.ที่ 7+800 พบรถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว ยี่ห้อ โตโยต้า รีโว้ หมายเลขทะเบียน บธ 3851 อุทัยธานี ขับแช่อยู่เลนขวา โดยไม่มีเหตุอันควรจึงส่งสัญญาณให้หยุดรถ เพื่อทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบคนขับชื่อนายธีระศักดิ์ อายุ 38 ปี บ้านอยู่ ตำบลตานิม อำเภอ บางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบรถคันดังกล่าว สังเกตเห็น นายธีระศักดิ์ฯ ผู้ขับขี่ แสดงท่าทางมีพิรุธ มีอาการลุกลี้ลุกลนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถามนายธีระศักดิ์ฯว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายพกติดตัวมาหรือไม่หรือเสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้หรือไม่
นายธีระศักดิ์ ยอมรับว่าตนเองเสพยาบ้าช่วงเวลาประมาณ ตี 4  มา 2 เม็ด และยังมียาบ้าเหลืออีกจำนวนหนึ่งอยู่ในรถเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นพบยาบ้าเม็ดอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 1 ถุง จำนวน 10 เม็ด อยู่บริเวณคอนโซลข้างที่นั่งด้านซ้ายของคนขับ 
สอบถามนายธีระศักดิ์ฯ ยอมรับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนจริง ตนซื้อมาจากชาวบ้าน(ไม่ทราบชื่อ-สกุล)อยู่แถว ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 20 เม็ดราคา 300 บาท เพื่อเอามาไว้เสพและตนได้เสพไปแล้ว 10 เม็ด ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เสพช่วยกระตุ้นไม่ให้ง่วงนอน แต่โชคไม่ดี เจอตำรวจทางหลวงตาไว เลยถูกจับ
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย 3. เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำ บันทึกจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินการต่อไป
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

"สว.พิสิษฐ์" โฆษกวิปวุฒิสภา แถลงผลการดำเนินงานในสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ระหว่าง 14 มี.ค.-11 ก.ค. 69

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม 2569 - 11 กรกฎาคม 2569 โดยมีการประชุมวุฒิสภา จำนวน 30 ครั้ง ใช้เวลาประชุม 197 ชั่วโมงโดยประมาณ มีการปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จำนวน 15 ครั้ง มีสมาชิกขอปรึกษาหารือ 233 เรื่อง สำหรับผลการดำเนินงานด้านกฎหมาย มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 20 ฉบับ วุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร 10 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา (อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน) 1 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม รอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่สอง (ขั้นคณะกรรมาธิการ) 2 ฉบับ ตกไป (เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568) และคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไป มิได้ร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) 2 ฉบับ ด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน มีการพิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ 94 กระทู้ ขอให้ตอบในที่ประชุม 51 กระทู้ (ตอบแล้ว 22 กระทู้ ค้างตอบ 8 กระทู้ และตกไป 21 กระทู้ ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา 43 กระทู้ (ตอบแล้ว 6 กระทู้ ค้างตอบ 36 กระทู้ ตกไป 1 กระทู้ กระทู้ถามด้วยวาจา 44 กระทู้ (ตอบแล้ว 16 กระทู้ และตกไป 28 กระทู้) นอกจากนี้ ยังได้พิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ จำนวน 52 เรื่อง พิจารณาแล้ว 51 เรื่อง และขอถอน 1 เรื่อง การพิจารณาญัตติ 17 เรื่อง และพิจารณารายงานประจำปีของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ 26 เรื่อง
ในส่วนของผลการดำเนินงานด้านการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใด ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ได้แก่ 1) การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่ง พิจารณาแล้ว 6 ตำแหน่ง ให้ความเห็นชอบ จำนวน 5 ตำแหน่ง 13 คน อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม จำนวน 1 ตำแหน่ง 1 คน การพิจารณาเลือกให้บุคคลดำรงตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง เลือกแล้ว 7 คน สำหรับการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ได้ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการวิสามัญ แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 13 คณะ รวม 28 ครั้ง การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ จำนวน 1 คณะ การพิจารณาเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยบันทึกการประชุมและรายงานการประชุม ของคณะกรรมาธิการ จำนวน 8 คณะ พิจารณารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 1 คณะ ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ และพิจารณารายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการอีก 10 เรื่อง
นอกจากนี้ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ได้ชี้แจงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อในลักษณะที่คลาดเคลื่อนและสร้างความสับสนให้สังคม ดังนี้ 1. ขอความกรุณาอย่าบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ที่พยายามเชื่อมโยงไปถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งข้อเท็จจริงวุฒิสภาไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาเดิมที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรเลย มีเพียงการเพิ่มเติมความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2558 เท่านั้น 2. วุฒิสภาจำเป็นต้องเพิ่มข้อความในมาตรา 11 วรรคสอง เพื่อชี้ชัดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่นิรโทษกรรมในทุกกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันถูกนำมาผูกโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งนี้ ในข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีมาตรการช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูเยาวชนที่กระทำความผิดในทุกคดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมาตรา 90/1 ในชั้นสอบสวน/อัยการ หากเยาวชนยอมรับผิด คณะกรรมการจะทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและคุมประพฤติ โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอาญา และมาตรา 132 หากคดีถึงศาล ศาลมีอำนาจสั่งให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดทำแผนฟื้นฟูทดแทนการลงโทษจำคุก และหากปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ทำให้เยาวชนไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว และ 3. การที่มีการกล่าวอ้างว่าการปิดช่องนิรโทษกรรม มาตรา 112 เป็นการตัดอนาคตเยาวชน ทั้งนี้ วุฒิสภายืนยันว่า ไม่ได้ต้องการตัดอนาคตเยาวชนแต่ต้องการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้เยาวชนตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

พม.มุกดาหาร เร่งคุ้มครองเด็ก 11 ปีขับชนคณะสงฆ์ พร้อมจับมือ คปภ. จ่ายเยียวยาทายาทพระมรณภาพรายละ 800,000 บาท

มุกดาหาร-พม. เดินหน้าคุ้มครองเด็ก 11 ปี ขับกระบะชนพระธุดงค์ พร้อมประสานหลายหน่วยงานเยียวยาทายาทพระมรณภาพ 10 รูป รายละ 8 แสนบาท เผยยอดเจ็บ-ตายรวม 22 ราย
นางยุพิน ใคลพิมาย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร (พมจ.มุกดาหาร) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเด็กชายอายุ 11 ปี ขับรถกระบะชนคณะพระธุดงค์ ว่า ขณะนี้ พม. ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและโรงพยาบาลในพื้นที่ ได้นำตัวเด็กเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแล้ว โดยเน้นการรักษาพยาบาล ประเมินอาการ และฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บและมรณภาพ พมจ.มุกดาหาร ได้ประสาน พมจ. ภูมิลำเนาของพระแต่ละรูปเพื่อดูแลครอบครัวอย่างใกล้ชิด ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มีมติอนุมัติเงินช่วยเหลือและค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทพระภิกษุสงฆ์ที่มรณภาพทั้ง 10 รูป รวมรายละ 800,000 บาท โดยแบ่งเป็น เงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมฯ รูปละ 300,000 บาท (รวม 3,000,000 บาท)  
เงินสินไหมทดแทน พ.ร.บ. (คปภ.): รูปละ 500,000 บาท ซึ่งทายาทได้รับเรียบร้อยแล้ว
สรุปยอดผู้ประสบเหตุทั้งหมด 22 ราย มรณภาพ/เสียชีวิต 10 ราย
ส่งต่อรักษา: รพ.สรรพสิทธิประสงค์ 4 ราย, รพ.เดชอุดม 1 ราย   รักษาตัวที่ รพ.มุกดาหาร: 4 ราย (ห้อง SICU 1 ราย, ตึกสงฆ์อาพาธ 3 ราย)
และอาการดีขึ้นกลับวัด/บ้านแล้ว พระสงฆ์ 2 รูป, ฆราวาส 1 ราย
//วิลาสินี เจริญสุข //  มุกดาหาร 081-5926966

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ระดับ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จัดโครงการค่ายจิตอาสายุวกาชาดหลักสูตร ผู้ดูแลผู้สูงอายุ

9/7/69   เวลา 10.00 น.
นาง นิรนาช  มณีรัตน์  รอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารมาเป็นประธานเปิดโครงการค่ายจิต อาสายุวกาชาด  หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุของนักศึกษา สกร.อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร  รุ่นที่ มห.14/2569  โดยมีนาย เสริมศักดิ์ ภักดี  ผู้อำนวยการ สกร.ระดับ อ.หว้าใหญ่ จ. มุกดาหาร กล่าวรายงาน  
โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้  1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท และภารกิจของอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียนรวมทั้งยึดมั่นอุดมการณ์แห่ง มนุษยธรรมความเสียสละและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม 2. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองและผู้อื่นสามารถการปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องและพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในสถานการณ์ต่างๆอย่างเหมาะสม 3.  เพื่อให้นักศึกษาได้มีสมรรถนะด้วยการดูแลผู้สูงอายุสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไป ประยุกต์ใช้ในการดูแลบุคคลในครอบครัวชุมนุมและสังคม จะช่วยกระตุ้นคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมผู้สูงวัย อย่างมีคุณภาพ   
สำหรับการดำเนินโครงการมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น70คน ประกอบด้วยนักศึกษา สกร.อ.หว้านใหญ่ 60คน บุคลากร10 คน ระหว่างวันที่ 9-10  /07/69 ณ ธารจินดารีสอร์ท อ.เมือง จ.มุกดาหาร 
**************************
ภาพ/ข่าว/สมชัย อุปัญญ์ 0878139853

สุพรรณบุรี สถาบันพระบรมราชชนกจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการคณะพยาบาลศาสตร์

“สถาบันพระบรมราชชนก จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ  คณะพยาบาลศาสตร์  ”โครงการยกระดับการพัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะแห่งโลกอนาคต (5C3Ls) Faculty of Nursing, PBRI: Academic Challenge 2026 วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2569
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 10 กรกฎาคม 2569  ผศ.ดร.กมลรัตน์  เทอร์เนอร์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์  สถาบันพระบรมราชชนก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับการพัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะแห่งโลกอนาคต (5C3Ls) โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ รักษาราชการแทนผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี พร้อมด้วยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ในฐานะตัวแทนเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ 
“การแข่งขันทักษะทางวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก”Faculty of Nursing, PBRI: Academic Challenge 2026 ประกอบไปด้วย กิจกรรมที่ 1 การแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษ (English Language Skills) กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 2  ทีมละ 2 คน กิจกรรมที่ 2 การแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการกายวิภาคศาสตร์ผ่าน soft ware Anatomy : เน้นความเร็ว  ความแม่นยำและประยุกต์ใช้ความรู้ กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทีมละ 2 คน กิจกรรมที่ 3 การแข่งขันทักษะทางการพยาบาล:รอบคัดเลือก Digital simulation excellent, OSCE, VR (Virtual Reality) และ AI รอบชิงชนะเลิศ Hybrid simulation excellent เน้นหลักการ Primary care กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 ทีมละ 3 คน กิจกรรมที่ 4 การแข่งขันตอบปัญหาทางการพยาบาลและผดุงครรภ์ “The brain” กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทีมละ 3 คน โดยวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 30 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาพยาบาล อื่น ๆ จากทั่วประเทศ ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น จำนวนกว่า 700 คน 
ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 12 กรกฎาคม 2569 ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน จาก บริษัท อัพไรท์ ซิมมูเลชั่น จำกัด ในเรื่องหุ่นจำลอง simulation และอุปกรณ์ในการแข่งขัน  และเงินรางวัล
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

สุพรรณบุรี เปิดศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

ที่ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน สุพรรณบุรี (อมรฟาร์ม) หมู่ที่ 2 ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สุพรรณบุรี "เรียนรู้ ลงมือทำ สร้างอาชีพ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น" โดยมี นายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานคลัสเตอร์ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สุพรรณบุรี และผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์  มี  พันจำเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า จัง พันจำเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า จัง  ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอบางปลาม้า ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนภาคเอกชน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดดาว สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม
นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่ได้ร่วมกันผลักดันจนเกิดศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ขึ้นมา ซึ่ง "ปลาสลิดดอนกำยาน" ถือเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีมาอย่างยาวนาน การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นสถานที่เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและแปรรูปปลาสลิดอย่างเป็นระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่คนในชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการทำประมงเพื่อชุมชน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างมั่นคง ต่อไป
ทั้งนี้ ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการอบรม สัมมนา การศึกษาดูงาน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาธุรกิจชุมชน อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสุพรรณบุรีให้เติบโตอย่างมั่นคง ประกอบด้วย - การเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสลิด GI ดอนกำยาน- การเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาม้า กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม- การให้ความรู้ และสอนให้กับสมาชิกในการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ และจำหน่ายพันธุ์ปลาสลิด ปลาม้า กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม- การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาสลิด ปลาม้า กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม
- การเพาะเลี้ยงผ้า เพื่อเป็นอาหารปลาสลิด- การเพาะเลี้ยงไส้เดือน และการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน
ภายในงานได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัวข้อ "การก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน วิถีการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชน โดยนายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานคลัสเตอร์ปลาสลิด GI ดอนกำยายายาณบุรีและผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดตอนกำยาน จังหวัดสุพรรณบุรี (อมรฟาร์ม) ผู้ดำเนินรายการมี ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วยนายไพศาล สุขปุณพันธ์ ประมงจังหวัดสุพรรณบุรี  ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี  นายวีระ ตั้งวุฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี นายสุชาติ จิรายวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสพรรณบุรี นางอุบลรัตน์ ทองเหลือ พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี 
หลังเสร็จพิธีเปิดผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะได้ขึ้นรถเทลเลอร์ อีแต๋น ชมบ่เลี้ยงปลาสลิดภายในฟาร์ม ก่อนจะลงมาปล่อยพันธุ์ปลาสลิดลงในบ่อเลี้ยง และเดินชมบ่อเพาะเลี้ยงปลาสลิด และชมบูธ สินค้าของเกษตรกร ที่นำมาร่วมแสดงด้วย
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

ประจวบคีรีขันธ์_ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ตำรวจ ตชด. เปิดยุทธการล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ยึดยาบ้า 5,431 ไอซ์ 4.7 กรัม

วันที่ 9 ก.ค.2569 จากการสั่งการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก นายชาญชัย มูลมาก ป้องกันจังหวัด นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก นำโดย ด้วยนายชลิต  เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง นายอรุษ  ห้วย  หงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายธนากร ลือวิมล ผญ.หมู่ที่ 4  ต.นาหูกวาง นายวุฒิชัย อำนวยผล ผญ.หมู่ทึ่ 8 ต.อ่างทอง นายสุพจน์ ทองมี ผญ.หมู่ที่ 9 ต.นาหูกวาง นายอนุรักษ์ ใจอาษา สารวัตรกำนัน ต.อ่างทอง นางสาววิไลพร  สาลี ผช.ผญ.หมู่ที่ 9 ต.นาหูกวาง นายชัยสวัสดิ์  แสงสุวรรณ ผช.ผญ.หมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง นายจิราชัย บ่อแก้ว ผช.ผญ. หมู่ที่ 11ต.อ่างทอง ชุดศอ.ปส.จ.ปข. ชุดปฎิบัติการสุนัขสงคราม K9 กก.ตชด.ที่ 14 ชุดผู้กล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุด อส.อำเภอทับสะแกที่ 6 พร้อม กำลังฝ่ายปกครอง 
ได้ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ตามข้อร้องเรียน ผลการปฎิบัติ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ จำนวน 4 ราย 1.นายประเทือง(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก  พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 5,431 เม็ด กับเป็นชิ้นและเป็นผง น้ำหนักจำนวน 8.38 กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์) น้ำหนัก จำนวน 4.7 กรัม
    ดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ยาไอซ์)โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย 2.นายพงษ์เทพ(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง ดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย 3.นายสถาพร(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลทับสะแก  เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน) สมัครใจเข้ารับการบำบัด 4.นางสาวปรีดาภรณ์(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน) สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาที่ รพ.ทับสะแก จากนั้นนำผู้ต้องหาส่ง สภ.ทับสะแก ดำเนินคดี
/////////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

สุพรรณบุรีตำรวจทางหลวงสาลีเห็นหนุ่มขับรถตู้ทึบแช่ขวาเรียกตรวจเจอยาบ้า

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะที่ ร.ต.อ.ประพงษ์ อุ่นละม้าย  หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงสาลี พร้อม ด.ต.ชัยวัฒน์ เข็มทอง ด.ต.ธนบัตร ส...