Thursday, May 28, 2026

“ต้านข่าวปลอม สร้างความมั่นคงชายแดนใต้” กอ.รมน. บูรณาการรับมือข้อมูลเท็จออนไลน์ มุ่งสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่

วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.30 น.  ณ  ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลตรี สัมพันธ์ อิสริยะเดชะ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบิดเบือนข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายวนภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีการหารือ ติดตามผลการดำเนินงาน และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชน และลดผลกระทบจากข้อมูลเท็จที่อาจส่งผลต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานด้านการสื่อสาร ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมประชุม
โดยในที่ประชุม หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข สำนักสารสนเทศ และศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้บรรยายสรุปการดำเนินงานด้านการสื่อสาร ทั้งการประเมินการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ การจัดทำ Social Listening การต่อต้านการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ พลตรี สัมพันธ์  อิสริยะเดชะ กล่าวว่า “ประเด็นที่ทุกหน่วยได้ร่วมชี้แจงเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศ การประสานงาน การระดมความคิด และการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชน ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ อยากให้เพิ่มมิติการสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 
ขณะเดียวกัน ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชน ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดกรอบและทิศทางการสื่อสารของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ โดยต้องดำเนินงานควบคู่ทั้งมิติด้านความมั่นคงและการพัฒนา เพื่อมุ่งสู่การสร้างสันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป”

“สวนนงนุชพัทยา” กระตุ้นท่องเที่ยวไทยช่วง Green Season (เขียวกลางฝน)ส่งโปรโมชั่นใหญ่กลางปี “ซื้อ 1 แถมฟรีอีก 1” ตลอดเดือนมิถุนายน

    สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยช่วง Green Season เปิดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย “ซื้อ 1 แถมฟรีอีก 1” ตลอดเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกมาสัมผัสธรรมชาติ สวนสวยระดับโลก และเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ท่ามกลางบรรยากาศเขียวสดชื่นของฤดูฝน
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ Walk-in ซื้อบัตรผ่านประตูพร้อมชมการแสดง (Package 3) จำนวน 1 ใบ รับฟรีทันทีอีก 1 ใบ 
นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์เพื่อสังคมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ได้แก่
เด็กส่วนสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร เข้าฟรีทุกวัน (เมื่อมากับครอบครัว)
ผู้พิการ เข้าฟรีทุกวัน
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันศุกร์
ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันตลอดปี
  •   นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวตรงกับวันเกิด รับสิทธิ์ผ่านประตูเข้าชมสวนฟรี สิ้นสุดถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ภายในสวนนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระพุทธรูปสำคัญจากนานาชาติ อาทิ พระสังกัจจายน์ พระพิฆเนศ พระพรหม รวมถึงพระพุทธรูปองค์แทนพระพุทธศาสนาจากนานาชาติ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ 7 องค์ จากทั้งหมด 11 องค์ พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณ  นอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับอาณาจักรไดโนเสาร์กว่า 1,800 ตัว และแลนด์มาร์กใหม่ “เมืองอียิปต์” จุดเช็กอินแห่งใหม่ของพัทยา ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ผู้ที่สนใจยังสามารถรับชม “นงนุชโชว์” ณ โรงละครสกาลา ซึ่งเปิดการแสดงวันละ 4 รอบ โดยสวนนงนุชพัทยาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

รายอฮัจย์ชายแดนใต้คึกคัก ‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ ส่งความห่วงใย-แจกไอศกรีมเยาวชน 4 จังหวัด ย้ำจุดยืนหนุนสันติภาพ

       บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัดฮา (รายอฮัจย์) ประจำปี ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนชาวไทยมุสลิมร่วมประกอบพิธีทางศาสนาและทำพิธีกุรบานอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส่งมอบความห่วงใยและแจกไอศกรีมแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำแนวทางการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนผ่านความมั่นคงและความเท่าเทียม
     ช่วงเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัดฮา หรือ "รายอฮัจย์" ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ปีนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พี่น้องชาวไทยมุสลิมต่างร่วมใจกันปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งการละหมาดรายอ และการทำพิธีอุฎฮิยะฮ์ (กุรบาน) ซึ่งเป็นการเชือดสัตว์พลีทานเพื่อแจกจ่ายเนื้อสัตว์ให้แก่ผู้ยากไร้และคนในชุมชน นอกจากนี้ ชุมชนต่างๆ ยังกลับมามีชีวิตชีวาจากการที่บุตรหลานเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัว
    ในโอกาสการเฉลิมฉลองดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ส่งความปรารถนาดีมายังประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมมอบความสุขให้กับเด็กและเยาวชนผ่านการแจกไอศกรีมในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จังหวัดปัตตานี อำเภอหนองจิก, อำเภอยะรัง, อำเภอยะหริ่ง, อำเภอสายบุรี, อำเภอมายอ และอำเภอเมือง จังหวัดยะลา อำเภอยะหา, อำเภอกาบัง และอำเภอรามัน จังหวัดสงขลา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอเทพา จังหวัดนราธิวาส อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร
    ผู้สื่อข่ารายงานเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวเน้นย้ำอย่างต่อเนื่องถึงประเด็นการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ระบุว่า ความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ เมื่อประชาชนรู้สึกปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต และได้รับการปฏิบัติด้วยความเท่าเทียม พรรคประชาชาติและตัวท่านเองยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นกระบอกเสียงและร่วมทำงานเพื่อทลายกำแพงความไม่เข้าใจ และสร้างสะพานเชื่อมความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมพหุวัฒนธรรมแห่งนี้
    จากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส พบว่าประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ต่างแสดงความรู้สึกยินดีต่อกิจกรรมและการส่งมอบความห่วงใยดังกล่าว
    นายอิมรอน ยีเลาะปอหะ ตัวแทนชาวบ้านใน อ.เมือง จ.ปัตตานี ให้สัมภาษณ์ว่า "ปีนี้ลูกหลานกลับบ้านกันครบหน้า การได้ยินคำอวยพรและความห่วงใยจากผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยและทำงานให้พื้นที่มาตลอดอย่างท่านทวี ทำให้พวกเรารู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้ง วันรายอปีนี้จึงมีแต่รอยยิ้มและความสุขจริงๆ ตั้งแต่รู้จักท่านมา ท่านเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ที่มาจากกรุงเทพฯ ที่คนในพื้นที่ไม่เคยลืม มาเป็นข้าราชการทางการเมืองยิ่งไม่ทอดทิ้งชาวบ้าน ขอขอบคุณท่านทวีที่มอบกำลังใจส่งความสุขให้พวกเราในวันรายอฮัจย์ปีนี้"
     น.ส.ตอฮีเราะ มูซอ ชาวจังหวัดยะลา กล่าวเสริมว่า ชุมชนของตนเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้รับกำลังใจจาก พ.ต.อ.ทวี รายอปีนี้ถือเป็นรายอที่ดีกว่าทุกปี เพราะเด็กๆ และเยาวชนได้กินไอศกรีมอย่างมีความสุข
       ด้านตัวแทนกลุ่มเยาวชน นายเฟาซัน สะอะ เยาวชนจาก อ.ยะหา จ.ยะลา ระบุว่า "ผมเคยเห็นท่านทวีในทีวี ปีนี้กลับบ้านได้รับกำลังใจจากท่านที่ส่งรอยยิ้มมาเป็นไอศกรีมให้พวกเราเยาวชนได้มีความสุขในวันรายอ ขอขอบคุณมากๆ"
       ขณะที่ ด.ญ.รีฟัต ตีมุง เยาวชนวัย 5 ขวบ จาก จ.นราธิวาส กล่าวว่า  "ไอศกรีมอร่อย ชอบมาก ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีส่งของอร่อยมาให้ ปีหน้าอยากกินอีก"
    เทศกาลรายอฮัจย์ในพื้นที่ชายแดนใต้ปีนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงทั้งความศรัทธาทางศาสนา และความร่วมมือร่วมใจจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนพื้นที่ไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนต่อไป

PEA สุพรรณบุรี ให้ความรู้นักศึกษาระดับปวช.-ปวส.เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA

ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี นายเมธี สุกก่ำ (ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรม"อบรมให้ความรู้นักศึกษาระดับ ปวช.,ปวส.เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าภายใต้โครงการชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA ประจำปี 2569 โดยมี นายสาโรจน์ แช่มช้อย ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด สุพรรณบุรี กล่าวรายงาน  มี นายวิชัย เศรษฐพานิช  นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ นายมนตรี สาธุพันธ์  รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์   คณะครู อาจารย์ ผู้บริหาร พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และนักศึกษา เข้ารับการอบรม 50 คน 
โครงการ "ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA" เป็นโครงการที่สำคัญ ที่ขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าของประชาชน โดยได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากทั้ง สคร.(สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ) และก.พ.ร.(สำนักงานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ) ซึ่งการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ดังนี้ 1 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และทักษะทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้แก่นักศึกษาในการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ถูกวิธี และปลอดภัย  2 เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย ในการใช้ไฟฟ้า และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชนในพื้นที่ 3 เพื่อส่งเสริมเครือข่ายจิตอาสา โดยนำนักศึกษาด้านอาชีวศึกษา มาปฏิบัติงานร่วมกับ PEA ในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าเบื้องต้น ให้แก่ชุมชนโดยไม่มี ค่าใช้จ่าย
สำหรับการอบรมในครั้งนี้ มีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี ระดับ ปวช.และ ปวส. สาขาช่างไฟฟ้า เข้าร่วมจำนวน 50 คน โดยจะมีการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ณโรงเรียนบ้านโพธิ์ตะวันตก และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพธิ์จะวันออกเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงปลอดภัย โดย PEA สนับสนุนงบประมาณในการอบรม และปรับปรุงระบบไฟฟ้า ในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ เป็นเงินทั้งสิ้น 200,500 บาท
ทางด้านนายเมธี สุกก่ำ กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการให้บริการ ด้านพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญสูงสุดกับ "ความปลอดภัย" และ "ความรับผิดชอบต่อสังคม" โครงการนี้ถือเป็น สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ระหว่างหน่วยงานรัฐ สถานศึกษา และชุมชน จึงขอชื่นชมน้องๆ นักศึกษา ทั้ง 50 คน ที่ได้เสียสละเวลามาเพิ่มพูนทักษะ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการดูแลสังคม การที่พวกเราได้นำวิชาความรู้ในห้องเรียน มาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบ และซ่อมแชมระบบไฟฟ้าให้แก่โรงเรียน และสถานพยาบาลนั้น ถือเป็นการสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริง  ช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย และสร้างความอุ่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนในตำบลบ้านโพธิ์  
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ ๒ งานจ้างสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แม่น้ำท่าจีน จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ ๒ งานจ้างสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แม่น้ำท่าจีน จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมรับฟังข้อมูลโครงการ แนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสำรวจและออกแบบโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการประชุมงานจ้างสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของผลการจัดทำการออกแบบรายละเอียดของโครงการตามข้อเสนอแนะจากการจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ ๑ ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทุกภาคส่วนรับทราบ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำมาปรับแก้ไขแบบร่างรายละเอียดให้มีความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่และความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

เทศบาลตำบลสามง่าม ประชุม คณะผู้บริหาร เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้ง รับฟังปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานของแต่ละกอง

    ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบล     สามง่าม ชั้น 3 นายสมรัก  มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วย ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เป็นประธาน ในการประชุม คณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสถานศึกษา หัวหน้าฝ่าย  ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้ง    รับฟังปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานของแต่ละกอง/ฝ่าย 
ในการนี้ นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ได้ประดับขีดให้กับคุณครูโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดลำลูกบัว ที่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะให้ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

พิษณุโลก ป่าไม้-พระสงฆ์-ประชาชน ร่วมปลูกป่า "วันต้นไม้ประจำปีของชาติ" ณ.วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช

 วันนี้  28 พฤษภาคม  2569 นายชัยวัฒน์ แสงศรีจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลกเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569 โดยนายบรรจง  ศรีใจวงศ์ ผอ.ส่วนส่งเสริมการปลูกป่า กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ว่า คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ แทนวันเข้าพรรษาให้ส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม และทุกจังหวัดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในสถานที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กอปรกับในเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นเดือนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นโอกาสมหามงคลอย่างยิ่งร่วมกันแสดงความจงรักภักดี สดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ ที่ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องความกตัญญูที่มีต่อสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี ในการสืบสานรักษาต่อยอดพระราชดำริ พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กรมป่าไม้จึงกำหนดให้จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569 โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ณ วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลบึงพระ อ.เมือง
ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก กล่าวว่าร่วมปลูกต้นไม้กับพระสงฆ์และอีกหลายภาคส่วนที่หน้าอาคารวิทยาลัยสงฆ์ โดยปลูกต้นอินทนิล, ต้นเหลืองปรีดียาธรและต้นเหลืองเชียงรายจำนวน 2,500 ต้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอบคุณภาคประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้อันเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ร่วมกันกระทำความดี ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว อันเป็นการลดภาวะโลกร้อน
//ป๊อกกองปราบ ภาพข่าว//

“ต้านข่าวปลอม สร้างความมั่นคงชายแดนใต้” กอ.รมน. บูรณาการรับมือข้อมูลเท็จออนไลน์ มุ่งสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่

วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.30 น.  ณ  ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัต...