Tuesday, July 14, 2026

ม.ทักษิณ จับมือ กสม. หนุนธรรมนูญอูรักลาโว้ยเกาะลันตา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาการร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันการจัดทำ (ร่าง) ธรรมนูญชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ให้เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิ อนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน
มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยสถาบันส่งเสริมการบริการวิชาการ ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และภาคีเครือข่าย จัดเวทีขับเคลื่อนการจัดทำ (ร่าง) ธรรมนูญชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย
การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอของชุมชน เพื่อนำไปสู่การจัดทำธรรมนูญชาติพันธุ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชาวอูรักลาโว้ย ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล
มหาวิทยาลัยทักษิณนำองค์ความรู้ด้านการวิจัยและการบริการวิชาการมาสนับสนุนกระบวนการจัดทำธรรมนูญชาติพันธุ์ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ข้อเสนอที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย และเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
เวทีดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน คุ้มครองความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาติพันธุ์ โดยมหาวิทยาลัยทักษิณยังคงมุ่งใช้ศักยภาพด้านวิชาการเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

นายกอบจ.สงขลา เป็นประธานกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ ตลาดน้ำบางกล่ำ หมู่ที่ 4 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา โดยมี นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายธีระวุฒิ เรืองศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอบางกล่ำ นายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ นายบุญเจอ กัลป์ยาศิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ นางสาวนงค์เยาว์ มณี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสงขลา นางสุนิสา เลาประสพวัฒนา ประมงอำเภอบางกล่ำ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม
          นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพประมง เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตรที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้ประชาชน การเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งอาหาร เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในระยะยาว
          ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยกองส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำอย่างต่อเนื่องไปแล้ว 4 อำเภอ (นาทวี , รัตภูมิ , สทิงพระ , เทพา) ก่อนขยายการดำเนินงานมายังอำเภอบางกล่ำ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัด อันเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
          สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ปล่อยลูกกุ้งก้ามกราม จำนวน 1,000,000 ตัว ซึ่งเพาะพันธุ์โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสงขลา ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดหลายชนิด รวมถึงลูกกุ้งก้ามกรามจากวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2569 มีพันธุ์สัตว์น้ำสำหรับปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วจังหวัดสงขลา รวมทั้งสิ้น 3,920,000 ตัว เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเสริมความเข้มแข็งให้กับอาชีพประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย -กัมพูชา

สภาพเศรษฐกิจ ผลกระทบและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ระหว่างวันจันทร์ที่ 13 - วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดตราด และจังหวัดจันทบุรี
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 - 16.00 นาฬิกา ณ ศาลากลางจังหวัดจันบุรี
 คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา นำโดย นายกัมพล  สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยกรรมาธิการ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้พบปะ สนทนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนางคณิตา  ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นาวาเอก นฤมิต ศุขสมิติ  รองเสนาธิการ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)  หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำภาคเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมด้านเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรี สถานการณ์การเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา สภาพเศรษฐกิจ ผลกระทบและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง
นายกัมพล สุภาแพ่ง กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา มีหน้าที่ในการพิจารณาศึกษา ติดตาม และเสนอข้อคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในประเด็นด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การลงทุน การค้า และการพัฒนาประเทศ การเดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชายแดน การค้าชายแดน การประกอบธุรกิจของภาคเอกชน และมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
ประธานคณะกรรมาธิการกล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการเกษตร การค้าชายแดน การส่งออก การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พื้นที่ชายแดนมีความเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายมิติ คณะกรรมาธิการจึงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงสะท้อนจากจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายมีความครบถ้วน รอบด้าน และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของพื้นที่

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรี สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ผลกระทบต่อการค้าชายแดน การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การลงทุน ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ตลอดจนมาตรการที่จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเพื่อดูแลประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมทั้งข้อจำกัดและอุปสรรคที่ควรได้รับการสนับสนุนหรือผลักดันในระดับนโยบาย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการเห็นว่า การกำหนดมาตรการช่วยเหลือและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน จำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจากพื้นที่จริง และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้มาตรการของรัฐสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างตรงจุด รวดเร็ว และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอต่อวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา การเยียวยาผู้ประกอบการ การฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดน และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดจันทบุรีและประเทศต่อไป

สิงห์บุรี - วัฒนธรรมสิงห์บุรีแถลงข่าว “แห่เทียนจำนำพรรษายายดอกไม้ (ตักบาตรดอกไม้)” ชูอัตลักษณ์ลาวเวียง หนุนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี จัดแถลงข่าวการจัดงาน “สืบสานประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษายายดอกไม้ (ตักบาตรดอกไม้)” ชาวลาวเวียง ตำบลบ้านแป้ง ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569 โดยมี นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี, นายประสิทธิ์ พุ่มไม้ชัยพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี, นางสนอง โพธิ์วัน ปราชญ์ชุมชนลาวเวียงตำบลบ้านแป้ง และ พระครูปริยัติกิจจานุกูล เจ้าอาวาสวัดจินดามณี ร่วมแถลงถึงความสำคัญของประเพณีและแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า ประเพณีดังกล่าวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และความศรัทธาของชุมชนชาวพุทธเชื้อสายลาวเวียงในตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี ที่ยังคงสืบทอดขนบธรรมเนียม ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างเข้มแข็ง ทั้งด้านอาหาร การแต่งกาย ศิลปะ และหัตถกรรมพื้นบ้าน
ประเพณีนี้ได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 โดยวัดจินดามณี และได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดสิงห์บุรีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยในปี 2569 นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 14
กิจกรรมเด่นภายในงาน
เวียนเทียนพระบรมธาตุเจดีย์บ้านแป้ง ขบวนแห่เทียนจำนำพรรษา
นิทรรศการประวัติชาวลาวเวียงและตักบาตรดอกไม้ สาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและอาหารพื้นถิ่น
การแสดงศิลปวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ประกวดกวนกระยาสารทประกอบลีลา พิธีตักบาตรดอกไม้พระสงฆ์ 75 รูป ซุ้มถ่ายภาพและร้านอาหารพื้นบ้าน (เข้าร่วมฟรี)
กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29–30 กรกฎาคม 2569 ณ วัดจินดามณี ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ด้านวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ระบุว่า ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับ “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่ Soft Power สร้างรายได้ให้ชุมชน ควบคู่การอนุรักษ์มรดกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ จังหวัดสิงห์บุรีมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ได้แก่ ลาวเวียง ลาวแง้ว ไทยพวน และไทยญวน โดยในปีงบประมาณ 2570 จะเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมสำคัญของแต่ละกลุ่ม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้แสดงอัตลักษณ์ ถ่ายทอดภูมิปัญญา และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมลาวเวียง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ในงานครั้งนี้อย่างใกล้ชิด
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน

สำนักงานพัฒนาชุมชน จ. มุกดาหาร จัดทำโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยปี2569 (OTOP Product champion:Opc) ระดับจังหวัด

 14/7/69  เวลา  10.00น 
 นาง กาญจนา รัตนเมกุล  พัฒนาการจังหวัดมุกดาหาร มาเป็นประธานเปิดโครงการคัดสรรสุดยอด หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี2569( OTOP ProductChampion. :Opc) ระดับจังหวัด  โดยมี นางสาว ณฐมน ศรีอาจ  ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชนกล่าวรายงาน    
กรมการพัฒนาชุมชนได้รับมอบหมายจากคณะอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) ให้รับผิดชอบดำเนินการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP Ptoduct Champion : OPC) ต่อเนื่องจากการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP  เป็นประจำทุก2ปี มาตั้งแต่ปี 2546 เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ OTOP  ได้มีโอกาสพัฒนาให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับแก่บุคคลทั่วไปจนสามารถใช้เป็นแหล่งสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมนุมอีกทั้ง เป็นการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP  และชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานระดับสากล  มีผู้ประกอบการเข้าร่วมคัดสรรหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย  จังหวัดมุกดาหารมีผู้เข้าร่วมคัดสรรทั้งสิ้น  74 กลุ่ม/ราย  173 ผลิตภัณฑ์ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดกิจกรรมคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569  ณ  ห้องประชุม บอลลูน โรงแรม ธารจินดารีสอร์ท  อ.เมือง จ.มุกดาหาร  
*******************************
ภาพ/ข่าว สมชัย อุปัญญ์0878139853

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศให้บูรพาจารย์ ณ วัดเจริญราษฎร์บำรุง (หนองพงนก) ตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

       นายเกียรติศักดิ์  ธนาวรรณโอภาส  นายอำเภอกำแพงแสน  เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศให้บูรพาจารย์ ณ วัดเจริญราษฎร์บำรุง (หนองพงนก) ตำบลสระพัฒนา  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม  โดยความเมตตาในการดำเนินงานของพระครูอดุลประชารักษ์ เจ้าเจริญราษฎร์บำรุง  ในการนี้ ผศ.ว่าที่ ร.ต.ภูมิพัฒน์ ธนัชญาอิศม์เดช ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตฯเกษตรกำแพงแสน  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระสี่มุม ผู้นำทัองที่ตำบลสระพัฒนา  พร้อม   คุณ สมัชชา   ศรีทันดร  เจ้าของบริษัทเค็กหนองพงนก ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่ร่วมพิธีทำบุญเพื่อแสดงความกตัญญูและน้อมรำลึกถึงบูรพาจารย์ในการนี้ด้วย                     //สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

โค้งสุดท้าย..!! ประกันสังคมประจวบฯ ออกรณรงค์ผู้มีสิทธิประกันตน มาตรา 33,39,40 ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดบริหารประกันสังคม 27 ก.ย. 69

วันที่ 14 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวศิริหทัย แท่นแก้ว ประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ร่วมออกรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 โดยผู้มีสิทธิประกันตน หรือผู้ใช้สิทธิประกันสังคม มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 
คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ผู้ประกันตน 
นายจ้าง มีสัญชาติไทยมีสถานะเป็นผู้ประกันตนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ก่อนเดือนที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง (พฤศจิกายน 2568 - เมษายน 2569) จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน (ภายใน 6 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง) กำหนดให้มีการลงทะเบียนให้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มีถุนายน - 15 กรกฎาคม 2569
สำหรับผู้มีสิทธิประกันสังคมสามารถ เข้าลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังช่องทางลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งแอปพลิเค ชัน ณ สำนักงานประกันสังคม SSO+
กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาของสำนักงานประกันสังคม (ได้ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตน) ดังนี้ ตลอด 24 ชั่วโมงและสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งฯ ได้ที่ ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน
เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต)
02-956 2929 สายด่วน ทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. 1506 กด 9
 "เตรียมเสียงของคุณให้พร้อม กับการกำหนดอนาคตของกองทุนประกันสังคม เลือกตั้ง 69" ได้ที่ www.sso.go.th
1506สายด่วน 24 ชั่วโมง สำหรับหน่วยเลือกตั้งจะมีที่ ที่ว่าการอำเภอ หรือ หอประชุมอำเภอทุกอำเภอ หรือตามที่ คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด
/////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย  จ.ประจวบคีรีขันธ์  รายงาน  0623644468

ม.ทักษิณ จับมือ กสม. หนุนธรรมนูญอูรักลาโว้ยเกาะลันตา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาการร...