Thursday, June 25, 2026

ไดอาน่ากรุ๊ป จัดทริปผู้บริหารเอ็กซ์คลูซีฟ “ไดอาน่า เอ้าท์ติ้ง แชร์ริ่ง โปรฟิต 67-68” เติมพลังหาไอเดียใหม่เพื่อยกระดับการให้บริการ

มีรายงานว่า ไดอาน่ากรุ๊ปได้จัดกิจกรรมการเดินทางไปศึกษาดูงานภายใต้โครงการ “ไดอาน่า เอ้าท์ติ้ง แชร์ริ่ง โปรฟิต 67-68” เส้นทาง พัทยา-ระยอง-จันทบุรี โดยมี นางโสภิญ เทพจักร์ กรรมการผู้จัดการพร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเดินทางในทริปดังกล่าว
กิจกรรมจะเป็นทริปการเดินทาง 2 วัน 1 คืน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ด้วยการท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรม เป็นการพักผ่อนเปิดมุมมองใหม่ๆ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ด้านการบริหารงานโรงแรม 
โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ สัมผัสธรรมชาติ ด้วยการเดินชมวิวป่าชายเลนสุดร่มรื่นที่ทุ่งโปรงทอง จ.ระยอง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ พร้อมแวะรับลมทะเลที่จุดชมวิวเนินนางพญา, ศึกษาดูงานโรงแรมด้านงานบริการระดับ 4 ดาวที่ Peggy’s Cove Resort จันทบุรี เพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ นำไอเดียใหม่ๆ นำเอามาตรฐานการบริการมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโรงแรมในเครือไดอาน่ากรุ๊ปต่อไปด้วย 
นอกจากนี้ทางคณะผู้บริหารไดอาน่ากรุ๊ป ยังได้ซึมซับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในท้องถิ่น แวะถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่สวยงามของอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นที่ชุมชนริมน้ำจันทบูร ซึ่งคณะผู้บริหารได้ร่วมกันทำบุญถวายสังฆทานเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดการเดินทาง
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา กกร.จังหวัดสงขลา แถลงข่าว “100 วันก่อนมรสุม ภาคเอกชนสงขลาเรียกร้องนายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งอนุมัติแผนป้องกันน้ำท่วม ก่อนเศรษฐกิจภาคใต้เสี่ยงเสียหายซ้ำ”หาดใหญ่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ห้องบอลรูม 1 โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.) จัดแถลงข่าว เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ใช้โอกาสการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในระหว่างวันที่ 9–10 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ แวะตรวจความพร้อมด้านการป้องกันอุทกภัยของเมืองหาดใหญ่ พร้อมรับฟังข้อเสนอที่ภาคเอกชนเตรียมไว้ ก่อนเข้าสู่ช่วงมรสุมปลายปีที่เหลือเวลาไม่ถึง 100 วัน ภาคเอกชนเห็นตรงกันว่า ปัญหาน้ำท่วมในหาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสาธารณูปโภค แต่เป็น ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจระดับยุทธศาสตร์ของภาคใต้ ที่ส่งผลกระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน การขนส่ง และความเชื่อมั่นของประเทศ
จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปี 2568 จังหวัดสงขลาประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 87,800 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดของภาคใต้ในรอบหลายทศวรรษ
ความเสียหายสำคัญประกอบด้วย
• เศรษฐกิจเมืองหยุดชะงักกว่า 23,800 ล้านบาท
• รถยนต์ เครื่องจักร และทรัพย์สินภาคเอกชน เรียกเคลมจำนวน 107,934 ราย ค่าเสียหายกว่า 22,000 ล้านบาท
• นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียลดลงกว่า 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในช่วงเดือนธันวาคม
• รายได้ภาคท่องเที่ยวหายไปประมาณ 9,660 ล้านบาท ในเดือนธันวาคม ลดลงกว่า 54% เทียบกับช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน
• การค้าชายแดนและระบบโลจิสติกส์หยุดชะงัก ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานของภาคใต้ทั้งหมด
กกร. ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงความเสียหายจากน้ำท่วม แต่คือ การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว และคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู
 
 
ข้อเสนอเร่งด่วน 3 ประการต่อรัฐบาล
1. นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ด้วยตนเอง
เพื่อติดตามความพร้อม รับฟังข้อเท็จจริงจากภาคเอกชน และสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจของภาคใต้
2. จัดตั้ง War Room บริหารจัดการน้ำจังหวัดสงขลา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
กกร.ขอให้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คณะทำงานบริหารจัดการน้ำจังหวัดสงขลา ที่มีอำนาจสั่งการและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพ โดยลงมาบัญชาการด้วยตนเอง
3. เร่งอนุมัติงบประมาณโครงการสำคัญก่อนฤดูมรสุม
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันในปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 100 วันจะเข้าฤดูมรสุม เหลือระยะเวลาในการทำงานไม่มาก ไม่ใช่หลังเกิดความเสียหายแล้วจึงเริ่มแก้ไข
 
 
 งบประมาณสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน
1. งบเร่งด่วน จากงบกลาง 34.9 ล้านบาท
สำหรับขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดวิกฤต พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่
2. งบฟังก์ชันกรมชลประทาน 1,174.379 ล้านบาท
เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน คลองหลัก และระบบบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ
3. งบฟังก์ชันเทศบาลนครหาดใหญ่ 1,079 ล้านบาท
สำหรับปรับปรุงระบบระบายน้ำเมือง เสริมสร้างความพร้อมของเครื่องจักรกล ยานพาหนะและอุปกรณ์ด้านการป้องกัน และโครงสร้างพื้นฐานรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก
 
 “หาดใหญ่ไม่ได้ขาดแผน แต่ขาดความเร็วในการตัดสินใจ”
ภาคเอกชนยืนยันว่า ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีข้อมูล แผนงาน และโครงการรองรับครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ต้องการคือการเร่งรัดการตัดสินใจและการจัดสรรงบประมาณให้ทันก่อนฤดูมรสุม
หากสามารถผลักดันโครงการสำคัญเหล่านี้ได้ทันเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาท รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน และปกป้องบทบาทของหาดใหญ่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภาคใต้
 
คำกล่าวจาก นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรงประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา
ที่ผ่านมา อยากขอบคุณรัฐบาลที่มีการให้เม็ดเงินมากระตุ้นการท่องเที่ยว การจัดงาน ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งภาคเอกชนใน กกร.ของเราก็พยายามเต็มที่ในการฟื้นเมืองหาดใหญ่กลับมาให้เร็วที่สุด “วันนี้หาดใหญ่ไม่ได้ขอให้รัฐบาลศึกษาเพิ่มเติม เพราะข้อมูลและแนวทางแก้ไขมีพร้อมแล้ว สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการคือการตัดสินใจที่รวดเร็วพอในการผลักดันงบประมาณในลงสู่พื้นที่ ก่อนที่ฝนจะกลับมาอีกครั้ง”
 “หากเราพลาดโอกาสในช่วง 100 วันจากนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของประชาชนหรือผู้ประกอบการ แต่หมายถึงความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจภาคใต้ทั้งระบบ ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุน การท่องเที่ยว และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”
นางสาวอรวรรณ ศิริวราสันติ์
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา“วันนี้ภาคเอกชนไม่ได้ต้องการเพียงคำสัญญา แต่ต้องการเห็นแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการน้ำและป้องกันน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับรู้ร่วมกันว่า เราพร้อมรับมือมากแค่ไหน
เวลานี้เราเหลือเวลาไม่ถึง 100 วันก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม ซึ่งถือเป็นหน้าต่างเวลาสำคัญอย่างยิ่ง ต่อให้เริ่มลงมือวันนี้ เรายังไม่แน่ใจว่าจะทันหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ หากเราไม่ทำอะไรเลย ความเสียหายจะเกิดขึ้นซ้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับภาคอุตสาหกรรม น้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่เรื่องน้ำในพื้นที่ แต่หมายถึงสายการผลิตที่หยุดชะงัก การขนส่งที่สะดุด ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงทันที
เราไม่มีสิทธิปล่อยให้หาดใหญ่ต้องเผชิญเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกครั้ง เพราะต้นทุนของความล่าช้า วันนี้สูงเกินกว่าที่เศรษฐกิจของสงขลาและภาคใต้จะรับไหวแล้ว”
 
 
 

​โรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย จัดพิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2569 สืบสานประเพณีอันดีงามและแสดงความกตัญญูกตเวทิตา

​หนองคาย – โรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย จัดกิจกรรม "พิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2569" เพื่อให้นักเรียนและนักกีฬาในสังกัดได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทิตาและความเคารพต่อครูอาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้และทักษะการกีฬา โดยมี ว่าที่ร้อยตรีวรภัทร วงษ์ปัตตา ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน
ภายในพิธี ตัวแทนนักเรียนจากแต่ละระดับชั้นได้ร่วมกันนำพานดอกไม้ ธูปเทียน ที่ตกแต่งอย่างสวยงามและแฝงไปด้วยความหมายอันเป็นมงคล เข้ากราบไหว้ระลึกถึงพระคุณครู จากนั้นประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นำสวดมนต์ และทำพิธีเจิมหนังสือ-อุปกรณ์การเรียน เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่

Wednesday, June 24, 2026

ศิษยานุศิษย์ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล 50 วัน “หลวงปู่บัวเกตุ” พระเกจิผู้เปี่ยมเมตตาแห่งวัดช่องลมนาเกลือ

วันที่ 24 มิ.ย.69 ที่ศาลาพิพิธภัณฑ์พระมหาบุรพาจารย์ (ศาลาเรือนไทย) วัดช่องลมนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายแด่ พระราชวัชรปัทมคุณ หรือ “หลวงปู่บัวเกตุ” อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 13 และอดีตเจ้าอาวาสวัดช่องลมนาเกลือ พระเกจิผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในจังหวัดชลบุรีและทั่วประเทศ
 โดยมีพระครูวิมลธรรมสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดช่องลมนาเกลือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีเพื่อร่วมอุทิศถวายเป็นกุศลและแสดงความอาลัยต่อการละสังขารของหลวงปู่บัวเกตุ ซึ่งมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สิริอายุ 91 ปี 72 พรรษา
สำหรับ พระราชวัชรปัทมคุณ หรือ “หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร” เป็นพระเถระผู้มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและพัฒนาวัดช่องลมนาเกลือให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่ ท่านเป็นพระนักพัฒนาและพระนักปฏิบัติที่ยึดมั่นในหลักธรรม มีเมตตาธรรมสูง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง โดยตลอดระยะเวลาที่ดำรงสมณเพศได้อุทิศตนเผยแผ่พระพุทธศาสนา สร้างคุณูปการแก่สังคมและชุมชนเป็นอเนกประการ จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระราชวัชรปัทมคุณ”
แม้หลวงปู่บัวเกตุจะละสังขารไปแล้ว แต่คุณูปการและคำสั่งสอนอันทรงคุณค่าของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำและเป็นแบบอย่างแห่งการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมแก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนสืบไป
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ศึกษาดูงานกองบิน 3 ติดตามแนวคิดการควบคุมและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ นำโดย นายไชยยงค์  มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เดินทางศึกษาดูงาน ณ กองบิน 3 อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เพื่อรับทราบแนวคิดการควบคุมและการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-UAS) ตลอดจนการปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศ
ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้รับฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานที่สำคัญของกองทัพอากาศ อาทิ แผนพัฒนาอากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศ ระยะ 25 ปี แนวทางการพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับ การบูรณาการระบบและการพัฒนายุทธวิธีร่วมระหว่างเหล่าทัพ ตลอดจนการนำโดรนพระราชทานมาใช้สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง การบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้รับทราบถึงการบูรณาการการปฏิบัติงานของระบบอากาศยานไร้คนขับของกองบิน 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และการปฏิบัติการ โดยมีเป้าหมายให้เป็นต้นแบบ (Model) สำหรับการขยายผลไปยังฐานบินอื่น ๆ ของกองทัพอากาศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและรักษาความมั่นคงทางอากาศของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
https://www.facebook.com/share/p/1CGWEt641P/

สรรเพชญ ส่ง“วีระยุทธ” ติดตามนโยบาย ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาจราจร พัฒนาลาน 83 ไร่ และผลักดันระบบ Truck Queue ยกระดับโลจิสติกส์ไทย

         เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตามข้อสั่งการของนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายธนะพงษ์ สวัสดิ์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3 (ชลบุรี) นายภัทรพล สีดอกบวบ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชลบุรีที่ 2 พร้อมด้วยผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง
      การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ ประกอบด้วย แผนการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง การพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อใช้เป็นลานอเนกประสงค์รองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ และความคืบหน้าการทดสอบระบบ Truck Queue เพื่อบริหารจัดการการเข้า-ออกของรถบรรทุกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายวีระยุทธ กล่าวว่า นายสรรเพชญได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของไทย
“สิ่งที่กระทรวงคมนาคมต้องการเห็นคือความก้าวหน้าที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ทุกโครงการต้องมีเป้าหมาย มีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน และมีตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งต่อผู้ประกอบการ ภาคการขนส่ง และประชาชนในพื้นที่” นายวีระยุทธ กล่าว

นายวีระยุทธ ได้ติดตามรายละเอียดแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ในส่วนของพื้นที่ 83 ไร่ ได้กำชับให้เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ลดความแออัดภายในท่าเรือ และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ได้ติดตามความคืบหน้าระบบ Truck Queue ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการการจราจรภายในท่าเรือ โดยได้มอบหมายให้มีการใช้งานอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการลดระยะเวลารอคอย การลดปริมาณรถสะสม และการเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของรถบรรทุก เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการขยายผลในระยะต่อไป

“ท่าเรือแหลมฉบังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ การพัฒนาในทุกมิติต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการนำนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ” นายวีระยุทธ กล่าว

ภายหลังการประชุม นายวีระยุทธ และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและแล้วเสร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ชาวบ้านบ่อโพธิ์ร่ำไห้ ถูกหักหลัง! ทนายรณณรงค์ ลุยช่วยเหยื่อโกงธนาคารหมู่บ้าน 21 ล้าน ศาลสั่งเข้มไม่ให้ประกันตัว 9 กรรมการ

พิษณุโลก ทนายชื่อดัง โดดช่วยชาวบ้านบ่อโพธิ์ อ.นครไทย ถูกธนาคารหมู่บ้าน-เงินฌาปนกิจโกง !!  ล่าสุดฟ้องศาลจังหวัดฯ ธนาคารโคกเนินทอง ฉ้อโกงเงิน  16 ล้านบาท มูลค่าเสียหาย 21 ล้าน ทำได้แค่คัดค้านประกันตัวกรรมการฯทั้ง 9 คน นายรณณรงค์ แก้วเพชร์ ลั่น ชาวบ้านเชื่อว่า เงินผี-เงินณาปนกิจ เป็น”เงินออม”ก่อนตาย แต่รัฐมองว่า แค่”เงินบริจาค”  
วันนี้  24 มิ.ย.69 นายรณณรงค์ แก้วเพชร์ หรือทนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาชาวบ้าน ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลกประมาณ 200 คนเดินทางมาที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกเพื่อคัดคานการประกันตัวกรรมการธนาคารหมู่บ้านโคคเนินทอง และเดินทางต่อศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อแสดงพลัง และร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ พม. สืบเนื่องจากชาวบ้านหลายคนในตำบลบ่อโพธิ์ อ.นครไทย ได้ฝากเงินกับธนาคารหมู่บ้านโคกเนินทอง แต่ถูกทางคณะกรรมการธนาคารหมู่บ้านดังกล่าว ฉ้อโกงเงินไปทั้งหมดจำนวน 21 ล้านบาท ไม่มีชาวบ้านคนใดเบิกเงินคืนได้เลย จนกระทั่งชาวบ้านรวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีจนมีการสอบสวนดำเนินคดีจนสามารถจับกุมคณะกรรมการหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 ราย หนึ่งในนั้นมีอดีตรองนายก อบต.บ่อโพธิ์ รวมอยู่ด้วย จนศาลมีคำสั่งตัดสินจำคุกจำเลยทั้งหมด ล่าสุดวันนี้ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้มีการนัดไต่สวนสำนวนคดี โดยจำเลยซึ่งเป็นชาวบ้านขอคัดค้านประกันตัว(กรรมการหมู่บ้าน)  แม้ว่า มีการพูดคุยต่อรอง เพื่อไกล่เกลี่ย อาทิ ขอผ่อนจ่ายหนี้สินทั้งหมดเป็นรายปี แต่ทางชาวบ้านไม่ยอม คัดค้านประกันตัว ซึ่งศาลจังหวัดพิษณุโลก ก็เห็นด้วย คือ ไม่อนุญาตให้ประกันตัวแต่อย่างใด
ทนายรณณรงค์ แก้วเพชร์ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาช่วยคดีและช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ตั้งใจมาที่ศาลจังหวัดฯ เพราะคิดว่าพออาจจะได้เงินมาคืนชาวบ้าน แต่สุดท้ายจำเลยบ่ายเบี่ยงขอต่อรองจ่ายรายปีเป็นงวดๆ ซึ่งไม่สามารถเป็นไปได้ และชาวบ้านผู้เสียหายไม่ยอม เพราะวงเงินสูง 
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเงินฌาปนกิจหมู่บ้านพ่วงมา ลักษณะฝากไปกับธนาคารโคกเนินทอง ซึ่งก็ต้องล้มตามไปด้วย จึงเข้าร้องทุกข์และขอข้อมูลต่อ พมจ.พิษณุโลก ที่อยู่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ เงินฌาปนกิจหมู่บ้าน ชาวบ้านขอเงินคืนไม่ได้ บางรายเป็นผู้สูงอายุ บางรายเป็นผู้ป่วยเปราะบางไม่สามารถเดินทางมาร้องทุกข์ได้ ถูกโกงเงินไป ญาติๆ ไม่ได้เงินคืนเลย 
ทนายรณณรงค์ เผยอีกว่า ตนได้พูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นกับนายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งรับปากว่าจะติดตามเรื่องเดือดร้อนดังกล่าวให้กับชาวบ้านโดยเร็วที่สุด พร้อมประสานนางเยาวภา  พรรณโนภาศ พมจ.พิษณุโลก เข้าช่วยเหลือดูแลเรื่องเงินฌาปนกิจหมู่บ้าน เพราะมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ยังมีชาวบ้านอีกหลายแห่งใน จ.พิษณุโลก ถูกฉ้อโกงในรูปแบบธนาคารหมู่บ้านและเงินฌาปนกิจศพลักษณะเดียวกัน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็น”เงินออม” แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว รัฐมองเป็นแค่”เงินบริจาค” ซึ่งชาวบ้านสมัครใจจ่ายกรณีสมาชิกมีการเสียชีวิต หัวละร้อยบาทเป็นต้น 
นางสอเริงราช วงศ์อุปรี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย กล่าวว่า ตนเองฝากเงินกับธนาคารหมู่บ้านโคกเนินทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบันเป็นเงินทั้งสิน 260,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงจากการทำไร่ข้าวโพด เมื่อขายข้าวโพดได้ก็นำเงินไปฝากแต่สุดท้ายธนาคารหมู่บ้านล่มไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว ไปทวงถามกับทางคณะกรรมการหมู่บ้านก็ได้คำตอบว่าให้รอและจะหาเงินมาคืนให้ แต่ห้ามนำเรื่องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้มีใครได้เงินเลย วันนี้ชาวบ้านทุกคนเดือดร้อนไปตามๆ กัน เพราะธนาคารหมู่บ้านที่เคยเป็นความหวังทั้งหมด กลับกลายมาหักหลังชาวบ้านในหมู่บ้านด้วยกันเอง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐลงมาดูและทวงคืนความยุติธรรมให้ชาวบ้านด้วย.
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

ไดอาน่ากรุ๊ป จัดทริปผู้บริหารเอ็กซ์คลูซีฟ “ไดอาน่า เอ้าท์ติ้ง แชร์ริ่ง โปรฟิต 67-68” เติมพลังหาไอเดียใหม่เพื่อยกระดับการให้บริการ

มีรายงานว่า ไดอาน่ากรุ๊ปได้จัดกิจกรรมการเดินทางไปศึกษาดูงานภายใต้โครงการ “ไดอาน่า เอ้าท์ติ้ง แชร์ริ่ง โปรฟิต 67-68” เส้นทาง พัทย...