Saturday, October 3, 2026

สส. เขต 3 จังหวัดนครปฐม พร้อมภริยา ร่วมลงพื้นที่สำรวจ ติดตามการระบายน้ำตามจุดสำคัญ

และเยี่ยมให้กำลังใจ มอบอาหาร ยารักษาโรค  ไข่ไก่  พร้อมด้วยถุงยังชีพ และน้ำดื่มจากการสนับสนุนของ นายจิรวัฒน์  สะสมทรัพย์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม  ให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในอำเภอกำแพงแสน 
   วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. นายเกียรติศักดิ์   ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยปลัดอำเภอ นายจิรายุทธ  จำเล ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอกำแพงแสน นายธนพันธ์ โชคดำรงสุข นายชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขต 1 และ เขต 2  นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก อส.อ.กำแพงแสน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ตำบลดอนข่อย  ตำบลกำแพงแสน และตำบลวังน้ำเขียว 
  โดยมี ส.ส.พาณุวัฒน์ -ดร.ชุตินันท์  สะสมทรัพย์ สส. เขต 3 จังหวัดนครปฐม พร้อมภริยา ร่วมลงพื้นที่สำรวจ  ติดตามการระบายน้ำตามจุดสำคัญ และเยี่ยมให้กำลังใจ มอบอาหาร ยารักษาโรค  ไข่ไก่  พร้อมด้วยถุงยังชีพ และน้ำดื่มจากการสนับสนุนของ นายจิรวัฒน์  สะสมทรัพย์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม  กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในอำเภอกำแพงแสน จากฝนตกหนักและต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา
 ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนได้เร่งดำเนินสำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 อย่างเร่งด่วนต่อไป
//สมคิด พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

โฆษก กธม.ทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ฝากการบ้าน แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ เร่งปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติด ที่เชื่อมโยงกับ กองกำลังติดอาวุธ หากต้องการ ดับไฟใต้ให้ได้ผล

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา  โฆษกกรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา  ได้กล่าวถึงการ วางระเบิดแสวงเครื่อง ปั๊มน้ำมัน PT ที่ ต.บานา อ.ตากใบ จ. นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 ต.ค ที่ผ่านมา ที่ก่อนจะมีการ วางระเบิดปั๊มน้ำมัน เจ้าหน้าที่ได้ ตรวจค้น ยึดอาไอซ์ จำนวน 600 กิโลกรัม ในพื้นที่ ต.บางนาค อ.ตากใบ ซึ่งเป็นของ สารวัตรกำนันในพื้นที่ รวมทั้งการ ตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราในพื้นที่ อ.รือเสาะ และ อ.ยี่งอ จับกุมอาวุธสงครามได้20 กว่ารายการ หลังจากนั้นเพียง 1 วัน ก็มี คนร้ายวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ซึ่งมีหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่า การวางระเบิดปั๊มน้ำมันครั้งนี้ มาจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติด ที่ใช้ กองกำลังติดอาวุธของ บีอาร์เอ็น ในพื้นที่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งหลายครั้ง ที่เจ้าหน้าที่ จับกุมยาเสพติดรายใหญ่ จับกุมบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ เมื่อไหร่ ก็จะมีการ เอาคืน จาก กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ด้วยการก่อเหตุ วางระเบิด วางเพลิง ต่อสถานประกอบการ เช่น ปั๊มน้ำมัน โกดังสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และ ฐานปฏิบัติการ ที่เป็น เป้าหมายอ่อนแอ ในพื้นที่
ดังนั้น การ ดับไฟใต้ ให้ได้ผล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้อง บูรณาการ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่ ปปส. ฝ่ายปกครอง ศุลกากร สรรพสามิต  เพื่อการปราบปราม จับกุม ขบวนการค้ายาเสพติด และ บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนทางการเงินให้กับ กองกำลังติดอาวุธ ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้  โดย กองกำลังติดอาวุธ เป็นส่วนหนึ่ง ที่ให้การ สนับสนุน คุ้มครอง กลุ่มนายทุนผู้ค้ายาเสพติด และ บุหรี่หนีภาษี บุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการ ส่งออก-และการ นำเข้า
ที่ผ่านมา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แม่ทัพภาคที่ 4 ทุกคน ต่างก็ทราบว่า กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น คือผู้ ให้การคุ้มครอง ขบวนการยาเสพติด และ สินค้าเถื่อน แต่ในการ ปฏิบัติการ ยังขาดการ ปราบปราม อย่างต่อเนื่อง การ จับกุมที่เกิดขึ้นมีเพียง 10 % ที่จับได้ ส่วนอีก 90 % ยังหลุดรอด เพราะการช่วยเหลือของกองกำลังติดอาวุธของ บีอาร์เอ็น ที่จะออกมาก่อเหตุร้าย และ สร้างสถานการณ์ ในทันที ที่เจ้าหน้าที่ จับกุมผู้ค้ารายใหญ่  ทำให้ในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่ไม่กล้าจับกุม เพราะไม่ต้องการให้พื้นที่ของตน มีการก่อการร้ายเกิดขึ้น
การก่อเหตุ ในการ วางระเบิด วางเพลิง ต่อ สถานประกอบการต่างๆ และ สถานที่ราชการ และการ โจมตี เจ้าหน้าที่รัฐ เกิดจาก ความโกรธแค้น ที่ เจ้าหน้าที่ ปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติด และ สินค้าเถื่อน ดังนั้น ถ้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องการให้ ไฟใต้ หยุดการ โชนแสง ต้องมีการ ปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด และ บุหรี่เถื่อน รายใหญ่ ในพื้นที่ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส ที่เป็นศูนย์กลางทั้งการภายในและการส่งออก-นำเข้า ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปปส. และ ตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. ต่างมี บัญชีผู้ค้ารายใหญ่ในมือ ซึ่งจำนวนหนึ่ง มีการเชื่อมโยงกับนักการเมือง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และ คนในเครื่องแบบ สำหรับคนในเครื่องแบบ มีทั้งเป็นหุ้นส่วน และมีทั้งที่เป็นผู้รับส่วย
จึงขอฝาก การบ้าน กับ พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ ดำเนินการ ปราบปราม ขบวนการนี้อย่างจริงจัง ควบคู่กับการ ปราบปราม กองกำลังติดอาวุธ โดยเฉพาะการ จับกุม เอาผิด กับ กับ คนของรัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ขบวนการผิดกฎหมาย และ ที่สำคัญ ในการ จับกุม ผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทุกครั้ง หลังการจับกุม ให้มีแผนป้องกันการก่อการร้ายในพื้น จาก กองกำลังติดอาวุธ ที่ต้องการแก้แค้นด้วย

กยท. หารือ ANRPC เตรียมพร้อมดันไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ปี 2026 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางธรรมชาติระดับโลก

เมื่อวานนี้ (2 ตุลาคม 2569) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย -- ผู้แทนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. พร้อมด้วย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ได้เข้าประชุมกับสำนักงานเลขาธิการสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (Association of Natural Rubber Producing Countries: ANRPC) เพื่อหารือรายละเอียดและเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประชุมวิชาการในหัวข้อ “Building a Resilient Competitive and Sustainable Global Natural Rubber Industry” ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2569 ภายใต้การประชุมประจำปี ANRPC Annual Meeting 2026 ซึ่งประเทศไทย โดย กยท. จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน ณ โรงแรม Pullman Pattaya Hotel G เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
นายศันสนะ เผยว่า การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบการดำเนินงานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุม อาทิ รูปแบบและกำหนดการประชุม หัวข้อและประเด็นสำคัญที่จะนำเข้าสู่การประชุม ประเทศสมาชิกที่จะเข้าร่วม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก รวมไปถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ของความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ANRPC ทั้งนี้ การประชุมประจำปี ANRPC ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติในการแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์และแนวโน้มอุตสาหกรรมยางพารา รวมถึงหารือประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาอย่างยั่งยืน และประเด็นความท้าทายที่มีผลต่อภาคยางพาราของประเทศสมาชิก
นายศันสนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญของ กยท. ในการแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติที่สำคัญ ตลอดจนเป็นเวทีผลักดันและแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับ กยท. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านยางพาราของประเทศไทย จะร่วมกับสำนักงานเลขาธิการ ANRPC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้การจัดประชุมประจำปี ANRPC ในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเวทีสำคัญที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือด้านยางธรรมชาติในระดับนานาชาติ

เยียวยา ศอ.บต. ผนึกกำลังจังหวัดนราธิวาส เร่งสำรวจความเสียหาย–เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เหตุระเบิดปั๊ม PT ตากใบ

วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) บริเวณทางหลวงหมายเลข 4327 หน้าสถานีบริการน้ำมัน PT บ้านปูลานิบง หมู่ที่ 2 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เยียวยา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบบริเวณใกล้เคียง จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบภายในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และทรัพย์สินภายในสถานีบริการน้ำมัน PT ได้รับความเสียหาย
ในการนี้ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
    สำหรับผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย มีอาการบาดเจ็บ แน่นหน้าอก และหูอื้อ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตากใบ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ยังต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ไม่ได้มีเพียงสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับความเสียหาย ยังมีร้านค้าบริเวณโดยรอบและที่พักอาศัยของประชาชน ก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ศอ.บต. จะดำเนินการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและทรัพย์สิน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม โดยกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่สอบถามพนักงานสถานีบริการน้ำมัน จำนวน 6 คน เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านการเยียวยา ค่ารักษาพยาบาล และประกันสังคม ซึ่งจะมีบัณฑิตแรงงานในพื้นที่เป็นผู้ประสานการช่วยเหลือ รวมถึงกรณีต้องหยุดงาน จะมีการพิจารณาสิทธิเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือลูกจ้างในสถานประกอบการ ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ส่วนกระทรวงพลังงาน ได้ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายของสถานีบริการน้ำมัน โดยตั้งเป้าดำเนินการประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน จากนั้นจะเร่งดำเนินการซ่อมแซม เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ประชาชน ที่ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือและเยียวยาแล้ว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการการทำงานและประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกสุพิศ หนุนเต็มที่! อบจ.สงขลา เตรียมลุยศึกฟุตบอล 7HD 2570 อัดฉีด 7 หลัก หากทะลุ 16 ทีมสุดท้าย

โรงเรียน อบจ.สงขลาพิทยานุสรณ์ เดินหน้าจัดเตรียมทีมลุยศึกฟุตบอลแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ ปี 2570 มุ่งพัฒนาศักยภาพนักฟุตบอลเยาวชน และเปิดโอกาสให้เยาวชนสงขลาได้ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับประเทศ
โดยมี นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาพร้อมด้วย  นายธนิศร์ ทองสุข 
เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายทรงยศ ราญฎร ผู้อำนวยการโรงเรียน อบจ.สงขลาพิทยานุสรณ์ ร่วมผลักดันการพัฒนาทีม ทั้งด้านการฝึกซ้อม การพัฒนาทักษะ และการเตรียมความพร้อมของนักกีฬา พร้อมสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬา ด้วยการอัดฉีด 7 หลัก หากทีมสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หวังสร้างแรงผลักดันให้นักฟุตบอลมุ่งมั่น ตั้งใจฝึกซ้อม และทำผลงานอย่างเต็มศักยภาพ
พร้อมเดินหน้าวางรากฐานด้านกีฬาให้กับเยาวชนสงขลา สร้างโอกาส สร้างประสบการณ์ และต่อยอดสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ ควบคู่กับการผลักดันสงขลาให้ก้าวสู่การเป็น Sport City อย่างต่อเนื่อง ⚽🔥

“สรรเพชญ” ผนึกกำลังการท่าเรือฯ ร่วมมือ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่าเรือและกลุ่มสายเรือ “ส่งต่อถุงยังชีพกว่า 1,500 ชุด” บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยกาญจนบุรี

วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น จากภาคเอกชนโดยเป็นกลุ่มผู้ประกอบการท่าเรือและกลุ่มสายเรือ เพื่อส่งมอบให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะเร่งลำเลียงและกระจายสิ่งของให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก Hutchison Ports Thailand กลุ่มบริษัท LCB1 สมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ (TICTA) และ Jin Jiang Shipping ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพรวมกว่า 1,500 ชุด โดยภายในชุดประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเบื้องต้น
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนความช่วยเหลือในครั้งนี้ พร้อมระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ขณะนี้กำลังเผชิญกับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องเร่งประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำความช่วยเหลือและสิ่งของจำเป็นลงไปถึงพื้นที่ให้รวดเร็วที่สุด
“ขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกราย รวมถึงการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่ร่วมกันส่งต่อความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชน ทุกถุงยังชีพและทุกการสนับสนุนมีความหมายต่อผู้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยถุงยังชีพที่ได้รับในวันนี้ จะเร่งนำไปส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทย จะเร่งดำเนินการจัดเตรียมและลำเลียงถุงยังชีพดังกล่าวไปยังจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยตามความจำเป็นและความเร่งด่วนต่อไป

///

ม.ทักษิณ ผนึกพลังภาคีสงขลา พัทลุง เร่งอนุรักษ์โลมาอิรวดี เชื่อมวิถีชุมชนประมง

สร้างอาชีพทางเลือก เสริมความเท่าเทียมทางเพศ
“โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด คนอยู่ดี” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดของนิทรรศการในงาน “Irrawaddy Dolphin and Community” แต่คือโจทย์ใหญ่ของการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา เมื่อมหาวิทยาลัยทักษิณชวนชุมชนประมงรอบทะเลสาบมาร่วมออกแบบอาชีพทางเลือก สร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม และลดแรงกดดันต่อทรัพยากรที่เป็นฐานชีวิตของชุมชน
มหาวิทยาลัยทักษิณผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ธนาคารโลก กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลา ขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีผ่านการสร้างอาชีพทางเลือก การฟื้นฟูทรัพยากร และการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิง ผู้ชาย และเยาวชน ได้มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ผ่านกิจกรรม “Irrawaddy Dolphin and Community” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ สถาบันส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดพัทลุง ภายใต้โครงการเสริมสร้างอาชีพทางเลือกของชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ เพื่อเกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมเครือข่ายชุมชนประมง 60 ชุมชน แบ่งเป็นจังหวัดสงขลา 32 ชุมชน และพัทลุง 28 ชุมชน
ข้อมูลการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี 2569 ระบุว่า สามารถจำแนกอัตลักษณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาได้ประมาณ 10 ตัว และประเมินว่าประชากรอาจเหลือราว 10–14 ตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ การสูญเสียแหล่งอาศัย เครื่องมือประมง และกิจกรรมของมนุษย์ สถานการณ์ของโลมาจึงเป็นมากกว่าการลดลงของสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางอาหาร รายได้ และวิถีชีวิตของชุมชนรอบทะเลสาบ
รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องนำงานวิจัยและองค์ความรู้เข้าไปเชื่อมกับปัญหาจริง รับฟังเสียงของพื้นที่ และทำงานร่วมกับชุมชน เพราะการอนุรักษ์โลมาไม่ใช่เพียงเรื่องของสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นธรรมของผู้คนที่อยู่ร่วมกับทะเลสาบ
แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากการมอง “โลมา” “คน” และ “ทะเลสาบ” เป็นปัญหาแยกส่วน ไปสู่การมองความสัมพันธ์ของทั้งระบบ เพราะวิถีของชุมชนประมงผูกพันกับความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบมาอย่างยาวนาน เมื่อทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง ย่อมส่งผลต่อรายได้ ความมั่นคงของครัวเรือน และรูปแบบการดำรงชีวิต ขณะที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็อาจย้อนกลับไปเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างอาชีพทางเลือกจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้ แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนมีทางเลือกในการดำรงชีวิต ควบคู่กับการลดแรงกดดันต่อทรัพยากรและการอนุรักษ์ทะเลสาบ รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ กล่าว
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และหัวหน้าโครงการวิจัย ระบุว่า โครงการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมาสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ ผ่านกลไกคณะกรรมการดำเนินงานระดับชุมชน หรือ Community Implementing Committees (CIC) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การสะท้อนปัญหา กำหนดความต้องการ ไปจนถึงการร่วมออกแบบและขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมสร้างแผนการอนุรักษ์และอาชีพทางเลือกให้กับชุมชน
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายชวนนท์ กัลยา นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมให้ข้อมูลเรื่อง “สถานการณ์ประชากรโลมาอิรวดี ปัจจัยคุกคาม และแนวทางการคุ้มครองในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางการอนุรักษ์โลมาอิรวดีแก่ผู้เข้าร่วมงาน
เสียงของชุมชนยังถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบงาน ผ่านเวที “เสียงจากชุมชน: ความคาดหวัง การยกระดับคุณภาพชีวิต และสถานการณ์ความเท่าเทียมทางเพศภาวะเพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” โดยมีตัวแทนคณะกรรมการดำเนินงานระดับชุมชน หรือ CIC จากพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลา ทั้งจากจังหวัดพัทลุงและสงขลาร่วมสะท้อนมุมมองต่ออาชีพ คุณภาพชีวิต และการจัดการทรัพยากร เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงและผู้ชายมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของทะเลสาบร่วมกัน
ในงานยังนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและชุมชน เพื่อเป็นแนวทางในการเสริมสร้างอาชีพทางเลือกที่จะพัฒนาตามศักยภาพและบริบทของแต่ละชุมชน ตั้งแต่การเลี้ยงปลาในระบบหมุนเวียนน้ำ การเลี้ยงไก่ไข่ การสานกระเป๋าจากเส้นยางพารา ข้าวนาริมเล ปลาดุกร้า การนำเครื่องมือประมงเก่ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ การปลูกผักไร้ดิน ไปจนถึงการเลี้ยงชันโรง เพื่อกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพาทรัพยากรประมงเพียงด้านเดียว และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เครือข่ายตลาด
อีกมิติหนึ่งคือการสร้างความตระหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน หลากหลายกิจกรรมเชิงการสร้างความรู้และการอนุรักษ์ อาทิ “Songkhla Lagoon Gyotaku” ได้นำศิลปะภาพพิมพ์ปลาแบบญี่ปุ่นมาเป็นกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน เชื่อมเรื่องชนิดพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และโลมาอิรวดี และการนำเศษวัสดุเหลือใช้ ได้แก่ ผ้า และอุปกรณ์ประมงเก่ามาสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อโลมาเข้ามาอยู่ในความทรงจำและจินตนาการของคนรุ่นใหม่ จนนำไปสู่ความรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน
จากการอนุรักษ์โลมา สู่การสร้างอาชีพ จากเสียงของชุมชน สู่พื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม แนวทางดังกล่าวกำลังเชื่อม “คน–โลมา–ทะเลสาบ” เข้าด้วยกัน เพื่อให้การอนุรักษ์ไม่ใช่ภารกิจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการสร้างอนาคตร่วมกันที่ “โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด และคนอยู่ดี”

สส. เขต 3 จังหวัดนครปฐม พร้อมภริยา ร่วมลงพื้นที่สำรวจ ติดตามการระบายน้ำตามจุดสำคัญ

และเยี่ยมให้กำลังใจ มอบอาหาร ยารักษาโรค  ไข่ไก่  พร้อมด้วยถุงยังชีพ และน้ำดื่มจากการสนับสนุนของ นายจิรวัฒน์  สะสมทรัพย์  นายกองค...