Wednesday, June 10, 2026

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร จัดทำโครงการความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมสร้างในสถานศึกษา

9/6/69 เวลา 9.30 น.
นางสุภาภรณ์ แวงโสธรณ์ รอง ผอ.สนง.กกต.จว.รกน.ผอ.สนง.จว.มุดาหาร มาเป็นประธาน เปิดงาน โครงการ พัฒนาความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกิจกรรมขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมสร้างในสถานศึกษา โดยมี นาง  อริสฌา เวียงสมุทร  หน.กลต.สร.กล่าวรายงาน 
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรมเสริมสร้างประชาธิปไตยในสถานศึกษาให้กับผู้นำในสถานศึกษาผ่านกระบวนการการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทางการเมืองและการเป็นและการเป็นพลเมืองคุณภาพ มีผู้เข้าร่วมอบรมแบ่งเป็น 2รุ่น รุ่นที่1 96 คน  รร.มุกดาหาร ,รร.เหล่าประชาอุทิศ ,และรร.วิทยาลัยเทคนิคนวมินทร์ทราชินีมุกดาหารและ ครู รุ่นที่2 มีผู้เข้าอบรม96คน รร.โชคชัยวิทยาคม รร.ดงหลวงวิทยาคม,และรร.ห้วยตาเปอะระยะเวลาอบรม 2วัน ระหว่างวันที่ 9-10/6/96  ณ  ธารจินดารีสอร์ท อ.เมือง จ.มุกดาหาร
*******************************
สมชัย อุปัญญ์/ภาพ/ข่าว/0878139853

ประธานวุฒิสภา มอบหมายรองเกรียงไกรฯ เป็นผู้ต้อนรับเกียรติยศ ให้การรับรองมาดามเสียน ฮุย (Madam Xian Hui) รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน และคณะ

ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของวุฒิสภา ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 12.40 นาฬิกา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา มอบหมายให้ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะผู้ต้อนรับเกียรติยศ ต้อนรับ มาดามเสียน ฮุย (Madam Xian Hui) รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน และคณะ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของวุฒิสภา  โดยมีนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตฯ จีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วย นางนวนันทน์ เนติธนากูล รองเลขาธิการวุฒิสภา ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของมาดามเสียน ฮุย และคณะในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ซึ่งปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือที่ใกล้ชิด โดยได้สถาปนาหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน (Comprehensive Strategic Cooperative Partnership) ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา และมีแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ไทย-จีน ฉบับที่ 4 (2565-2569) เป็นแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

กยท. ขานรับนโยบายเกษตรฯ ดันเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้า ยกระดับรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
นายสมศักดิ์เน้นย้ำการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการสวนยาง โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นองค์ความรู้เชิงปฏิบัติที่เกษตรกรนำไปใช้ได้จริง เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสวนยาง พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมการปลูกทุเรียนเป็นพืชร่วมในสวนยาง เพื่อสร้างรายได้เสริมในระยะยาว
ด้าน นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. นำเสนอภารกิจและโครงการเร่งด่วนภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะ “โครงการสวนยางล้านไร่” ที่ตั้งเป้าปลูกยางปีละ 200,000 ไร่ต่อเนื่อง 5 ปี เพื่อลดปัญหา PM 2.5 ควบคู่การส่งเสริมปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น กาแฟและโกโก้ แซมในสวนยาง เพื่อเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างคุ้มค่า
นอกจากนี้ กยท. ยังรายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือภาคเกษตร อาทิ การรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตน้ำหมักชีวภาพ การรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินเพื่อแปรรูปเป็นอะมิโนน้ำนมดิบ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางภายใต้มาตรฐาน T-VER เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกรและสนับสนุนการพัฒนาสวนยางอย่างยั่งยืน
ขณะที่ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร กยท. ได้นำเสนอโครงการสำคัญที่สอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรฯ อาทิ โครงการเพิ่มผลผลิตยางด้วยนวัตกรรม โครงการสวนยางมาตรฐานป่าไม้อย่างยั่งยืน โครงการโฉนดต้นยาง การยกระดับสวนยางตามมาตรฐาน GAP ระบบตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability) และการรักษาเสถียรภาพราคายางผ่านตลาดกลางยางพารา
ที่ประชุมยังเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ครอบคลุมด้านการผลิต การตลาด การส่งออก ต้นทุนการผลิต การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมหารือประเด็นสำคัญด้านปศุสัตว์ ไม้ผลส่งออก และการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะ (AI Smart Farm Ecosystem) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในระยะยาว

สื่อเพชรบูรณ์รวมพลัง ตั้งเป้าจัดตั้ง “สภากาแฟสื่อ” เชื่อมทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ร้านดีดีคาเฟ่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน และนายวิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม “จิบกาแฟคุยกัน” โดยเชิญผู้บริหารและตัวแทนองค์กรสื่อมวลชน 7 สมาคมในจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมหารือแนวทางการทำงานของสื่อมวลชน รวมถึงบทบาทในการสนับสนุนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเมือง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์ผ่านมุมมองของคนทำสื่อ
บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ มีผู้แทนองค์กรสื่อเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายบรรหาร บุญเขต จากสมาคมนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ นายศุภผล จริงจิตร อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบูรณ์ ดร.ศุภชัย คล่องขยัน ประธานชมรมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนเพชรบูรณ์ นายวีรยุทธ วงศ์อุ้ย กรรมการสมาคมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และ น.ส.วรรณิกา หาญกลิ้ง นายกสมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนและเครือข่ายสื่อในพื้นที่จำนวนมาก
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม พร้อมเห็นพ้องถึงความสำคัญของการจัดตั้ง “สภากาแฟสื่อ” เพื่อเป็นเวทีกลางสำหรับสื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และเครือข่ายต่าง ๆ ได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูล รับฟังปัญหาจากพื้นที่ และร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงผลักดันการพัฒนาจังหวัดในมิติต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสื่อ สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการสื่อสารในพื้นที่ ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ตลอดจนสะท้อนเสียงและความต้องการของประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับรูปแบบการดำเนินงานของ “สภากาแฟสื่อ” จะมีการจัดกิจกรรมพบปะหารือเป็นประจำ โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมสรุปข้อเสนอแนะและผลักดันสู่การปฏิบัติจริง ภายใต้สโลแกน “แลกเปลี่ยนข่าวสาร สร้างสรรค์สังคม เชื่อมโยงเครือข่าย พัฒนาท้องถิ่น”
ทั้งนี้ องค์กรสื่อที่เข้าร่วมประกอบด้วย สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ สมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน สมาคมสื่อมวลชนเพชรบูรณ์ สมาคมนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเพชรบูรณ์ สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ชมรมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนเพชรบูรณ์ และสมาคมเครือข่ายสื่อมวลชนภูมิภาค รวมถึงสื่อมวลชนอิสระในพื้นที่กว่า 20 คน ซึ่งพร้อมร่วมมือกันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู คุมเข้ม สั่งตรวจฉี่เจ้าหน้าที่ กำชับห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาด พบมีสารเสพติดมีผลกับการเข้าการปฏิบัติหน้าที่ต่อ

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดทุกแห่งดำเนินมาตรการป้องกันปัญหายาเสพติดในหน่วยงานรัฐอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือพฤติการณ์อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อทางราชการ นั้น
    นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 จึงได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานภาคสนามในสังกัดทุกแห่ง กำกับดูแลและกำชับเจ้าหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างใกล้ชิด มิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจคัดกรองหาสารเสพติดของเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
    ซึ่งเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายอรรคนิตย์ กลางประพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้รายงานว่า อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้บูรณาการดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ กองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอทองผาภูมิที่ 9 และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอทองผาภูมิ ดำเนินการตรวจคัดกรองหาสารเสพติดในปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ จำนวน 61 ราย
    ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า มีเจ้าหน้าที่จำนวน 12 ราย ซึ่งเป็นพนักงานจ้างเหมา ปรากฏผลเป็นบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ ภายหลังทราบผลการตรวจดังกล่าว อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้ดำเนินการยกเลิกข้อตกลงการจ้างพนักงานจ้างเหมาทั้ง 12 ราย ทันที และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษาตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ภายหลังการบำบัดรักษาและการติดตามประเมินผล หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลดังกล่าวผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูและไม่พบพฤติการณ์หรือผลการตรวจที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดแล้ว การพิจารณารับเข้าปฏิบัติงาน จะดำเนินการตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และดุลพินิจของทางราชการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ความเหมาะสมของตำแหน่งหน้าที่ และคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานต่อไป
  /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

จังหวัดเพชรบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกหญ้าแฝก 1แสนต้น ในพื้นที่โครงการแก้มลิงลําห้วยใหญ่

 วันที่ 10 มิ.ย.69 ที่โครงการแก้มลิงลำห้วยใหญ่ ชุมชนห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี. ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี  เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา ปลูกหญ้าแฝก 1แสนต้น รอบพื้นที่โครงการแก้มลิงลำห้วยใหญ่ (อ่างเก็บน้ำ)  เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน และป้องกันการพังทลายของชั้นดินริมอ่างเก็บน้ำ  ฟืนฟระบบนิเวศ ตามแนวพระราชดําริฯ โดยมี นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ  นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนรตีเมืองชะอำ หัวหน้าส่วนราชการจจังหวัดเพชรบุรี  ภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาพระราชทาน904 เข้าร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก1แสนต้น  จำนวน 910นาย 67หน่วยงานของจังหวัดเพชรบุรี 
  สืบเนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ในชุมชนสามพระยา อ.ชะอำ มีปริมาณนน้ำไหลเข้าอ่างน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของโครงการ พระราชดำริฯในพื้นที่  จึงได้มีการพิจารณาผันน้ำจากเขื่อนเพชรมาตามคลองส่งน้ำสายใหญ่ ฝั่งขวา1 อ.ชะอำ แล้วผันลงสู่แก้มลิงลำห้วยใหญ่ เพื่อเก็บกักเป็นน้ำสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้ง พร้อมทั้งก่อสร้างสถานีสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากแก้มลิงลำห้วยใหญ่  ไปเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ชลประทานของอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ในอนาคต   
    สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแก้มลิงลำห้วยใหญ่ มีพื้นที่กว่า26 ไร่  ลึก5เมตร มีความจุน้ำ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร   มีถนน คสล.โดยรอบอ่างเก็บน้ำ มีอาคารรับน้ำ2แห่ง อาคารระบายน้ำ1แห่ง   อาคารปลายท่อ 1 แห่ง  สถานีสูบน้ำ  ติดตั้งโซล่าเซลล์ งานขยายเขตไฟฟ้า  งานวางท่อส่งน้ำจากสถานีสูบน้ำส่งไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ ระยะทางประมาณ 4.80 กิโลเมตร เพื่อเป็นแหล่งสำรองน้ำในฤดูแล้ง และส่งน้ำไปสนับสนุนพื้นที่ชลประทานเดิมอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ และสนับสนุนปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ บนพื้นที่ชลประทาน 3,150 ไร่  ที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงาน กปร.จำนวน 22,672,900 บาท ในการดำเนินการก่อสร้างโครงการแก้มลิงลําห้วยใหญ่ให้แล้วเสร็จต่อไป 
/////////// บรรณรต จ.พชรบุรี

ประจวบคีรีขันธ์ _สส.เขต 3 ประจวบฯ ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ รณรงค์ ทำหมันหมา แมว เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในพื้นที่ประจวบฯ เขต 3 พุ่งเป้า 1,000 ตัว ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชน

วันที่ 8 มิ.ย. 69 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า และลดปริมาณ สุนัข แมว จรจัดในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบไปด้วย ( อ.เมือง ( ต.ห้วยทราย ) อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย )
โดยมี นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ  บัณฑุกุล ปศุสัตว์ เขต 7 นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายลือศักดิ์ สุทธิธรรม ปศุสัตว์อำเภอทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทับสะแก หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ พนักงานเทศบาล และชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยงมารับบริการร่วมให้การต้อนรับ
นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการลดภาระพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ และลดค่าใช้จ่าย ตนเองจึงประสานไปยัง กรมปศุสัตว์ เพื่อจัดโครงการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า และลดปริมาณ สุนัข แมว จรจัดในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นครั้งที่ 1 ที่เทศบาลตำบลทับสะแก และวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.ที่ อบต.บางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย วันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.ที่ อบต.กำเนิดนพคุณ วันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.ที่ อบต.ร่อนทอง และที่ อบต.ห้วยทราย เขต.อ.เมือง และอบต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ตามลำดับ โดยเป้าหมายนั้น ประมาณ 1,000 ตัว สามารถลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน 1,000 – 1.200 บาท ต่อตัว
////////////////////////////////
ข่าว    ณัฐธภพ พันสาย    /    จ.ประจวบคีรีขันธ์    0623644468