Thursday, October 15, 2026

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน-ตำรวจโดนน้ำท่วมต่อเนื่อง

มีรายงานว่า พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา  พ.ต.อ วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 หัวหน้า สนง.ผบช.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่น้ำท่วมในเขตความรับผิดชอบที่ได้รับผลกระทบคือจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อทำการช่วยเหลือเร่งด่วน
อีกทั้งยังเป็นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.บางขนาก และ สภ.คลองเขื่อน รวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ
ตอกจากนี้ทางคณะผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธร ภาค 2 ยังได้ไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัย ที่โรงเรียนปากคลองบางขนาก และได้มอบถุงยังชีพและอาหารกล่องแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนประชาชนและครอบครัวข้าราชการตำรวจในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจในยามวิกฤต ในวันที่ประชาชนเดือดร้อน ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมเคียงข้างไม่ทอดทิ้งกัน
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม 2 โครงการหลัก เตรียมรับองคมนตรีติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำแก้แล้งห้วยใหญ่

เพชรบูรณ์ - เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ และโครงการแก้มลิงห้วยใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับองคมนตรี ที่จะเดินทางลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ห้วยใหญ่
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบสภาพพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำ ความมั่นคงแข็งแรงของคันอ่าง ปริมาณการกักเก็บน้ำในปัจจุบัน รวมถึงความคืบหน้าของโครงการแก้มลิงห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริในการบริหารจัดการน้ำ
สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ห้วยใหญ่ ถือเป็นโครงการสำคัญในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้น 2 พื้นที่หลัก คือ

1. อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำต้นทุนสำหรับบรรเทาปัญหาภัยแล้ง
2. โครงการแก้มลิงห้วยใหญ่ เพื่อเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ ชะลอน้ำหลากในฤดูฝน และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
ทั้งสองโครงการมีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ให้กับราษฎรในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ ตำบลบ้านโคก และตำบลดงมูลเหล็ก ให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี
โดยจังหวัดเพชรบูรณ์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดเตรียมข้อมูลภาพรวมของโครงการ ปัญหาอุปสรรค และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำเสนอต่อองคมนตรีในการลงพื้นที่ครั้งนี้ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

สุพรรณบุรี ปภแจ้งเตือนระบบ Cell Broadcast การแจ้งเตือน6อำเภอของสุพรรณขนของขึ้นที่สูง

ปภ.สุพรรณบุรีแจ้งเตือนประชาชนผ่าน ระบบ Cell Broadcast  เตือนน้ำท่วม ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินมีค่า ระวังไฟฟ้าดูด
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 11.37. 04 น.วันที่ 14 ตุลาคม  ปภ.สุพรรณบุรี ได้แจ้งเตือนประชาชนผ่าน ระบบ Cell Broadcast  เตือนน้ำท่วม ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินมีค่า ระวังไฟฟ้าดูด โดยมีข้อความแจ้งว่า เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้ ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ประตูระบายน้ำจรเข้สามพัน และประตูระบายน้ำโคกยายเกตุ ปรับเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีน คลองระบายใหญ่สองพี่น้อง คลองท่าว้า และคลองสาขา มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.20 - 0.30 เมตร จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่ อำเภอสามชุก อำเภอศรีประจันต์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า  อำเภอสองพี่น้อง และ อำเภออู่ทอง ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์ และทรัพย์สินมีค่า ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 
ทางด้าน ปภ.สุพรรณบุรี ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยว่าเนื่องจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่และการระบายน้ำจากลุ่มเจ้าพระยา (น้ำเอ่อล้นตลิ่งนอกคันกั้นน้ำ) ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจำนวน 10 อำเภอ 2 เทศบาลเมือง 107 ตำบล 35 ชุมชน 935 หมู่บ้าน 29,421 ครัวเรือน  ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว 2 อำเภอ 41 ตำบล 395 หมู่บ้าน  8,181ครัวเรือน  ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 10 อำเภอ 2 เทศบาลเมือง 107 ตำบล 35 ชุมชน 935 หมู่บ้าน พื้นที่ได้รับผลกระทบ  1 อำเภอบางปลาม้า จำนวน 14 ตำบล 127 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 4,983 ครัวเรือน 2 อำเภอสองพี่น้อง จำนวน 14 ตำบล 1 เทศบาลเมือง 19 ชุมชน 130 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 5,407 ครัวเรือน 3 อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 19 ตำบล 1 เทศบาลเมือง 16 ชุมชน 124 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 6,958 ครัวเรือน  4 อำเภอดอนเจดีย์ จำนวน 5 ตำบล 47 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 893 ครัวเรือน 5 อำเภอศรีประจันต์ จำนวน 9 ตำบล 64 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 568 ครัวเรือน 6 อำเภอสามชุก จำนวน 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 1,611 ครัวเรือน 7  อำเภอเดิมบางนางบวช จำนวน 14 ตำบล 109 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 2,512 ครัวเรือน 8 อำเภออู่ทอง จำนวน 13 ตำบล 149 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 5,388 ครัวเรือน  9 อำเภอด่านช้าง จำนวน 6 ตำบล 63 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ จำนวน 106 ครัวเรือน 10   อำเภอหนองหญ้าไซ จำนวน 6 ตำบล 54 หมู่บ้าน 460 ครัวเรือน
ขณะเดียวกันทางด้านกู้ภัยได้ร่วมใจตั้งโรงครัวช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่อำเภอบางปลาม้า
โดยนายจองชัย เที่ยงธรรม ประธานอุปถัมภ์มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสุพรรณบุรี มอบหมายให้ นายสมบัติ เที่ยงธรรม ประธานมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ร่วมกับภาคีเครือข่ายกู้ภัยและมูลนิธิต่าง ๆ ประกอบด้วยสมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง จุดรำมะสัก มูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดอ่างทอง  มูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มูลนิธิร่วมกตัญญู ธนบุรี  ผนึกกำลังจัดตั้งโรงครัว ประกอบอาหารสดหลากหลายเมนู เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน  ตำบลบางปลาม้า และตำบลวัดโบสถ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม 
จากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและการดำรงชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนมาเป็นเวลานาน ทำให้หลายครอบครัวประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิต การจัดตั้งโรงครัวในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่มุ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อน แบ่งเบาภาระ และส่งมอบกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย โดยได้รับการสนับสนุนจาก ภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน และอาสาสมัครทุกคน ที่ร่วมเสียสละแรงกาย แรงใจ และร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือพี่น้องประชาชนในยามยากลำบาก เพราะภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เราทุกคนสามารถร่วมมือกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

ชาวตำบลไทรงาม ขอขอบคุณมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม ที่ได้มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่

    ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม ต้องขอขอบคุณมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม ที่ได้มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 1,2,3และ 4 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
   ต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนในยามยากลำบาก ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ชุมชนของเราก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน 
    ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้
ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม 
มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม 
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 
ไทรงามไม่ทิ้งกัน
สนมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อำเภอนครชัยศรี บูรณาการร่วมเร่งแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา คลองเจดีย์บูชา ระดมทุกภาคส่วนฉีดจุลินทรีย์ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม  2569
ตั้งแต่เวลา 10.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนางสาวนรินทร์พร นาเมือง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม  นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนครชัยศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีษะทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ผอ.รพ.สต.บ้านห้วยตะโก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บูรณาการจัดกิจกรรมฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา และคลองเจดีย์บูชา โดยฉีดจุลินทรีย์ชนิดน้ำ เพื่อบำบัดน้ำเสียตลอดแนวคลองบางแก้ว  คลองบางกระเบา และคลองเจดีย์บูชา 
       โดยมีนายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๕ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่นำทีมทำกิจกรรมในครั้งนี้
       สำหรับการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) สามารถช่วยบรรเทากลิ่นเหม็นจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ได้ โดยผสมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) 1  ส่วน กับน้ำ 100 ส่วน แล้วนำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีน้ำขัง หรือบริเวณคราบขยะ ผนังบ้าน และทางเท้าที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอินทรีย์วัตถุ ใช้ระยะเวลา 7 วัน จะทำปฏิกิริยาสลายกลิ่นรบกวนดังกล่าว ทั้งนี้ การใช้ EM เป็นมาตรการช่วยลดกลิ่นรบกวนในเบื้องต้นและเป็นการบรรเทาปัญหาชั่วคราว โดยจะดำเนินการควบคู่กับการจัดการขยะ การระบายน้ำท่วมขัง และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองดังกล่าวให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
        อำเภอนครชัยศรี ห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยจะเร่งเข้าไปดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะปัญหาน้ำเน่าเสียและกลิ่นรบกวน ซึ่งแม้จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังน้ำท่วม แต่ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน จึงต้องเร่งแก้ไขและบรรเทาปัญหาให้เร็วที่สุด พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่และประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างต่อเนื่องและกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

แม่น้อย รานี - สม.วุฒิธร จับมือหนุนลูกหลานนักกีฬาท้องถิ่น แข้งจิ๋วโต๊ะเล็กลุยสู้ศึกกระสาเกมส์ 2026

มีรายงานว่า นักกีฬาเยาวชนเมืองพัทยาในประเภทการแข่งขันฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ได้ทำผลงานอย่างดี สามารถตีตั๋วเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาคได้ สร้างความภูมิใจนักเด็กนักเรียนเป็นอย่างมากหลังตากตรากตรำฝึกซ้อมและแข่งขันมาอย่างยาวนาน 
ทั้งนี้ ล่าสุดนักเรียนนักกีฬาฟุตซอลเมืองพัทยา รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในรายการนวบูรพา กระสาเกมส์ 2026 การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ในรอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 41 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ระหว่างวันที่ 15-24 ตุลาคม 2569 นี้ ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี เทศบาลตำบลแพรกษา รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน
การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เป็นรายการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเยาวชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในภาคตะวันออก มุ่งเน้นการมีวินัย น้ำใจนักกีฬา และการสะสมประสบการณ์
โดยผู้เข้าร่วมเป็นทัพนักเรียนและเยาวชนจาก อปท. ต่างๆ ในจังหวัดภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, นครนายก, ปราจีนบุรี, ตราด และเมืองพัทยา มีการชิงชัยในหลายประเภทกีฬา อาทิ กรีฑา, เซปักตะกร้อ, วอลเลย์บอลในร่ม/ชายหาด, ฟุตบอล, ฟุตซอล, เปตอง, แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส, หมากรุกไทย, หมากฮอสไทย, อีสปอร์ต และจักรยานขาไถ 

ในส่วนของนักกีฬาฟุตซอลเมืองพัทยาที่จะเข้าร่วมรายการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากนางอำพร แก้วแสงหรือแม่น้อย รานี ผู้ช่วยเหลือสังคมเมืองพัทยาชื่อดัง ร่วมกับนายวุฒิธร แสงอุไร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้มีบทบาทในด้านกีฬาและเยาวชน เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันและสนับสนุนเยาวชนและสถานศึกษาในสังกัดเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้นอกจากบทบาทในสภาของ สม.วุฒิธร แล้ว เจ้าตัวยังเคยสวมบทบาทเป็นกุนซือ (ผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอน) นำทีมฟุตบอลเมืองพัทยาลงแข่งขันจนสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลประชาชนจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2569 และได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจังหวัดไปชิงชัยในศึกกีฬาแห่งชาติด้วยเช่นกัน 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ศอ.บต. ตั้งศูนย์บัญชาการช่วยน้ำท่วม ผนึกทุกฝ่าย “ประสาน–เชื่อมข้อมูล–สนับสนุน–เติมเต็ม” อุดช่องว่างช่วยเหลือประชาชนทั่วถึงและรวดเร็ว

(14 ตุลาคม 2569) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เตรียมจัดตั้งศูนย์บัญชาการประสานการให้ความช่วยเหลือประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปช.ศอ.บต.) บูรณาการทุกภาคส่วน เชื่อมโยงข้อมูลและทรัพยากร พร้อมอุดช่องว่างการช่วยเหลือ สนับสนุนการทำงานของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และต่อเนื่อง โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ฯ พร้อมด้วย ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ชั้น 1 ศอ.บต. เพื่อชี้แจงบทบาทหน้าที่ กำหนดแนวทางประสานงาน และวางระบบการทำงานร่วมกันให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ ศปช.ศอ.บต. ครอบคลุมภารกิจตั้งแต่การบรรเทาทุกข์จนถึงการฟื้นฟู ประกอบด้วยฝ่ายอำนวยการ ศูนย์ประสานงานการขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือประชาชน และหน่วยปฏิบัติการด้านต่าง ๆ ได้แก่ หน่วยโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัย หน่วยบริการสิ่งของ หน่วยบริหารและสนับสนุนทรัพยากร หน่วยศูนย์พักพิง และหน่วยฟื้นฟู รวมถึงศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม (JIC) และส่วนสนับสนุน เพื่อเชื่อมโยงการช่วยเหลือด้านอาหาร สิ่งของจำเป็น ทรัพยากร ที่พักพิง ข้อมูลข่าวสาร และการฟื้นฟูหลังน้ำลดให้เป็นระบบเดียวกัน
ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย รวมถึงข้อสั่งการเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เพื่อนำมาใช้ประกอบการประสานและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน จะใช้เครือข่ายบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิและภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมข้อมูล สะท้อนความต้องการของประชาชน และสื่อสารข้อมูลข่าวสารกับประชาชนอย่างทั่วถึง
นายชนธัญฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในประเด็นสำคัญ ทั้งการจัดศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐาน มีสิ่งของจำเป็น สะอาด และปลอดภัย การบูรณาการความช่วยเหลือร่วมกับจังหวัดและภาคประชาสังคม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การนำผลผลิตทางการเกษตรที่เสี่ยงต่อความเสียหายมาใช้ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัย การตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการรับบริจาค การดูแลกลุ่มเปราะบางให้เหมาะสมกับความต้องการ ตลอดจนการประสานศูนย์ Fix It Center โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนงานซ่อมแซม รวมถึงการดูแลความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
การขับเคลื่อน ศปช.ศอ.บต. ยึดแนวทาง “ประสาน–เชื่อมข้อมูล–สนับสนุน–เติมเต็ม” โดยไม่ซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานในพื้นที่ แต่เข้าไปเสริมในส่วนที่ยังขาด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างตรงจุด ทันท่วงที และครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมดูแลผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การบรรเทาความเดือดร้อนจนถึงการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน-ตำรวจโดนน้ำท่วมต่อเนื่อง

มีรายงานว่า พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้บ...