Thursday, February 5, 2026

พิษณุโลก สนามเลือกตั้งเขต 1 เดือด""โฟล์ค"พรรคประชาชน รุดแจ้ง พนักงานสืบสวนสอบสวนชำนาญการ กกต.แล้ว พรรคการเมืองรายหนึ่ง จ่ายหัว 500 บาทระแวก ชุมชุนรอบค่ายทหาร

14.20 น.วันนี้ 5 ก.พ.69  นายณฐนน ชนะบูรณาศักดิ์ "โฟล์ค"พรรคประชาชน เบอร์ 5 เดินทางไป สำนักงาน กกต.พิษณุโลก ว่า ตนได้รับแจ้งจากประชาชน ว่ามีการซื้อเสียงของผู้สมัครบางเบอร์ในพิษณุโลกเขต 1 พื้นที่บริเวณค่ายทหารและชุมชนละแวกใกล้เคียง เป็นจำนวนเงินต่อหัว 500 บาท พร้อมแนบหลักฐานมาให้  ตนจึงไป กกต.  บ่ายวันนี้ 14.20 น. พร้อมนำหลักฐานไปแจ้งต่อ กกต. จังหวัดพิษณุโลกยื่นต่อพนักงานสืบสวนสอบสวนชำนาญการเป็นที่เรียบร้อย
นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์  กล่าวอีกว่า นำหลักฐานการซื้อเสียงที่ได้รับจากประชาชน ไปแจ้งเหตุการณ์ต่อเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดพิษณุโลก
แต่ ยังไม่ประสงค์แจ้งความหรือฟ้องร้องให้เป็นคดีความ เนื่องจากยังมีประชาชนประสงค์แจ้งยื่นหลักฐานมาอีกจำนวนหนึ่ง จึงจะขอรวบรวมหลักฐานและไปแจ้งต่อ กกต. อีกครั้ง หากท่านใดพบเห็นการซื้อเสียงและเก็บหลักฐานได้ สามารถแจ้งไป  เฟสบุ๊กเพจ: โฟล์ค ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ 
ยืนยัน รณรงค์ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกันการกระทำเช่นนี้ สามารถเก็บหลักฐานและแจ้งเบาะแสไปยัง กกต.หรือตนได้ทันที

   

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ประสบความสำเร็จ ปลูกถ่ายไตผู้ป่วยรายที่ 9 ของปีงบประมาณ 2569 พร้อมขอบคุณญาติผู้บริจาคอวัยวะจากสภากาชาดไทย

โรงพยาบาลหาดใหญ่ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้แก่ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย จำนวน 2 ราย นับเป็นการปลูกถ่ายไตรายที่ 9 ของปีงบประมาณ 2569 โดยไตที่นำมาปลูกถ่ายได้รับการจัดสรรจากสภากาชาดไทย ซึ่งได้รับการบริจาคอวัยวะจากญาติผู้เสียชีวิตผู้มีจิตกุศล จำนวน 2 ราย
การผ่าตัดปลูกถ่ายไตครั้งนี้ดำเนินการโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมปลูกถ่ายอวัยวะ อายุรแพทย์โรคไต วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ป่วยทั้ง 2 รายมีอาการปลอดภัยและอยู่ระหว่างการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
โรงพยาบาลหาดใหญ่ขอแสดงความขอบคุณและสดุดีในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของญาติผู้บริจาคอวัยวะทั้ง 2 ราย รวมถึงสภากาชาดไทย ที่เป็นสะพานบุญสำคัญในการส่งต่ออวัยวะเพื่อช่วยต่อชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง
ทั้งนี้ โรงพยาบาลหาดใหญ่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

ประธานคณะ กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ร่วมงาน “3 กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก” ณ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 -14.30 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พันเอก เกียรติศักดิ์ ทรัพย์มี อนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการทหาร สำนักกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา  ได้เข้าร่วมพิธี วางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจำปี 2569 วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 9 เพื่อระลึกถึงวีรกรรมของทหารผ่านศึกผู้สละชีพเป็นชาติพลี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลา
ในการนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ร่วมวางพวงมาลา เพื่อระลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของเหล่าทหารกล้าทุก ๆ นายที่ร่วมปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติอันนำมาซึ่งความสงบสุขสู่แผ่นธรรมแผ่นดินทองของประเทศไทยสืบเท่าปัจจุบันนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ตระถึงความสำคัญและคุณค่าของวีรกรรมและความเสียสละของทหารผ่านศึกในทุกสมรภูมิที่ผ่าน จึงได้กำหนดการจัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ทหารผ่านศึก : จากสมรภูมิสู่อาชีพใหม่แห่งทศวรรษ”  ในห้วงแห่งเดือนทหารผ่านศึกกุมภาพพันธ์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการดูแลทหารผ่านศึกไปสู่การออกแบบระบบอาชีพที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรี มุ่งเน้นการแปลงต้นทุนทางทหาร เช่น วินัยและความรับผิดชอบให้เป็นทุนทางอาชีพที่ได้รับการยอมรับ เพื่อให้ทุกอาชีพที่ทหารผ่านศึกทำสามารถเป็นอาชีพที่มีเส้นทางมาตรฐาน มีสวัสดิการ มีความปลอดภัย และมีโอกาสสร้างทรัพย์สินในระยะยาวที่คุ้มครองผู้เปราะบาง ซึ่งจะทำให้ทหารผ่านศึกทุกนายผู้ที่เคยเสียสละรับใช้ชาติเหล่านี้สามารถยืนหยัดได้ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีสืบไป

'พ.ต.อ.ทวี' เยี่ยมชุมชนไทยพุทธ ชูนโยบายแก้ปากท้อง-ลดราคาน้ำมัน คืนความสุขชายแดนใต้

        พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ไม้แก่น-สายบุรี พบปะชุมชนไทยพุทธและสภาเกษตรกร ย้ำแนวทางพหุวัฒนธรรม พร้อมเปิดนโยบายแก้จน ยกระดับราคาพืชผล-ลดภาษีน้ำมัน หวังดึงความสุขกลับคืนสู่พื้นที่
        เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังคงเดินสายลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจและพบปะมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
         พ.ต.อ.ทวี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง วัดสาละวัน ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เพื่อพบปะและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ โดย พ.ต.อ.ทวี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมรับปากจะผลักดันนโยบายที่ดูแลคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
      ต่อมา พ.ต.อ.ทวี ได้เดินทางไปยังห้องประชุมโรงเรียนสายบุรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นจาก ตัวแทนสภาเกษตรกร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) โดยประเด็นหลักที่มีการหารือคือปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งเรื่องต้นทุนการผลิตและราคาผลผลิตตกต่ำ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี ระบุว่าแนวทางการแก้ปัญหาของพรรคประชาชาติจะเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านกลไกการจัดการราคาสินค้าเกษตรที่เป็นธรรม
       ในช่วงค่ำ พ.ต.อ.ทวี ได้เดินทางไปยังสนามหน้าอำเภอสายบุรี จ.นราธิวาส เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยย่อยในพื้นที่ปัตตานีเขต 4 
      พ.ต.อ.ทวี กล่าวอย่างน่าสนใจตอนหนึ่งว่า ความสุขที่แท้จริงของพี่น้องชายแดนภาคใต้ จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากท้องอิ่ม ปัญหาสันติภาพต้องเดินคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้อง วันนี้เรามีนโยบายชัดเจนในการลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะการพิจารณาปรับลดภาษีราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงในทุกมิติของชีวิต หากเราลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ และทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้น พื้นที่แห่งนี้จะกลับคืนสู่สภาวะปกติสุขได้ไม่ยาก 
      นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้ย้ำถึงอุดมการณ์ของพรรคที่มุ่งเน้นความยุติธรรมและการกระจายอำนาจ เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนะคตของตนเองอย่างแท้จริง

"พ.ต.อ.ทวี" ปลุกคนโกลกเลือก "ประชาชาติ" กู้ซากเศรษฐกิจชายแดน มั่นใจกวาดที่นั่งยกทีม ปราบยาเสพติด- สกัดกำแพงกั้นพรมแดน

    เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569     พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายนรยมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชาติ เขต 2 หมายเลข 6 ลงพื้นที่ตลาดเช้าสุไหงโกลก เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ก่อนจะขึ้นรถแห่รณรงค์หาเสียงรอบเทศบาลเมืองสุไหงโกลก
    จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ของทีมข่าว พบว่าเสียงสะท้อนส่วนใหญ่จากคนในพื้นที่มุ่งเน้นไปที่ปัญหาปากท้องและวิกฤตเศรษฐกิจที่ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะประเด็นความกังวลต่อท่าทีของรัฐบาลมาเลเซียที่เตรียมพิจารณาสร้าง "กำแพงกั้นพรมแดน" ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักในฝั่งไทย จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวมาเลเซีย
       ระหว่างการเดินพบปะประชาชน พ.ต.อ.ทวี ได้รับฟังปัญหาจากชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ ระบุว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจในสุไหงโกลกอยู่ในสภาวะ "ศกเศร้า" และหากมาเลเซีย สร้างกำแพงกั้นพรมแดนจริง จะยิ่งทำให้เมืองชายแดนแห่งนี้ถูกตัดขาดและซบเซาลงยิ่งกว่าเดิม
"ต่อไปคนมาเลย์จะไม่ได้มาแล้ว เพราะปัญหาบ้านเราเรื่องยาเสพติดมันเยอะ เราต้องช่วยกันทำไม่ให้มีผู้มีอิทธิพล" พ.ต.อ.ทวี กล่าวกับประชาชนพร้อมเน้นย้ำว่า พรรคประชาชาติต้องการเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

      นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้ตั้งคำถามกับชาวบ้านว่า "จะทำอย่างไรให้โกลกกลับมาโดดเด่นเหมือนเดิม?" ซึ่งชาวบ้านรายหนึ่งให้ความเห็นว่า จำเป็นต้องฟื้นฟูสถานบันเทิงและบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
      ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้ร่วมโต๊ะพูดคุยกับคนขับรถตู้รับจ้างเส้นทางไทย-มาเลเซีย ระหว่างพักรับประทานอาหาร เพื่อสอบถามถึงปัญหาการทำงานและข้อจำกัดในการข้ามพรมแดน ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบขนส่งชายแดน
     ขณะที่บริเวณย่านการค้าที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนขายของ และอาศัยอยู่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีเสียงตะโกนให้กำลังใจ "ท่านทวีเลือกอยู่แล้ว" และ "เบอร์ 6 ขอให้ได้" ดังกึกก้องตลอดทาง โดยพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนได้อวยพรให้พรรคประชาชาติสามารถกวาดที่นั่งในสภาได้ยกพรรค เพื่อเข้าไปเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
   การลงพื้นที่ของ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยนายนรยมูฮัมหมัดรุสดี หาเสียงในเขต 2 เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชาติที่พยายามชูจุดเด่นเรื่อง "ความเข้าใจพื้นที่" และการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ทั้งเรื่องยาเสพติดและระเบียบการค้าชายแดน

สว.สุวิทย์ กรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา ร่วมงานกระตุ้นการท่องเที่ยว“พิธีเปิดงานมรกตอันดามัน มหัศจรรย์อาหารอร่อย ของดีที่ละงู จังหวัดสตูล ครั้งที่ 18 ”

วันที่  2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณสนามตรงข้ามสำนักงานเทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการ
จังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดงาน “มรกตอันดามัน มหัศจรรย์อาหารอร่อยของดีที่ละงู (La-ngu Food Festival)” ครั้งที่ 18 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายสุวิทย์ ขาวดี สมาชิกวุฒิสภา จ.สตูล นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  นายสัมฤทธิ์  เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล นายวิชิต แซ่ลิ่ม นายกเทศมนตรีตำบลกำแพง พร้อมประชาชนและนักท่องเที่ยว จำนวนมากร่วมในพิธีเปิด
ภายในงานมีร้านค้ากว่า 100 ร้าน จำหน่ายอาหารพื้นเมือง อาหารทะเล และสินค้า OTOP พร้อมกิจกรรมต่างๆมากมาย โดยงานดังกล่าวจะมีไปถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้การฯกาญจนบุรี กำชับเข้ม ทุกเขตเลือกตั้ง เน้น อำเภอทองผาภูมิ–สังขละ พร้อมสั่งเดินสำนวนคดีคลิปเสียงเขต 5 ตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้กำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 5 จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งครอบคลุมอำเภอไทรโยค ศรีสวัสด์ ทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี และตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเป็นธรรม
พร้อมกันนี้ ยังได้ให้แนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การดำเนินคดีกรณีคลิปเสียงที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในเขต 5 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และยืนยันว่าทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างรอบคอบ
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแนวทางการทำสำนวนคดีดังกล่าว ผู้การฯ ชี้แจงว่า การดำเนินการของพนักงานสอบสวนจะเริ่มจาก

1. ผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมมอบพยานหลักฐาน 
2. พนักงานสอบสวน สอบพยานผู้เกี่ยวข้อง ตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง และที่ปรากฎตามสื่อโซเชียล 
3. ตรวจสอบสื่อโซเชียลที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ ยืนยัน (อาจใช้ระยะเวลาการตรวจ 2-3 เดือน แล้วแต่ ไม่แน่นอน )
4. ระยะเวลาทำสำนวน ตามอายุความ อาจประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานครับ
ผู้การตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เน้นย้ำว่า การกำชับการทำงานทั้งเรื่องการดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 5 และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียง เป็นไปเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ข้ามขั้นตอน ไม่เร่งสรุปผลก่อนข้อเท็จจริงจะชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ยังคงตรึงกำลังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลือกตั้งในพื้นที่เขต 5 เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด  

///////#กัมพล ทันเวลา &// กีรติ ก้อนทองคำ / ภาพ - ข่าว #ทีมข่าวาคตะวันตก

พิษณุโลก สนามเลือกตั้งเขต 1 เดือด""โฟล์ค"พรรคประชาชน รุดแจ้ง พนักงานสืบสวนสอบสวนชำนาญการ กกต.แล้ว พรรคการเมืองรายหนึ่ง จ่ายหัว 500 บาทระแวก ชุมชุนรอบค่ายทหาร

14.20 น.วันนี้ 5 ก.พ.69  นายณฐนน ชนะบูรณาศักดิ์ "โฟล์ค"พรรคประชาชน เบอร์ 5 เดินทางไป สำนักงาน กกต.พิษณุโลก ว่า ตนได้รั...