Friday, July 3, 2026

ยกเครื่องระบบน้ำ! "พิพัฒน์" สั่งลุยแก้ท่วมสงขลา-หาดใหญ่ มุ่งเซฟชีวิตและทรัพย์สิน ปลุกเศรษฐกิจยั่งยืน

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางสาวภพภร ทองคณารักษ์ ผู้อำนวยการกองผังเมือง
หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม
การประชุมดังกล่าวเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 พร้อมหารือแนวทางบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ภายในที่ประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานผลการดำเนินงานและความคืบหน้าของโครงการสำคัญ ทั้งด้านสถานการณ์น้ำ มาตรการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ ตลอดจนแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา
ในโอกาสนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งผลักดันโครงการที่มีความจำเป็น ติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดสงขลาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ การป้องกันอุทกภัย และการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย ลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสงขลา

“สรรเพชญ” ควง นิพนธ์ เปิดงาน Money Expo หาดใหญ่ ครั้งที่ 16 ชูนโยบายบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเชื่อมโยงระบบการเงิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16 (MONEY EXPO 2026 HATYAI) ณ เวทีพิธีเปิด ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “AI WEALTH CREATION ขับเคลื่อนความมั่งคั่งด้วยพลัง AI” โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO ผู้แทนหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคเอกชนเข้าร่วมงาน 
นายสรรเพชญ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและการพัฒนาระบบการเงิน โดยระบุว่าระบบคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ จะเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนการเดินทางและต้นทุนโลจิสติกส์ให้แก่ภาคธุรกิจ ในขณะที่ระบบการเงินที่เข้มแข็งและเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีเงินทุนไปต่อยอดและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ภาครัฐได้ลงทุนไว้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนการดำเนินโครงการสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งประชาชนจะได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ โครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของจังหวัดสงขลาให้เป็นศูนย์กลางการค้าและระบบโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (สะพานโนรา) โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลา โครงการปรับปรุงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ โครงการรถไฟทางคู่ ที่กำลังจะเริ่มดำเนินการในระยะเวลาอันใกล้นี้ 
นายสรรเพชญ กล่าวต่อไปว่า เมื่อโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทุกมิติ ทั้งทางถนน รถไฟ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ รวมถึงด่านชายแดนและระบบขนส่งสาธารณะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการที่ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีการเงินที่เหมาะสม จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ภาคใต้ในภาพรวม ช่วยกระจายรายได้ เพิ่มการลงทุน สร้างงาน และกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน 

นายสรรเพชญ ยังได้แสดงทรรศนะเกี่ยวกับทิศทางการเงินในยุคปัจจุบัน โดยระบุว่าเทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การสร้างความมั่งคั่งในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องดำเนินไปควบคู่กับความรับผิดชอบ ความปลอดภัยของข้อมูล และการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยทางการเงินและมิจฉาชีพออนไลน์ พร้อมทั้งสนับสนุนให้สถาบันการเงินให้ความสำคัญกับการดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากต่อไป 

กยท. ทุ่ม 14.6 ล้านบาท หนุนวิจัยราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา ดันใช้จริง เพิ่มมูลค่ายางไทย

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าต่อยอดการใช้ยางพาราด้วยนวัตกรรม สนับสนุนงบประมาณกว่า 14.6 ล้านบาท พัฒนา ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา (Rolling Guard Barrier) เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมยางไทย
นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า กยท. มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิต การค้า และนวัตกรรมยางพารา โดยสนับสนุนงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (4)
โครงการพัฒนาราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องในช่วงปี 2565-2568 รวมกว่า 14.6 ล้านบาท สามารถพัฒนาต้นแบบสู่การใช้งานจริง โดยราวกันชนช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทก ลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ เหมาะสำหรับทางโค้งและจุดเสี่ยง อีกทั้งผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MASH 2016 TL-3
นอกจากนี้ การใช้ยางพาราเป็นวัสดุหลักยังช่วยลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้า ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มการใช้ยางในประเทศ โดยราวกันชนระยะทาง 1 กิโลเมตร ใช้ยางพาราประมาณ 21 ตัน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตของเกษตรกรไทย
พร้อมกันนี้ กยท. และ วว. ได้ลงนาม MOU เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา นวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพารา มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางไทย เพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน.

คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการ ณ จังหวัดสกลนคร

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา นำโดย นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ เดินทางไปศึกษาดูงานและประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการของจังหวัดสกลนคร
      ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาดูงาน ศูนย์บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โครงการ “บ้านพักใจ” เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนผลการดำเนินงานของโครงการ โดยมี นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะเยี่ยมชมการดำเนินงานและร่วมให้กำลังใจผู้เข้ารับการบำบัด ขณะที่ นายกิตติคุณ แก้วคูณนอก ป้องกันจังหวัดสกลนคร ในฐานะผู้บังคับบัญชากองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสกลนครที่ 1 ได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโครงการ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการดูแล ฟื้นฟู และส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมของผู้ผ่านการบำบัด เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติและยั่งยืน
       จากนั้น คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปยังบึงหนองหารสกลนคร เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความสำคัญของหนองหารในฐานะแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำจืดที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร รวมทั้งแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำหนองหาร โดยเน้นการบูรณาการการดำเนินงานของทุกภาคส่วน เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมดุลและยั่งยืน
      ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการศึกษาดูงานและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษา เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะในการพัฒนาการบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินและการพัฒนาประเทศตามอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป

ประจวบคีรีขันธ์ _ “สส.เดียร์” เปิดสนาม การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติดEGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 ครั้งที่ 4

วันที่ 3 ก.ค.69 ที่สนามฟุตบอลวัดนาล้อม หมู่ที่ 3 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันขึ้นระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โดยมี พระครูสังฆรักษ์สำราญ อภิชาโต เจ้าอาวาสวัดนาล้อม นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) นายวิบูลย์ เทียนทอง ผู้ช่วย สส.พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน และประธานชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายกฤษดา ลือโรจน์วงษ์ ที่ปรึกษานายกเทศบาลตำบลทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก พร้อมคณะกรรมการชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก คณะครู อาจารย์ และนักเรียน ให้การต้อนรับ
นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินภารกิจด้านผลิตและจัดหาไฟฟ้าของประเทศ ตามแผนพัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้า เพื่อเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถ และเสริมสร้างความมันคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการมีธรรมาภิบาล ดูแลรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม
กฟผ. จึงได้ริเริ่มจัดโครงการ "ฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ร่วมกับ ชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็ก เยาวชน ได้ออกกำลังกาย สร้างทักษะด้านกีฬา เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งของเยาวชน ตลอดจนผู้ปกครอง เป็นการสานสัมพันธภาพอันดีระหว่างกัน โดยมีโรงเรียนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 ทีม กิจกรรมนี้ ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิงจากทุกภาคส่วน ได้แก่ วัดนาล้อม ในฐานะเจ้าของสถานที่ ความมุ่งมันตั้งใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.ร่วมกับ ชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
///////////////////////////////
ข่าว    ณัฐธภพ พันสาย    /    จ.ประจวบคีรีขันธ์      0623644468

ผู้คนนับพันร่วมแสดงจุดยืน ’SAVE พัทยา‘ จี้ ‘ศิโรตม์‘ ขอโทษคนพัทยา หลังพ่นน้ำลายทำลายภาพเมืองท่องเที่ยวชี้เมืองพัทยาคือเมืองแห่งโอกาส

เย็นวันที่ 3 ก.ค.69 ที่ลานอเนกประสงค์ ลานสีฟ้า ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (บาลีฮาย) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ประชาชนหลากหลายอาชีพทั้งที่เป็นคนพื้นเพ และผู้ที่มาอาศัยทำมาหากินในเมืองพัทยา ได้นัดหมายกันออกมารวมพลังแสดงจุดยืน “SAVE พัทยา” และเรียกร้องให้นาจศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ ออกมาขอโทษคนพัทยา หลังออกรายการถกไม่เถียงโจมตีเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ทำนองว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน มีการยิงกันในสนามเลือกตั้ง ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้
ผู้คนที่เข้าร่วมงานแสดงจุดยืน SAVE พัทยา เป็นผู้คนหลากหลายอาชีพที่อยู่ในเมืองพัทยาที่ต้องการให้นายศิโรตม์ ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าต้องการอะไรถึงได้โจมตีเมืองพัทยาโดยไม่มีการกลั่นกรองข้อมูลก่อนมาออกรายการ ทั้ง พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการธุรกิจ กลุ่มประมงท้องถิ่น กลุ่มสหกรณ์สองแถว แท็กซี่ จยย.รับจ้าง บาร์เบียร์ กลุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติ ตัวแทนชุมชนต่างๆ ในเมืองพัทยา รวมจำนวนนับพันคน 
นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าสิ่งที่นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พูดนั้นไม่เป็นความจริง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองพัทยา เมืองแห่งโอกาสที่ผู้คนทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติ เข้ามาอาศัยทำมาหากิน การสร้างภาพให้เมืองพัทยาเป็นเมืองบ้านป่าเมืองเถื่อนกระทบโดยตรงกับคนที่อยู่ในพัทยา จึงเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบคำพูดด้วย 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก เปิดยุทธการ “Operation 90 Day” บูรณาการทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง ลุยล้างบางยาเสพติด 3 เดือนเต็ม

พิษณุโลก – วันนี้ (3 ก.ค. 69) เวลา 16.30 น. นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมเตรียมการและปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการ “Operation 90 Day ผ่าแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด” ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมพระพุทธชินสีห์ (331) และบริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก (หลังเก่า)
โดยมี พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39, พ.อ.วิชา อมรดิษฐ์ รอง ผอ.รมน.จว.พิษณุโลก (ท), พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ตลอดจนฝ่ายปกครองนำโดย นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายกองเอก ชัยพฤกดิ์ เชียรธานรักษ์ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก, นายรัชพงศ์ ศิริมี ป้องกันจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับปฏิบัติการ “Operation 90 Day ผ่าแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด” ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมกันปราบปรามและป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างเข้มข้นเด็ดขาด โดยมีกำหนดระยะเวลาขับเคลื่อนยุทธการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้








ยกเครื่องระบบน้ำ! "พิพัฒน์" สั่งลุยแก้ท่วมสงขลา-หาดใหญ่ มุ่งเซฟชีวิตและทรัพย์สิน ปลุกเศรษฐกิจยั่งยืน

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม น...