Saturday, August 22, 2026

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่กระบี่ “ผนึก 3 สส. ภูมิใจไทย” ลุยติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือและถนน เร่งยกระดับโครงข่ายคมนาคม รองรับการเดินทาง และการท่องเที่ยว

วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการท่าเทียบเรือและโครงการทางถนนที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งให้กับประชาชน และยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมี สส.กิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 สส.ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 สส.กิตติชัย เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ร่วมลงพื้นที่ พร้อมกันนี้ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่จาก กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง (ทล.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลเพื่อประกอบการสั่งการและวางแผนดำเนินงาน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านการขนส่งทางน้ำที่สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือศาลาด่าน ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นการซ่อมแซมท่าเทียบเรือโดยสารขนาด 75 x 10 เมตร พร้อมอาคารบริการนักท่องเที่ยวและประติมากรรมตกแต่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2569
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้จังหวัดกระบี่เป็นแกนนำหลักในการหาเจ้าของพื้นที่ท่าเรือโดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาข้อยุติภายใน 15 วัน เพื่อให้สามาาถเร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือบ้านโล๊ะใหญ่ ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่มีความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านการประมงและการท่องเที่ยว โดยเนื่องจากเปิดใช้งานมาเป็นเวลา 25 ปี ส่งผลให้โครงสร้างของท่าเรือเกิดการชำรุด จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามโครงการเชื่อมโยงทางเรือ “วงแหวนอันดามัน” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจังหวัดกระบี่ เกาะยาว และจังหวัดภูเก็ต ผ่านท่าเรือข้ามฟาก (เรือเฟอร์รี่) 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ ท่าเรือมาเนาะห์ เกาะยาวน้อย ท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ และท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่และภูเก็ตให้เหลือประมาณ 2 ชั่วโมง จากเดิมที่เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างพื้นที่ โดยปัจจุบันท่าเรือทั้ง 4 แห่งอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2572
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำแล้ว ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการทางถนนในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4037 ช่วงอำเภอเหนือคลอง - เขาพนม (กม.4+319 - กม.21+307) และทางหลวงหมายเลข 4225 ช่วงบ้านในปง - คลองชี (กม.24+237 - กม.46+277) ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4156 ช่วงอำเภอเขาพนม - ทุ่งใหญ่ (กม.0+000 - กม.40+475) ระยะทาง 40.475 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่และนครศรีธรรมราช ตลอดจนสนับสนุนการขนส่งสินค้าและผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยว และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินบางส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ ทล. ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 4206 ช่วงตำบลห้วยน้ำขาว - บ้านเกาะกลาง และทางหลวงหมายเลข 4034 ช่วงปากน้ำกระบี่ - เขาทอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบคมนาคมขนส่งและสนับสนุนการเดินทางในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบและศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายสรรเพชญ กล่าวในตอนท้ายว่า ได้กำชับให้ จท. และ ทล. เร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมติดตามและแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ของประชาชน และความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่

///

อบจ.สงขลา เดินหน้าพัฒนากีฬา เปิดการแข่งขันเด็ก เยาวชน และประชาชน ประจำปี 2569 ขับเคลื่อน “Songkhla Sports City”

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิด “โครงการแข่งขันกีฬา กรีฑา เด็ก เยาวชน และประชาชน จังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569” พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันจักรยานขาไถในประเภทต่าง ๆ โดยมี นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นางสาวจิราวดี อ่อนวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักกีฬา และประชาชนเข้าร่วม
        การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2569 ณ สนามกีฬาต่าง ๆ ภายในจังหวัดรวม 11 ชนิดกีฬา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีบทบาทหลักในการดูแลการแข่งขัน 7 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อ จักรยานขาไถ และกรีฑา ขณะที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา รับผิดชอบ 4 ชนิดกีฬา ได้แก่ บาสเกตบอล บาสเกตบอล 3x3 เปตอง และว่ายน้ำ
          สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจด้านการกีฬา โดยมุ่งสร้างโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เข้าถึงกิจกรรมกีฬาอย่างทั่วถึง ส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพที่ดี และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้ที่มีความสามารถได้พัฒนาทักษะและประสบการณ์จากการแข่งขันจริง
          นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การส่งเสริมกีฬาไม่ได้มุ่งเพียงผลการแข่งขัน แต่ต้องการสร้างพื้นฐานให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย รู้จักการทำงานเป็นทีม และมีน้ำใจนักกีฬา ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างเส้นทางให้เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถได้รับการพัฒนาต่อยอดสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น
          องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาพร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสให้คนสงขลาได้แสดงศักยภาพ และร่วมผลักดันจังหวัดสงขลาสู่การเป็นเมืองกีฬา “Songkhla Sports City”

พิษณุโลก / สะเทือนวงการอาวุธปืน‼️ ปกครองเปิดปฏิบัติการ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" บุกค้นร้านปืนดังกลางเมือง ที่มาของปืนหายจากระบบกว่า 2,200 กระบอก

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 น. พ.ต.ท. สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง  นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ร่วมแถลงข่าวปฏิบัติการ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" ณ ห้องประชุม ชั้น 7  อาคารศาลากลางพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้ตรวจพบเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบอาวุธปืนของอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยพบว่า มีผู้ที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) แต่ไม่ได้นำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2569 มีจำนวน 2,247 ฉบับ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่น่าเชื่อได้ ว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อใช้ในการซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ กรมการปกครองจึงสั่งให้ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบและรายงานความผิดปกติกรณีดังกล่าว
กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมการปกครอง โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" ดังกล่าว
ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบชัดเจนถึงข้อเท็จจริง จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายอาวุธปืนแห่งหนึ่งในพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลก และบ้านพักของผู้ต้องสงสัยว่าเป็นนายหน้ากระบวนการค้าปืนเถื่อน ซึ่งเป็นที่มาของปืนหายจากระบบจำนวน 2,247 กระบอก รวมถึงได้สั่งการให้ตรวจสอบกระบวนการออกใบอนุญาต ป.3 ของอำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในห้วงระหว่างปี 2563 - 2569 พบว่ามีการออกโดยผิดปกติจริง
โดยคาดว่า เกิดจากผู้ที่มีชื่อขออนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) แต่ไม่ได้ออกใบอนุญาตมี และใช้อาวุธปืน (ป.4) ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - 2569 มีจำนวนกว่า 300 ราย ซึ่งเกือบทุกรายมีชื่อถือครองปืนมากกว่า 10 กระบอก โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบมาก่อนว่าตนขออนุญาตซื้อ ทำให้มียอดสะสมถึง 2,000 กระบอก ซึ่งถือเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงและเป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประชาชนและประเทศชาติ
เอกสิทธิ์ ทรงทอง ภาพ-ข่าว//

สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงาน Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า

3 บุรี  "สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี-ราชบุรี" ผนึกกำลังเปิดเส้นทางความอร่อย "Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า"  เชื่อมอาหาร วิถีชุมชน และวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวสร้างสร้างยั่งยืน
ที่ โรงแรมเลิศธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานพิธีแถลงข่าวการจัดงาน Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า โดยมีนายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวประภารัตน์ นาคผจญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี ดร.ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย นายกสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทยประธานร่วมในคณะกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรี(คจ.สจ.) โดยมีนายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองโบราณอู่ทอง เข้ากล่าวรายงานการจัดงาน 
การจัดงาน " Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า" เป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 กิจกรรมการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริม เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และกระตุ้นการสร้างรายได้และพร้อมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร มีชาติพันธุ์ อาหารเมนูจานเด็ดท้องถิ่น อาหารเพื่อสุขภาพ ที่เชื่อมโยงกันเข้ากับการท่องที่เที่ยวระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1
กิจกรรมไฮไลต์ที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ 1.การเปิดตัว 3 เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด ได้แก่ เส้นทางอาหารชาติพันธุ์, เส้นทางจานอาหารเด็ดตำนานท้องถิ่น และเส้นทางอาหารเพื่อสุขภาพ (Gastronomy & Wellness)
2.การนำเสนอสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลและรีวิวเส้นทาง ผลจากการลงพื้นที่จริง โดยเชฟชื่อดัง และ   Influencer สายท่องเที่ยวและอาหาร เพื่อสำรวจอาหารชาติพันธุ์ อาหารจานเด็ดท้องถิ่น และอาหารเพื่อสุขภาพ นำมาถ่ายทอดเรื่องราวเผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวยุคใหม่
3.การงานเทศกาลอาหารภาคกลางตอนล่าง 1 มี 7 วันเต็ม ภายใต้ชื่องาน "Gastronomy Tourism" สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า" รวบรวมสุดยอดร้านอาหาร ร้านค้าเด็ด จากผู้ประกอบการชุมชนจากภาคกลางตอนล่าง 1 และ Influencer รวมกว่า 35 คูหา มาจำหน่ายอาหาร พร้อมกิจกรรม Workshop เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ วันละ 2 กิจกรรม และชมการแสดงจากศิลปินนักร้องยอดนิยม แก่ชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 31 สิงหาคม 69 ณ ห้างเซ็นทรัล เวสต์วิลล์  ลานกิจกรรม ชั้น G (หน้าร้าน UNIQLO) อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

วัดศีรษะทอง ร่วมกับ รพ.นครชัยศรีมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนสอบผ่านธรรมศึกษาปี 68 รวม 107 ทุน

นครปฐม เมื่อวันที่ [ใส่วันที่] ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฟอกไตวัดศีรษะทอง (โรงพยาบาลนครชัยศรี) ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดศีรษะทอง ที่สอบผ่านธรรมศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี นพ.นเรศ มณีเทศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครชัยศรี, นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

​การจัดพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูปลัดสมาธิวัฒน์ (กาเหว่า ชาติสิริ) เจ้าคณะตำบลศรีษะทอง และเจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง เป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาทั้งหมด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนทางธรรมแก่เยาวชน รวมทั้งสิ้น 107 ทุน เป็นเงิน 77,800 บาท โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ธรรมศึกษาชั้นตรี: ทุนละ 500 บาท (ประถมศึกษา 16 คน, มัธยมศึกษา 24 คน) รวม 40 ทุน เป็นเงิน 20,000 บาท
ธรรมศึกษาชั้นโท: ทุนละ 800 บาท (ประถมศึกษา 16 คน, มัธยมศึกษา 30 คน) รวม 46 ทุน เป็นเงิน 36,800 บาท
ธรรมศึกษาชั้นเอก: ทุนละ 1,000 บาท (ประถมศึกษา 13 คน, มัธยมศึกษา 8 คน) รวม 21 ทุน เป็นเงิน 21,000 บาท 
ภาพรวมการมอบทุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง บวร (บ้าน วัด โรงเรียน/โรงพยาบาล) ในการส่งเสริมเยาวชนให้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่ไปกับการศึกษาในระบบอย่างยั่งยืน
​//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม รายงาน//

โรงเรียนมารีวิทย ์เปิดโดม St. ROSALIND ฉายหนัง รับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองพัทยา 2026

ด้วยเมืองพัทยาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนบูรณาการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นาตาชาติเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 หรือ Pattaya International Film Festival 2026 ระหว่างวันที่ 22-30 สิงหาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่และผลักดันเมืองพัทยาสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก้ 
มีรายงานว่า สถานศึกษาภาคเอกชนในเมืองพัทยาได้ร่วมสนับสนุนอีเว้นต์ดังกล่าวด้วย โดยทางโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา ได้ใช้พื้นที่ภายในโดม St.ROSALIND เปิดจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อฉายภาพยนตร์ชื่อดังให้กับนักเรียนผู้ที่มาทำกิจกรรมที่โรงเรียน และผู้ปกครอง รวมทั้งคณะครู ได้รับชมกันอย่างสนุกสนานด้วย 
โดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 (Pattaya International Film Festival 2026) ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "THE CINEMATIC WAVE" (คลื่นแห่งภาพยนตร์) โดยงานเปิดให้ผู้ที่สนใจและคอหนังเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ฟรีตลอดทั้ง 9 วันเต็ม ตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนด 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

มุกดาหาร ผนึกกำลังทหาร–ตำรวจ–พลเรือน วางระบบสกัดยาเสพติด เสริมเกราะความมั่นคงชายแดนอย่างยั่งยืน

      มุกดาหาร/เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร นายไตรสรณคมน์ หนองเรือง  กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร (สส.เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร) เป็นประธานเปิดการสัมมนาหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน เพื่อความมั่นคงชายแดนปลอดภัยจากยาเสพติด” โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ให้การต้อนรับและร่วมเป็นวิทยากร การสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เยาวชน ตลอดจนประชาชนเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และภัยคุกคามจากยาเสพติด โดยเฉพาะความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย คุณภาพชีวิต สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สาระสำคัญมุ่งยกระดับกลไกประสานงานระหว่างฝ่ายทหาร ตำรวจ พลเรือน หน่วยปกครอง ท้องถิ่น และเครือข่ายประชาชน ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูล วางแผนป้องกัน เฝ้าระวัง ตลอดจนขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุกได้อย่างมีเอกภาพ เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ
ภายในงานเปิดเวทีให้วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดเห็น เพื่อค้นหาแนวทางลดปัจจัยเสี่ยง สกัดการแพร่ระบาด และสร้างพื้นที่ชายแดนให้ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความตระหนักแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้เข้าใจถึงพิษภัยซึ่งอาจทำลายสุขภาพ สถาบันครอบครัว ความสงบของชุมชน รวมถึงสร้างผลกระทบระยะยาวต่อสังคม พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสอดส่อง ป้องกัน และแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานรับผิดชอบ
จังหวัดมุกดาหารให้ความสำคัญกับการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและรับมือภัยคุกคามตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งแก่ชุมชน รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันให้คนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่พื้นที่ที่มั่นคง ปลอดภัย และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
//วิลาสินี เจริญสุข/รายงานจากมุกดาหาร 081-5926966//

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่กระบี่ “ผนึก 3 สส. ภูมิใจไทย” ลุยติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือและถนน เร่งยกระดับโครงข่ายคมนาคม รองรับการเดินทาง และการท่องเที่ยว

วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการท่าเทียบเรือและโคร...