Thursday, March 19, 2026

เจือชวนเที่ยว “หลาดดงตาล” สิงหนครหนุนสินค้าท้องถิ่น ดันเศรษฐกิจชุมชน สร้างจุดเช็กอินใหม่ของสงขลา

บรรยากาศใต้ร่มเงาตาลโตนดนับร้อยต้น กลายเป็นเสน่ห์ใหม่ของการท่องเที่ยวชุมชน
นายเจือ ราชสีห์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายปรีชา สุขเกษม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายวิเชียร ครุอำโพธิ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าขาด,นายปรีชัย มาละวรรณโณ อดีตที่ปรึกษานายก อบจ.สงขลา นายธนัท ย่องเซ่ง (ปอง) รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าขาด และทีมงาน ลงพื้นที่เยี่ยมชมงาน “หลาดดงตาล” ตลาดวัฒนธรรมสิงหนคร ณ สวนเทพหยา ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศร่มรื่นท่ามกลาง สวนตาลโตนดนับร้อยต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ และกลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว 📸 โดยมี คุณณภัส รัตนชาติ และคุณชาญวิทย์ รัตนชาติ เจ้าของสวน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
สวนเทพหยาจัดตั้งขึ้นเป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมฐานเรียนรู้หลากหลาย ทั้งการทำน้ำตาลโตนด การปลูกข้าว การเลี้ยงปลา การปลูกสมุนไพร และการออมเงินในรูปแบบสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งมีสมาชิกกว่า 300 คน
 อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สะดุดตาคือ “ข้าวยำซูชิ” เมนูพื้นถิ่นที่นำมาปรับรูปแบบใหม่ เพิ่มสีสันและความแปลกตา ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ทั้งนี้ “หลาดดงตาล สวนเทพหยา” เปิดทุกวันอาทิตย์ (สลับอาทิตย์) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตแบบ “โหนด นา เล” ชิมอาหารพื้นบ้าน เลือกซื้อสินค้าชุมชน และเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ
โดยคาดว่าจะพัฒนาเป็นอีกหนึ่ง จุดเช็กอินใหม่ของจังหวัดสงขลา ที่ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนในพื้นที่

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง' แนะหยุดวงจรหนี้พลังงาน คืนอธิปไตยให้เกษตรกรไทยด้วย 'ดีเซล B40

(18 มีนาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

หยุดวงจรหนี้พลังงาน คืนอธิปไตยให้เกษตรกรไทยด้วย “ดีเซล B40”

ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนมีนาคม 2569 นี้ ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่ต้องแบกรับค่าครองชีพ และความบิดเบือนของ “ราคาน้ำมัน 3 มาตรฐาน” ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจฐานรากของเรา

ทำไมเราต้องจ่ายน้ำมันดีเซลแพง

1. หน้าปั๊ม 30-33 บาท: ที่ดูเหมือนถูก แต่เป็นการ “กู้เงินอนาคต” มาชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันที่ติดลบมหาศาล ทิ้งหนี้ไว้ให้ลูกหลานไทย

2. ภาคอุตสาหกรรมประมาณ 40-50 บาท: ที่ปล่อยลอยตัวจนต้นทุนสินค้าพุ่ง กระทบปากท้องคนจนทั้งประเทศ และรัฐต้องประกาศให้ "ราคาหน้าคลังน้ำมันทุกแห่งเท่ากันทั่วไทย" เช่นเดียวกับราคาหน้าปั้ม ไม่ใช่ให้กำหนดราคาเองอย่างที่ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาทุกวันนี้

3. น้ำมันเขียวประมง ประมาณ 40-50 บาท: ที่ทำให้พี่น้องชาวประมงต้องจอดเรือทิ้ง เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหวและมีผลกระทบต่ออาชีพประมงอย่างรุนแรง
ทางออกที่เป็นธรรม: บทเรียนจากอินโดนีเซียสู่ “ไทย B40” เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา อินโดนีเซียประกาศเตรียมขยับสู่ B50 (ผสมน้ำมันปาล์ม 50%) เพื่อสู้กับวิกฤตน้ำมันโลก

ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดัน “ดีเซล B40“ เพื่อเปลี่ยนจาก “น้ำมันใต้ดิน” ที่เราคุมราคาไม่ได้ มาเป็น “น้ำมันบนดิน” จากหยาดเหงื่อเกษตรกรไทย อย่างน้อย ประโยชน์ 3 ต่อ เพื่อคนไทยทุกคน

1. คืนความเป็นธรรมให้เกษตรกร เงินทุกบาทที่เคยไหลออกไปหาบริษัทน้ำมันต่างชาติ จะถูกเปลี่ยนมาเป็นรายได้ตรงสู่มือ “ชาวสวนปาล์ม” ทั่วประเทศ พยุงราคาและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มที่การปลูกได้ขยายขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 3 ล้านไร่เพิ่มเป็นเกือบ 6 ล้านไร่ในปัจจุบัน 

2. ลดภาระงบประมาณชดเชย ยิ่งผสมปาล์มมาก ต้นทุนเนื้อน้ำมันยิ่งต่ำลง รัฐไม่จำเป็นต้องกู้เงินแสนล้านมาตรึงราคาหนี้ให้ลูกหลาน เราสามารถยืนราคา 32-33 บาทได้ด้วยตัวเราเอง 

3. ราคาเดียวเพื่อคนทำมาหากิน เมื่อต้นทุนต่ำลง เราจะสามารถดึงราคา “น้ำมันประมง” และ “น้ำมันโรงงาน” ลงมาอยู่ในระดับที่ยุติธรรม ช่วยลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้พี่น้องประชาชนได้ทันที

การแก้ปัญหาน้ำมันต้องไม่ใช่แค่การ “ตรึงราคาไปวันๆ” แต่ต้องเป็นการ “รื้อโครงสร้าง” ที่เอาเปรียบประชาชนเราต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยมือของคนไทยเอง เพื่อให้วิกฤตสงครามครั้งนี้ กลายเป็นโอกาสทองของเกษตรกร และเป็นความสุขที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

นครปฐม หนุ่ม ใหญ่วัย 47 ปีซิ่งรถ จยย. ชนรถ 18 ล้อดับคาที่ในตัวพบหลักฐานบัตรผู้พิการประเภทหนึ่ง

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ. บางเลน ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกใบอ้อย ซึ่งที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนน สุชาติพัฒนา บางเลน-บางหลวง หมู่ที่ 5 ตำบล บางไทรป่า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม  หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมด้วย มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม 
ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถพ่วงบรรทุก 18 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุหัวสีขาวคาดสีฟ้า หมายเลขทะเบียนส่วนหัว 86-5319 สุพรรณบุรีหมายเลขทะเบียนส่วนลูกพ่วง 85-9460 สุพรรณบุรี จอดอยู่หน้าโรงแห่งหนึ่ง โดยมีนายรุ่งโรจน์ เสือณรงค์ อายุ 27 ปี ชาวจังราชบุรีแสดงตัวเป็นคนขับรถ 18 ล้อคันดังกล่าวยืนรอเจ้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยบริเวณระหว่างกลางรถพ่วง 18 ล้อพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า โนวาสีแดง หมายเลขทะเบียน กกต 615 นครปฐมอยู่ในสภาพมุดใต้ท้องกลางรถพ่วงจนพังยับเยิน ซึ่งในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งรายคือ

นายดำเกริง ไทรสาเกตุ อายุ 47 ปี ที่อยู่ 160 หมู่ที่ 4 ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุในสภาพศพ  กะโหลกศีรษะเปิด  นอนหงายมีเลือดออกเป็นจำนวนมาก 
เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเอกสารเป็นบัตรประจำตัวผู้พิการและทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตเอาไว้เป็นหลักฐาน 
ทางด้านนาย นายฉัตรชัย คชศิลา อายุ 56 ปี รปภ ที่อยู่หน้าโรงงานบอกว่า เห็นรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าว วิ่งมาทางบางหลวงเพื่อมุ่งหน้ามาทางบางเลนถึงที่เกิดเหตุเสียหลักลงข้างทางลง ไถลผ่านกอหญ้า ผ่านหน้าตนไปอย่างเฉียดฉิว  และไปชนกับรถ 18 ล้อ กลางลำเข้าอย่างจัง 
จากการสอบถามนายรุ่งโรจน์ คนขับรถพ่วง 18 ล้อเล่าว่าตนได้ขับรถพ่วง 18 ล้อ  บรรทุกใบอ้อยมาจากทุ่งคอก  กำลังจะเดินทาง ไปส่งใบอ้อยที่โรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอบางเลนจังหวัดนครปฐมกระทั่งมาถึงในที่เกิดเหตุรถของตนได้ เลี้ยวเข้าโรงงานคิดว่ายางระเบิด จึงลงไปดูถึงกับตกใจมีมอเตอร์ไซค์อยู่ใต้ท้องกลางรถของตน ตกใจทำไมไม่ถูกจึงยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำในที่เกิดเหตุ 
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปที่โรงพยาบาลนครปฐมเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรในเบื้องต้นเสียก่อนและได้เชิญตัวคนขับรถพ่วง 18 ล้อ ไปทำการสอบสวนถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้และหลังจากนั้นก็จะเร่งทำสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ประยูร น้อยบัวงาม / ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม

ตม.กาญจนบุรี เปิดปฏิบัติการลุยจับต่อเนื่อง! รวบเพิ่ม 7 ชาวจีน ลอบเข้าเมือง ใช้ไทยเป็นทางผ่านขบวนการข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.69 เวลา 08.00 น. ที่ ตม.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ปริญญา  กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 ในฐานะ โฆษก บก.ตม.3 เปิดเผยกรณี ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี นำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สามารถจับกุมบุคคลสัญชาติจีนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้จำนวน 3 ราย จากการขยายผลเชิงลึก ทำให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขบวนการข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน
ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าระวังและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการต้องสงสัย กระทั่งเข้าตรวจค้นห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
ผลการปฏิบัติ พบกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรวม 7 ราย พักอาศัยอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าว โดยไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัวหรือหลักฐานการเข้าเมืองได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ ประกอบด้วย
 • นายหลี่ ซินปิน อายุ 36 ปี
 • นายเฉิง ไฉ่หาว อายุ 21 ปี
 • นายกู่ ซิ่งฮุย อายุ 23 ปี
 • นายเฉิน เฟิง อายุ 28 ปี
 • นายจาง จื้อห้าว อายุ 20 ปี
 • นายซ่ง ปิ่น อายุ 24 ปี
 • นางสาวหวัง ฮุ้ยหมิ่น อายุ 23 ปี
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การตรงกันว่า ได้ลักลอบเดินทางจากประเทศกัมพูชา เข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ก่อนจะมีรถยนต์มารอรับ เพื่อลำเลียงต่อไปยังประเทศเมียนมา โดยมีนายทุนชาวจีนและเมียนมาหนุนหลัง และใช้ประเทศไทยเป็น “ทางผ่าน” ของขบวนการ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย
หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและขอประชาสัมพันธ์ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
📞 โทรศัพท์: ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่
🌐 เว็บไซต์: www.immigration.go.th

///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

นายอำเภอบางเลนตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วย นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายนนท์ ศรีวัฒนตระกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และสมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองอำเภอบางเลน ร่วมกับพานิชย์จังหวัดนครปฐม พลังงานจังหวัดนครปฐม ตรวจสอบสถานบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ราคาน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ อาจมีความแตกต่างกัน เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อที่ต่างกัน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ทำเลที่ตั้ง และการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐสำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีความผันผวนในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและราคาสินค้า
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม หรือสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
//สมคิด พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

ประจวบคีรีขันธ์ _สภ.ห้วยยาง เปิดต่อเนื่อง "โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569”

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ตำบล ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จว. ประจวบ ฯ มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษาผกก.สภ. ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พระมหาสัญญา สิทธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง พร้อมนายมนต์ชัย หนูสาย 
นายอำเภอทับสะเเก ประธานในพิธีเปิด“ โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต. ห้วยยาง นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ   
ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก
ผู้แทนพัฒนาการอำเภอทับสะเเก นายสราวุธ ทอดสนิท ประธานหมู่บ้าน ม.11 ผู้แทน กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธานกต.ตร.สภ. ห้วยยาง ร.ต.เอนก รูปโคม 
เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.จงอางศึก น.ส.ทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการ ผอ.รพ.สต.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง  ร่วมพิธีเปิดศูนย์บำบัดในชุมชน  “ โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 “ ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าร่วมโครงการฯ ครั้งที่ 1 กิจกรรมพบหมอ สร้างแรงบันดาลใจ และปรับทัศนคติผู้กล้า ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อ เป้าหมายในการ "ลด ละ เลิก" จำนวนรวม 33 คน
พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า  การดำเนินงานในโครงการตำบลยั่งยืนของ สภ.ห้วยยาง ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ โดยได้ประชาสัมพันธ์โครงการ ลงพื้นที่ เดิน x-ray ตรวจปัสสาวะประชาชนอายุ 12-65 ปี เพื่อค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติด ในหมู่บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง พบผู้เสพ ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการบำบัด จำนวน 33 ราย  ได้ทำการคัดกรองบุคคล ประเมินผู้เสพยาเสพติดที่มีอาการทางจิต เพื่อบันทึกข้อมูลการบำบัดรักษา/ฟื้นฟูผู้ติดยา(บสต.) และจะทำกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment and Care : CBTx) จำนวน 16 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันทำพิธีเปิดในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการคุ้ม พร้อมภาคีเครือข่าย และ ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง จะช่วยกันขับเคลื่อนดำเนินงานตามแนวทางที่เคยทำมาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน ต่อไปผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว 
//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

รพ.บางเลน ต้อนรับ สส.สุขชาติ สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุข

 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 
   ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลน   นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร  ให้การต้อนรับ พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ในโอกาสเข้าเยี่ยมเยียนและร่วมหารือแนวทางการพัฒนางานด้านสาธารณสุข  ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุชา มหานิล สาธารณสุขอำเภอบางเลน, รพ.สต. ในพื้นที่, สจ.วิสิทธิ์ วันสีแก้ว นายกสมาคม อสม. อำเภอบางเลน และเครือข่ายสาธารณสุขเข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลปัญหาและข้อเสนอแนะในการยกระดับการบริการสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนชาวบางเลนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างยั่งยืน
//สมคิด พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

เจือชวนเที่ยว “หลาดดงตาล” สิงหนครหนุนสินค้าท้องถิ่น ดันเศรษฐกิจชุมชน สร้างจุดเช็กอินใหม่ของสงขลา

บรรยากาศใต้ร่มเงาตาลโตนดนับร้อยต้น กลายเป็นเสน่ห์ใหม่ของการท่องเที่ยวชุมชน นายเจือ ราชสีห์ อดีตสมาชิกสภา...