Saturday, May 2, 2026

รวมพลังรักษ์เล! อบจ.สงขลา นำทัพนักดำน้ำบุก "หาดม่วงงาม" เคลียร์ขยะใต้ทะเล ปกป้องแนวปะการังและสัตว์น้ำหายาก

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ ชายหาดม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัด
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะทะเลแบบมีส่วนร่วมบริเวณแนวปะการังเทียม ภายใต้โครงการรณรงค์การจัดการขยะ โดยมี นายปราโมทย์ หมาดทิ้ง ผู้อำนวยการสำนักช่าง กล่าวรายงาน พร้อม นายกิตติพงศ์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายเสรีชัย ซื่อต่อตระกูล ผู้อำนวยการกองกิจการขนส่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม
          นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งหญ้าทะเล ป่าชายเลน และแนวปะการัง แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ปกคลุมแนวปะการัง กีดขวางแสงแดด และเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายากต่างๆ ส่งผลให้แนวปะการังเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง
        องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยสำนักช่าง ส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายช่างสุขาภิบาล ได้บูรณาการความร่วมมือกับเทศบาลเมืองม่วงงาม สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 และเครือข่ายนักดำน้ำจิตอาสา จัดกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะทะเลแบบมีส่วนร่วมบริเวณแนวปะการังเทียม ภายใต้โครงการณรงค์การจัดการขยะ ระหว่างวันที่ 1–3 พฤษภาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ลดผลกระทบจากขยะที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศใต้ทะเล เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
          โดยรูปแบบกิจกรรมวันแรกเป็นการอบรมและวางแผนกำหนดจุดดำน้ำ พร้อมวางทุ่นสัญลักษณ์บริเวณกองปะการังเทียม ส่วนวันที่ 2–3 พฤษภาคม 2569 นักดำน้ำจิตอาสาร่วมกับนักดำน้ำมืออาชีพลงพื้นที่เก็บขยะบริเวณกองปะการังเทียม ชายหาดม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร โดยใช้เรือใหญ่บริเวณกลางทะเล ดำเนินการเก็บขยะตามแนวปะการังเทียมจำนวน 2 Drive ก่อนปิดกิจกรรมด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสรุปผลการทำงาน

"แม่ทัพภาค 4 สั่งลุยเกาะพะงัน สนธิกำลังบุกรวบ 'บริษัทรับเลี้ยงเด็กเถื่อน' พบต่างด้าวผิดกฎหมายอื้อ"

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานประกอบการเกาะพะงัน พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:30 น.  พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่  4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายภาค 4 ได้สั่งการให้ กองบังคับการควบคุมการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยบูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน เข้าดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการผิดกฎหมายกับ บริษัท อาร์กิ คิดส์ จำกัด ในพื้นที่ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบกิจการ สถานรับเลี้ยง ดูแลเด็ก พร้อมมีบริการสนามเด็กเล่น
จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตพบว่า ขออนุญาตประกอบกิจการจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี (พมจ.สฎ.) โดยระบุในเอกสารว่า “รับเลี้ยงเด็กอายุ 2 - 5 ปี จำนวน 18 คน“  
และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีเด็กและเยาวชนสัญชาติอิสราเอลจำนวน 89 คน มีอายุตั้งแต่ 2 -12 ปี และยังพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 40 คน (วิ่งหลบหนีไปอีกหลายราย)  และสัญชาติอื่นอีก 12 คน ซี่งแยกความผิดได้จำนวน 9 ราย
1. นางประทุมทิพย์ อยู่อินทร์ (อายุ 61ปี) สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 178 หมู่ที่ 7 ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหา “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน,เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง,เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ คุ้มครองเด็ก ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2. MR.AIDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"

3. MR.NDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"

4. MR. ASHLEY KATE ALLEN อายุ 30 ปี สัญชาติ อเมริกัน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีในอนุญาตทำงาน”

5. MR.TRISTAN KYLE FERGUSON HUNTER อายุ 31  ปี สัญชาติแอฟริกา ได้กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

6. MS.MONIQUE VASCO DA CRUZ อายุ 30 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

7. MS.NALEDI MASANA MHLONGO อายุ 25 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

8. MS.FATIMA NOUREDINE อายุ 36 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง"

9.  MS.NATALIE SANDRA HUNTER อายุ 53 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง" ทั้งหมดได้กระทำผิดในฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ทั้งนี้ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 22 เรียบร้อย ส่งตัวผู้ถูกจับให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงันดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา มีการร้องเรียนทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลเข้ามาประกอบกิจการในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว 
โดยทาง กองทัพภาคที่ 4 ได้ให้ความสำคัญทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารสนับสนุนในการจับกุมผู้กระทำความผิดร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมา หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พัทลุง รองจเรตำรวจแห่งชาติติดตามคดีตำรวจเปิดเล่นไฮโลให้ออกจากราชการ

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ พร้อมพบปะผู้เสียหายกรณีปรากฏคลิปวีดีโอ กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติการณ์เป็นเจ้ามือไฮโล และหลอกลวงชักชวนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมองให้ร่วมเล่นการพนัน จนสูญเสียทรัพย์สินเป็นเงินจำนวนมาก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายพีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมด้วยนางยุพาภรณ์ (สงวนนามสกุล) ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. ได้มีนายครรชิต หรือ ดาบตำรวจครรชิต (สงวนนามสกุล) หรือ “จ่าเสือ” ชักชวนให้ไปเล่นการพนันภายในบ้านพัก และร่วมเล่นกับบุคคลอื่นอีก 2 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเครือญาติของผู้ถูกกล่าวหา
    ผลจากการเล่นพนันดังกล่าว ทำให้นายพีรศักดิ์สูญเสียเงินจำนวนหนึ่ง และได้มีการยืมเงินสดจำนวน 10,000 บาท รวมถึงนำสร้อยคอทองคำมูลค่าประมาณ 100,000 บาท ไปจำนำเพื่อนำเงินมาเล่นต่อ ก่อนจะสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดในที่สุด ต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งให้บิดามารดาทราบเพื่อช่วยไถ่ถอนทรัพย์สิน และเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
 ด้านกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ดาบตำรวจครรชิตฯ  ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ได้มอบหมายให้สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   นอกจากนี้ นางยุพาภรณ์ มีนยุทธ์ อายุ 46 ปี และนายพีรศักดิ์ พรหมมา อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าขอความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กับพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าถูกฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่มาอย่างต่อเนื่อง
     พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้มีการสอบสวนทั้งทางอาญาและวินัยอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรม  ซี่งสำนักงานตำรวจภาค 9 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนในเรื่องวินัย และเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้นายดาบครรชิตฯ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพราะฉนั้นทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนก็จะมีการสอบสวอย่างละเอียด  ขณะเดียวก็ได้คุยกับผู้เสียหายที่ร้องเรียนแล้ว ให้มั่นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเรื่องคดีอาญาและวินัย ในเรื่องของวินัย นั้นมีพยานฐานมีมูลที่ชัดเจน เพื่อประโชยน์ ของการบริหารงาน ก็ใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาในการให้นายดาบตำรวจ ออกจากราชการไว้ก่อน   
      พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. / โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า จากกรณีที่ถูกข่มขู่เอาชีวิตของครอบครัว นั้น จะให้ผู้เสียหายกับให้นายดาบตำรวจ ดังกล่าว เข้ามาพบพูดคุยทำความเข้าใจกันอีกครั้ง และให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรมีเหตุติดใจกันอีก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยของครอบครัวผู้เสียหาย และตนเองจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของตำรวจไทย

ประธานวุฒิสภา นำทีม สว. ใต้ตอนล่าง ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ฟังเสียงสะท้อนจากชาวเล “แก้ไฟแพง น้ำขาด ยกระดับความปลอดภัย-คมนาคม-สาธารณสุข”

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.00 นาฬิกา  ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ นำโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง คณะสมาชิกวุฒิสภา นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา นายรุ่งธรรม เปรมมางกูร รองเลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมลงพื้นที่เพื่อรับฟังประเด็นปัญหาจากประชาชน ผู้ประกอบการ และส่วนราชการในพื้นที่  โดยมี นางสาวดุษฎี พฤกษเศตรฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เข้าร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. การยกระดับและการส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ การขยายเส้นทางรถไฟ ตรัง-สตูล นโยบายสร้างจุดแวะเรือสำราญ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงมาท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ และการสร้างท่าเทียบเรือที่ได้มาตรฐานเพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุข
2. การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าราคาสูง ผลักดันการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาน้ำจืดขาดแคลน การจัดสรรพื้นที่และเครื่องมือในการจัดการขยะมูลฝอย การจัดหาอุปกรณ์ดับเพลิงที่ได้มาตรฐานเพื่อยกระดับความปลอดภัย การก่อสร้างอาคารที่ทำการและบ้านพักตำรวจของสถานีตำรวจภูธรเกาะหลีเป๊ะ รวมถึงการสร้างโรงพยาบาล เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว 

3. การตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหลีเป๊ะเพื่อให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมด ทาง คณะฯ จะดำเนินการรวบรวมเพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเร่งแก้ไขปัญหาตามบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป  เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สุพรรณบุรี รมว.อก.เปิดบ้านสุพรรณปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน

ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิด "DIPROM PLUS @ DCB เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน" ภายใต้ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพ ยกระดับมาตรฐาน อุตสาหกรรมอาหารไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายกลวัช ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี นายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนชาวจังหวัดสุพรรมบุรี ทุกภาคส่วน ร่วมงานจำนวนมาก 
ภายในงานได้จัดนิทรรศการแสดงผลงาน แนะนำการให้บริการของ ศภ.8 กสอ. คลินิกให้ทำปรึกษาแนะนำธุรกิจเบื้องต้น ศูนย์บอับริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BSC) อาทิพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ พัฒนาตลาด การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม บริการเงินทุนหมุนเวียนฯ บริการเครื่องจักร ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต 4.0 (ITC) นิทรรศการ "Showcase ผู้ประกอบการที่ประสบผลสำเร็จ" ผลงานผู้ประกอบการที่ได้รับการสเสริมพัฒนา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2568 การจัดบูทเครือข่ายพันธมิตรจากหน่วยงานรัฐและเอกชน สถาบันอาหาร SME bank โซนตลาดนัดอุตสาหกรรม จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการดีพร้อม โซนศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) สาธิตทดลองเครื่องจักร  เครื่องสกัดด่วน เครื่องระเหยข้น สเปรดราย์ (มะพร้าวน้ำหอม) เครื่องอบลมร้อน (ผำ) เครื่องปั่นบดละเอียด (ข้าว) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "8-พร้อม-พัฒน์" (8 PROM PLUS)
ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ ถือเป็น "อู่ข้าวอู่น้ำ" ที่สำคัญของประเทศ มีประชากร 826,391 คน มีเนื้อที่ประมาณ 3,348,755 ไร่ พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีการชลประทาน อย่างทั่วถึงประกอบกับสภาพดินเหมาะสมแก่การเพาะปลูกโดยเฉพาะการปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ มีพื้นที่เพราะปลูกข้าวและพืชผลทางการเกษตรขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 2,341,382 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 69.92 ของพื้นที่ทั้งหมด เป็นอันดับต้น ๆ ของภาคกลาง พืชเศรษฐกิจที่สำคัญข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 
ด้านปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งเลี้ยงโค สุกร เป็ดไก่ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญโดยการเลี้ยงจะกระจายอยู่ทั่วไปทุกพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีมีศักยภาพและตำแหน่งการพัฒนาในการเป็นเมืองอาหารปลอดภัย (Food Safety) ศักยภาพโดดเด่นทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน เป็นเมืองประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ (Histonc City) เมืองสมุนไพร (Herbal City) อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านเมืองดนตรี (Music City) และเมืองกีฬา (Sport City) โดยได้กำหนดทิศทางการพัฒนา
จังหวัด ไว้ว่า "เกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจเข้มแข็ง คุณภาพชีวิตดี สังคมมีสุข" 
ในส่วนของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมุ่งเน้นการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก ให้สามารถนำผลผลิตทางการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมในการยกระดับ DIPROM ITC 8 เพื่อพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหาร ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทย และ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

วิทยาลัยนานาชาติ ม.ทักษิณ ร่วมมือ MCU ประเทศเมียนมา ปั้นหลักสูตรนานาชาติยกระดับนิสิตสู่เวทีโลก

มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยวิทยาลัยนานาชาติ จับมือกับ Myanmar Creative International College (MCU) ประเทศเมียนมา เปิดประตูความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญ ที่ไม่ได้เป็นเพียง “การลงนาม” แต่คือการวางอนาคตใหม่ให้กับนิสิตไทยและอาเซียน พร้อมยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่มาตรฐานสากล
เมื่อโลกการศึกษาไม่หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยวิทยาลัยนานาชาติ เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOA) กับ Myanmar Creative International College (MCU) ประเทศเมียนมา มุ่งพัฒนาหลักสูตรร่วม แลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากร พร้อมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ระดับสากล
ความร่วมมือครั้งนี้นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ และ Professor Dr. Saw Htay Myint อธิการบดี Myanmar Creative University ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOA) เพื่อพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ แลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากร และต่อยอดงานวิจัยร่วมกันในระดับสากล
แกนสำคัญของความร่วมมืออยู่ที่การสร้างหลักสูตรร่วม (Joint Program) ที่เชื่อมการเรียนรู้ข้ามประเทศ เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้พัฒนาทักษะทั้งวิชาการ ภาษา และวัฒนธรรม ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์จริงในบริบทนานาชาติ
มากกว่าการเรียนในตำรา คือการ “ออกไปเรียนรู้โลกจริง”
นิสิตจะได้เปิดมุมมองใหม่ สร้างเครือข่ายระดับอาเซียน และเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานโลก ขณะที่บุคลากรก็ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมให้ตอบโจทย์อนาคต

ก้าวของ มหาวิทยาลัยทักษิณ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การสร้างความร่วมมือ แต่คือการวางหมากสำคัญ เพื่อผลักดันมหาวิทยาลัยสู่การเป็นผู้เล่นในเวทีการศึกษานานาชาติ และปั้นนิสิตไทยให้ก้าวไกลได้จริงในระดับโลก

สุพรรณบุรี ส่องเลขหางประทัดเลขธูปพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลมีดตัดหวายลูกนิมิต

ส่องเลขเด็ดหางประทัดและเลขก้านธูปพิธีบวงสรวง สวดภาณยักษ์และพิธีปลุกเสก วัตถุมงคล-มีดตัดหวายลูกนิมิต ขณะที่กำลังสวดภาณยักษ์ ผู้ที่มาร่วมพิธีสวดภาณยักษ์ 2 ราย ชาย หญิง มีอาการลักษณะของขึ้นร้องเสียงดัง 
พระครูปลัดนิยม ฐิตคุโณ เจ้าอาวาส วัดหนองกระทิงทอง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี จัดพิธีบวงสรวงสวดภาณยักษ์และพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล-มีดตัดหวายลูกนิมิต วัดหนองกระทิงทอง
โดยมีหลวงปู่สมบุญ ปิยธมโม อายุ 104 ปี วัดลำพันบอง พระเกจิที่มีอายุมากที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี พระอาจารย์อดิเรก วัดหนองทราย พระครูศาสนกิจจายุต เจ้าคณะอำเภอหนองหญ้าไซ และพระครูสถิตสุวรรณวงศ์ เจ้าคณะตำบล หนองขาม นั่งปกอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล และมีดตัดหวายลูกนิมิต เพื่อเตรียมไว้แจกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมทำบุญงานปิดทองฝังลูกนิมิต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2569-วันที่ 4 ม.ค.2570 
ในพิธีพิธีบวงสรวงสวดภาณยักษ์และพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล-มีดตัดหวายลูกนิมิต ได้จุดธูปตัวเลข ได้เลขเด็ดเสี่ยงโชค เลข 240 และจุดประทัดเบิกฤกษ์เบิกชัย ได้เลข 446 และ 82 ผู้ร่วมพิธีต่างนำเอาเลขธูปและเลขหางประทัดในพิธี นำไปเสี่ยงโชคกันในงวนนี้  
โดยมีนายประวัติ ถิระสังวร นายก อบต.หนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ เป็นประธานจุดธูปเทียน สำหรับพิธีมหามงคล สวดภาณยักษ์ใหญ่ เพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาเสริมดวงแก้คุณไสยขับไล่สิ่งอัปมงคล ส่วนผู้ที่มาร่วมพิธีสวดภาณยักษ์ 2 ราย ได้มีอาการลักษณะของขึ้น ผู้ชายกระโดดลุกจากเก้าอี้ร้องเสียงดัง พระสงฆ์ต้องมาพรมน้ำมนต์สะกดที่ศีรษะ จึงยอมสงบนั่งลง ส่วนผู้หญิงได้ส่งเสียงร้องมือทำท่ารำไปด้วย  
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

รวมพลังรักษ์เล! อบจ.สงขลา นำทัพนักดำน้ำบุก "หาดม่วงงาม" เคลียร์ขยะใต้ทะเล ปกป้องแนวปะการังและสัตว์น้ำหายาก

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ ชายหาดม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัด นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจัง...