Saturday, June 6, 2026

กระทรวง อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน CWIE DAY ครั้งที่ 16 มุ่งสร้างสังคมผู้ประกอบการ

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับเครือข่าย CWIE ภาคเหนือตอนล่าง โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน “วันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ 16 ประจำปี พ.ศ. 2569” ภายใต้แนวคิด “CWIE 5.0 for Entrepreneurial Society: Innovation, Resilience, and Lifelong Learning” หรือ “CWIE 5.0 เพื่อสังคมผู้ประกอบการ: นวัตกรรม ความยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาในรูปแบบ CWIE  และการพัฒนากำลังคนที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศในอนาคต ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC)  มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบาย กล่าวว่า แนวคิดการจัดงานวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE DAY ครั้งที่ 16 ประจำปี พ.ศ. 2569 สอดรับกับแผนปฏิบัติการ MHESI Action Plan 2026-2030 ที่ตั้งใจขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ "เศรษฐกิจมูลค่าสูง" และเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2030 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือ "กำลังคน" การพัฒนากำลังคนถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ เพราะ “คุณภาพของคน” คือปัจจัยที่กำหนดศักยภาพและ
อนาคตของประเทศในระยะยาว ดังนั้น การพัฒนาระบบการศึกษาให้เชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง จึงเป็นภารกิจสำคัญของการอุดมศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน และ CWIE ก็คือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างคนที่ตรงตามความต้องการ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงด้วย AI และเทคโนโลยีขั้นสูง CWIE จะไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น "Main Stream" ของการอุดมศึกษาไทย จึงมีนโยบายสำคัญ 4 ประการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน CWIE ดังนี้ ประการแรก ตั้งเป้าหมายให้หลักสูตรปริญญาตรีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องเป็นหลักสูตร CWIE ภายในปี 2573 บัณฑิตทุกคนจะมีรายได้ที่แข่งขันได้ในระดับสากล ขั้นต่ำ 13,000 USD หรือประมาณ 416,400 บาท ต่อปี โดยรวมเงินและสวัสดิการต่าง ๆ ประการที่สอง บัณฑิตต้องเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้า (S-Curve) โดยเปลี่ยนจาก "ผู้ซื้อเทคโนโลยี" เป็น "Value Creator" หรือผู้สร้างมูลค่าผ่านการทำงานวิจัย ประการที่สาม มหาวิทยาลัยต้องปรับสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้นโยบาย "เรียนได้งบ จบได้งาน" เน้นการพัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการจริง และการใช้ AI for All เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ รวมถึงการออกใบรับรองทักษะให้กับคนทุกช่วงวัย และประการสุดท้าย กระทรวง อว. กำลังเร่งรัดมาตรการทางภาษียกเว้นภาษีได้ 2.5 เท่า เพื่อจูงใจให้สถานประกอบการเข้ามาเป็น "Co-Creator" มากขึ้น และใช้โมเดลความร่วมมือ 5 ฝ่าย (มหาวิทยาลัย-รัฐ-เอกชน-สตาร์ทอัพ-แหล่งทุน) เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับในฐานะเจ้าภาพจัดงานว่า CWIE DAY ครั้งที่ 16 เป็นเวทีสำคัญแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของเครือข่าย CWIE ทั้ง 9 ภูมิภาคทั่วประเทศที่ร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาเชิงบูรณาการในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการวิจัย การผลิตบัณฑิต การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การสร้างนวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การจัดงาน CWIE DAY ครั้งที่ 16 ในครั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมภายในงานที่หลากหลาย อาทิ การบรรยายพิเศษ การเสวนาของสถานศึกษา สถานประกอบการ และนักศึกษาเจ้าของรางวัล CWIE ดีเด่นระดับชาติ ปี พ.ศ. 2569 นิทรรศการ CWIE บูธสถานประกอบการ (เวทีแห่งการจับคู่ความร่วมมือ : Matching) โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ ผู้บริหาร บุคลากรจากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ สถานประกอบการ เครือข่ายวิชาชีพและสมาคมวิชาชีพต่างๆ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สื่อมวลชน และนิสิตนักศึกษา ทั้งแบบออนไซต์กว่า 700 คน และผ่านระบบออนไลน์ รวมประมาณ 1,000 คน

อบจ.พิษณุโลก จัดแข่งขันกีฬา E-sport “PPAO E-Sport Championship King of The Game 2026”and Cosplay

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาเด็ก เยาวชนและประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ในกิจกรรมการแข่งขันกีฬา E-sport “PPAO E-Sport Championship King of The Game 2026” ระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2569 โดยมี นายวิโรจน์ มะลิซ้อน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงานฯ ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลพิษณุโลก อำเภอเมืองพิษณุโลก 
ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายศรายุทธ คชพงศ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นายอดุลวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพิษณุโลก คนที่ 1 พร้อมด้วยสมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีเปิดโครงการฯ อย่างยิ่งใหญ่
ทั้งนี้ปัจจุบันกีฬา E-Sports ได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในประเภทกีฬาของการแข่งขันเอเชียนเกมส์และยังมีการจัดแข่งขันทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ได้บรรจุกีฬา E-Sport นี้ ลงในการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยในกีฬาสาธิตอีกด้วย และในจังหวัดพิษณุโลก หลายๆ โรงเรียนได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับกีฬา E-Sport โดยมีการตั้งชมรมกีฬา E-Sport ภายในโรงเรียนเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้เด็กนักเรียนได้เลือกเรียนรู้และพัฒนาอีกด้วย
กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้รับนโยบายจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก คือ “เด็กพิษณุโลกฝันให้ไกล ไปให้ถึง” จึงได้จัดการแข่งขันกีฬา E-sport “PPAO E-Sport Championship King of The Game 2026” ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็ก เยาวชนและประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก และเป็นเวทีหนึ่งที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้โชว์ทักษะและความสามารถในการเล่นกีฬา E-sport 
โดยจัดการแข่งขันทั้งหมด 6 ชนิดกีฬา คือ 1. ROV (อาร์โอวี) 2. MLBB (โมบายลีเจ้นท์ แบง แบง) 3.Tekken (เทคเคน) 4.Street Fighter (สตรีทไฟท์เตอร์) 5. eFootball mobile       (อีฟุตบอล โมบาย) 6.EA SPORTS FC™ 26 (อีเอ สปอร์ท เอฟซี 26) นอกจากนี้ยังมีการประกวดคอสเพล 2 ประเภท คือ 1.รูปแบบเพอฟอร์เมน 2.รูปแบบแคทวอร์ค โดยมีผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันจำนวนทั้งสิ้น 600 คน 

พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิสประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นไทย–สวิส

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 นาฬิกา พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เข้าร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิสประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ โรงแรมเฉวงเทอเรซ ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ กงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิสประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนชาวไทย–สวิส เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง
โอกาสนี้ พลเอก เกรียงไกร ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิสประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ยาวนาน และความงอกงามระหว่างประเทศไทยและสมาพันธรัฐสวิส ทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาะสมุย ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย  และยังเป็นบ้านหลังที่สองของชาวสวิสจำนวนมาก ความสัมพันธ์ระหว่างกันจึงไม่ได้อยู่แค่ระดับรัฐบาล แต่ยังฝังลึกเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิต การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความผูกพันของผู้คนในท้องถิ่นในฐานะเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งความผูกพันระหว่างผู้คนในท้องถิ่นสะท้อนถึงมิตรภาพอันยั่งยืนที่มีมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมแสดงความยินดีกับนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ ในโอกาสได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิสคนแรกประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยชื่นชมถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และประสบการณ์ในการทำงานเพื่อส่วนรวม รวมทั้งบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย จนได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

กยท. เปิดประมูลยางสต๊อก 18,481 ตัน ยึด “ราคากลางจากสภาพยางจริง” ชูแบ่งล็อตย่อยเพิ่มการแข่งขัน โปร่งใส เคาะราคาเริ่มต้นกว่า 818 ล้านบาท

ส่ง รองผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบก่อนเปิดประมูล
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มิ.ย 69 นายญาณกิตต์ ฮารุดีน  รองผู้ว่าการด้านธุรกิจยางแห่งประเทศไทย และคณะได้เดินทางมาตรวจ โกดังยางพาราที่โกดังทองสิน  ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และโกดังที่ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อตรวจสต๊อกยางพารา ราคาที่ กยท. รับซื้อเพื่อพยุงราคาของรัฐบาลตามโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อแก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำเมื่อปี 2555  และมีการขายให้กับบริษัทของจีนไปแล้ว แต่บริษัทผู้รับซื้อผิดสัญญา ต้องมีการฟ้องร้องตามกฎหมาย และขณะนี้ศาลได้มีคำพิพากษาให้ กยท. ขายยางพาราที่เก็บอยู่ในโกดังทั้ง ที่ ต.บ้านพรุ และที่ ต.พะตง ภายใน 15 วัน ซึ่ง กยท.จะมีการเปิดประมูลในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ เพื่อที่จะนำเงินที่ขายได้มาชำระหนี้เงินกู้ที่ กยท.กู้จาก ธกส. 800 กว่าล้าน และจ่ายให้ค่าเช่าโกดังของเอกชน ทั้ง 2 บริษัท ที่ กยท.ค้างค่าเช่า ตั้งแต่ปี 2555 การที่ ศาลมีการพิพากษา ให้ กยท.นำยางในโกดังทั้งหมดขายในห้วงเวลานี้ ถือเป็นโอกาสดีของ กยท. ที่จะได้ขายยางที่อยู่ในสะต๊อกในห้วงที่ยางขึ้นราคา เพราะเกษตรกรชาวสวนยางในเปิดกรีดไม่เต็มที่และมีปัญหาของเอลนีโญ และยางเป็นโรคเปลือกแห้ง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยที่สำคัญ จะเป็นการ   ปิดจ๊อบของยางในสะต๊อกที่คาราคาซังมานานกว่า 10 ปี นอกจากเป็นการปลดหนี้ ธกส.และปลอดหนี้ค่าเช่าโกดังแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้หมดไปด้วย
   รอง ผู้ว่าการยางฯ กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าระบายสต๊อกยางพารารวม 18,481.39 ตัน ผ่านการขายทอดตลาด มูลค่าราคาเริ่มต้นรวมกว่า 818 ล้านบาท โดยย้ำชัดว่าหัวใจสำคัญของการประมูลครั้งนี้อยู่ที่ “ที่มาของราคากลาง” ซึ่งพิจารณาจากปริมาณยาง สภาพการจัดเก็บ และคุณภาพยางที่ปรากฏจริงในคลังสินค้า เพื่อให้การกำหนดมูลค่าสอดคล้องกับสภาพทรัพย์สินและเป็นธรรมต่อผู้เข้าร่วมประมูลทุกฝ่าย
โดย   กยท. กำหนดเงื่อนไขการขายในลักษณะ “As Is Where Is” หรือขายตามสภาพจริง ณ สถานที่จัดเก็บ ผู้เสนอราคาจะต้องตรวจสอบคุณภาพยางด้วยตนเองก่อนเข้าประมูล และยอมรับสภาพสินค้าตามข้อเท็จจริง ไม่สามารถเรียกร้องให้มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงคุณภาพภายหลังได้ ส่งผลให้การเปิดคลังให้ตรวจสอบสินค้าล่วงหน้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินมูลค่าและกลยุทธ์การเสนอราคา
   อีกหนึ่งจุดเด่นของการประมูลครั้งนี้คือการออกแบบรูปแบบการขายเพื่อสร้างการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดย กยท. เลือกแบ่งยางออกเป็นหลายล็อตแทนการขายเป็นล็อตขนาดใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างทั่วถึง ลดการกระจุกตัวของผู้ซื้อรายใหญ่ และช่วยให้กระบวนการประมูลมีความโปร่งใส สะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริงมากขึ้น
   สำหรับยางที่นำออกประมูลแบ่งเป็น 4 ล็อต ประกอบด้วย โกดังทุ่งสงสวัสดิ์ จังหวัดสงขลา ปริมาณ 7,254.82 ตัน ราคาเริ่มต้น 362.20 ล้านบาท, โกดังวันชัยสตาร์ 1 จังหวัดสงขลา ปริมาณ 6,626.60 ตัน ราคาเริ่มต้น 321.13 ล้านบาท, โกดังวันชัยสตาร์ 5 จังหวัดสงขลา ปริมาณ 2,637.53 ตัน ราคาเริ่มต้น 125.06 ล้านบาท และโกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จังหวัดชลบุรี ปริมาณ 1,962.44 ตัน ราคาเริ่มต้น 98.53 ล้านบาท
   เมื่อคำนวณราคาเริ่มต้นเฉลี่ย พบว่าอยู่ในช่วงประมาณ 48.33-50.54 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสะท้อนความแตกต่างของสภาพยาง คุณภาพการเก็บรักษา และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของแต่ละคลัง จึงทำให้ “สภาพยางจริง” เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจและระดับราคาที่ผู้ซื้อพร้อมเสนอ
    กยท. กำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลวางหลักประกันจำนวน 3 ล้านบาท เปิดให้ตรวจสอบสภาพยางระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ก่อนยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ กยท. กรุงเทพมหานคร โดยการเสนอราคาจะต้องสูงกว่าราคาเริ่มต้นและเพิ่มขึ้นครั้งละไม่น้อยกว่า 200,000 บาท
   การระบายสต๊อกยางครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าการจำหน่ายสินทรัพย์คงคลัง เพราะเป็นการทดสอบกลไกตลาดภายใต้หลักความโปร่งใส ที่เปิดให้ผู้ซื้อประเมินมูลค่าจากสภาพยางจริง พร้อมใช้ราคากลางที่อ้างอิงข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นฐานการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของยางพาราไทย และส่งสัญญาณต่อทิศทางตลาดยางในช่วงต่อไป

พิษณุโลก เปิดมหกรรม OTOP ขนทัพสินค้า 50 บูธกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูไฮไลท์ “กระยาสารทมัทฉะไข่ผำ” ซอฟต์พาวเวอร์บางระกำ

พิษณุโลก – เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรม ชิม ชม ช้อป สุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดพิษณุโลก" ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
การจัดงานในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก OTOP และ SMEs ในยุควิถีใหม่ เพื่อขยายช่องทางการตลาด ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จัก และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีการนำเครื่องมือตลาดสมัยใหม่ เช่น การจำหน่ายออนไลน์และระบบ Live Streaming ผ่าน Influencer มาช่วยขับเคลื่อน
โดยมีสินค้า OTOP กว่า 50 บูธ รวบรวมผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนจากผู้ผลิตโดยตรง เช่น ผ้าไหม ผ้า Eco Print เสื้อผ้าไทย เครื่องจักสาน กล้วยตาก และอาหารพื้นถิ่นปลอดสาร นวัตกรรมอาหารชุมชน บูธ "บ่อทองโมเดิร์นเมด" โดยเกษตรอำเภอบางระกำ และ ศพก.ต.บ่อทอง ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์แปรรูปจาก "ไข่ผำ" (Superfood ชุมชน) เช่น กระยาสารทมัทฉะไข่ผำ (สูตรดั้งเดิม 50 ปี ผสมไข่ผำผงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและโปรตีนสูง) และกล้วยน้ำว้าฟาดงา ซึ่งเตรียมต่อยอดสู่คุกกี้และมัทฉะลาเต้ไข่ผำต่อไป

โดยนางปฏิญญา เกษตรอำเภอบางระกำ กล่าวว่า บูธนี้จะเป็นไข่ผำจากตำบลบ่อทองของอำเภอบางระกำ โดยมีน้องตี๋ หรือนายวิรัช ทองดอนยอด เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำไข่ผำมาอบและแปรรูปมาเป็น "กระยาสารทไข่ผำ" จึงเป็นโอกาสที่ดีของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่เพาะเลี้ยงไข่ผำ ซึ่งเราสามารถเอามาแปรรูปและสร้างรายได้ ตั้งแต่คนเลี้ยงมาแพ็กเกจแปรรูป โดยมีเครือข่ายการจำหน่ายขายออนไลน์เพื่อ สร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย โดยทางเกษตรอำเภอบางระกำจะส่งเสริมให้ความรู้และประสานงานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อทอง เพื่อสนับสนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆของไข่ผำให้ได้รับงบมาสนับสนุนและแปรรูปต่อไป
ด้านนายวิรัช ทองดอนยอด กล่าวต่อว่า เราจะนำไข่ผำผงมารวมกัน เพื่อให้มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีโปรตีนรวมถึงต่อยอดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่เขาทำกระยาสารทอยู่แล้วสํตรดั้งเดิมกว่า 50 ปี แต่เราอยากได้กระยาสารทที่แปลกใหม่มีประโยชน์และสารอาหารก็เลยทำมาเป็นกระยาสารทมัทฉะไข่ผำ  และต่อจากที่เราทำเป็นผงสามารถนำไปทำเป็นคุกกี้ได้ และทำเป็นสูตรมัทฉะลาเต้เอามาแทนชาเขียว  ซึ่งชาเขียวทั่วไปจะผสมสีเป็นสีเขียว แต่ตัวของไข่ผำอบแห้งเมื่อเราบดมาแล้วนำมาชงก็จะหอมเหมือนโอวัลติน ก็จะมีประโยชน์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ส่วนที่นำมาทำเป็นคุกกี้ก็จะทานง่าย และนำมาผสมกับธัญพืชอื่นๆกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาครับ
งานมหกรรม "ชิม ชม ช้อป สุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดพิษณุโลก" จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 - 9 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก มาร่วมอุดหนุนสินค้าชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กระทรวง อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน CWIE DAY ครั้งที่ 16 มุ่งสร้างสังคมผู้ประกอบการ

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับเครือข...