Friday, May 22, 2026

พะเยาอวดโฉม “ผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น” สู่รันเวย์สากล จัดแฟชั่นโชว์สุดปัง 20 คอลเลคชัน ขนทัพบุกตลาดเซ็นทรัล พิษณุโลก

จังหวัดพะเยา โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เดินหน้ายกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล จัดพิธีเปิดงาน "หลากสไตล์ หลายสีสัน แพรพรรณพะเยา Fashion Show & Market Testing 2026" อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ผ้าอัตลักษณ์พะเยาต้นแบบ 20 คอลเลคชัน พร้อมเปิดตลาดทดสอบกระแสตอบรับจากผู้บริโภค
การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าอัตลักษณ์พะเยา ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” โดยได้รับเกียรติจาก นางพัชรี สองสีโย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิด และ นางสาวแสงดาว ปจัญละ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจากจังหวัดพะเยาและพิษณุโลกที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
​นางพัชรี สองสีโย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า "ผ้าพื้นเมืองของจังหวัดพะเยามีความโดดเด่นและมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละชุมชน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น ทั้งยังเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน อย่างไรก็ตาม ในยุคที่กระแสแฟชั่นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จังหวัด
พะเยาจึงจำเป็นต้องส่งเสริมการออกแบบ การตัดเย็บ และนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัย เป็นสากล และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน"
​ด้าน นางสาวแสงดาว ปจัญละ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในวันนี้มุ่งเน้นการยกระดับองค์ความรู้ด้านการออกแบบและกระบวนการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการผ้าอัตลักษณ์พะเยาจำนวน 20 ราย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและขยายช่องทางการตลาดใหม่ๆ
งานนี้จัดขึ้นระว่างวันที่ 22 - 24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้ายของโครงการ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ แฟชั่นโชว์สุดตระการตา: อวดโฉมผ้าอัตลักษณ์พะเยาดีไซน์โมเดิร์น 20 คอลเลคชัน โดยนายแบบ-นางแบบมืออาชีพ    การทดสอบตลาด (Market Testing): เปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคผ่านแบบสอบถาม เพื่อนำข้อมูลทางสถิติไปวิเคราะห์และส่งต่อให้ผู้ประกอบการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจตลาดมากยิ่งขึ้น  ช้อปสินค้าพรีเมียม การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แฟชั่นผ้าเมืองพะเยากว่า 20 บูธ  และความบันเทิงครบรส ชมการแสดงดนตรีสด พร้อมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษฟรีทุกวัน
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา จึงขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบผ้าไทยและแฟชั่นร่วมสมัย ร่วมชมงานและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยได้ตามวันและสถานที่ดังกล่าว

นายกอบจ.นครสวรรค์ เปิดใจต้อนรับคณะสนพท. ย้ำทำงานเพื่อประชาชน ไม่สร้างภาพ!!

​เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) นำคณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ เข้าพบ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ณ สำนักงาน อบจ.นครสวรรค์ ในโอกาสที่เดินทางมาจัดประชุมคณะกรรมการสัญจรที่จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมลู่วิ่งและเลนจักรยาน ณ แหล่งท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด
นางวิลาสินี เจริญสุข นายก สนพท. เปิดเผยว่า ตนเองติดตามผลงานของนายก อบจ.นครสวรรค์ ผ่านทางเฟสบุ๊กมาโดยตลอด และมีความชื่นชมในวิสัยทัศน์และการทำงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวาทะเด็ดสะท้อนความเสียสละที่ว่า ”มาดูแลคนอื่น ดูแลครอบครัวตัวเองให้ได้ก่อน อย่าคิดว่ามาหาผลประโยชน์ ตราบใดที่ผมยังอยู่ยังไงก็มีเรื่อง"
​เดิมทีตั้งใจจะเดินทางเข้าพบหลังจากเสร็จสิ้นการจัดประชุมใหญ่ที่จังหวัดพิษณุโลก แต่เนื่องจากได้รับการประสานงานจาก นายนพดล สันติภาพจันทรา ว่าทางจังหวัดนครสวรรค์ยินดีรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกรรมการสัญจรในครั้งนี้ จึงได้ถือโอกาสนำคณะเข้าพบเพื่อแสดงความคารวะ
ด้าน พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกอบจ.นคร สวรรค์ ได้กล่าวแสดงความยินดีต้อนรับคณะสื่อมวลชน พร้อมทั้งได้บอกเล่าถึงแนวทางการบริหารงานของ อบจ.นครสวรรค์ โดยเน้นย้ำว่า การทำงานมุ่งเน้นตามความเป็นจริงและยึดเอาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวนครสวรรค์เป็นที่ตั้ง ไม่เน้นการสร้างภาพ และไม่ทำตามคำสั่งใคร แต่จะทำงานเชิงรุกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในพื้นที่
โดยในช่วงท้ายของการเข้าพบ นางวิลาสินี เจริญสุข นายก สนพท. ได้มอบ "พระรอดลำพูน" ซึ่งจัดสร้างโดยสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ให้แก่ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและแยกย้ายเดินทางกลับ

สนพท.ประชุมกรรมการสัญจรนัดแรกปี 69 ที่นครสวรรค์ เล็งขับเคลื่อนสมาคมฯ พร้อมศึกษาดูงานเมืองอัจฉริยะ “พาสาน”

สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) จัดประชุมคณะกรรมการบริหารสัญจรนัดแรกของปี 2569 ณ จังหวัดนครสวรรค์ มุ่งขับเคลื่อนงานสมาคมฯฟ พร้อมร่วมศึกษาดูงานโมเดลเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ยอดเยี่ยมระดับประเทศ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล

​เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 3/1 เทศบาลนครนครสวรรค์ นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารสัญจร
ครั้งที่ 1/2569 โดยการประชุมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตนายกสมาคมฯ ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานของสมาคมฯ
โอกาสนี้ นายจิตตเกษมณ์ โรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ได้ให้การต้อนรับคณะกรรมการสมาคมฯ อย่างอบอุ่น พร้อมทั้งบรรยายสรุปแนะนำการดำเนินงานของเทศบาลนครนครสวรรค์ ในฐานะเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลการันตีในระดับประเทศ
จากนั้น นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ได้นำคณะกรรมการสมาคมฯ เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ "พาสาน" อาคารสัญลักษณ์ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คและจุดเช็คอินสำคัญที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการพัฒนาเมืองนครสวรรค์ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจุดกำเนิดแม่น้ำสายหลักของประเทศ
​ต่อมาในเวลา 17.30 น. คณะกรรมการสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคฯ ได้เดินทางไปสักการะ "ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผา" เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี คณะกรรมการเถานั้ง 111 ซึ่งจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2569-2570 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่คณะผู้บริหารสมาคมฯ และคณะเจ้าภาพ จะร่วมรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน ณ ภัตตาคารหงษ์ฟ้า โดยมีนางวิไลวรรณ ลิ้มพิบูลย์ นายกสมาคมส่งเสริมดนตรีจีนเจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ มากล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการร่วมมือพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

Thursday, May 21, 2026

ปิดฉาก “คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณามีมติรับพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. ... วาระที่ 1 ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งเป็นกฎหมายค้างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว
 
เมื่อมีการยุบสภา รัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้ยืนยันตามกำหนด และรัฐสภาได้เห็นชอบ 
 
ส่วนตัวในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอการพิจารณายกเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้า ครม. และรัฐบาลได้เสนอสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวมาแล้ว เห็นว่าเป็นการสร้างระบบนิติธรรมที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หลักสากล และสอดคล้องกับความจริงทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
 
- ประการแรก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดคือพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 วิธีการกำหนดให้เป็นโทษทางอาญาสำหรับผู้ซึ่งไม่สามารถชำระเงินตามเช็คได้ อันเป็นการนำโทษทางอาญามาใช้บังคับกับการผิดนัดทางแพ่ง ซึ่งพฤติการณ์นี้ไม่สอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรงเท่านั้น และไม่สอดคล้องกับข้อ 11 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญามิได้ สมควรยกเลิกกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับผิดทางอาญาโดยไม่สมควรอีก

- ประการที่สอง การใช้เช็คทวงหนี้ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 13 “ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมดังต่อไปนี้ (2) การเสนอหรือจูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้”

ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว จะต้องระวางโทษตามมาตรา 39 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเมื่อกฎหมายทวงถามหนี้ลงโทษเจ้าหนี้ที่ใช้เช็คเป็นเครื่องมืออย่างไม่เป็นธรรมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเก็บกฎหมายเช็คปี 2534 ไว้

- ประการที่สาม การยกเลิกโทษอาญา สอดคล้องกับหลักอาชญาวิทยาที่ว่า ความผิดเรื่องเช็คเด้งนั้น ตรงกับคำในอาชญาวิทยาว่า Mala prohibita คือ ”เป็นความผิดเพราะกฎหมายห้ามและกำหนดโทษไว้“ ไม่ใช่ความผิดประเภท Mala in se ซึ่งหมายถึง “ความผิดที่เป็นสิ่งชั่วร้ายในตัวเองหรืออาชญากรรมโดยแท้” และพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการใช้เช็คเดิมก็ไม่ได้แยกแยะชัดเจนระหว่างผู้จนมุมทางธุรกิจกับผู้ทุจริตหรือโกง ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่สุจริตแต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวต้องกลายสภาพเป็นอาชญากรและต้องติดคุก ซึ่งขัดกับหลักความยุติธรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง 

ทั้งนี้ หากผู้สั่งจ่ายเช็คมีพฤติกรรมตั้งใจหลอกลวงหรือมีเจตนาทุจริตฉ้อโกงมาตั้งแต่แรก สามารถปรับเข้ากับความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาได้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายเช็คฉบับนี้
.
ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดบทเฉพาะกาลไว้ (มาตรา 6) โดยให้กรมราชทัณฑ์มีอำนาจปล่อยตัวผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโดยเร็วและทันทีภายในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับโดยไม่ต้องรอหมายปล่อยจากศาล และแจ้งให้ศาลทราบ รวมถึงให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษ พ้นจากการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษโดยทันทีตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งประเทศ จำนวน 327,478 ราย เป็นผู้ต้องขังตามคดีเช็ค 555 ราย ซึ่งถือเป็นบทบัญญัติที่เป็นธรรมและมีมนุษยธรรมอย่างแท้จริง
.
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

สิงห์บุรี - “สื่อสิงห์บุรีลงพื้นที่! เยี่ยมโรงเรียนวัดสาธุการาม สร้างสัมพันธ์–เติมพลังการศึกษาในชุมชน”

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง เมื่อ นายสมควร ชัยบุรินทร์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นายสรวัชร สรรเพ็ชร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี เดินทางเข้าพบปะ พูดคุย และเยี่ยมเยียน โรงเรียนวัดสาธุการาม ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ในการนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจาก นางสาวธันย์นิชา วิรัตน์ศุภศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสาธุการาม พร้อมด้วยคณะครู ที่ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา รวมถึงบทบาทของสื่อมวลชนในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนในระดับพื้นที่
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนกับสถานศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เข้มแข็ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สื่อได้เข้าถึงเรื่องราวดี ๆ ภายในโรงเรียน นำไปเผยแพร่สู่สาธารณชน อันจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วมของชุมชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ บรรยากาศการพบปะเป็นไปด้วยความชื่นมื่น สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่พร้อมจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรีอย่างยั่งยืนต่อไป
//ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน//

พะเยาอวดโฉม “ผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น” สู่รันเวย์สากล จัดแฟชั่นโชว์สุดปัง 20 คอลเลคชัน ขนทัพบุกตลาดเซ็นทรัล พิษณุโลก

จังหวัดพะเยา โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เดินหน้ายกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล จัดพิธีเปิดงาน ...