Tuesday, April 28, 2026

ม.นเรศวร สืบสานพิธีทำขวัญข้าว ถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวนาตำบลท่าโพธิ์

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ผศ. ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสาน ถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวนาตำบลท่าโพธิ์ (พิธีทำขวัญข้าว) ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนบนฐานความรู้ ภูมิปัญญา และอาชีพ โดยมี นางมาลี  รักษาคม และคณะปราชญ์ท้องถิ่นตำบลท่าโพธิ์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดพิธีทำขวัญข้าว การตัดพวงเต่ารั้ง การทำหุ่นไล่กา กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและอัตลักษณ์ของชุมชนชาวนาตำบลท่าโพธิ์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 
พิธีทำขวัญข้าวนับเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างชาวนา วิถีชีวิต และธรรมชาติ เป็นพิธีกรรมที่แสดงถึงความเคารพต่อข้าว ซึ่งมิใช่เพียงพืชอาหาร หากแต่เป็นรากฐานของสังคมและวัฒนธรรมไทย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสืบสาน อนุรักษ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่านี้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ จึงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน ณ แปลงข้าวชาวเทา-แสด วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษาฯ วุฒิสภา นำเสนอรายงานพิจารณาศึกษาการพัฒนาบัณฑิตแก้ปม Skills Mismatch สู่ที่ประชุมวุฒิสภา

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา นำโดย สว.กมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการ และ สว.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง "ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ สมรรถนะ และคุณธรรม ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน" ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และเสนอแนวทางแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานของประเทศ
รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตความไม่สมดุลของแรงงาน (Skills Mismatch) ที่บัณฑิตจบสายสังคมศาสตร์สูงถึงร้อยละ 67 สวนทางกับความต้องการด้าน STEM ของภาคอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ นายอมรศักดิ์ กิจธนานันท์ ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 7 มิติ อาทิ การสร้างฐานข้อมูลแรงงาน การปฏิรูปหลักสูตรเน้นสมรรถนะ และการเพิ่มความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายสนับสนุนและเสนอเพิ่มเติมในประเด็นการจัดทำระบบ Dashboard ข้อมูลแรงงานแบบ Real-time และการส่งเสริมสหกิจศึกษา (CWIE) เพื่อให้การผลิตกำลังคนตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง
ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบรายงานฉบับดังกล่าวพร้อมทั้งข้อเสนอแนะ โดยวุฒิสภาจะนำส่งข้อเสนอสู่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางกำหนดนโยบายระดับชาติในการยกระดับคุณภาพอุดมศึกษาไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป

อ.นครชัยศรี รุดบริการถึงเตียง! จัดหน่วยเคลื่อนที่ทำบัตรประชาชนให้กลุ่มเปราะบาง 7 ตำบล

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี ผนึกกำลังศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ลงพื้นที่เชิงรุก จัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างเท่าเทียม

ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 

นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ ทองนาค และ นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยสมาชิก อส. นายสุทธินัย จัง หวัดสุข นายก อบต.ไทยาวาส, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ให้บริการจัดทำบัตรประชาชนแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางรวมทั้งสิ้น 9 ราย ในพื้นที่ 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลไทยาวาส ตำ บลวัดละมุด ​ตำบลบางพระ ตำบลแหลมบัว ตำบลพะเนียด ตำบลบาง ระกำ ตำบลท่าตำหนัก

โดยโครงการนี้มุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริการรัฐที่มีมาตรฐาน "สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง" โดยไม่ต้องเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนทุกหลังคาเรือน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จะไม่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย

//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

สงขลา ล้อมคอกน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69! จี้เคลียร์ปมประตูระบายน้ำ "คลองเรียน"–ยกระดับเตือนภัยล่วงหน้า 6 ชม.

 จังหวัดสงขลาเดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2569 เร่งวางระบบบริหารจัดการน้ำ–ประตูระบายน้ำ พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ลดผลกระทบพื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ ห้องประชุมอำเภอหาดใหญ่ ชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหารือแนวทางการป้องกันและรับมืออุทกภัย ปี 2569 โดยมี นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ ดร.สมพร สิริโปราณานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายเมืองภาคใต้เพื่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SCCCRN) นายภูวสิษฏ์ สุกใส บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส (สงขลาโฟกัส) ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล อุปนายกสมาคมและประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมชลประทาน เทศบาลเมืองคอหงส์ และภาคประชาชน เข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการประตูระบายน้ำและคลองระบายน้ำในจุดสำคัญของอำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณ “คลองเรียน” ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำเข้าสู่เขตเมือง และยังเป็นประเด็นที่ต้องกำหนดเจ้าภาพรับผิดชอบให้ชัดเจน ก่อนนำเข้าสู่การประชุมชุดใหญ่ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ ระบบการแจ้งเตือนภัย การเตรียมความพร้อม การบริหารจัดการน้ำ และการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเสมือนจริงของแต่ละหน่วยงาน
สำหรับพื้นที่อ่างแก้มลิงคลองเรียน เดิมเป็นคลองธรรมชาติที่รองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบน ก่อนระบายเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่บริเวณถนนราษฎร์ยินดี หรือย่าน 30 เมตร ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญ ต่อมาได้มีการก่อสร้าง “คลอง ร.6” เพื่อแบ่งน้ำบางส่วนไปยังคลองหวะ ก่อนระบายต่อไปยังคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขตเศรษฐกิจชั้นในของเมือง
อย่างไรก็ตาม จุดตัดระหว่างคลอง ร.6 กับคลองเรียนเดิม ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากมีประตูระบายน้ำ 2 จุด ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลอง ร.6 ขนาด 2 ช่อง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า และประตูระบายน้ำคลองเรียนเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งเป็นระบบท่อขนาด 1.50 เมตร ใช้ระบบมือหมุน โดยในช่วงฝนตกหนักมักเกิดความเห็นต่างระหว่างเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ต้องการปิดประตูเพื่อป้องกันน้ำเข้าตัวเมือง กับชุมชนพื้นที่ต้นน้ำในเขตคอหงส์ที่กังวลผลกระทบจากการระบายน้ำไม่ทัน
นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาน้ำท่วมบริเวณย่าน 30 เมตร ไม่ได้เกิดจากน้ำจากคลองเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีน้ำจากอ่างเก็บน้ำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ล้นผ่านทาง Spillway และไหลย้อนกลับเข้าสู่คลองเรียน ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำต้องพิจารณาภาพรวมของทั้งระบบลุ่มน้ำอย่างรอบด้าน
ภาคเอกชนได้สะท้อนข้อกังวลสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที การกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจเปิด–ปิดประตูระบายน้ำอย่างชัดเจนในภาวะวิกฤต และการวางแผนระยะยาว เช่น การขุดลอกคูคลองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพิจารณาขยายพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมในจุดที่ยังเป็นคอขวด
ทั้งนี้ แม้เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์จะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจหลักในการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำยังเป็นอำนาจของกรมชลประทาน ซึ่งมีข้อมูลภาพรวมของลุ่มน้ำทั้งหมด ส่วนงบประมาณในการซ่อมบำรุงประตูระบายน้ำและอาคารประกอบเป็นงบประมาณของกรมชลประทาน ขณะที่การขุดลอกลำคลองสาขาในพื้นที่เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ในช่วงท้าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบหมายให้กรมชลประทานเป็นเจ้าภาพหลักในการตัดสินใจเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลอง ร.6 และคลองเรียน โดยต้องประสานงานกับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดทุกครั้ง พร้อมกันนี้ จังหวัดจะเร่งปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยให้เป็นเอกภาพมากขึ้น ผ่านการจัดตั้งกลุ่มประสานงานเฉพาะกิจ เพื่อให้ข้อมูลจากต้นน้ำถึงปลายน้ำมีความแม่นยำ สามารถแจ้งเตือนประชาชนและภาคธุรกิจได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 ชั่วโมง รวมถึงบูรณาการงบประมาณร่วมกับท้องถิ่นเพื่อสำรวจและออกแบบแนวทางขยายทางระบายน้ำเพิ่มเติมในจุดคอขวด โดยเฉพาะปัญหาน้ำย้อนกลับจากอ่าง มอ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอหาดใหญ่ในอนาคต..//

อบจ.พิษณุโลก เปิด “โครงการพัฒนาส่งเสริมทักษะพื้นฐานด้านกีฬาว่ายน้ำ” รุ่นที่ 9

วันที่ 27 เมษายน 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ นายอดุลย์วิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการพัฒนาส่งเสริมทักษะพื้นฐานด้านกีฬาว่ายน้ำ” รุ่นที่ 9 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 เมษายน -1 พฤษภาคม 2569 ณ โรงเรียนวังทองพิทยาคม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายวิโรจน์ มะลิซ้อน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมองค์การบริหารจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายสิทธิชัย มาไชยนาม สมาชิกสภาองค์การบริหารจังหวัดพิษณุโลก อำเภอวังทอง เขต 2 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ
ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดย นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีนโยบายในการส่งเสริมสนับสนุนเด็กและเยาวชนในจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้นโยบาย "เด็กพิษณุโลกฝันให้ไกล ไปให้ถึง" เพื่อสร้างทักษะการเอาตัวรอดในน้ำให้กับเยาวชนในพื้นที่จึงกำหนดจัดโครงการฝึกอบรมว่ายน้ำขึ้นจำนวน 10 รุ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน อายุ 5-15 ปี จำนวน 500 คน และในการจัดฝึกอบรมครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 เมษายน -1 พฤษภาคม 2569 โดยมีเยาวชนในพื้นที่อำเภอวังทองเข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 50 คน.

สิงห์บุรี แถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นายปฏิญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี นายแพทย์วิญญู จันทร์เนตร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี นายปรียุทธ์ กังแฮ นายอำเภอบางระจัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรอำเภอบางระจัน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
การจัดงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการฟื้นฟูและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น “เตาเผาแม่น้ำน้อย” ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ให้กลับมาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงผู้ประกอบการสินค้า OTOP
ภายในงานจะเริ่มต้นด้วยพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล และมีการแสดงแสง สี เสียง โดยคณะ “เพชรจรัสแสง” ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของแหล่งเตาเผาในอดีตอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การแสดงโขน หนังใหญ่ ลิเก รำวงย้อนยุค กลองยาว รวมถึงนาฏมวยไทยและการฟันดาบ
ด้านความบันเทิง พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ หนู มิเตอร์ ไข่มุก The Voice ณัฎฐ์ กิตติสาร แอนด์ เดอะเพอะ และกานดา อาร์สยาม ตลอด 3 วันของการจัดงาน
พร้อมกันนี้ ยังมีโซน “ช้อป ชิม ชิลล์” จำหน่ายสินค้า OTOP และอาหารพื้นถิ่น ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวสิงห์บุรีอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานดังกล่าว ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรี โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ พื้นที่จัดงานดังกล่าว
ภาพ-ช่าว :  สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี  // รายงาน

ม.นเรศวร สืบสานพิธีทำขวัญข้าว ถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวนาตำบลท่าโพธิ์

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ผศ. ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยนเรศว...