Wednesday, August 12, 2026

ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์-ทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล "พระพันปีหลวง"

พิษณุโลก – เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ ศาลาพิบูลธรรม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 49 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ
ในการนี้ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนนำข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
พร้อมกันนี้ยังมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และหัวหน้าส่วนราชการร่วมในพิธี ได้แก่ นางสาวจิตฤดี วีระเวสส์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6, พลตรี ไมตรี ชูปรีชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 และนางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น






Tuesday, August 11, 2026

"สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจรสงขลา ต้องได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า! เปิดโต๊ะรัฐบาลสร้างโอกาสใหม่ หาดใหญ่-ชายแดนใต้ ย้ำ! “งบฟื้นฟูน้ำท่วม 5 จังหวัด 843 ล้าน เดินหน้าแล้ว”

วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้ลงมามองทั้ง “ปัญหาวันนี้” และ “อนาคตของพื้นที่” ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งปัญหาที่ต้องเร่งแก้และศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมากที่ต้องได้รับการผลักดัน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า หากมองเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูจากอุทกภัย รัฐบาลไม่ได้รอการประชุม ครม.สัญจรจึงค่อยดำเนินการ เพราะคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางวงเงินกว่า 843 ล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวม 67 โครงการ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสแล้ว รวมถึงโครงการสำคัญในจังหวัดสงขลา เช่น การซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 โดยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางแล้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักงบประมาณ ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม และได้ดำเนินการโอนงบประมาณไปยังหน่วยรับงบประมาณ กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละพื้นที่ 
“นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เรื่องไหนเร่งด่วน รัฐบาลก็เดินหน้า ไม่ต้องรอ ครม.สัญจร แต่ประโยชน์ของ ครม.สัญจรมีมากกว่านั้น เพราะเมื่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลงมาอยู่ในพื้นที่ เราสามารถยกปัญหาและโอกาสที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายกระทรวงขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันได้ จากเดิมที่แต่ละเรื่องอาจแยกกันอยู่คนละกระทรวง ก็สามารถมองเป็นภาพเดียวกันว่าพื้นที่นี้จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร” นายสรรเพชญ กล่าว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า สำหรับหาดใหญ่ บทเรียนจากอุทกภัยต้องนำไปสู่การวางระบบที่ทำให้เมืองมีความพร้อมและแข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงซ่อมสิ่งที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ต้องมองต่อถึงระบบบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เพื่อให้หาดใหญ่สามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ที่มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

“ถ้าถามว่าหาดใหญ่ต้องการอะไร ผมคิดว่าหาดใหญ่ต้องการทั้งการแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ และต้องการโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน งบฟื้นฟูที่จำเป็นต้องได้ก็ต้องได้ ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ต้องทำก็ต้องเร่งทำ แต่ในเวลาเดียวกันเราต้องถามด้วยว่า อีก 5 ปี 10 ปี หาดใหญ่จะเป็นเมืองแบบไหน จะดึงนักลงทุนอย่างไร จะเชื่อมการเดินทางกับพื้นที่อื่นอย่างไร และจะสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่การประชุม ครม.สัญจรสามารถผลักดันได้”

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ยังไม่ควรถูกจำกัดภาพอยู่เพียงหาดใหญ่หรือจังหวัดสงขลา เพราะรัฐบาลกำลังมองการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสในภาพรวม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม การคมนาคม และการค้าชายแดน
การอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท จำนวน 67 โครงการใน 5 จังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นอยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาแบบแยกจังหวัด แต่กำลังแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ ขณะที่การประชุม ครม.สัญจรจะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำโจทย์การพัฒนาระยะต่อไปขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน

“พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงมาก แต่เราต้องยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน เราจึงไม่ควรพอใจกับการทำให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม แต่ต้องใช้โอกาสที่รัฐบาลลงมาครั้งนี้ทำให้พื้นที่เดินไปได้ไกลกว่าเดิม นี่ต่างหากคือประโยชน์ที่เราควรเอาจาก ครม.สัญจรให้ได้มากที่สุด”

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ ครม จะมาพัฒนาพื้นที่ก็ควรถูกพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นทางการเมือง 

“ถ้าการที่คณะรัฐมนตรีลงมาแล้วทำให้โครงการที่ติดอยู่เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทำให้เรื่องที่ต้องประสานหลายกระทรวงสามารถตัดสินใจได้ในโต๊ะเดียว หรือทำให้เกิดการลงทุนและโอกาสใหม่ในพื้นที่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนควรได้รับ เราไม่ควรรีบลดคุณค่าของโอกาสเหล่านี้เพียงเพราะมองทุกเรื่องผ่านมิติทางการเมือง”

นายสรรเพชญ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือทำให้การประชุม ครม.สัญจรเกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติแล้วต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของจังหวัดและภาคเอกชนต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้เป็นทั้งการแก้ปัญหาปัจจุบันและการวางรากฐานอนาคตของหาดใหญ่ สงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน

///

เตรียมจัดยิ่งใหญ่ Pattaya Sand & Art Festival 2026 เทศกาลศิลปะทรายริมชายหาดพัทยา

วันที่ 11 ส.ค.69 ที่ห้องประชุม 221 ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี คณะสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี ได้นำเสนอรูปแบบการจัดงาน Pattaya Sand & Art Festival 2026 เทศกาลศิลปะทราย โดยมี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมจัดงานดังกล่าว 
สำหรับงาน Pattaya Sand & Art Festival 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม 2569 นี้ ที่ริมชายหาดพัทยา บริเวณตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยกระดับเมืองพัทยาให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวด้านศิลปะ และไลฟ์สไตล์ริมชายหาดระดับโลก ผ่านการนำเสนอผลงานศิลปะบนผืนทรายรูปแบบร่วมสมัย 
โดยใช้เทคโนโลยีนำทรายพ่นที่ผสมผสานทรายกับวัสดุธรรมชาติเพื่อเป็นโครงสร้างโดยไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นประติมากรรมเทคนิคไฟเลเซอร์และเสียงรูปแบบต่างๆ กลางวันเป็นไฮไลต์ศิลปะทราย 4 ภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ และเมืองพัทยา โดยกลางคืนจะเป็นไฮไลต์ศิลปะทรายตกแต่งไฟประดับประดาเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเก็บความประทับใจได้ 
งาน Pattaya Sand & Art Festival 2026 กำหนดจัดขึ้นริมทะเลห่างจากร่มเตียงชายหาดประมาณ 5 เมตร เพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบการท้องถิ่น ตั้งแต่ปากซอย 9 ถนนเลียบชายหาดพัทยา ถึงปากทางเข้าโรงแรมฮิลตัน พัทยา เป็นระยะทาง 120 เมตร นอกจากนี้ที่ประชุมได้พูดคุยเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ทั้งการรักษาความปลอดภัย การรักษาความสะอาด และการจัดการการจราจรในช่วงจัดงานด้วย 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาออนไลน์ สร้างสัปปายะสู่วัดนางพญา เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 2569

พิษณุโลก — เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ วัดนางพญา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา พร้อมกิจกรรม "รวมพลังสร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5 ส." (Big Cleaning Day) เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พิธีดังกล่าวได้รับความเมตตาจาก พระรัตนโมลี (ไพริน ทนฺตจิตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนตามแนวทางของคณะกรรมการบริหารกลาง โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม) ที่มุ่งส่งเสริมให้วัดทั่วประเทศเป็นพื้นที่สัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ผ่านแนวคิด Big Cleaning Day และหลักการ 5 ส. โดยวัดนางพญาได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมของจังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ตลอดจนเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด และราชการ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกัน

Monday, August 10, 2026

สม.วุฒิธร สวมบทกุนซือทีมฟุตบอลเมืองพัทยา คว้าแชมป์ฟุตบอลประชาชนจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2569 เป็นตัวแทนจังหวัดร่วมชิงชัยกีฬาแห่งชาติ

นายวุฒิธร แสงอุไร สมาชิกสภาเมืองพัทยา เปิดเผยในฐานะเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเมืองพัทยา ว่าเมืองพัทยาได้ส่งทีมฟุตบอลร่วมการแข่งขันฟุตบอลประชาชน–อาวุโส จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2569 ที่จัดขึ้นที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชลบุรี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 
โดยการแข่งขันในปีนี้ ทีมฟุตบอลเมืองพัทยาสามารถคว้าแชมป์ประเภทประชาชนมาครองได้สำเร็จ พร้อมได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจังหวัดชลบุรี ก่อนจะได้ทำการฝึกซ้อมและเตรียมทีมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดสมุทรสาคร หลังจากนี้
ทั้งนี้ การคว้าแชมป์ของทีมฟุตบอลเมืองพัทยาในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจด้านการพัฒนากีฬาท่้องถิ่นของเมืองพัทยาให้มีศักยภาพในระดับประเทศ และระดับที่สูงกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

เพชรบูรณ์คึกคัก! นักวิ่งร่วมตักตวงความสดชื่นในศึก "เขาค้อวิ่งทะลุหมอกมาราธอน ครั้งที่ 5" กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน

จังหวัดเพชรบูรณ์ — เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 04.40 น. ณ จุดชมวิวทะเลหมอกอำเภอเขาค้อ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน "โครงการเขาค้อวิ่งทะลุหมอกมาราธอน ครั้งที่ 5 ประจำปี 2569" ท่ามกลางบรรยากาศไอหมอกยามเช้าและเหล่านักวิ่งที่มาร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่น โดยมี นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและนักกีฬาเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
การจัดงานในครั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมมือกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ผลักดันกิจกรรมเชิงท่องเที่ยวและกีฬา (Sports Tourism) มุ่งบรรลุเป้าหมายสำคัญ ดังนี้:
ส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่: สร้างกิจกรรมดึงดูดหมุนเวียนตลอดทั้งปี
กระตุ้นเศรษฐกิจ: เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่
ประชาสัมพันธ์เมืองท่องเที่ยว: ชูจุดขายธรรมชาติและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ส่งเสริมสุขภาพและกีฬา: สนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนออกกำลังกาย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมจะนำไปสนับสนุนการพัฒนากีฬาของจังหวัดเพชรบูรณ์ต่อไป
#เขาค้อวิ่งทะลุหมอก #KhaoKhoMarathon2026 #เที่ยวเพชรบูรณ์ #วิ่งมาราธอน #เพชรบูรณ์ time

ม..ทักษิณ ดัน กาแฟโรบัสต้าพัทลุง สู่ตลาดพรีเมียม ด้วยงานวิจัย

มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้ายกระดับ ‘กาแฟโรบัสต้าพัทลุง’ สู่ตลาดพรีเมียม ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการควบคุมคุณภาพ พร้อมเชื่อมเครือข่ายนักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการ หวังเพิ่มมูลค่ากาแฟท้องถิ่น สร้างโอกาสทางการตลาด และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดพัทลุง
มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพ ‘กาแฟโรบัสต้าพัทลุง’ ยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐานพรีเมียม พร้อมเชื่อมเครือข่ายนักวิจัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หวังเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กาแฟท้องถิ่นแข่งขันได้ทั้งในประเทศและระดับสากล ภายใต้โครงการ ‘ยกระดับกาแฟโรบัสต้าพัทลุงสู่มาตรฐานพรีเมียม’ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ลานชั้น 1 อาคารศูนย์เครื่องมือกลาง มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนการพัฒนากาแฟโรบัสต้าของจังหวัดพัทลุงให้มีคุณภาพและมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงมีศักยภาพในการปลูกและพัฒนากาแฟโรบัสต้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่แต่การก้าวเข้าสู่ตลาดระดับพรีเมียมจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การคัดเลือกเมล็ดไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่ม มหาวิทยาลัยทักษิณจึงเข้ามาเป็นกลไกในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยกับภาคการผลิตในพื้นที่
กิจกรรมภายในงานเริ่มด้วยการนำเสนอหัวข้อ ‘กาแฟโรบัสต้าพัทลุง : ปัจจุบัน และการยกระดับสู่มาตรฐานพรีเมียมในอนาคต’ โดย นายวีระ ชุมช่วย ก่อนเปิดเวทีให้เกษตรกร ผู้ประกอบการร้านกาแฟ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ พร้อมชิมกาแฟโรบัสต้าพัทลุงทั้งในรูปแบบกาแฟดริปและการ Cupping เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของกลิ่น รสชาติ และ Aftertaste หรือรสชาติและกลิ่นที่ยังคงค้างอยู่ในปากและลำคอของกาแฟแต่ละสายพันธุ์จากพื้นที่ปลูกที่แตกต่างกัน
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์โครงการยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และชุมชน ตลอดจนส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กาแฟโรบัสต้าพัทลุงให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีโอกาสทางการตลาดเพิ่มขึ้นโดยการขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทบาทมหาวิทยาลัยทักษิณในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตั้งเป้าให้การพัฒนากาแฟโรบัสต้าพัทลุงไม่หยุดอยู่เพียงการเพิ่มคุณภาพของเมล็ดกาแฟ แต่ต่อยอดไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสทางการตลาดและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดพัทลุงอย่างยั่งยืน
................................................

ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์-ทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล "พระพันปีหลวง"

พิษณุโลก – เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ ศาลาพิบูลธรรม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหว...