Saturday, June 20, 2026

สว.สุวิทย์ จับมือ ผู้ว่าฯ สตูล นำร่องประชุมบูรณาการ พอช. ดีป้า ส่วนราชการ-อปท. ขับเคลื่อนแผน 5 ปี จัดระเบียบชุมชนแหล่งท่องเที่ยว-ยกระดับที่อยู่อาศัย มุ่งสู่แซนด์บ๊อกซ์ “สตูลจัดการตนเอง”

จังหวัดสตูล — วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายสุวิทย์ ขาวดี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานส่งเสริม สนับสนุน และฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาคใต้ ร่วมกับ นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล จัดการประชุมส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือและชี้แจงแนวทางขับเคลื่อนโครงการจัดระเบียบชุมชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาคใต้ โดยกำหนดให้ จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่นำร่อง ของภูมิภาค พร้อมร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่การท่องเที่ยว
การประชุมครั้งนี้ มีนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะทำงานฯ ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีสรายุทธ์ บุญกุล รองประธานคณะทำงานฯ , นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) , นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนสตูลเป็นพื้นที่นำร่องจัดระเบียบชุมชนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ รองรับการยกระดับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดสตูล
นายสุวิทย์ ขาวดี เปิดเผยว่า คณะทำงานฯ มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่ โดยเลือกจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี เพื่อเป็นต้นแบบ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาคใต้ สร้างภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจต่อนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อย
โดยแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกับส่วนราชการและ อปท. มีสาระสำคัญดังนี้
-บูรณาการจัดระเบียบชุมชนท่องเที่ยว ร่วมมือกับท้องถิ่นดูแลความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
-ยกระดับที่อยู่อาศัย (บ้านมั่นคง) พัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยให้มั่นคง แข็งแรง และรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติได้ดีขึ้น
-กระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบพื้นที่ และเชื่อมโยงการพัฒนาชุมชนเข้ากับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและสวัสดิการชุมชน
"การที่จังหวัดสตูลได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้แสดงศักยภาพในการบริหารจัดการตนเอง การจัดระเบียบชุมชนให้ปลอดภัยและสวยงาม ไม่เพียงแต่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้ชุมชนเข้มแข็ง มุ่งสู่เป้าหมาย 'สตูลจัดการตนเอง' ได้อย่างยั่งยืน" นายสุวิทย์ กล่าว
ตั้งกลไกส่วนท้องถิ่นเครือข่ายชุมชน เดินหน้าฐานข้อมูลกลาง
เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนงานระยะ 5 ปี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งกลไกขับเคลื่อนในระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ โดยมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายองค์กรชุมชน ร่วมกันออกแบบและพัฒนาแบบสำรวจข้อมูลกลาง ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ
กลไกนี้จะเร่งดำเนินการสำรวจข้อมูลด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นระบบ เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลกลาง (Big Data) สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการงบประมาณและประสานการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ในการพัฒนาเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลต่อไป

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนา “ความยุติธรรมที่คนไทยเข้าถึง”

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน  2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ โรงแรม โฟร์ทูซี เดอะชิค โฮเทล จังหวัดนครสวรรค์ นายสากล  ภูลศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “ความยุติธรรมที่คนไทยเข้าถึง” ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา เพื่อเป็นเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานและช่องทางในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การได้รับความช่วยเหลือด้านกระบวนการยุติธรรมและคำแนะนำด้านกฎหมายจากหน่วยงานรัฐและองค์กรวิชาชีพ อย่างเช่น สภาทนายความ  
โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติเข้าร่วมการสัมมนาเพื่อนำเสนอข้อมูลและบทบาทการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความยุติธรรมได้แท้จริง ประกอบด้วย พันตำรวจโท ปิยะบดินทร์ ลิ้มประเสริฐ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์  นายชานนท์ หันสวาสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครสวรรค์  นายกุลวัฒน์  ยิ้มแช่ม นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์  นายประเสริฐ อ้วนเกลี้ยง ประธานสภาทนายความจังหวัดนครสวรรค์  และ ดร. พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการและโฆษกสภาทนายความ โดยมีว่าร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดนครสวรรค์ นายเชิดพันธุ์ มาศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ด้วย 
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการสัมมนา ตลอดจนเสียงสะท้อนจากประชาชนไปพิจารณาศึกษาเพื่อหาแนวทางส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและบริการด้านกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

​‘ไชยยงค์’ นำทีมอนุ กมธ.ไซเบอร์ฯ บุกกองบิน 3 หนุนยกระดับ UAV บูรณาการรับมือภัยคุกคามใหม่


คณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ประชุม รับฟัง ความก้าวหน้าการป้องกันชายแดน และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 
โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
ประธานคณะอนุกรรมาธิการเป็นประธานในการประชุม 
สรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้ ขีดความสามารถ และแนวทางการปฏิบัติด้านการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับของกองบิน 3 ทอ.
1.) พิจารณารับทราบขีดความสามารถ และแนวทางการปฏิบัติด้านการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ตลอดจนความต้องการในการสนับสนุนภารกิจทางยุทธการของกองบิน 3 กองทัพอากาศ 
โดยเชิญ ผู้บังคับการกองบิน ๓ เข้าร่วมประชุมให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อนการเดินทางเยี่ยมชมและศึกษาดูงานระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับเพื่อความมั่นคง ณ กองบิน 3 กองทัพอากาศ
   “กองบิน 3” เป็นกองบินอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เต็มรูปแบบแห่งแรก ที่บูรณาการขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศให้เป็นระบบและทันสมัย รองรับภัยคุกคามในอนาคตและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญของกองบิน 3 คือการเป็น “ระบบนิเวศอากาศยานไร้คนขับ (UAV Ecosystem)” ที่ครบวงจร ประกอบด้วย 
1) บูรณาการภารกิจครบมิติ ตั้งแต่การปฏิบัติการ การฝึกอบรม การทดสอบ การวิจัย ไปจนถึงการซ่อมบำรุง โดยมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน 
2) รองรับการเตรียมความพร้อมรับการบรรจุประจำการอากาศยานไร้คนขับ ตามแผนพัฒนากิจการ UAV ของกองทัพอากาศ
3) จัดตั้งศูนย์การฝึกมาตรฐานสากลเพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ คุณธรรม และความเป็นมืออาชีพ ทั้งสำหรับกองทัพอากาศ เหล่าทัพอื่นๆ และหน่วยงานภายนอก 
4) ยกระดับการพัฒนาสนามบินวัฒนานคร พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษสระแก้ว และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกเหนือจากภารกิจทางทหาร กองบิน 3 ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการต่อต้านภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญจากสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนที่ผ่านมา โดยกองทัพอากาศให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-UAV) เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่คู่ขัดแย้งมีการพัฒนาเทคโนโลยีและอาวุธอย่างก้าวกระโดด
ในการนี้   ที่ประชุมมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและกระบวนการทางระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดหายุทโธปกรณ์ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการจะได้ศึกษาเพื่อจัดทำรายงานข้อเสนอแนะเสนอยังคณะกรรมาธิการเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมตามหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อเสริมขีดความสามารถด้านการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับให้เพียงพอต่อการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เพื่อภารกิจการรักษาความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และการพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
หลังการรับฟังการบรรยาย ประธานอนุได้กล่าวขอบคุณและสรุปว่าได้เห็นถึงความก้าวหน้าของกองบิน 3 ทอ, และเห็นถึงปัญหา และความขาดแคลนงบประมาณในการพัฒาขีดความสามารถรวมทั้งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บ และขอชื่นชมในเรื่องการดึงประชาชนมาเป็นมวลชนในการสนับสนุนงานด้านความมั่นคง เพี่อการแจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันประเทศ โดยคณะอนุกรรมาธิการไศเบอร์ฯ จะได้เดินทางไป กองบิน 3  เพื่อเยี่ยมชมขีดความสามารถและให้กำลังใจหน่วยงานในวันที่ 25 มิถุนายน นี้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นถึงความก้าวหน้าและขีดความสามารถของ กองบิน 3 ทอ,เพื่อให้มั่นใจว่า หากเกิดการสู้รบกับศัตรูในชายแดนกัมพูชา กองบิน 3 ทอ.ต้องมีชัยต่ออริราชศัตรูอย่างแน่นอน

การเมืองเดือด! ”ตั้ม-ยอดชาย“ สส.ปชน. ลุยแจ้งความโดนมือมืด โทรขู่ “กูจะยิงมึง!” ขณะเรียน ป.ป.ร.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 20 มิ.ย.69 นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง หลังมีหมายเลขโทรศัพท์ปริศนาโทรศัพท์เข้ามาหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวข่มขู่คุกคามหมายจะเอาชีวิต
นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน เล่าว่า วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ในขณะที่อยู่ในห้องเรียนร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลักสูตร ป.ป.ร. หรือหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง ที่วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ได้มีสายเรียกเข้าจากหมายเลขโทรศัพท์ปริศนา จึงออกจากห้องเรียนมารับสาย
พบว่าเป็นเสียงผู้ชายและได้ถามว่า ใช่ สส.ยอดชาย หรือไม่ จึงตอบกลับไปว่าใช่ และปลายสายได้ถามต่อว่า อยู่พรรคไหน ตนเองได้ตอบว่าพรรคประชาชน จากนั้นชายคนดังกล่าวถามอีกว่า พรรคของไอ้ธนาธร ไอ้พิธา ที่โดนยุบพรรึไปแล้วใช่ไหม นายยอดชาย สส.ชลบุรี ก็ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันเป็นพรรคประชาชน ก่อนสายดังกล่าวจะบอกว่า เดี๋ยวกูจะยุบพรรคมึงอีกแล้วกูก็จะยิงมึงด้วย และได้วางสายไปทันที
ตนเองจึงได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภา.บางละมุง ไว้ก่อนเป็นการเบื้องต้น และในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.69 นี้ และทางเจ้าหน้าที่จะนัดหมายสอบสวนสอบปากคำที่ สภ.บางละมุง ก่อน สภ.บางละมุง จะได้ส่งเรื่องไปยัง สภ.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุตามลำดับต่อไป 
นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ยังได้ฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่า สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ มีเหตุการณ์ สส. และผู้ติดตาม โดนดักยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และมี สส. โดนขู่ยิง จนมาถึงตนเองก็โดนขู่ยิงอีก จึงอยากถามว่า รัฐบาลปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร 
โดยในตอนนี้บุคคลที่มีความสำคัญทางการเมืองระดับชาติในประเทศที่มีอยู่ประมาณ 500 คน โดนข่มขู่ โดนลอบยิงถึงขนาดนี้ ทำไมรัฐบาลยังนิ่งเฉย ปล่อยให้บ้านเมืองมีกลุ่มมาเฟียมีอิทธิพล และฝากเรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ว่าสถานการณ์ตอนนี้บุคคลสำคัญระดับชาติยังถูกยิง ถูกข่มขู่คุกคาม แสดงว่าบ้านเมืองไม่มีความปลอดภัยใช่หรือไม่ 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

สีสันบอลโลก! มารีวิทย์เปิดอะคาเดมี่ฟุตบอลลับแข้งจิ๋ว ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ได้เปิดอบรมทางด้านวิชาการและพัฒนาร่างกายให้นักเรียน ด้วยการเรียนเสริมในวันอาทิตย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน
ทั้งนี้ ได้มีการเปิดอบรมกีฬาฟุตบอลให้นักเรียน โดยพบว่าผู้ปกครองต่างสนใจส่งบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนในเรื่องการรักสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 
อย่างไรก็ตาม ด้วยช่วงนี้มีการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมเป็นเจ้าภาพ สร้างสีสันความน่าสนใจ ทำให้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานมาร่วมอะคาเดมี่ฟุตบอลโรงเรียนมารีวิทย์กันอย่างสนุกสนาน 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

สุพรรณบุรี พระเมตตามอบเครื่องไตเทียมมูลค่า6แสนให้โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช

พระเมตตา  มอบเครื่องไตเทียม มูลค่า 600,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย สามารถเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตได้มากขึ้น
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พระสุพรรณวชิรโมลี ดร.เจ้าอาวาสวัดพระลอย รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีและผอ.วิทยาลัยสงฆ์สุพรรณบุรีศรีสุวรรณภูมิ ได้เมตตาเยี่ยมผู้ป่วยพร้อมกับให้กำลังใจแล้วรู้สึกสงสาร จึงได้มอบเครื่องไตเทียม จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 600,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช 
โดยมีนายแพทย์ อิทธิพล จรัสโอฬาร ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช พร้อมด้วยนางสุจิตรา ขาวประเสริฐ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายเชาวลิต ทวีไทย รองประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรีและนายอานนท์ รักผล ไวยาวัจกรวัดพระลอย ร่วมรับมอบในครั้งนี้ 
พระสุพรรณวชิรโมลี กล่าวว่าสำหรับการมอบเครื่องฟอกไต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานสาธารณะสงเคราะห์ของพระสงฆ์ ที่วัดช่วยโยม โยมช่วยวัด การช่วยเหลือเกื้อกูล การสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่เดือดร้อนหรือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตามงานของคณะสงฆ์ไทย มหาเถรสมาคม ที่มีพันธกิจในการดูแลชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับหน่วยงานรัฐและองค์กรการกุศล อย่างเช่นการสงเคราะห์เบื้องต้น การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุทกภัย หรืออัคคีภัย
        พญ.สุทธิกานต์ รวมเมฆ อายุรแพทย์โรคไต นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตทั่วโลกปริมาณ 1ใน 10 พบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง สถานการณ์ค่อยๆเพิ่มขึ้นทุกปี ยิ่งถ้าเจาะลึกถึงผู้ป่วยระยะที่ 5 เป็นบุคคลที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ทั่วประเทศมีประมาณ 200,000 คน ซึ่งสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน หลักๆเลยก็คือโรคเบาหวานและความดัน ซึ่งสองโรคนี้จำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลสถานการณ์ให้มีผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณเครื่องฟอกไตในทุกๆโรงพยาบาล เพื่อให้คนไข้ สามารถเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตได้มากขึ้น 
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

โรงพยาบาลนครปฐม จัดการซ้อมแผนรับมือ โรคอีโบลา (EBOLA)

  นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการซ้อมแผนรับมือโรคอีโบลา (EBOLA) โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน ซึ่งมีวิทยากร ได้แก่ แพทย์หญิงสิรีธร นิมิตวิลัย แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลนครปฐม และวิทยากรจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี ในรูปแบบ The Table top และ การซ้อมแผนเสมือนจริง ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//