Monday, July 6, 2026

นายก อบจ.พิษณุโลก ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU การขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ระหว่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก กับ หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ระดับจังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 6–7 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมไอยรา แกรนด์พาเลซ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จัดโดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับภาคีเครือข่ายทางการศึกษา 23 แห่ง โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ 
โดยมีผู้แทนศึกษาธิการภาค 17 หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมลงนามทั้งสิ้น 22 แห่ง เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการเป็นต้นแบบศูนย์ธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด และขยายผลการดำเนินงานสู่ความยั่งยืน 
โดยระบบธนาคารหน่วยกิตนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำกัดวัยและคุณวุฒิ สนับสนุนการสะสมหน่วยกิตจากแหล่งต่างๆ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา เพื่อเทียบโอนระหว่างสถานศึกษาได้ และพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ช่วยลดเวลาในการเรียนและลดค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก จะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนและบูรณาการความร่วมมือ เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของศูนย์ธนาคารหน่วยกิตจังหวัดพิษณุโลก ให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำพูน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติการเทียบโอนและสะสมหน่วยกิตใน 5 รูปแบบหลัก เพื่อมุ่งยกระดับมาตรฐานการทำงานของศูนย์ธนาคารหน่วยกิตจังหวัดพิษณุโลกให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

กมธ.พัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา เดินหน้าหารือแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว–ว่างงานสตรีแบบบูรณาการ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา ณ โรงแรมอานานา แกรนด์ อำเภอตะกั่วทุ่ง  จังหวัดพังงา นายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา พร้อมด้วยกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพังงาและเครือข่ายสตรี เพื่อติดตามแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว และการขจัดปัญหาการว่างงานของสตรี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ โดยมี นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางสาวพัทธนันท์ สมใจ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพังงา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา แรงงานจังหวัดพังงา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา ผู้แทนหัวหน้าคณะขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล เทศบาลเมืองโคกกลอย อบต. คลองเคียน และศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลคลองเคียน เครือข่ายสตรี และคณะ ให้การต้อนรับ
คณะกรรมาธิการได้หารือแลกเปลี่ยนความเห็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ทั้งด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ บุคลากร งบประมาณ
และระบบติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการใช้กลไกในพื้นที่เป็นฐานในการขับเคลื่อนงาน
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลการดำเนินงานและข้อจำกัดการดำเนินงานของหน่วยงานด้านการพัฒนาศักยภาพสตรี การอบรมทักษะอาชีพ การป้องกันแก้ไขความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการช่วยเหลือดูแลกลุ่มเปราะบางอื่น เช่น งบประมาณฝึกอบรม/ทักษะอาชีพ บุคลากรไม่เพียงพอ ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการติดตามหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  กลไกการคัดเลือกกรรมการสตรี
และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสตรี
คณะกรรมาธิการฯ เน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว และปัญหาการว่างงานของสตรีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะการทำงานเชิงบูรณาการอย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการส่งเสริมบทบาทของเครือข่ายสตรีในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง การป้องกันและการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและสร้างโอกาสในการจ้างงาน จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง 
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูลที่ได้รับทราบไปประกอบการพิจารณาศึกษาและดำเนินการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ต่อไป

📢 ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook : คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ 
คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา
🌐 ลิงก์ : https://qr.senate.go.th/sh/f/?k=ECJ7F

เว็บไซต์ : คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา
🌐 ลิงก์ : https://qr.senate.go.th/sh/f/?k=LN5I7

อบจ.สงขลา พลิกฟื้นระบบนิเวศ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่ธรรมชาติ

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ ท่าน้ำริมเขื่อนเทพา หมู่ที่ 1 ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายธนิศร์ ทองสุข , นายพงศธร ฆังฆะ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายสุรสิทธิ์ ศรีอินทร์ , นายนิยม ชูชื่น ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายวรพงศ์ ปราบ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายเกษมศักดิ์ ดาโหะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอเทพา เขต 2 โดยมี นายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา กล่าวต้อนรับ และนายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน
          พร้อมกันนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและบุคลากรในสังกัด ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และน้อง ๆ นักเรียนจากโรงเรียนบ้านเทพา และโรงเรียนดารุสสลามศืกษา เข้าร่วมกิจกรรม
          การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอเทพา เทศบาลตำบลเทพา ประมงอำเภอเทพา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ และภาคประชาชน เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ เพิ่มแหล่งอาหาร และสนับสนุนการประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้านให้มีความยั่งยืน
          นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาอาชีพประมงเป็นนโยบายสำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล พร้อมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและรายได้ในระยะยาว
         โอกาสนี้ ได้ปล่อยลูกกุ้งก้ามกราม จำนวน 500,000 ตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตลูกพันธุ์กุ้งก้ามกราม 1,500,000 ตัว ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ ประจำปี 2569 โดยก่อนหน้านี้ได้ปล่อยไปแล้วที่ห้วยกลางสาธารณประโยชน์ ตำบลคูหาใต้อำเภอรัตภูมิ จำนวน 400,000 ตัว และบริเวณบ้านปลา หมู่ที่ 6 ตำบล ท่าหิน อำเภอสทิงพระ จำนวน 600,000 ตัว ทำให้การดำเนินงานในอำเภอเทพาครั้งนี้ครบตามเป้าหมายที่วางไว้
          นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลายังสนับสนุนงบประมาณแก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสงขลา เพื่อผลิตพันธุ์สัตว์น้ำสำหรับปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม 2,000,000 ตัว และปลาน้ำจืด 470,000 ตัว ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว 200,000 ตัว ปลายี่สกเทศ 150,000 ตัว และปลาบ้า 120,000 ตัว โดยได้เริ่มปล่อยกุ้งก้ามกรามแล้ว จำนวน 1,000,000 ตัว ณ อ่างเก็บน้ำปริก อำเภอนาทวี และมีกำหนดดำเนินการอีกครั้งที่ตลาดน้ำบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
          โครงการนี้มีเป้าหมายในการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแหล่งน้ำธรรมชาติ เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับรายได้ของชาวประมงพื้นบ้าน และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดสงขลาอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

กาญจนบุรี ตร. ทหาร ปกครอง ตชด.บูรณาการร่วมกัน รวบต่างด้าว แอบลักลอบเข้าเมือง

    เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569  เวลาประมาณ 00.10 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี 
พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ. สังขละบุรี พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ป.สภ.สังขละบุรี
พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี สั่งการให้
 
    สายตรวจจุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า ร่วมกันจับกุม 1.นาย จอ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 26 ปี เมียนมา พร้อมพวกรวม 7 คน และผู้ติดตาม 4 คน
 โดยกล่าวหาว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต 
    พฤติการณ์จับกุม เมื่อวันนี้ (4 ก.ค. 69) ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจช่องทางธรรมชาติบริเวณหลังสวนส้มโอ ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี พบ กลุ่มคนลักษณะคล้ายแรงงานต่างด้าว

   เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและเข้าตรวจสอบ นาย จอ ไม่มีชื่อสกุล (ทราบชื่อภายหลัง) พร้อมพวกและผู้ติดตามรวม 11 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวทั้งหมดมายังที่จุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก เมื่อมาถึงแล้วได้ขอตรวจสอบบัตรประจำตัวหรือเอกสารการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร 

  พบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารใดๆ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะต้องโดนจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สอบถาม ผู้ต้องหาที่ 1 - 7 ได้รับว่าได้เดินทางมาจากประเมียนมา จะเดินทางมาทำงานที่ประเทศไทย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจับเสียก่อน นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป 
   /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

Sunday, July 5, 2026

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่สงขลา มอบกรมเจ้าท่าเร่งสำรวจ-ขุดลอกคลองสะกอม เปิดทางน้ำรับฤดูฝน บรรเทาน้ำท่วมจะนะ-เทพา ซ้ำซาก

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายแวรุสลัน มาสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาคลองและร่องน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยตรวจสอบสภาพพื้นที่บริเวณเกาะแลหนัง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา และคลองสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พร้อมรับฟังปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่
นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าปัญหาหลักของทั้งสองพื้นที่ คือ การตื้นเขินของคลองและร่องน้ำ ทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน กระทบต่อการสัญจรทางน้ำ การทำประมงพื้นบ้าน และการประกอบอาชีพของประชาชน
สำหรับพื้นที่เกาะแลหนัง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา ประชาชนขอให้เร่งขุดลอกคลองตูหยง ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และมีการสะสมของตะกอนดินในร่องน้ำ ส่งผลต่อการเดินเรือ การประมง และการระบายน้ำลงทะเล ส่วนพื้นที่คลองสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ ประชาชนต้องการให้เปิดทางน้ำและขุดลอกคลองสะกอมในช่วงที่ตื้นเขิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รองรับฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการสำรวจความลึกและสภาพร่องน้ำในพื้นที่คลองตูหยง ระยะทางประมาณ 32,240 เมตร และคลองสะกอม ระยะทางประมาณ 3,000 เมตร เพื่อจัดทำข้อมูลประกอบการวางแผนขุดลอกให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาจริงในพื้นที่ โดยคลองตูหยงได้มีแผนดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 แล้ว ส่วนคลองสะกอมให้เร่งจัดทำแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก
สำหรับแนวทางแก้ไข แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น เร่งสำรวจร่องน้ำและจัดทำแผนขุดลอกในจุดที่จำเป็นเร่งด่วน ระยะกลาง ดำเนินการขุดลอกคลองและร่องน้ำตามแผน พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงทางระบายน้ำและโครงสร้างประกอบ และระยะยาว จัดทำแผนบริหารจัดการร่องน้ำและระบบระบายน้ำของจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาการตื้นเขินและน้ำท่วมซ้ำซากในอนาคต
นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและร่องน้ำตื้นเขินจำเป็นต้องทำแบบบูรณาการ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมเจ้าท่า กรมชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงคมนาคมจะเร่งติดตามในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขุดลอก การเปิดทางน้ำ และการบริหารจัดการน้ำเกิดผลเป็นรูปธรรม ลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ นายสรรเพชญ ยังได้ตรวจพื้นที่จุดพักรถหมวดทางหลวงเทพา บนทางหลวงหมายเลข 43 ตอนจะนะ–ปาแด กม.60+125 ด้านซ้ายทาง หมู่ที่ 7 ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสภาพพื้นที่จุดพักรถและบริเวณโดยรอบที่ถูกน้ำกัดเซาะ พร้อมมอบหมายให้กรมทางหลวงและกรมเจ้าท่าร่วมกันศึกษาแนวทางแก้ไข เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้มีความปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณจุดพักรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้ทาง และใช้ประโยชน์พื้นที่จุดพักรถได้อย่างคุ้มค่า

อเกณฑ์ พัทยา จับมือนายกสมาคมสืบสานวัฒนธรรมการยันต์ไทย (ชลบุรี) จัดงานมูเตลู กระตุ้นท่องเที่ยว

ค่ำวันที่ 5 ก.ค.69 โครงการอเกณฑ์ พัทยา คอมมูนิตี้มอลชื่อดังริมถนนพัทยาเหนือ ได้ร่วมกับสมาคมสืบสานวัฒนธรรมการยันต์ไทย (ชลบุรี) โดย อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว บ้านยันต์มงคลเศรษฐี พัทยา ในฐานะนายกสมาคมสืบสานวัฒนธรรมการยันต์ไทย (ชลบุรี) จัดงานมูเตลู โดยใช้พื้นที่ลาน XL ของโครงการอเกณฑ์ พัทยา เป็นสถานที่จัดงาน
กิจกรรมงานมูเตลู เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยาสำหรับนักท่องเที่ยวสายมู หรือกลุ่มมูเตลู ที่เดินทางท่องเที่ยวโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมดวงชะตา และขอพรในเรื่องต่างๆ เช่น ความรัก การงาน หรือโชคลาภ การเดินทางรูปแบบนี้กลายเป็นการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ อย่างกว้างขวาง
ในงานได้มีการให้ความรู้เรื่องต่างๆ ทั้งฮวงจุ้ย การสักยันต์มงคล และการดูดวง โดยมี อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว และ อ.ภูเดชา วิทยาธนะสกุล วิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวแทนเมืองพัทยา มาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกกับผู้ที่เจ้าร่วมกิจกรรมด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

เปิดฝึกแข่งขันสเก็ตบอร์ด “Pattaya Go Skateboarding Day 2026” รวมพลสายสตรีท สร้างสีสันเมืองกีฬา

นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมงานแข่งขันสเก็ตบอร์ด “Pattaya Go Skateboarding Day 2026” ที่ลานกิจกรรมหาดจอมเทียน ข้างสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล จังหวัดชลบุรี ที่จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา
ในพิธีการแข่งขัน นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงศ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ได้มอบหมายให้นายนายวิสิษฐ์ศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสเก็ตบอร์ด เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงออกถึงความสามารถอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจในกีฬาประเภทนี้ และร่วมผลักดันให้เมืองพัทยาก้าวสู่การเป็นเมืองกีฬา (Sport City) อย่างยั่งยืน 
ภายในงานมีการแข่งขันหลากหลายประเภท ได้แก่ High Ollies, Kickflip Long Ollies, Skate Jam, Ramp Jam และ Best Trick ทั้งในรุ่น Amateur และ Open ซึ่งได้รับความสนใจจากนักสเก็ตบอร์ดเข้าร่วมแข่งขันอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและพลังของกลุ่มคนรักกีฬาสตรีทร่วมสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ของเมืองพัทยา และเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับที่สูงขึ้นในอนาคตต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

นายก อบจ.พิษณุโลก ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU กา...