Monday, November 2, 2026

สุพรรณบุรี ปิดฉากการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 20

เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1 จากจังหวัดพิจิตร เอาชนะ เรือเทพนรสิงห์ 88 จากจังหวัดสระบุรี ได้ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จ พระวัชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 20
ที่อำเภอบางลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 1พ.ย.69  ที่ลำน้ำท่าจีน บริเวณหน้าวัดสวนหงส์ อำเภอบางปลาปลาม้า นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เป็นประธานปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 20 ประจำปี ปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับมอบถ้วยรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โดยมีพระครูโกศลธรรมานุสิฐ, ผศ.ดร. เจ้าคณะอำเภอบางปลาม้า และเจ้าอาวาสวัดสวนหงส์ พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายกอำเภอบางปลาม้า ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนและนักท่องเที่ยว มาร่วมเชียร์และชมการแข่งขันจำนวนมาก 
ผลการแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 20 ประจำปี 2569  เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย (ประเภท ก)  ชนะเลิศ ได้แก่เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1 จากจังหวัดพิจิตร ได้ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จ พระวัชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเงินรางวัล 40,000 บาท 
ส่วนเรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย (ประเภท ก) ชนะเลิศ ได้แก่ เรือเทพหทัยยุทธ์.จังหวัดสระบุรี ได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและเงินรางวัล 30,000 บาท เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย (ประเภท ข)  ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 12,000-บาท ได้เเก่ เรือเทพขุนอินทร์ จังหวัดสิงห์บุรี ส่วน เรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย (ประเภท ข) ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 10,000-บาท ได้แก่ เรือสิงห์ปทุม จังหวัดปทุมธานี
นอกจากนี้ได้มีการแข่งขันเรือพายม้า สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เข้าร่วมแข่งขันเป็นผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในชุมชน เป็นการสร้างความนุกสนาน ความรัก ความผูกพัน และความสามัคคี ให้กับชาวบ้านในชุมชนได้มีส่วนร่วม 
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีเรือชื่อดังจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก โดยได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทเรือ 55 ฝีพาย เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 8 ทีม และประเภทเรือยาว 30 ฝีพาย เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 12 ทีม โดยมีทีมพากย์เรือยาว“มังกรกุมภีร์” พิจิตร-นครสวรรค์ ชื่อดังระดับประเทศ 
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี// 

"รองนายกฯ พิพัฒน์" นำทีม ศอ.บต.-จังหวัด-หัวหน้าส่วนราชการ ทอดกฐินวัดนางโอ ปัตตานี สมทบทุนบูรณะเสนาสนะ-สร้างอาคารอเนกประสงค์ เพื่อชาวแม่ลาน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีทอดกฐินสามัคคี ณ วัดบุพพนิมิต (วัดนางโอ) อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี โดยมีนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการเลขาธิการ ศอ.บต. รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีทอดผ้ากฐินและอนุโมทนาบุญ
โดยปัจจัยทำบุญทั้งหมดทางวัดจะนำไปใช้ในการบูรณะเสนาสนะและสิ่งก่อสร้างภายในวัด   อาทิ สมทบทุนสร้างศาลาตั้งศพ อาคารอเนกประสงค์ และใช้จ่ายในพิธีทางศาสนา เพื่อประโยชน์ของ ปชช. ชาว อ.แม่ลาน โดยบรรยากาศในพิธีเป็นไปด้วยความครึกครื้น อิ่มบุญ ประชาชนต่างร่วมถวายปัจจัย และแห่กฐินคับคั่ง
สำหรับ วัดบุพพนิมิต (วัดนางโอ) ถือเป็นวัดเก่าแก่และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ตั้งอยู่คู่ชุมชนมานานกว่า 254 ปี  ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาสนวัตถุสำคัญที่ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา คือ "วิหารหลวงปู่ดำ ติสสโร" อดีตเจ้าอาวาสลำดับที่ 9 พระผู้มีเมตตาสูงเป็นที่พึ่งของปวงชนทุกศาสนา และ "พระพุทธไสยาสน์" (พระนอน) องค์ใหญ่ ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 อย่างไรก็ตาม พิธีทอดกฐินสามัคคีในทุกปี จึงไม่เพียงแต่เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามประเพณีอันดีงามเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีกลมเกลียว และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่พุทธศาสนิกชนในการสืบสานและรักษาจุดศูนย์รวมศรัทธาแห่งนี้ให้คงอยู่คู่ จ.ปัตตานี สืบไป

อบจ.สงขลา จัดงาน “วันองค์การบริหารส่วนจังหวัด” ประจำปี 2569 เสริมความสิริมงคล พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบด้านคุณธรรมและจริยธรรม

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.20 น. ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเนื่องในงาน “วันองค์การบริหารส่วนจังหวัด” (1 พฤศจิกายน 2569) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ข้าราชการ พนักงาน และบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศในช่วงเช้า เริ่มต้นด้วยพิธีอันเป็นสิริมงคล โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นำคณะผู้บริหารและบุคลากรร่วมประกอบพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่และพระพรหม จากนั้นเป็นพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในองค์กร ประกอบด้วยพิธีดูอาร์ขอพรตามหลักศาสนาอิสลาม และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทางพระพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป ร่วมประกอบพิธี ในโอกาสนี้ ประธานในพิธีได้ร่วมถวายผ้าไตร เครื่องไทยธรรม และภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมพิธี
จากนั้น นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณ “บุคคลต้นแบบด้านคุณธรรมและจริยธรรม” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ จำนวน 5 ราย และใบประกาศเกียรติคุณ จำนวน 2 ราย เพื่อยกย่องบุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในจริยธรรม อันเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรในการรักษาความดีและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กล่าวให้โอวาทแก่คณะผู้บริหารและบุคลากร เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่น การทำงานด้วยความรับผิดชอบ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ และร่วมกันบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่จังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มีจุดเริ่มต้นจากการเป็น “สภาจังหวัดสงขลา” ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 ก่อนจะได้รับการยกฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 และมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 โดยกำหนดให้วันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันองค์การบริหารส่วนจังหวัด” เพื่อรำลึกถึงบทบาทและความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาพื้นที่และดูแลทุกข์สุขของประชาชน
สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินภารกิจในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การศึกษา การสาธารณสุข การจัดการสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมเศรษฐกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ยึดมั่นธรรมาภิบาลตามแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อพัฒนาจังหวัดสงขลาให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ และขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาให้เกิดการพัฒนาอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

Saturday, October 31, 2026

ป.ป.ส. ลุย “ยุทธการตัดเนื้อร้าย 28” รวบครู-ผู้ช่วยพยาบาล ทลายเครือข่ายยาเสพติดฉีดเข้าเส้น ล่าตัวผู้ค้า 2 ชั้น!

​สุโขทัย – สำนักงาน ป.ป.ส. เดินหน้าประกาศสงครามยาเสพติดอย่างจริงจัง ล่าสุดเปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 28” ตามนโยบายของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. หลังได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1386 ว่ามีข้าราชการครูแอบเสพยาเสพติดด้วยวิธีฉีดเข้าหลอดเลือด สนธิกำลังกวาดล้างรวบตัวครูพร้อมขยายผลลากคอ “ผู้ช่วยพยาบาล” สายส่ง และเครือข่ายผู้ค้ารวม 3 ราย
เหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ ปปส. ภาค 6 สนธิกำลังร่วมกับ สภ.กงไกรลาศ, ฝ่ายปกครองอำเภอกงไกรลาศ และ กอ.รมน. ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย พบข้าราชการครูรายหนึ่งมีพฤติการณ์สุ่มเสี่ยง เมื่อตรวจปัสสาวะพบสารกลุ่มเมทแอมเฟตามีนและยาอี โดยครูรายนี้ยอมรับสารภาพว่า เสพยาเสพติดโดยวิธีฉีดเข้าหลอดเลือดบริเวณแขนจริง
เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลทันที จนพบว่าผู้จัดหาและจำหน่ายยาเสพติดให้ครูรายนี้ คือ นายอดิศร (ขอสงวนนามสกุล) อดีตนายทหารยศสิบเอก ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สุโขทัย
จากการเข้าตรวจค้น สามารถยึดของกลาง ยาไอซ์ 2 รายการ (น้ำหนัก 1.05 กรัม และ 0.38 กรัม) พร้อมอุปกรณ์ฉีดเข้าเส้นครบชุด ได้แก่ เข็มฉีดยาอินซูลิน 3 อัน, สายรัดแขน 1 เส้น และน้ำเกลือ 2 หลอด โดยนายอดิศรยอมรับว่าใช้เทคนิคผสมยาไอซ์กับน้ำเกลือเพื่อฉีดเข้าร่างกายตนเองและนำมาขายต่อ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพโดยผิดกฎหมาย
ไม่หยุดแค่นั้น เจ้าหน้าที่เค้นสอบนายอดิศรจนซัดทอดถึงนายทุนใหญ่ หรือ “นายโร่” ก่อนนำกำลังเข้าบุกค้นบ้านพัก จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย คือ นายอภิชรฏ์ (หรือโร่) และ นายนวนนนท์ (หรือป๊อป) พร้อมยึดของกลางยาไอซ์เพิ่มอีก 5.4 กรัม อุปกรณ์การเสพ และอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 40,000 บาท เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ป.ป.ส. จะขยายผลเชิงลึกถึงกลุ่มผู้เสพด้วยวิธีฉีดเข้าหลอดเลือดซึ่งมีความอันตรายสูง โดยเฉพาะหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะบุคลากรภาครัฐต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม
​พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสยาเสพติดและบุคลากรภาครัฐที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้อง ได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับและนำไปสู่การตัดวงจรยาเสพติดอย่างถอนรากถอนโคน
//ภาพ สนง.ป.ป.ส. - ONCB//

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังและติดตามตรวจสอบแนวทางฟื้นฟู เยียวยา และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและสันติสุขอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดปัตตานี

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 - 12.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา 
นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ 
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการ
นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กรรมาธิการ 
นายสุทนต์ กล้าการขาย กรรมาธิการ 
และผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานและประชุมหารือ ณ ห้องประชุมรูซะมิแล โรงแรมซีเอส จังหวัดปัตตานี เพื่อรับฟังแนวทางการฟื้นฟู เยียวยา และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยมี นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. และกรรมการมัสยิดรายออฟาฏอนี ให้การต้อนรับ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ 
ในการนี้ ที่ประชุมหารือในประเด็นของการเน้นย้ำถึงความสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของศาสนาและผู้นำศาสนาในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนที่มีความแตกต่างทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ตลอดจนการเคารพในอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และประเพณีของแต่ละชุมชน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขบนพื้นฐานของความเสมอภาคและการยอมรับซึ่งกันและกัน สรุปประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
(1) การเยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจ ดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบและการบังคับใช้กฎหมายพิเศษอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
(2) การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
(3) การส่งเสริมศาสนาและสังคมพหุวัฒนธรรม สนับสนุนบทบาทผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนในการสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ ส่งเสริมการเคารพความแตกต่างทางศาสนา ภาษา ประเพณี และวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

(4) การขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุข เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำศาสนา ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธี

(5) การเสริมสร้างความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาศักยภาพประชาชนทุกช่วงวัย และยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและความมั่นคงในระยะยาว
นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการได้กล่าวสรุปการรับฟังข้อมูล สถานการณ์ และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานและผู้แทนในพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและเคารพในความหลากหลาย เพราะการสร้างสันติสุขมิได้เกิดจากการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการยอมรับความแตกต่างระหว่างกัน เพื่อวางรากฐานการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังจะศึกษาและพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อสรุปเสนอแนะต่อวุฒิสภาและรัฐบาลตามแผนงานของคณะกรรมาธิการในปีงบประมาณ 2570 
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้รวบรวมประเด็นปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในฐานะและบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเข้มแข็งต่อไป


ม.ทักษิณ เปิด 3 ศูนย์วิจัยระดับนานาชาติ เดินหน้าสร้างงานวิจัยเฉพาะทาง เชื่อมองค์ความรู้สู่เวทีโลก

มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ประกาศจัดตั้ง 3 ศูนย์วิจัยระดับนานาชาติ ครอบคลุมศาสตร์ด้านแมลงและระบบนิเวศที่ยั่งยืน ชันโรง และวิทยาศาสตร์วัสดุฟังก์ชันขั้นสูง มุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของนักวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ และผลักดันองค์ความรู้สู่การยอมรับในระดับนานาชาติ
การสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนผลงานทางวิชาการ แต่ยังรวมถึงการพัฒนากลุ่มนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนำผลการวิจัยไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณจึงเดินหน้าส่งเสริมการรวมกลุ่มนักวิจัยและพัฒนาองค์กรวิจัยให้มีทิศทางที่ชัดเจน ผ่านการจัดตั้งศูนย์วิจัยระดับนานาชาติ 3 แห่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2572 ตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2569
ศูนย์วิจัยทั้ง 3 แห่ง มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกับโจทย์สำคัญของโลกในปัจจุบัน ทั้งการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และการพัฒนาวัสดุขั้นสูงสำหรับเทคโนโลยีในอนาคต โดยมีรายละเอียดดังนี้

ศูนย์นานาชาติด้านวิทยาการแมลงและระบบนิเวศที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยทักษิณ (In-CISE-TSU)
ศูนย์นี้ดำเนินการหลักโดยอาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย เป็นหัวหน้าศูนย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล เป็นศูนย์ที่ศึกษาถึงแมลงซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ ทั้งการผสมเกสร การย่อยสลายอินทรียวัตถุ และการรักษาสมดุลของธรรมชาติ ขณะเดียวกันแมลงยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิทยาการแมลงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำแนกชนิดพันธุ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
การจัดตั้งศูนย์วิจัยด้านนี้จึงเป็นโอกาสในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และระบบนิเวศ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อสร้างฐานความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการอนุรักษ์และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชันโรงนานาชาติ (GLOBEE Center)
ศูนย์นี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันกุศล ชนะสิทธิ์ เป็นหัวหน้าศูนย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งชันโรงเป็นแมลงผสมเกสรในกลุ่มผึ้งไม่มีเหล็กในที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ โดยเฉพาะการช่วยผสมเกสรพืชในธรรมชาติและพืชเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับการเกษตรและการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากชันโรง
องค์ความรู้ด้านชันโรงจึงมีความสำคัญทั้งในมิติของวิทยาศาสตร์ชีวภาพ การอนุรักษ์แมลงผสมเกสร และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การมีศูนย์วิจัยเฉพาะทางจะช่วยสนับสนุนการศึกษาชันโรงอย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา และการประยุกต์ใช้ทางการเกษตร เพื่อพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต



ศูนย์วิทยาศาสตร์วัสดุฟังก์ชันขั้นสูง (CAFMS)
ศูนย์นี้ดำเนินการหลักโดย รองศาสตราจารย์ ดร.จักรี บุญละคร เป็นหัวหน้าศูนย์ สังกัดคณะศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์วัสดุฟังก์ชันขั้นสูงเป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาและพัฒนาวัสดุให้มีสมบัติเฉพาะตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสมบัติทางไฟฟ้า แม่เหล็ก แสง หรือการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นองค์ความรู้พื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ เทคโนโลยีพลังงาน และวัสดุอัจฉริยะ การจัดตั้งศูนย์วิจัยด้านวัสดุฟังก์ชันขั้นสูงจึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการพัฒนางานวิจัยเชิงลึกที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ เคมี และวัสดุศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยต่างสาขา เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และขยายโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในอนาคต





ทั้ง 3 ศูนย์วิจัยมีกำหนดดำเนินงานเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2572 ภายใต้งบประมาณสนับสนุนรวม 5.8 ล้านบาท โดยมีสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ รับผิดชอบการเบิกจ่ายงบประมาณและติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนศูนย์วิจัยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

การจัดตั้งศูนย์วิจัยระดับนานาชาติทั้ง 3 แห่ง ยังสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยทักษิณ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2568–2572) ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพการวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่และสังคม ส่งเสริมการสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ตลอดจนสนับสนุนการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการรวมกลุ่มนักวิจัยและการพัฒนาศูนย์วิจัยเฉพาะทางเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของมหาวิทยาลัย



นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ที่มุ่งนำความเชี่ยวชาญทางวิชาการและศักยภาพของนักวิจัยมาสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงการวิจัยตั้งแต่ระดับพื้นที่สู่เครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันให้ผลงานวิจัยเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การรวมตัวของนักวิจัยในรูปแบบศูนย์วิจัยเฉพาะทางยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบนิเวศวิจัย ตั้งแต่การสร้างกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็ง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสาขา การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้าง 

..........................................

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังการบริหารจัดการความมั่นคงและการรับมือภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทเรียนมหาอุทกภัยที่กระทบความมั่นคงภายใน ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยนายสมบูรณ์  หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี และนายสุทนต์ กล้าการขาย กรรมาธิการ ที่ปรึกษาผู้ชำนาญการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงและการรับมือภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทเรียนมหาอุทกภัยที่กระทบความมั่นคงภายใน ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตลอดจนรับทราบการฟื้นฟู เยียวยา และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในส่วนเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาซึ่งเป็นพื้นที่รอบต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยมีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะเดินทางเข้ารับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
(1)  การบริหารจัดการและการพัฒนาระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบความผิดปกติ และแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ทั้งภัยทางถนน ภัยอาชญากรรมหรือภัยทางธรรมชาติที่หาดใหญ่มีบทเรียนสำคัญจากมหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงแผนบริหารความต่อเนื่องและการรับมือภัยคุกคามแบบผสมผสาน เพื่อเตรียมความพร้อมและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ในพื้นที่
(2)  การบริหารจัดการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว การป้องกันเหตุที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมือง ตลอดจนการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภายหลังประสบมหาวิกฤตอุทกภัยในปลายปี 2568 ในฐานะที่หาดใหญ่เป็น ศูนย์กลางและกันชนหลักที่สามารถสนับสนุนและขับเคลื่อน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เนื่องจากหาดใหญ่เป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจและการพัฒนาสูงที่สุดในภูมิภาคภาคใต้ตอนล่าง กล่าวคือเทศบาลนครหาดใหญ่มีรายได้ยกระดับ เช่น ปีงบประมาณ 2562 รายได้รวมประมาณ 1,901.48 ล้านบาทรวมประมาณ 2,709.50 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลปีงบประมาณ 2566 ซึ่งจัดเป็นเทศบาลที่มีรายได้รวมมากที่สุดในกลุ่มเทศบาลนครทั่วประเทศ) 

(3) การเสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาชนและอาสาสมัครด้านความมั่นคง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแจ้งเบาะแสภัยคุกคาม ตลอดจนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายอาสาสมัครให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐและดูแลความปลอดภัยในชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาศึกษา เพื่อเสนอแนะแนวทางพัฒนานโยบายและมาตรการด้านความมั่นคงให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ตามอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมาธิการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป

สุพรรณบุรี ปิดฉากการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 20

เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ 1 จากจังหวัดพิจิตร เอาชนะ เรือเทพนรสิงห์ 88 จากจังหวัดสระบุรี ได้ครองถ้วยพระราชท...