Thursday, July 2, 2026

อนุกมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา รุกบูรณาการกรมทรัพยากรน้ำ กางแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ยกระดับน้ำนอกเขตชลประทาน

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืน ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ รุกบูรณาการ จัดการน้ำนอกเขตชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำแจงแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี และแนวทางฟื้นฟู พื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืน
      วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืน ในคณะกรรมาธิการ เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จัดการประชุม ครั้งที่ 4/2569  ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA329  ช้ัน 3 อาคารรัฐสภา นางสาวอมร ศรีบุญนาค ประธานคณะ อนุกรรมาธิการ เป็นประธาน การประชุมเพื่อหารือแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยมีผู้แทนจากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมชี้แจงข้อมูล พร้อมชูวิสัยทัศน์ “น้ำมั่นคง ประชาชนมั่นใจ” พร้อมเปิดผลงาน 5 ปี รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ และภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การกำกับควบคุมอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ การพัฒนาฟื้นฟูระบบแหล่งน้ำ การจัดสรรน้ำ และการแจ้งเตือนภัยวิกฤตน้ำ โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนิน โครงการไปแล้วกว่า 1,854 โครงการ ใช้งบประมาณกว่า 25,600 ล้านบาท สามารถเพิ่ม ปริมาณน้ำได้ 363 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 439,000 ครัวเรือน สำหรับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี กรมฯ ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไม่น้อยกว่า 1,050 ล้าน ลูกบาศก์เมตร และขยายพื้นที่รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านไร่
      ทั้งนี้ การจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำและการใช้พลังงานสะอาด ในที่ประชุมได้มีการหารือ ถึงการบริหารจัดการ พื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีอยู่กว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกรมฯ เน้นการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด (Wise Use) และการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการบุกรุกในช่วงภัยแล้ง นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้นำนวัตกรรม พลังงานสะอาด (Green Marketing) เช่น แผงโซล่าเซลล์มาใช้ในระบบกระจายน้ำเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมัน และไฟฟ้าให้แก่เกษตรกร
     สำหรับ อุปสรรคด้านกฎหมายและที่ดิน ที่ประชุมได้รับทราบปัญหาสำคัญที่เป็นข้อจำกัด ในการดำเนินงาน คือ กรมทรัพยากรน้ำไม่มีพื้นที่เป็นของตนเองทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำ ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เช่น กรมป่าไม้ หรือเจ้าท่า ซึ่งบางครั้งมีความล่าช้า รวมไปถึงข้อจำกัดจาก พ.ร.บ. กระจายอำนาจ ที่กำหนดให้หน่วยงานระดับกรมต้องทำ โครงการขนาด 2 ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ทำให้ไม่สามารถลงไปสนับสนุนโครงการขนาดเล็ก (บ่อจิ๋ว) ในระดับท้องถิ่นได้เหมือนในอดีต
     ในการนี้ คณะอนุกรรมาธิการได้ให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญ ดังนี้ 
        - การจัดทำบัญชีน้ำ (Water Account) เพื่อให้ทราบสมดุลน้ำในแต่ละพื้นที่อย่าง ละเอียดจนถึงระดับแปลงเกษตร
        - ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เน้นการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว ได้ทันท่วงที มากกว่าเพียงแค่การอพยพ
        - การบูรณาการงบประมาณและบุคลากร เสนอให้กรมฯ พิจารณาการจ้าง ที่ปรึกษา(Outsource) ในการสำรวจและควบคุมงานเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร
     สำหรับการประชุมครั้งต่อไป คณะอนุกรรมาธิการเตรียมนำข้อมูลจากการชี้แจงในครั้งนี้ ไปจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อผลักดันให้มี "เจ้าภาพหลัก" ในการดูแลพื้นที่ เกษตรนอกเขตชลประทานที่มีมากถึง 120 ล้านไร่ทั่วประเทศ โดยการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จะมีการเชิญ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อร่วมหาทางออกอย่างบูรณาการต่อไป

อบจ.สงขลา ลุยหนุน "ศูนย์ตาดีกา" ยกระดับเรียนสอนศาสนาควบคู่เทคโนโลยีสมัยใหม่

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายธนิศร์ ทองสุข เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมพิจารณาโครงการพัฒนาการเรียนการสอนศาสนาอิสลามประจำมัสยิดในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมี นางสาวปรินดา ปาลาเร่ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายสุรสิทธิ์ ศรีอินทร์ , นายนิยม ชูชื่น ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นางปิยนันท์ สิงห์ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด รักษาราชการแทน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายวิญญ์ สิทธิเชนทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ฯ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรกองศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำศาสนาอิสลาม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอาคารศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
          ในการประชุมได้รับทราบนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษา สนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยยกระดับการเรียนรู้ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการสนับสนุนการเรียนการสอนศาสนาอิสลามในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลา
          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาหลักเกณฑ์และแนวทางการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูผู้สอนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด การสนับสนุนการบริหารจัดการมัสยิด และการส่งเสริมการเรียนการสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีมัสยิดที่ยื่นขอรับการสนับสนุนจำนวน 33 แห่ง เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
          องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการเรียนรู้ด้านศาสนา อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็งและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสงขลาอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์วุฒิสภา ตั้งคณะทำงาน รับมือ Fake News และเน้นสื่อสารเชิงรุก นำเสนอผลงานเด่นของกรรมาธิการ เสริมความเชื่อมั่นประชาชน

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 406 – 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) มีการประชุมคณะทำงานตอบโต้ข่าวสารที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการประชาสัมพันธ์วุฒิสภา โดยมี นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม นายจำลอง  อนันตสุข  และนายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย นายวีระพันธ์  สุวรรณนามัย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการทุกคณะ ผู้อำนวยการสำนักกรรมาธิการทั้ง 3 สำนัก ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ ในฐานะเลขานุการคณะทำงาน ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องของสำนักประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการเฝ้าระวังข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวปลอม (Fake News) ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา รวมถึงการจัดทำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน และการกำหนดช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การชี้แจงข้อมูลเป็นไปอย่างทันท่วงทีต่อสถานการณ์ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาให้สามารถทำงานประสานกันได้อย่างมีเอกภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดประเด็นข่าวสารของวุฒิสภาให้มีความน่าสนใจและเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการจัดสัมมนา การลงพื้นที่ศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนการประชุมคณะกรรมาธิการที่มีสาระสำคัญ ซึ่งควรมีการจัดทำเนื้อหาข่าว ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวอย่างครบถ้วน เพื่อส่งต่อไปยังสื่อมวลชนและช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้สามารถเผยแพร่สู่สาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง
สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง เสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างวุฒิสภากับประชาชน ตลอดจนเพิ่มพูนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอันจะนำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือของวุฒิสภาในระยะยาว
#วุฒิสภา #สว
#สมาชิกวุฒิสภา

โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา แถลงข่าวความรุนแรง จชต.

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.40 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาโดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมธิการ คนที่หนึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการร่วมแถลงข่าว เรื่อง “ความรุนแรงชายแดนใต้ภายใต้แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในปัจจุบัน" ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร)
จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กองกำลังติดอาวุธขบวนการต่าง ๆ ได้ก่อเหตุบ่อยครั้งมากขึ้นและขยายทั้ง 3 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้มีเหตุการณ์ที่ทวีรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง คือ กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า หรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้รับผิดชอบหลักเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด คณะกรรมาธิการเห็นว่าอาจจะยังไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนหรือผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนในพื้นที่ เพราะตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2568 – มิถุนายน 2569 มีเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและการป้องกันเหตุรุนแรงยังไม่เพียงพอ

โฆษกคณะกรรมาธิการเห็นว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าพบว่าใน 4 ด้านยังขาดประสิทธิภาพ คือ (1) ในงานการข่าว (2) งานมวลชน (3) การป้องกันเหตุ และ (4) การปฏิบัติการเชิงรุก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มกองกำลังติดอาวุธขบวนการต่าง ๆ ปฏิบัติการก่อเหตุร้ายรุนแรงอย่างเสรีได้ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปฏิบัติการในเวลากลางคืน
เพราะฉะนั้น การเสนอนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้านี้
ที่เพิ่มความถี่ของการก่อเหตุและลุกลามทั้ง 3 จังหวัด และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจึงถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างแท้จริงเพื่อให้การแก้ปัญหากับหยุดเหตุความรุนแรงขณะนี้ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันและเด็ดขาดก่อนจะสูญเสียมากกว่านี้ 

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ตระหนักในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบต่ออธิปไตยและความมั่นคงของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบความทุกข์ทั้งบาดแผลทางร่างกายหรือจิตใจและความสูญเสียชีวิตกับทรัพย์สินมาอย่างอย่างนาน
 คณะกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอดังกล่าวและพร้อมจะยืนเคียงคู่กับประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า และกองทัพไทยเพื่อนำความไว้วางใจต่อกันอย่างไร้อคติในฐานะประชาชนร่วมผืนแผ่นดินเกิดเดียวกันอย่างเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างแท้จริงไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเพียงใดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเกิดขึ้นด้วยมือของเราทุกคน

วุฒิสภา เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด วาระ 2-3 หากไม่แล้วเสร็จอาจเพิ่มวันประชุมเป็น 3 วัน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.10 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงผลการประชุมวิปวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 29 และวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ในวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1) ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2) ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 3) ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 4) ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 5) ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างที่ 2 - 5 และลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ ร่างที่ 1 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ขอถอนร่างออกไปพิจารณาทบทวนใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... โดยสาระสำคัญคือให้ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย (การนิรโทษกรรม) รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว โดยที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
.
สำหรับการประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 6 และวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีวาระสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.โอนที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ให้แก่นางมี รักเสมอวงค์ พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร ในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.กำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร ในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ซึ่งมีเนื้อหากว่า 200 มาตรา สาระสำคัญคือการมีกฎหมายเพื่อการพัฒนาและบูรณาการการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศให้เป็นระบบ ลดสาเหตุการเกิดมลพิษที่แหล่งกำเนิด และป้องกันการปล่อยมลพิษ ฝุ่น ควัน และกลิ่น เข้าสู่สภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพอากาศ ระบบการเฝ้าระวัง ระบบการเตือนภัย และระบบการจัดการในสถานการณ์วิกฤตจากภาวะมลพิษทางอากาศ พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อให้เกิดอากาศสะอาด ซึ่งวุฒิสภาให้ความสำคัญกับการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยจะเร่งพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ให้แล้วเสร็จก่อนปิดสมัยประชุมรัฐสภานี้ 

​ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ตั้งศูนย์ช่วยด่วน! เหตุรถชนคณะพระธุดงค์ มรณภาพ 8 รูป บาดเจ็บอื้อ

มุกดาหารแถลงด่วน! อุบัติเหตุใหญ่รถกระบะชนคณะพระธุดงค์ มรณภาพ 8 รูป สาหัส 4 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก จังหวัดเร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ
​เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมตึกอุบัติเหตุ ชั้น 5 โรงพยาบาลมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร, นายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร,  พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ คปภ.มุกดาหาร และเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวกรณีอุบัติเหตุรุนแรงบนเส้นทางสาย 2034 (มุกดาหาร - อำเภอดอนตาล) ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ระหว่างเดินธุดงค์จากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร มุ่งหน้าไปยังอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 39 ราย (พระภิกษุ 34 รูป และฆราวาส 5 คน)
เบื้องต้น มีพระภิกษุสงฆ์มรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และมรณภาพเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมเป็น 8 รูป โดยหลังเกิดเหตุ ทีมอาสาสมัครกู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินได้เข้าถึงพื้นที่ภายใน 10 นาที เพื่อเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร ล่าสุดมีผู้ป่วยวิกฤต (สีแดง) 4 ราย และผู้ป่วยกึ่งวิกฤต (สีเหลือง) 10 ราย
ทางด้าน โรงพยาบาลมุกดาหาร ระบุว่า ได้รับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั้งหมด 23 ราย แบ่งเป็นพระภิกษุ 22 รูป และฆราวาส 1 ราย อาการส่วนใหญ่เป็นกระดูกหักและบาดเจ็บทางสมอง ขณะที่คณะพระธุดงค์ที่บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 15 รูป พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ได้ประสานให้ อสม. เข้ามาช่วยดูแลสภาพจิตใจและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเนื่องจากทุกรูปยังอยู่ในอาการตกใจ
สำหรับมาตรการเยียวยา จากการตรวจสอบพบว่ารถกระบะคันต้นเหตุมีประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยกรณีพระภิกษุที่มรณภาพจะได้รับความคุ้มครองรายละ 500,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับความคุ้มครองรายละ 80,000 บาท พร้อมค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริง
ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานขึ้น ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเร่งตรวจสอบรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งหมดอย่างเต็มกำลังต่อไป
//รายงานโดย: วิลาสินี เจริญสุข // มุกดาหาร (โทร. 081-5926966)

สลด! เด็กพิเศษ 11 ขวบ แอบขโมยกระบะซิ่งแหกด่าน ชนคณะพระธุดงค์มุกดาหาร มรณภาพ 8 รูป เจ็บสาหัส 10 กว่ารูป

มุกดาหาร - เกิดเหตุสลดเด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ แอบขโมยรถกระบะจากบ้านขับซิ่งแหกด่าน ก่อนพุ่งชนคณะพระสงฆ์และสามเณรที่กำลังเดินจาริกธุดงค์ธรรมยาตราริมถนนในจังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพคาที่ 5 รูป ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 3 รูป และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 รูป เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนคณะพระสงฆ์ที่กำลังเดินธุดงค์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนสายมุกดาหาร - ดอนตาล บริเวณบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานไปยัง พ.ต.ต.วัลลพ โพธิวัง ร้อยเวรสอบสวน พร้อมด้วยกู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร และทีมแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลมุกดาหาร รีบรุดไปตรวจสอบ
​ที่เกิดเหตุริมถนนพบร่างพระภิกษุสงฆ์นอนได้รับบาดเจ็บกระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการปฐมพยาบาลและทำ CPR ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บต - 1944 มุกดาหาร สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ภายในห้องโดยสารพบร่างพระภิกษุ 2 รูป กระเด็นทะลุกระจกเข้าไปอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร
จากการตรวจสอบเบื้องต้น คณะดังกล่าวเป็นพระสงฆ์และสามเณรใน "โครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตรา" จากอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ร่วมเดินทางรวม 34 รูป เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพในที่เกิดเหตุทันที 5 รูป และมรณภาพเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมเป็น 8 รูป นอกจากนี้ยังมีพระภิกษุได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 รูป ซึ่งแพทย์กำลังอยู่ระหว่างยื้อชีวิต ส่วนร่างของผู้มรณภาพได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลมุกดาหารเพื่อรอประสานญาติ
จากการสอบสวน นางทองยุ้น พิกุลศรี อายุ 72 ปี ยายของผู้ก่อเหตุ ให้การด้วยความตกใจว่า คนขับรถคันดังกล่าวคือ หลานชายของตนเอง ชื่อเด็กชายพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาหลานชายได้แอบขโมย กุญแจและขับรถกระบะคันเกิดเหตุออกจากบ้านไปโดยไม่ทราบจุดหมาย เมื่อตนทราบเรื่องจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยสกัดจับ แต่ต่อมาได้รับแจ้งว่าหลานชายได้ขับรถแหกด่านตรวจนาคำน้อย และมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองมุกดาหาร จนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุพุ่งชนคณะพระธุดงค์อย่างสลดดังกล่าว



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการควบคุมตัวเด็กชายวัย 11 ปี พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
//วิลาสินี เจริญสุข //  มุกดาหาร  081-5926966//

อนุกมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา รุกบูรณาการกรมทรัพยากรน้ำ กางแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ยกระดับน้ำนอกเขตชลประทาน

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืน ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหก...