Thursday, July 9, 2026

“สว.พิสิษฐ์” โต้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ยืนยันไม่นิรโทษกรรม ม.112 ทุกกรณี

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.45 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา แถลงข่าวชี้แจง “พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มุ่งสร้างความปรองดอง ไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.” โดยกล่าวว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. .... ตามที่วุฒิสภาแก้ไข และยืนยันในหลักการ มาตรา 3 ที่ได้บัญญัติว่า มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งวุฒิสภาได้ยืนยันตามร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักการแต่อย่างใด
.
ส่วนกรณีมีการเผยแพร่ข่าวในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. .... ลบล้างความผิดให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีการได้มาซึ่ง สว. นั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากฐานความผิดเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งมีอยู่แล้วในร่างเดิมเพื่อเยียวยากรณีในอดีต อาทิ การปิดหน่วยเลือกตั้ง การฉีกบัตรเลือกตั้ง ฯลฯ ซึ่งเสนอเข้าสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2567 ถือเป็นช่วงก่อนการรับสมัครเลือกตั้ง สว. ที่เพิ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว 4 เดือน นอกจากนี้ ยังมีการเสนอปรับปรุงถ้อยคำให้เกิดความชัดเจนว่า “ต้องไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ” เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสใช้ช่องว่างนี้ดำเนินการใด ๆ อีกด้วย ส่วนประเด็นมาตรา 11 วุฒิสภาไม่ได้ตัดข้อความใดออก แต่เป็นการเพิ่มข้อความเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าไม่ครอบคลุมมาตรา 112 เนื่องจากหากปล่อยให้รวมอยู่ด้วย อาจขัดกับหลักการของมาตรา 3 ที่ห้ามไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ หากเยาวชนที่กระทำผิดมาตรา 112 ได้รับการนิรโทษกรรม อาจเกิดร่องรอยทางประวัติศาสตร์คล้ายคำสั่งที่ 66/2523 ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เยาวชนถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในอนาคตและสร้างความขัดแย้งครั้งใหม่อีกด้วย

กฟผ. ผนึกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ เปิดเขื่อนรัชชประภาเป็นสนามแข่ง – ปั้นนักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ สู่เวทีนานาชาติ

กฟผ. ร่วมกับสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ เปิดเขื่อนรัชชประภาเป็นสนามประชันฝีมือนักกีฬาเรือใบจากทั่วประเทศ ในการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเดินหน้าพัฒนาเยาวชนผ่านโครงการ "เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น” มุ่งสร้างนักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ ขยายฐานนักกีฬาไทย พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นนักกีฬาเรือใบระดับชาติและนานาชาติ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2569 พร้อมจัดอบรมโครงการ "เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น" ณ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้โครงการกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
การแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) Optimist เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว อายุไม่เกิน 15 ปี 2) ILCA4 เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว อายุไม่เกิน 18 ปี ไม่จำกัดเพศ และ 3) ILCA6 เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว ไม่จำกัดอายุและเพศ ส่วนการแข่งขันแล่นเรือใบทางไกลเฉลิมพระเกียรติฯ จัดแข่งขันใน 3 ประเภท ได้แก่ 1) Optimist เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว อายุไม่เกิน 15 ปี 2) ILCA (4, 6) เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ และ 3) FarEast 28R เรือใบประเภททีม 4 – 6 คน เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้ประชันฝีมือ ทดสอบศักยภาพ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนสนามแข่งขันธรรมชาติของเขื่อนรัชชประภา
ด้านการจัดอบรมโครงการ "เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2569 มีเยาวชนจากสถานศึกษาในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภาเข้าร่วมจำนวน 240 คน ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาเรือใบ ส่วนประกอบของเรือและการผูกเงื่อน การฝึกแล่นเรือด้วยเครื่องจำลอง (Simulator) และการกู้เรือ ก่อนลงฝึกแล่นเรือในแหล่งน้ำจริง เพื่อเสริมสร้างทักษะการแล่นเรืออย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักกีฬาเรือใบ

กีฬาเรือใบเป็นกีฬาที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดกีฬาเรือใบ ซึ่งเป็นกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปรีชาสามารถในการแล่นใบ และทรงมีพระอัจฉริยภาพในการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง

การจัดแข่งขันและการอบรมดังกล่าว เป็นการต่อยอดจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการจัดการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ และโครงการเยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น ของ กฟผ. และสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเป็นการสืบสานพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงสนับสนุนส่งเสริมการกีฬาของชาติ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนในบริเวณโดยรอบพื้นที่เขื่อน โรงไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ได้เรียนรู้และฝึกฝนกีฬาเรือใบ เพื่อต่อยอดนักกีฬาเรือใบระดับทีมชาติและนานาชาติต่อไปในอนาคต

-----------------------

กอ.รมน.ต้องปรับปรุง ให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ด้านความมั่นคงใน ปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่อง ภัยความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ที่ยังไม่มี เจ้าภาพ ที่ชัดเจน

     นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิกสายสื่อมวลชน กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะ โฆษก กรรมมาธิการฯ กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอให้ยุบ กอ,รมน.เพราะไม่มีประโยชน์ และทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับ หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่อยู่แล้วนั้น
     ตนเห็นว่า แม้ กอ.รมน.จะถูกตั้งขึ้นในยุคของ สงครามเย็น ที่ประเทศไทยมีภัยความมั่นคงเรื่องของ ลัทธิคอมมิวนิสต์ และขณะนี้ไทยผ่านยุคของสงครามเย็นมาแล้ว แต่ กอ,รมน.ก็มีการปรับขบวนการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันงานด้านความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ เช่นงานด้านการปราบปรามป้องกันยาเสพติด งานด้านการเมือง การป้องกันภัยความมั่นคง และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และ อื่นๆ ที่ถูกมองว่า ครอบจักรวาล และซ้ำซ้อนกับ หน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งใน กอ.รมน. มีการ แอบแฝงเรื่อง บัญชีกำลังพลผี ที่เคยเป็นเรื่องอื้อฉาว และมีการร้องเรียนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
    เรื่อง ที่กล่าวมามีอยู่จริง แต่ กอ.รมน.ก็มีการรับฟัง และมีการปรับปรุงแก้ไขมาโดนตลอด เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  ทั้งในเรื่องงานที่ซ้ำซ้อน กับหน่วยงานอื่น และเรื่องบัญชีผี รวมทั้งกำลังพล จากหน่วยงานต่างๆ ที่มีตำแหน่งใน กอ.รมน.ที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งในงานประจำ และในตำแหน่งกำลังพลของ กอ.รมน.
    ตนเห็นว่า การที่จะยุบ กอ.รมน.ไม่ง่าย เพราะโครงสร้างของ กอ.รมน.ฝังรากลึกในระบบการปกครองของประเทศไทย ดังนั้นการแก้ปัญหาของ กอ.รมน.คือการปรับโครงสร้างให้ตอบโจทย์ความมั่นคงของประเทศ เช่นไม่ทำโครงการที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลัก แต่เข้าไปเสริมในส่วนที่หน่วยงานหลักทำไม่ได้ ทำ กอ.รมน. ให้เข้มแข็ง เช่นไม่มีบัญชีผี ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ให้ได้รับสิทธิพิเศษ แต่ไม่ได้มาปฎิบัติหน้าที่ในหน่วย และสิ่งที่ กอ,รมน.ต้องรับเป็นเจ้าภาพ คือเรื่อง ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ที่กำลังคุกคามความมั่นคงของประเทศ เช่นเรื่อง อาชญากรรมข้ามชาติ เรื่อง สแกรมเมอร์ เรื่องต่างชาติที่เข้ามา ยึดครองทรัพยากรที่ดิน และการใช้ นอมีนี ที่เป็นคนไทย ในการถือครองที่ดิน และอื่นๆ ซึ่งจะทำได้ผล เพราะโครงสร้างของ กอ.รมน. มี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ผอ.กอ.รมน.จังหวัด และยังมีรองผู้ว่าฝ่ายความมั่นคง ที่มาจากกองทัพ ถ้าสามารถ บูรณาการให้เป็น เนื้อเดียวกัน และหยิบปัญหาที่เป็นภัยความมั่นคงมนพื้นที่มาแก้ไข หรือป้องกันปราบปราม จะทำให้การแก้ปัญาต่างๆ ของแต่ละจังหวัดได้ผลดียิ่งขึ้น
    ส่วนที่ กอ,รมน. จังหวัดบางแห่ง ที่มีปัญหา เช่น ที่ กอ,รมน.จังหวัดนราธิวาส ที่เจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน.จังหวัด เข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม เป็นเรื่องส่วนตัว ที่เข้าไปทีความสัมพันธ์กับกลุ่มมือปืนรับจ้าง และขบวนการสีเทา ซึ่งทุกหน่วยงานก็มีเจ้าหน้าที่แบบนี้ปะปนอยู่ และเป็นหน้าที่ของ ผอ.กอ.รมน.จังหวัดต้อง ตรวจสอบ และเข้มงวดอย่าให้มีเจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่ในหน่วย ดังนั้นจะเอาปัญหา ที่เกิดจากตัวบุคคลและจากจังหวัดเดียว มาเป็นประเด็นในการยุบ กอ.รมน.โดยกล่าวหาว่า เป็นหน่วยงานที่ไม่มีประโยชน์ จึงเป็นการไม่เป็นธรรมกับ กอ,รมน. สรุปคือ วันนี้ กอ.รมน.ยังมีความจำเป็นกับการเป็นหน่วยงานที่ รับมือกับความมั่นคงของประเทศ แต่ต้องปรับให้ขบวนการสามารถตอบโจทย์ของภัยความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ

พัทยา มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเพิ่มทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยได้จัดการทัศนศึกษาและเรียนรู้วิถีไทย ที่สวนไทย พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ชื่อดังของจังหวัดชลบุรี 
ในกิจกรรมเด็กนักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้วิถีไทยท้องถิ่น ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ประสบการณ์มากมาย อาทิ การทดลองทำนาปลูกข้าวภายในแปลงสาธิต การฝึกทำขนมไทย การฝึกทำส้มตำ การฝึกทำปลาตะเพียนสาน  การละเล่นหนังตะลุง และการให้อาหารสัตว์ 
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากนักเรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่แล้ว ยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ให้นักเรียนได้ทดลองทำสิ่งต่างๆ ตามวิถีท้องถิ่นของภาคต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งนักเรียนทุกคนต่างสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก "บุกกลางวงซูม! แอดมินเพจดังยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบบิ๊กโปรเจกต์ 'ศาลากลางพิษณุโลก' ปล่อยเอกชนเช่าจัดงาน!! ขัดกฎหมาย-ทำชาวบ้านเดือดร้อน"

พิษณุโลก – เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสร้างความฮือฮากลางงานประชุม "กิจกรรมความร่วมมือระหว่างสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกับเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก" ซึ่งจัดขึ้น ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 โดยมี นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุมผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings
​ผู้สื่อข่าวระบุว่า ในช่วงเปิดโอกาสให้เครือข่ายซักถาม แอดมินกลุ่ม Facebook ชื่อดัง "พิษณุโลกของเรา" ได้เปิดไมค์กลางที่ประชุม ท้าชนปมร้อน ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านตัวแทนในพื้นที่ เพื่อขอให้ส่งทีมสอบสวนลงตรวจสอบกรณี "จังหวัดพิษณุโลกอนุมัติให้เอกชนเช่าพื้นที่ศาลากลางจังหวัดจัดงานเชิงพาณิชย์ 3 ครั้งต่อปี" รวมระยะเวลาฮุบพื้นที่ราชการยาวนานกว่า 60 วัน
ในหนังสือร้องเรียนมีการระบุถึง 3 งานใหญ่ประจำปี ได้แก่ งานกาชาดและงานแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรฯ, งานเทศกาลเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และงานเกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแคว โดยแอดมินเพจดังชี้ว่า การปล่อยให้เอกชนยึดพื้นที่ศาลากลางทำมาหากินสร้างความเดือดร้อน ทั้งทาง
ด้านบริการสาธารณะ ประชาชนที่จะมาติดต่อราชการสุดลำบาก 
ด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดไม่ได้ประโยชน์ เพราะผู้จับจองพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนคาราวานสินค้าจากต่างจังหวัด เม็ดเงินไม่หมุนเวียนในพื้นที่  เกิด
มลภาวะทางเสียงจากการแสดงดนตรีและการละเล่น ดังกึกก้องสร้างความรำคาญให้ชุมชนโดยรอบ และทำให้รถติดขัดอย่างหนักหน่วงบนถนนรอบศาลากลางตลอดช่วงการจัดงาน
นอกจากนี้ หนังสือร้องเรียนยังได้ยื่นหลักข้อกฎหมายสำคัญ 2 ประเด็น เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ 1.
ขัดกฎกระทรวงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 (ข้อ 6) ซึ่งระบุว่าที่ดินราชพัสดุจะนำมาจัดหาประโยชน์ได้ ต้องเป็นพื้นที่ที่ส่วนราชการ "ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์" แต่ศาลากลางพิษณุโลกเป็นพื้นที่ปฏิบัติราชการและบริการประชาชนตลอดเวลา จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะนำไปให้เอกชนเช่าระยะยาว และ 2. 
ส่อไร้การประมูลตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2566 ที่กฎหมายระบุชัดว่าการเลือกเอกชนเข้ามาจัดหาประโยชน์ต้องใช้วิธี "ประมูลแข่งขันอย่างเปิดเผยและโปร่งใส" แต่ที่ผ่านมาในจังหวัดพิษณุโลก ไม่ปรากฏหลักฐานการจัดประมูลคัดเลือกตามขั้นตอนแต่อย่างใด
ซึ่งการขยับขับเคลื่อนของภาคประชาชนในครั้งนี้ กำลังเป็นที่จับตาของสังคมว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีคำสั่งลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกอย่างไร และจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการจัดงานประจำปีของจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศด้วยหรือไม่ 
//ขอบคุณภาพ :เอกสิทธิ์ ทรงทอง//

Wednesday, July 8, 2026

เพชรบูรณ์ สภากาแฟสื่อฯ คึกคัก!! เตรียมผลักดันท่องเที่ยว-ชวนเที่ยวงาน "ทุเรียนทองคำ วังโป่ง"

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ณ ร้านไวท์คาเฟ่ สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรม "สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ ประจำเดือนกรกฎาคม" ขึ้นอย่างเป็นกันเอง โดยมีพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมกว่า 15 ท่าน เพื่อเป็นเวทีกลางในการจับเข่าคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการขับเคลื่อนจังหวัดเพชรบูรณ์ของเรา
ไฮไลต์ของวงเสวนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มาร่วมแชร์ไอเดียเด็ด ๆ ในการพัฒนาเมืองเพชรบูรณ์:
ผศ.ดร.ปรีชา ศรีเรืองฤทธิ์ (อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์): มาพูดคุยในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดด้านการท่องเที่ยว" ชูแนวคิดการใช้ศักยภาพของสถาบันการศึกษาเข้ามาช่วยหนุนภาครัฐและเครือข่าย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ให้ปังกว่าเดิม
นายทศพร เกตุทอง (นายอำเภอวังโป่ง): ขนส่งดี ๆ มาบอกต่อ! พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังโป่ง และประชาสัมพันธ์เชิญชวนเที่ยวงาน "เทศกาลทุเรียนทองคำ" ระหว่างวันที่ 17–18 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้หมุนเวียนในชุมชน
นส.วรรณิภา เด่นโรจน์มณี (นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์): ร่วมเสริมทัพเรื่องการขยายช่องทางการตลาดท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ ทำอย่างไรให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงการดึงผู้ประกอบการมาจับมือทำงานร่วมกัน
"คุณอยากบอก เราอยากถาม ประชาชนอยากรู้ ส่งคำถามมา...เราถามให้"
สภากาแฟสื่อฯ ครั้งนี้ยังคงเดินหน้าภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนส่งประเด็นหรือข้อสงสัยที่อยากรู้ เพื่อให้สื่อมวลชนช่วยส่งต่อและหาคำตอบจากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเมืองเพชรบูรณ์อย่างยั่งยืน
#สภากาแฟสื่อ

พิษณุโลก พลิกโฉม “วังจันทน์ ริเวอร์วิว” บิ๊กรีโนเวทสู่มาตรฐานสากล MICE ปักหมุดแลนด์มาร์กชมวิวแม่น้ำน่าน รับไฮซีซั่นปี 70!

พิษณุโลก – “โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว” เดินหน้าบิ๊กรีโนเวท ยกระดับสู่มาตรฐานสากล MICE ปรับโฉมห้องพักหรูชั้น 5 เปิดมุมมองทัศนียภาพลำน้ำน่านแบบพาโนรามา พร้อมปรับปรุงห้องคอนเวนชัน-ล็อบบี้โฉมใหม่ คาดเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2569 รองรับไฮซีซั่นต้นปี 2570 มุ่งเป็นทั้งแลนด์มาร์กท่องเที่ยว ชุมชน และศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพแบบครบวงจร
นางสาวสุรางคณา พิพัฒน์โชคไชโย ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง (วังจันทน์ ริเวอร์วิว) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยไฮไลต์สำคัญคือการรีโนเวทห้องพักชั้น 5 ใหม่ทั้งหมดรวม 14 ห้อง ให้มีความทันสมัย สวยงาม และออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของลำน้ำน่านที่ทอดยาวไปจนถึงสะพานนเรศวรได้อย่างเต็มตา
นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงระบบปรับอากาศให้ทันสมัย สมฐานะที่โรงแรมได้รับการรับรองมาตรฐานสากล MICE TMVS (Thailand MICE Venue Standard) เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าพักและการจัดประชุมที่เหนือระดับ
"การรีโนเวทครั้งนี้ครอบคลุมไปถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ล็อบบี้ (Lobby) ให้มีความกว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบาย และดีไซน์สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยคาดว่าการปรับปรุงทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นในช่วงต้นปี 2570" 

ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงแรมยังมีนโยบายสนับสนุนชุมชนและงานวิชาการ โดยจัดสรรพื้นที่สำหรับวางจำหน่ายสินค้าและผลงานวิจัยของนักศึกษา รวมถึงผลิตภัณฑ์จากชุมชนต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก
ในส่วนของภาคธุรกิจและการจัดเลี้ยง ได้ทำการปรับปรุงห้องคอนเวนชัน (Convention) โดยติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่และระบบแสงเสียงที่ทันสมัย รองรับการจัดงานอีเวนท์ทุกรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น โรงแรมยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยมีบริการรถจักรยานออกกำลังกายฟรี!!สำหรับผู้เข้าพัก และมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้เช่าในราคาประหยัดอีกด้วย
สำหรับโรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว นอกจากจะให้บริการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามและนักท่องเที่ยวทั่วไปแล้ว อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการเป็น "ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ" สำหรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และสถาบันการศึกษาอื่นๆ  โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกปฏิบัติงานจริงในทุกสายงานของธุรกิจโรงแรมและการจัดเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น แผนกต้อนรับ, คาเฟ่, ห้องอาหาร, งานแม่บ้าน, ฝ่ายขาย รวมถึงแผนกช่าง เพื่อสร้างบุคลากรมืออาชีพที่พร้อมป้อนเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในอนาคต

“สว.พิสิษฐ์” โต้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ยืนยันไม่นิรโทษกรรม ม.112 ทุกกรณี

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.45 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิก...