Sunday, October 4, 2026

สิงห์บุรี - สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผนึกกำลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ลงพื้นที่ 5 จุดเสี่ยง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมมอบ "หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน" บรรเทาทุกข์เกษตรกร

​วันที่  2 ตุลาคม 2569  เวลา 11.00 น. นายกมล สุขสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี บูรณาร่วมกันกับ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี  พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองสิงห์บุรี นายอำเภอพรหมบุรี นายอำเภออินทร์บุรี และ คณะสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายจำลอง รุ่งเรือง, นางสาวกฤชกร เฟื่องฟ้า, นายณรินทร์ภัทร พัฒนณรงค์, นายสมนึก ปิ่นถาวรรักษ์, นายพงศธร อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา, นางสาวกันตพัฒน์ เอกโชติธราอนันต์, นายเมธินทร์ สิริเหลียวสกุล และนายสิทธิชัย ผู้พัฒน์ ร่วมด้วย นายจักรพันธ์ คอทอง ปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี, นายอำเภออินทร์บุรี และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งในด้านการบรรเทาทุกข์ประชาชนและการดูแลปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี
​ลงพื้นที่ 5 จุดสำคัญ รับฟังปัญหาและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์
ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำท่วมและปัญหาอุปสรรคจากผู้นำชุมชน พร้อมทั้งได้มอบยารักษาโรคและน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชน โดยได้กระจายกำลังลงพื้นที่ใน 5 จุดสำคัญ ได้แก่:
​เขตพื้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ และวัดตราชู อำเภอพรหมบุรี 
​องค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี
​บ้านบางพระนอน อำเภออินทร์บุรี
​องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี
​บริเวณใต้สะพานบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี
​มอบ "หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน" ช่วยเหลือเกษตรกร
พร้อมกันนี้ ณ จุดอพยพสัตว์ หมู่ที่ 2 ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีและคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันส่งมอบ "หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน" พร้อมด้วยถุงยังชีพสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยการกระจายความช่วยเหลือในระยะนี้ ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 3 อำเภอ (อำเภออินทร์บุรี, อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี)
​สำหรับข้อมูลการให้ความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์เบื้องต้น มีรายละเอียดดังนี้:
​เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ: จำนวน 22 ราย
​ปศุสัตว์ที่ได้รับการดูแล: โคเนื้อ จำนวน 137 ตัว
​สิ่งของพระราชทานและเวชภัณฑ์ที่ส่งมอบ: หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน จำนวน 4,300 กิโลกรัม และถุงยังชีพสำหรับสัตว์เลี้ยง จำนวน 30 ถุง
​การระดมสรรพกำลังลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใยจากทุกภาคส่วน ตามมาตรการเชิงรุกของจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งไม่เพียงแต่มุ่งดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงน้ำดื่มและยารักษาโรคที่จำเป็น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงให้มีเสบียงอาหารเพียงพอ ป้องกันปัญหาภาวะขาดแคลนอาหารสัตว์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวสิงห์บุรีทุกภาคส่วนสามารถก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน

“พล.ต.อ.ดร.ปัญญา” เดือด! จี้ธนาคาร–ค่ายสื่อสาร รับผิดชอบเหยื่อมิจฉาชีพ ชี้อย่าปล่อยประชาชนสู้แก๊งออนไลน์ลำพัง

“พล.ต.อ.ดร.ปัญญา มาเม่น” รองประธานคณะทำงานฯ วุฒิสภา เปิดประเด็นร้อน จี้ธนาคาร–ผู้ให้บริการสื่อสาร แสดงความจริงจังแก้เกมมิจฉาชีพออนไลน์ ย้ำหลักธรรมาภิบาล ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายและลงทุนพัฒนาระบบป้องกันเงินประชาชนไหลเข้าขบวนการอาชญากรรม
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ. ดร.ปัญญา มาเม่น นายกสมาคมตำรวจ ในฐานะ รองประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ในคณะอนุกรรมาธิการตำรวจ คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ได้เสนอข้อคิดเห็นต่อผู้แทน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อผลักดันแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญที่ พล.ต.อ.ดร.ปัญญา เน้นย้ำ คือ ภาคธนาคารและผู้ให้บริการด้านการสื่อสารต้องแสดงความจริงใจและความจริงจังในการร่วมแก้ไขปัญหา เพราะอาชญากรรมออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงปัญหาที่ประชาชนต้องระวังตัวเอง แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงิน ระบบสื่อสาร และกลไกการกำกับดูแลหลายภาคส่วน
พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงหลัก ธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อลูกค้า ประชาชน และประเทศชาติ โดยเฉพาะการร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อ รวมถึงการลงทุนพัฒนาระบบและมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เงินของประชาชนถูกโอนไปอยู่ในมือของขบวนการอาชญากรรมได้โดยง่าย
“การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ไม่ควรเป็นภาระของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันรับผิดชอบและพัฒนาระบบให้สามารถป้องกันความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ” พล.ต.อ.ดร.ปัญญา กล่าว
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การรับมืออาชญากรรมออนไลน์จำเป็นต้องมองให้พ้นจากการเตือนประชาชนให้ “อย่าหลงเชื่อ” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องยกระดับไปสู่การออกแบบระบบที่สามารถ ป้องกัน ตรวจจับ และสกัดเส้นทางเงิน ก่อนที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายจะถูกส่งต่อไปยังขบวนการอาชญากรรม

ทั้งนี้ การสร้างระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธนาคาร และผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ลดช่องทางของมิจฉาชีพ และตัดวงจรการหลอกลวง–เคลื่อนย้ายเงินจากเหยื่อไปสู่ขบวนการอาชญากรรม
เพราะในยุคที่มิจฉาชีพทำงานเร็วขึ้นทุกวัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประชาชนจะรู้ทันมิจฉาชีพหรือไม่” แต่คือ “ระบบจะป้องกันประชาชนได้เร็วพอหรือไม่”

#พลตำรวจเอกดรปัญญามาเม่น #สมาคมตำรวจ #อาชญากรรมออนไลน์ #มิจฉาชีพออนไลน์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ภัยไซเบอร์ #อาชญากรรมทางเทคโนโลยี #ธนาคาร #กสทช #ธนาคารแห่งประเทศไทย #สกัดเส้นทางเงิน #รู้ทันมิจฉาชีพ #ข่าวตำรวจ #ข่าวอาชญากรรม

อำเภอบางเลน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 วันที่ 3 ตุลาคม 2569
  ณ หมู่ที่ 1,2 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
   นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน มอบให้นายประมุข ชูสงค์ ปลัดอำเภอบางเลน ร่วมกับฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม  พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนันตำบลไทรงาม จิตอาสา ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.),สมาชิกอบต.,อสม. และ ร.ต.ต. พิเชษฐ์ อิ่มใจ หัวหน้าสายตรวจตำบลไทรงาม ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1, 2 ตำบลไทรงาม พร้อมพบปะพูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์น้ำและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 
เพื่อประสานการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง
“ไทรงามไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข เคียงข้างประชาชน”
กรมการปกครองตำบลไทรงาม
กรมการปกครองอำเภอบางเลน
สถานีตำรวจภูธรบางเลน
บำบัดทุกข์_บำรุงสุข_เพื่อประชาชน
//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

77 ปี จีน–ไทย มิตรภาพเติบโต ศอ.บต. ชูพลังความเข้าใจ เชื่อมโอกาสชายแดนใต้

ค่ำวันนี้ (3 ตุลาคม 2569) นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายวัง จื้อเจียน (Mr. Wang Zhijian) กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลา เป็นประธาน ฯ พร้อมด้วยพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พลโท ชาคริต อุจะรัตน นายอำนาจ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นายยู่สิน จินตภากร ประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกชมรมคนไทยเชื้อสายจีนจังหวัดยะลา และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน
นายวัง จื้อเจียน (Mr. Wang Zhijian) กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลา  กล่าวว่า ตลอด 77 ปีที่ผ่านมา จีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญต่อประชาคมโลก ขณะที่ความสัมพันธ์จีน–ไทยก้าวเข้าสู่ “ยุคทอง 50 ปี” ด้วยความร่วมมือที่ใกล้ชิดในหลากหลายด้าน สถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ โดยเฉพาะในจังหวัดยะลา ผ่านความร่วมมือด้านสังคม การศึกษา และอาชีพ พร้อมเปิด Facebook อย่างเป็นทางการ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับจีนและความสัมพันธ์จีน–ไทย ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมติดตาม 
ในโอกาสดังกล่าว นายชนธัญฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีในนาม ศอ.บต. ต่อรัฐบาลและประชาชนชาวจีน รวมถึงพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมกล่าวว่า วันสำคัญดังกล่าวไม่เพียงเป็นโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของ “มิตรภาพ” ระหว่างไทย–จีน ที่หยั่งรากลึกผ่านผู้คน ครอบครัว ชุมชน การค้า การศึกษา และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน
โดยเฉพาะจังหวัดยะลาและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน โดย “ความแตกต่างไม่ใช่กำแพง หากใช้ความเข้าใจเป็นสะพานเชื่อมถึงกัน” ขณะที่ชมรมคนไทยเชื้อสายจีน จังหวัดยะลา มีบทบาทสำคัญในการสืบสานอัตลักษณ์และเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพไทย–จีน
ท้ายที่สุด นายชนธัญฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 77 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมอำนวยพรให้ประชาชนชาวจีนมีความเจริญก้าวหน้า และขอให้มิตรภาพระหว่างประชาชนไทย–จีน โดยเฉพาะในจังหวัดยะลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่นแฟ้นและงอกงามยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “จีน–ไทย มากกว่ามิตรประเทศ คือมิตรภาพของผู้คน และมิตรภาพของเราจะเติบโตได้ เมื่อเราเติบโตไปด้วยกัน”
ขณะที่นายยู่สิน จินตภากร ประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดยะลา กล่าวด้วยว่า ตลอด 77 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ก้าวข้ามอุปสรรคและผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากมาอย่างต่อเนื่อง ผู้นำจีนในแต่ละยุคสมัยได้นำพาประชาชนมุ่งมั่นพึ่งพาตนเอง เดินหน้าต่อสู้ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะนับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศ จีนได้ขับเคลื่อนการพัฒนาจนเกิดความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และนำพาประเทศสู่ความทันสมัย
ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้สร้างประโยชน์แก่ประชาชนจีนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ประชาชนไทยและนานาประเทศอีกด้วย

“นิพนธ์” ประธานพิธีปลงผม บรรพชาสามเณร-บวชศีลจาริณี ถวายพระราชกุศลฯ ย้ำสร้าง “คนดี” สู่สังคมที่ดี ตามแนวคิด “ป๋าเปรม”

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีปลงผม ตามโครงการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี “ดาวนายร้อยช่อใหม่ หัวใจแห่งศรัทธา รุ่นที่ 10” ณ โรงเรียนดาวนายร้อย ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมีคณะสงฆ์ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติจริง เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบ
นายนิพนธ์ กล่าวว่า การบรรพชาเป็นกุศโลบายสำคัญในการอบรมและกล่อมเกลาจิตใจเด็กและเยาวชน เพราะนอกจากการศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นการฝึกตนให้รู้จักระเบียบวินัย ความอดทน การสำรวมกาย วาจา และใจ รู้จักหน้าที่ของตนเอง ตลอดจนเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
นายนิพนธ์ ยังกล่าวถึงแนวคิดของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนมาโดยตลอด โดยครั้งหนึ่ง พลเอกเปรมได้อัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาถ่ายทอดและเน้นย้ำว่า “ให้ช่วยกันผลิตคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะชาติบ้านเมืองต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งอาจจะเป็นคนไม่ดีก็ได้” สะท้อนหลักคิดว่าความรู้ความสามารถจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับคุณธรรมและจริยธรรม จึงจะนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง 

นายนิพนธ์ กล่าวว่า หลักคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการบรรพชาในครั้งนี้ เพราะการพัฒนาเด็กและเยาวชนไม่ควรมุ่งเพียงให้มีความรู้หรือความสามารถเท่านั้น แต่ต้องช่วยกันวางรากฐานทางจิตใจ ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี มีวินัย มีความซื่อสัตย์ รู้จักเสียสละ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

“การสร้างสังคมที่ดี ต้องเริ่มจากการสร้างคนดี ถ้าเด็กและเยาวชนได้รับการปลูกฝังคุณธรรม รู้จักผิดชอบชั่วดี และมีวินัยตั้งแต่วันนี้ เมื่อเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร ก็จะสามารถนำความรู้ความสามารถของตนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและบ้านเมืองได้ การบรรพชาจึงเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยฝึกตน ฝึกจิต และกล่อมเกลาให้เยาวชนเติบโตขึ้นเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง” นายนิพนธ์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี “ดาวนายร้อยช่อใหม่ หัวใจแห่งศรัทธา รุ่นที่ 10” ดำเนินการโดยคณะสงฆ์อำเภอเมืองสงขลา ร่วมกับโรงเรียนดาวนายร้อย ระหว่างวันที่ 3-10 ตุลาคม 2569 โดยมุ่งส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ฝึกปฏิบัติตนจริง และนำหลักธรรมที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนที่มีทั้งความรู้ คุณธรรม และความรับผิดชอบ เป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไป

สุพรรณบุรี กอ.รมน.ร่วมมูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์หอการค้าบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนผู้ประสบภัย

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าได้ประสานการปฏิบัติกับ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลทหารราบที่ 9 โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9  โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลทหารราบที่ 9 โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 ร่วมกับมูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์ หอการค้า และ YEC จังหวัดสุพรรณบุรี และเทศบาลตำบลกระจัน ลงพื้นที่ร่วมปันน้ำใจให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลกระจัน อำเภออู่ทอง 
ขณะเดียวกันศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลทหารราบที่ 9 โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 ได้จัดกำลังพลชุดช่วยเหลือประชาชนและกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมดำเนินการกรอกกระสอบทรายจัดทำคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ตำบลบ้านแหลม อำเภอบางปลาม้า
พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวอีกว่าได้ประสานการปฏิบัติกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9  เทศบาลเมืองสองพี่น้อง และสถาบันพระปกเกล้า นำกำลังพลจิตอาสา อปท. ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมประกอบอาหารมอบให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ เทศบาลเมืองสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี   โดยร่วมประกอบอาหาร และแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ เทศบาลเมืองสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง ทั้งนี้หน่วย ยังคงจัดกำลังติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานส่วนราชการ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
จากนั้นกำลังพลศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9  สนับสนุนกำลังพลซ่อมแซมท่อระบายน้ำ และดำเนินการกรอกกระสอบทรายวางกระสอบทรายในพื้นที่ประสบภัย ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำ เฝ้าระวังพื้นที่คาดว่าระดับน้ำสูงขึ้นล้นตลิ่ง หมู่ 2 ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี  

โครงการอบรมการผลิต "ก้อนเชื้อเห็ดและการแปรรูปเห็ด" โดยนักเรียนสโมสรอินเทอร์แรคท์ โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา และชมรมเห็ดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน

  วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ พงศ์มาสฟาร์ม  วิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดอินทรีย์กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
  คณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาได้พานักเรียนสโมสรอินเทอร์แรคท์ โรงเรียนกำแพงแสนวิทยาเข้าร่วมโครงการอบรมการผลิต ก้อนเชื้อเห็ดและการแปรรูปเห็ด ณ พงศ์มาสฟาร์ม  วิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดอินทรีย์กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม  
โดยมีคณะ อ.อนิรุธ สุขจิตต์ และ อ.ศักดิเดช อุบลสิงห์ จากสโมสรโรตารีกำแพงแสน ที่ให้การสนับสนุนดูแลในการอบรมครั้งนี้ และทางโรงเรียนต้องขอขอบคุณ  พี่จูน และคุณลุงชลวิทย์ ที่ให้ความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและลงมือปฏิบัติในการทำเห็ดก้อน การเขี่ยเชื้อ และการแปรรูปเห็ดพร้อมดูแลอาหารกลางวันอร่อยๆ ให้กับเด็กนักเรียนทุกๆคน และทางคณะครูต้องขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านเป็นอย่างสูง  วิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดอินทรีย์กำแพงแสน-พงศ์มาสฟาร์มทที่ได้ให้ความรุ้กับเด็กๆนักเรียน
//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

สิงห์บุรี - สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผนึกกำลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ลงพื้นที่ 5 จุดเสี่ยง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมมอบ "หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน" บรรเทาทุกข์เกษตรกร

​วันที่  2 ตุลาคม 2569  เวลา 11.00 น. นายกมล สุขสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี บูรณาร่วมกันกับ นายวราดิศร อ่อนน...