Monday, June 15, 2026

กยท. ปิดดีลขายยางสต๊อกกว่า 1.8 หมื่นตัน มูลค่า 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบตลาด เดินหน้าบริหารยางโปร่งใส

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประสบความสำเร็จในการระบายยางคงคลังจาก 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง รวมปริมาณกว่า 18,000 ตัน สร้างมูลค่าการประมูลรวม 1,232 ล้านบาท ตอกย้ำแนวทางบริหารจัดการสต๊อกยางอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพตลาดยางพาราของประเทศ
นายญาณกิตติ ฮาร์ดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. เปิดเผยว่า การจำหน่ายยางด้วยวิธีขายทอดตลาดได้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยมีปริมาณยางรวม 18,481.93 ตัน คิดเป็นมูลค่าราคาเปิดประมูล 913.95 ล้านบาท ก่อนที่การแข่งขันประมูลจะผลักดันมูลค่าการขายเพิ่มขึ้นเป็น 1,232.20 ล้านบาท สูงกว่าราคาเปิดประมูลถึง 318.25 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.82
ยางที่นำออกจำหน่ายกระจายอยู่ในคลังเก็บ 4 แห่ง ประกอบด้วยคลังในจังหวัดสงขลาและชลบุรี โดยมีภาคเอกชนหลายรายเข้าร่วมแข่งขันประมูล สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อคุณภาพยางและกระบวนการดำเนินงานของ กยท.
รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ยืนยันว่า กยท. ได้พิจารณาจังหวะการระบายยางอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณยางและกลไกราคาในตลาด โดยเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตยางพาราที่คาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 418,478 ตัน ปริมาณยางที่นำออกขายคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตรวมต่อเดือน ถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำและไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด
นอกจากนี้ สถานการณ์ผลผลิตยางในช่วงฤดูฝนมีแนวโน้มลดลงตามข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ ขณะที่ช่วงปลายปีอาจได้รับผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้อุปทานยางในตลาดลดลง การทยอยระบายยางในช่วงเวลานี้จึงช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระดับราคา และยังช่วยเสริมเสถียรภาพตลาดในระยะต่อไป
กยท. ระบุว่า รายได้จากการจำหน่ายยางครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษายางตามวัตถุประสงค์ของโครงการภาครัฐ พร้อมย้ำว่าการประมูลครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล เปิดเผย ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามแนวทางความโปร่งใสทุกขั้นตอน
การปิดดีลระบายยางครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กยท. ในการบริหารสต๊อกยางของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างรายได้เพิ่มจากการแข่งขันประมูล ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาสมดุลอุปสงค์-อุปทาน และเสถียรภาพราคายางพาราได้ตามเป้าหมาย.

นคนปฐม โครงการส่งเสริม ระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569

  วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิด โครงการส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569 โดยคุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงาน โครงการ ได้รับเกียรติจาก ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ นายกสมาคมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และคณะ ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารน้ำ ยา และเลือด ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous therapy) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

ทำเนียนมากับเพื่อน เดินในตลาด!!ตร.สังขละบุรี รวบต่างด้าวชาวจีน กลางตลาด พลเมืองดีแจ้งเบาะแส

   เมื่อเวลา 05.00น.ของวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และพ.ต.อ.สันติ  พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ป.สภ.สังขละบุรี พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี สั่งการให้ ร.ต.อ.มนเทพ สุวรรณสังข์ ร้อยเวร 20 ร่วมกับ สายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ สายตรวจบ้านพระเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.134 เจ้าหน้าที่ ทหาร ฉก.ลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี
    ร่วมกันทำการจับกุมนายเซีย ซือ หลง (XIE ZHIYONG) อายุ 23 ปี  สัญชาติ จีน พร้อมกับพวกรวม  5 คน โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สถานที่จับกุม บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านพระเจดีย์สามองค์ ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 
  
   โดยมีพฤติการณ์คือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าพบชายคล้ายคนจีนจำนวนหลายคน ได้เดินเท้าข้าวแดนมาจากประเทศเมียนมา และได้มาอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านพระเจดีย์สามองค์ ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าไปตรวจสอบ เบื้องต้นไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงเชิญมาที่ สภ.สังขละบุรี และขอให้นางสาวกัญญา แก้วสว่าง เป็นล่ามแปลภาษาให้ จากการสอบถามนายเซีย ซือ หลงฯ กับพวกรวม 5 คน โดยผู้ต้อง 3 คน มีหนังสือเดินทาง และอีก 2 คน ไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ 
   
   และเมื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด ให้ถ้อยคำผ่านล่ามว่า พวกตนพักอยู่ฝั่งประเทศเมียนมารวมกัน ประมาณ 20 วัน ก่อนเดินทางเข้ามาจากประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2569 พร้อมกัน โดยพวกตนทั้งหมดได้เดินทางด้วยเท้าข้ามแดนมาบริเวณช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ทราบว่าเป็นบริเวณจุดใดของประเทศไทย และในเวลาต่อมาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและถูกจับกุม และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    /////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก : #รายงาน

นายกสมาคมโรงแรม หาดใหญ่-สงขลา ร้อง สว. ช่วยจี้รัฐ แก้ปัญหาความล้าช้าในการให้บริการนักท่องเที่ยว ที่ด่านพรมแดนสะเดา

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.69  ดร.สิทธิพงษ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ได้เข้าพบกับนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสื่อมวลชน เพื่อหารือเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สงขลา และใกล้เคียง ซึ่งทีผ่านมาเกิดปัญหานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามายัง จ.สงขลาในเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุด  ต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ในพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา รวมทั้งขาออกจากประเทศไทยเพื่อกลับมาเลเซีย ก็มีความล่าช้า ต้องใช้เวลาในการดำเนินการทางเอกสารไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง 
และล่าสุดเมื่อเทศกาลอีดิ้ลฟิตตี้ ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียติดค้างอยู่ที่ด่านตรวจฝั่งไทย 1 คืน เพราะความล่าช้าในการตรวจลงตราและพิธีการต่างๆของเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องนอนค้างคืนในรถยนต์ และริมถนน นักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่อง สุขา และอื่นๆ เพื่อรอให้มีการเปิดด่าน จนทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเข็ดขยาดกับการเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข จะเป็นอุปสรรคกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งในเมืองหลัก และเมืองรอง ในหลายจังหวัดของภาคใต้ ซึ่งยังต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเป็นหลัก ทั้ง หาดใหญ่ และ เมืองรอง ต่างๆ เช่น จ.พัทลุง - สตูล และ อื่นๆ โดยเฉพาะ หาดใหญ่ ที่ขณะนี้ยังไม่ฟื้นจากการถูกน้ำท่วม ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาพักผ่อนและจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจ การค้า ของ หาดใหญ่ จะแย่ยิ่งกว่านี้
ปัญหาความล่าช้าในพิธีการทั้ง ขาเข้า และขาออก ที่ด่านพรมแดน อ.สะเดา จ.สงขลา มาจากการไม่มีการปรับปรุงกฎระเบียบการเข้าเมืองให้ทันสมัย เช่นเรื่อง เอกสาร ตม.2 ตม.3 ซึ่งควรใช้ช่องทางออกไลน์ เช่นเดียวกับการตรวจยานพาหนะที่ต้องเปิดให้แจ้งเข้า- ออก ทางออนไลน์ ซึ่งจะทำให้การผ่านด่านรวดเร็วขึ้น รวมทั้งควรยกเลิกการเก็บค่าล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ทำให้นักท่องเที่ยวเสียเวลาเป็นอันมาก ซึ่งควรจะยกเลิก เพราะฝั่งของมาเลเซียไม่มีการเก็บเงินค่าล่วงเวลาแล้ว โดยข้อเท็จจริง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทยในช่วงเทศกาลและวันหยุดก็มีตัวเลขเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ปัญหาที่เกิด เกิดจากความไม่พร้อม หรือไม่มีการวางแผนในการรับมือเช่นการเพิ่มเจ้าหน้าที่ ทั้งตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากร และทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีการ บูรณาการ  ไม่ใช่ฝั่งศุลกากรมีการแก้ระเบียบ มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ แต่ ตรวจคนเข้าเมืองยังใช้วิธีการเดิมๆ ก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้
สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังจากมีการเปิดด่านใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งด่าน ถ้าตรวจคนเข้าเมืองไม่มีกำลังมาเพิ่ม และมีการเอากำลังที่มีอยู่ที่ด่านพรมแดนเดิมไปทำหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านใหม่ อาจจะทำให้การเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยวล่าช้ากว่าเดิม หรือหากด่านใหม่ที่จะเปิดให้รถยนต์ผ่านเข้า-ออก ทั้ง ขาออก และ ขาเข้า และมีความสะดวก อาจจะแก้ปัญหาเรื่องการเสียเวลาของนักท่องเที่ยวได้แต่ก็จะเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจการค้า ในเทศบาลด่านนอก เพราะนักท่องเที่ยวจะไม่เข้ามา ซื้อสินค้า ทานอาหาร เพราะระยะทางจาก ด่านใหม่กับ ด่านเก่า ที่เป็นย่านธุรกิจการค้ามีระยะทาง 2-3 กิโลเมตร  ไม่สะดวกกับนักท้องเที่ยว ก็จะมีผลกระทบกับ เศรษฐกิจ การค้า ของผู้ประกอบการในเทศบาลด่านนอก  ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งมีการวางแผนให้รอบคอบเพื่อให้เกิดความสะดวกกับนักท่องเที่ยวในการเข้า-ออก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อไม่ให้การเปิดด่านพรมแดนแห่งที่ 2 ของ อ.สะเดา กระทบต่อการค้า การลงทุน ในบริเวณด่านเก่าซึ่งย่านเศรษฐกิจ มี โรงแรมนับ 100 โรง มีสถานบันเทิง มีร้านค้าและเป็นย่านการค้า-ขายของเมืองชายแดนแห่งนี้
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในด่านพรมแดนสะเดาว่า วันนี้ ทั้งตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร จำเป็นอย่างยิ่งในการที่ต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้กับการให้บริการทั้ง ขาเข้า และ ขาออก รวมทั้งต้องเพิ่มอัตรา เจ้าหน้าที่ ทั้งสองส่วนต้องทำด้วยกัน การอ้างเจ้าหน้าที่มีน้อยเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นและเป็นเรื่องความไม่รับผิดชอบ และไม่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น การมีด่านพรมแดนในพื้นที่เดียวกันทั้ง 2 ด่าน ศุลกากร และ ตรวจคนเข้าเมือง ต้องบูรณาการอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสม และไม่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น หน่วยงานต้นสังกัด อย่าง กองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง และ กรมศุลกากร รวมทั้ง รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา ต้องให้ความสนใจ เพราะด่านพรมแดนสะเดา เป็นด่านหน้า ทั้งในเรื่องการ ส่งออก ที่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นด่านพรมแดนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เป็นอันดับต้นๆของภูมิภาค ที่สำคัญประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทยที่หน่วยงานต่างๆต้องให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย อาจคิดว่า เป็น ของตาย หรือ ขาประจำ ที่ไม่มีที่ไป จะให้บริการ ห่วยๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะหากการใช้ บริการ ยังห่วยแตก ต้องเสียเวลาเข้าเมือง 3-4 ชั่วโมง และ ขาออก ออกไม่ทันการปิดด่าน ต้องนอนในรถยนต์ และ ริมถนน ระวังเราจะสูญเสีย นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งหมายถึงการสูญเงินตราเข้าประเทศ และเป็นการ ทำลาย การท่องเที่ยวของ จ.สงขลา และหลายจังหวัดของภาคใต้
โดย จะ ได้นำปัญหาที่รับมาจาก สมาคมโรงแรมฯ  นำไป ผลักดัน ให้มีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามกลไกของ วุฒิสภา ซึ่งมี กรรมาธิการฯ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคณะทั้งในเรื่องการท่องเที่ยว และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรับทราบปัญหาเพื่อให้มีการแก้ไข รวมทั้งการตั้งญัตติ ให้มีการ อภิปราย และตั้งกระทู้ถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวฯ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และ กรมศุลกากร เพื่อให้มีตอบกระทู้ถาม ซึ่งเป็นช่องทางในการทำหน้าที่ของวุฒิสภา
//นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา//

สงขลา “สรรเพชญ” ติดตามขุดลอกปากอ่าวเก้าเส้ง แก้ปัญหาทรายทับถม ฟื้นเส้นทางเรือประมง-เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการขุดลอกบริเวณปากอ่าวเก้าเส้ง อำเภอเมืองสงขลา ภายหลังได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับปัญหาทรายทับถมในพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางน้ำของเรือประมงและการระบายน้ำบริเวณปากอ่าว
ในการติดตามความคืบหน้าครั้งนี้ มีนายณัฐพล เหมพัฒน์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมติดตามการดำเนินงานกับกรมเจ้าท่า นำโดยนายภาณุ ภาศักดี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยปัจจุบันการขุดลอกมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและฟื้นฟูศักยภาพการใช้งานทางน้ำในพื้นที่
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ปัญหาทรายทับถมบริเวณปากอ่าวเก้าเส้งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไข พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ นายสรรเพชญได้ขอบคุณกรมเจ้าท่าและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง พร้อมส่งกำลังใจให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

มุกดาหาร พบแล้วร่างไร้วิญญาณหญิงชาวลาวที่กระโดดสะพานไทยลาว 2

มุกดาหาร – พบแล้วร่างไร้วิญญาณ หญิงชาวลาว อายุ 33 ปี ที่กระโดดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านท่าโพธิ์ เมืองไซพูทอง โดยห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 25 กิโลเมตร
          จากกรณีนางขาวพอน พิมมะจัก อายุ 33 ปี หญิงชาวลาว ที่กระโดดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ) เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
          ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่ทางการ สปป.ลาว ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่า ได้พบร่างคนตาย ลอยมาติดริมฝั่งแม่น้ำโขงใกล้กอไผ่  ลักษณะนอนคว่ำหน้า ใส่ชุดสีขาว ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านดงมะอึ ท่าโพธิ์หัวหาด  เมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว  โดยห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 25 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพนางขาวพอน พิมมะจัก ซึ่งลักษณะชุดสีขาวที่สวมใส่ตรงกันกับวันที่กระโดดสะพาน  ทั้งนี้แต่ยังรอการยืนยันจากทางการ สปป.ลาว อีกครั้ง..
                                                  ************************* 
วิลาสินี เจริญสุข //  มุกดาหาร 081-5926966

"​คณิต​ ปัญ​ติ​โย"​ ประธาน​สภา​อุตสาหกรรม​ท่องเที่ยว​จังหวัด​มุกดาหาร​ เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 13 มิ.ย. 69 เวลา 18.00 น. ที่ศาลาการเปรียญ วัดศรีมงคลใต้พระอารามหลวง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งจัดโดยคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับจังหวัดมุกดาหาร 
โดยประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนกระบะมุกหน้าตู้พระธรรม จุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม 4 จบ ในช่วงท้ายประธานทอดผ้าบังสุกุลถวายพระกุศล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติพิธีเชื่อมแถบแพกับภูษาโยง พระสงฆ์สดับปกรณ์ เจ้าหน้าที่ถอดแถบทอง เก็บผ้ารองโยงและผ้าภูษาโยง พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ำรับพร กราบพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นอันเสร็จพิธี
//วิลาสินี เจริญสุข/รายงานจากมุกดาหาร โทร 081-5926966//

กยท. ปิดดีลขายยางสต๊อกกว่า 1.8 หมื่นตัน มูลค่า 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบตลาด เดินหน้าบริหารยางโปร่งใส

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประสบความสำเร็จในการระบายยางคงคลังจาก 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษ...