Sunday, March 1, 2026

พิจิตร/พิษณุโลก จับโจรย่องเบา ขึ้นบ้านกวาดทองคำหนัก 25บาท หลวงพ่อเงิน-หลวงปู่จันทราเลี่ยมทอง หลังสืบภาค 6 ร่วมกับ ชป.พิจิตร-เพชรบูรณ์ ตามรวบตัวคาบ้านเช่า

 เหลือของกลาง ทองคำ 1 เส้น กับเงินสดสี่แสนและพระยังอยู่ครบ  
วันนี้  1 มีนาคม 69  พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ 6 พ.ต.อ.พงษ์อาจ ล้ำตระกูล รอง ผบก.สส.ภ.6พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.ศุภณัฐ ศตะกูรมะ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.6 สั่งการให้ชุด สืบสวน.1 บก.สส.ภ.6 ร่วมกับ ชป.พิจิตรและ ชป.เพชรบูรณ์  ตรวจค้น/จับกุม นายสมยศ ขอสงวนนามสกุล อายุ 44 ปี หมู่ 5 ตำบลหนองพระ อ.วังทรายพูน พิจิตร เหตุบุกรุกเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินในบ้าน และได้ทองคำหนัก25บาท หลวงพ่อเงินเลี่ยมทอง 1 องค์ หลวงปู่จันทราเลี่ยมทอง 2 องค์ และเงินสดจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายแจ้งความไว้ เหตุเกิด 30 ธันวาคม 2568 เวลา 18.30 น
ชุดสืบสวนติดตามกระทั่งจับกุมตัวนายสมยศ  ตามหมายค้นศาลจังหวัดพิจิตรที่25/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 บุกตรวจค้นบ้านเช่าหมู่ 5 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นที่พักของนายสมยศฯ ผลการตรวจค้น พบตัวนายสมยศฯ อยู่ในบ้านเช่าหลังดังกล่าว และพบของกลาง เป็นเงินสดจำนวน 432,000 บาท สร้อยทองคำ 1 เส้น แหวนทองคำจำนวน 1 วง พระเครื่องจำนวน 3 องค์ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นเอสแม๊ก จำนวน 1 คัน ชุดตรวจค้นทำการสอบถามนายสมยศฯ ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์สินของผู้ต้องหาจริง และตรวจค้นยังพบยาบ้า(ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีส้ม  WY อีก 2 เม็ดซึ่งนายสมยศรับ  นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังทรายพูนฯให้ดำเนินคดีต่อไป 
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

สงขลา นายกสุพิศ จับมือ นายกแป้น ลงพื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ ระดมสมองฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วม

หาดใหญ่, สงขลา – วันนี้ ณ ร้านโกเม้ง ย่านเขต 8 หาดใหญ่ บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเองในกิจกรรม “วงน้ำชาพาเพลิน” โดย นายกสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกแป้น ( ณรงค์พร ณ พัทลุง ) และทีมงาน ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในเขต 4 หาดใหญ่ เพื่อรับฟังปัญหาและวางแนวทางขับเคลื่อนเมือง โดยมี สจ.ศักดิ์ชาย แสงเพ็ชร สอบจ.เขต 4 หาดใหญ่ ร่วมต้อนรับ
ไฮไลต์สำคัญของการหารือ:
​ฟื้นฟูเศรษฐกิจหาดใหญ่: ร่วมวางแผนระยะยาวในการดึงความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในเขตเมืองหลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่
​เยียวยาและซ่อมแซม: รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่เขต 8 ถึงความเสียหายและสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐเข้าสนับสนุนเพิ่มเติม
​แผนป้องกันในอนาคต: หารือแนวทางการจัดการน้ำและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันระหว่าง อบจ. และภาคส่วนท้องถิ่น เพื่อลดผลกระทบหากเกิดอุทกภัยซ้ำ
​"น้ำชาแก้วนี้ไม่ใช่แค่การพบปะ แต่คือการตั้งโต๊ะคุยเพื่ออนาคตของคนหาดใหญ่ เราจะเปลี่ยนความบอบช้ำจากน้ำท่วม ให้เป็นโอกาสในการยกเครื่องเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม"
บรรยากาศภายในร้านโกเม้งเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาปากท้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งนายกสุพิศยืนยันว่าพร้อมนำข้อมูลทั้งหมดไปบรรจุเข้าแผนงบประมาณเพื่อเร่งเยียวยาและฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด

คณะแพทยศาสตร์ ม.ทักษิณ เตรียมเปิดรับนิสิตใหม่ปี 2570

สภามหาวิทยาลัยทักษิณ อนุมัติจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ และหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ที่วิทยาเขตพัทลุง เดินหน้าพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ  ผลิตแพทย์เพื่อชุมชน เสริมระบบสุขภาพปฐมภูมิ รองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ ตอบโจทย์ความท้าทายของระบบสุขภาพไทยในอนาคต หวังลดความเหลื่อมล้ำในภาคใต้ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะดำเนินการเพื่อขอพิจารณารับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและสถาบันผลิตแพทย์ตามประกาศแพทยสภาต่อไป โดยคาดเปิดการเรียนการสอนได้ในปีการศึกษา 2570
รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดเผยว่า  ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เดินหน้าพัฒนาระบบการผลิตกำลังคนด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยสภามหาวิทยาลัยทักษิณมีมติอนุมัติการจัดตั้ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมอนุมัติ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2570 เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ และตอบโจทย์ความท้าทายของระบบสุขภาพไทยในอนาคต ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะดำเนินการเพื่อขอพิจารณารับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและสถาบันผลิตแพทย์ตามประกาศแพทยสภาต่อไป โดยจะเปิดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
ด้าน นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพ กล่าวเสริมว่า โครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2570 เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย หลักสูตรนี้มีจุดเด่นในการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยบูรณาการการแพทย์สมัยใหม่ แพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกเข้าด้วยกัน เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ใช้ชุมชนเป็นฐาน และการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ครอบคลุมทุกมิติของการดูแลสุขภาพทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟูและการดูแลผู้สูงอายุ

พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ สามารถพัฒนาระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Science) และสังคมศาสตร์ (Social Science) เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ทั้งในและต่างประเทศ

“การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และการเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยทักษิณ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบสุขภาพชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านกำลังคนทางการแพทย์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “สุขภาพเพื่อคนทั้งมวล (Health for All)” อย่างยั่งยืน” รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพ กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า มหาวิทยาลัยทักษิณเห็นถึงปัญหาความแออัดของระบบบริการสาธารณสุข และการกระจายตัวของแพทย์เฉพาะทางที่ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและโรงพยาบาลระดับรอง ซึ่งส่งผลต่อโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพของประชาชน จึงคิดว่าการเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตที่มุ่งผลิตแพทย์เพื่อชุมชน และการสร้างศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม มหาวิทยาลัยทักษิณ จะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยเสริมระบบสุขภาพปฐมภูมิ รวมถึงสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพของประชาชนได้

พิษณุโลก ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊ง หลอกลวงให้ลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon ผู้เสียหายคนพรหมพิรามสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท

ขยายผลจากการถอนเงิน นำไปสู่การจับกุมกลุ่มคอกม้าบัญชีม้าถอนเงิน
วันนี้  1 มีนาคม 69  พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์  ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ  รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6  สั่งการให้ สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 จับกุมผู้ควบคุมบัญชีม้า,บัญชีม้าถอนเงิน และกลุ่มลักลอบนำเงินข้ามแดน ที่ทำการจับกุมได้ภายในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569  ผู้เสียหาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แจ้งว่าถูกคนร้ายไม่ทราบเป็นผู้ใด หลอกลวงให้ลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon  แต่เมื่อลงทุนไปแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คนร้ายแจ้ง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย  ซึ่งพนักงานสอบสวนรับแจ้งความจากออนไลน์ ไว้เลขคำขอแจ้งความออนไลน์ รวมมูลค่าความเสียหาย 2,193,416 บาท 
    หลังทราบเหตุ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2ฯ พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน2ฯ, ขยายผลสืบหาบุคคลผู้กระทำความผิด จนพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม  สามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดได้ 3 ราย ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ลงวันที่ 26 ก.พ.2569 ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็น บุคคลอื่น และ ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” รายละเอียด ดังนี้ 
1. น.ส.กฤติยาณี สงวนนามสกุล อายุ 18 ปี ม.3 ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 208/2569   หน้าที่เป็นบัญชีม้าถอนเงิน
2. น.ส.ณิชา สงวนนามสกุล  อายุ 22 ปี ม.7 ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 209/2569 หน้าที่เป็นผู้ควบคุมบัญชีม้าถอนเงิน
3. นายกฤษฎา สงวนนามสกุล  อายุ 25 ปี ม.14 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 210/2569 หน้าที่เป็นบัญชีม้าถอนเงิน
      ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2ฯ ได้สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังนี้ 
ระหว่างจับกุม น.ส.ณิชาฯนั้น พบว่า น.ส.ณิชาฯ ได้ควบคุมบัญชีม้าถอนเงิน มาถอนเงินที่ ธนาคารออมสิน สาขาช้างเผือก คือ น.ส.ทิพปภา  จำนวน 199,900 บาท โดยมี และ นายดิ๊ก  ชาวลาว (ทราบชื่อภายหลัง) ร่วมเดินทางไปด้วย เจ้าพนักงานตำรวจฯ จึงได้เข้าไปแสดงตัวเพื่อสอบถามข้อมูล ปรากฎบุคคลทั้งสามไม่ทราบถึงแหล่งที่มาที่ไปของเงินดังกล่าว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง สอบถามปากคำ น.ส.ณิชาฯ ให้การเพิ่มเติมว่าที่โรงแรมแกรนด์ ลีฟวิ่ง วิว ห้อง 608 และ 709 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ มีเงินสด จำนวน 220,000 บาท ที่ น.ส.ทิพปภาฯ ได้รับโอนเช้ามายังบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต  ชื่อบัญชี น.ส.ทิพปภา  และมีกลุ่มบัญชีม้าถอนเงิน,กลุ่มรวบรวมเงินข้ามแดน พักอาศัยอยู่ เจ้าพนักงานตำรวจฯ จึงได้ให้น.ส.ณิชาฯ นำพาไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงห้อง 608 พบเงินสด จำนวน 220,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักเลขที่ 608 ,ห้อง 709 พบชาวไทยและชาวลาวอีก 2 คน (รวมคนไทย 9 คน คนลาว 3 คน) ได้นำตัวบุคคลทั้งหมดมายังที่ทำการ ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ และได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ เพื่อซักถามปากคำ  ผลปรากฏว่าแต่ละคนมีความเกี่ยวข้องรายละเอียด ดังนี้ 
 กลุ่มคอกม้าบัญชีม้าถอนเงิน
1.นางสาวมานิตา  อายุ 22 ปี หมู่ที่ 3 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา
2. นางสาวทิพปภา  อายุ 19 ปี หมู่ที่ 2 ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา
3. นายกิตติกวิน อายุ 18 ปี หมู่ที่ 1 ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา
4. นางสาวกนกวรรณ  อายุ 20 ปี หมู่ที่ 8 ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา 
5. นางสาวนิภาวรรณ อายุ 25 ปี  หมู่ที่ 1 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา
6. นางสาวอาธิตา อายุ 19 ปี หมู่ที่ 6 ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา
รวมตรวจยึดเงินของกลางจำนวน 419,900 บาท
กลุ่มนี้ มี น.ส.มานิตาฯซึ่งรู้จักสนิทสนมกับ น.ส.ณิชาฯผู้ต้องหาตามหมายจับ เป็นผู้พาบัญชีม้าถอนเงินเดินทางจาก จ.สงชลา มาพักที่ จ.เชียงใหม่ โดยมี น.ส.ณิชาฯเป็นผู้เปิดห้องให้พักอาศัย
 กลุ่มผู้ควบคุมบัญชีม้าถอนเงินและรวบรวมเงิน ลักลอบนำเงินข้ามแดน
        1.นายดิ๊ก แพงสวรรค์ อายุ 21 ปี (สัญชาติลาว)
        2. นายอานุสอน แสงเมือง อายุ 21 ปี (สัญชาติลาว)
              กลุ่มผู้ต้องหาชาวลาวทั้งสองนี้ มีหน้าที่ไปควบคุมบัญชีม้าถอนเงินตามจุดต่างๆในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยร่วมกันกับ น.ส.ณิชาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ เมื่อ น.ส.ณิชาฯได้เงินจากบัญชีม้าถอนเงินแล้ว ก็จะหักส่วนแบ่งของตนออก แล้วนำมาให้กลุ่มผู้ต้องหาชาวลาวนี้ นำเงินออกไปยังประเทศลาว ผ่านทางด่าน ตม.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อมอบให้กับนายทุนชาวจีนต่อไป
 สอบถาม ทั้งสองกลุ่มให้การสอดคล้องตรงกันว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีและทำการถอนเงินตามคำสั่ง โดยจะได้ค่าตอบแทนคนละ 15,000-20,000 บาท หลังจากนั้นจะนำเงินมามอบให้ชาวลาวก่อนจะนำเงินข้ามไปยังประเทศลาวเพื่อมอบให้กับหัวหน้าชาวจีนผู้สั่งการต่อไป ได้ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์พบว่าเงินสดที่ น.ส.ทิพปภาฯ ถอนออกมานั้นเป็นเงินที่ได้มาจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่เป็นกลุ่มคอกม้า บัญชีม้าถอนเงิน ในความผิดฐาน “ อั้งยี่ และร่วมกันให้ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือทางอาญาอื่นใด ” 
กลุ่มผู้ต้องหาชาวลาว จำนวน 2 คน ที่ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้าถอนเงินและรวบรวมเงิน ลักลอบนำเงินข้ามแดน ในความผิดฐาน “ อั้งยี่และร่วมกันให้ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือทางอาญาอื่นใด และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ” 
ขณะทำการเข้าตรวจสอบที่ห้อง 709 โรงแรมแกรนด์ ลีฟวิ่ง วิว ฯพบ นายคำเสา ชาวลาว อยู่ภายในห้อง จากการซักถามและตรวจสอบพยานหลักฐานอื่น พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากแต่ นายคำเสาฯ เดินทางออกนอกเขตพื้นที่อนุญาต จึงได้จับกุมในความผิดฐาน “ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ”  ก่อนจะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 อนึ่ง สำหรับ น.ส.ณิชาฯ ได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินการตามกฏหมายในส่วนความผิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่  ดำเนินการ ตามมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 (การบันทึกข้อมูลการควบคุมตัว)
//ป๊อกกองปราบ ภาพข่าว//

"สนพท. รวมพลคนข่าวทั่วไทย บุกเมืองสองแคว ประชุมใหญ่ปี 69 ยกระดับสื่อภูมิภาคกระบอกเสียงเพื่อประชาชน"

สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สนพท.)  เตรียมเคลื่อนทัพสื่อภูมิภาค บุกเมืองสองแคว จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ชูแนวคิด “รวมพลังสื่อภูมิภาค เชื่อมโยงเครือข่าย กระจายข่าวสู่ประชาชน” พร้อมสัมผัสอัตลักษณ์การท่องเที่ยวและมูเตลูเสริมบารมี 20-22 มีนาคมนี้
​นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ณ โรงแรมเรือนแพ รอยัลปาร์ค จ.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 20 - 22 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติที่จะหมุนเวียนจัดงานไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยปีนี้ปักหมุดที่ภาคเหนือ เพื่อให้สมาชิกและภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนได้มาร่วมกันกำหนดทิศทางของสื่อภูมิภาคไทย และกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น
​ด้าน นายณรงค์ ภัยกำจัด เลขาธิการสมาคมฯ ในฐานะผู้อำนวยการจัดการประชุม กล่าวว่า งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "รวมพลังสื่อภูมิภาค ณ เมืองสองแคว เชื่อมโยงเครือข่าย กระจายข่าวสู่ประชาชน" โดยมุ่งเน้นตอกย้ำบทบาทของ "สื่อภูมิภาค" ในฐานะกระบอกเสียงที่เข้าถึงและเข้าใจปัญหาของประชาชนในพื้นที่ได้ดีที่สุด

โดยภายในงานมีการรายงานผลดำเนินงานรอบปีที่ผ่านมา และร่วมวาง Roadmap อนาคตคนข่าว  

การจัดเวทีเสวนาสะท้อนภาพลักษณ์และทิศทางสื่อมวลชนไทยในยุคปัจจุบัน

กิจกรรมแลกเปลี่ยนทัศนะและสร้างเครือข่ายความร่วมมือคนทำสื่อทั่วไทย 

สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองสองแคว ไหว้พระพุทธชินราช เยี่ยมชมพระราชวังจันทน์ และเสริมโชคลาภบารมีกับพิธี "เจิมมือ นะมะมนต์ มนต์นางพญา" โดยหลวงพ่อสำลี ณ วัดราชบูรณะ
สมาคมฯ จึงขอเชิญชวนสมาชิก สนพท. และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังสื่อที่เข้มแข็งเพื่อสังคมไทย ณ จังหวัดพิษณุโลก ในวันและเวลาดังกล่าว

’ผู้ว่าฯนริศ‘ จัดเลี้ยงสานสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนพัทยา-สัตหีบ ช่วยขีดเขียนเพื่อสังคมชลบุรี

ช่วงค่ำ วันที่ 28 ก.พ.69 ที่โรงแรมเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดย นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานจัดงานเลี้ยงสานสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ร่วมกับสื่อมวลชนในเมืองพัทยาและอำเภอสัตหีบ โดยมีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ภายในงานได้มีการจัดเลี้ยงอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์นานาชาติ มากมายหลายเมนู พร้อมเครื่องดื่ม ก่อนมีการจับรางวัลสร้างสีสัน โดยมี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานด้วยความเป็นกันเอง พร้อมมีการแสดงดนตรีสร้างความสนุกสนาน และนายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง ในฐานะผู้บริหารโรงแรม คอยอำนวยสะดวก
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ต้องขอบคุณสื่อมวลชนและพี่น้องนักข่าวแขนงต่างๆ ที่สนับนุนกิจกรรมที่ดีของจังหวัดชลบุรี งานนี้เป็นเสมือนการเปิดพื้นที่พบปะสังสรรค์เพื่อร่วมกันทำงานประชาสัมพันธ์ข่าวสารจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขอให้สื่อมวลชนร่วมนำเสนอข่าวที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดชลบุรีต่อไปด้วย 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

Saturday, February 28, 2026

ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา สร้างพระประฎิมากรแก้วแสง พระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกถวายวัดอู่เรืออุดมพร

มีรายงานว่า นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รวบรวมปัจจัยจากพี่น้องพันธมิตรในเมืองพัทยา เพื่อจัดสร้างพระประฎิมากรแก้วแสง พระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกถวายวัดอู่เรืออุดมพร จ.เพชรบูรณ์ โดยได้จัดพิธีบวงสรวงในวันที่ 26 ก.พ.69 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ และอัญเชิญพระพุทธรูปพระประฎิมากรแก้วแสง ซึ่งเป็นพระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกไปประดิษฐาน ก่อนมีพิธีบวงสรวงเทพเทวาโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ และเป็นพิธีบวงสรวงเทพในช่วงค่ำ
สำหรับกิจกรรมการทำบุญในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องหลากหลายสาขาอาชีพในเมืองพัทยาร่วมกันทำบุญเป็นยอดเงินกว่า 4 แสนบาท โดยพระพุทธรูปพระประฎิมากรแก้วแสงองค์นี้มีขนาดหน้าตัก 1.5 เมตร สูง 2.20 เมตร เพื่อเป็นศูนย์รวมใจทางพุทธศานาให้คนที่นี่ต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิจิตร/พิษณุโลก จับโจรย่องเบา ขึ้นบ้านกวาดทองคำหนัก 25บาท หลวงพ่อเงิน-หลวงปู่จันทราเลี่ยมทอง หลังสืบภาค 6 ร่วมกับ ชป.พิจิตร-เพชรบูรณ์ ตามรวบตัวคาบ้านเช่า

 เหลือของกลาง ทองคำ 1 เส้น กับเงินสดสี่แสนและพระยังอยู่ครบ   วันนี้  1 มีนาคม 69  พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ 6 พ.ต.อ.พงษ์อาจ...