Tuesday, April 21, 2026

สิงห์บุรี / “สิงห์บุรีปลุกอดีตกว่า 1,000 ปี! จัดใหญ่ ‘ย้อนตำนานทวารวดีบ้านคูเมือง’ 24–26 เม.ย. นี้ แสงสีเสียงสุดตระการตา-ศิลปินดังแน่นเวที”

สิงห์บุรีเตรียมสร้างปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวย้อนรอยอารยธรรมโบราณกว่า 1,000 ปี ในงาน “ย้อนตำนานทวารวดีเมืองโบราณบ้านคูเมือง ประจำปี 2569” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 เมษายน 2569 ณ พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดสิงห์บุรี และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อประกาศความพร้อมในการจัดงานครั้งสำคัญนี้
การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกอารยธรรมทวารวดีอันทรงคุณค่า โดยภายในงานจะได้พบกับการแสดงแสง สี เสียงสุดยิ่งใหญ่ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของเมืองโบราณบ้านคูเมืองอย่างสมจริง ผสานความบันเทิงจากศิลปินชื่อดังตลอด 3 วันเต็ม
ไฮไลต์ความสนุกเริ่มต้นในวันที่ 24 เมษายน กับการแสดงของ “แนนซี่ กุหลาบร้อยรัศมี” ที่จะมาสร้างสีสันด้วยบทเพลงรำวงสุดครึกครื้น
ต่อเนื่องวันที่ 25 เมษายน ชมการแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการจาก “วงเพชรจรัสแสง” ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ทวารวดีอย่างงดงาม ก่อนปิดท้ายด้วยความมันส์จากวงดนตรี Destiny Band
และปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 26 เมษายน พบกับราชินีลูกทุ่ง “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ที่ขนความสนุกมาเต็มเวที พร้อมการแสดงลิเกชั้นครูจากคณะ “เอิร์ท โฟเอส” ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
นอกจากความบันเทิงแล้ว ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันตอบปัญหาประวัติศาสตร์ การประกวดคลิปวิดีโอผ่าน TikTok เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน
อีกทั้งยังมีการสาธิตอาหารพื้นถิ่นหาชิมยาก เวิร์กชอปภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การทำตะคันไฟ และการร้อยลูกปัดโบราณ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ
สายกีฬาและสายช้อปก็ไม่ควรพลาด กับการแข่งขันมวยไทยและมวยคาดเชือกสุดมันส์ พร้อมโซนจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้า SME คุณภาพจากทั่วภาคกลางตอนบน ที่ยกขบวนมาให้เลือกซื้ออย่างจุใจ

พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรม Place Tour พิเศษ พาสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์เมืองวัฒนธรรมอำเภออินทร์บุรีอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและเผยแพร่ความงดงามของจังหวัดสิงห์บุรีสู่สายตาระดับประเทศและนานาชาติ

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ไม่ควรพลาด สำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความบันเทิงครบครันในงานเดียว ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาไปสัมผัสรากเหง้าแห่งอารยธรรมทวารวดีอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจที่สุดแห่งปี ณ บ้านคูเมือง อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน

"ทภ.3 ยกระดับ Sky Doctor! ฝึกเข้มชุดแพทย์ M-MERT ผสาน ฮ.ท.212 เร่งช่วยผู้ป่วยวิกฤตทางอากาศ"

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. ณ หน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมปฏิบัติการชุดแพทย์เผชิญเหตุเคลื่อนที่  โดยมี พลตรี สมินท์ บุญลิขิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พลตรี วิษณุ วิจิตรพงษา ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และ พลตรี คณิศร อาสมะ รองแม่ทัพน้อยที่ 3 ให้การต้อนรับและร่วมปฏิบัติภารกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤต
การฝึกครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ในการนำยุทโธปกรณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการดัดแปลงอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป (ฮ.ท.212) ให้เป็นอากาศยานพยาบาลที่มีความพร้อมสูงสุดในการสนับสนุนภารกิจส่งกลับสายแพทย์ทั้งในยามปกติและสถานการณ์สนาม
โดยมีการฝึกร่วมกันระหว่างหน่วยแพทย์ทหารและพลเรือน ซึ่งมีโรงพยาบาลพุทธชินราช และโรงพยาบาลพิษณุเวช รวมทั้งสิ้น 15 เที่ยวบิน เพื่อซักซ้อมความชำนาญและการประสานงานอย่างเป็นระบบ

พลโท วรเทพ บุญญะ เปิดเผยว่า การฝึกอบรมระหว่างวันที่ 20 – 22 เมษายนนี้ มุ่งเน้นให้กำลังพลมีความคล่องตัวและพร้อมเผชิญเหตุในทุกมิติ ซึ่งการพัฒนาศักยภาพด้านการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศจะช่วยให้การเข้าถึงผู้ป่วยทำได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือว่ากองทัพพร้อมเคียงข้างและช่วยเหลือในทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน












Monday, April 20, 2026

เพชรบุรี ไฟป่ามรดกโลกแก่งกระจานยังปะทุซ้ำ จนท.ระดมกำลังเสริมเร่งสกัดไม่ให้ลุกลามตลอดทั้งวัน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน  นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) จ.เพชรบุรี  เผยสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ มรดกโลก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
ว่าได้รับรายงานจากชุดปฏิบัติการดับไฟป่าว่าสามารถดำเนินการทำแนวกันไฟในพื้นที่ห้วยเสือกัดช้างได้แล้ว. พร้อมส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแนวดำ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ก่อนยืนยันว่าไฟป่าในบริเวณดังกล่าวได้ดับลงแล้ว จึงประสานรถยนต์เข้ารับเจ้าหน้าที่จำนวน 11 นาย กลับลงมาจากฐานปฏิบัติการ เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน และเตรียมประเมินความเสียหายของพื้นที่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายทั้งหมด ยังพบจุดเฝ้าระวังไฟป่าบริเวณห้วยรางโพธิ์ ตรวจพบไฟป่าปะทุขึ้นอีกครั้งในพื้นที่“แม่คะเมยบน” ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลก จึงเร่งจัดกำลังชุดปฏิบัติการดับไฟป่าชุดที่1 ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่า เข้าควบคุมสถานการณ์และเร่งทำแนวกันไฟสกัดการลุกลามของไฟป่า 
ต่อมาชุดปฏิบัติการในพื้นที่ได้ร้องขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากไฟยังคงลุกลามในบางจุด 
ก่อนมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จำนวน 8 นาย พร้อมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าสมทบกำลังพล เพื่อเร่งควบคุมเพลิงอย่างเต็มกำลัง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟป่าในพื้นที่แม่คะเมยบน ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้โดยเร็วที่สุด 
ทั้งนี้แม้บางจุดจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศมีสภาพร้อนจัดและแห้งแล้ง อาจทำให้เกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา
ขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนาย หากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า รวมไปถึงการเผาป่าแจ้งที่ "สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362" ตลอด 24 ชั่วโมง
//////////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี 

Sunday, April 19, 2026

พิษณุโลก "ชัยวัฒน์" เดือด! หนุ่มวัย 22 มือเผาป่าชาติตระการ สารภาพสิ้น จุดไฟเล่นเพราะ "สนุก-อยากเห็นเจ้าหน้าที่วิ่งไล่ดับ"

“ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร”เดือด อีกคนจุด อีกคนวิ่งไล่ดับไฟ  หลังจับมือเผาป่า อช.ชาติตระการ เป็นหนุ่มวัย 22 ปี คะนองมือ จุดไฟเผาป่า! ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ ล่าสุดถูกจับตัวส่งดำเนินคดี สภ.ชาติตระการ สารภาพ จุดไฟ เพราะไม่รู้จะทำอะไร   
วันนี้ 19 เมษายน 2569  เฟสบุกส์ “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” เดือด !! ระบุข้อความ “จุดไฟเผาป่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ดับ!!! เหตุจับกุมมือเผาป่าที่ อุทยานแห่งชาติ น้ำตกชาติตระการ จ.พิษณุโลก โกรธแทนพี่น้อง เจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังสู้ไฟป่าอยู่ทั่วประเทศเลย"
แหล่งข่าวระดับสูงสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พิษณุโลก กรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯจับมือเผาป่า เป็นบุคคลธรรมดาชาวบ้าน แรงจูงใจ อาจต้องสืบให้ลึกๆลงไปอีกว่า หนุ่มวัย 22 มือเผาป่า เสียสติหรือเพี้ยนหรือไม่ ! แต่ที่แน่ๆหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการยืนยันว่า ผู้ต้องหาสารภาพว่า จุดไฟเพราะความสนุก คึกคะนอง 
ทั้งนี้ การจับกุมชายวัย 22 ปี ผู้ต้องหาลอบเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ  บริเวณแนวเขตป่าแก่งหาดอ้อย ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569  หลายฝ่ายต่างตั้งข้อสงสัยถึงแรงจูงใจในการกระทำความผิดในครั้งนี้
ตามรายงานสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พิษณุโลก ยืนยันว่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของอุทยานฯ ซึ่งเป็นผู้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ ระบุข้อมูลถึงสาเหตุว่า ผลการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า "เหตุผลที่ลงมือจุดไฟเผาป่านั้น เพียงเพราะต้องการความสนุกสนานและเกิดจากความคึกคะนอง เนื่องจากไม่รู้จะทำอะไร จึงตั้งใจไล่จุดไฟเพื่อให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไล่ดับไฟ
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงการขาดจิตสำนึกและความคึกคะนองที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทรัพยากรธรรมชาติ เพียงเพื่อตอบสนองความสนุกส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.ชาติตระการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป.
นางพัชรา ปั้นพุ่มโพธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อําเภอชาติตระการ ได้เกิดไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยได้มีการปิดประกาศห้ามเข้าไปในพื้นที่ป่าเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม -30 เมษายน 2569 แต่กลับปรากฏว่ายังมีกลุ่มคน "มือดี" ฉวยโอกาสลักลอบเข้าไปจุดไฟเผาป่า
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ กำลังออกลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อตรวจปราบปรามการกระทำผิดว่าด้วยการป่าไม้และเฝ้าระวังไฟป่า ได้ตรวจพบชายน่าสงสัย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายมทินา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาวตำบลท่าสะแก อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก กำลังแสดงพฤติการณ์ในลักษณะจุดไฟเผาป่า บริเวณแนวเขตป่าแก่งหาดอ้อย หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสะแก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานฯ จากการเข้าประชิดตัวและตรวจค้นพบของกลางเป็นไฟแช็กจำนวน 1 อัน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือจุดไฟเผาป่าในพื้นที่ดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานร่วมกับกำนันตำบลท่าสะแก ผู้ใหญ่บ้าน และปลัดอำเภอชาติตระการ เพื่อควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด.
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

นรข.นครพนม ลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบวาตภัย มอบยา-สำรวจบ้านเสียหาย พร้อมเตรียมกำลังพลเข้าซ่อมแซมทันที"

วันที่ 18 เม.ย. 69 เวลา 13.00 น. สน.เรือบ้านแพง นรข.เขตนครพนม โดย ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร  ผิวขำ หน.สน.เรือบ้านแพง จัดกำลังพล จำนวน 10 นาย พร้อมด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 1 คัน ร่วมกับ จนท.อบต.หนองเทา ออกสำรวจความเสียหาย พร้อมกับจัด จนท.พยาบาล แจกจ่ายยารักษาโรค และให้การช่วยเหลือเบื้องต้น แก่ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนเมื่อ 17 เม.ย.69 ในพื้นที่ ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จว.นครพนม 
ซึ่งได้รับความเสียหาย จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองเทา หมู่ 2 บ้านแก้ง หมู่ 6 บ้านตาลท่า หมู่ 7 บ้านหนองเทา โดยได้รับความเสียหายทั้งหมด จำนวน 48 หลัง เสียหายอย่างหนัก จำนวน 6 หลัง 
การปฏิบัติในห้วงต่อไป ได้ประสานกับ อบต.หนองเทา เพื่อกำหนดวันเวลาเข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้แก่ประชาชน
การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
#กองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ 
#ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ
#นรข.
#นรข.เขตนครพนม
//วิลาสินี เจริญสุข // รายงานข่าวมุกดาหาร 081-5926966//

ผอ.อผศ. ต้อนรับคณะที่ปรึกษาฯ วุฒิสภา-ผู้บริหาร ดับเบิ้ล เอ หารือยกระดับคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึก

พลเอก กานต์นาท  นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ ให้การต้อนรับ พลเอก ณัฏฐพัชร  สกุลรังสฤษฏ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา, ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, กรรมการ ศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ บริษัท Double A (1991) จำกัด และคณะกรรมการ จากบริษัท กรีน โลจิสติกส์ เซอร์วิสเซส จำกัด ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในเรื่องการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาทักษะอาชีพ รวมถึงเปิดโอกาสการจ้างงานที่มีความมั่นคงให้แก่ทหารผ่านศึก  ณ ห้องยุทธบดินทร์ อาคาร 1 ชั้นที่ 2 องค์การฯ
นำเสนอโครงการสร้างอาชีพที่มีความมั่นคงและรายได้ที่ดีแก่ทหารผ่านศึก รวมถึงครอบครัวของทหารผ่านศึก (รายได้ 28,000-40,000 บาทต่อเดือน) 
เพื่อตอบแทนในความกล้าหาญ อดทน เสียสละแม้ชีวิตในยามเกิดศึกสงคราม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี โดยหารือเรื่องการจัดทำ MOU ร่วมกันระหว่างบริษัทดับเบิลเอจำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่เห็นความสำคัญและสนับสนุนต่อกองทัพในการดูแลทหารและครอบครัวภายหลังจากปลดประจำการแล้ว 

สิงห์บุรี / “สิงห์บุรีปลุกอดีตกว่า 1,000 ปี! จัดใหญ่ ‘ย้อนตำนานทวารวดีบ้านคูเมือง’ 24–26 เม.ย. นี้ แสงสีเสียงสุดตระการตา-ศิลปินดังแน่นเวที”

สิงห์บุรีเตรียมสร้างปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวย้อนรอยอารยธรรมโบราณกว่า 1,000...