Saturday, June 27, 2026

"สรรเพชญ” ลงพื้นที่เทพา–จะนะ รับฟังข้อร้องเรียนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ปัญหาคลองตูหยง–คลองสะกอม ฟื้นเส้นทางสัญจรทางน้ำช่วยชาวประมงพื้นบ้าน

วันนี้ (27 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอเทพาและอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา นายมะนาวี มะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามปัญหาและรับฟังข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ในโอกาสนี้ นายสรรเพชญได้เป็นประธานเปิดงานการกุศลมัสยิดบ้านที่อ้อย ณ โรงเรียนบ้านกระอาน โดยมีณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา นายวิเชียร เพ็งหนู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยปลิง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการมัสยิด และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม พร้อมใช้โอกาสดังกล่าวพบปะและรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่
จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลองตูหยง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำสำคัญของชาวประมงพื้นบ้าน หลังได้รับข้อร้องเรียนว่าปัจจุบันคลองมีสภาพตื้นเขิน มีตะกอนสะสม ตลิ่งทรุดตัว และมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้เรือประมงไม่สามารถเข้า-ออกทะเลได้สะดวก ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ ประชาชนได้สะท้อนว่า สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบของสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนในร่องน้ำจนคลองมีความตื้นเขินมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อจำกัดของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตอุทยานและเขตห้ามล่าสัตว์ ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ของประชาชนที่ประกอบอาชีพประมง นายสรรเพชญได้รับเรื่องไว้ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานและหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ภายใต้กรอบของกฎหมายและคำนึงถึงการประกอบอาชีพของประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ต่อมาได้ลงพื้นที่คลองสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสภาพพื้นที่และรับฟังข้อเสนอจากประชาชน ซึ่งได้สะท้อนความต้องการให้เร่งขุดเปิดทางออกคลองสู่ทะเล เนื่องจากปัจจุบันร่องน้ำเกิดการตื้นเขินอย่างมาก จากการทับถมของตะกอนภายหลังสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือประมงเข้า-ออกได้ยาก กระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้าน

ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน เนื่องจากพื้นที่เกี่ยวข้องกับหลายภารกิจ ทั้งคลองที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นที่ทางน้ำในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงต้องร่วมกันกำหนดแนวทางการขุดลอกร่องน้ำ เปิดทางน้ำใหม่ และแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยนายสรรเพชญได้รับข้อร้องเรียนไว้ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ปัญหาที่ได้รับฟังในวันนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและปากท้องของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้กรมเจ้าท่าเร่งสำรวจข้อเท็จจริง ศึกษาแนวทางขุดลอกร่องน้ำ แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรทางน้ำได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

สว.พบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) ติดตามฟื้นฟู “คลองสี่วาพาสวัสดิ์” จังหวัดสมุทรสาคร ระดมแก้ปัญหาน้ำเสียอย่างเป็นระบบ

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดย พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ  คณะสมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่และสื่อมวลชน ลงพื้นที่บริเวณคลองสี่วาพาสวัสดิ์ ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียรวม รับทราบสภาพปัญหาจริง และหารือแนวทางฟื้นฟูคลองร่วมกันกับหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้มี นางสาวจุไรวรรณ เผือกเล็ก นายกเทศมนตรีตำบลนาดี ร่วมให้ข้อมูลในพื้นที่
“คลองสี่วาพาสวัสดิ์” เป็นคลองขุดที่มีความสำคัญต่อพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร และเป็นแหล่งน้ำหลักของประชาชนในตำบลคอกกระบือ ตำบลนาดี และตำบลบ้านเกาะ ปัจจุบันคลองประสบปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง จากน้ำเสีย ขยะ ตะกอน ผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ รวมถึงการไหลเวียนของน้ำที่ไม่เพียงพอในบางช่วง ส่งผลให้เกิดกลิ่นรบกวน กระทบต่อระบบนิเวศ สุขอนามัย การประกอบอาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
เทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงบูรณาการความร่วมมือเพื่อเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำ โดยเฝ้าระวังและตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ กำจัดขยะ ผักตบชวา และวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ ตรวจวัดคุณภาพน้ำ ควบคุมการปล่อยน้ำทิ้งจากสถานประกอบการ มีการใช้จุลินทรีย์และกังหันเติมอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ ดูแลปรับปรุงประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง 
จากนั้น คณะฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพน้ำและพื้นที่โดยรอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล โอกาสนี้ คณะฯ ได้ร่วมกันเทน้ำจุลินทรีย์ EM ลงในคลองสี่วาพาสวัสดิ์ เพื่อส่งเสริมการย่อยสลายสารอินทรีย์และตะกอน ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยปรับสมดุลสภาพน้ำ เพื่อให้คลองสามารถระบายน้ำได้ดีขึ้นและกลับมาเป็นแหล่งน้ำที่ดีมีคุณภาพให้กับชุมชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเร่งฟื้นฟูคลองสี่วาพาสวัสดิ์ให้กลับมามีสภาพดี ปัญหาและแนวทางที่ได้รับ คณะกรรมการฯ จะนำเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป

#สว #วุฒิสภา #สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน
#ภาคกลางตอนล่าง #สวพบประชาชนภาคกลางตอนล่าง
#สมุทรสาคร #จังหวัดสมุทรสาคร #คลองสี่วาพาสวัสดิ์ #ตำบลนาดี 
#แก้ไขปัญหาน้ำเสีย #ระบบบำบัดน้ำเสีย #ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ 
#อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 
#คุณภาพชีวิตประชาชน

อบจ.พิษณุโลก ร่วมเปิดโครงการ “รอยยิ้มริมท่า : ฟื้นอดีต สู่อนาคต ย่านชุมชนเก่าท่ามะปราง”

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ นายอดุลย์วิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ “รอยยิ้มริมท่า : ฟื้นอดีต สู่อนาคต ย่านชุมชนเก่าท่ามะปราง” ณ บริเวณโดยรอบโรงเรียนเทศบาล 3 วัดท่ามะปราง, วัดท่ามะปราง และริมน้ำน่านหลังวัดท่ามะปราง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 
โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย รศ.ดร.ขวัญชนก นัยจรัญ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คณะผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ทั้งนี้สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลก วัดท่ามะปราง โรงเรียนเทศบาล 3 วัดท่ามะปราง ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพันธกิจด้านการพัฒนาท้องถิ่น ผ่านการนำองค์ความรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการค้นหา รวบรวมและถ่ายทอดคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ย่านชุมชนเก่าท่ามะปราง อันเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ที่งดงามของจังหวัดพิษณุโลก
​ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและสร้างสรรค์ อาทิ นิทรรศการ “รอยยิ้มริมท่า” ซึ่งแสดงผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมโครงการงบยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น นิทรรศการแสดงผลงานโรงเรียนเทศบาล 3 การแสดงศิลปวัฒนธรรมของชุมชนจากคณะลิเกิมะปรางหวาน การนำเสนอศิลปะชุมชน อาหารชุมชน นิทรรศการเรื่องราวของชุมชนผ่านภาพถ่าย และเรื่องเล่าจากอดีตสู่ปัจจุบัน ตลอดจนกิจกรรมความร่วมมือจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ในการจัดกิจกรรม “Pibul Street Food” ซึ่งเป็นการบูรณาการพันธกิจการเรียนการสอนและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่น
​นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบรางวัล ‘ภูมิภิญโญวัตศิลป์’ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ในการร่วมกันอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของย่านชุมชนเก่าท่ามะปรางและริมแม่น้ำน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและยั่งยืนต่อไป.

เพชรบุรี ประมงร่วมกับภาคีเครือข่ายลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ ได้เกือบ2ตัน หลังพบการระบาดช่วงฤดูวางไข่

วันที่ 27 มิถุนายน 69  นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมงจังหวัดเพชรบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำ เจ้าหน้าที่กรมประมง ผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน และชาวประมงในพื้นที่ จำนวน50นาย ร่วมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ปากคลองติดกับทะเล ณ  คลองบางทะลุ หมู่3 ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม และคลองบ่อเคี๊ยะ ต.ชะอำ อ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด นำปลาหมอคางดำที่ถูกกำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ ตามนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเร่งแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ มาตรการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาด การเร่งกำจัด และการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ ให้เกิดมูลค่าสูงสุด ผลการจับปลาหมอคางดำได้ สามารถจับได้ 1,813 กิโลกรัม ก่อนส่งมอบให้กับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์
นายประจวบ เจี้ยงยี่ประมงจังหวัดเพชรบุรี  กล่าวว่า   วันนี้พี่น้องชาวประมง เจ้าหน้าที่ประมงและภาคีเครือข่าย มาร่วมกันลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำโดยใช้เครื่องมืออวนลาก เข็นไปตามคลองนำปลาหมอขาวดำขึ้นมา ซึ่งช่วงนี้เป็นฤดูที่ปลาวางไข่ มาช่วยกันจับปลาหมอคางดำเพื่อชดเชยรายได้ที่ค้าขายไปในช่วงดูวางไข่  พบการระบาด18สายคลอง 24 แหล่งน้ำ  ร่วมกับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ตามความเหมาะสมนำออกจากนอกระบบ นำเอาไปใช้ประโยชน์สูงสุดปัจจุบันเรามีผู้รวบรวมนำปลาไปส่งโรงงานปลาป่นที่สมุทรสาคร  ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาพบว่ามีข่าวดี โรงงานมีการประกาศรับเพิ่มอีก 1 ล้านกิโล
 จังหวัดเพชรบุรีที่ผ่านมาดำเนินการจับไปแล้ว 240,000 กว่ากิโลกรัม ในโครงการนำส่งปลาป่น ส่วนปลาที่จับได้บางส่วนที่ส่งโรงงานปลาป่นแล้ว พี่น้องชาวประมงในพื้นที่นำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ โดยการทำเป็นเหยื่อล่อปูม้า เหยื่อปลากะพงขาว เหยื่อเลี้ยงปูดำ ในพื้นที่มีบ่อเลี้ยงปลากะพงขาว ซึ่งใช้ปลาหมอขาวดำไปทำเหยื่อ รวมแล้วเดือนละ 4 ตัน. ส่วนพี่น้องชาวประมงที่ใช้ลอบปู ใช้ปลาหมอข้างดำวันละ 3 ตัน ในการออกเรือ 20 วันต่อ 1 เดือนจะใช้ปลาหมอคางดำ ทำเหยื่อล่อปู ไม่ น้อยกว่า 60,000 กิโลเมตรกรัม   ส่วนนำปลาหมอไปทำน้ำปลาที่เรือนจำเขากลิ้ง มีแผนทำไว้ทั้งหมด 5,000 กิโลกรัม ตอนนี้ดำเนินการไปแล้ว 1,800 กิโลกรัม. 
ในช่วงที่ผ่านมา การนำปลาหมอคางดำ มีประสิทธิภาพและ ออกนอกระบบไปมากแล้ว  แต่ปัจจุบันเป็นฤดูวางไข่ พบปลาหมอคางดำเริ่มมีการแพร่ระบาดมากขึ้น โดยสังเกตจากปลาที่จับในวันนี้มีขนาดเดี่ยวกัน  และฝากถึงพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกัน คนละไม้คนละมือ ซึ่งปลาหมอข้างดำเป็นวิกฤต ลำพังเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียวไม่สามารถ เดินไปถึงจุดหมายกำจัดให้หมดไปจากพื้นที่ได้ ขอให้ช่วยกันนำไปใช้ประโยชน์ ให้มากที่สุดหรือช่วย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากปลาหมอคางดำ หรือผลิตภัณฑ์ที่นำไปแปรรูป เพื่อให้เกิด การตัดวงจรเกิดใหม่ได้ 
//////////////

Friday, June 26, 2026

ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ครั้งที่ 6/2569

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ (หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์) ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ 
 นายสุวรรณ  จงใจมั่น  ประธานอนุกรรมการกล่าวเปิดประชุม
โดยมีระเบียบวาระที่ 1: เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ  จากนั้นนางสาววาริญญา  แก้วพิลา  หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดเพชรบูรณ์และเลขาได้แจ้งถึง
ระเบียบวาระที่ 2: เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
ระเบียบวาระที่ 3: เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
3.1 แจ้งวันครบกำหนดชำระคืนเงินกู้ยืมขององค์กรเกษตรกร ประจำเดือนกรกฎาคม 2569  จำนวน 9 องค์กร
3.2 แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์
3.3 แจ้งชะลอการรับคำร้องและแบบแสดงความประสงค์ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชำระหนี้แทน ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง (แบบ ปคน.3)
3.4 แจ้งมติคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร และแจ้งใช้แบบคำร้องให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชำระหนี้แทน ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง (แบบ ปคน.3)
3.5 แจ้งการเปลี่ยนแปลงจำนวนองค์กรเกษตรกร / จำนวนเกษตรกร / และการขยายระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร ทั้ง 7 รุ่น  รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 162 องค์กรองค์กรละ 5 คน  รวมทั้งสิ้น 810 คน ดำเนินการแล้วเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569  โดยมีงบประมาณเหลือจ่ายทั้งสิ้น 194,779 บาท  ได้ดำเนินการส่งคืนงบประมาณให้กับสำนักงานใหญ่เป็นที่เรียบร้อย
3.6 แจ้งโอนงบประมาณให้กับสำนักงานสาขาจังหวัด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการสรุปผลการดำเนินงาน และบทเรียนการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กิจกรรมที่ 2

3.7 แจ้งการขึ้นทะเบียนองค์กรและแจ้งเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรเกษตรกร  โดยมีการแจ้งเพิ่มสมาชิกองค์กรจำนวน 16 องค์กรรวมทั้งสิ้น 63 ราย

3.8 แจ้งรายงานการใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายบริหารสำนักงาน ประจำไตรมาสที่ 3/2569

3.9 แจ้งการขออนุมัติแผน/โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (เงินกู้ยืม) ปีงบประมาณ 2569
ระเบียบวาระที่
4.1 พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการ จำนวน 3 โครงการ ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การประเมินผลการดำเนินการ การเบิกจ่ายเงิน และการใช้คืนเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2563 และประกาศสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่อง กำหนดแนวปฏิบัติในการสนับสนุนแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2568  โดยมีประเภทกู้ยืม 5 โครงการ  และประเภทเงินอุดหนุน 1 โครงการ 
4.2 พิจารณาให้ความเห็นชอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร  
4.3 พิจารณารับรองอุทธรณ์เพื่อขอขึ้นทะเบียนหนี้   
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่สตูล ติดตามโครงการคมนาคมสำคัญ ผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงการเดินทาง - เศรษฐกิจชายแดน

วันนี้ (26 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ โดยมีนายพิบูลย์ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายวโรภาส แสงพายัพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล นายสมเกียรติ โมควงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล นายธนัช ขวัญนุ้ย เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่
นายสรรเพชญ และคณะลงพื้นที่จุดแรกบริเวณแยกทุ่งตำเสา อำเภอควนโดน ซึ่งเป็นบริเวณแนวทางออกของอุโมงค์ฝั่งจังหวัดสตูล เพื่อรับฟังข้อมูลการเตรียมศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมจังหวัดสงขลา–สตูล (โครงการคลองแงะ - ทุ่งตำเสา ณ บริเวณแยกทุ่งตำเสา ทางหลวงหมายเลข 4137 ตอน ทุ่งตำเสา - สวนเทศ ที่กม. 0+000) ตลอดจนติดตามแนวทางการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน
โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดระยะทางและระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งประชาชนและสินค้า พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด รวมถึงพื้นที่ภาคใต้โดยรวมในอนาคต
จากนั้น นายสรรเพชญ และคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการปรับปรุงถนนสาย สต.3014 แยกทางหลวงหมายเลข 404–ถ้ำเจ็ดคต อำเภอมะนัง เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงหารือแนวทางแก้ไขปัญหาให้การเดินทางในพื้นที่มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การปรับปรุงถนนสายดังกล่าว จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ สนับสนุนการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนเพิ่มความสะดวกในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าของประชาชนออกสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ต่อมา นายสรรเพชญ และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเทียบเรือปากบารา อำเภอละงู เพื่อติดตามการบริหารจัดการท่าเทียบเรือและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำ พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของท่าเทียบเรือ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางทะเลให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การพัฒนาท่าเทียบเรือปากบาราและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ทางทะเล เชื่อมโยงการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลกับพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าในอนาคต อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นรูปธรรม

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน การเกษตร และการขนส่งทางทะเล การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมจึงต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งทางถนน ทางน้ำ และการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

กระทรวงคมนาคม จะนำข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่มาประกอบการพิจารณา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานตามขั้นตอน เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสตูลและพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ประจวบคีรีขันธ์_ป.ป.ส.ภ.7 ร่วมกับ กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2569

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2569 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2569
โดยมี นางมนัญญา ไวอัมภา ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 7 (ปปส.ภ.7) นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายยูซบ โต๊ะวัง. ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  นายสมปอง นุชนงค์ นายกอบต.ทองมงคล นายอังกินันท์ แก้วไทรนันท์  สจ.เขต 4 อำเภอบางสะพาน ตัวแทนจากพัฒนาการจังหวัดประจวบคีรี ขันธ์ คณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติร่วมกิจกรรมและให้การต้อนรับ 
นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้การถึงกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2569 ว่า  เนื่องในวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบ
ต่อสังคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันถือเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นวัยเสี่ยงต่อการหลงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ พัฒนาการ และอนาคตของเยาวชนเหล่านั้น ด้วยความสำคัญ
เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีภารกิจในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองดีของสังคม จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการป้องกัน และปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่นักเรียน
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้แก่นักเรียน ส่งเสริมทักษะการป้องกันตนเองจากยาเสพติดและสิ่งเสพติดให้โทษ ปลูกฝังค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต ตลอดจนส่งสริมกิจกรรมที่เป็น
ประโยชน์และสร้างสรรค์ ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเป็นแกนนำในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในตลอดจนมุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีการป้องกันตนเองจากยาเสพติด เห็นคุณค่าของชีวิต และสามารถเป็นแกนนำในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนได้ ซึ่งในวันต่อต้านยาเสพติดประจำปี 2569 ได้มีคำขวัญว่า "รวมพลังไทย ต้านภัยยาเสพติด"
/////////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

"สรรเพชญ” ลงพื้นที่เทพา–จะนะ รับฟังข้อร้องเรียนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ปัญหาคลองตูหยง–คลองสะกอม ฟื้นเส้นทางสัญจรทางน้ำช่วยชาวประมงพื้นบ้าน

วันนี้ (27 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอเทพาและอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พร้อมด...