Monday, July 27, 2026

พิษณุโลก สมเด็จพระสังฆราช โปรดมีพระบัญชาแต่งตั้ง "พระรัตนโมลี" ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก

พิษณุโลก — เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ พระวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้มีพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง พระรัตนโมลี (ไพริน ทนฺตจิตฺโต) ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก
ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานอ่านพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมด้วย พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3, คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3, พล.อ.ศิริ ทิวะพันธุ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ภายหลังจากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์เสร็จสิ้น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ร่วมถวายพานดอกไม้แด่พระรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกรูปใหม่ จากนั้น นางสุวลักษณ์ อภิวัชญ์ธนิน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก ได้อ่านคำสั่งแต่งตั้ง พระครูศรีรัตนาทร (ตมฺภิรเวที) ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานพระพุทธศาสนาในพื้นที่ต่อไป
//ชนันท์ ช่างเงิน ภาพ-ข่าว//

พิษณุโลก ป่วน! สพม. สั่งย้ายสลับ 2 ผอ. รร.วัดโบสถ์ศึกษา-ประชาสง เคราะห์วิทยา หลังเจอพิษร้องเรียนโปร่งใสทั้งคู่—ด้าน ผู้ช่วย รมต.ศธ. ลงพื้นที่จี้สอบ

​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับปัญหาการยื่นเรื่องขอย้ายออกของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เป็นจำนวนมาก ล่าสุด ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ (ศพส.) สพม.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ณ โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา เพื่อติดตามและรับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นการด่วน
ต้นเหตุของความระส่ำระสายภายในโรงเรียน สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารกับครูผู้ปฏิบัติงาน จนนำไปสู่การร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จังหวัดพิษณุโลก
จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่า ในปีการศึกษา 2567 ผู้บริหารโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษาในขณะนั้น ได้จัดทำชุดอุปกรณ์การเรียนจำหน่ายให้เด็กนักเรียนในราคาชุดละ 260 บาท (สมุดเล่มใหญ่ 5 เล่ม, สมุดเล่มเล็ก 8 เล่ม, ปากกา 3 ด้าม, ดินสอ 1 ด้าม และยางลบ 1 อัน) ทว่าราคาท้องตลาดจริงอยู่ที่เพียง 180 บาทเท่านั้น สตง. จึงมีคำสั่งให้ผู้บริหารส่งคืนเงินส่วนต่างแก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นเงินรวมกว่า 60,000 บาท
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2569 สพม.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ จึงมีคำสั่งปรับเปลี่ยนผู้บริหาร โดยสั่งย้าย พ.อ.อ.เศกสรรค์ คล้ายเพ็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา ไปรักษาราชการแทนที่ โรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แล้วสลับให้ ดร.กัญจุฑา โรจนหัสดินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา มารักษาราชการแทนที่โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา

อย่างไรก็ตาม การย้ายสลับตำแหน่งดังกล่าวกลับกลายเป็นประเด็น "เกาไม่ถูกที่คัน" เนื่องจาก ดร.กัญจุฑา เองก็กำลังเผชิญกระแสมวลชนในพื้นที่ ทั้งชาวบ้านและนักเรียนรวมตัวขับไล่ จากกรณีข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดเก็บค่าแผงพ่อค้าแม่ค้าภายในโรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา ซึ่งยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน

การสั่งย้ายสลับตัวผู้บริหารที่มีประเด็นร้องเรียนเรื่องความโปร่งใสทั้งคู่ จึงกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ครูในโรงเรียนเกิดความอึดอัดจนต้องยื่นเรื่องขอย้ายหนี้ และกำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดว่า กระทรวงศึกษาธิการจะแก้ปัญหาโครงสร้างการบริหารในพื้นที่นี้อย่างไรต่อไป!!

Friday, July 24, 2026

"พลเอก กิตติพงศ์" รอง เสธ.ทหาร ลงพื้นที่ทัพภาค 3 นำทีมผนึกกำลัง "กฝร.พตท.69" ยกระดับแผนช่วยชีวิต พร้อมรับมือทุกวิกฤต!"

พิษณุโลก – กองทัพไทย ยกระดับความพร้อมรับมือวิกฤตและความไม่สงบทุกรูปแบบ รองเสนาธิการทหาร ลงพื้นที่ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ตรวจซ้อมใหญ่การฝึกร่วม "พลเรือน-ตำรวจ-ทหาร" ประจำปี 2569 ชูไฮไลต์จำลองเหตุการณ์ชิงตัวประกัน ตั้งโรงพยาบาลสนาม และอพยพผู้ประสบภัยแบบเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. พลเอก กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองเสนาธิการทหาร เดินทาง ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประจำปี 2569 (กฝร.พตท.69) ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการมณฑลทหารบกที่ 39 นำคณะให้การต้อนรับและนำชมขั้นตอนการฝึกอย่างใกล้ชิด
การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ในครั้งนี้ เป็นการจำลองสถานการณ์วิกฤตแบบเต็มรูปแบบ เพื่อทดสอบความพร้อมและความรวดเร็วในการปฏิบัติการจริง ซึ่งประกอบด้วย  การปฏิบัติการกู้ระทึก ชิงตัวประกันจากกองร้อยเตรียมพร้อม และการค้นหาช่วยชีวิตผู้ประสบภัย    การบริหารจัดการวิกฤต การตั้งศูนย์อพยพ-ศูนย์พักพิงรองรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง    การสนับสนุนการแพทย์: การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากแบบทันท่วงที

พลเอก กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองเสนาธิการทหาร เน้นย้ำว่า การฝึก กฝร.พตท.69 เป็นหัวใจสำคัญในการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคง ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตามแผนเผชิญเหตุแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติ เหตุความไม่สงบ หรือวิกฤตการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง ทุกฝ่ายจะสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ครั้งที่ 3/2569

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารศรีเกียรติพัฒน์อบจ.สงขลา
 พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกอบจ.สงขลา นายอดุลย์ ชูทองรองผวจ จ.สงขลานายทวีศักดิ์ อรัญดร ประธานสภาอบจ.สงขลา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนเข้าร่วม
          โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็น ปัญหาความเดือดร้อน และข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เพื่อนำข้อมูลไปประสานและผลักดันการแก้ไขปัญหาตามบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภา พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอเพื่อการพัฒนาพื้นที่
          นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกอบจ.สงขลาได้กล่าวต้อนรับคณะสมาชิกวุฒิสภาและผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมเห็นว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประกอบการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ
          ภายในเวทีมีการนำเสนอข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญของจังหวัดสงขลา อาทิ การพัฒนาด่านชายแดนสะเดาและปาดังเบซาร์ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อรองรับการท่องเที่ยว แนวทางพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม ท่าเทียบเรือ และโรงไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอจะนะ ตลอดจนการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจและสังคมปัญหาด้านทีทำกินและทีอยู่อาศัยของพี่น้องชาาวจังหวัดสงขลา เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและผลักดันสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย
          การจัดโครงการครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมเสนอปัญหาและแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ พร้อมเสริมความร่วมมือระหว่างวุฒิสภา จังหวัดสงขลา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สุพรรณบุรี เปิดตัวโครงการ"ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี" บ้านที่ออกแบบไลฟ์สไตล์เพื่อคนสุพรรณบุรี

ที่โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี” : ถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี  บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้เชิญสื่อมวลชน แถลงเปิดโครงการ "ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี" โดย คุณธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย และคุณสิรวิชญ์ คำกลิ่น ผู้จัดการแผนก ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ร่วมแถลงถึงแนวคิดการพัฒนาโครงการและการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงในจังหวัดสุพรรณบุรี  โดยเน้น 3 ประเด็นหลักคือ 1.มีความสงบ 2.อยู่อาศัยแล้วต้องมีความสุขของคนในบ้านทุกเพศทุกวัย และ 3.โครงการจะให้ความสำคัญเรื่องความสมดุลในการออกแบบให้มีความสมดุลกับผู้ที่อยู่อาศัย
จากนั้นได้พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการ และบ้านสไตล์ Oriental Series มีแบบบ้านให้เลือก 7 แบบ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี๋ยว แฝด พื้นที่ใช้สอย 135-330 ตารางเมตร บนนี้ที่กว่า 86 ไร่ จำนวน 384 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2014 ล้านบาท สำหรับบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 4.39 ล้านบาท พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชี ครัว ทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยกระดับการอยอาศัยด้วยเทคโลย์ Smart Home ผ่านระบบ Home Automation และ แอปพลิเคชัน SUPALAI SABAI รวมถึงรองรับการติดตั้ง EV Charger เพื่อให้ทุกวันของการใช้ชีวิตสะดวก ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคต
 เป็นครั้งแรกในจังหวัดสุพรรณบุรี 
ศุภาลัย รุกจังหวัดที่ 30 "สุพรรณบุรี" ชู Real Demand ยุคใหม่ ที่มองหามากกว่าบ้าน เปิด "ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี" บ้านเดี่ยว-บ้านแฝดซีรีส์ใหม่ เริ่ม 4.39 ล้านบาท บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายพอร์ตโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่องปักหมุด "สุพรรณบุรี" จังหวัดใหม่แห่งที่ 30 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดที่อยู่อาศัย รับดีมานด์ชื่อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Dernand) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการ "ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี" บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสไตล์ Tropical Oriental Series ที่ออกแบบเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่เติบโตไปพร้อม  กับทุกช่วงวัย เทคโนโลยีเพื่อบ้านยุคใหม่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครั้น และทำเลศักยภาพใจกลางเมืองสุพรรณบรี  ราคาเริ่มต้นเพียง 4.39 ล้านบาท* พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมบ้านตัวอย่างแล้ววันนี้ ก่อนเปิดจองสิทธิ์อย่างเป็นทางการในช่วง Pre-Sale วันที่ 1-2 สิงหาคม 2569
นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่เรามองเห็นในสุพรรณบุรี ไม่ใช่เพียงการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดในการเลือกบ้าน คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องการยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต ขณะที่หลายครอบครัวกำลังมองหาบ้านรองรับสมาชิกหลายช่วงวัยได้ในหลังเตียวกัน นี่คือภาพสะท้อนของตลาด Real Demand ในวันนี้ ที่ผู้บริโภคไม่ได้เปรียบเทียบ บ้านเพียงเรื่องราคาหรือทำเลอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับกับคำถามที่ว่า "บ้านหลังนี้จะทำให้การใช้ชีวิตได้ดีขึ้นอย่างไร" ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย ความยึดหยุ่น ความปลอดภัย สภาพแวดล้อม และความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน นี่จึงเป็นเป็นเหตุลที่ศุภาลัยเลือกสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดใหม่แห่งที่ 30 เพราะเราเชื่อว่าศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้กำลังเติบโตไปพร้อมกับความต้องการบ้านคุณภาพของคนในพื้นที่
จากความเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ศภาลัยจึงพัฒนาโครงการ "ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี"บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสไตล์ Tropical Oriental Series
 ภายใต้แนวคิด "ปลดล็อกความสุข ชีวิต...เริ่มต้นที่นี่"ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และการออกแบบที่เติบโตไปพร้อมกับทุกช่วงของชีวิต เพื่อให้บ้านหนึ่งหลังตอบโจทย์ทั้งวันนี้และอนาคตของครอบครัว โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี”  ถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ประสานงาน  คุณนันท์ณิศา (แก๊ป) โทร 095-453-9224
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//  

สุพรรณบุรี เตรียมจัดงานโครงการนาวาบูชาธรรม ปีที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่

ที่อำเภอสองพี่น้อง  จังหวัดสุพรรณบุรี นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานโครงการนาวาบูชาธรรม ปีที่ 2 พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ทางสายน้ำ มีพระปริยัติวรคุณ เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีอาจารย์นิตรา  เภตรา ประธานชมรม  Gen Y club องค์การสาธารณประโยชน์ จังหวัดปทุมธานี กล่าวรายงาน มีพระกำพล อคุคจกุโก ประธานดำเนินงานโครงการนาวาบูชาธรรม นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี นายรัชพล ฉันทดิลก รองนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง  นางมนภร พันธวงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้นตาล โดย มีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชน นักเรียน พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์หลวงปู่สด ร่วมงานจำนวนมาก   
วัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อสืบสานและเผยแผ่คุณูปการของ พระมงคลเทพมุนี (หลวงปู่สด) เพื่อนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ผ่านการเดินทางทางน้ำ ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตตั้งเดิมของชุมชนลุ่มแม่น้ำท่าจีน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นบ้านเกิดของพระมงคลเทพมุนี งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2569  
โดยมีพิธีอัญเชิญเครื่องสักการะบูชา "ทางสายน้ำ ประกาศคุณบูชาธรรมพระมงคลเทพมุนี (สด จมูทสโร) โครงการนาวาบูชาธรรม ปีที่ 2 เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษาประวัติศาสตร์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด"ล่องนาวา บูชาธรรม สืบสานคุณพระศาสนา เชื่อมโยงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน" มีเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ เทิดทูนและประกาศคุณพระมงคลเทพมุนี(สด จนทสโร) สืบสานมรดกทางพระพุทธศาสนาถ่ายทอดองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์แก่คนรุ่นใหม่ ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสังคม  เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนพัฒนาแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา สร้างรายได้และโอกาสให้แก่ชุมชนท้องถิ่น โครงการยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
สำหรับโครงการนาวาบูชาธรรม ปีที่ 2 ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญหลายด้าน ได้แก่พิธีประกาศคุณบูชาธรรมพิธีบูชาคุณพระมงคลเทพมุนี พิธีถวายสักการะ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งมีขบวนเรือนาวาบูชาธรรม ขบวนเรือประดับตกแต่งอย่างงดงาม ขบวนเรือเชิญพระพุทธรูป ขบวนเรือเชิดชูคุณพระมงคลเทพมุนี ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมบนสายน้ำ  โดยมีนิทรรศการ จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับ ประวัติพระมงคลเทพมุนี ประวัติบ้านเกิด เส้นทางชีวิต คุณูปการต่อพระพุทธศาสนา โครงการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ กิจกรรมวิชาการ เสวนาทางวิชาการ บรรยายพิเศษ เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานด้านพระพุทธศาสนา กิจกรรมวัฒนธรรม ขับเสภา ดนตรีไทย การแสดงพื้นบ้าน ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น 
ชมการแสดงร่วมสมัยที่สะท้อนคุณค่าทางศาสนา การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน โครงการมุ่งยกระดับพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยบูรณาการศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน ด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาส่งเสริมการเดินทางตามรอยพระมงคลเทพมุนีเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทางศาสนา พัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงจิตใจและการเรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม อนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน ส่งเสริมดนตรีไทยอนุรักษ์ขับเสภา ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สืบสานประเพณีไทย 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ประชาชนได้เรียนรู้ประวัติและคุณูปการของพระมงคลเทพมุนี (สด จนทสโร) อย่างถูกต้องเกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนีได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้า และบริการในท้องถิ่นเยาวชนและประชาชนเกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธธรรม และพระพุทธศาสนา เป็นต้นแบบของการบูรณาการศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
ซึ่งภายในงานทั้ง 5 วัน จัดให้มีกิจกรรมมากมาย ประกอบด้วย ประกวดเรียงความ ณ อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 (จัดงาน ณ ริมเขื่อนตลาดบางลี่) เวลา 17.00 น.  เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 18.00 น. ประกวดขับเสภา วันที่ 26 พฤศจิกายน 2569 (จัดงาน ณ ริมเขื่อนตลาดบางลี่) เวลา 17.00 น. ประกวดเพลงลูกทุ่ง วันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 (จัดงาน ณ ริมเขื่อนตลาดบางลี่) เวลา 17.00 น. ประกวดเพลงพื้นบ้าน(อีแซว/เพลงเรือ)
สำหรับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 (ริมเขื่อนตลาดบางลี่ - วัดสองพี่น้อง) เวลา 13.00 น. พิธีมอบรางวัลผู้ซนะการประกวด เวลา 15.00 น. พิธีอัญเชิญเครื่องสักการะบูชา "ทางสายน้ำ" จัดโดย คณะทำงานโครงการมาวาบูชาธรรม , ลูกหลานหลวงปู่ ,องค์กรภาคีเครือข่ายและศิษยานุศิษย์หลวงปู่ รัตนนาวาบูชาธรรม
สำหรับโครงการนาวาบูชาธรรม ปีที่ 2 ความเป็นมาของโครงการ โครงการนาวาบูชาธรรม ปีที่ 2 จัดขึ้นเพื่อสืบสานและเผยแผ่คุณูปการของ พระมงคลเทพมุนี (สดจนทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และเป็นพระมหาเถระผู้มีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนาไทย โครงการมุ่งนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ผ่านการเดินทางทางน้ำ ซึ่งสะท้อน วิถีชีวิตตั้งเดิมของชุมชนลุ่มแม่น้ำท่าจีน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นบ้านเกิดของ พระมงคลเทพมุนี
//ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี//

พิษณุโลก สมเด็จพระสังฆราช โปรดมีพระบัญชาแต่งตั้ง "พระรัตนโมลี" ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก

พิษณุโลก — เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ พระวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วั...