พิษณุโลก – ดีลเลอร์รถยนต์ชื่อดังเมืองสองแควโต้ข่าวดราม่า ยันไม่ได้ค้างเงินเดือนพนักงานยาวนาน 4 เดือนตามที่เป็นข่าว แจงเป็นผลกระทบสะสมช่วง ส.ค.-ก.ย. พร้อมกางแผนเคลียร์เงินครบจบภายใน พ.ย. นี้ ยืนยันไม่ปิดกิจการ ด้าน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฯ เร่งกำชับดูแลตามกฎหมายเพื่อความยุติธรรมทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอดีตและพนักงานโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ชื่อดังในพื้นที่ จ.พิษณุโลก รวมตัวร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก โดยอ้างว่าถูกนายจ้างค้างจ่ายเงินเดือนนานกว่า 4 เดือน จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีวิตและครอบครัว
ล่าสุด ตัวแทนเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ได้ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวหลังเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิษณุโลก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมเปิดเผยแนวทางการชดเชยเยียวยาพนักงานทั้งหมด
ตัวแทนบริษัทฯ เปิดเผยว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ว่าค้างจ่ายเงินนานถึง 4 เดือนนั้น ไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่เป็นผลกระทบสะสมจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งตัวแทนและเจ้าหน้าที่เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้บริหารและเจ้าของโชว์รูมมีความตั้งใจจริงและยืนยันความพร้อมที่จะชำระเงินที่ค้างจ่ายทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และพร้อมจะเดินหน้าดำเนินกิจการต่อไป
สำหรับ แผนการจ่ายเงินชดเชย บริษัทฯ ได้แบ่งพนักงานออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อจัดลำดับการจ่ายเงินอย่างเป็นระบบ ดังนี้ กลุ่มพนักงานปัจจุบันจำนวน 38 คน กำหนดชำระเงินค้างจ่ายทั้งหมดภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ส่วนกลุ่มพนักงานขอหยุดงานไม่รับค่าจ้าง และกลุ่มพนักงานที่ลาออกไปแล้ว กำหนดจ่ายเงินภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เช่นเดียวกัน
ด้าน นางจิรภาพร ปานะชาติ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของลูกจ้างและครอบครัว จึงได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและเข้ามาร่วมแก้ไขโดยเร็วที่สุด โดยได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม
"สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิษณุโลก ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้าง ยึดหลักความถูกต้อง คำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่าย และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน"