เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ.ร้านกาแฟดีดี คาเฟ่ นายธนาดร หลิมเจริญ ได้เข้าพบสื่อมวลชนเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ ในการลงสมัคร ประธานเครือข่าย ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ที่จะมีการคัดเลือกในวันที่ 25 สิงหาคม2569 ณ.ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการคัดเลือก
นายธนาดรกล่าว เปิด 5 แนวทาง ทสม.เพชรบูรณ์ ชูเครือข่ายประชาชนเชื่อมป่า น้ำ เกษตร ชุมชน และเศรษฐกิจสีเขียว เตรียมเพชรบูรณ์รับโลกที่กำลังเปลี่ยน
นายธนาดร หลิมเจริญ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อำเภอเขาค้อ เปิดมุมมองและแนวทางการทำงานก่อนการคัดเลือกประธานเครือข่าย ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมองว่าการคัดเลือกครั้งนี้เป็นมากกว่าเรื่องของตำแหน่ง แต่เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประชาชนรู้จักเครือข่าย ทสม. มากขึ้น และเห็นว่าคนในพื้นที่สามารถมีบทบาทในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดได้อย่างไร
นายธนาดร กล่าวว่าหลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ทสม.” แต่อาจยังไม่รู้ว่า ทสม. คือ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน เป็นเครือข่ายของประชาชนที่มีจิตอาสาและทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ มีบทบาททั้งการประสานความร่วมมือ สื่อสารสร้างความเข้าใจ ลงมือปฏิบัติ และติดตามสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ
ในส่วนสำหรับผมคิดว่า ทสม. ไม่ควรทำงานอยู่เฉพาะเวลามีกิจกรรม แต่ควรเป็นเครือข่ายของคนในพื้นที่ที่รู้จักบ้านของตัวเอง รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และสามารถเชื่อมชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาได้”
จากประสบการณ์ทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และชุมชนมากว่า 20 ปี ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในวันนี้ไม่สามารถแยกแก้เป็นเรื่อง ๆ ได้อีกแล้ว เพราะ ป่าเชื่อมกับน้ำ น้ำเชื่อมกับเกษตร เกษตรเชื่อมกับอาหารและรายได้ ขณะที่การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ล้วนพึ่งพาฐานทรัพยากรเดียวกัน
โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ซึ่งวันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงเรื่องน้ำแข็งขั้วโลกละลาย แต่กำลังสะท้อนผ่านอากาศที่ร้อนขึ้น ความแปรปรวนของฝน น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า PM2.5 ความเสี่ยงต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงต้นทุนและรายได้ของประชาชน การรับมือจึงต้องทำทั้งการลดสาเหตุและการเตรียมชุมชนให้สามารถปรับตัวต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับทิศทางด้านภูมิอากาศของประเทศในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเดินหน้าตามเป้าหมาย NDC 3.0 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 47% ภายในปี 2035 จากระดับปี 2019 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี 2050 การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับทั้งพลังงาน เกษตร ป่าไม้ อุตสาหกรรม ธุรกิจ เศรษฐกิจหมุนเวียน และการสร้างงานสีเขียวในอนาคต
“เราอาจมองว่า 2050 ยังอีกไกล แต่การเปลี่ยนผ่านแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว สิ่งที่เราทำได้ตั้งแต่วันนี้คือทำให้คนในพื้นที่เข้าใจว่าโลกกำลังไปทางไหน และค่อย ๆ เตรียมชุมชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ของเพชรบูรณ์ให้พร้อม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
จากแนวคิดดังกล่าว นายธนาดรเสนอ 5 แนวทางสำหรับ ทสม.เพชรบูรณ์ ภายใต้หลักคิดสั้น ๆ ว่า
“รักษา • รับมือ • สร้างมูลค่า • เชื่อมความรู้ • รวมพลัง”
1. รักษา — รักษาป่า รักษาน้ำ รักษาทุนของเพชรบูรณ์
ให้ความสำคัญกับ ป่าต้นน้ำ ป่าชุมชน แหล่งน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพร และพื้นที่สีเขียว ไม่มองป่าเป็นเพียงพื้นที่อนุรักษ์ แต่มองว่าเป็นต้นทุนสำคัญของน้ำ อาหาร เกษตร การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของคนทั้งจังหวัด
ส่งเสริมการฟื้นฟูระบบนิเวศ วนเกษตร เกษตรป่าไม้ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยให้ชุมชนที่อยู่กับทรัพยากรเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล
2. รับมือ — เตรียมชุมชนรับ Climate Change และภัยพิบัติ
พัฒนาเครือข่าย ทสม. ให้มีความรู้และมีบทบาทในการ เฝ้าระวัง เตือนภัย และเตรียมพร้อม ต่อไฟป่า PM2.5 น้ำท่วม ภัยแล้ง อากาศร้อน และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่
เปลี่ยนจากการรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การเตรียมพร้อมก่อนเกิดปัญหา พร้อมส่งเสริมแนวคิด ชุมชนคาร์บอนต่ำ พลังงานสะอาด การจัดการขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
3. สร้างมูลค่า — สิ่งแวดล้อมที่ดีต้องสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่
เชื่อมการอนุรักษ์กับ เกษตรยั่งยืน สมุนไพร อาหารปลอดภัย วนเกษตร การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจหมุนเวียน ธุรกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมสีเขียว
เพชรบูรณ์มีทั้งธรรมชาติ ภูเขา ป่า เกษตร ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอุทยานธรณี สิ่งเหล่านี้สามารถต่อยอดเป็นเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องแลกกับการทำลายทรัพยากร
> “การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน ต้องทำให้คนเห็นด้วยว่า การรักษาธรรมชาติสามารถสร้างคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจได้”
4. เชื่อมความรู้ — ภูมิปัญญาเดิม พบองค์ความรู้ใหม่
รวบรวมและต่อยอด ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความรู้ของกลุ่มชาติพันธุ์ สมุนไพร อาหาร การเกษตร การจัดการป่าและน้ำ เชื่อมกับวิทยาศาสตร์ ข้อมูล GIS เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ในระดับที่เหมาะสม
เปิดพื้นที่ให้โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักวิชาการ และเยาวชนเข้ามาร่วม เพื่อไม่ให้ความรู้ของคนรุ่นก่อนสูญหาย และทำให้คนรุ่นใหม่สามารถนำความรู้เหล่านั้นไปพัฒนาต่อได้
> “เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องมาแทนภูมิปัญญา แต่ควรช่วยให้ภูมิปัญญาถูกเห็น ถูกใช้ และถูกส่งต่อ”
5. รวมพลัง — 1 อำเภอ 1 วาระ เชื่อมทั้งจังหวัด
เพชรบูรณ์มี 11 อำเภอ แต่แต่ละพื้นที่มีปัญหาและต้นทุนไม่เหมือนกัน จึงเสนอแนวคิด “1 อำเภอ 1 วาระสิ่งแวดล้อม” ให้แต่ละพื้นที่ร่วมกันค้นหาประเด็นสำคัญของตัวเอง
บางอำเภออาจเป็นป่าและต้นน้ำ บางพื้นที่เป็นเกษตร น้ำ ขยะ เมือง การท่องเที่ยว หรือภัยพิบัติ แล้วให้เครือข่ายระดับจังหวัดทำหน้าที่ เชื่อมพื้นที่กับหน่วยงาน ท้องถิ่น สถานศึกษา ภาคธุรกิจ และองค์ความรู้ที่จำเป็น
หลักคิดคือ
> “พื้นที่คิด จังหวัดเชื่อม ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน”
นายธนาดรกล่าวว่า แนวทางทั้ง 5 ข้อไม่ได้หมายความว่า ทสม. จะเข้าไปทำหน้าที่แทนหน่วยงานใด เพราะแต่ละหน่วยงานมีภารกิจและความเชี่ยวชาญของตนเอง แต่สิ่งที่เครือข่ายภาคประชาชนสามารถช่วยได้คือ ทำให้ข้อมูล นโยบาย ความรู้ และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เชื่อมถึงประชาชนและพื้นที่ได้มากขึ้น
“ผมอยากเห็นวันที่เวลาพูดคำว่า ทสม. ประชาชนเพชรบูรณ์รู้ว่าเราคือใคร และรู้ว่าถ้ามีปัญหาเรื่องป่า น้ำ ขยะ ไฟป่า หรือสิ่งแวดล้อมในชุมชน มีเครือข่ายคนในพื้นที่ที่พร้อมประสานและช่วยกันหาทางออก”
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของเครือข่ายในอนาคตจึงไม่ควรวัดเพียงว่า หนึ่งปีจัดกิจกรรมกี่ครั้ง แต่ควรวัดว่าหลังจากทำงานแล้ว ป่าดีขึ้นหรือไม่ น้ำดีขึ้นหรือไม่ ชุมชนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือไม่ เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นหรือไม่
> “ผมไม่ได้คิดว่า ทสม. จะทำทุกอย่างได้เอง แต่เชื่อว่า ทสม. สามารถช่วยทำให้หลายอย่างเชื่อมถึงกันได้ เพราะคนที่อยู่ใกล้ปัญหาที่สุดก็คือคนในพื้นที่ และหากเราสามารถเชื่อมพลังของคนเหล่านี้กับองค์ความรู้และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ นั่นจะเป็นพลังสำคัญของเพชรบูรณ์ในอนาคต”
รักษา • รับมือ • สร้างมูลค่า • เชื่อมความรู้ • รวมพลั
เชื่อมคน • เชื่อมงาน • เชื่อมพื้นที่ เพื่ออนาคตของเพชรบูรณ์
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//