Thursday, April 2, 2026

เทศบาลนครพิษณุโลก จัดเต็ม! ฉลองสงกรานต์ 2569 ขนทัพศิลปินดัง-รำวงย้อนยุค กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

​พิษณุโลก (2 เม.ย. 69) – เทศบาลนครพิษณุโลก นำโดย นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีฯ พร้อมด้วยนายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และ น.ส.ศรัณยา โพธิ์ขาว ผอ.ททท.พิษณุโลก แถลงข่าวเตรียมจัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ มุ่งสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
โดยไฮไลท์กิจกรรมสำคัญ วันที่ 11 - 12 เม.ย.: อุ่นเครื่องความสนุกด้วย "รำวงย้อนยุค" และร้านค้าจากผู้ประกอบการร้านอาหารเมืองพิษณุโลก ณ สวนกลางเมือง ตั้งแต่เวลา 19.00 - 22.00 น.
11 - 15 เม.ย. ชิมอาหารพื้นบ้านใน "ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค" ณ ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ชาวแพ สวนชมน่านฯ (17.00 - 22.00 น.)
​วันที่ 13 เม.ย. (วันมหาสงกรานต์):
เวลา 07.30 น. ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ 74 รูป และปล่อยพันธุ์ปลา ณ หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) บ่าย 16.00 น. ชมขบวนอัญเชิญพระพุทธชินราชจำลอง และขบวนแห่นางสงกรานต์อันตระการตา เริ่มเคลื่อนขบวนจาก รร.เทศบาล 3 (วัดท่ามะปราง)
และเวลา 19.00 น. พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ เวทีวงเวียนสถานีรถไฟ
​สำหรับกิจกรรมความบันเทิง​พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ณ เวทีสถานีรถไฟ (19.00 - 22.00 น.) พบกับ เบนซ์ วงพริกไทย, วงมหาหิงค์, มีนตรา อินทิรา, Tobii, บุ๊ค ศุภกาญจน์, และวงบุดด้าเบลส เสริมทัพความมันส์ด้วย DJ TOM และ DJ 6 April + MC
โดยเช็คอินจุดเล่นน้ำและแลนด์มาร์คใหม่ที่เทศบาลฯ เนรมิตพื้นที่จัดงานด้วย น้ำพุลีลาประกอบดนตรี อุโมงค์พ่นหมอก และจุดถ่ายรูปเช็คอินกระจายอยู่ทั่วบริเวณสวนกลางเมือง, วงเวียนสถานีรถไฟ, สี่แยกบ้านแขก และถนนสายวัฒนธรรม (ถ.นเรศวร และ ถ.เอกาทศรถ)
​เทศบาลนครพิษณุโลก จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมสืบสานประเพณีไทยและสนุกกับกิจกรรมความบันเทิงตลอดเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

ผู้ว่าฯ มุกดาหาร สั่งเร่งจัดระเบียบ "ตลาดอินโดจีน" บูมเศรษฐกิจชายแดนรับเทศบาลเมืองใหม่

ตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร ใกล้แล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่รองรับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว เตรียมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
ล่าสุด (1 เมษายน 2569) จังหวัดมุกดาหารมีหนังสือด่วนที่สุดโดย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสั่งการให้เทศบาลเมืองมุกดาหาร เร่งดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่ตลาดอินโดจีน
โดยเฉพาะการจัดระเบียบผู้ประกอบการบริเวณริมถนนและการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เป็นระเบียบ
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการจัดงานประเพณีสงกรานต์และการกลับมาเปิดใช้งานพื้นที่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของคณะกรรมการพิจารณาเร่งรัดการดำเนินโครงการฯ พบว่าการรื้อถอนร้านค้าบริเวณริมถนนดำเนินการไปแล้วบางส่วนขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
จังหวัดมุกดาหารจึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการเพื่อให้การย้ายและจัดระเบียบเป็นไปอย่างเรียบร้อย
นอกจากนี้ ยังมีการระดมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อย และให้ความช่วยเหลือผู้ค้าอย่างใกล้ชิด
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการ “ปลดล็อกตลาดอินโดจีน”หลังการปรับปรุงโครงการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องโดยเมื่อทุกส่วนแล้วเสร็จคาดว่าจะทำให้ตลาดอินโดจีนกลับมาเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดมุกดาหารอีกครั้ง
//วิลาสินี เจริญสุข /รายงานข่าว
มุกดาหาร 081-5926966//

วุฒิสภา รุดดูงานสงขลา ชื่นชมกลไก "มหัศจรรย์ 1,000 วัน" แก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงรุก พร้อมดันระบบดูแลสุขภาพปฐมภูมิสู่ระดับประเทศ

กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ลงพื้นที่สงขลา การดำเนินงานด้านการบริการสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค 
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นำโดยนายโสภณ มะโนมะยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาล ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะเดินทาง ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนายแพทย์ปพน  ดิไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ดร. สุคนธ์ ชัยชนะ ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลพะตง และผู้แทนรักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วัน plus สู่ 2,500 วัน และชุมชนล้อมรักษ์ (จิตเวชคุ้มคลั่ง และการบำบัดยาเสพติดชุมชน สรุปได้ดังนี้
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลพะตง ได้นำเสนอกรณีศึกษาการช่วยเหลือแม่และเด็กในพื้นที่รับผิดชอบของ สอน. พะตง ที่ประสบความสำเร็จในการดูแลหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงที่มีประวัติการใช้สารเสพติด โดยอาศัยกลไกการเข้าถึงพื้นที่ผ่านการเยี่ยมบ้านเดือนละครั้ง และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จนสามารถให้มารดาเข้าสู่กระบวนการบำบัดและเลิกสารเสพติดได้สำเร็จ ก่อนเข้าสู่ช่วงระยะเวลาสำคัญของการพัฒนาการทารกในครรภ์ ส่งผลให้ทารกคลอดออกมามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำหนักตัวแรกเกิดตามเกณฑ์มาตรฐานที่ 2,500 กรัม และติดตามพัฒนาการจนถึงอายุ 6 ปี พร้อมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น อสม. เป็นผู้กระตุ้นการฝากครรรภ์ที่มีคุณภาพ ภายใต้ชมรมรักสุขภาพ มีการผลิตของเล่นเด็ก สอนเพลงกล่อมเด็ก การสนับสนุนให้เด็กดื่มนมแม่ “ลูกคน เลี้ยงด้วยนมคน” และมีโรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยง เพื่อวางแผนการดำเนินงานแม่และเด็กร่วมกัน 
ปัญหาอุปสรรค เนื่องจากพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ มีลักษณะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และมีเขตพื้นที่รอยต่อเชื่อมโยงกับชายแดน ส่งผลให้มีความซับซ้อนของโครงสร้างประชากร มีจำนวนประชากรแฝงในพื้นที่สูง ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการข้อมูลและการเข้าถึงการบริการภาครัฐให้ครอบคลุมและทั่วถึง ในด้านการบริหารจัดการบุคลากร และข้อจำกัดด้านทรัพยากรบุคคล มีการโยกย้ายบุคลากรบ่อยครั้ง ส่งผลให้ขาดความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบาย และการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปฏิบัติงาน แม้จะมีอุปสรรคข้างต้น แต่หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถจัดหาบุคคลากรดำเนินการต่อได้อย่างทันท่วงที
สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้ยุทธศาสตร์ "สงขลาโมเดล" เป็นการพัฒนากลไกเชิงรุก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการจัดการปัญหายาเสพติดและสุขภาพจิต โดยผ่านกระบวนการคัดกรองและจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามระดับความรุนแรงของอาการอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับสีแดงและสีส้มที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลทันที ไปจนถึงการบำบัดฟื้นฟูระยะยาวในระบบ "มินิธัญลักษณ์" และศูนย์พักคอย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับดูแลที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับสภาพอาการอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การดำเนินงานคือการบูรณาการฐานข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มเสี่ยงรุนแรง (SMI-V) ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายสุขภาพจิต เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ผ่านระบบ Dashboard ติดตามสถานะการกินยาและการใช้ชีวิตในชุมชนโดยกลไกประสานงาน 4 ทีมปฏิบัติการ ซึ่งนับเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุรุนแรงในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการได้กล่าวชื่นชมผลการดำเนินงานของ สอน. พะตง ที่มีความโดดเด่นในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะการรณรงค์ป้องกันยาเสพติด และการพัฒนาระบบปฐมภูมิเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในสถานการณ์เด็กเกิดน้อย และควรทบทวนแผนเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมืออุทกภัยในเขตพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
🌐 เว็บไซต์คณะกรรมาธิการ : https://www.senate.go.th/view/424/main/TH-TH/
#กมธ.  #สาธารณสุข #สว #กรรมาธิการ #วุฒิสภา
#กมธสาธารณสุขวุฒิสภา #วุฒิสภา #สาธารณสุขวุฒิสภา
#คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข

สตูลทำได้! กมธ.สว. ชื่นชมระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประชาชนมี “หมอประจำตัว” ครบ 100% พร้อมดันข้อเสนอเพิ่มสวัสดิการ-ลดภาระงานแพทย์


กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ลงพื้นที่สตูล ติดตามระบบสุขภาพปฐมภูมิ ชูความสำเร็จ “หมอประจำตัว” ครอบคลุม 100% พร้อมสะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้
       คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิ เมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมนครีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล โดยมี นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการ และ นายบุญชอบ สระสมทรัพย์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิ นำคณะกรรมาธิการร่วมรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสตูล และผู้บริหารด้านสาธารณสุขในพื้นที่
      จากข้อมูลพื้นฐาน จังหวัดสตูลมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 324,236 คน ครอบคลุมพื้นที่ 2,807.5 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนครัวเรือน 112,401 หลังคาเรือน และมีความหนาแน่นประชากร 115.49 คนต่อตารางกิโลเมตร โดยมีสถานบริการสาธารณสุขรวมทั้งสิ้น 74 แห่ง ประกอบด้วยโรงพยาบาลทั่วไป 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 6 แห่ง ศูนย์สุขภาพชุมชน 4 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 7 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 52 แห่ง ซึ่งมี 3 แห่งถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสถานบริการในเรือนจำ 1 แห่ง สะท้อนโครงสร้างบริการที่ครอบคลุมทั้งระบบ
ในด้านกำลังคนระดับปฐมภูมิ จังหวัดสตูลดำเนินการตามแนวคิด “3 หมอ” โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจำนวน 5,249 คน คิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อประชากร 61 คน และ 1 ต่อ 21 ครัวเรือน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำนวน 324 คน สัดส่วน 1 ต่อประชากร 1,004 คน และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจำนวน 31 คน สัดส่วน 1 ต่อประชากร 10,488 คน ทั้งนี้ มีหน่วยบริการปฐมภูมิ ได้แก่ รพ.สต. ศูนย์สุขภาพชุมชน และ PCU รวม 59 แห่ง โดยมีบุคลากรเฉลี่ย 5 คนต่อแห่ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนในระดับพื้นที่
     สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 จังหวัดสตูลสามารถดำเนินการจัดตั้งและขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายบริการ (PCU/NPCU) ครบถ้วนร้อยละ 100 ส่งผลให้ประชาชนทุกคนมีหมอประจำตัว โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวร้อยละ 44.12 และแพทย์ที่ผ่านการอบรมเวชศาสตร์ครอบครัวร้อยละ 55.88 มีพยาบาลวิชาชีพประจำครบทุกหน่วยบริการ และอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 5,150 คน ได้ลงทะเบียน Provider ID ครบถ้วนร้อยละ 100
     ในปีงบประมาณ 2569 จังหวัดสตูลได้กำหนดแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการปฐมภูมิอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การขึ้นทะเบียนประชาชนกับหน่วยบริการให้ครบถ้วนร้อยละ 100 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานหน่วยบริการตามเกณฑ์ พ.ศ. 2568–2570 การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตั้งแต่ระดับต้นทาง การนำระบบ Telemedicine มาใช้ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และการยกระดับบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขให้เป็นผู้ช่วยสาธารณสุขใน 4 ด้าน
     อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานด้านการรับรองคุณภาพมาตรฐานหน่วยบริการปฐมภูมิ พบว่าจังหวัดสตูลมีหน่วยบริการเป้าหมาย 65 แห่ง ผ่านเกณฑ์สะสมแล้วจำนวน 46 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 70.77 ครอบคลุม 7 อำเภอ โดยยังเผชิญปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ เกณฑ์การประเมินที่กำหนดจากส่วนกลางไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์บ่อยครั้งจนขาดความต่อเนื่อง ความไม่ชัดเจนในการตีความของผู้ประเมิน การเพิ่มเป้าหมายให้ประเมินทุกหน่วยบริการซึ่งส่งผลให้ภาระงานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
     นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเชิงโครงสร้างด้านกำลังคน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการสูญเสียแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเนื่องจากการเกษียณ การย้าย การลาออก หรือการหมดอายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รวมถึงภาระงานของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ต้องปฏิบัติงานทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ ควบคู่กับภารกิจด้านการรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และงานเอกสาร ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการ
จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในพื้นที่ ได้มีข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การกำหนดให้แพทย์ทุกคนต้องผ่านการอบรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวก่อนสำเร็จการศึกษา การปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับแพทย์ที่ผ่านการอบรมระยะสั้นให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นโดยไม่ต้องอบรมซ้ำเมื่อใบอนุญาตหมดอายุ การเสริมสร้างแรงจูงใจด้านค่าตอบแทนสำหรับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และการเตรียมความพร้อมรองรับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
     ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้แสดงความชื่นชมต่อการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดสตูล ซึ่งสามารถจัดบริการสุขภาพให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงแม้มีข้อจำกัดด้านลักษณะพื้นที่ โดยเฉพาะการมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนด รวมถึงความสำเร็จในการดำเนินโครงการผลิตแพทย์คืนถิ่นที่สามารถดึงบุคลากรกลับมาปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
      อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตสำคัญว่าการกำหนดสัดส่วนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อดูแลประชากรควรพิจารณาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การจัดบริการสุขภาพเป็นไปอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นธรรม และทั่วถึง อันสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 อย่างแท้จริง

ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง

🌐 Facebook : https://www.facebook.com/share/181MwCpsmG/?mibextid=wwXIfr

🌐 เว็บไซต์คณะกรรมาธิการ : https://www.senate.go.th/view/424/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81/TH-TH/

#กมธ.  #สาธารณสุข #สว #กรรมาธิการ #วุฒิสภา
#กมธสาธารณสุขวุฒิสภา #วุฒิสภา #สาธารณสุขวุฒิสภา
#คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข

ประจวบคีรีขันธ์ _ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ที่บ้านกลางอ่าวบีช รีสอร์ท ตำบลรงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบดีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุม โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3 ปรับปรุงช่วงที่ 1 ( พ.ศ. 2566 – 2580 ) ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 
โดยมี นายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (สทนช.2) นายอรรถพล ชำนาญเวชกิจ ผู้จัดการโครงการฯ พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำพื้นที่ และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมร่วมรับความคิดเห็น
โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของภาคส่วนต่างๆ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 - 2580)
โครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับแผนแม่บทเดิมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำกระบวนการ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment, SEA) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่สมดุลและสอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่
วัตถุประสงค์หลักของโครงการทบทวนและปรับปรุงรายงาน SEA ให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จัดทำเผนแม่บทลุ่มน้ำโดยพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของประเทศ บูรณาการทุกมิติ วางแผนงานครอบคลุมทั้งการจัดหา การจัดสรรน้ำการบรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้ง และ การฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเสนอแนะ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้แผนแม่บทเป็นที่ยอมรับ และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะเฉพาะที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลสลับกับเทือกเขาสูงทางก็ตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,371 ตารางกิโลเมตร ในเขต 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบางส่วนของจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดชุมพร สถานการณ์ด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอับฝน มีปริมาณน้ำต้นทุนจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น มักเกิดจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงมรสุม (เดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน) พบปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มบริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งกระทบต่อการเกษตรและการประมง
//////////////////////////////////
ข่าว    ณัฐธภพ พันสาย    /    จ.ประจวบคีรีขันธ์   0623644468

ผบ.ทอ. เป็นประธานพิธีหล่อ 3 พระอริยสงฆ์ ณ วัดสุดสวาสดิ์ เสริมบุญบารมีอุทิศกุศลเหล่านักรบไทย

  เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 09.19 น. ณ วัดสุดสวาสดิ์ ได้มีการประกอบพิธีมหากุศลเทปูนหล่อรูปเหมือนพระอริยสงฆ์ โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพรัตนมุนี เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 5 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก พนม ดอนตุ้มไพร ผู้บังคับการกองบิน 46 และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าร่วมพิธีด้วยความศรัทธา

พระครูสมปอง ตโมนุโท เจ้าอาวาสวัดสุดสวาสดิ์ เปิดเผยถึงรายละเอียดพิธีในครั้งนี้ว่า ทางวัดได้จัดพิธีหล่อรูปเหมือน พระอริยสงฆ์พร้อมกันถึง 3 รูป ได้แก่ 1. หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด 2.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เกจิเทพเจ้าชื่อดัง
สำหรับการสร้างครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐานไว้ ณ วัดสุดสวาสดิ์ ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการะ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและตอบแทนบุญคุณของเหล่าทหารหาญ โดยทาง พล.อ.ต.ธนภัทร แก้วกัลยา มีความประสงค์แรงกล้าในการจัดสร้างเพื่อมอบเป็นมหากุศลแก่ทหารในยุคอดีต ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ วัดสุดสวาสดิ์ยังได้แจ้งประชาสัมพันธ์สำหรับผู้ที่เลื่อมใสในพระเครื่อง "พระนางพญา วัดสุดสวาสดิ์" ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยทางวัดมีให้เช่าบูชาทั้ง พิมพ์เข่าโค้ง, พิมพ์เข่าตรง และพิมพ์สังฆาฏิ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อบูชาได้โดยตรงที่วัดสุดสวาสดิ์ หรือสั่งจองผ่านระบบออนไลน์และจัดส่งทางไปรษณีย์เพื่อความสะดวกขอพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ






เทศบาลนครพิษณุโลก จัดเต็ม! ฉลองสงกรานต์ 2569 ขนทัพศิลปินดัง-รำวงย้อนยุค กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

​พิษณุโลก (2 เม.ย. 69) – เทศบาลนครพิษณุโลก นำโดย นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีฯ พร้อมด้วยนายนิส...