Saturday, September 5, 2026

พิษณุโลก ผบ.มทบ.39 ติดอาวุธทางความคิด ส.อ.ร.ด. สู่ภารกิจความมั่นคง

     วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 10.00 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 บรรยายพิเศษให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน ขั้นต้น–ขั้นกลาง จังหวัดพิษณุโลก (ส.อ.ร.ด.) รุ่นที่ 11/2569 ในหัวข้อ “อาสาสมัครกับงานด้านความมั่นคง” ณ ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และบทบาทของอาสาสมัครในการสนับสนุนงานด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน
     โดยมี พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สหพันธ์สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พร้อมด้วย นางประนอม ทิวะพันธุ์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม ซึ่งการอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 5 วัน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พัฒนาศักยภาพสมาชิก ส.อ.ร.ด. ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่และสร้างประโยชน์แก่สังคมและประชาชนต่อไป
#มณฑลทหารบกที่39 #39thMilitaryCircle
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่ 39

กธม.ทหาร วุฒิสภา สัมมนาใหญ่ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หวังให้ กองทัพ เข้มแข็งด้วยขาตนเอง

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ และ ประธานอนุกรรมธิการกิจการทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ  เปิดเผยว่า คณะอนุฯไซเบอร์ มีการจัดจัดมนา เรื่อง การยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ในเวลา 8.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมสัมมนา บี 1 -2 ชั้น บี 1 อาคารรัฐสภา 
สำหรับการจัดการสัมมนาครั้ง สืบเนื่องจาก สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีปัญหาความขัดแย้งในแนวชายแดน ทั้งด้านตะวันออก ที่ติดกับ กัมพูชา ด้านตะวันตกที่ติดกับเมียนมา ซึ่งมีการสู้รบ ระหว่างรัฐบาลเมียนมา กับ กลุ่มชาติพันธุ์ และไทยได้รับผลกระทบ รวมทั้งปัญหาการบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ หน่วยงานความมั่นคง และ กองทัพ ต้องมีความพร้อม ในเรื่องของ อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี ซึ่ง ปัจจุบัน รูปแบบของการ สู้รบ การทำ สงคราม มีการปรับเปลี่ยน มีความก้าวหน้า ซึ่งสังเกิดได้จากการที่ สู้รบระหว่าง กองทัพไทยกับ กัมพูชา การสู้รบ ระหว่าง รัสเซีย กับ ยูเครน และการ สู้รบ ในตะวันออกกลาง ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน เป็นต้น
จะเห็นถึง บทบาทของ โดรน และ อาวุธยุทธโทปกรณ์ สมัยใหม่ เรื่องของ อวกาศ ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญในการ ทำสงคราม สมัยใหม่ ซึ่งในประเทศไทย จำเป็นที่ หน่วยงานความมั่นคง กองทัพ ต้องมีการปรับรูปแบบ ให้ทันสมัย ในเรื่องของ กองทัพโดรน ในเรื่อง เทคโนโลยี ยุทธปกรณ์ เพื่อการรับมือกับ ปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ
โดยข้อเท็จจริง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของคนไทย ไม่ได้ ล้าหลัง บริษัทเอกชน หลายบริษัท มีขีดความสามารถ ในการผลิต อาวุธ ยุทโธปกรณ์ หลายชนิด จนสามารถส่งขายให้กับ กองทัพ ของต่างประเทศได้ และ หน่วยงานของ กองทัพ  หล่ายหน่วย ก็สามารถ ผลิตอาวุธ ยุทธโปกรณ์ ใช้ได้เอง เช่น ปืนยิงเร็ว กระสุนปืน กระสุนปืนใหญ่ และอื่นๆ เอกชน และ สถาบันการศึกษาของไทย มีความสามารถในการสร้างดาวเทียม และส่งขึ้นไปสู่วงโคจร เพียงแต่ผลิตออกมาแล้ว  กองทัพ และ หน่วยงานความมั่นคง ยังมีข้อขัดข้อง ในการที่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จาก บริษัทเอกชน และ ของหน่วยงานของรัฐเอง ซึ่งยังติดทั้งข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ที่ล้าหลัง และไม่มีการแก้ไขให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ของปัจจุบัน  ซึ่งอนุกรรมธิการกิจการทหารด้าน ไซเบอร์ มีการตั้งคณะทำงานในหลายด้านด้วยกัน  เช่นการศึกษาเรื่อง โดรน เรื่อง อวกาศ และ เรื่องของ กฎหมาย เพื่อ ผลักดัน ให้ รัฐบาล เห็นชอบในการ ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้ ประเทศไทย สามารถ ปลดล็อค ในข้อกฎหมาย ที่เป็นปัญหาอุปสรรค ของ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมทั้งการให้ทุนในการ วิจัย การ ส่งเสริม สถานบันการศึกษา และ หน่วยงานของกองทัพ  ที่มีขีดความสามารถ เพื่อเป็นการต่อยอดให้กับ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีความก้าวหน้า และ กองทัพ สามารถ ยืนบนขาตนเอง หรือไม่ต้อง ยืมจมูกต่างชาติหายใจ ในยามมีภาวะศึกสงครามเกิดขึ้น
ในการจัด สัมมนาครั้งนี้ ภาคเช้า เป็นการนำเสนอของหน่วยงานความมั่นคง เช่น ความต้องการของกองทัพ  ระบบวิจัยและพัฒนา ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ  มาตรฐานทางทหาร และการรับรองคุณภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพราะที่จะได้รู้ถึงความต้องการของกองทัพ ในเรื่อง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ส่วนภาคบ่ายเป็นการนำเสนอของเอกชนที่อยู่ใน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในหัวข้อ การมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทย ซึ่งในการ สัมมนา ครั้งนี้ มีการเชิญ วิทยาการ ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ทั้งของภาครัฐ และ เอกชน เพื่อที่จะเป็นหนทางในการ ปลดล็อค ในข้อกฎหมาย และ อื่นๆ ที่กลายเป็น ปัญหา อุปสรรค ของ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา หวังว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกาย ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคต

คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ และศูนย์วิสาหกิจชุมชนเฮือนนางคราม จังหวัดสกลนคร

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่สาม และคณะ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และนายสรรรัตน์ ปวริญญานนท์ ผอ. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ และผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ ให้การต้อนรับ รวมทั้งได้รับฟังสรุปการดำเนินงานของจังหวัดสกลนครที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการศึกษา ด้านการสาธารณสุข และด้านศาสนาและวัฒนธรรม
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้รับทราบประวัติความเป็นมาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การรวบรวมงานศึกษาและทดลองด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง และเป็นแหล่งต้นแบบการพัฒนาและอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่าไม้ รวมถึงการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ทั้งนี้ คณะเดินทางได้เยี่ยมชมต้นแบบ “5 ดำ มหัศจรรย์” ซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ และการสาธิตการทำยาดมสมุนไพรอีกด้วย
จากนั้น ในเวลา 14.00 นาฬิกา ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิสาหกิจชุมชนเฮือนนางคราม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โดยมีนางฐิติมา บุญต่าย ประธานวิสาหกิจชุมชน และผู้แทนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและผู้แทนเทศบาลนครสกลนคร ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปความเป็นมา รวมทั้งการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและอนุรักษ์ผ้าคราม ซึ่งเป็นผ้าที่มีชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประชาชนในจังหวัดสกลนครอีกด้วย
การเดินทางไปศึกษาดูงานในครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาศึกษาและดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป

นายกอบจ.สงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล อบจ.สงขลา คัพ ประจำปี 2569

วันที่ 2 กันยายน 2569 ณ โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาติณสูลานนท์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล อบจ.สงขลา คัพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วย นายธนิศร์ ทองสุข, นายพงศธร ฆังฆะ เลขานุการนายก อบจ.สงขลา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.สงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี โดยมี นายอภิชัย เกื้อก่อบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด มีภารกิจสําคัญในการส่งเสริมการกีฬา การออกกําลังกาย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬาอย่างทั่วถึง จึงได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล อบจ.สงขลา คัพ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  ขึ้นระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569
เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะกีฬาวอลเลย์บอล สร้างเสริมสุขภาพ ระเบียบวินัย ความสามัคคี และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้พัฒนาศักยภาพสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น
🏆 การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภท
🔹 ประเภททีมชาย 16 ทีม
🔹 ประเภททีมหญิง 16 ทีม
จาก 16 อำเภอในจังหวัดสงขลา
การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากนักกีฬา ผู้ฝึกสอน บุคลากร เจ้าหน้าที่ สถานศึกษา หน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนวงการกีฬาและสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง

พัทยา แข่งขันกีฬาโรงเรียนในเครือมารีวิทย์ ประชันจ้าวสระ เฟ้นหา “เงือกน้อย-ฉลามจิ๋ว” คึกคักสนุกสนาน

วันที่ 5 กันยายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนมารีวิทย์ได้จัดแข่งขันกีฬาพัฒนาความสามารถนักเรียนในรายการ SWIMMING COMPETITION-MARYVIT AFFILIATED SCHOOL "SWIMMING COMPETITION 2026" ณ สระว่ายน้ำโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี 
การแข่งขันเป็นการรวมเอานักกีฬาตัวแทนจากโรงเรียนในเครือมารีวิทย์ ได้แก่ มารีวิทย์ พัทยา (อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี) — วิทยาเขตหลัก, มารีวิทย์ สัตหีบ (อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี), มารีวิทย์ บ่อวิน (อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี) และมารีวิทย์ ระยอง (จังหวัดระยอง) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ปกครองต่างมารวมเชียร์บุตรหลานกันอย่างสนุกสนาน
ทั้งนี้ โรงเรียนมารีวิทย์ที่มุ่งเน้นวิชาการอย่างเข้มข้น ด้วยการพัฒนาทักษะรอบด้านให้นักเรียน จะมีกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างแท้จริง โดยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนมาโดยตลอด 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พัทยายิ้ม! ทหารมะกันเที่ยวกระจุย-ช้อปกระจาย

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เผยว่า หลังจากทหารเรือกองทัพสหรัฐอเมริกาเดินทางมาพักผ่อนยังเมืองพัทยา ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคักเป็นอย่างมาก กลุ่มทหารจะท่องเที่ยวแบบกระจายตัวไม่ใช่แค่สถานบันเทิง แต่ไปแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง 
เมืองพัทยามีห้องพักประมาณ 2 แสนห้อง ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมายังพัทยามากกว่า 20 ล้านคน โดยเฉพาะเกาะล้านมีนักท่องเที่ยวไปเฉลี่ยวันละ 5,000-10,000 คน ทำให้วามารถรองรับกลุ่มทหารอเมริกันได้อย่างสบาย ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เมืองพัทยาจะประชาสัมพันธ์เรื่องการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลก
ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้คำนึงถึงภาพลักษณ์ของประเทศเพราะตอนนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่าถือโอกาสเอาเปรียบนักท่องเที่ยว หรือโก่งราคา เพราะตอนนี้เมืองพัทยาเป็นที่จับตาของชาวเน็ต จึงขอให้ร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวจากคณะเรือรบ USS ในครั้งนี้ด้วยเพื่อสร้างความประทับใจต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

"จุติ" ปลุกเด็กพิษณุโลก "รักถิ่นเกิด" จัดประกวดเรียงความชูสถาบันฯ ยันรัฐบาลอยู่ได้ถ้าไม่มีทุจริต

พิษณุโลก — นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เดินทางเป็นประธานเปิดโครงการ "รักถิ่นฐานบ้านเกิด" ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมี นายปถังกร พรสุวรรณ์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมตัวแทนนักเรียนกว่า 60 คนจากทั่วจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม
นายจุติ ได้กล่าวปาฐกถาชี้ให้เห็นถึงโจทย์ใหญ่ของการศึกษาไทย โดยระบุว่า แม้อัตราการเกิดของประชากรจะลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 แต่งบประมาณด้านการศึกษากลับเพิ่มขึ้นทวนกระแส สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ซ้ำซ้อนจากการนำหลักสูตรใหม่มาใช้โดยไม่ยกเลิกหลักสูตรเดิม ส่งผลให้เยาวชนในพื้นที่ชนบทยังคงขาดแคลนโอกาส การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงมุ่งชี้ช่องทาง "เรียนลัด" และบริหารจัดการชีวิตอย่างพอเพียง
พร้อมกันนี้ ได้มอบโจทย์เขียนเรียงความชิงรางวัลแก่เยาวชน 2 หัวข้อ คือ 1) สรุปผลลัพธ์จากการเรียนรู้ในวันนี้ และ 2) ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อฝึกทักษะการถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กยุคใหม่ โดยเน้นย้ำว่าประวัติศาสตร์ชาติไทย 700 ปีดำรงอยู่ได้ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ และปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ยังคงเป็นแนวทางที่ก้าวหน้าล่วงหน้าถึง 50 ปีที่ไทยควรนำมาปรับใช้

​ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ของ นายจุติ เกิดขึ้นท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่เริ่มร้อนระอุใกล้วันที่ 7 กันยายน หลังเจ้าตัวตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการอภิปรายหนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี นายจุติ ได้ทิ้งท้ายถึงสถานะความมั่นคงของรัฐบาลอย่างมั่นใจว่า "ตราบใดที่รัฐบาลไม่มีเรื่องทุจริต รัฐบาลก็อยู่ได้"

พิษณุโลก ผบ.มทบ.39 ติดอาวุธทางความคิด ส.อ.ร.ด. สู่ภารกิจความมั่นคง

     วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 10.00 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 บรรยายพิเศษให้แก...