Tuesday, July 2, 2024

โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมเปิดอาคารใหม่ ยกระดับการบริการ ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ด้านภูมิภาคตะวันตก

  วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 32 ปี ร่วมกับ แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)  และประธานคณะผู้บริหารอาวุโสกลุ่ม 1, พญ.เมธินี ไหมแพง ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ , ดร.พญ.ดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ และรองประธานคณะผู้บริหารกลุ่มที่1 พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์  สะสมทรัพย์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐมเข้า
ร่วมพิธีเปิดอาคารC อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการบริการ ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ด้านภูมิภาคตะวันตก 
ทั้งนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ฉลองครบรอบ 32 ปี มุ่งมั่นที่จะให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ ให้บริการทั้งผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมอย่างดี ให้บริการด้วยความเอาใจใส่ และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในเฉพาะปีนี้ ได้เปิดตึกใหม่ อาคาร C เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และให้บริการอย่างครอบคลุมมากขึ้นขึ้น ซึ่งภายในตึกใหม่ประกอบด้วย ศูนย์อายุรกรรมและอายุรกรรมเฉพาะทาง  ศูนย์เวลเนสกรุงเทพสนามจันทร์ ศูนย์สุขภาพ ซึ่งมีการแยก การให้บริการเป็นเด็กดีและเด็กป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ศูนย์สุขภาพหัวใจและสมอง และ ศูนย์ส่องกล้อง
ตลอดระยะเวลา 32 ปี โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ บริการด้วยใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจให้บริการ ไม่หยุดพัฒนา ตั้งแต่เรื่องคุณภาพการบริการ เทคโนโลยีที่ทันสมัย คุณภาพของแพทย์เฉพาะทางที่จำเป็นครบทุกสาขา โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในภูมิภาคตะวันตก ทางโรงพยาบาลมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพบริการในทุกๆด้าน โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการแพทย์ด้านภูมิภาคตะวันตกที่ให้การบริการรักษาโรคครอบคลุมทุกมิติ มาตรฐานใกล้เคียงกับโรงพยาบาลกรุงเทพสาขาใหญ่   
       นอกจากนี้ ได้มีการบรรยายให้ความรู้ข้อมูลเรื่องสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นายแพทย์ธนินทร์ อนุพันธนันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ที่เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุ Ortho trauma ในหัวข้อ การบาดเจ็บที่กระดูกจากอุบัติเหตุและการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพหลังจากการบาดเจ็บที่กระดูก พร้อมให้ความมั่นใจเหตุฉุกเฉินที่มีศูนย์ความเป็นเลิศด้านอุบัติเหตุดูแล ร่วมกับ นายแพทย์วรภัทร บัณฑรวรรณประสาทศัลยศาสตร์  และนายแพทย์ ทินกร สำเร็จ อายุรแพทย์โรคหัวใจ พูดคุยเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนของโรคหัวใจและหลอดเลือด และการป้องกันและการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ
โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนชาวนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง ว่าทุกคนอยากได้รับการรักษาที่ดี มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอด 24 ช.ม สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัย ส่งต่อแพทย์เฉพาะทาง และได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งยังเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจทั้งจากคนไทย และชาวต่างชาติที่เลือกใช้บริการตรวจ วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูสุขภาพด้วยดีมาตลอด อีกทั้งศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ยังผ่านการรับรองมาตรฐานศูนย์บริการผู้บาดเจ็บ ระดับ 3 ตามมาตรฐานของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย เพราะทุกวินาทีมีค่า ทางโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ยังมีแพทย์เฉพาะทางตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าจะเป็น แพทย์ฉุกเฉิน กุมารแพทย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท อายุรแพทย์โรคหัวใจ 

เจ้าคณะอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานประชุมพหุภาคี อำเภอกำแพงแสน

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม  2567 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์  ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน  เป็นประธานการประชุมประจำเดือน หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ฯลฯอำเภอกำแพงแสน ครั้งที่ 7/2567  ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน  โดยมี หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ เข้าร่วมการประชุม ประจำเดือนกรกฎาคม 2567  ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน โดยมีข้อราชการดังนี้
       1.การประดับเครื่องหมายและมอบหนังสือสำคัญแสดงหลักฐานผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฯลฯ ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ จำนวน  6 ราย 
       2.ประชุมชี้แจงมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และจังหวัดนครปฐม   
         ในการนี้ได้รับความเมตตาจากพระครูอมรบุญญารักษ์ เจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำจืด เจ้าคณะอำเภอกำแพงแสน  เป็นประธานประชุมพหุภาคีอำเภอกำแพงแสน ระหว่างพระสังฆาธิการ  ฝ่ายปกครองท้องที่ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   และหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอกำแพงแสน ในครั้งนี้อีกด้วยโดยได้มีการชี้แจงผลการขับเคลื่อนโครงการ 1 พระสงฆ์ 1 กิจกรรม  1ตำบล  โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และโครงการวัดประชารัฐสร้างสุขของคณะสงฆ์ ที่ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย การร่วมมือกันกับ 7 ภาคีเครือยข่าย ในระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านเพื่อสร้างความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
     
  

“อลงกรณ์“ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ห่วงโลกรวนทำไทยประเทศเสี่ยงท็อปเทนของโลก เร่งผลักดันนวัตกรรมลดก๊าซเรือนกระจก

     “จิรวัฒน์“เปิดตัว“คาร์บอนเทค“(CARBON Tech)มั่นใจช่วยลดโลกร้อนสร้างโอกาสใหม่คาร์บอน เครดิตให้ประเทศไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์(FKII Thailand) เปิดเผยวันนี้ว่าจากรายงานดัชนีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก( Global Climate Risk )ล่าสุดเปิดเผยว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change)มากที่สุด ซึ่งกลุ่มคนยากจนได้รับความเสียหายมากกว่าประชากรกลุ่มรายได้อื่นๆ 
“สถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์จึงเร่งผลักดันนวัตกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรวนโลกร้อนทะเลเดือดที่มาเร็วและแรงกว่าที่คาดหมายโดยในปี2566ต่อเนื่องถึง5เดือนแรกของปีนี้มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดต่ำลงเกษตรกรมีรายได้น้อยลงและครึ่งหลังของปีนี้อาจเผชิญภาวะน้ำท่วมอย่างรุนแรงในวงกว้างจากปรากฏการณ์ลานีญ่า”
นายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ นายกสมาคมธุรกิจไม้ และหนึ่งในองค์ปาฐกของงานเอฟเคไอไอ.ครั้งที่ 1ได้นำเสนอรายงานพร้อมกับเปิดตัว“คาร์บอนเทค“(CARBON Tech)โดยแสดงความมั่นใจว่าจะช่วยลดโลกร้อนสร้างโอกาสใหม่คาร์บอน เครดิต(Carbon Credit)ให้ประเทศ ไทย
“ปัจจุบันทั่วโลกต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อแข่งกับเวลาในการแก้ไขปัญหา "โลกเดือด" รวมทั้งงัดมาตราการบังคับใช้กับภาคธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้จ่ายเงินซื้อเครดิต หรือที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิตกับโครงการต่างๆ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถส่งออกคาร์บอนเครดิตจากการปลูกต้นไม้ได้เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันการปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา "โลกเดือด" และไม่ทันต่อความต้องการคาร์บอนเครดิตจากภาคธุรกิจทั่วโลก 
จึงได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนจากสาหร่าย (Algae-Based Carbon Sequestration), เทคโนโลยีการเพาะปลูกแบบผสมผสานเชิงนิเวศ (Eco-Interwoven Cultivation), เทคโนโลยีการเพิ่มความเป็นด่างในมหาสมุทร (Ocean Alkalinity Enhancement) และเตรียมขยายผลนวัตกรรมต่างๆเหล่านี้ออกมาเป็นเชิงพาณิชย์
โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30-40 ภายในปี 2030 และเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 แต่ยังสร้างโอกาสในการขาย Carbon Credit ที่มีมูลค่าตลาดหลายล้านล้านบาทในอนาคตให้กับประเทศอีกด้วย
นวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ให้กับประเทศไทย ซึ่งสามารถเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออก Carbon Credit ในภูมิภาคและทั่วโลก.”
     สำหรับสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(FKII Thailand: Field for Knowledge Integration and Innovation)เป็นองค์กรวิสาหกิจเพื่อสังคม100%(Social Enterprise)ทำหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่นวัตกรรมและองค์ความรู้รวมทั้งเป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานวิจัยกับภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี.ตลอดจนองค์กรภาคเกษตรและเกษตรกรสามารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์.

ก.แรงงาน ผนึกกำลังทีมสหวิชาชีพ ติวเข้มพนักงานตรวจ เดินหน้าป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ มุ่งไทยสู่เทียร์ 1

วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นางสาวโสภณา บุญ-หลง  ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน  พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน  ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องพาโนรามา 1 ชั้น 14 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
นายไพโรจน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านความมั่นคง โดยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งในเรื่องนี้ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนำมาตรฐาน การปฏิบัติงาน (SOP) ในการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการบังคับใช้แรงงาน และการนำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติฯ (NRM) นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ ด้านแรงงาน ซึ่งการปฏิบัติงานดังกล่าว มีความจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้แก่เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทีมสหวิชาชีพ ให้มีความความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน และได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 
สำหรับโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จัดขึ้นโดยสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน มีกำหนดการฝึกอบรม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ร่วมฝึกอบรมประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมการปกครอง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กรมประมง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 73 คน
นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่สำคัญ กระทรวงแรงงานได้จัดทำและบังคับใช้คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจคัดกรองเบื้องต้น (SOP) และแบบตรวจคัดกรองเบื้องต้น (รบ.1) โดยมีผลการดำเนินงาน ในปีที่ผ่านมาหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานดำเนินการตรวจคัดกรองเบื้องต้น พบ ผู้ที่อาจเข้าข่ายถูกบังคับใช้แรงงาน 112 ราย จากปฏิบัติการตรวจ 2,122 ครั้ง มีการส่งเสริมสถานประกอบการ 42,480 แห่งให้นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) มาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน 2,445,194 ราย จากผลการดำเนินการดังกล่าว ทำให้กระทรวงแรงงานได้รับรางวัลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี  2567 จำนวน 2 รางวัล คือ รางวัลหน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และรางวัลบุคคลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
“กระทรวงแรงงานมีความมุ่งมั่นในการยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทย โดยการนำข้อเสนอแนะของสหรัฐอเมริกามาพิจารณาเป็นแนวทางในการทำงาน การพัฒนาเครื่องมือในการทำงาน การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องทุกกระบวนการตามหลักสากล ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติได้ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา และนำไปสู่การได้รับการจัดระดับให้อยู่ใน Tier 1 ต่อไป” นายไพโรจน์ กล่าว 

ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ไปร่วมงานและมอบรางวัลให้ผลงานวิจัยดีเด่นของบุคคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. อนุญาตให้นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ไปร่วมงานและมอบรางวัลให้ผลงานวิจัยดีเด่นของบุคคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลาตามคำเชิญของสถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 
ชึ่งกำหนดจัดกิจกรรม YRU Research Day ๒๐๒๔ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านการวิจัยแก่บุคลากร ทั้งภายในและภายนอก ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กระผมในนามคณะกรรมการบริหารหน่วย ปฏิบัติการส่วนหน้าของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จังหวัดยะลา ภูมิใจที่ได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดและร่วมกิจกรรมในงาน YRU Research Day ๒๐๒๔ ศอ.บตเชื่อมั่นว่าผลงานวิจัยที่ดีสามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมสร้างมูลค่าได้อย่างดีเยี่ยมครับ

พิษณุโลก ส่องชีวิต”ครูอัตราจ้าง” เมืองพิษณุโลก เงินเดือน 7,000 บาท ห่อข้าวมากินกลางวัน มุ่งสู่ฝั่งฝัน หวังสิทธิสอบบรรจุกรณีพิเศษ เพื่อนๆวิ่งส่งของตู้ทึบ รับ 30,000 บาททัก .. มันใช่รึ !..เนี่ยมัน ครู นะ!

วันนี้ 2 ก.ค.67  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้รัฐบาลมีแผนจะปรับขึ้นค่าแรงไป 400 บาท  อาชีพพ่อพิมพ์แม่พิมพ์โดยเฉพาะ”ครูอัตราจ้าง”เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ถูกลืม ล่าสุด นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีตสส.พิษณุโลกหลายสมัย นายพงษ์มนู ทองหนัก สส.เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ นางพีรกานต์ ทองเชื้อ นายกอบต.วังพิกุล เดินทางไปโรงเรียนวังพิกุลและโรงเรียนวัดดงข่อย ต.วังพิกุล อ.วังทอง พิษณุโลก วานนี้ 1 ก.ค.67 เพื่อพบปะเด็กนักเรียน มอบอุปกรณ์กีฬาและเตรียมแผนนำผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษสอนให้เด็กนักเรียนทางออนไลน์”ซูม” ในแถบต.วังพิกุล ทั้งนี้โรงเรียนดงข่อยถือเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวนไม่ถึง100คน พื้นที่ไม่ได้อยู่ห่างไกลต่างอำเภอ กลับอยู่ชานเมือง ทำให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าตัวเมือง จึงแทบไม่มีเด็กเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบครูพละ ชาย  1 คน ลักษณะท่าทีกระตื้อรื้อล้นในอาชีพครู สอบถามทราบชื่อต่อมา คือ นายกรรชัย หุนกระโทก วัย 21 ปี ตำแหน่ง”ครูอัตราจ้าง” บอกอีกว่า เงินเดือน 7,000 บาท (เจ็ดพันถ้วนๆ)  ครูกรรชัย เล่าว่า การเป็นครูถือว่า ยากสุดๆ แต่ก็สงสัยว่า ทำไม เงินเดือนช่างน้อยนัก สมัยเด็กๆ อยากเข้าราชภัฎฯสายครูพละ แต่สอบเตะกระกร้อไม่ผ่าน จึงต้องไปเรียนและจบมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติสุโขทัยในที่สุด คำว่า ครุศาสตร์ถือว่า เข้ายากมากกว่าคณะนิเทศศาสตร์, คณะบัญชี  แถมเรียนนาน 5 ปี มากกว่าสายอาชีพอื่น แต่วันนี้สงสัยว่า ทำไม?? เงินเดือนน้อยมาก ครูอัตราจ้าง ก็คือ เรือจ้างจริงๆ ทำไงได้ ! ต้องทำใจ เพื่อนผม วิ่งส่งของ รถตู้ทึบ รับเงินเดือน 30,000 บาท เพื่อนมันก็บอก…มันใช่หรือ..เนี่ยมัน ครู นะ!! 

ครูกรรชัย บอกอีกว่า ผม เพิ่งทำงานวันแรก  เป็นครูพละอัตราจ้าง เคยเป็นครูอัตราจ้างแม่ระกาเงินเดือนก็น้อยกว่านี้มาก แค่หลักพันบาทต้นๆ และเคยทำงาน อบต.แม่ระกา ได้รับเงินเดือนเก้าพันบาท จึงมาทำงาน ครูอัตราจ้าง รร.”วัดดงข่อย”เพราะใจรัก  และต้องการทำงานครูอัตราจ้างจำนวน 3 ปีเพื่อมีสิทธิสอบกรณีพิเศษหรือสอบบรรจุทั่วไป 
ถามว่า เงินเดือนแพงไหม ? ครูกรรชัย บอกว่า ไม่แพง คือ เงินเดือนถูก แต่เราเลือกไม่ได้  ผมต้อง…ทำใจ เพราะผมเรียนจบอาชีพครู หวังไว้ อนาคตคงน่าจะดีกว่านี้ ถ้าสอบบรรจุได้  
เงินเดือน7พันบาท ยังแบ่งให้แม่ 1 พันบาท เหลือเป็นค่าน้ำมันมอเตอร์ไซด์ เดินทางไปกลับ ต.วังพิกุล ต.แม่ระกา ระยะเกือบ 20 กิโลเมตร เฉลี่ย 2 วันเติมน้ำมัน 50 บาท ถ้ามีภารกิจอื่นก็วันละ 50 บาท ต้องห่อข้าวมากินที่โรงเรียนดงข่อยทุกวัน ถ้าไม่เอาข้าวมา ก็อยู่ไม่ได้  
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรมเปิดงาน“มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ครั้งที่ 22 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีลูกหนี้เข้าร่วมแก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งลูกหนี้ กยศ. และสถาบันการเงิน

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.67 ที่ โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์  นายยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ครั้งที่ 22 จ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดโดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ โดยมี นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน มี นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวต้อนรับ และมี นางระวีวรรณ หงส์ขจรโพธิ์ทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบฯ น.ส.กชวรรณ จันทร์เณร อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดฯ นายอุดมศักดิ์พสิณ เย็นใจ , น.ส.พรพิมล สวัสดิผล รองอัยการจังหวัดฯ นายวสันต์ เภรีวิค ยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ นายรณกร พรหมอินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดฯ นายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด นางพิศมัย แก้วแจ่มใส คลังจังหวัดฯ น.ส.กนกวรรณ ใจกล้า ผอ.สำนักงานคุมประพฤติ สาขาหัวหิน  พ.ต.อ.ภษรุฒจ์ แสงอากาศ ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสถานีตำรวจทุก สภ.ใน ภ.จว.ประจวบฯ ผู้แทนสถาบันการเงิน ผู้แทน กยศ. ผู้ไกล่เกลี่ยประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เครือข่ายอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิฯ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน คณะอาสาสมัครคุมประพฤติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. และประชาชนผู้เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินและลูกหนี้ กยศ. ที่พร้อมจะเข้าไกล่เกลี่ยหนี้ เข้าร่วม
จากนั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ประธานในพิธี ได้มอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนประจำสถานีตำรวจภูธรฯจำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย 1. ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.เมืองประจวบฯ 2. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.หัวหิน 3. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.ปราณบุรี 4. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.สามร้อยยอด 5. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.ทับสะแก 6. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.ธงชัย อ.บางสะพาน 7. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.บางสะพาน 8. ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ สภ.บางสะพานน้อย 
ต่อจากนั้น ประธานพร้อมผู้เข้าร่วมงาน ได้เดินเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมจัดนิทรรศการสร้างการรับรู้ทางกฎหมาย และงานบริการประชาชนของหน่วยงาน ประกอบด้วย บูธนิทรรศการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดฯ สำนักงานบังคับคดีจังหวัด เรือนจำจังหวัดฯ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดฯ สถานพินิจเด็กและเยาวชนจังหวัดฯ ศาลจังหวัดฯ สำนักอัยการคุ้มครองสิทธิฯ คลังจังหวัด สำนักงาน ปปส.ภาค 7 ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด 19 บางคนตกงาน บางคนถูกลดเงินเดือน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สินค้าอุปโภคบริโภค มีราคาแพงขึ้น ราคาน้ำมันก็พุ่งสูง ซึ่งเกิดจากสภาวะของโลก จนทำให้เกิดหนี้สินเป็นจำนวนมาก บ้างก็ค้างค่างวด ส่งสถาบันการเงิน บ้างก็ถูกยึดบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัย รัฐบาลปัจจุบันจึงกำหนดกรอบในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดย กระทรวงยุติธรรมจะไม่นิ่งเฉย จะดำเนินการช่วยคลายหนี้ให้กับทุกคนเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม ได้นำนโยบายจากนายกรัฐมนตรี ดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน และไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม ของผู้มีภาระหนี้สิน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ สร้างความตระหนักรู้ และเลือกใช้การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ซึ่งต้องเกิดจากความสมัครใจ และเกิดความเป็นธรรมของทุกฝ่ายในการยุติข้อพิพาททางแพ่ง และข้อพิพาททางอาญา ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 ประกอบด้วย การไกล่เกลี่ยหนี้สินก่อนฟ้อง ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ และหลังศาลพิพากษา ตามระเบียบของกรมบังคับคดีว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2558 เพื่อให้ประชาชนที่เป็นหนี้ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เช่าซื้อ ลิสซิ่ง ที่ผิดนัดชำระหนี้เข้าเกณฑ์ฟ้อง หรือไม่มีกำลังผ่อนชำระตามสัญญา เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 
นอกจากนี้ยังมีความรู้ เพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชน เป็นเกราะป้องกันปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนต่อไป โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประโยชน์ในกรณีก่อนฟ้อง คือ การผ่อนผันการชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือน งดฟ้องดำเนินคดี และรับเงื่อนไขปลดผู้ค้ำประกัน สำหรับในส่วนของชั้นบังคับคดี หรือหลังคำพิพากษา ประโยชน์ที่จะได้รับ คือ การขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาด ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย 
ด้าน น.ส.ดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดงาน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้เช่าซื้อรถยนต์ หนี้สินข้าราชการ หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผิดนัดชำระหนี้เข้าเกณฑ์จะถูกฟ้องดำเนินคดี หรือไม่มีกำลังผ่อนชำระตามสัญญา ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และรู้สิทธิตามกฎหมาย เข้าถึงความยุติธรรม รวมถึงสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการวางแผน และสร้างวินัยทางการเงินให้ประชาชนเป็นเกราะป้องกันปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน โดยลูกหนี้จะได้รับโปรโมชั่นนอกจากจะไม่ถูกฟ้องคดี ไม่ถูกยึดทรัพย์ ไม่ถูกขายทอดตลาด แล้วยังจะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดจบหนี้ ส่วนลดดอกเบี้ย ลดค่างวดและขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ภายในงานมีการให้บริการต่าง ๆ มายมาย เช่น การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย และการสร้างการตระหนักรู้ เกี่ยวกับ การวางแผน และสร้างวินัยทางการเงิน การจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ ให้คำปรึกษาทางกฎหมายหรือการเงินของ  หน่วยงาน และการให้บริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ทั้งก่อนฟ้องและหลังศาลมีคำพิพากษา โดยมีภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จำนวน 7 สถาบันการเงิน
ประกอบด้วย 1.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 2.ธนาคารออมสิน 3.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 4.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส.) 5.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 6.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) 7.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) แยกเป็นก่อนฟ้อง จำนวน 122 ราย หลังมีคำพิพากษา จำนวน 83 ราย ทุนทรัพย์กว่า 76,388,704.44 บาท พร้อมมอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนสถานีตำรวจ เป็นการบูรณาการร่วมระหว่างกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางเลือกให้แก่ประชาชน ในทุกพื้นที่เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย จะตั้งให้ครบทุกสถานีตำรวจในพื้นที่
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมเดินหน้าจัดงาน“มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งได้รับโปรโมชั่นดี ๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายจากสถาบันการเงิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนยุติธรรม โทร 1111 กด 77 และสายด่วนกรมบังคับคดี โทร 1111 กด 79 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
///////////////////////////////////////

ข่าว   ณัฐธภพ พันสาย    /    จ.ประจวบคีรีขันธ์    0649646443