Wednesday, July 3, 2024

ทัพนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นโรงเรียนกีฬา อบจ.พิษณุโลก คว้าถ้วยรางวัลคะแนนรวมทีมชาย การแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567

วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 สรุปผลการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2567 ณ โดมอเนกประสงค์การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา จัดโดยสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ซึ่งโรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้ส่งทัพนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นเข้าร่วมการแข่งขันและสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาได้ถึง 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง รวมทั้งยังคว้าถ้วยรางวัลคะแนนรวมทีมชายมาครองได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก  ดังนี้
🥇 เหรียญทอง
1. นายฐิติพันธ์  คำแร่  นักเรียนชั้น ม.4/1 
2. นายอภิชิต แจ่มดี    นักเรียนชั้น ม.6/2
🥈เหรียญเงิน
1. นายพัฒนา  ศรีสวัสดิ์ นักเรียนชั้น ม.5/2
2. นายธนภัทร เป้จิ๋ว     นักเรียนชั้น ม.6/2
🥉 เหรียญทองแดง
1. นายณรงค์ฤทธิ์  เครือพัฒ      นักเรียนชั้น ม.6/2
2. นายธีรนันท์  นวลเนียม         นักเรียนชั้น ม.4/1 
3. นายตรัยบุตร โชคเจริญ        นักเรียนชั้นม.5/2
นอกจากนี้ นายฐิติพันธ์ คำแร่ และ นายอภิชิต แจ่มดี สองนักชกโรงเรียนกีฬา อบจ.พิษณุโลก ที่ชนะเลิศได้เหรียญทองในครั้งนี้ยังได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติอีกด้วย

Tuesday, July 2, 2024

ศูนย์คุณธรรม ประกาศ เชิดชูยกย่อง แก่ สมาคมนักเรียนเก่าAFSแห่งประเทศไทย

ที่ดำเนินการ โครงการตามรอยพระราชา ทั้งการลงพื้นที่ ดูงาน ทดลอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบ Board Game เชื่อมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ UN SDG 
สมาคมนักเรียนเก่าAFSเป็นผู้ปิดทองหลังพระ ที่ไม่เคยเสนอตัวเข้ารับรางวัลใดๆ แต่ก่อให้เกิดคุณงามความดี อย่างยาวนาน สม่ำเสมอเป็นที่ประจักษ์ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี AFS แห่งประเทศไทย
ศูนย์คุณธรรม จึงขอมอบประกาศเกียรติคุณ และโล่เพื่อเป็นพลังใจให้ทำความดี รวมทั้งให้กิจการกิจกรรมทุกอย่างประสบความสำเร็จ สมาชิกและครอบครัว มีความสุขความเจริญ
จึงประกาศเกียรติคุณ ถึงสถานที่ที่ สมาคมกำหนด โดยรศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม อ่านสารประกาศยกย่อง และมอบประกาศนียบัตร พร้อมๆกับ คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกก.ศคธ.มอบโล่รางวัล
โดยมีท่าน สนั่น อังอุบลกุล ประธานมูลนิธิAFS  ท่านวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ และนักเรียนเก่าAFS  อีกมากมาย มาร่วมเป็นสักขีพยาน
#บันทึกหมอเดว
2/7/67

สิงห์บุรี - อายุวัฒนมงคล ครบ 69 ปี และมอบทุนการศึกษา พระครูวิธานปริยัติคุณ

      วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 เวลา09.00 น. พระเดชพระคุณพระพรหมกวี กรรมการมหาเถระสมาคมเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุเมธ ธีรนิติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็นเกียรติในการบำเพ็ญกุศล เนื่อง ในอภิลักขิตสมัยเจริญอายุวัฒนมงคล ครบ 69 ปี ประจำปี 2567 ของท่านพระครูวิธานปริยัติคุณ เจ้าอาวาสวัดแจ้งพรหมนคร และมอบทุนการศึกษา ปีที่ 27 โดยมี นางวาสนา ธีรนิติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสิงห์บุรี นายปรีชา ดิลกพรเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี และประชาชนทั่วไป ร่วมบำเพ็ญกุศลฯ ดังกล่าว ณ ศาลาพระพรหมนคราจารย์ (ดี ธมฺมปณฺโญ) วัดแจ้งพรหมนคร อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ทั้งนี้ พระวิธานปริยัติคุณ เจ้าอาวาสวัดแจ้งพรหมนคร ได้บริจาคเงินให้เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 10,000 บาท เพื่อให้ช่วยเหลือ ผู้ยากไร้ ผู้ด้วยโอกาส ตามพันธกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรีต่อไป
//สรวัชร สรรเพ็ชร์
ทีมข่าวภูมิภาค / รายงาน//

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ประจำปี 2567

         วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00 น. นางวาสนา ธีรนิติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ประจำปี 2567 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์และการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อพัฒนาแกนนำเด็กและเยาวชนในการป้องกัน แก้ไขและเฝ้าระวังการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 และส่งเสริมให้แกนนำเด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเท่าเทียม ความยุติธรรมตามหลักการสิทธิมนุษยชน
โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสิงห์บุรี นักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี และเจ้าหน้าที่เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมพิธีดังกล่าว  ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดพรหมสาคร   ตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี
//สรวัชร สรรเพ็ชร์
ทีมข่าวภูมิภาค / รายงาน//

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดนครราชสีมา

ชื่นชมบ้านซับหวาย ไร้คนติดยาเสพติด ชี้ยาเสพติดกลัวครอบครัว-กลัวชุมชนที่เข้มแข็ง
(2 กรกฎาคม 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จังหวัดนครราชสีมา ว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะลงพื้นที่ตรวจราชการด้านยุติธรรม ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 1 - 2 กรกฎาคม 2567 ณ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ โดยภารกิจช่วงบ่ายวันนี้ ตรวจเยี่ยมและรับฟังผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยภาคประชาชน และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านซับหวาย หมู่ที่ 16 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต 14 พรรคเพื่อไทย, นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมสมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยมีนางสาวมัทรี วรังษี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 บ้านซับหวาย ในฐานะประชาสัมพันธ์กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านซับหวาย เป็นผู้กล่าวรายงาน
ทั้งนี้ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านซับหวาย หมู่ที่ 16 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับรางวัลกองทุนแม่ดีเด่น ด้านการบริหารจัดการ ระดับจังหวัด ประจำปี 2566 ด้วย และไม่มีเยาวชน รวมทั้งบุคคลใดในหมู่บ้านติดยาเสพติดเลยแม้แต่คนเดียว 
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านซับหวาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เห็นถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาเสพติด พร้อมเผยถึงการแก้ปัญหายาเสพติดปัจจัยสำคัญคือ ชุมชนและครอบครัว
”ผมขอชื่นชมหมู่บ้านซับหวาย จากความสำเร็จในการต่อสู้เอาชนะปัญหายาเสพติด ในประเทศไทยได้รับการพิสูจน์มานานแล้วว่า ยาเสพติดไม่กลัวทหาร ไม่กลัวตำรวจ ไม่กลัวกระทรวงยุติธรรม ไม่กลัวผู้ว่าฯ หรือไม่กลัวกฎหมายใดๆ ไม่ว่าจะไปกฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ยาเสพติดกลัวความรักจากแม่ที่มีต่อลูก ที่คอยปกป้อง ดูแลลูก“ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
ทั้งนี้ นางชินพร ณิลังโส ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอปากช่อง และอดีตผู้ใหญ่บ้านซับหวาย เป็นตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่กล่าวขอบคุณ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ที่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติด และร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เริ่มต้นจากครอบครัวด้วย 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมู่บ้านซับหวาย มีลูกบ้านจำนวน 215 คน จาก 85 ครัวเรือน ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียน เป็นชุมชนกึ่งชุมชนเมือง เป็นชุมชนตัวอย่างของจังหวัดนครราชสีมา จากความที่เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีเยาวชนติดยาเสพติดเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยมาตราการการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดต่าง ๆ อาทิ มาตรการป้องกันส่วนดี แก้ไขส่วนเสีย อาทิ ติดกล้องวงจรปิด เป็นหูเป็นตา ช่วยกันสอดส่อง หากเกิดเหตุไม่ดี จะแจ้งลงไลน์กลุ่มหมู่บ้าน พร้อมกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ผู้ปกครอง จะนำน้อง ๆ เยาวชน มาร่วมกิจกรรมที่ต่อต้านยาเสพติดทุกครั้ง เพื่อให้น้อง ๆ เยาวชนซึมซับส่วนดี หากพบผู้เสพ จะเข้าแก้ไขโดยสันติวิธี จะเข้าไปพูดคุย และนำสู่กระบวนการบำบัด เมื่อบำบัดเสร็จแล้ว จะคืนสู่หมู่บ้าน และติดตามพฤติกรรมเป็นระยะ ๆ กระทั่งปัจจุบัน ทั้งหมู่บ้าน ไม่มีผู้ใดติดยาเสพติดเลย
ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรม และชิมอาหารท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ เมนูอาหารจากพืชผักท้องถิ่น ยาดมสมุนไพร และเนื้อวัวหัน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ในเวลา 18.00 น. 

"พิพัฒน์" สั่งติดตามดูแลสถานประกอบการ/ลูกจ้าง หลังน้ำท่วมภูเก็ตคลี่คลาย

นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับรายงานว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดย จ.ภูเก็ตมีสถานประกอบการจำนวน 13,420 แห่ง และลูกจ้างผู้ประกันตนประมาณ 166,536 คน ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานแรงงานทุกหน่วยในภูเก็ตได้ร่วมกับทางจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น สมาชิกจิตอาสา และประชาชน สนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาภัยพิบัติเพื่อฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจุดที่มีน้ำท่วม และดูแลประชาชน ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว (แคมป์คนงาน) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงแรงงานใน จ.ภูเก็ตบูรณาการการทำงานร่วมกันเร่งออกสำรวจความเสียหายของสถานประกอบการ และนายจ้าง/ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ ตรวจตราความปลอดภัยในสถานประกอบการหลังน้ำลด ช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องมือการทำงาน และประสานความช่วยเหลือเรื่องการฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายและเงินเยียวยาต่าง ๆ กับทางจังหวัด รวมทั้งให้พิจารณาถึงการจ่ายเงินชดเชยประกันสังคมหรือเงินทดแทนหากเข้าเงื่อนไขตามสิทธิของผู้ประกันตน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต โดยขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์ในระยะนี้และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดด้วย

เมืองพัทยาร่วมกับเจ้าท่าเดินหน้าจัดระเบียบโซนนิ่งการจอดเรือ

วันที่ 2 ก.ค.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ร่วมเป็นประธานการประชุมการจัดระเบียบการจอดเรือ โดยมี นายภูมิพิพัฒน์กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ทีมเลขานุการนายกเมืองพัทยา ที่ปรึกษาฯ ประธานคณะทำงานฯ ประธานสภาเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขาประธานสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางการจัดระเบียบโซนนิ่งการจอดเรือในพื้นที่เมืองพัทยาให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และเกิดภาพลักษณ์ที่ดี
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง เมืองพัทยาได้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในทุกด้าน โดยได้มีการกำหนดพื้นที่ในการจัดระเบียบโซนนิ่งของการประกอบการของเรือแต่ละประเภทอยู่แล้ว หลังจากนั้นมาก็ได้มีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการไว้ 
ในการนี้เมืองพัทยาจึงได้เชิญผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยามาร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดระเบียบฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเรา ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า หลังจากนี้จะมีการเชิญผู้ประกอบการทางทะเลมาร่วมประชุมชี้แจงซักซ้อมทำความเข้าใจในแนวทางที่เมืองพัทยาและกรมเจ้าท่าได้กำหนดไว้ ซึ่งจะให้ระยะเวลาสั้นๆ ในการดำเนินการให้ถูกต้องตามรายละเอียดต่างๆ ที่เมืองพัทยากำหนดไว้ เช่น หลังจากเขตว่ายน้ำไปแล้วจะเป็นเขตของเจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท และเรือสปีดโบ๊ท ไม่อยากให้มีการทับซ้อนกัน เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเรือสปีดโบ๊ทมักจะเข้ามาใกล้เขตว่ายน้ำซึ่งจะเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้ รวมทั้งเรือเจ็ทสกีที่จอดเกยชายหาดแล้วใช้ผ้าคลุมไว้ค้างคืน 
ซึ่งตรงนี้เมืองพัทยาจะร่วมกับกรมเจ้าท่าในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เราพยายามที่จะจัดระเบียบต่างๆ ให้ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การท่องเที่ยวทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการทางทะเล หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ มีการดำเนินการให้มีการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนควบคู่ไปด้วย ดังนั้นสิ่งใดที่ไปกระทบสิทธิ์ของผู้อื่นก็ต้องดำเนินการด้วยการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างผาสุข ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็จะมีรายได้ร่วมกัน และเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี ให้สมกับที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//