Monday, August 3, 2026

La Moon Cocktail Bar & Bistro Pattaya เปิดยิ่งใหญ่ ดื่มด่ำประสบการณ์ใหม่ไนท์ไลฟ์พัทยา

มีรายงานว่า La Moon Cocktail Bar & Bistro Pattaya บาร์และบิสโทรแห่งใหม่ใจกลางเมืองพัทยา ได้เปิดอย่างเป็นทางการทางกลางการแสดงความยินดีที่แสนอบอุ่นเป็นกันเอง
La Moon Cocktail Bar & Bistro Pattaya ตั้งอยู่ภายในซอย 3 พัทยาใต้ ม. 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นบาร์และบิสโทร ที่พร้อมเปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ด้วยบรรยากาศทันสมัย ผ่อนคลาย และตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นที่กำลังมองหาสถานที่ดื่มด่ำแห่งใหม่
จุดเด่นของร้านคือเมนู Creative Cocktails ที่รังสรรค์โดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ พร้อมการแสดง Flair Bartender Show โชว์ลีลาผสมเครื่องดื่มสุดตื่นตาตื่นใจ เพิ่มสีสันให้ค่ำคืนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดและดีเจสลับหมุนเวียนสร้างความบันเทิงตลอดคืน เหมาะสำหรับการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ฉลองโอกาสพิเศษ หรือพักผ่อนจิบเครื่องดื่มตามอัธยาศัยโดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 098-486 9732
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

รองนายกพัทยาชวนครูแดร์ข้ามทะเล เปิดอบรมปัญหายาเสพติดในโรงเรียนบ้านเกาะล้าน

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมทีมงานและคณะครูแดร์ สภ.เมืองพัทยา ได้เดินทางข้ามฝั่งไปยังบ้านเกาะล้าน เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอบรมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันปัญหายาเสพติดในโรงเรียน ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 10 (บ้านเกาะล้าน) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการป้องกันตนเองจากยาเสพติดให้กับนักเรียนพร้อมปลูกฝังค่านิยมที่ดีและสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระดับเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดปัญหายาเสพติดในในพื้นที่เมืองพัทยาอย่างยั่งยืน
ภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด การสร้างทักษะการปฏิเสธและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
โดยได้รับความร่วมมือจาก สภา.เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับนักเรียนอย่างใกล้ชิด
โดยนายดำรงค์เกียรติ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนควบคู่ไปกับการป้องกันปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนให้กับเมืองพัทยาต่อไป 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ชาวบ้านหัวรอสุดทน! ลุยร้องทำถนน-ท่อประปาแตกบานปลาย “หมักหมมเกือบปี” – นายกฯ เคลียร์ชัด เป็นโครงการโยธาฯ

พิษณุโลก – “นายกหัวรอ” กางโต๊ะแจง! ปมชาวบ้านร้องท่อประปาแตก-ทางเละข้ามปี เผยเป็นโครงการโยธาธิการและผังเมือง เร่งบีบผู้รับเหมาถมดินเปิดทางส่งสารเคมีทำประปา พร้อมส่งรถน้ำบรรเทาเดือดร้อน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายนพคุณ แถมพยัฆค์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดเผยถึงกรณีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก จากโครงการขุดเจาะวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ระยะทางหลายกิโลเมตร ส่งผลให้ท่อประปาแตกบ่อยครั้ง และการจราจรติดขัดรุนแรง

นายนพคุณ ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนหัวรอและพื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็น คู่สัญญาร่วมระหว่างสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองกับบริษัทผู้รับเหมา โดยทางเทศบาลตำบลหัวรออยู่ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่คอยประสานและอำนวยความสะดวก
สำหรับปัญหาท่อประปาแตกจนส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชน ที่ผ่านมาเทศบาลฯ ได้ส่งรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว พร้อมประสานผู้รับเหมาให้เร่งซ่อมแซมทันที
นอกจากนี้ การก่อสร้างยังส่งผลกระทบถึงโรงทำน้ำประปาริมแม่น้ำน่าน เนื่องจากรถขนส่งสารเคมีไม่สามารถสัญจรเข้าพื้นที่เพื่อผลิตน้ำประปาได้ ล่าสุดได้สั่งการให้ผู้รับเหมานำดินมาถมบดอัดชั้นทาง เพื่อเปิดเส้นทางให้รถขนส่งสารเคมีและชาวบ้านสัญจรได้แล้ว พร้อมขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์และแจ้งผ่านเพจเทศบาลฯ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งเรื่องตรงถึงผู้ควบคุมงานได้ทันที

ด้าน นายพงศพัฒน์ ดวงดาว นายช่างเทคนิคกิจการประปาหัวรอ ระบุว่า ปัญหาฝนตกต่อเนื่องทำให้พื้นที่ก่อสร้างบริเวณหน้าที่ทำการประปาเละเป็นโคลน จนรถขนส่งสารเคมีผลิตน้ำประปาไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนายกเทศมนตรีฯ ได้ประสานให้ปรับปรุงเส้นทางเข้าอีกฝั่งหนึ่ง และอยากฝากให้ผู้รับเหมาเร่งนำท่อน้ำลงดินและคืนพื้นที่โดยเร็ว

ขณะที่ นางสาววราพร ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า โครงการนี้ดำเนินการเรื้อรังมาเกือบปี ทำๆ หยุดๆ ตั้งแต่ปากซอย ยิ่งเข้าช่วงฤดูฝนเส้นทางยิ่งเละจนเข้า-ออกลำบาก บางวันน้ำประปาไม่ไหลซ้ำเติม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการทำงานให้เสร็จสิ้นเสียที

Sunday, August 2, 2026

โรงพยาบาลกำแพงแสน ไม่หยุดพัฒนา เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เพราะความปลอดภัยของผู้ป่วยคือหัวใจสำคัญที่สุดของเรา! ภายใต้การนำของ นพ.ณัฏฐคเณศ คงคาเพชร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เราจึงเดินหน้ายกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
   โรงพยาบาลกำแพงแสนได้จัดโครงการอบรม เพื่อยกระดับความเข้าใจมาตรฐาน สรพ. และการวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (RCA) โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นางสุพัตรา ตันไพบูลย์
เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาบุคลากรในครั้งนี้ คือ:
   ค้นหารากเหง้าของปัญหาและวางระบบป้องกันความเสี่ยงอย่างตรงจุด
   ยกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพระดับประเทศ (สรพ.)
   เป้าหมายสูงสุด: เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่ "ปลอดภัย มั่นใจ และมีคุณภาพสูงสุด"
โรงพยาบาลกำแพงแสน มุ่งมั่นพัฒนา บริการด้วยใจ ใส่ใจคุณภาพ ก้าวไกลมาตรฐาน
#โรงพยาบาลกำแพงแสน 
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว  นครปฐม

รมช.คมนาคม ลุยพิษณุโลก จ่อทุบสร้างใหม่ “สะพานวังเป็ด” แก้คอขวดบางระกำโมเดล

รมช.คมนาคม ลุยพิษณุโลก ติดตาม “บางระกำโมเดล” จ่อชง ครม. ทุ่มงบปี 70 สร้างสะพานวังเป็ดใหม่ แก้คอขวดระบายน้ำ เผยสาย 117 ซ่อมยาวถึงปี 71 แนะใช้สาย 11 แทน
พิษณุโลก — เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามแผนงานโครงสร้างพื้นฐาน ณ โดมอเนกประสงค์ หมู่ 2 บ้านวังเป็ด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามโครงการ “บางระกำโมเดล” เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม โดยมี นายนิยม ช่างพินิจ สส.พิษณุโลก เขต 4, นายพงษ์ มนูทองหนัก สส.เขต 3, นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายวิบูลย์ ตั้งเกษมวิบูลย์ นายกเทศมนตรีตำบลบางระกำเมืองใหม่ พร้อมผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านเข้าร่วมอย่างคึกคัก
นายวิบูลย์ ตั้งเกษมวิบูลย์ นายกเทศมนตรีตำบลบางระกำเมืองใหม่ และตัวแทนชาวบ้าน ได้เสนอข้อเรียกร้องสำคัญ คือการยกระดับถนนในเขตบางระกำโมเดลให้สูงพ้นน้ำ รวมถึงการขยายอัตราค่าชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเป็นธรรม เนื่องจากประชาชนต้องเสียสละพื้นที่รับน้ำและขาดรายได้ยาวนานถึง 4 เดือนเต็ม
ด้าน นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ได้ลงพื้นที่สำรวจใต้สะพานปูนบนทางหลวงหมายเลข 117 (ฝั่งตะวันตก) ซึ่งใช้งานมานานกว่า 50 ปี พบปัญหาสำคัญคือมีตะกอนทับถมสูงถึง 5 เมตร กลายเป็นคอขวดขวางทางไหลของแม่น้ำยม แต่ไม่สามารถขุดลอกได้เนื่องจากกระทบต่อความมั่นคงของฐานรากสะพานเก่า
รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า แขวงทางหลวงได้ออกแบบสะพานแห่งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว โดยจะเร่งนำโครงการเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณปี 2570 ในการก่อสร้างสะพานใหม่ทันที เพื่อเปิดทางระบายน้ำให้สะดวกขึ้น พร้อมรับปากจะเร่งรัดงบเยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับปัญหาก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 117 (พิษณุโลก-ปลวกสูง-นครสวรรค์) ระยะทาง 129 กิโลเมตร ที่มีการซ่อมแซมต่อเนื่องนั้น รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า เนื่องจากสภาพโครงสร้างชั้นใต้ดินมีปัญหา จึงจำเป็นต้องปรับปรุงตลอดทั้งปี 2570 และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2571 จึงขอให้ประชาชนอดทนอีกราว 1 ปีเศษ โดยแนะนำให้ผู้เดินทางใช้เส้นทางสาย 11 (พิษณุโลก-สากเหล็ก-ตากฟ้า) แทน ซึ่งจะเดินทางได้สะดวกกว่า แม้ปัจจุบันช่วง อ.ตากฟ้า จะยังเป็นคอขวด 2 เลน ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งทำ EIA เพื่อขยายเป็น 4 เลนตลอดสายก็ตาม
ด้าน นายนิยม ช่างพินิจ สส.พิษณุโลก เขต 4 พรรคภูมิใจไทย กล่าวเสริมว่า นอกจากความคืบหน้าเรื่องสะพานวังเป็ดแล้ว ตนยังได้ประสาน รมช.คมนาคม เพื่อแก้ปัญหาเส้นทางสัญจรของชาว อ.บางกระทุ่ม ซึ่งล่าสุดได้รับการยืนยันจัดสรรงบประมาณขยายไหล่ทางทั้งสองฝั่งบนถนนสายหลัก (สายสันติบันเทิง ออกไป อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร) เรียบร้อยแล้ว ส่วนแผนงานปีถัดไปจะเสนอขยายไหล่ทางช่วงตัวเมืองพิษณุโลกมุ่งหน้าบ้านใหม่ (วังน้ำคู้) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างแก้ปัญหาแนวเขตพื้นที่รถไฟต่อไป
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

พิษณุโลก ผช.รมต.ศธ. เปิด "บ้านธรรมสถิตย์" ชูเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน สืบสานมรดกพุทธศิลป์ถิ่นสองแคว

พิษณุโลก —  เปิดตัว "บ้านธรรมสถิตย์" แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแห่งใหม่ใจกลางเมืองสองแคว ชูจุดเด่นคลังสมองด้านพุทธศิลป์และการสืบสานงานปั้น-หล่อพระพุทธชินราชจำลอง พร้อมเปิดประตูให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าเรียนรู้ได้แล้ววันนี้
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.   ณ บ้านธรรมสถิตย์ เลขที่ 26 ทับ 32 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก       ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดแหล่งเรียนรู้ “บ้านธรรมสถิตย์” ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพุทธศิลป์แห่งใหม่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช และนายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ฯ พร้อมด้วย ดร.ธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี และผู้สืบสานงานพุทธศิลป์สกุลช่างพิษณุโลกจ่าทวี   ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธี ณ บ้านธรรมสถิตย์ ถ.วิสุทธิกษัตริย์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการพลิกโฉมการศึกษาไทย โดยตระหนักว่าการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน การเปิด "บ้านธรรมสถิตย์" ถือเป็นแบบอย่างของการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ยุคใหม่ ที่นำเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์มาสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการถ่ายทอดองค์ความรู้การปั้นและหล่อพระพุทธชินราชจำลอง

“แหล่งเรียนรู้แห่งนี้คือบทเรียนนอกตำราที่จะช่วยบ่มเพาะเยาวชน ทั้งเรื่องความศรัทธา จิตสำนึกรักบ้านเกิด และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้าง ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน’ (Life-long Learning) ที่สำคัญยังเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ทางวัฒนธรรมที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”
สำหรับ “แหล่งเรียนรู้บ้านธรรมสถิตย์” จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านพุทธศิลป์สกุลช่างจ่าทวี พร้อมเปิดเป็นศูนย์ฝึกทักษะวิชาชีพ และแหล่งศึกษาค้นคว้าสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศิลปะประจำชาติ
​ทั้งนี้ แหล่งเรียนรู้ “บ้านธรรมสถิตย์” (ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี) พร้อมเปิดให้บริการแก่ผู้สนใจเข้าชมและเรียนรู้ฟรีได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 063-668-3555


ปัตตานี “ปล่อยของ” คนการศึกษา โชว์ผลงานวิชาการ–นวัตกรรม สู่การเรียนรู้เพื่ออนาคต

(29 กันยายน 2569) ที่ห้องพญาตานี โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิกา...