(16 พฤษภาคม 2567) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายวาทยุทธ วิจารณ์กัยกิจ เอกอัครราชทูต รองผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ยื่นสัตยาบันสารของประเทศไทยเพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of all Persons from Enforced Disappearance : ICPPED) ต่อนาย David Nanopoulos หัวหน้าแผนกสนธิสัญญา (Treaty Section) ขององค์การสหประชาชาติ เรียบร้อยแล้ว โดยอนุสัญญาฯ จะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 นี้
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ”กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะหน่วยงานหลักรับผิดชอบอนุสัญญาฯ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ เนื่องจากปัจจุบันได้มีเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน คือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีสาระสำคัญที่สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ อาทิ การกำหนดฐานความผิดและระวางโทษแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำให้บุคคลสูญหาย การกำหนดมาตรการป้องกันโดยการบันทึกภาพและเสียง พร้อมทั้งจัดทำบันทึกข้อมูลผู้ควบคุมตัว การประกันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัว และสิทธิในการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัว รวมถึงสิทธิที่จะได้รู้ความจริงโดยการกำหนดให้มีการสืบสวนจนกว่าจะพบบุคคลซึ่งถูกกระทำให้สูญหาย ทราบพฤติการณ์การกระทำความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด ด้วย“
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ทำให้ประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศหลักด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ จำนวน 8 ฉบับ จาก 9 ฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจจริงของประเทศไทยในการเคารพสิทธิมนุษยชน และยกระดับความคุ้มครองประชาชนในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากล
No comments:
Post a Comment