ท่ามกลาง ป้ายโยธาฯ ปักป้าย ระบุ กำลังพัฒนาความเจริญเมืองสองฝั่งริมน้ำน่านด้วยงบประมาณ 307 ล้านบาท
วันนี้( 11 มิ.ย.67)ผู้สื่อข่าวสำรวจริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เชิงสะพานสุพรรณกัลยา–สะพานเอกาทศรถ พบว่า ยังมีบ้านเรือนอยู่กันปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหว รื้อหรือย้ายใดๆ แม้ล่าสุด บ้านเรือนริมน้ำน่านกำลังถูกเทศบาลนครพิษณุโลกแจ้งเตือนให้รื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ กระทั่งลุกฮือบุกไปศาลางกลางจังหวัดพิษณุโลกวานนี้ ( 10 มิ.ย.67 ) เพราะความเดือดร้อนถูกไล่ที่ดินในอีกไม่ช้า
ป้ายกรมโยธาธิการและผังเมือง ติดไว้ริมแม่น้ำน่าน(ฝั่งตะวันตก) ระบุ ดำเนินการก่อสร้างปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมริมแม่น้ำน่าน ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตกและตะวันออก (ช่วงสะพานสุพรรณกัลยา – สะพานเอกาทศรถ อ.เมืองพิษณุโลก สัญญาจ้างเลขที่ 196/2566 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2566 งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่าน มีที่จอดรถ และที่นั่งแบบขั้นบันได, งานลานกิจกรรม (EVENT PLAZA) ทางเดิน ทางจักรยาน, งานปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเริ่มสัญญา 5 เมษายน 2566 สิ้นสุดสัญญา 18 มกราคม 2569 รวม 1,020 วัน งบประมา 307,060,000.00 บาท ( ค่าปรับวันละ 307,060 บาท)
แม้เทศบาลฯ แจ้งให้ขนย้ายออกไปจากที่สาธารณะ แต่ไม่ปรากฏว่าชาวบ้านรื้อถอน เทศบาลฯ จึงแจ้งเตือนเร่งรัดให้รื้อถอนและขนย้ายออกไปจากพื้นที่ดังกล่าวภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หากพ้นกำหนดจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ถูกสั่งปรับวันละ 500 บาท
นางสุนันทา ยิ้มสบาย บอกว่า ป้าอาศัยอยู่ริมแม่น้ำน่านมานาน กระทั่งสามีตายไปแล้ว ลูกคนโตอายุ 50 ปี คนเล็กอายุ 39 ปี บ้านแห่งนี้ มีบ้านเลขที่ 133/2 ออกโดยเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ตนมีอาชีพรับจ้างซักผ้าไปวันๆ บางวันไม่มีเงินสักบาท อยากโดดน้ำตายไปเลย ถ้าถูกย้ายบ้าน และคงไม่มีเงินค่าปรับ วันพรุ้งนี้ยังไม่รู้จะกินอะไร ยังไม่รู้จะไปไหนเมื่อถูกไล่ที่ไป ใจจริงอยาก ทำมาหากินแถวนี้ไปก่อน ถ้ารื้อจริง ก็อยากให้ช่วยค่ารื้อถอนด้วย
ขณะที่ชาวบ้านแถบริมแม่น้ำพูดทำนองเดียวกันว่า บ้านแถวนี้มีบ้านเลขที่ถูกต้อง แต่ไม่มีโฉนด อยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า ถ้าเทศบาลฯต้องการจะรื้อบ้าน ก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน นอนยังไง หลายคนสงสัย ทำไม ? ไม่เจรจาเพื่อหาทางออก บางรายก็ต้องการเงินเยียวยาชดเชยค่ารื้อถอนเพื่อไปหาสิ่งปลูกสร้างแหล่งอื่น แต่ถ้ารัฐเปิดโอกาสให้พวกเขาเลือก ว่า มีผืนดินบริเวณใดของรัฐ ให้เขาอาศัยอยู่ไปพลาง กลุ่มชาวบ้านคงยินยอม หากอยู่ไม่ได้ เขาก็ดิ้นรนไปหาที่อื่นเอง แต่ปัญหาเวลานี้ คือ ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ตรงไหน
No comments:
Post a Comment