วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ลานสี่แยกสะพานดำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พรรคเศรษฐกิจปิดเวทีปราศรัยใหญ่นำโดย พลเอกรังษี กิตติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรค นำทีมผู้สมัครทั้งจังหวัดสงขลา ขึ้นเวทีโค้งสุดท้าย หนุน พล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 2 ลุยชิงเก้าอี้สภาฯ
พลเอกรังษี กล่าวตอกย้ำไม่ขายฝัน ไม่โกหกประชาชน ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญ วิกฤตเศรษฐกิจใหญ่สุดในรอบ 100 ปี ทุกภาคส่วนเดือดร้อนถ้วนหน้า ตั้งแต่คนพิการ เกษตรกร ผู้ประกอบการ ขนส่ง ภาคบริการ โรงแรม ร้านค้า ไปจนถึงทหารผ่านศึก พร้อมย้ำแนวทางพรรคเศรษฐกิจ “ไม่แจกเงิน” แต่เร่ง ฟื้นเศรษฐกิจให้เดินได้ก่อน เพราะเมื่อเศรษฐกิจดี การช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่รัฐบาลอยู่แล้ว
“ผมมาหาดใหญ่เพื่อบอกความจริง วิกฤตมีอะไรบ้าง และพรรคเศรษฐกิจจะแก้อย่างไร ให้คนตัดสินใจง่าย” หัวหน้าพรรคกล่าว พร้อมฟาดการเมืองซื้อเสียงตรงๆ เงิน 5,000–7,000 ที่เอามาซื้อเสียง มันเงินสแกมเมอร์ ถ้ารับเงินแล้วเลือก ประเทศถึงทางตันแน่ รับได้แต่อย่าเลือก เลือกพรรคที่ทำให้เศรษฐกิจลุกขึ้น ประเทศเดินได้ ประชาชนมั่งคั่ง” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าว
ด้าน พล.ต.ท.พัฒนวุธ ขึ้นเวทีด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ชี้สนามหาดใหญ่เต็มไปด้วยเวทีปิดท้ายจากพรรคใหญ่ แต่ยืนยันขออาสาเป็น “นักการเมืองทำงานจริง” ถึงขั้นประกาศไม่รับเงินเดือน หากได้เข้าไปทำหน้าที่ พร้อมย้ำการเมืองต้องมีหัวใจแห่งการให้ อุทิศเพื่อบ้านเมือง
ผู้สมัครเขต 2 เล่าย้อนชีวิต 41 ปีในหาดใหญ่ ตั้งแต่ปี 2527 เห็นพัฒนาการเมืองมาแล้ว 6 รัฐบาล เลือกตั้งทุกครั้งแต่ “ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า” พร้อมตั้งคำถามตรงไปตรงมา ต่อบทบาทพรรคการเมืองสีเดิมๆ ที่ผลัดกันบริหารประเทศ แต่ปัญหาพื้นที่ยังวนซ้ำ
“วันนี้ก่อนกากบาทวันที่ 8 ขอให้ตั้งสติ ผมเป็นผู้ประกอบการ ผมรู้ว่าปากท้องสำคัญแค่ไหน ผมออกมาเพราะไม่อยากนิ่งเฉย รักความซื่อสัตย์สุจริต และอยากดูแลบ้านเมืองจริงๆ” พล.ต.ท.พัฒนวุธกล่าว ปิดท้ายด้วยถ้อยคำสะเทือนใจว่า “แม้ไม่ได้เกิดที่นี่ แต่ผมขอตายที่นี่”
No comments:
Post a Comment