นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการ และ โฆษก คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึง สถานการณ์การก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ได้มีการตรวจพบการวางระเบิดแสวงเครื่องในห้องน้ำของปั้ม ปตท.ในเขตเทศบาลปัตตานี 3 แห่ง และเมื่อวันที่ 5 มีการพบระเบิดแสวงเครื่องในห้องน้ำของ สถานีขนส่ง บขส.ปัตตานีอีก 2 ลูก และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 แนวร่วม บีอาร์เอ็น ได้ ได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องในบ้านเช่าใน ต.ยะลา อ.เมืองยะลา และระเบิดได้ ระเบิดขึ้น ทำให้ แนวร่วม เสียชีวิต 1 ราย และ บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนที่จะหลบหนีไปได้
ล่าสุด มีรายงานจาก “สายข่าว” ว่า กองกำลังติดอาวุธ ระดับปฏิบัติการ บีอาร์เอ็น 32 คน ได้ ข้ามฝั่งจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อม อุปกรณ์การประกอบระเบิดแสวงเครื่อง จำนวนหนึ่ง เข้ามาในพื้นที่ของ จ.นราธิวาส และ พักคอย ในพื้นที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เพื่อประชุมแนวร่วมในพื้นที่ เพื่อเตรียมการก่อเหตุ และมี ระเบิดไปป์บอมบ์ จำนวนหนึ่งที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางเรือประมง มีการนำขึ้นฝั่งใน อ.เมือง จ.นราธิวาส เช่นกัน
ซึ่ง ระเบิดแสวงเครื่องที่นำเข้ามา อาจจะมีการใช้ ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ของ สามจังหวัด และ สี่อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อ ป่วน การเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เช่นเดียวที่ บีอาร์เอ็น เคยวางระเบิดปั้ม ปตท.11 จุด เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่มีการเลือกตั้ง อบต. รวมทั้งในเดือน กุมภาพันธ์ มีวันที่เป็นวัน”สัญลักษณ์”ที่ บีอาร์เอ็น จ้องก่อเหตุคือ วันที่ 6 วันนักพูดคุยสันติภาพ ครั้งใหม่ วันที่ 13 วันนักรบแห่งชาติปัตตานี วันที่ 27 วันมาฆะบูชา รวมทั้งเดือนกุมภาพันธ์เป็นการเข้าสู่เดือนรอมฎอน” หรือการถือศีลอด ซึ่งในทุกปีของ เดือนรอมฎอน บีการเอ็น จะมีการ บ่มเพาะ และ ปลุกระดม ให้” แนวร่วม”เข่นฆ่าศัตรู ในเดือนรอมฎอน จะได้บุญ 10 เท่า และเมื่อเสียชีวิตจะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เดือนรอมฎอน ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีเหตุความรุนแรงมากกว่าปกติมาโดยตลอด
กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธานคณะกรรมาธิการ จึงขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งดำเนินการในการ ตรวจสอบ การเข้ามาของ”กองกำลังติดอาวุธ และ ยุทโธปกรณ์ ที่ถูกลำเลียงข้ามประเทศ เพื่อใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด เพื่อการ จำกัดเสรีภาพในการก่อการร้ายของ กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น เพื่อป้องกันการ ก่อเหตุ และการสร้างสถานการณ์เพื่อ ป่วนการเลือกตั้ง รวมถึงการป้องกันการก่อเหตุในวันสัญลักษณ์ต่างๆ ข้างต้น เพื่อเป็นการ ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นการ เร่งด่วน
นายไชยยงค์ กล่าวว่าที่ผ่านมา งานการข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ล้มเหลว มาโดยตลอด ไม่เคยมีข่าวความเคลื่อนไหวของ แนวร่วม” เช่นการ วางระเบิดห้องน้ำในปั้ม ปตท. และในห้องน้ำ บขส เป็นการ ตรวจพบของ ประชาชน ที่ไปใช้ บริหาร ไม่ใช่ ข่าวสาร ของหน่วยข่าว และการที่ แนวร่วม เข้ามาเช่าบ้าน ประกอบระเบิด จนระเบิดเกิดขึ้น ที่ ยะลา การข่าว ก็ไม่มีการ รับรู้ ถึงความเคลื่อนไหว ของ”บีอาร์เอ็นแต่อย่างใด ทุกอย่างของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นเรื่อง”วัวหายล้อมคอก” ทั้งสิ้น งาน การข่าว เป็น หัวใจสำคัญของการ ป้องกันเหตุ ซึ่งหลังเกิดเหตุ วางระเบิดปั้มน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า “สังคายนา”งานการข่าว ซึ่งไม่ทราบว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีการ ทำตามการ สั่งการ ของ นายกรัฐมนตรี หรือไม่ อย่างไร ถ้างาน การข่าว ไม่มีการ ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ เชื่อว่า”ไฟใต้” จะไม่มีการ ยุติ และ ความ สูญเสีย ก็จะเกิดขึ้นแบบ ไม่มีที่สิ้นสุด
No comments:
Post a Comment