วันที่ 23 ก.พ.69 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาร้องเรียนหลังประชาชนจนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ กรณีมีการเปิดพื้นที่วอเตอร์ฟร้อนต์ คอนโดมิเนี่ยม คอนโดมิเนี่ยมเจ้าปัญหาริมอ่าวบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้บริการรับจอดรถโดยมีการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าภายในอาคารคอนโดมิเนี่ยมดังกล่าวมีการเปิดให้รถยนต์เข้าไปใช้บริการจอดรถยนต์บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 จำนวนหลายคัน เบื้องต้นพบการกระทำความผิดอย่างชัดเจนอุกอาจและชัดเจนเนื่องด้วยเป็นพื้นที่ที่เมืองพัทยาออกหนังสือสั่งห้ามใช้อาคาร กำลังด้วยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีชี้ชัดเรื่องของการออกโฉนด หลังได้มีการดำเนินการตามกระบวนกฎหมายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลังจากมีการร้องเรียนถึงกระแสดังกล่าวจึงประสานผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งต้องแบ่งเป็น 2 กรณีคือ เรื่องของที่ดินที่มีปัญหาการครอบครองกันมานาน ซึ่งเมืองพัทยาได้ทำเรื่องเป็นสาธารณะอยู่ แต่ในสารบบของที่ดินยังเป็นที่ครอง ผู้ครอบครองเดิมจึงยังคงใช้พื้นที่จนกว่ารอคำสั่งพิจารณาจากสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี โดยหลังจากนี้จะให้กลุ่มงานกฎหมายเมืองพัทยาทำเรื่องไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีให้แจ้งข้อมูลไปยังผู้ครอบครอง โดยผู้ครอบครองเองก็มีความประสงค์จะมอบที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เมืองพัทยา แต่ไม่สามารถรับได้เพราะเราเชื่อว่าเป็นที่ดินสาธารณะ
ส่วนเรื่องที่สองเรื่องของอาคารที่มีการก่อสร้างไม่ตรงแบบ โดยทาง ปปช.ชี้ว่าเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ และอยู่ระหว่างสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีจะชี้ชัดว่าออกโดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งถ้าวินิจฉัยแล้วพบว่าออกโดยมิชอบจริงก็ให้ทางเอกชนเป็นผู้ทำการรื้อถอน ถ้าออกโดยชอบให้มายื่นดัดแปลงอาคาร ทั้งนี้คำสั่งห้ามใช้อาคารดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 67 แต่พบว่ามีการละเมิดคำสั่ง มีการให้นำรถยนต์เข้ามาจอดซึ่งเป็นอันตราย นายกเมืองพัทยาจึงมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สพนักงานช่างเมืองพัทยาไปแจ้งความบันทึกประจำวันเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องในทันที
No comments:
Post a Comment