Friday, February 13, 2026

งานสัมมนาโต๊ะกลม Executive Roundtable Discussion "ภาษีไทย : ถึงเวลาปรับโครงสร้างภาษีเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย"

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา 
ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา ส่งผลการศึกษาเรื่อง "ปรับโครงสร้างภาษี เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย" แก่รัฐบาลใหม่ พร้อมแนะเก็บภาษีให้เป็นธรรม ตรงจุด และใช้ให้คุ้มค่า 
คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา โดยคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง แถลงผลการศึกษาเรื่อง "ภาษีไทย : ถึงเวลาปรับโครงสร้างภาษี เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย" โดยมี นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ เปิดการสัมมนา นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง สรุปความจำเป็น ที่มา วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ และ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะทำงานการศึกษาฯ พร้อมด้วย สมาชิกวุฒิสภา คณะอนุกรรมาธิการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ร่วมแสดงความคิดเห็นและอภิปรายอย่างทั่วหน้า
นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง กล่าวว่า ในปัจจุบัน มีแรงงานไทยทั้งหมดเกือบ 40 ล้านคน มีประมาณ 10 ล้านคนที่ยื่นภาษี และมีเพียง 4 ล้านคนที่เสียภาษีเงินได้ จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเกือบ 4,000 คนเกี่ยวกับทัศนคติของคนไทยต่อการยื่น-เสียภาษี โดยสภาพัฒน์ฯ ร่วมกับ SAB พบว่า 70.9% เต็มใจยื่นแบบเสียภาษีหากได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น และ 69.1% เต็มใจยื่นแบบและเสียภาษีหากรายได้ถึงเกณฑ์ ขณะที่ปัจจัยในการจูงใจให้เสียภาษี คือ มีรายได้มากกว่ารายจ่าย สวัสดิการรัฐทั่วถึง และอัตราการเก็บภาษีไม่สูงเกินไป และยังพบว่ามากกว่า 3 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าระบบการเก็บภาษีมีความเป็นธรรมต่ำมากถึงปานกลาง นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายใหญ่ๆ ที่รอรัฐบาลใหม่หลายเรื่อง ได้แก่ งบขาดดุลที่ต่อเนื่องมานาน, หนี้ที่เพิ่มขึ้น (ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ และหนี้ภาคธุรกิจ), สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aging Society), เศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก, Green economy ที่ต้องใช้ต้นทุนสูง, และที่สำคัญที่สุด ปัญหาเรื่องความโปร่งใสและการต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมย้ำว่าการพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย ไม่ใช่การศึกษาเพื่อขึ้นภาษี แต่เป็นการเก็บภาษีให้เป็นธรรม เก็บภาษีให้ตรงจุด และใช้เงินให้คุ้มค่า 
ภายในงานสัมมนา คณะทำงานฯ นำเสนอภาพรวม ได้แก่ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม (ประธานคณะทำงาน), นายวริทธิ์ พิพิธพจนการณ์, นายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประพัฒน์ชนม์ จริยะพันธุ์, และรองศาสตราจารย์ปราโมช ธรรมกรณ์ 

การศึกษาครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ประกอบด้วย ๑) การเพิ่มศักยภาพการคลัง (ทั้งประสิทธิภาพการจัดเก็บ และ วินัยการคลัง) ๒) การใช้เทคโนโลยีเต็มรูปแบบและ AI ๓) การขยายอายุงานเป็น 65 ปี ภายใน 5 ปี และ ๔) การยกระดับกรมสรรพากรเป็นองค์กรจัดเก็บภาษีแห่งชาติ และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการมาตรการ ได้แก่ ๑) ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ๒) ภาษีรายได้นิติบุคคล ๓) ภาษีบริโภค ๔) ภาษีทรัพย์สิน และ ๕) บทบาทภาษีต่อการพัฒนาท้องถิ่น ข้อเสนอแนะดังกล่าวนี้จะส่งต่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐบาลชุดใหม่เพื่อพิจารณาในการขับเคลื่อนประเทศ การศึกษาครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการเพิ่มรายได้รัฐ แต่คือการสร้างระบบภาษีที่ประชาชนเชื่อมั่น นักลงทุนมั่นใจ และรองรับอนาคตเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงต่อไป
ช่วงท้าย นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย กล่าวว่า ตอนนี้จะไม่ถามรัฐบาลใหม่ว่า “จะปรับภาษีไหม” แต่จะถามว่า “หากไม่ปรับโครงสร้างภาษีวันนี้ รัฐบาลต้องเลือกระหว่าง ระบบภาษีที่ถูกต้องเป็นธรรมตรงจุด หรือ อนาคตประเทศที่เล็กลง” แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่ต้องใช้ความกล้าหาญในการผ่าตัดใหญ่โครงสร้างภาษีไทย แต่ต้องทำทั้งระบบ ไม่ใช่เลือกทำแค่บางส่วน ในขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องสร้างทัศนคติให้แก่คนไทยว่า “ภาษีที่จ่ายไม่ใช่ภาระที่มองไม่เห็นผล แต่คือ...การลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ”

No comments:

Post a Comment

งานสัมมนาโต๊ะกลม Executive Roundtable Discussion "ภาษีไทย : ถึงเวลาปรับโครงสร้างภาษีเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย"

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา  ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา ส่งผ...