Tuesday, March 31, 2026

พิษณุโลก อดีตนายกฯ บางระกำ เคลียร์ชัด 2 ประเด็นร้อน ปมพ้นตำแหน่งคดีลักทรัพย์รถยนต์ และข่าวลือ!!เลิกจ้างพนักงาน

30 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบ นายไพโรจน์ อำพา อดีตนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกที่บ้านพัก เพื่อสอบถามกรณีต้องคำพิพากษาคดีอาญา"ฐานลักทรัพย์ตอนกลางคืน"จนเป็นเหตุให้มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
เบื้องต้นนายไพโรจน์ เล่าว่า ตนทำกิจการเต้นท์รถ ซื้อ-ขายรถยนต์มือสองเป็นปกติ เหตุการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2553 ได้ไปซื้อรถยนต์เก๋ง 1 คัน ที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู เซ็นสัญญาซื้อขาย ชำระเงินตามตกลงในราคา 395,000 บาท กับนายธนกฤต ซึ่งเป็นตัวแทนผู้มีอำนาจทำสัญญาในนามของบริษัทฯ และทางบริษัทฯได้ออกหนังสือรับรถให้เป็นที่เรียบร้อย ตนจึงได้นำรถออกมา
ต่อมาตนได้ติดต่อไปยังบริษัทฯเพื่อขอสมุดเล่มฯ และเอกสารต่างๆ เพื่อทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามระเบียบของทางราชการให้แก่ตน แต่บริษัทฯเพิกเฉยไม่ยอมส่งมอบ โดยอ้างว่า นายธนกฤต ตัวแทนบริษัท ที่ทำสัญญาซื้อ-ขายกับตนไม่นำเงินที่ตนจ่ายไป จำนวน 395,000 บาทส่งมอบให้แก่บริษัทฯ บริษัทฯจึงไม่สามารถส่งมอบเอกสารต่างๆให้ได้ ตนจึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัทฯ กรณีไม่ยอมส่งมอบสมุดเล่มฯ เอกสารต่างๆ ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ตน ทั้งที่เซ็นหนังสือสัญญาซื้อ-ขาย ชำระเงิน และออกหนังสือส่งมอบรถ โดยมีเอกสารหลักฐานครบท่วนแล้ว

หลังจากนั้น ทางบริษัทฯได้ติดต่อมาหาตนเพื่อขอชำระเงินดังกล่าวคืนให้ และขอให้ถอนแจ้งความทั้งแพ่งและอาญา ด้วยความที่ตนเป็นคนไม่เรื่องมาก และอยากได้เงินคืน จึงถอนตามที่ขอ บริษัทก็ชำระเงินคืนให้ตนตามจำนวน
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น บริษัทฯคู่กรณี ดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับตน กล่าวหาว่า"ลักทรัพย์ในตอนกลางคืน" โดยทรัพย์ก็คือรถยนต์คันที่ตนซื้อและเกิดข้อพิพาทดังกล่าว ตนได้ต่อสู้คดีอยู่ช่วงระยะหนึ่ง

ท้ายที่สุด มีการแนะนำให้ตนรับสารภาพ เรื่องจะได้จบๆ เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่ร้ายแรง ด้วยที่ตนเป็นคนไม่ชอบเรื่องมาก จึงรับสารภาพตามคำแนะนำ ศาลได้สั่งจำคุกตนในคดีอาญา ฐาน "ลักทรัพย์ตอนกลางคืน" เป็นเวลา 6 เดือน โดยรอลงอาญา 2 ปี เรื่องก็จบไป

เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่เคยคิดว่าตนจะลงสมัครรับเลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่นและลงมากว่า 1 ครั้ง แต่ละครั้ง กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติผ่านตลอด จนมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบางระกำ ทั้งนี้ตนจะทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และศาลปกครอง เพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราว กรณีคำสั่งให้พ้นตำแหน่ง อีกทั้งปรึกษาทนายรื้อฟื้นคดี กู้ศักดิ์ศรี ล้างมลทินให้ตน ซึ่งรับไม่ได้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ลักขี้ขโมยโดยที่ไม่ได้ทำ ครอบครัวตนมีฐานะอยู่แล้วไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน ส่วนเอกสารหลักฐานบางอย่างยังเปิดเผยไม่ได้เพราะกลัวเสียรูปคดี...นายไพโรจน์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าซึมเล็กน้อย
นายไพโรจน์กล่าวต่ออีกว่า "ในกระแสสื่อโซเชียล โดยมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆว่าตนจะไม่ต่อสัญญาให้พนักงานลูกจ้างเหมาราย 3 เดือนของเทศบาลตำบลบางระกำ จำนวน 68 คนหลังสิ้นสัญญาวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อจะรับญาติพี่น้องพวกพ้องของตนเข้าแทนนั้น ตนขอแจ้งว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดของทีมบริหารตน จริงอยู่ ตนเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารก็ต้องทราบเรื่อง และใช่ว่าจะไม่ต่อทั้งหมด "ยังต่อเช่นเดิม" เพียงแต่ลดจำนวนลงบ้างตามความเหมาะสม เพราะปัจจุบันมีมากถึง 123 คน ทั้งนี้จะพิจารณาเป็นรายๆไป "ไม่ทิ้งหากเดือดร้อน" และกรณีนี้ฝ่ายบริหารได้รับการติติงมาจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในการใช้งบประมาณสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น...



No comments:

Post a Comment

ประจวบคีรีขันธ์ _ อบต.นาหูกวาง เตรียมจัดงานสงกรานต์ "นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี" (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ...