คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้มีการประชุม ครั้งที่ 2/2569 วันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA428 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมี นายโสภณ มะโนมะยา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ เป็นประธานที่ประชุม
โดยการประชุมครั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาบทบาทการกำกับดูแลด้านการเงินและตลาดทุน เพื่อประกอบการศึกษาการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD โดยเชิญผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เข้าร่วมประชุม
ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินงานของประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการกำกับดูแลและการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการประสานการดำเนินงาน ขณะที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เข้าร่วมดำเนินงานในคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อย่างต่อเนื่อง ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมถึงการกำหนดความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศและความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีให้เป็นความผิดมูลฐานของการฟอกเงิน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการใช้โครงสร้างนิติบุคคลในการปกปิดการกระทำความผิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการประเมินระบบการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2571 ทั้งนี้ ปปง. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงินและติดตามเส้นทางการเงิน อันจะช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผู้แทนสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาตลาดทุนและการกำกับดูแลกิจการของประเทศไทย โดยได้นำเสนอข้อเสนอแนะจาก OECD ควบคู่กับแนวทางการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดทุนไทยให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยได้เน้นความสำคัญของการใช้ข้อมูลสถิติที่ถูกต้อง โดยเฉพาะข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์และกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจ พร้อมทั้งนำเสนอบทบาทของ ก.ล.ต. ในการมีส่วนร่วมกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับ OECD โดยเฉพาะด้านการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) OECD ได้ทบทวนโครงสร้างตลาดทุนไทยและเสนอข้อแนะเชิงนโยบายในหลายประเด็น อาทิ การปรับปรุงการกำกับดูแลและกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น การส่งเสริมให้ธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการพัฒนาระบบสนับสนุนการลงทุนผ่านกองทุน Private Equity และ Venture Capital เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้ประเมินกฎระเบียบของประเทศไทยเทียบกับหลักการกำกับดูแลกิจการของ OECD พบว่ามีความสอดคล้องกับหลักการส่วนใหญ่ในระดับสูง โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทจดทะเบียนตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อระบบตลาดทุนของประเทศไทย
No comments:
Post a Comment