จับไม้ประดู่ท่อนยักษ์ 2 คนโอบ ลอบตัดโค่นในเขตป่าสงวน อ.ชาติตระ การ พร้อมยึดรถกระบะ คาบรรทุกไม้ประดู่ 3ท่อน และรอยกขึ้นรถอีก 4 ท่อน มูลค่า 3 แสนบาท ผู้ต้องหา โดนหนีไร้ร่อยรอย เผยเป็นไม้ออร์เดอร์ รถกระบะถูกถอดป้ายทะเบียน แต่ส่องแล้วเป็น ป้ายทะเบียนเชียงราย
วันที่ 3 พฤษภาคม 69 นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.11 นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งมีผู้ลักลอบใช้เลื่อยโซ่ยนต์ตัดทอนไม้ประดู่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง บริเวณบ้านห้วยดี หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสะแก อ.ชาติตระการ ระหว่างเส้นทางก่อนถึงจุดเกิด พบรถกระบะสีขาวยี่ห้อ ISUZU สีขาวตอนเดียวจำนวน 1 คัน ท้ายกระบะบรรทุกไม้ประดู่ท่อน จำนวน 3 ท่อน เตรียมขับออกนอกพื้นที่ คาดว่า จังหวะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาถึง ไหวตัว หนีเข้าป่าไปก่อนหน้านี้ จึงไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงยังพบไม้ประดู่อีกจำนวน 4 ท่อน รอการชักลาก เจ้าหน้าที่ป่าไม้และพิทักษ์ป่าจึงตรวจยึดไม้ประดู่ท่อนทั้งหมด 7 ท่อน ซึ่งขนาดใหญ่สุด มีเส้นรอบวง 4 เมตร หรือ หน้ากว้าง 2 คนโอบ คำนวณปริมาตรรวม 8.577 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าไม้ของกลางรวม 300,195 บาท พร้อมยึดรถของกลางรถยนต์กระบะแบบมีคอกจำนวน 1 คัน และรอก 1 อัน (สำหรับชักไม้ขึ้นท้ายกระบะ)
ทั้งนี้รถกระบะบรรทุกไม้คันดังกล่าว ป้ายทะเบียนถูกถอดออก แต่ตรวจสอบจากป้ายวงกลมชำระภาษีประจำปี พบว่า เป็นรถทะเบียนเชียงราย จึงเชื่อว่า การจับกุมไม้ล็อตนี้ กระทำเป็นขบวนการ เป็นไม้ออร์เดอร์ คนนอกพื้นที่เป็นผู้สั่งการ อาจประสานคนในพื้นที่จัดหาไม้(ประดู่)ขนาดใหญ่ ตัดโค่นเพื่อส่งไปขายอีกทอดหนึ่ง
ล่าสุดนายสมศักดิ์ กึ่งกระโทก นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.4 (ป่าแดง-แก่งบัวคำ) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และนายวีรยุทธ พิมพา พนักงานพิทักษ์ป่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแควน้อย(เตรียมการ) เป็นพยาน ทำบันทึกเรื่องราวส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชาติตระการ สืบสวนหาผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามพรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ฐาน “ทำไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 69 วรรคสอง ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ทำไม้ อันเป็นการเสื่อมเสีย แก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 26/4 ผู้ใดทำลาย ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป
No comments:
Post a Comment