ในวันนี้( 6 พ.ค. 69 ) ที่ห้องประชุมปักษาสวรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 จังหวัดราชบุรี ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการ สพป.ราชบุรี เขต 1 กล่าวเปิดโครงการ " ห้องเรียน CJ MORE " หลักสูตรการศึกษายืดหยุ่น โดยเปลี่ยนสาขา CJ MORE ทั้ง 51 แห่งทั่วจังหวัดราชบุรี ให้กลายเป็น " พื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต " ผู้เรียนสามารถ มีรายได้ สะสมทักษะอาชีพ และ จบ ม.ต้นได้พร้อมกันภายใต้แนวคิด " ทุกที่คือโรงเรียน " พร้อมจัดกิจกรรม Open House " เรียนฟรี มีรายได้ ทำงานใกล้บ้าน โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ปจำกัด (CJ MORE) และจังหวัดราชบุรี ประกาศความร่วมมือเปิดตัวโครงการ
ด้านนายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า การศึกษาที่แท้จริงต้องเป็นระบบที่ปรับตัวเข้าหาเด็ก หัวใจของหลักสูตรนี้ คือการสนับสนุนให้เด็กและเยาวขนที่หลุดจากระบบการศึกษา มีโอกาสกลับมาเรียน มีงานทำ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา และมีศักดิ์ศรีในชีวิต โดย กสศ. ทำหน้าที่เชื่อมนโยบาย ให้เปิดพื้นที่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ร่วมพัฒนาหลักสูตรกับ ภาคเอกชน ที่ช่วยเป็นพื้นที่เรียนรู้จริงในชีวิตและเขตพื้นที่การศึกษา ร่วมรับรองคุณภาพและเทียบโอนผลการเรียนรู้ จนเกิดเป็นหลักสูตร ผู้ประกอบการและทักษะอาชีพ ห้องเรียน CI MORE" ได้เปลี่ยน "สถานประกอบการ" ให้เป็น "พื้นที่การเรียนรู้" และเปลี่ยนการทำงาน" ให้เป็น "กระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณค่า" ภายใต้โครงการ Thailand Zero Drop Plus ห้องเรียน CJ MORE คือหลักฐานว่า เมื่อภาครัฐ ภาคเอกชน และพื้นที่ทำงานร่วมกัน เราสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่พาเด็กและเยาวชนออกจากความเปราะบางไปสู่การจัดการชีวิตตนเองได้อย่างยั่งยืน กสศ. จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้หลักสูตรนี้เป็นอีกหนึ่งต้นแบบการศึกษายืดหยุ่นที่ขยายผลได้ในระดับประเทศ"
ส่วนดร.ปาริชาต มั่นสกุล กรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า CJ MORE คือ "พื้นที่เรียนรู้" ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะจริง มีรายได้ และมองเห็นเส้นทางอาชีพของตนเองอย่างชัดเจน ผู้เรียนในโครงการ "ห้องเรียน CJ MORE" จะได้เรียนรู้ผ่านการทำงานจริง โดยหมุนเวียนใน 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนการขายและบริการ โซนการดูแลสินค้า และโซนกาแฟ ซึ่งครอบคลุมทั้งทักษะอาชีพ ทักษะวิชาการและทักษะชีวิตพร้อมเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน ตั้งแต่พนักงานฝึกหัดพนักงานประจำหัวหน้างานไปถึงผู้จัดการสาขา และสามารถต่อยอดสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นได้ "เชื่อว่าการสร้างโอกาสทางการศึกษาคือการลงทุนในมนุษย์ซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจระยะยาวความร่วมมือนี้ สะท้อนแนวคิดสำคัญของการศึกษายุคใหม่ ที่ไม่แยก 'ห้องเรียน' ออกจาก 'ชีวิตจริง' ทุกวันที่ทำงานคือการเรียนรู้ และทุกชั่วโมงของชีวิต คือโอกาสในการเติบโต ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา "โมเดลการเรียนรู้ร่วมกับภาคธุรกิจ" ที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศโดย CJ MORE พร้อมทำงานร่วมกับกสศ.และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับสถานประกอบการให้เป็น "แพลตฟอร์มการเรียนรู้" ที่เชื่อมต่อการศึกษา การทำงาน และการพัฒนาทักษะในชีวิตจริงเข้าด้วยกัน" โดยเริ่มจาก 51 สาขาในราชบุรีให้กลายเป็นห้องเรียนที่มีชีวิตสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบ ภายใต้แนวคิด “ ทุกที่คือโรงเรียน และนี่คือเพียงก้าวแรก CJ MORE พร้อมเปิดประตูทุกสาขาทั่วประเทศ ให้เป็นพื้นพื้นที่แห่งโอกาส เพราะเราเชื่อมั่นในศักยภาพของเยาวชนทุกคน ”
ด้านดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการ สพป.ราชบุรี เขต 1 กล่าวว่า การเรียนรู้ในโมเดลนี้จำเป็นต้องมีระบประเมินสะท้อนศักยภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริงโดยใช้สัดส่วน 70% จากการปฏิบัติงานจริง เช่น ทักษะการแก้ปัญหาความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีม และ 30% จากการเรียนรู้เชิงวิชาการและโครงงานนวัตกรรมที่ผู้เรียนพัฒนาจากประสบการณ์จริงในงานที่รับผิดชอบ พร้อมกันนี้ สพป.ราชบุรี เขต 1 ยังสนับสนุนการเชื่อมธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตจากการทำงานจริงและต่อยอดสู่ระดับ ปวช. ม.ปลาย หรือปริญญาตรีได้ในอนาคต"บทบาทของเขตพื้นที่การศึกษาคือการทำให้การเรียนรู้รูปแบบบใหม่ 'ได้รับการยอมรับในระบบ'โดยไม่ทำให้เด็กต้องเริ่มต้นใหม่ หรือเสียโอกาสทางการศึกษา เราเชื่อว่าระบบการศึกษาต้องยืดหยุ่นพอ ที่จะรองรับความแตกต่างของชีวิตเด็กแต่ละคน และต้องเปิดทางให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ การเชื่อมต่อระหว่างการเรียนรู้กับโลกการทำงานในลักษณะนี้ จึงเป็นการสลายกำแพงระหว่าง "การศึกษา" และ "ชีวิตจริง"ให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นรูปธรรม "
ส่วน ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ศูนย์การเรียนทำหน้าที่ "ถอดรหัส" ภารกิจงานจริงใน CI MORE แล้วหลอมรวมเข้ากับตัวชี้วัดใน 8 กลุ่มสาระวิชาพื้นฐาน การออกแบบนี้ไม่ใช่การนำวิชาการมาวางทับบนงาน แต่คือการ "หลอมรวมศาสตร์และอาชีพเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน”เมื่อเยาวชนชงกาแฟ เขากำลังเรียนวิทยาศาสตร์ เมื่อเขาคิดเงินทอน เขากำลังเรียนคณิตศาสตร์ เมื่อเขาต้อนรับลูกค้าเขากำลังเรียนภาษาและทักษะสังคม ผู้เรียนยังได้รับการดูแลจากทีม พี่เลี้ยง (Mentor) ผ่าน สมุดบันทึกการเรียนรู้(Work Logbook) เพื่อให้ก้าวข้ามอุปสรรคด้านวินัยและความท้อแท้ได้อย่างมีระบบ "หัวใจของหลักสูตรคือโมเดล Learn to Earn เยาวชนทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน 6 วันต่อสัปดาห์ แบ่งเป็น Experience Time 6 ชั่วโมงเพื่อสะสมทักษะอาชีพ และ Reflection & Academic Time 2 ชั่วโมงเพื่อถอดบทเรียนเชื่อมโยงกับวิชาพื้นฐาน ทุกชั่วโมงที่ทำงาน คือชั่วโมงที่เรียน"
No comments:
Post a Comment