การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประสบความสำเร็จในการระบายยางคงคลังจาก 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง รวมปริมาณกว่า 18,000 ตัน สร้างมูลค่าการประมูลรวม 1,232 ล้านบาท ตอกย้ำแนวทางบริหารจัดการสต๊อกยางอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพตลาดยางพาราของประเทศ
นายญาณกิตติ ฮาร์ดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. เปิดเผยว่า การจำหน่ายยางด้วยวิธีขายทอดตลาดได้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยมีปริมาณยางรวม 18,481.93 ตัน คิดเป็นมูลค่าราคาเปิดประมูล 913.95 ล้านบาท ก่อนที่การแข่งขันประมูลจะผลักดันมูลค่าการขายเพิ่มขึ้นเป็น 1,232.20 ล้านบาท สูงกว่าราคาเปิดประมูลถึง 318.25 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.82
ยางที่นำออกจำหน่ายกระจายอยู่ในคลังเก็บ 4 แห่ง ประกอบด้วยคลังในจังหวัดสงขลาและชลบุรี โดยมีภาคเอกชนหลายรายเข้าร่วมแข่งขันประมูล สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อคุณภาพยางและกระบวนการดำเนินงานของ กยท.
รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ยืนยันว่า กยท. ได้พิจารณาจังหวะการระบายยางอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณยางและกลไกราคาในตลาด โดยเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตยางพาราที่คาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 418,478 ตัน ปริมาณยางที่นำออกขายคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตรวมต่อเดือน ถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำและไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด
นอกจากนี้ สถานการณ์ผลผลิตยางในช่วงฤดูฝนมีแนวโน้มลดลงตามข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ ขณะที่ช่วงปลายปีอาจได้รับผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้อุปทานยางในตลาดลดลง การทยอยระบายยางในช่วงเวลานี้จึงช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระดับราคา และยังช่วยเสริมเสถียรภาพตลาดในระยะต่อไป
กยท. ระบุว่า รายได้จากการจำหน่ายยางครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษายางตามวัตถุประสงค์ของโครงการภาครัฐ พร้อมย้ำว่าการประมูลครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล เปิดเผย ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามแนวทางความโปร่งใสทุกขั้นตอน
No comments:
Post a Comment