สร้างความเดือดร้อน และทำลายการท่องเที่ยวของภาคใต้
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก สายสื่อมวลชน ได้กล่าวถึงปัญหาของ นักท่องเที่ยว ชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในระหว่างวันที่ 29 พ.ค. ถึง 2.มิย. 2569 ซึ่งเป็นวันอีดิ้ลฟิตตี้ หรือ รายอฮัจยี ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม และมีนักท่องเที่ยวจาก ประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้ามายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และส่วนหนึ่งไปเที่ยวยังเมืองรอง เช่น พัทลุง ตรัง สตูล จำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ จำนวน3-4 หมื่นคน ที่เดินทางเข้าในในห้วงเวลา 3-4 วัน ได้รับความเดือดร้อน จากพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ของ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่ต้องมีการตรวจรถยนต์ ที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นพาหนะ โดยนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาในการ ตรวจเอกสาร ทั้งจาก ตม. หรือ ตรวจคนเข้าเมือง และ ตรวจยานพาหนะจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งสร้างความเดือดร้อน และ เบื่อหน่าย ให้กับ นักท่องเที่ยว ที่ติดอยู่ในบริเวณด่านพรมแดน
นายไชยยงค์กล่าวว่า เรื่องนักท่องเที่ยว ชาวมาเลเซีย -สิงคโปร์ ที่เข้ามาเที่ยวยังภาคใต้ของไทย และเข้ามาทางด่านพรมแดนสะเดา และ ปาดังเบซาร์ ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีการอำนวยความสะดวก เกิดมานานนับ 10 ปี ที่ทุกช่วงของเทศกาล และ วันหยุด ต้องมีนักท่องเที่ยว รอพิธีการเข้าเมือง 3-4 ชั่วโมง โดยไม่มีการแก้ไขปัญหา ทั้งจาก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร โดยปล่อยให้เหตุการณ์เยี่ยงนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วน เบื่อหน่าย รับไม่ได้กับความล่าช้าและเลือกที่จะไปเที่ยประเทศอื่นที่มีความสะดวกในการเข้าเมือง
ปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ หนักกว่าทุกครั้ง เพราะมีนักท่องเที่ยวตกค้า ออกจากด่านพรมแดนไม่ได้เป็นจำนวนมาก เพราะฝั่งของมาเลเซีย จะทำการปิดประตูกั้นพรมแดนทันที ที่ถึงกำหนดเวลาปิดด่าน ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่ต้องการกลับประเทศ ยังติดค้างอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก ตร้องตกค้าต้องนอนในรถยนต์ และหาที่พัก เพื่อรอการเปิดด่านในวันรุ่งขึ้น สภาพนี้เป็นเรื่องที่น่าอนาถเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้พบเห็น และถูกวิพากษวิจารณ์ ถึงความไม่พร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และประเทศไทย
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ นักท่องเที่ยวมาเยอะ ทั้งคนทั้งรถยนต์ จนเป็นคอขวด ทำไม่ไม่แก้ด้วยการยกเลิกการเก็บค่าล่วงเวลาของ ตรวจคนเข้าเมือง หรือนำแบบ ตม.2 ตม.3 จากการยื่นด้วยเอกสารนไปใช้แบบออนไลน์ ร่วมกับแบบฟอร์ม TDAC ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เข้าประเทศ ที่มีใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน หรือการปรับรูปแบบการยื่นเอกสารนำเข้ารถยนต์ เข้าไทยชั่วคราว จากเอกสารเป็นออนไลน์ ของกรมศุลกากร
จึงขอให้ รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน รวมทั้ง ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อธิบดีกรมศุลกากร ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด นายอำเภอสะเดา ตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดา นายด่านศุลกากรสะเดา และ ปาดังเบซาร์ ให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการทำลายการท่องเที่ยวของ สงขลา และภาคใต้ ของประเทศไทย ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา จะนำปัญหานี้ไปมอบให้ คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวฯ และ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามช่องทางของกรรมาธิการ ที่อาจจะต้องเชิญ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงปัญหาและการแก้ไข รวมทั้งอาจจะต้องเดินทางลงพื้นที่ เพื่อดูสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อหา แนวทางในการแก้ปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน
No comments:
Post a Comment