พิษณุโลก – ทุเรียนบ้านรักไทย อ.เนินมะปราง ผลผลิตพุ่งทะลุ 6,000 ไร่ ดันเม็ดเงินสะพัดชุมชนกว่า 336 ล้านบาท เผยปริมาณล้นตลาดทำราคาดิ่งลดลงทุกปี ล่าสุดขายปลีกเริ่มต้นแค่กิโลกรัมละ 50 บาท ด้านแม่ค้าท้องถิ่น "ร้านสมพร ผลไม้" เดินหน้าเซ็นสัญญาเหมาเข่งช่วยพยุงราคาชาวสวน ไม่ผ่านล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหลังเสร็จสิ้นงาน "ชม ชิม ช็อป ผลไม้ของดีตำบลชมพู 2569" (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 ณ พลับพลาที่ประทับ หมู่ที่ 7 บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก) ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเลือกซื้อผลไม้ โดยเฉพาะ "ทุเรียน" ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของบ้านรักไทยที่ปลูกบนพื้นที่สูงรวมกว่า 4 หมู่บ้าน
จากการประเมินภาคการเกษตร พบว่าปัจจุบันบ้านรักไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากกว่า 6,000 ไร่ (เฉลี่ยไร่ละ 20 ต้น ต้นที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป ให้ผลผลิตต้นละ 10 ลูก น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 4 กิโลกรัม) ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดราว 800 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อคำนวณจากราคากลางในปี 2569 ที่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 70 บาท จะสร้างรายได้ให้เกษตรกรสูงถึง 56,000 บาทต่อไร่ ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดเข้าสู่พื้นที่บ้านรักไทยไม่ต่ำกว่า 336 ล้านบาทในปีนี้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทุเรียนในหลายสวนสุกพร้อมกัน ทำให้บรรยากาศที่ “ร้านสมพร ผลไม้” ซึ่งเป็นศูนย์รวมและตัวแทนรับซื้อผลไม้รายใหญ่รายเดียวในพื้นที่ เป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวสวนไม่ต่ำกว่า 10 ราย สลับสับเปลี่ยนนำรถกระบะบรรทุกทุเรียนสดๆ มาชั่งน้ำหนักและคัดเกรดตามสัญญา "เหมาเข่ง" ที่ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเก็บเกี่ยว โดยทางร้านจะนำมาคัดแยกประเภท ทั้งหมอนทองและหลงรักไทย หากเป็นเกรดพรีเมียมจะคัดไว้ขายตามราคาตลาด ส่วนกลุ่มที่ตกเกรดจะนำมาจำหน่ายในราคาถูกเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค
นางสมพร คำอุดม เจ้าของร้าน “สมพร ผลไม้” เปิดเผยว่า ทางร้านได้ทำสัญญาผูกขาดรับซื้อเป็นลายลักษณ์อักษรกับสวนทุเรียนขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 2 แปลง และสวนขนาดเล็กอีกกว่า 10 แปลง เพื่อให้มีทุเรียนสดใหม่ป้อนสู่ตลาดทุกวัน ล่าสุดราคารับซื้อเหมาเข่งยกสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 65-66 บาท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาที่เคยรับซื้อสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาท
"ยอมรับว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณทุเรียนในพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ราคารับซื้อและราคาขายลดลงตามกลไกตลาด ปัจจุบันราคาขายปลีกหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็น หมอนทอง, หลงรักไทย, หนามดำ, พวงมณี, ชะนี หรือก้านยาว ราคาจะไม่เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัมแน่นอน โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและความสุก" นางสมพร กล่าว
นางสมพร ยืนยันด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทางร้านเน้นช่วยเหลือเกษตรกรในชุมชนให้สามารถอยู่รอดได้ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก โดยรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาลทุกชนิด ทั้งทุเรียน, ลองกอง, เงาะ, มังคุด และสะตอ โดยอิงราคาตามสภาพตลาดจริง ไม่มีการกดราคาเอาเปรียบเหมือนกลุ่ม "ล้ง" นอกพื้นที่ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนบ้านรักไทย แวะชิมและเลือกซื้อผลไม้สดๆ ได้ที่ร้านสมพร ผลไม้ ตั้งอยู่ริมถนนเลยโรงเรียนรักไทยไปเล็กน้อย
No comments:
Post a Comment