พิษณุโลก — เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (ผบ.มทบ.39) ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม (พ.พ.) พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ และตัวแทนศิษย์เก่าหลายยุคสมัย ได้นำช่างรังวัดจากสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบและปักหมุดเพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับเขตโบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
การรังวัดครั้งนี้นับเป็นการสิ้นสุดปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินคาราคาซังมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2516 โดยนายละเมียน อัมพวะศิริ นายกสมาคมฯ ในขณะนั้น ได้ใช้งบประมาณของสมาคมฯ จำนวนราว 4.2 ล้านบาท จัดซื้อที่ดินแปลงนี้เพื่อขยายโรงอาหารและหอประชุมรองรับจำนวนนักเรียน ต่อมาในปี 2537 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่รั้วโรงเรียนเดิมเป็นเขตโบราณสถาน ส่งผลให้ที่ดินของสมาคมฯ เกิดภาวะทับซ้อนเรื่อยมา
ล่าสุด สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. ได้บรรลุข้อยุติร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 6 โดยกรมศิลปากรยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายของสมาคมฯ ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาอนุมัติแบบก่อสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้มีความสวยงาม สอดคล้อง และเป็นไปตามระเบียบการใช้พื้นที่เขตโบราณสถานร่วมกัน
พล.ต.นพดล เปิดเผยว่า วันนี้ได้ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมชุดเก่าและชุดใหม่ มาทำการรังวัดที่ของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมของเรา ซึ่งมีกำหนดการที่จะวัดในวันนี้โดยช่างรังวัดเพื่อจะพิสูจน์ทราบว่าในใบโฉนดของที่ดินสมาคมนั้นยังมีอยู่จริงมีหมุดหลักอยู่จริง ซึ่งวันนี้ก็จะมีทางคณะกรรมการชุดเก่าชุดใหม่ และก็มีพี่ๆนักเรียนเก่าของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมในหลายๆรุ่นมาร่วมเป็นสักขีพยานในการรังวัดพิสูจน์ทราบในวันนี้
ซึ่งพื้นที่ 1ไร่เศษมีแพลนที่จะทำ
อันที่หนึ่งเลยก็จะเป็นที่ตั้งของสมาคมนักเรียนเก่า เราที่จะทำเป็นที่ตั้งที่ถาวร อันที่ 2 เราก็จะทำเป็นห้องประชุมที่พบปะสำหรับให้พี่ๆทุกรุ่นน้องๆทุกรุ่นได้มีจุดรวมมาทำความรู้จักกัน แล้วก็เป็นที่ๆเป็นศูนย์รวมของทุกทุกคนในการที่จะมาทำเพื่อศาลสมเด็จพระนเรศวรของพวกเรา แล้วก็อาจจะมีกลุ่มกาแฟเล็กๆ สำหรับดูแลพวกเรา เหมือนกับเป็นสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมของเราที่เคยมีที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้เพื่อจะประชาสัมพันธ์ให้กับลูกหลานทั่วไป ได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของโรงเรียนของพวกเรา แล้วก็
อาจจะดูแลพวกนักท่องเที่ยวหรือว่านักวิ่งต่างๆที่มาวิ่งตอนเช้าตอนเย็น ซึ่งคิดว่าจะทำให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของพวกเรา
ส่วนประเด็นห้องน้ำที่รับโอนรับมอบไม่ได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเจรจากับกรมศิลปากร เนื่องจากว่าตอนสร้างนั้นยังไม่ทราบว่ามีที่ของสมาคมอยู่ และในการรับในเบื้องต้นต้องเป็นของ อบจ.พิษณุโลกเราต้องเป็นผู้รับ แต่เมื่อมีเอกสารสิทธิ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นของสมาคมฯ ก็จะอยู่ในขั่นตอนของการเจรจาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันจึงต้องเจรจากับกรมศิลป์และอบจ.พิษณุโลกครับ
No comments:
Post a Comment