Wednesday, September 23, 2026

พิษณุโลก ชาวบ้าน 3 อำเภอ บุกยื่นหนังสือสภาเกษตรฯ ดันฟื้นอ่างฯ "คลองชมพู" ชลประทานรับลูกนับหนึ่ง EIA ใหม่ 1.4 พันล้าน

ชาวบ้าน 3 อำเภอจังหวัดพิษณุโลกนับร้อยคน บุกยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เรียกร้องฟื้นโครงการอ่างเก็บน้ำคลองชมพู มูลค่า 1,400 ล้านบาท ชี้ทน suffering ภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากมากว่า 20 ปีไม่ไหว ลั่นขอสนับสนุนการสร้างเขื่อนเต็มที่ ด้านชลประทานรับลูก เตรียมลุยศึกษา EIA รอบใหม่ คาดแล้วเสร็จปลายปี 2570
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในระหว่างการประชุมเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ (ประเภทตัวแทนองค์กรเกษตรกร ด้านพืช) โดยมี นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธานการลงคะแนน (ซึ่งผลการโหวต นายณรงค์ ปราบปัญจะ ได้รับเลือกเป็นตัวแทนฯ)
บรรยากาศภายในงานกลับมีประเด็นร้อนเกิดขึ้น เมื่อกำนันตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง ได้นำตัวแทนมวลชนและผู้นำชุมชนนับร้อยคน เดินหน้าเข้าสู่ห้องประชุมพิจิตรา เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อนายนัยฤทธิ์ โดยระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง และอำเภอบางกระทุ่ม กำลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างหนัก และต้องการให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพูเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว
ตัวแทนชาวบ้านระบุตรงกันว่า ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวถูกคัดค้านจากกลุ่มเอ็นจีโอและคนบางกลุ่มเพียงไม่กี่คน จนทำให้โครงการต้องหยุดชะงักและค้างคามานานกว่า 10–20 ปี ซึ่งครั้งนี้ชาวบ้านจะไม่ยอมทนอีกต่อไป และขอประกาศจุดยืนสนับสนุนการสร้างเขื่อนกั้นลุ่มน้ำชมพูอย่างเป็นทางการ
ด้าน นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ปัญหาร้องเรียนเรื่องลุ่มน้ำชมพูเรื้อรังมานานกว่าทศวรรษโดยไร้การขับเคลื่อน สภาเกษตรกรฯ มีหน้าที่นำเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลโดยตรงอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลร่วมกับนายกเทศมนตรีและกำนันตำบลชมพูอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเท็จจริงทั้งหมดเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ขณะที่ นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก ชี้แจงถึงแนวทางทางเทคนิคว่า มวลน้ำจากตำบลชมพู อ.เนินมะปราง ไหลผ่าน อ.วังทอง อ.บางกระทุ่ม ไปจนถึง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งมีความจำเป็นต้องพัฒนาแหล่งน้ำ โดยเดิมทีชลประทานเคยศึกษาโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2535 แล้วเสร็จปี 2540 แต่ปัจจุบันผลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้หมดอายุลงแล้ว
"ทางชลประทานจึงต้องยื่นเรื่องศึกษา EIA ใหม่อีกครั้ง ให้มีความครอบคลุมและเป็นระบบมากกว่าเดิม โดยจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปีครึ่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2570 หากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ข้อย่อว่าเห็นชอบ ชลประทานจึงจะดำเนินการออกแบบโครงสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพูต่อไป ซึ่งตามข้อมูลเดิม กรอบวงเงินก่อสร้างด้านโครงสร้างอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท" 

No comments:

Post a Comment

พิษณุโลก ชาวบ้าน 3 อำเภอ บุกยื่นหนังสือสภาเกษตรฯ ดันฟื้นอ่างฯ "คลองชมพู" ชลประทานรับลูกนับหนึ่ง EIA ใหม่ 1.4 พันล้าน

ชาวบ้าน 3 อำเภอจังหวัดพิษณุโลกนับร้อยคน บุกยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เรียกร้องฟื้นโครงการอ่างเก...