พิษณุโลก – สภาเกษตรกรแห่งชาติผนึกกำลัง 17 จังหวัดภาคเหนือ ออกแถลงการณ์จี้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขวิกฤตมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน หลังตรวจพบ “สารหนู-ตะกั่ว” ปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลัก หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร เศรษฐกิจ และสุขอนามัยรากหญ้า
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2569 ณ โรงแรมอิมพีเรียล พิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2569 ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 พร้อมด้วยสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ
ตัวแทนประธานสภาเกษตรกรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแก้วิกฤตปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างเร่งด่วน
ร.อ.อุบล เปิดเผยว่า ขณะนี้แหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้ง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง กำลังเผชิญภาวะปนเปื้อนสารโลหะหนัก โดยเฉพาะ สารหนูและสารตะกั่ว ซึ่งเป็นมลพิษที่ไหลมาจากนอกประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรหรือการปศุสัตว์ได้ตามปกติ พืชผักและสัตว์น้ำในพื้นที่เกิดการสะสมของเชื้อโรคและสารพิษ จนส่งผลกระทบวงกว้างต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และสุขอนามัยของประชาชน
"สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็นปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับท้องถิ่นหรือระยะสั้น แต่เป็นปัญหายืดเยื้อเรื้อรังที่ต้องใช้อำนาจระดับรัฐบาลในการเจรจาและวางมาตรการแก้ไขเชิงโครงสร้าง เพราะกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหาร และวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกร" ร.อ.อุบล ระบุ
รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เน้นย้ำว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ มีมติร่วมกันในการประชุมเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 ให้ส่งหนังสือข้อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พิจารณาแก้ไขปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนที่สุด พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า สภาเกษตรกรคือที่พึ่งสุดท้ายของชาวบ้าน และหลังจากนี้จะทำการติดตามการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้อย่างใกล้ชิด
No comments:
Post a Comment