Thursday, July 2, 2026

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์วุฒิสภา ตั้งคณะทำงาน รับมือ Fake News และเน้นสื่อสารเชิงรุก นำเสนอผลงานเด่นของกรรมาธิการ เสริมความเชื่อมั่นประชาชน

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 406 – 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) มีการประชุมคณะทำงานตอบโต้ข่าวสารที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการประชาสัมพันธ์วุฒิสภา โดยมี นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม นายจำลอง  อนันตสุข  และนายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย นายวีระพันธ์  สุวรรณนามัย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการทุกคณะ ผู้อำนวยการสำนักกรรมาธิการทั้ง 3 สำนัก ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ ในฐานะเลขานุการคณะทำงาน ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องของสำนักประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการเฝ้าระวังข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวปลอม (Fake News) ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา รวมถึงการจัดทำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน และการกำหนดช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การชี้แจงข้อมูลเป็นไปอย่างทันท่วงทีต่อสถานการณ์ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาให้สามารถทำงานประสานกันได้อย่างมีเอกภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดประเด็นข่าวสารของวุฒิสภาให้มีความน่าสนใจและเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการจัดสัมมนา การลงพื้นที่ศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนการประชุมคณะกรรมาธิการที่มีสาระสำคัญ ซึ่งควรมีการจัดทำเนื้อหาข่าว ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวอย่างครบถ้วน เพื่อส่งต่อไปยังสื่อมวลชนและช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้สามารถเผยแพร่สู่สาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง
สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง เสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างวุฒิสภากับประชาชน ตลอดจนเพิ่มพูนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอันจะนำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือของวุฒิสภาในระยะยาว
#วุฒิสภา #สว
#สมาชิกวุฒิสภา

โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา แถลงข่าวความรุนแรง จชต.

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.40 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาโดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมธิการ คนที่หนึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการร่วมแถลงข่าว เรื่อง “ความรุนแรงชายแดนใต้ภายใต้แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในปัจจุบัน" ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร)
จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กองกำลังติดอาวุธขบวนการต่าง ๆ ได้ก่อเหตุบ่อยครั้งมากขึ้นและขยายทั้ง 3 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้มีเหตุการณ์ที่ทวีรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง คือ กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า หรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้รับผิดชอบหลักเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด คณะกรรมาธิการเห็นว่าอาจจะยังไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนหรือผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนในพื้นที่ เพราะตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2568 – มิถุนายน 2569 มีเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและการป้องกันเหตุรุนแรงยังไม่เพียงพอ

โฆษกคณะกรรมาธิการเห็นว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าพบว่าใน 4 ด้านยังขาดประสิทธิภาพ คือ (1) ในงานการข่าว (2) งานมวลชน (3) การป้องกันเหตุ และ (4) การปฏิบัติการเชิงรุก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มกองกำลังติดอาวุธขบวนการต่าง ๆ ปฏิบัติการก่อเหตุร้ายรุนแรงอย่างเสรีได้ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปฏิบัติการในเวลากลางคืน
เพราะฉะนั้น การเสนอนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้านี้
ที่เพิ่มความถี่ของการก่อเหตุและลุกลามทั้ง 3 จังหวัด และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจึงถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างแท้จริงเพื่อให้การแก้ปัญหากับหยุดเหตุความรุนแรงขณะนี้ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันและเด็ดขาดก่อนจะสูญเสียมากกว่านี้ 

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ตระหนักในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบต่ออธิปไตยและความมั่นคงของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบความทุกข์ทั้งบาดแผลทางร่างกายหรือจิตใจและความสูญเสียชีวิตกับทรัพย์สินมาอย่างอย่างนาน
 คณะกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอดังกล่าวและพร้อมจะยืนเคียงคู่กับประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า และกองทัพไทยเพื่อนำความไว้วางใจต่อกันอย่างไร้อคติในฐานะประชาชนร่วมผืนแผ่นดินเกิดเดียวกันอย่างเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างแท้จริงไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเพียงใดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเกิดขึ้นด้วยมือของเราทุกคน

วุฒิสภา เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด วาระ 2-3 หากไม่แล้วเสร็จอาจเพิ่มวันประชุมเป็น 3 วัน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.10 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงผลการประชุมวิปวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 29 และวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ในวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1) ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2) ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 3) ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 4) ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 5) ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างที่ 2 - 5 และลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ ร่างที่ 1 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ขอถอนร่างออกไปพิจารณาทบทวนใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... โดยสาระสำคัญคือให้ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย (การนิรโทษกรรม) รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว โดยที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
.
สำหรับการประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 6 และวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีวาระสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.โอนที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ให้แก่นางมี รักเสมอวงค์ พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร ในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.กำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร ในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ซึ่งมีเนื้อหากว่า 200 มาตรา สาระสำคัญคือการมีกฎหมายเพื่อการพัฒนาและบูรณาการการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศให้เป็นระบบ ลดสาเหตุการเกิดมลพิษที่แหล่งกำเนิด และป้องกันการปล่อยมลพิษ ฝุ่น ควัน และกลิ่น เข้าสู่สภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพอากาศ ระบบการเฝ้าระวัง ระบบการเตือนภัย และระบบการจัดการในสถานการณ์วิกฤตจากภาวะมลพิษทางอากาศ พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อให้เกิดอากาศสะอาด ซึ่งวุฒิสภาให้ความสำคัญกับการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยจะเร่งพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ให้แล้วเสร็จก่อนปิดสมัยประชุมรัฐสภานี้ 

​ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ตั้งศูนย์ช่วยด่วน! เหตุรถชนคณะพระธุดงค์ มรณภาพ 8 รูป บาดเจ็บอื้อ

มุกดาหารแถลงด่วน! อุบัติเหตุใหญ่รถกระบะชนคณะพระธุดงค์ มรณภาพ 8 รูป สาหัส 4 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก จังหวัดเร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ
​เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมตึกอุบัติเหตุ ชั้น 5 โรงพยาบาลมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร, นายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร,  พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ คปภ.มุกดาหาร และเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวกรณีอุบัติเหตุรุนแรงบนเส้นทางสาย 2034 (มุกดาหาร - อำเภอดอนตาล) ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ระหว่างเดินธุดงค์จากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร มุ่งหน้าไปยังอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 39 ราย (พระภิกษุ 34 รูป และฆราวาส 5 คน)
เบื้องต้น มีพระภิกษุสงฆ์มรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และมรณภาพเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมเป็น 8 รูป โดยหลังเกิดเหตุ ทีมอาสาสมัครกู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินได้เข้าถึงพื้นที่ภายใน 10 นาที เพื่อเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร ล่าสุดมีผู้ป่วยวิกฤต (สีแดง) 4 ราย และผู้ป่วยกึ่งวิกฤต (สีเหลือง) 10 ราย
ทางด้าน โรงพยาบาลมุกดาหาร ระบุว่า ได้รับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั้งหมด 23 ราย แบ่งเป็นพระภิกษุ 22 รูป และฆราวาส 1 ราย อาการส่วนใหญ่เป็นกระดูกหักและบาดเจ็บทางสมอง ขณะที่คณะพระธุดงค์ที่บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 15 รูป พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ได้ประสานให้ อสม. เข้ามาช่วยดูแลสภาพจิตใจและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเนื่องจากทุกรูปยังอยู่ในอาการตกใจ
สำหรับมาตรการเยียวยา จากการตรวจสอบพบว่ารถกระบะคันต้นเหตุมีประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยกรณีพระภิกษุที่มรณภาพจะได้รับความคุ้มครองรายละ 500,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับความคุ้มครองรายละ 80,000 บาท พร้อมค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริง
ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานขึ้น ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเร่งตรวจสอบรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งหมดอย่างเต็มกำลังต่อไป
//รายงานโดย: วิลาสินี เจริญสุข // มุกดาหาร (โทร. 081-5926966)

สลด! เด็กพิเศษ 11 ขวบ แอบขโมยกระบะซิ่งแหกด่าน ชนคณะพระธุดงค์มุกดาหาร มรณภาพ 8 รูป เจ็บสาหัส 10 กว่ารูป

มุกดาหาร - เกิดเหตุสลดเด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ แอบขโมยรถกระบะจากบ้านขับซิ่งแหกด่าน ก่อนพุ่งชนคณะพระสงฆ์และสามเณรที่กำลังเดินจาริกธุดงค์ธรรมยาตราริมถนนในจังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพคาที่ 5 รูป ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 3 รูป และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 รูป เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนคณะพระสงฆ์ที่กำลังเดินธุดงค์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนสายมุกดาหาร - ดอนตาล บริเวณบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานไปยัง พ.ต.ต.วัลลพ โพธิวัง ร้อยเวรสอบสวน พร้อมด้วยกู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร และทีมแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลมุกดาหาร รีบรุดไปตรวจสอบ
​ที่เกิดเหตุริมถนนพบร่างพระภิกษุสงฆ์นอนได้รับบาดเจ็บกระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการปฐมพยาบาลและทำ CPR ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บต - 1944 มุกดาหาร สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ภายในห้องโดยสารพบร่างพระภิกษุ 2 รูป กระเด็นทะลุกระจกเข้าไปอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร
จากการตรวจสอบเบื้องต้น คณะดังกล่าวเป็นพระสงฆ์และสามเณรใน "โครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตรา" จากอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ร่วมเดินทางรวม 34 รูป เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพในที่เกิดเหตุทันที 5 รูป และมรณภาพเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมเป็น 8 รูป นอกจากนี้ยังมีพระภิกษุได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 รูป ซึ่งแพทย์กำลังอยู่ระหว่างยื้อชีวิต ส่วนร่างของผู้มรณภาพได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลมุกดาหารเพื่อรอประสานญาติ
จากการสอบสวน นางทองยุ้น พิกุลศรี อายุ 72 ปี ยายของผู้ก่อเหตุ ให้การด้วยความตกใจว่า คนขับรถคันดังกล่าวคือ หลานชายของตนเอง ชื่อเด็กชายพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาหลานชายได้แอบขโมย กุญแจและขับรถกระบะคันเกิดเหตุออกจากบ้านไปโดยไม่ทราบจุดหมาย เมื่อตนทราบเรื่องจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยสกัดจับ แต่ต่อมาได้รับแจ้งว่าหลานชายได้ขับรถแหกด่านตรวจนาคำน้อย และมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองมุกดาหาร จนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุพุ่งชนคณะพระธุดงค์อย่างสลดดังกล่าว



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการควบคุมตัวเด็กชายวัย 11 ปี พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
//วิลาสินี เจริญสุข //  มุกดาหาร  081-5926966//

รมช.คมนาคม “สรรเพชญ” ลงพื้นที่ติดตามเหตุโป๊ะเรือล่ม พระสมุทรเจดีย์ สั่งเร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและค้นหาผู้สูญหาย

วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุโป๊ะเรือล่ม บริเวณใกล้เคียงท่าเทียบเรือของบริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี ตรงข้ามซอยสุขสวัสดิ์ 84 ถนนสุขสวัสดิ์ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสั่งการให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.22 น. โดยได้รับแจ้งว่ามีผู้ประสบเหตุตกลงไปในน้ำ ระหว่างการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ ศูนย์วิทยุบรรเทาภัยป้อมพระจุล หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าระดมกำลังช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบเหตุทันที
จากรายงานเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยรายแรกถูกนำส่งโรงพยาบาลเปาโล พระประแดง ส่วนอีกรายเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือขึ้นฝั่งก่อนนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง
เบื้องต้นพบความเสียหายเป็นเรือบรรทุกดินจม 1 ลำ และเรือโป๊ะบรรทุกรถแบ็กโฮเกิดน้ำเข้าและเอียง 1 ลำ ทั้งนี้ เหตุเกิดในบริเวณที่มีการดำเนินโครงการขุดลอกหน้าท่าเทียบเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและสาเหตุของอุบัติเหตุ ทางบริษัทฯ ยืนยันว่าไม่มีท่อแก๊สอันตรายดังข่าวที่ปรากฏก่อนหน้านี้

Wednesday, July 1, 2026

พิษณุโลกเตรียมจัดใหญ่ "เทศกาลทุเรียนบ้านแยงและผลไม้นานา พรรณ" 24 ก.ค.–1 ส.ค. นี้

พิษณุโลกจัดใหญ่! แถลงข่าวเตรียมเปิดฉาก “เทศกาลทุเรียนบ้านแยงและผลไม้นานาพรรณ ประจำปี 2569” ขนทุเรียนเกรดพรีเมียมและผลไม้คัดเกรดจากสวนส่งตรงสู่นักท่องเที่ยว เพิ่มเวลาจัดเต็มเป็น 9 วัน ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 1 สิงหาคมนี้ คาดสร้างรายได้สะพัด
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.15 น. ณ สวนทุเรียนสุกัญญา หมู่ที่ 5 บ้านเกษตรสุข ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวงาน “เทศกาลทุเรียนบ้านแยงและผลไม้นานาพรรณ ประจำปี 2569” โดยมีพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าของสวนทุเรียนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
 โดยมีไฮไลท์สำคัญก่อนเริ่มพิธีเปิด เมื่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ประเดิมตัด "ทุเรียนพันธุ์หนามดำ" ผลแรกของสวนสุกัญญาเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย พร้อมแท็กทีมพาณิชย์จังหวัดและเกษตรจังหวัด ร่วมกันตัดทุเรียนการกุศลรวม 3 ลูก เพื่อนำไปประมูลนำรายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย 

นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ ยังได้โชว์ฝีมือปลายจวัก ลงมือผัดสะตอกุ้งสดจานเด็ดแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มรสความอร่อยกันถ้วนหน้า

นายศิลา ปัญจรี นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแยง เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ได้นำผลผลิตคุณภาพดีจากสวนมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งปัจจุบันอำเภอนครไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 5,000 ไร่ (อยู่ในตำบลบ้านแยง 2,000 ไร่) โดยคาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึง 3,000 ตัน สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่  ปีนี้เราจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยเพิ่มวันจัดงานจากปีก่อนๆ ที่มีเพียง 7 วัน ขยายเป็น 9 วันเต็ม เพื่อให้เหล่านักท่องเที่ยวได้อิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมอุดหนุนผลไม้คุณภาพดีส่งตรงจากสวนทุกวันตลอดการจัดงาน โดยงานจะเริ่มวันที่ 24 ก.ค. ถึง 1 ส.ค. ที่ตลาดบ้านแยง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแยง กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับทุเรียนตำบลบ้านแยง อ.นครไทย มีชื่อเสียงและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจนได้รับคำชื่นชมว่า รสชาติดีเทียบเท่ากับทุเรียนภูเขาไฟ มีจุดเด่นคือ "เนื้อแข็ง เมล็ดเล็ก พูแน่นไม่เละ กรอบนอกนุ่มใน ที่สำคัญคือเนื้อแห้งกว่าทุเรียนแถบภาคตะวันออกและกลิ่นไม่รุนแรง" โดยภายในงานจะมีทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์มาให้เลือกชิม ทั้งสายพันธุ์พื้นเมืองหาทานยากอย่าง หนามดำ, นกกระจิบ รวมถึงสายพันธุ์ยอดนิยมอย่าง หมอนทอง และก้านยาว

หาดกะทิงรายคึกคัก ชาวบ้านพาลูกหลานพักผ่อนริมทะเล ทำผู้ประกอบการท้องถิ่นยิ้ม

ค่ำวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่สวนสาธารณะหาดกระทิงราย เมืองพัทยา จ.ชลบุ...