Sunday, June 30, 2024

หนุ่มพิษณุโลกไอเดียเจ๋ง! แม้ในพื้นที่ภาคเหนือจะไม่มีทะเล แต่ต่อยอดจากการเลี้ยงปูทะเลสู่การเลี้ยงปูนิ่มไซส์ใหญ่แบบออแกนิค

หลังจากที่เคยเลี้ยงเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และปูดำ ที่เป็นปูทะเล เลี้ยงแบบออร์แกรนนิคในบ่อผ้าใบจนประสบความสำเร็จมาแล้วแล้ว ล่าสุดนายธนกฤต พลอยงาม หรือ โอม เกษตรข้างบ้าน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 267/1 หมู่ 1  ตำบลวังน้ำคู้  อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้ต่อยอดศึกษาและลงมือเลี้ยงปูนิ่ม ซึ่งเป็นปูทะเลโดยเลี้ยงให้มีไซส์ใหญ่กว่าท้องตลาดที่มีขายทั่วไปและยังเป็นการเลี้ยงแบบออร์แกรนนิค โดยได้ศึกษาทดลองการทำน้ำทะเลเอง โดยลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง เพราะมันยากมาก เนื่องจากถิ่นกำเนิดของปูนิ่มอยู่ภาคใต้และเป็นน้ำทะเล เมื่อต้องย้ายมาอยู่ภาคเหนือ เพื่อให้ปูกินดีอยู่ดีเหมือนเดิมค่อนข้างยากมากกว่า  ในการเลี้ยงก็ลองผิดลองถูกเอง ไม่สามารถทำตามนักวิชาการ หรือเพจการเลี้ยงตาม YouTube ได้ 
สำหรับการเลี้ยงปูนิ่มนั้นจะรับซื้อพันธุ์ปูนิ่มโดยตรงจากภาคใต้ นำมาเลี้ยงในบ่อผ้าใบขนาด 3.5x11 จะสามารถเลี้ยงปูได้ประมาณ 150-180 ตัว โดยทุกตัวจะแยกเลี้ยงในตะกร้ามีฝาปิดตะกร้าละ 1 ตัว ซึ่งปัจจุบันมี 6 บ่อ แบ่งเป็น บ่อปูนิ่ม  3 บ่อ บ่อกุ้งก้ามกราม 2 บ่อ และบ่ออนุบาลลูกกุ้ง 1 บ่อ เนื้อที่รวมบริเวณบ้าน 120 ตารางวาตารางวา ในการเลี้ยงปูนิ่มจะใช้ระยะเวลาเพียง 20 วัน ให้อาหารคือปลาตัวเล็กตัวน้อย วันละ 1 มื้อ เพียงเท่านี้ก็สามารถจับขายได้ ในราคา 3 ตัว 500 บาท น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเน้นเป็นกลุ่มลูกค้าประจำ 
โดยตนได้โพสต์เฟชขายส่วนตัว ขณะนี้ผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องจากการเลี้ยงแบบออแกนิคทำให้เนื้อปูแน่น หวาน สำหรับปูนิ่มคนส่วนใหญ่นิยมนำมาประกอบอาหาร อาทิ ปูนิ่มคั่วพริกเกลือ หรือ ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ เนื่องจากสามารถรับประทานได้ทั้งตัว 
นอกจากนี้ยังเตรียมต่อยอดเลี้ยงหอยนางรมแบบออแกนิคด้วย หากสนใจสามารติดต่อได้ที่เพจ เกษตรข้างบ้าน ชาวเลภาคเหนือ (ฟาร์มปูนิ่ม พิษณุโลก) หรือ 081-353-6299
//naitun ภาพ-ข่าว//

พิกุลแก้ว- จุติ ปลุกสตรีสองแคว มีบทบาททางการเมืองระดับชาติ - ท้องถิ่น

วันที่ 30 มิถุนายน 2561 เวลา 09:00 น ณ ศูนย์ประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีเป็นผู้นำเพื่อคุณภาพชีวิตครอบครัวและเยาวชนในยุคปัจจุบัน โดยมีโดยมีสตรีทุกตำบลของอำเภอนครไทย พร้อมด้วยสภานักเรียนและเยาวชน โรงเรียนนาบัววิทยา โรงเรียนบ่อโพธิ์วิทยา และโรงเรียนนครชุมรัชมังคลาภิเษก รวม 138 คน
ทั้งนี้ นางชุตินันท์ เครือสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(สจ.) พิษณุโลก เขตอำเภอนครไทย ในฐานะประธานกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดพิษณุโลก ได้จัดทำโครงการ ดังกล่าว เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทสตรีมีความเหมาะสมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองและการพัฒนาท้องถิ่น
โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาร่วมบรรยายให้ความรู้ อาทิ นายพินิจ สิทธิโห อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางมาลีรัตน์ แก้วก่า อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร นางสาวชมพูนุท นาครทรรพ อดีตที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการวิชาการ วุฒิสภา

โครงการคนละลูก เตรียมระเบิดศึกฟุตซอลทำความดีเพื่อแม่ 12 สิงหาคม 2567

การแข่งขันฟุตซอลแพนเทอร่า เลโอ ครั้งที่ 7 รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ชาย 12 สิงหาคม 2567  เชิญ อาจารย์บุญเลิศ เจริญวงศ์ ประธานเทคนิคทีมชาติเมียนมาร์ เฮดโค้ชทีมชาติเมียนมาร์ ผู้สนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้
ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก  ประธานจัดการแข่งขัน กล่าว โครงการคนละลูก จัดการแข่งขันฟุตซอล เนื่องในโอกาสสำคัญ เช่น วันแม่ วันพ่อ มาประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ทำการแข่งขัน จำนวน 3 จังหวัด สนามจังหวัดปัตตานี จังหวัดตรัง และจังหวัดนครพนม
วัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนมาสนใจการเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ผู้สนับสนุน คุณณัฎฐ์ อุปการดี ประธานกลุ่มแพนเทอร่า เลโอ ประเทศไทย อาจารย์บุญเลิศ เจริญวงศ์ ประธานเทคนิคทีมชาติเมียนมาร์ เฮดโค้ชทีมชาติเมียนมาร์ คุณกฤษดา เจนพนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท ป้ายวัชระ อิงค์เจ็ท จำกัด และสำนักสื่อมวลชนทุกสำนักที่สนับสนุนรายงานข่าวการแข่งขันเป็นอย่างดีเช่นเคย

ไม่มาพลาดอย่างแรงส์ !! วันสุดท้าย Job Expo "พิพัฒน์" จัดหนักวันสุดท้าย ส่งเสริมการมีงานทำ แนะแนวการเรียนตรงสายงานที่ชอบ พร้อมแนะนำอาชีพอิสระ 30 อาชีพฟรี

วันที่ 30 มิถุนายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดงาน JOB EXPO THAILAND 2024 มหกรรมหางานที่สนุกที่สุด ที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจัดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงวันนี้ 30 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้น ซึ่งภาพรวมการจัดงานทั้งสองวันที่ผ่านมาบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีน้องๆ นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทหารปลดประจำการ และคนหางานจากทั่วประเทศ ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงานกันอย่างล้นหลาม 
ซึ่งโซนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โซนส่งเสริมและสนับสนุนการมีงานทำ Job Matching โซนแนะแนวเส้นทางการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ และโซนส่งเสริมและสนับสนุนการมีงานทำ เนื่องจากมีผู้ใช้บริการเนืองแน่นเป็นพิเศษตลอดทั้งวัน จากการพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานต่างพึงพอใจที่กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวกให้กับคนหางาน โดยเตรียมตำแหน่งงานว่าง ในประเทศกว่า 600,000 อัตรา และเปิดรับสมัครคนงานที่มีความประสงค์ที่จะไปทำงานต่างประเทศอีก 100,000 อัตรา พร้อมเชิญ 222 สถานประกอบการชั้นนำมารับสมัครงานโดยตรง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนหางานได้มาเจอกันและได้สมัครงานกับบริษัทที่ตนเองสนใจในคราวเดียว ในส่วนนายจ้าง/สถานประกอบการที่กำลังขาดแคลนแรงงานก็สามารถคัดเลือกผู้สมัครงานที่มีทักษะความสามารถตรงกับตำแหน่งงาน
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ผมขอเชิญชวนเพื่อนๆ พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะน้องๆ 
ที่สำเร็จการศึกษาใหม่ ได้เดินเข้ามาสำรวจ หารือ หรือเจรจากับสถานประกอบการต่างๆ เพื่อจะได้สิ่งที่ถูกใจที่จะได้เข้าไปทำงานในโอกาสต่อไป ซึ่งหากพลาดโอกาสนี้ก็คงต้องรออีกครั้งในปีหน้า ผมคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด เป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุด ขอให้ท่านได้เดินเข้ามาพูดคุย เจรจากัน เมื่อเดินเข้ามาแล้วก็ขอให้ประสบความสำเร็จ 
แต่ถ้ามาไม่ได้ในงานก็สามารถลงทะเบียนหาตำแหน่งงานผ่านทางระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน สำหรับคนที่อยากจะทำงานและอยากรู้ว่ามีตำแหน่งงานอะไรบ้างที่ปัจจุบันมีการเปิดรับสมัคร เนื่องจากระยะเวลา 3 วันอาจเป็นช่วงระยะที่สั้นไป แต่เมื่อท่านเข้ามาในเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน ท่านก็สามารถเข้าไปดูได้ว่าตำแหน่งงานที่ประกาศมีอะไรบ้างและตรงกับความต้องการหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้นท่านสามารถกรอกข้อมูลที่ตนเองถนัด มีความเชี่ยวชาญ หรือสำเร็จการศึกษาและต้องการตำแหน่งงานในตำแหน่งอะไรก็สามารถกรอกข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์กรมการจัดหางานได้
“นอกจากนี้ ภายในงานยังมีอาชีพอิสระกว่า 30 อาชีพที่มาเปิดบูธภายในงาน เช่น กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน หรือกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ซึ่งอาจจะเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักก็ได้ที่ได้รับงานไปทำที่บ้านของเราเอง ฉะนั้นหากใครมีความสนใจที่ต้องการหารายได้เสริมในช่วงวันหยุดหรือช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพหลัก ท่านก็สามารถมาเที่ยวชมในงานนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างน้อยท่านสามารถมาเดินดูได้ว่าอาชีพอิสระกว่า 30 อาชีพนั้นท่านชอบอาชีพอิสระอะไรบ้าง เรามีความสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะในช่วงสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงหรือหยุดยิ่ง จึงอยากให้ท่านได้มีอาชีพเสริมหรือนำอาชีพอิสระเหล่านี้ไปสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกด้วย ผมจึงถือโอกาสนี้เชิญชวนทุกท่านอีกครั้งที่กำลังมองหางานทำ ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน โดยเฉพาะน้องๆ ที่จบการศึกษาใหม่ให้ได้มาพบปะเจอกันกับผู้ประกอบการในงานนี้ ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. ที่ HALL 6 – 7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” นายพิพัฒน์ กล่าว
ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ภายในงาน JOB EXPO THAILAND 2024 ยังมีกิจกรรมอีกมากที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีงานทำ มีอาชีพเสริม พัฒนาทักษะ หรือมองหาแรงบันดาลใจในการทำงาน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเปิดโอกาสให้ตัวเอง ที่งาน JOB EXPO THAILAND 2024 วันนี้ – 30 มิถุนายน 2567 เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hall 6 - 7 กรุงเทพมหานคร
โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการค้นหางาน จับคู่งานที่สนใจ ที่เว็บไซต์ jobit.doe. go.th/jobexpothailand2024 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนหางานจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมงานในวันนี้ (30 มิถุนายน 2567) จะได้รับฟัง INSPIRATION TALK ถึง 5 หัวข้อ ได้แก่ การเสวนาหัวข้อ : ทักษะดิจิทัสสำหรับตลาดแรงงานไทยในปัจจุบันและอนาคต (DIGITAL SKILL FOR THR CURRENT AND FUTURE THAI LABOR MARKET) ระหว่างคุณเขมนรินทร์ รัตนาอัมพวัลย์ รองประธานสภา : สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย คุณภัทรเสฏฐ หนุนภักดี THAILAND COUNTRY LEAD : LINKEDIN และคุณนิธิภัทร ศรีธัญญา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล : กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2. หัวข้อ : วิธีการตั้งเป้าหมายและ CAREER PLAN ให้ตรงจุด โดยคุณเบ็น บวรชัย โศจิพันธุ์ ผู้อำนวยการผู้จัดการ LEARN CORPORATION GROUP 3. หัวข้อ : การสร้างโอกาสการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในยุคดิจิทัล โดยคุณชินนะปกรณ์ พันภัย จากสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) 4. หัวข้อ : SME ยุคดิจิทัล : จ้างงานอย่างไรให้ได้ใจคนรุ่นใหม่ โดยผู้แทนภาคธุรกิจ SME และ 5. หัวข้อ : การแนะแนวอาชีพและทักษะด้านดิจิทัล โดยคุณอุบล สุทธนะ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย พร้อมสนุกสนานปิดท้ายกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง PURPEECH และ DEPT หรือหากเดินทางมาไม่ได้กรมการจัดหางานมีช่องทางออนไลน์ของกรมจัดหางาน ที่เว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th เพื่อหาตำแหน่งงานได้เช่นเดียวกัน

ม.นเรศวร จัดโครงการลูกทุ่งไม่มีแดด เทา-แสด บันเทิงศิลป์ ครั้งที่ 12 สืบสานเพลงลูกทุ่ง

             เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์  แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการลูกทุ่งไม่มีแดด เทา-แสด บันเทิงศิลป์ ครั้งที่ 12 ตอน ลูกทุ่งศิวิไลซ์ ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริม สนับสนุนให้นิสิตที่มีความสามารถพิเศษทางด้านศิลปะการแสดงแขนงต่าง ๆ ได้แสดงทักษะที่ตนมี รวมถึงการปลูกฝังให้เกิดความรักและหวงแหนในศิลปะและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่ง 
ซึ่งโครงการนี้นิสิตได้แสดงออกทั้งการร้อง เต้นและเล่นดนตรี รวมถึงการฝึกความสามัคคีและการทำงานร่วมกัน ทั้งเบี้องหน้าและเบื้องหลัง โดยเป็นการทำงานร่วมกันของชมรมวงดนตรีลูกทุ่งมหาวิทยาลัยนเรศวร NU Band โครงการลูกพระฆเนศ ชมรมสืบสานล้านนา ชมรมดนตรีไทย รวมถึงศิษย์เก่าและนิสิตจากหลากหลายคณะ 
ซึ่งงานนี้ได้รับความสนใจเข้าร่วมชมจากประชาชนทั่วไป ผู้ปกครอง นักเรียนระดับมัธยม อาจารย์ นิสิตของมหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันอื่นๆ เข้าร่วมรับชมกว่า 800  คน ณ โรงละครเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กรมการจัดหางาน ปฏิบัติการ “เจอ จับ ปรับ ผลักดัน" แรงงานผิดกฎหมาย ร่วม 8 หมื่นคน พิพัฒน์เข้ม ดำเนินคดี ไม่มีข้อยกเว้น

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการด้านการตรวจสอบการทำงานของแรงงานข้ามชาติ ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบแรงงานข้ามชาติที่กระทำผิดกฎหมาย เป็นเวลา 24 วันแล้ว หลังจากที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการ มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ด้านการตรวจสอบการทำงานของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กำลังพลจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ออกปฏิบัติการโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อตรวจสอบ จับกุม และดำเนินคดีนายจ้าง/สถานประกอบการ และคนต่างชาติ ที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ควบคู่กับประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้นายจ้าง/สถานประกอบการ และคนต่างชาติ มีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคนต่างด้าว และมติครม.ในคราวต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจะปฏิบัติการอย่างเข้มข้น “เจอ จับ ปรับ ผลักดัน” เป็นระยะเวลา 120 วัน
ผลการดำเนินการ ระหว่างวันที่ 5 – 28 มิถุนายน 2567 รวม 24 วัน มีการตรวจสอบตามที่พลเมืองดีแจ้งเบาะแสและการสุ่มตรวจในสถานประกอบการ และบริเวณที่พบแรงงานข้ามชาติอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ล่าสุดได้ลงพื้นที่หลายจุด อาทิ ตลาดย่านห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ร้านขายของชำ ย่านภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร บริษัทนำเที่ยว ย่านบางแค กรุงเทพมหานคร โรงงานเผากะลามะพร้าว จังหวัดราชบุรี  ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มในจังหวัดอุดรธานี ไซต์งานก่อสร้างในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการที่จ้างแรงงานข้ามชาติทั่วประเทศ 6,217 แห่ง พบกระทำความผิด 203 แห่ง และตรวจสอบคนต่างชาติ จำนวน 78,498 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 58,868 คน กัมพูชา 11,913 คน ลาว 5,571 คน เวียดนาม 22 คน และสัญชาติอื่น ๆ 2,424 คน มีการดำเนินคดีทั้งสิ้น 534 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 352 คน ลาว 75 คน กัมพูชา 53 คน  เวียดนาม 5 คน และสัญชาติอื่น ๆ 49 คน
“กรมการจัดหางานขอย้ำเตือนว่า คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมทั้งไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้จนกว่าจะพ้นโทษมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี และนายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งหากพบการกระทำความผิดกรมการจัดหางานจะดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น” อธิบดีกรมการจัดหางานกล่าว