Wednesday, August 5, 2026

นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปฏิบัติการฝึกทักษะบุคลากรต้นแบบขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย รุ่นที่ ๑ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี

          นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปฏิบัติการฝึกทักษะบุคลากรต้นแบบขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย รุ่นที่ ๑ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมโครงการในครั้งนี้
      การจัดทำโครงการปฏิบัติการฝึกทักษะบุคลากรต้นแบบ ขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัยอำเภอนครชัยศรีในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)
          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ และทักษะในการขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัยให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี          รุ่นที่ 1จำนวน 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลนครชัยศรี, บางกระเบา, วัดแค, บางแก้ว, ท่าพระยา, ศรีมหาโพธิ์ และตำบลลานตากฟ้า รวมทั้งสิ้น ๒๔๐ คน การอบรมแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การบรรยายและการฝึกปฏิบัติ รวมทั้งการตรวจสภาพของรถจักรยานยนต์ และการใช้วิชาการและเทคโนโลยีในการคาดการณ์สถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนน ด้วยเครื่องจำลองการขับขี่ “Riding Trainer”
       อุบัติเหตุทางถนน เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ และจังหวัดนครปฐมได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา กำหนดให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัด  ภายใต้ “วาระจังหวัด วาระหมวกนิรภัย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเป้าป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งสถิติการเกิดอุบัติเหตุในกลุ่มรถจักรยานยนต์คิดเป็นร้อยละ 86.32 มีพฤติกรรมเสี่ยงหลักคือ การไม่สวมหมวกนิรภัย
      การอบรมในครั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี มุ่งหวังให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นบุคลากรสำคัญในการพัฒนาสู่การเป็นต้นแบบเรื่องการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย ซึ่งความรู้และทักษะที่ได้รับจากการฝึกอบรมจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อตนเอง ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน ทักษะที่ได้รับนี้ จะนำไปสู่การขยายผลต่อสาธารณะ ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบในการขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย เป็นผู้สวมหมวกนิรภัย 100 % นำไปสู่การขยายผลให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี ได้ปฏิบัติตามเป็นแบบอย่าง สร้างวัฒนธรรม ความปลอดภัยทางถนนให้เกิดเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการแว่นตาเพื่อน้องนักเรียนของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
นายนรวีร์  ขันธหิรัญ  นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการแว่นตาเพื่อน้องนักเรียนของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และโครงการแว่นบุญของบริษัท ตั้งธนสิน จำกัด (Easy Money) ร่วมกับนิสิตเก่าจุฬาฯ รุ่นเข้าปีการศึกษา 2520 (CU 20)  โดยมีนางสาวอโรชา  นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ พร้อมด้วยนายพัฒนพงษ์  สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ผู้บริหารบริษัท ตั้งธนสิน (Easy Money) ตลอดจนนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ผู้ปกครอง ครู และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธีฯ
เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ได้ร่วมกับบริษัท ตั้งธนสิน จำกัด (Easy Money) และนิสิตเก่าจุฬาฯ รุ่นเข้าปีการศึกษา 2520 (CU20) จัดทำกิจกรรมตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นสายตา ภายใต้โครงการแว่นตาเพื่อน้องนักเรียนของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และโครงการแว่นบุญเพื่อให้บริการและช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีปัญหาสายตาทุกระดับการศึกษา และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จำนวน 600 คน  ได้รับแว่นสายตาที่มีคุณภาพเหมาะสมทำให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตประจำวันและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยกำหนดจัดกิจกรรมตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นสายตา ในวันที่ 3-4  สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ในการนี้อำเภอนครชัยศรี ได้รับมอบหมายจากเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ให้ประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต 2 แจ้งโรงเรียนในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี พิจารณาคัดเลือกนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมกิจกรรมตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นสายตา จำนวน 40 คน ตามหลักเกณฑ์ที่เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมกำหนดเพื่อให้บริการและช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีปัญหาสายตาทุกระดับการศึกษา ได้รับแว่นสายตาที่มีคุณภาพเหมาะสม ทำให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ดี
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

"เสี่ยบรรจง” ผนึกสนามมวยลุมพินีเปิดตัวคอลเล็กชัน “Fairtex x ลุมพินี”ต่อยอดอุปกรณ์มวยไทยสู่ตลาดโลก

วันที่ 5 ส.ค.69 นายจงเดชา บุษราบวรวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ (Fairtex) ค่ายมวยไทยครบวงจรชื่อดังระดับโลก และ พล.อ.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) ได้ลงนามข้อตกลงในการส่งเสริมและต่อยอดกีฬามวยไทยร่วมกันระหว่างค่ายมวยแฟร์เท็กซ์กับสนามมวยลุมพินี ที่ห้องรับรอง VVIP ชั้น 2 ของสำนักงานสนามมวยเวทีลุมพินี 
นายจงเดชา บุษราบวรวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้คุ้นเคยกับสนามมวยลุมพินีมาตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 19-20 ปี และเคยเป็นโปรโมเตอร์มวยที่นี่มามากกว่า 20-30 ปี จนมีความผูกพันกับสนามมวยไทยแห่งนี้ที่ถือเป็นตำนานสนามมวยไทยของประเทศ และดีใจมากที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับลุมพินีทำแบรนด์อุปกรณ์มวยไทย ”Fairtex-สนามมวยลุมพินี“ เป็นเสื้อกีฬา และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวยไทยอย่างครบวงจร โดยจะเริ่มจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นนี้ อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมกันที่ช้อปแฟร์เท็กซ์ยิมทุกสาขา ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก
ด้าน พล.อ.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) กล่าวเสริมว่า สนามมวยไทยเวทีลุมพินีอยู่คู่มากับประเทศไทยมาอย่างยาวนานจนครบรอบ 69 ปี และค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ก็นับได้ว่าเป็นค่ายมวยไทยที่สร้างตัวเองจนมีชื่อเสียงไปถึงระดับนานาชาติ การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมศิลปะแม่ไม้มวยไทยซึ่งเป็นสมบัติของชาติให้ต่อยอดต่อไปได้ตราบนานเท่านาน 
อย่างไรก็ตาม หลังจากพิธีการเสร็จสิ้นจากนั้นทางคณะแฟร์เท็กซ์และสนามมวยลุมพินี ได้เข้าเยี่ยมชมช้อปแฟร์เท็กซ์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานสนามมวยเวทีลุมพินี พร้อมกับได้ทักทายและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับนักท่องเที่ยวที่สนใจกีฬามวยไทยและเข้ามาดูสินค้าภายในช้อปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ธปท.ภาคเหนือ แถลงไตรมาส 2 ซบเซา อัดแรงกระตุ้นรัฐฟื้นกำลังซื้อ ไตรมาส 3 พร้อมอัด 6 มาตรการแก้หนี้-อุ้ม SME

ธปท. แถลงเศรษฐกิจภาคเหนือ ไตรมาส 2/2569 ชะลอตัว พิษพลังงาน-ค่าครองชีพกดดันการบริโภค คาดไตรมาส 3 เริ่มฟื้น!! พร้อมเปิด 6 มาตรการแก้หนี้-เยียวยาผู้ประกอบการ  
​พิษณุโลก – ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ แถลงภาพรวมเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 2 ปี 2569 พบสัญญาณหดตัวจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพสูง ทว่าคาดการณ์ไตรมาส 3 จะเริ่มฟื้นตัวจากแรงกระตุ้นภาครัฐ  
คุณณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยในการแถลงข่าว ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จ.พิษณุโลก ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาพลังงานและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ได้กดดันกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของประชาชน ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชน การท่องเที่ยว และรายได้เกษตรกรหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ยังคงชะลอตัว เช่นเดียวกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐและ
การเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายไตรมาส เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีส่วนช่วยพยุงการบริโภคไว้ได้บางส่วน   คาดการณ์ไตรมาส 3 ฟื้นตัว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง 4 ปัจจัยเสี่ยง
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐที่ช่วยดันการบริโภค รวมถึงความเชื่อมั่นภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว และรายได้เกษตรกรที่มีแนวโน้มหดตัวน้อยลงตามทิศทางราคาพืชผลสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ธปท. เน้นย้ำให้ติดตาม 4 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญอย่างใกล้ชิด ได้แก่  ผลกระทบจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง มาตร การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ความ เสี่ยงจากภาวะภัยแล้งและปรากฏ การณ์เอลนีโญต่อภาคเกษตร    ผล กระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

พร้อมกันนี้ ธปท. ได้ประชาสัมพันธ์มาตรการช่วยเหลือทางการเงินและบริการสำคัญ 6 ประการ เพื่อสนับสนุนประชาชนและผู้ประกอบการ ได้แก่  โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย NPL วงเงินหนี้รวมไม่เกิน 100,000 บาท ให้สามารถปลดหนี้และเริ่มต้นใหม่ทางการเงินได้     มาตรการเติมสภาพคล่อง SMEs ผ่านโครงการ SMEs Credit Boost และ SMEs Secure+ เพื่อขยายสินเชื่อและเสริม liquidity   ขยายระยะเวลาซื้อทรัพย์คืน ยืดเวลาโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ออกไปจนถึงสิ้นปี 2570 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหาแหล่งเงินทุนเพื่อซื้อทรัพย์สินคืน
ยกระดับคุมบัญชีเงินฝากเยาวชน จำกัดวงเงินโอนและชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัล (รวม e-Money) เพื่อป้องกันการถูกหลอกใช้นำไปเปิดบัญชีม้า

นอกจากนี้ ธปท. ยังได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน “แบงก์ชาติ” ศูนย์รวมข้อมูล มาตรการ และบริการการเงินจาก ธปท. ครบจบในแอปเดียวเตรียมพร้อมเจ้าภาพประชุมใหญ่ระดับโลก ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะมีผู้แทนกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศเข้าร่วม

กมธ.วิสามัญงบฯ วุฒิสภา ตรวจเข้มงบฯ ปี 2570 ของกระทรวงพาณิชย์ ชูเปิดตลาดใหม่ ดันสินค้าไทยสู่เวทีโลก คุมค่าครองชีพ-ยกระดับรายได้เกษตรกร

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ประชุมครั้งที่ 13 ณ ห้องประชุม CB 411 อาคารรัฐสภา โดยมี นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
นายวุฒิชาติ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งด้านการค้า การส่งออก การดูแลราคาสินค้า และการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ดังนั้น การจัดสรรงบประมาณต้องมุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก ควบคู่กับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ในช่วงเช้า คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณางบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
ที่ประชุมเสนอให้เร่งบูรณาการฐานข้อมูลและยุทธศาสตร์การค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและกำหนดนโยบายเชิงรุก พร้อมเสริมศักยภาพสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ต่อยอดอุตสาหกรรมอัญมณีและศิลปหัตถกรรมไทยด้วยการวิจัย พัฒนามาตรฐาน และยกระดับมูลค่าสินค้า เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการฯ พิจารณางบประมาณของกรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ที่ประชุมเสนอให้กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าหาตลาดส่งออกใหม่ ลดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่มาตรการภาษี และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผ่านกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รวมทั้งกำชับให้กรมการค้าภายในติดตามและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าควรเร่งยกระดับบริการดิจิทัล ลดขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ย้ำว่า การพิจารณางบประมาณทุกหน่วยงานยึดหลัก “คุ้มค่า โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชน” โดยงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ต้องสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

………………………………………………………
 
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ได้ที่เว็บไซต์วุฒิสภา https://www.senate.go.th/view/502/main/TH-TH/

Tuesday, August 4, 2026

ท่องเที่ยวและกีฬาประจวบฯ ร่วมกับ เทศบาลนครหัวหิน เตรียมจัดงาน ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์"ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์"

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  พร้อม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  
นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  นายสรายุทธ ไกรเกรอะ หัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 4 การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีแถลงข่าว การจัดงาน โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
"ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ ในระหว่าง วันที่ 10-18 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน
วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัด แหล่งท่องเที่ยว และ กิจกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและ ประชาชนใน
พื้นที่ เพื่อสร้างกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนจากการเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า "ชวนคุณมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์เมืองประจวบฯ  กิจกรรมต่างๆ ชมฟรีดลอดงาน! ตระการตากับนิทรรศการ Next Move เล่าเรื่องราวศรีคีรีขันธ์ จาก
8 อำเภอ ร่วมชมการแสดงคีตศิลป์นแห่งความภักดี และตระการตากับแฟชั่นโชว์ผ้าถิ่นไทยสุด
อลังการ" ไฟประดับตกแต่ง แบบจัดเต็ม ไฮไลท์ในงาน อาทิ
10 สิงหาคม  พิธีเปิด พบกับดนตรี Jazz มิสเตอร์โก๋ แซกแมน และ เก่ง ธชย มาร่วมโชว์ ดนตรี JAZZ ผสมขลุ่ยแบบไทย
11 สิงหาคม ศิลปินมีนตรา อินทิรา
12 สิงหาคม กิจกรรมจุดเทียนน้อมรำลึกฯ การแสดงสดอลังการ กิจกรรมรวมพลังจิตอาสาพระราชทาน และ ศิลปิน Moccagarden
15 สิงหาคม  คนภัคดี ศรีคีรีขันธ์ ณ Hua Hin Convention center และ ศิลปินแพร ชนา 
16 สิงหาคม แฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก เส้นด้ายเดินทางครั้งที่ 9
17 สิงหาคม  มันส์ให้สุดกับ วงกางเกง
18 สิงหาคม  เตรียมคู่มาให้พร้อมกับจังหวะดนตรีลีลาศ
การแสดงแสง สี เสียง 8 อำเภอ ชมฟรีดลอดงาน.! และ จองเที่ยวฟรี กับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เพียง 4 วัน 4 เส้นทาง (วันที่ 13-14,17-18 สิงหาคม) อร่อยกับร้านค้าในงานกว่า 100 ร้าน สอบถามเพิ่มเติม FMO ฟอร์ส แมเนีย ออแกไนเซอร์ 095 018 4555
///////////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

"สรรเพชญ” ตรวจพื้นที่ย่านสถานีธนบุรี เดินหน้าศึกษาพัฒนา Medical District ยกระดับศูนย์กลางการแพทย์ของประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

วันนี้ (4 ส.ค. 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายแวรุสลัน มะสา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และนางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานกรรมการ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการจัดประโยชน์พื้นที่บริเวณย่านสถานีรถไฟธนบุรี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ณ พื้นที่ย่านสถานีธนบุรี กรุงเทพมหานคร
นายสรรเพชญ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายยกระดับการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสนับสนุนบริการสาธารณะและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งพื้นที่ย่านสถานีธนบุรี มีเนื้อที่รวมประมาณ 148 ไร่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อระบบรางหลายสาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการแล้ว รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อีกทั้งยังอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช ศูนย์การแพทย์ชั้นนำของประเทศ จึงมีศักยภาพอย่างยิ่งในการศึกษาพัฒนาเป็น “เมืองแห่งการแพทย์” (Medical District) เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบบริการสาธารณสุข การวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาที่ดินของรัฐ แต่คือการสร้างระบบนิเวศด้านการแพทย์ที่ครบวงจร เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาลของประเทศ รองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลของประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามศักยภาพของพื้นที่ รับฟังข้อจำกัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดทิศทางการพัฒนาในภาพรวม โดยได้มอบนโยบายให้ SRTA ดำเนินการใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ศึกษาและพัฒนาโครงการให้สามารถสนับสนุนระบบบริการทางการแพทย์ ควบคู่กับการสร้างประโยชน์สูงสุดจากทรัพย์สินของรัฐ และสร้างรายได้กลับคืนสู่การรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างเหมาะสม
2. บูรณาการความร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของระบบสาธารณสุข และรองรับการขยายตัวของบริการทางการแพทย์ในอนาคต
3. ศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ผลกระทบด้านสังคม รวมถึงผลกระทบต่อพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวน 318 ครัวเรือน และชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุลและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน
สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของ SRTA คือการร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช พัฒนาพื้นที่ระยะแรกประมาณ 22 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ประกอบด้วยศูนย์สนับสนุนการแพทย์ อาคารที่พักสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่พักผู้ป่วยพักฟื้นและญาติผู้ป่วย พื้นที่นวัตกรรมสุขภาพ พื้นที่สีเขียวเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ และพื้นที่บริการที่สนับสนุนกิจกรรมด้านการแพทย์ ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการรักษาพยาบาลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ภายหลังการลงพื้นที่ กระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้ SRTA ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแนวคิดการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการในทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ การลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การจราจร ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายสรรเพชญ กล่าวย้ำว่า แนวคิดการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่โครงการเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาพื้นที่ของรัฐให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ของประเทศ โดยโรงพยาบาลศิริราชในฐานะสถาบันการแพทย์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกับพื้นที่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดแนวทางการพัฒนา เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ชุมชนโดยรอบ รวมถึงช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา จึงยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดการใช้ประโยชน์พื้นที่ในแต่ละส่วน หากมีการดำเนินโครงการ จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน จัดทำมาตรการรองรับผลกระทบ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้พักอาศัยเดิม ชุมชนโดยรอบ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความถูกต้องของกระบวนการมากกว่าการเร่งรัดระยะเวลา เพราะการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ที่มีความสำคัญต่อประเทศในระยะยาว เมื่อผลการศึกษามีความชัดเจนและได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว กระทรวงคมนาคมจะแจ้งรายละเอียดของโครงการและกรอบการดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบในลำดับต่อไป

ปีหนึ่งมีครั้งเดียว! 12 สิงหาคม แม่เข้าฟรี สวนนงนุชพัทยา มอบของขวัญวันแม่แห่งชาติ แทนคำว่ารัก ชวนลูกพาแม่เที่ยว

สวนนงนุชพัทยา  มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคุณแม่ทั่วประเทศ  ในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569    ภายใต้นโยบายของ นายกัมพล ตันสัจจา ประธ...