Thursday, August 6, 2026

สภาเกษตรกรฯ พิษณุโลก ลบภาพ "งานตลาดนัด" พลิกโฉมงาน "เกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแคว 69" มุ่งประโยชน์เกษตรกร ดึงนวัตกรรม-จับคู่ธุรกิจดันสินค้าเกษตรสู่สากล

พิษณุโลก วันที่ 6 ส.ค. 2569  สภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก เดินหน้าแก้ปัญหาและสยบกระแสดราม่า หลังงาน "เกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแคว" ในช่วงที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีรูปแบบไม่ต่างจากตลาดนัดทั่วไป โดยในปีนี้ สภาเกษตรกรฯ ได้เข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ เตรียมพลิกโฉมการจัดงานครั้งใหญ่ประจำปี 2569 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องเกษตรกรที่มีสัดส่วนมากถึง 90% ของประชากรในจังหวัด
เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภาเกษตรกรฯ ชั้น 7 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ร้อยเอกอุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก และรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 ได้เป็นประธานประชุมร่วมกับเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานเกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแควอย่างยิ่งใหญ่

การจัดงานปีนี้กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 14–25 สิงหาคม 2569 โดยถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดพิษณุโลกที่ได้รับความร่วมมืออย่างครบถ้วนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ภายใต้แนวคิด "นวัตกรรมล้ำเลิศ เชิดชูเกษตรอัตลักษณ์ สร้างสินค้าหลักชุมชน สู่สากลส่งออก"
​โดยไฮไลต์สำคัญภายในงานในปีนี้ จะมีกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงช่องทางการตลาดระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกรโดยตรง
เปิดเวทีเสวนาและนวัตกรรม เติมความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรยุคใหม่ ทั้งด้านพืช สัตว์ และประมง
เชิดชูสัตว์อัตลักษณ์เมืองสองแคว จัดโซนแสดงและประกวดสายพันธุ์สัตว์พื้นเมืองเพื่อการอนุรักษ์ เช่น สุนัขบางแก้ว สุนัขไทยหลังอาน และไก่ชนเหลืองหางขาว   มีศูนย์คุ้มครองสิทธิเกษตรกร เปิดจุดรับเรื่องร้องทุกข์และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก และตลาดสินค้าเกษตรชุมชน การออกร้านจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากกลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายโดยตรง
ร้อยเอกอุบล เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร การรักษาและพัฒนาสายพันธุ์สัตว์อัตลักษณ์ท้องถิ่น และการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เกษตรกรชาวพิษณุโลกได้อย่างแท้จริง และขอขอบคุณ ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ที่ให้การสนับสนุนวงดนตรีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมาช่วยขับกล่อมตลอดงานทั้ง 12 คืน   จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมชมงานเกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแคว ระหว่างวันที่ 14-25 สิงหาคมนี้ ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก

Wednesday, August 5, 2026

ปีหนึ่งมีครั้งเดียว! 12 สิงหาคม แม่เข้าฟรี สวนนงนุชพัทยา มอบของขวัญวันแม่แห่งชาติ แทนคำว่ารัก ชวนลูกพาแม่เที่ยว

สวนนงนุชพัทยา  มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคุณแม่ทั่วประเทศ  ในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569    ภายใต้นโยบายของ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ที่ต้องการส่งเสริมให้วันแม่เป็นวันแห่งความสุขของทุกครอบครัว เชิญชวนลูก ๆ พาคุณแม่มาใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม สร้างความทรงจำอันอบอุ่นในวันสำคัญของครอบครัว พร้อมมอบสิทธิ์ให้คุณแม่เข้าชมสวนนงนุชพัทยาฟรี พร้อมชมการแสดงฟรี 
สำหรับการรับสิทธิ์ คุณแม่เข้าฟรี (สงวนสิทธิ์ครอบครัวละ 1 คน) เพียงแสดงหลักฐานความเป็นแม่และลูก โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านที่มีนามสกุลเดียวกัน ทั้งนี้ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่สวนนงนุชพัทยากำหนด โดยสิทธิ์ดังกล่าวใช้ได้เฉพาะวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2569 วันเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสสวนสวยกว่า 60 สวน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิบสวนที่สวยที่สุดในโลก พร้อมตื่นตาตื่นใจกับหุบเขาไดโนเสาร์ที่รวบรวมหุ่นไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงกว่า 1,700 ตัว และเมืองอียิปต์ แลนด์มาร์กยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด
พิเศษตลอดเดือนสิงหาคม ผู้ที่เกิดในเดือนสิงหาคมสามารถเข้าชมสวนนงนุชพัทยาฟรี ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งวันแม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของครอบครัวตลอดเดือนสิงหาคม
นักท่องเที่ยวสามารถรับชม “นงนุชโชว์” และการแสดงน้องช้างแสนรู้ ณ โรงละครสกาลา ซึ่งเปิดการแสดงวันละ 4 รอบ 
สวนนงนุชพัทยาขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความทรงจำอันแสนอบอุ่นในวันแม่แห่งชาติ พร้อมต้อนรับทุกครอบครัวให้มาร่วมใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

การแถลงผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นไปอย่างคึกคัก

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่อาคารศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา บรรยากาศการแถลงผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมรับฟัง
          นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา แถลงผลการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “1 ปี แห่งการลงมือทำ เปลี่ยนสงขลา ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนนโยบายตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาครอบคลุมทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การรับมืออุทกภัย การสาธารณสุข การศึกษา การสร้างรายได้ กีฬา การท่องเที่ยว และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วทั้งจังหวัด
          นายสุพิศ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ยึดหลักการทำงานว่า “นโยบายจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อประชาชนสัมผัสผลลัพธ์ได้จริง” จึงเดินหน้าขับเคลื่อนทุกภารกิจควบคู่กัน โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาจังหวัดให้มีความมั่นคง พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
          ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเดินระบบโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดสงขลา ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมแล้ว 32 แห่ง รองรับการกำจัดขยะเฉลี่ยกว่า 303 ตันต่อวัน พร้อมก่อสร้างสถานีขนถ่ายขยะ 2 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะในระยะยาว ควบคู่กับการดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และจัดทำซั้งบ้านปลา เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและสร้างรายได้ให้กับชุมชนชายฝั่ง
          ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เร่งพัฒนาถนนในความรับผิดชอบกว่า 80 สาย ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง LED เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร พร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด 274 กล้อง ครอบคลุม 114 จุด ใน 9 อำเภอ และเตรียมเปิดให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า (EV) เส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ในเดือนตุลาคม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดมลพิษ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด
          การบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติเป็นอีกภารกิจสำคัญ โดยได้จัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลส่วนหน้า 4 มุมเมือง สนับสนุนการขุดลอกคูคลอง เปิดทางระบายน้ำ และบุกเบิกถนนกว่า 600 โครงการ ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ พร้อมจัดหาเรือกู้ภัย และผลักดันโครงการฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่เมืองหาดใหญ่ภายหลังอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งสามารถขนย้ายขยะเข้าสู่ระบบกำจัดได้ภายใน 14 วัน พร้อมเร่งทำความสะอาดพื้นที่และลดความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

          ด้านสาธารณสุข ได้พัฒนาระบบบริการผ่านโครงการ Smart Health by อสม. ยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสู่ Smart รพ.สต. จัดบริการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ หน่วยแพทย์ พอ.สว. ขยายการดูแลผู้สูงอายุ และเพิ่มศักยภาพระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้วยรถพยาบาลไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
          ด้านเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ ได้จัดอบรมพัฒนาอาชีพ 16 หลักสูตร สนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP และวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด พร้อมผลักดันเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO ซึ่งปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจากทั้ง 16 อำเภอมากกว่า 1,000 ราย
          ด้านกีฬาและการท่องเที่ยว ได้เดินหน้าพัฒนาสนามกีฬาติณสูลานนท์ให้รองรับการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ พร้อมจัดกิจกรรมกีฬาหลากหลายประเภท รวมถึงขับเคลื่อนโครงการ “1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยว” และเทศกาลสำคัญตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น
          ด้านการศึกษา โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานโดดเด่นทั้งด้านกีฬา ดนตรี และวิชาการ โดยเฉพาะนักเรียนตัวแทนประเทศไทยที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศการแข่งขัน Microsoft Excel ระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพของเยาวชนสงขลา พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เพื่อยกระดับทักษะและเพิ่มโอกาสการแข่งขันในระดับนานาชาติ
          ช่วงท้ายของการแถลง นายสุพิศ กล่าวว่า ผลงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาจังหวัด โดยยังมีอีกหลายโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (IOC) การขยายเส้นทางรถโดยสารไฟฟ้า การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สาธารณะ การสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษา และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมยืนยันว่าจะบริหารงานด้วยความโปร่งใส ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจเข้มแข็ง และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

กฟก. จัดโครงการสรุปผลและถอดบทเรียนการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มุ่งเสริมแกร่งองค์กรเกษตรกรในพื้นที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเพชรบูรณ์

 (กฟก.พช.) จัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการตาม "โครงการสรุปผลการดำเนินงานและบทเรียนการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กิจกรรมที่ 2)" ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมโอมอ้อม ไร่ศรีวรรณ ตำบลนายม อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นางสาว วารินญา แก้วพิลา  หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ร่วมชี้แจงโครงการและกล่าวเปิดการประชุม พร้อมกับแนะนำอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟู ที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้  นายสุวรรณ จงใจมั่น  ประธาน   อนุกรรมการ  นายนที บุญรอด  อนุกรรมการ  นาย ทวีศักดิ์  เชื้อบุญมี  อนุกรรมการ  นางนรินทร์ทรา แร่นาค อนุกรรมการ  นางสาวพัสตราภรณ์  อินทูน  อนุกรรมการ  นางสาวบุญญาพร บุญสะอาด   อนุกรรมการ  
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และละลายพฤติกรรม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและรวบรวมความคาดหวังของผู้เข้าร่วมอบรม จากนั้นเข้าสู่ช่วงการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเกษตรกรด้วยเครื่องมือ SWOT Analysis และ TOWS Matrix เพื่อนำมาวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพ โดยมีการแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 กลุ่มย่อย
ไฮไลต์สำคัญของการประชุมคือการถอดบทเรียนปัจจัยความสำเร็จขององค์กรเกษตรกร 4 ด้าน ได้แก่
ด้านการวางแผนและการบริหารจัดการด้านการบริหารทางการเงิน
ด้านการร่วมมือและการสร้างเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนทั้ง 4 กลุ่มนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย กลุ่มละ 20 นาที โดยมีทีมวิทยากรส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ (นางอนงค์รัตน์ ทองดี และ นางสาวดารณี สุวรรณกาศ) ร่วมประมวลผล สรุปประเด็น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ไปขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ต่อไป 
//นที บุญรอด เพชรบูรณ์ รายงาน//

ประจวบคีรีขันธ์ _พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ พัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการ ขยายช่องทางการค้า สู่การค้าระหว่างประเทศ

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Prachuap Khiri Khan to Global Trada Business Matching 2026 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การค้าระหว่างประเทศปีงบประมาณพ.ศ 2569
โดยมี นางสาวศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดประจวบให้การต้อนรับ
น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า  "กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ "Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026" ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน  และขยายช่องทางการค้าจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์  สู่การค้าระหว่างประเทศ ปึงบประมาณ พ.ศ. 2569" กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญ และเป็นภาพตัวอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังจากที่คณะผู้จัดงาน ได้ดำเนินกิจกรรมอบรมยกระดับ องค์ความรู้  และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้เราได้เข้าสู่ "เวที
จริง ตลาดจริง" ที่จะเปลี่ยนความรู้  และศักยภาพของผู้ประการให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการซื้อขายจริง
อย่างที่ทราบกันดีว่า  สินค้าจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าประมง อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลแห้งแปรรูป
ตลอดจนสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์  สปา และสินค้า OTOP อัตลักษณ์ชุมชน  ล้วนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ  มีมาตรฐานการผลิตที่สูง  และมีเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเข้าถึง "ช่องทางการตลาด" และการพบปะกับ "ผู้ซื้อรายใหญ่" โดยตรง ทำให้สูญเสียโอกาสในการขยายธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย คณะผู้จัดงานจึงได้ตั้งใจออกแบบ และขับเคลื่อนกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Prachuap Khiri Khan  to Global Trade Business
Matching 2026" ในวันนี้ขึ้น
โดยการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจในวันนี้ คณะผู้จัดงานได้ทำการคัดสรรผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และสินค้ามีศักยภาพสูง ของจังหวัดประจวบฯเข้าร่วมนำเสนอสินค้า จำนวนกว่า 30 รายการ และได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ซื้อ รายใหญ่ ทั้งจากกลุ่มโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าจากต่างประเทศ
เช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, ลาว และตะวันออกกลาง  รวมกว่า 30 บริษัท มาร่วมเจรจาการค้าในวันนี้ ซึ่งคณะผู้จัดงานดาดการณ์ว่า จะเกิดการจับคู่สำเร็จไม่น้อยกว่า 30 คู่ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขาย ทั้งใน ระยะสั้น และระยะยาว รวมกันเป็นมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท 
///////////////
ข่าว  ณัฐธภพ  พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์  0623644468

จังหวัดนครปฐม บูรณาการทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง ยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

     ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดนครปฐม และการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายจรุงวิทย์ วิภาวิน อัยการจังหวัดนครปฐม พันตำรวจเอก วรัญญู กุลดิลก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล และยกระดับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อนด้านความมั่นคงของจังหวัดนครปฐม ซึ่งครอบคลุม 9 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การตรวจสอบธุรกิจนอมินี การแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การจัดการผู้มีอิทธิพล การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคงระหว่างหน่วยงาน โดยกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุนในแต่ละด้าน พร้อมเร่งรัดการจัดทำฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ได้รับทราบคำสั่งจังหวัดนครปฐมเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะทำงานฯ รวมถึงข้อมูลสถานการณ์ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าและการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีในพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์ กำหนดมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพิจารณาแผนปฏิบัติการระดับจังหวัด โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน การเฝ้าระวังพื้นที่และกลุ่มเสี่ยง การเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด การตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรม การช่วยเหลือผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคีเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม อำเภอทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการตามภารกิจ พร้อมรายงานผลการจับกุม การประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และผลการดำเนินงานต่อจังหวัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้สามารถติดตาม ประเมินผล และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกมิติ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยของจังหวัดอย่างยั่งยืน
สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว  นครปฐม

ชาญยุทธ ปิดทองหลังพระ! นอกบทบาทคณะทำงานนายกพัทยา สวมหมวก กมธ.พลังงาน ลุยเงียบ 3 มาตรการลดค่าไฟให้ประชาชน

ว่าที่ร้อยตรีชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ในฐานะเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ให้ข้อมูลกับสื่อ...