Saturday, August 22, 2026

พิษณุโลก / สะเทือนวงการอาวุธปืน‼️ ปกครองเปิดปฏิบัติการ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" บุกค้นร้านปืนดังกลางเมือง ที่มาของปืนหายจากระบบกว่า 2,200 กระบอก

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 น. พ.ต.ท. สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง  นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ร่วมแถลงข่าวปฏิบัติการ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" ณ ห้องประชุม ชั้น 7  อาคารศาลากลางพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้ตรวจพบเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบอาวุธปืนของอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยพบว่า มีผู้ที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) แต่ไม่ได้นำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2569 มีจำนวน 2,247 ฉบับ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่น่าเชื่อได้ ว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อใช้ในการซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ กรมการปกครองจึงสั่งให้ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบและรายงานความผิดปกติกรณีดังกล่าว
กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมการปกครอง โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" ดังกล่าว
ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบชัดเจนถึงข้อเท็จจริง จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายอาวุธปืนแห่งหนึ่งในพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลก และบ้านพักของผู้ต้องสงสัยว่าเป็นนายหน้ากระบวนการค้าปืนเถื่อน ซึ่งเป็นที่มาของปืนหายจากระบบจำนวน 2,247 กระบอก รวมถึงได้สั่งการให้ตรวจสอบกระบวนการออกใบอนุญาต ป.3 ของอำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในห้วงระหว่างปี 2563 - 2569 พบว่ามีการออกโดยผิดปกติจริง
โดยคาดว่า เกิดจากผู้ที่มีชื่อขออนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) แต่ไม่ได้ออกใบอนุญาตมี และใช้อาวุธปืน (ป.4) ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - 2569 มีจำนวนกว่า 300 ราย ซึ่งเกือบทุกรายมีชื่อถือครองปืนมากกว่า 10 กระบอก โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบมาก่อนว่าตนขออนุญาตซื้อ ทำให้มียอดสะสมถึง 2,000 กระบอก ซึ่งถือเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงและเป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประชาชนและประเทศชาติ
เอกสิทธิ์ ทรงทอง ภาพ-ข่าว//

สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงาน Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า

3 บุรี  "สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี-ราชบุรี" ผนึกกำลังเปิดเส้นทางความอร่อย "Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า"  เชื่อมอาหาร วิถีชุมชน และวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวสร้างสร้างยั่งยืน
ที่ โรงแรมเลิศธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานพิธีแถลงข่าวการจัดงาน Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า โดยมีนายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวประภารัตน์ นาคผจญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี ดร.ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย นายกสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทยประธานร่วมในคณะกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรี(คจ.สจ.) โดยมีนายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองโบราณอู่ทอง เข้ากล่าวรายงานการจัดงาน 
การจัดงาน " Gastronomy Tourism สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า" เป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 กิจกรรมการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริม เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และกระตุ้นการสร้างรายได้และพร้อมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร มีชาติพันธุ์ อาหารเมนูจานเด็ดท้องถิ่น อาหารเพื่อสุขภาพ ที่เชื่อมโยงกันเข้ากับการท่องที่เที่ยวระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1
กิจกรรมไฮไลต์ที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ 1.การเปิดตัว 3 เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด ได้แก่ เส้นทางอาหารชาติพันธุ์, เส้นทางจานอาหารเด็ดตำนานท้องถิ่น และเส้นทางอาหารเพื่อสุขภาพ (Gastronomy & Wellness)
2.การนำเสนอสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลและรีวิวเส้นทาง ผลจากการลงพื้นที่จริง โดยเชฟชื่อดัง และ   Influencer สายท่องเที่ยวและอาหาร เพื่อสำรวจอาหารชาติพันธุ์ อาหารจานเด็ดท้องถิ่น และอาหารเพื่อสุขภาพ นำมาถ่ายทอดเรื่องราวเผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวยุคใหม่
3.การงานเทศกาลอาหารภาคกลางตอนล่าง 1 มี 7 วันเต็ม ภายใต้ชื่องาน "Gastronomy Tourism" สามบุรี อร่อยดี มีเรื่องเล่า" รวบรวมสุดยอดร้านอาหาร ร้านค้าเด็ด จากผู้ประกอบการชุมชนจากภาคกลางตอนล่าง 1 และ Influencer รวมกว่า 35 คูหา มาจำหน่ายอาหาร พร้อมกิจกรรม Workshop เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ วันละ 2 กิจกรรม และชมการแสดงจากศิลปินนักร้องยอดนิยม แก่ชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 31 สิงหาคม 69 ณ ห้างเซ็นทรัล เวสต์วิลล์  ลานกิจกรรม ชั้น G (หน้าร้าน UNIQLO) อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
//ภัทรพล  พรมพัก  สุพรรณบุรี//

วัดศีรษะทอง ร่วมกับ รพ.นครชัยศรีมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนสอบผ่านธรรมศึกษาปี 68 รวม 107 ทุน

นครปฐม เมื่อวันที่ [ใส่วันที่] ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฟอกไตวัดศีรษะทอง (โรงพยาบาลนครชัยศรี) ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดศีรษะทอง ที่สอบผ่านธรรมศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี นพ.นเรศ มณีเทศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครชัยศรี, นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

​การจัดพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูปลัดสมาธิวัฒน์ (กาเหว่า ชาติสิริ) เจ้าคณะตำบลศรีษะทอง และเจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง เป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาทั้งหมด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนทางธรรมแก่เยาวชน รวมทั้งสิ้น 107 ทุน เป็นเงิน 77,800 บาท โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ธรรมศึกษาชั้นตรี: ทุนละ 500 บาท (ประถมศึกษา 16 คน, มัธยมศึกษา 24 คน) รวม 40 ทุน เป็นเงิน 20,000 บาท
ธรรมศึกษาชั้นโท: ทุนละ 800 บาท (ประถมศึกษา 16 คน, มัธยมศึกษา 30 คน) รวม 46 ทุน เป็นเงิน 36,800 บาท
ธรรมศึกษาชั้นเอก: ทุนละ 1,000 บาท (ประถมศึกษา 13 คน, มัธยมศึกษา 8 คน) รวม 21 ทุน เป็นเงิน 21,000 บาท 
ภาพรวมการมอบทุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง บวร (บ้าน วัด โรงเรียน/โรงพยาบาล) ในการส่งเสริมเยาวชนให้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่ไปกับการศึกษาในระบบอย่างยั่งยืน
​//สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม รายงาน//

โรงเรียนมารีวิทย ์เปิดโดม St. ROSALIND ฉายหนัง รับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองพัทยา 2026

ด้วยเมืองพัทยาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนบูรณาการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นาตาชาติเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 หรือ Pattaya International Film Festival 2026 ระหว่างวันที่ 22-30 สิงหาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่และผลักดันเมืองพัทยาสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก้ 
มีรายงานว่า สถานศึกษาภาคเอกชนในเมืองพัทยาได้ร่วมสนับสนุนอีเว้นต์ดังกล่าวด้วย โดยทางโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา ได้ใช้พื้นที่ภายในโดม St.ROSALIND เปิดจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อฉายภาพยนตร์ชื่อดังให้กับนักเรียนผู้ที่มาทำกิจกรรมที่โรงเรียน และผู้ปกครอง รวมทั้งคณะครู ได้รับชมกันอย่างสนุกสนานด้วย 
โดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 (Pattaya International Film Festival 2026) ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "THE CINEMATIC WAVE" (คลื่นแห่งภาพยนตร์) โดยงานเปิดให้ผู้ที่สนใจและคอหนังเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ฟรีตลอดทั้ง 9 วันเต็ม ตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนด 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

มุกดาหาร ผนึกกำลังทหาร–ตำรวจ–พลเรือน วางระบบสกัดยาเสพติด เสริมเกราะความมั่นคงชายแดนอย่างยั่งยืน

      มุกดาหาร/เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร นายไตรสรณคมน์ หนองเรือง  กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร (สส.เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร) เป็นประธานเปิดการสัมมนาหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน เพื่อความมั่นคงชายแดนปลอดภัยจากยาเสพติด” โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ให้การต้อนรับและร่วมเป็นวิทยากร การสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เยาวชน ตลอดจนประชาชนเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และภัยคุกคามจากยาเสพติด โดยเฉพาะความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย คุณภาพชีวิต สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สาระสำคัญมุ่งยกระดับกลไกประสานงานระหว่างฝ่ายทหาร ตำรวจ พลเรือน หน่วยปกครอง ท้องถิ่น และเครือข่ายประชาชน ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูล วางแผนป้องกัน เฝ้าระวัง ตลอดจนขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุกได้อย่างมีเอกภาพ เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ
ภายในงานเปิดเวทีให้วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดเห็น เพื่อค้นหาแนวทางลดปัจจัยเสี่ยง สกัดการแพร่ระบาด และสร้างพื้นที่ชายแดนให้ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความตระหนักแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้เข้าใจถึงพิษภัยซึ่งอาจทำลายสุขภาพ สถาบันครอบครัว ความสงบของชุมชน รวมถึงสร้างผลกระทบระยะยาวต่อสังคม พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสอดส่อง ป้องกัน และแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานรับผิดชอบ
จังหวัดมุกดาหารให้ความสำคัญกับการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและรับมือภัยคุกคามตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งแก่ชุมชน รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันให้คนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่พื้นที่ที่มั่นคง ปลอดภัย และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
//วิลาสินี เจริญสุข/รายงานจากมุกดาหาร 081-5926966//

รวม 2 เจน คนรุ่นใหม่-คนรุ่นใหญ่ ลุยงานคณะทำงานนายกพัทยาด้านการท่องเที่ยวฯ ขับเคลื่อนสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืน กีฬา วัฒนธรรมเข้มแข็ง ภาพลักษณ์องค์กรเป็นที่ยอมรับ

วันที่ 21 ส.ค.69 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร โดยมี นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ และนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ในฐานะประธานร่วมคณะทำงานนายกเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวฯ ร่วมประชุมพร้อมกับคณะทำงานฯดังกล่าวที่เป็นผู้มีประสบการณ์ความรู้ด้านต่างๆ ทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้กรอบและแนวทางการทำงาน พร้อมมอบหมายภารกิจและการบูรณาการความร่วมมือกับคณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร ว่า หลักใหญ่ของการทำงานของเมืองพัทยาคือการสร้างส่งเสริมการพัฒนาเมืองเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน โดยใช้การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการตามนโยบายต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านการรับรู้ โดยให้คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยวฯ ศึกษาหาความรู้ข้อมูลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเมืองพัทยาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ จะได้ช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างมีกรอบ มีเป้าหมาย 
นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยา ขับเคลื่อนแนวทาง Better Pattaya จนเกิดโครงการพัฒนาเมืองพัทยาต่างๆ มากมายเกิดขึ้น ทั้งเรื่องราวของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกมิติ เรื่องราวของการท่องเที่ยวด้านกีฬา และส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ให้เป็นไปตามเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งอยากให้เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของคณะทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
จากในในที่ประชุมได้ชี้แจงรายละเอียดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร ประกอบด้วย 1.ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา ข้อมูลความรู้โครงการพัฒนาและส่งเสริมด้านการกีฬา การสื่อสาร และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร การสร้างเครือข่ายการดำเนินการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายของู้บริหาค และพัฒนาช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ 
2.รวบรวมข้อมูล กำหนดกรอบทิศทางในการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรของเมืองพัทยาให้เป็นไปตาม 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย และสอดคล้องยุทธศาสตร์ 5 ด้านตามแผนพัฒนาเมืองพัทยา 3.ให้คำปรึกษา ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะกับทีมผู้บริหารตามผลการศึกษา วิเคราะห์ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
4.บูรณาการแนวทางการบริหารจัดการ การสร้างภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณชนที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม รวดเร็ว และตอบสนองกลุ่มเป้าหมาย 5.ให้มีการพัฒนาช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการในยุคการสื่อสารดิจิทัล 6.รายงานผลการดำเนินการต่อนายกเมืองพัทยาเพื่อรับทราบหรือเพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณีไป รวมทั้ง 7.การปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกเมืองพัทยามอบหมาย
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

กรมการท่องเที่ยว เปิดตัว “10+10 MICE Adventure” พิษณุโลก-สุโขทัย ชู Soft Adventure พลิกโฉมการประชุมสู่ประสบการณ์สุดท้าทาย!!

พิษณุโลก – กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวโครงการใหญ่แห่งปี “10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart” มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนนักธุรกิจ คนทำงาน และนักเดินทางยุคใหม่ก้าวออกจากห้องสัมมนาแบบเดิมๆ ไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดตื่นเต้นและสร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบ
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ ร้านอาหารบ้านก๋ง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางสาวสุมลมาลย์ เหมาะประไพพันธ์ นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาบริการท่องเที่ยว ได้นำทีมจัดกิจกรรม FAM Trip นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวจริงในจังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย

นางสาวสุมลมาลย์ เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ได้ผลักดันชุมชนและสถานประกอบการทั่วประเทศเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย สำหรับโครงการ “10+10 MICE Adventure” เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการคัดเลือกและเชื่อมโยงเส้นทางผจญภัยจาก 10 เมือง MICE City ขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงรวม 20 จังหวัดทั่วประเทศ
การเลือกเส้นทางพิษณุโลกเชื่อมโยงสุโขทัยในครั้งนี้ เพราะพิษณุโลกเป็นเมือง MICE ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสูง กิจกรรมที่จัดขึ้นเน้นรูปแบบ Soft Adventure ที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่าย เพื่อรองรับกลุ่ม MICE และคนทำงานที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่นอกเหนือจากการประชุม เรามั่นใจว่าเส้นทางนี้จะช่วยให้กลุ่ม MICE เชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัย และเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างมั่นใจ"
สำหรับกิจกรรม FAM Trip พิษณุโลก-สุโขทัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2569 เป็นการเนรมิตเส้นทางเชื่อมโยง 2 เมืองประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่ผสมผสานเสน่ห์ทางธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน และอารยธรรมมรดกโลกไว้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ทั้งกลุ่ม MICE สายกิจกรรม และนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

"ผู้การกบ พ.พ.23/26 นั่งเก้าอี้นายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม

วันที่ 23 สิงหาคม.2569 เวลา 10.00 น.ณ หอประชุมนเรศวร โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ตำบลท่าทองอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สม...