Wednesday, September 16, 2026

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพัทลุง พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ม.ทักษิณ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ประจำปีการศึกษา 2568 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง รวมทั้งสิ้นจำนวน  3,170  คน พร้อมพระราชทานพระราโชวาทถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIอย่างสร้างสรรค์และมีสติโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจนลดทอนคุณค่า ความรู้ และความสามารถของตนเอง
วันที่ 15 กันยายน 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ประจำปีการศึกษา 2568
ปีนี้มหาวิทยาลัยทักษิณมีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวมทั้งสิ้น 3,170 คน แบ่งเป็น ระดับปริญญาตรี 3,029 คน ปริญญาโท 118 คน และปริญญาเอก 23 คน นอกจากผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร สภามหาวิทยาลัยทักษิณได้อนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์ ประจำปี 2568 ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทำคุณประโยชน์ในหลากหลายสาขา รวม 8 ราย ได้แก่ 1) His Royal Highness Tuanku Syed Faizuddin Putra Ibni Tuanku Syed Sirajuddin Jamalullail ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 2) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 3) นายพลากร สุวรรณรัฐ ปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 4) ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ 5) นายสลิล โตทับเที่ยง บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ 6) Professor Dr. Akito Takasaki ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ 7) Professor Dr. Hidenari Yasui ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และ 8) ดร.ประพล วิระพรสวรรค์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการสมัยใหม่
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน
พระราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ความว่า ในปัจจุบันวิทยาการสำคัญอย่างหนึ่งที่
เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของคนเราคือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือที่มีคุณประโยชน์ในการช่วยประหยัดเวลา  ประหยัดทรัพยากร  ทั้งเพิ่มพูนความสามารถในการวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ  แต่การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนั้น  จำเป็นที่ทุกคนจะต้องระลึกไว้เสมอว่า  ปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ใช่มนุษย์ที่แท้  ย่อมไม่สามารถบังคับควบคุมตนเองให้ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องได้  ขึ้นอยู่กับมนุษย์ว่าจะนำไปใช้ให้เป็นคุณหรือเป็นโทษอย่างไร  ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  บัณฑิตจึงควรสังวรระวังในการใช้ปัญญาประดิษฐ์  ไม่ใช้ในทางมิชอบ  หรือพึ่งพาอาศัยปัญญาประดิษฐ์มากเกินไป  จนลดทอนคุณค่าและความรู้ความสามารถของตนเอง  หากต้องรู้จักใช้อย่างสร้างสรรค์  ด้วยสติ  ความยั้งคิด  และปัญญาความรู้ความฉลาด  โดยมีคุณธรรมความสุจริตเป็นเครื่องกำกับประคับประคองให้เหมาะสม  ถูกต้อง  และเป็นธรรม  ถ้าทำได้ดังที่กล่าว  บัณฑิตก็จะมีทักษะความสามารถในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้อำนวยประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและยั่งยืน  ทั้งแก่การพัฒนาตนเอง พัฒนางานที่ทำ  และพัฒนาชาติบ้านเมือง
สำหรับบัณฑิตมหาวิทยาลัยทักษิณ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งนี้จึงเป็นทั้งปลายทางของช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัย และจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ ในการนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ได้รับจากมหาวิทยาลัยไปใช้ในการทำงานและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมต่อไป

“สรรเพชญ” หารือ “ยกระดับการสัญจรทางน้ำ ดัน Taxi Boat เป็น Feeder เชื่อมต่อ “รถ-เรือ-ราง” สนับสนุนท่องเที่ยวปลุกเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง

วันที่ 14 กันยายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รับฟังการนำเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) โครงการพัฒนาเส้นทางเดินเรือโดยสาร (Taxi Boat) ในคลองภาษีเจริญ เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา พร้อมบรรเทาวิกฤติจราจรทางบกให้กับประชาชน โดยมี นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ กระทรวงคมนาคม
นายสรรเพชญ บุญญามณี เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งส่งเสริม Taxi Boat ให้เป็นระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัด และลดระยะเวลาเดินทาง ควบคู่กับการฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนริมคลอง โดยเน้นการดึงศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำที่มีอยู่มาใช้อย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างโอกาส กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนริมน้ำ และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติให้สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตริมคลองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ในราคาที่เข้าถึงได้ ตลอดจนเชื่อมโยงการสัญจรจากลำคลองเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าหรือถนนสายหลักได้อย่างไร้รอยต่อ 
สำหรับแนวทางการพัฒนาได้มอบหมายให้ กรมเจ้าท่า (จท.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนโครงการนำร่อง โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ เรือ EV Taxi Boat ขนาด 6 ที่นั่ง ที่มีความคล่องตัวสูงพร้อมจัดตั้งสถานีชาร์จขนาดกะทัดรัด และ เรือไฮบริดพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Hybrid) ที่นำเรือท้องถิ่นมาปรับปรุงระบบเพื่อลดปัญหาเสียงดังและควันดำ ช่วยรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่คลองภาษีเจริญ – บางกอกใหญ่ (เช่น ตลาดพลู, ตลาดน้ำวัดกำแพง) พร้อมประสานขอใช้ท่าเรือของวัดและ กทม. รวม 15 แห่ง เพื่อพัฒนาเป็นจุดรับ – ส่ง ผู้โดยสารอย่างเป็นรูปธรรม 
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ผลการศึกษาพฤติกรรมประชาชนที่เดินทางพบว่าปัญหาจราจรติดขัดเป็นปัจจัยหลักในการเดินทาง (คนไทย 30%, ต่างชาติ 46%) ส่งผลให้ คนไทยสูงถึง 77% และชาวต่างชาติ 45% ยืนยันพร้อมเปลี่ยนมาใช้บริการ Taxi Boat ทันที ซึ่งประเมินจุดคุ้มทุนไว้ที่ผู้โดยสาร 1,500 คนต่อวัน ควบคู่กับการเร่งปลดล็อกข้อบังคับการเดินเรือทางน้ำ เพื่อเอื้อให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น 
ทั้งนี้ นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ให้ จท. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเชิงลึกและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่คลองภาษีเจริญอย่างรอบคอบ เพื่อนำข้อสรุปทั้งหมดกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจผลักดันโครงการ Taxi Boat ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมต่อไป

เพชรบุรี อดีตเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ถูกยิงดับกลางทุ่งนาพ่อเผยได้ยินเสียงปืนหลายนัดหลังลูกชายออกจากบ้าน ตร.เร่งคลี่ปมล่ามือปืน

วันที่ 16 กันยายน 2569 ร.ต.ท.อำนาจ หอมเสมอ ร้อยเวรสอบสวน สภ.หนองจอก จ.เพชรบุรี  ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1ราย ภายในนาข้าว ในพื้นที่ ม.10 ต.หนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี  จึงรายงานให้  ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.โชคชัย เนียลเซ็น ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี ไปตรวจสอบร่วม พร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ พฐ.เพชรบุรี ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ท่ายาง กู้ภัยสว่างสรรเพชร เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ 
ที่เกิดเหตุเป็นแปลงนาข้าวพบร่าง นายวันชาติ (นายชาติ) บุญรอด อายุ 50 ปี เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เพชรบุรี  ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณใบหน้าและหัวไหล่จนเสียชีวิต ในสภาพนอนเสียชีวิตอยู่ในแปลงนาข้าว พบบาดแผลบริเวณเนื้อคิ้วซ้าย1แผล เหนือตาซ้าย1แผล และบริเวณหัวไหล่ขวาอีก1แผล ร่วม3นัด ภายในกระเป๋ากางเกงพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกันพื้นที่เกิดเหตุไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่  ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซูเปอร์คัพ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่ข้างถนน 1คัน  รองเท้าถูกถอดทิ้งไว้และจมอยู่ในโคลนภายในนาข้าว รวมถึงพบรอยเท้าเปื้อนโคลนบนถนนบริเวณด้านท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบร่องรอยดังกล่าว เพื่อเก็บหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับเส้นทางของผู้ก่อเหตุหรือไม่  เบื้องต้นสาเหตุอยุ่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด ว่าคนร้ายมีการดักรอผู้เสียชีวิตมาก่อนหรือไม่ หรือทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากันโดยบังเอิญ เพราะที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด รวมถึงตรวจสอบภาพกลบ้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีหลังก่อเหตุ
ด้าน นายไพ บุญรอด อายุ78ปี บิดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนายวันชาติขี่รถออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบริเวณทุ่งนา หลังจากนั้นไม่นานได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด แต่ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะมาทราบภายหลังว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนา     สำหรับผู้เสียชีวิตทราบว่าเคยทำงานอยู่ที่ไปรษณีย์ในจังหวัดเพชรบุรี ก่อนลาออกจากงานและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านโดยช่วยครอบครัวทำนาและเลี้ยงวัว
/////////// บรรณรต จ.เพชรบุรี 

ประจวบคีรีขันธ์ _ครบรอบ 10 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก กฟผ.จัดพิธีทำบุญ มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโรงไฟฟ้าทับสะแก เขื่อนวชิราลงกรณ ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาส ครบรอบ 10 ปี การขนานเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก เข้าสู่ระบบและเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2559 ณ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก 
โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทน นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี ภายในงานประกอบด้วย พิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล การปลูกไม้มงคลต้นจันทร์หอม สัญลักษณ์แห่งการเติบโตและความยั่งยืน และ มอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนทับสะแกวิทยา โรงเรียนบ้านดอนทราย โรงเรียนบ้านอ่างทอง และโรงเรียนอ่างทองพัฒนา โดย นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ-1 เป็นผู้มอบทุนการศึกษา
นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก ร่วมให้การต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอทับสะแก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหูกวาง ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาหูกวาง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภายใน กฟผ. จากฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี
การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนตลอดไป
 //////////////////
ข่าว  ณัฐธภพ พันสาย  /  จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

จังหวัดนครปฐมขับเคลื่อนการบูรณาการแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะ One Plan เชื่อมโยงทุกระดับ สู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชน

วันอังคารที่ 15 กันยายน 2569  ณ อาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบูรณาการเชื่อมโยงแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะแผนเดียว (One Plan) จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ, นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม และนายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
       นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การบริหารราชการในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อให้การพัฒนาในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด มีความเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จังหวัดนครปฐมจึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน One Plan เพื่อเชื่อมโยงแผนพัฒนาของทุกระดับให้สอดคล้องกัน ลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การจัดทำแผนงาน โครงการ และการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      ในการนี้  นายเกียรติศักดิ์   ธนาวรรณโอภาส  นายอำเภอกำแพงแสน  พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และ ปลัดอำเภอกำแพงแสน  หัวหน้าส่วนราชการ   กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอกำแพงแสน ในฐานะประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอกำแพงแสน  ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน 
//สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าวนครปฐม//

กรมป่าไม้-อ.อ.ป. ลุยตรวจไม้ของกลาง "เพชรบูรณ์-พิษณุโลก" พบ "ชิงชัน" ซุก 10 ปี สภาพสวย! จ่อเปิดประมูลใหญ่ก่อนปีใหม่

พิษณุโลก — กรมป่าไม้ผนึกกำลังองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ลงพื้นที่เอกซเรย์ไม้ของกลางคดีสิ้นสุดย้อนหลัง 18 ปี (พ.ศ. 2550–2568) รวม 21 หน่วยป้องกันและรักษาป่า ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลก ล่าสุดลุยพบขุมทรัพย์ “ไม้ชิงชัน” เกรดพรีเมียม 50 ท่อน สภาพสมบูรณ์ ไร้ตำหนิ ถูกทิ้งร้างนานร่วม 10 ปี เตรียมคัดแยกบัญชีเสนอเปิดประมูลขายแก่ประชาชนก่อนเทศกาลปีใหม่นี้
นายสมบูรณ์ จำปาอูป ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (สจป.4) สาขาพิษณุโลก ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบไม้ของกลาง พร้อมด้วย นายสำรวย ชมบุญ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้พิษณุโลก และ นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าสายตรวจ สจป.4 นำกำลังเจ้าหน้าที่ อ.อ.ป. เข้าตรวจสอบไม้ของกลางจากคดีลักลอบตัดไม้กระยาเลยที่คดีถึงที่สุดแล้ว เพื่อคัดแยกไม้สภาพดีส่งต่อให้อุตสาหกรรมป่าไม้นำออกประมูลขายตามขั้นตอนกฎหมาย
จากการลงพื้นที่ตรวจเช็กพบว่า ที่หน่วยป้องกันฯ น้ำเลา ไม้ของกลางกว่า 20 คดี เสื่อมสภาพและผุพังทั้งหมด แต่เมื่อเข้าตรวจที่ หน่วยป้องกันฯ หนองกระท้าว อ.นครไทย กลับพบไฮไลท์สำคัญเป็นไม้ของกลางคดีปี 2559 ซึ่งเป็น “ไม้ชิงชัน” ไม้สั่งตัดทรงปอนด์และไม้เหลี่ยมหนากว่า 3 นิ้ว ลักษณะทำลูกบันได จำนวน 50 ท่อน อยู่ครบถ้วนตามบัญชี โดยเนื้อไม้เมื่อนำมาขัดแต่งจะมีสีแดงเข้ม ลายสวยงาม เป็นรองเพียงแค่ไม้พะยูง และเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มผู้หลงใหลไม้หายาก
นายธีรพล กาญจนโกมล เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ จะเร่งปูพรมตรวจไม้ของกลางให้ครบทั้ง 21 หน่วยในพื้นที่พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ ภายใน 1–2 เดือนนี้ เพื่อสรุปบัญชีส่งกรมป่าไม้ให้ทันก่อนเทศกาลปีใหม่
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการฟื้นฟูมาตรการประมูลไม้ของกลาง ซึ่งเคยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2549 แต่ต้องหยุดชะงักไปจากกระแสข่าวลือเรื่องกลุ่มนายทุนกว้านซื้อไม้คืน ทั้งที่ในความเป็นจริง กระบวนการทางกฎหมายต้องใช้เวลานานเกือบ 10 ปี กว่าคดีจะสิ้นสุด จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการสั่งตัดเพื่อมารอประมูล การจับมือระหว่างกรมป่าไม้และ อ.อ.ป. ในครั้งนี้ จึงนับเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้าถึงไม้ทรงคุณค่าในราคายุติธรรม และลดการสูญเสียทรัพยากรจากการปล่อยให้ไม้ผุพังไปโดยไร้ประโยชน์
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

เมืองพัทยารับฟังปัญหาแม่ค้าตลาดใหม่นาเกลือ สั่งแก้ไฟส่องสว่าง-ระบบความปลอดภัยทันที

มีรายงานว่า นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของพ่อค้าแม่ค้า พร้อมตรวจสอบสภาพพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตลาด โดยมีสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่
ตลาดใหม่นาเกลือถือเป็นตลาดสดสำคัญของเมืองพัทยา เป็นศูนย์รวมอาหารสด อาหารแห้ง และอาหารพื้นถิ่นที่อยู่คู่ชุมชนนาเกลือมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนและภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคบางส่วนมีสภาพชำรุดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งาน
จากการลงพื้นที่ เมืองพัทยาได้รับฟังข้อเสนอจากพ่อค้าแม่ค้าในหลายประเด็น อาทิ ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ซึ่งมีการใช้งานมาเป็นเวลานาน สายสลิงและอุปกรณ์บางส่วนเกิดสนิม รวมถึงปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง ตลอดจนการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย การดูแลความสะอาด จุดทิ้งขยะ ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ การจัดระเบียบทางขึ้น–ลง และการดูแลความปลอดภัยภายในตลาด
นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังเสนอให้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาการลักขโมย การรบกวนจากบุคคลเร่ร่อนหรือการเรี่ยไร รวมถึงขอให้เมืองพัทยาปรับปรุงป้ายตลาด ธงชาติ และภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความเป็นระเบียบ สวยงาม สอดคล้องกับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมทั้งจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์จากล็อกที่ไม่ได้ใช้งานออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเป็นระเบียบภายในตลาด
ด้านนายวุฒิศักดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการตลาด โดยเบื้องต้นได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่าง จำนวน 30 ชุด หากภายหลังดำเนินการแล้วมีแสงสว่างเพียงพอ ก็จะไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ดำเนินการปรับปรุงระบบสายไฟ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
สำหรับการปรับปรุงตลาดในระยะยาว ได้มอบหมายส่วนงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับปรับปรุงภูมิทัศน์และโครงสร้างตลาด รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงหลังคาและองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบ และเหมาะสมกับการเป็นตลาดสำคัญของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ เมืองพัทยาจะประสานงานกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งานจริง และร่วมกันพัฒนาตลาดใหม่นาเกลือให้มีความสะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบ และเป็นพื้นที่ค้าขายที่สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

พิษณุโลก สมาคมนักเรียนเก่า พ.พ. นำช่างรังวัดปักหมุดครอบครองสิทธิ์ที่ดินกว่า 1 ไร่ ติดพระราชวังจันทน์เตรียมก่อสร้างที่ทำการสมาคมฯ

พิษณุโลก — เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (ผบ.มทบ.39...