Saturday, September 26, 2026

สวนนงนุชพัทยาชวนเที่ยวปิดเทอม “สนุกทุกวัย เที่ยวได้ทั้งครอบครัว” คนเกิดเดือนตุลาคมเข้าฟรีตลอดเดือน

สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ชวนครอบครัวใช้เวลาร่วมกันในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่รวมความสนุก ธรรมชาติ การเรียนรู้ และวัฒนธรรมไทยไว้ในสถานที่เดียว ภายใต้แนวคิด “สนุกทุกวัย เที่ยวได้ทั้งครอบครัว”ตอกย้ำภาพลักษณ์ Pattaya’s Family Destination
นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยาต้องการให้ช่วงปิดเทอมเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว จึงจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เกิดในเดือนตุลาคม รับสิทธิ์เข้าชมสวนฟรี พร้อมเข้าชมพิพิธภัณฑ์พุทธคุณฟรี ตั้งแต่วันที่ 1–31 ตุลาคม 2569 ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาซื้อบัตรด้วยตนเอง (Walk-in) และแสดงบัตรประชาชนหรือหลักฐานที่ระบุวันเดือนปีเกิด ณ จุดจำหน่ายบัตรผ่านประตู
ช่วงปิดเทอมนี้ สวนนงนุชพัทยามีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว คุณพ่อเพลิดเพลินกับสวนรถ คุณแม่เดินชมสวนสวยกว่า 60 สวน ส่วนเด็ก ๆ สนุกกับการผจญภัยในหุบเขาไดโนเสาร์ ซึ่งมีไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริงมากกว่า 1,800 ตัวพร้อมตะลุย“เมืองอียิปต์” เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ
สำหรับผู้สูงอายุ สวนนงนุชพัทยาได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้เที่ยวชมได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ทั้งทางลาดสำหรับรถเข็น ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ รถบริการนำเที่ยวภายในสวน และลิฟต์ขึ้นชมสวนลอยฟ้า ทำให้ทุกคนสามารถท่องเที่ยวและใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีความสุข
นอกจากนี้ สวนนงนุชพัทยายังคงมอบสิทธิพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับทุกคน ได้แก่ เด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตรและ(เดินทางมากับครอบครัว) รวมถึงผู้พิการ เข้าชมสวนฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีทุกวันศุกร์ และผู้สูงอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีตลอดทั้งปีโดยไม่มีเงื่อนไข ผู้สนใจรับชมการแสดง “นงนุชโชว์” ณ โรงละครสกาลา วันละ 4 รอบ     สวนนงนุชพัทยาเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

เปิด 5 ปัญหาเกาะสุกร! สว.ฟังเสียงชาวบ้าน เร่งรัดหน่วยงานเข้าแก้ไขปัญหา

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 10.00 - 12.00 นาฬิกา คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) นำโดย นายประเทือง มนตรี สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายธวัช สุระบาล และนายสุวิทย์ ขาวดี ลงพื้นที่เกาะสุกร จังหวัดตรัง ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลเกาะสุกร เพื่อเปิดเวทีรับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนข้อมูล และรวบรวมข้อเสนอจากประชาชน ร่วมกับนายพะเนตร อุทัยรังษี นายอำเภอปะเหลียน และนางราตรี จิตรหลัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกร ตลอดจนผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้เข้าร่วมประชุมหารือครั้งนี้เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปผลักดันให้เกิดการแก้ไขตามที่พี่น้องชาวเกาะสุกรเรียกร้อง
สรุปประเด็นปัญหาสำคัญ แบ่งเป็น 5 ด้าน ดังนี้
 1. ด้านเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน: ที่ดินสาธารณะไม่มีแนวเขตที่ชัดเจน บางพื้นที่เป็นที่ทับซ้อนกับที่ดินสาธารณะประโยชน์ แต่กลับมีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3  หรือ ส.ค.1 จึงทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินการยื่นขอเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน
 2. ด้านการประมงผิดกฎหมาย: เร่งปราบปรามอวนรุน การวางไซพับดักปลาเป็นจำนวนมาก และโป๊ะน้ำลึกล้ำเขต พร้อมหาแนวทางให้มีเรือตรวจการ เพื่อปกป้องพันธุ์สัตว์น้ำและอาชีพประมงพื้นบ้าน
 3. ด้านคมนาคม: ปัญหาการใช้ท่าแพชั่วคราวฝั่งเกาะสุกร - และฝั่งตะเสะ ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ และใช้ขนส่งมานานกว่า 20 ปี แต่ปัจจุบันมีคนแอบอ้างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และเรียกเก็บค่าผ่านทาง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการขาย การขนส่งไม้ยางพารา การขนส่งอุปกรณ์ก่อสร้าง และการเกษตร
4. ด้านสาธารณสุขและบุคลากร: ขอสนับสนุนเรือพยาบาลเพื่อรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปโรงพยาบาลบนฝั่งโดยเฉพาะ เพิ่มการสรรหาบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาปฏิบัติงานบนเกาะ และเพิ่มค่าตอบแทนการทำงานในพื้นที่พิเศษของข้าราชการหรือบุคลากรที่มาทำงานบนเกาะสุกร
5. ด้านการจัดการขยะ: ขอเตาเผาขยะบนเกาะ เพื่อให้การจัดการขยะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
คณะกรรมการฯ พร้อมนำทุกข้อเสนอและเสียงสะท้อนของชาวเกาะสุกร ผลักดันสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้กลไกของวุฒิสภาเพื่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ “เสียงของประชาชน” 
ไม่หยุดอยู่เพียงการรับฟัง แต่เดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
#วุฒิสภา #สว #สวพบประชาชนภาคใต้ตอนล่าง #ตรัง #เกาะสุกร #สวพบประชาชน

พี่น้องชาวอีสานพัทยาแห่ร่วมงานบุญปู่ย่า "วิถีชีวิตอีสาน งานบุญข้าวสาก ประจำปี 2569"

วันที่ 26 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมชาวอีสานพัทยา โดย นายสุครีฟ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จัดงาน "วิถีชีวิตอีสาน งานบุญข้าวสาก (บุญปู่ย่า) ประจำปี 2569 ซึ่งได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธี 
บรรยากาศในงานพบว่ามีพี่น้องชาวอีสานและผู้มีจิตศรัทธาที่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ สัตว์โลก หรือเปรต ในงานครั้งนี้ เพื่อสืบสานประเพณีของชาวอีสานและแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อปู่ย่าตายาย
โดยในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดทั้งวัน อาทิ การถวายภัตตาหารเช้าวันพระ, การนำห่อข้าวป้ายไปวางที่โคนต้นโพธิ์, การแสดงวงโปงลางจากนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา 8 และการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา 9, พิธีแห่ผ้าป่าและถวายผ้าป่า ก่อนถวายภัตตาหารเพล และร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตอีสาน เช่น การกวนข้าวตอกแตก, การบีบข้าวปุ้น, การทำกระยาสารท, ทำสาวไหม (สาวหลอก) และการทำข้าวจี่ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและเรียนรู้วิถีของชาวอีสานโดยสมาคมชาวอีสานพัทยาได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

สภาเกษตรกรฯ จี้รัฐบาลแก้วิกฤต! “มลพิษข้ามพรมแดน” แม่น้ำสายหลักภาคเหนือปนเปื้อนสารพิษ

พิษณุโลก – สภาเกษตรกรแห่งชาติผนึกกำลัง 17 จังหวัดภาคเหนือ ออกแถลงการณ์จี้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขวิกฤตมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน หลังตรวจพบ “สารหนู-ตะกั่ว” ปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลัก หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร เศรษฐกิจ และสุขอนามัยรากหญ้า
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2569 ณ โรงแรมอิมพีเรียล พิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2569 ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 พร้อมด้วยสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ
ตัวแทนประธานสภาเกษตรกรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ  ร่วมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแก้วิกฤตปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างเร่งด่วน

ร.อ.อุบล เปิดเผยว่า ขณะนี้แหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้ง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง กำลังเผชิญภาวะปนเปื้อนสารโลหะหนัก โดยเฉพาะ สารหนูและสารตะกั่ว ซึ่งเป็นมลพิษที่ไหลมาจากนอกประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรหรือการปศุสัตว์ได้ตามปกติ พืชผักและสัตว์น้ำในพื้นที่เกิดการสะสมของเชื้อโรคและสารพิษ จนส่งผลกระทบวงกว้างต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และสุขอนามัยของประชาชน
​"สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็นปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับท้องถิ่นหรือระยะสั้น แต่เป็นปัญหายืดเยื้อเรื้อรังที่ต้องใช้อำนาจระดับรัฐบาลในการเจรจาและวางมาตรการแก้ไขเชิงโครงสร้าง เพราะกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหาร และวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกร" ร.อ.อุบล ระบุ
รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เน้นย้ำว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ มีมติร่วมกันในการประชุมเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 ให้ส่งหนังสือข้อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พิจารณาแก้ไขปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนที่สุด พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า สภาเกษตรกรคือที่พึ่งสุดท้ายของชาวบ้าน และหลังจากนี้จะทำการติดตามการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้อย่างใกล้ชิด

มทบ.39 จัดงานวันสถาปนาหน่วยครบรอบปีที่ 50 แบบเรียบง่าย พอเพียง ณ วัดยาง

     เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พลตรี นพดล  วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ฝ่ายอำนวยการ และกำลังพลในสังกัด ร่วมพิธีสงฆ์เพื่อทำบุญและ อุทิศส่วนกุศลให้แก่อดีตผู้บังคับบัญชา และกำลังพลผู้ล่วงลับ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและหน่วยงานที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 39 ครบรอบปีที่ 50
     การจัดงานในปีนี้เป็นการจัดงาน แบบเรียบง่าย พอเพียง และเป็นการภายใน ณ วัดยาง ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยและกำลังพล ตลอดจนร่วมกันรำลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของอดีตผู้บังคับบัญชาและกำลังพลที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
     ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 39 ขออภัยเป็นอย่างสูงที่ไม่ได้เรียนเชิญข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีเกียรติจากภายนอกทุกท่าน เข้าร่วมงานวันสถาปนาหน่วยในปีนี้ เนื่องจากหน่วยมีความประสงค์จัดงานในรูปแบบเรียบง่าย พอเพียง และเป็นการภายใน

มณฑลทหารบกที่ 39 #39thMilitaryCircle
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่ 39

Friday, September 25, 2026

จากงานวิจัย สู่ลีลาบนเวทีประเทศ กริชลุ่มเลสาบสงขลา คว้ารองชนะเลิศอันดับ 2 Thailand Talent Summit 2026

เมื่อ “งานวิจัย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในหน้ากระดาษ แต่ถูกนำมาต่อยอดผ่านศิลปะการแสดงจนกลายเป็นเรื่องราวที่ผู้ชมสัมผัสได้ “กริชลุ่มเลสาบสงขลา” ผลงานจากมหาวิทยาลัยทักษิณ จึงพาทุนทางวัฒนธรรมของลุ่มทะเลสาบสงขลาขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ พร้อมคว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 และเงินรางวัล 40,000 บาท จากการประกวด “การแสดงสร้างสรรค์จากฐานงานวิจัย” (Research-Based Creative Performance) ในงาน The 3rd Thailand Talent Summit 2026 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
“กริชลุ่มเลสาบสงขลา” กำกับการแสดงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรวรรณ โภชนาธาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ นำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาถ่ายทอดผ่านภาษาของศิลปะ ทั้งลีลาการร่ายรำ เครื่องแต่งกาย และอัตลักษณ์ของ กริชสกุลช่างสงขลา เชื่อมโยงเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลาให้กลายเป็นการแสดงที่ทั้งงดงามและมีความหมาย
กว่าผลงานจะมาถึงเวทีรอบชิงชนะเลิศ “กริชลุ่มเลสาบสงขลา” ต้องผ่านการคัดเลือกจากผลงานทั่วประเทศ จนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย ก่อนนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้ชมบนเวที Thailand Talent Summit 2026 และสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ
เบื้องหลังการแสดงชุดนี้คือโครงการวิจัย “กริชสกุลช่างสงขลา : การสร้างคุณค่าและการจัดการทุนทางวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
จาก “กริช” ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของสงขลา สู่การเป็นงานสร้างสรรค์บนเวทีระดับประเทศ “กริชลุ่มเลสาบสงขลา” คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาต่อยอดให้จับต้องได้ ผ่านศิลปะการแสดงที่นำเรื่องราวของกริชสกุลช่างสงขลาและทุนทางวัฒนธรรมของพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลามาตีความเป็นทั้งลีลาการร่ายรำ เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบต่าง ๆ บนเวที ทำให้เรื่องราวที่อยู่ในงานวิจัยถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น และพาองค์ความรู้จากพื้นที่ทางวิชาการออกมาสู่การสื่อสารในรูปแบบใหม่ ให้เรื่องราวจากท้องถิ่นได้เดินทางไปพบผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น

ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ มอบข้าวสารเงินช่วยเหลือซ้อมแซมตู้ยามป่าละอู่ให้ ชตด.ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีสุข

วันที่ 25 ก.ย. 2569 พล.ต.ต.พงรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ผู้บังคับการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (สง.ก.ต.ช.) หรือ“ผู้การไก่” ในฐานะประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ นำคณะเดินทางลงพื้นที่ บริเวณจุดตรวจพรุไทร  หน่วยตรวจตำรวจตระแวนชายแดน กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระแวนชขายแดน ในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพล นำข้าวสาร เงินสดมามอบไว้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.เพื่อซ้อมแซมอาคารจุดตรวจที่ชำรุด พร้อมมอบขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ สำหรับจุดตรวจแห่งนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2512 ต่อมาได้มีสภาพเก่าผุพัง ทรุดโทรม   ตชด.ไม่มีงบประมาผณซ่อมแซม   พล.ต.ต.ไพรัตร์ ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ จึงจัดหางบประมาณกว่า 1ล้านเศษ มาสร้างอาคารหน่วยและห้องน้ำ-หญิง รวม6ห้อง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สัญจรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันจนถึงปัจจุบัน   
วันนี้ พล.ต.ต.ไพรัตร์ ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ได้รับแจ้งจาก หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน ว่ากระจกประตูแตกร้าว โชคอัฟปิดเปิดประตูชำรุด จึงเดินทางมาพร้อมนำช่างขึ้นมาเปลี่ยนให้ใหม่ที่หน่วย งบประมาณกว่า1หมื่นบาท  พร้อมกันนี้ยังนำข้าวสารมามอบให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยมี ร.ต.ต.เชิด ปราบณรงค์  รองสารวัตร (ป.)กก1 บก.ส.อ บช.ตชด. และด.ต.ชัตชาย อัตตุชัย  ตำรวจ ตชด.ประจำหน่วย ร่วมให้การต้อนรับและรับมอบสิ่งของดังกล่าว 
พล.ต.ต.พงรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ผู้บังคับการฯ  ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า  ประวัติป้อมแห่งนี้จัดสร้างโดยล้นเกล้ารัชกาลที่9  และสมเด็จพระพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และพบกับความกันดารในพื้นที่  ประกอบกับพ่อค้าคนกลางมารับซื้อสินค้าเกษตรกรรมไปขายเอากำไรเกินควร  ทรงรับสั่งว่าต้องมีจุดตรวจให้กับตำรวจตระเวนชายแดนตรงจุดนี้  เพื่อป้องกันการเอาสินค้าไปขายโดยการเอาเปรียบชาวบ้าน จึงมีการสร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2512   เจ้าหน้าที่ใช้ป้อมแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2512จนถึงปี 2560  ป้อมเกิดผุพังทรุดโทรมใช้การไม่ได้. ตนทราบข่าวจึงมาสร้างป้อมเป็นอาคารหลังใหม่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสร้างห้องน้ำ 6 ห้อง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว แวะพักเข้าใช้บริการได้   วันนี้ถือโอกาสนำภาพป้อมเก่ามาให้ ตชด.รุ่นใหม่ๆได้รู้ที่มาที่ไป  ซึ่งพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เคยกล่าวไว้ว่า มีแล้วต้องแบ่งปัน มีทรัพย์ก็แบ่งปันกำลังทรัพย์ ไม่มีก็แบ่งปันกำลังใจกัน 
////////////////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี 


อนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 5 พร้อมผู้นำชุมชนเตรียมความพร้อมป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนและชุมชน

ช่วงนี้ระดับน้ำในพื้นที่นครชัยศรีและแม่น้ำท่าจีนยังต้องเฝ้าระวังจากฝนสะสมและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะชุมชนริม...