นายชวลิต สุราราช ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้กล่าวถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำในอนาคต
"สำหรับเทคโนโลยีที่วางแผนไว้ในการบริหารจัดการน้ำในอนาคต เราจะมีระบบ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) และระบบโทรมาตร (Telemetering) ติดตั้งตามจุดอาคารต่างๆ และเขื่อนต่างๆ ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 3 โดยวางแผนติดตั้งระบบ SCADA ที่ประตูระบายน้ำท่านางงาม ประตูระบายน้ำท่าแห ฝายสามง่าม (ฝายไฮดรอลิกพับได้) ในระบบส่งน้ำสายใหญ่ของโครงการพัฒนาเกษตรชลประทานพิษณุโลก (โครงส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร โครงส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล โครงส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐี และโครงส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าบัว) และโครงส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน ในส่วนนี้สามารถที่จะบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ "
"ตอนนี้เรามีชุดอุปกรณ์การประเมินน้ำท่วมขังในพื้นที่บางระกำโมเดล (Flood Assessment Equipment for Bang Rakam Model) ซึ่งอุปกรณ์ชุดนี้มีหลักการทำงานคือการแปลงภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเพื่อใช้สำหรับประเมินปริมาตรน้ำโดยใช้แบบจำลองชั้นความสูงที่ได้จากแบบจำลองระดับสูงเชิงเลข (Digital Elevation Model : DEM) และสอบทานข้อมูลกับภาพถ่ายดาวเทียมจาก GiSDA หลักการก็คือเราจะสร้างแบบจำลองลักษณะเหมือนการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดย่อมโดยใช้ชั้นความสูงของตัวแบบจำลอง จำลองน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งในการสร้างแบบจำลองจะต้องกำหนดจุดต่ำสุดของพื้นที่ซึ่งเป็นตัวแทนของน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ของบางระกำโมเดล
"สำหรับโครงการบางระกำโมเดลในอนาคต จะมีการก่อสร้างโครงการปรับปรุงคลองผันน้ำยมน่าน ซึ่งสามารถที่จะระบายน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำยมได้ประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัยและด้านท้ายของจังหวัดพิจิตรและพิษณุโลกได้ โดยการดำเนินการจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 สามารถช่วยผันน้ำได้ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นประโยชน์ช่วยเหลือในพื้นที่ได้ในอนาคต"
No comments:
Post a Comment