วันที่ 3 กันยายน 2567 เวลา 8.30 น. ที่สำนักงานชลประทานที่ 3 นายชวลิต สุราราช ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและบรรยายสรุปถึงสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ พร้อมพาลงดูพื้นที่จริงที่ ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว อำเภอบางระกำ และประตูระบายน้ำ DR 2.8 อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ที่ผันน้ำจากแม่น้ำยมไปสู่แม่น้ำน่าน
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 3 มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ในการบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง คือการบริหารจัดการน้ำส่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ฤดูฝน และการจัดการจราจรทางน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูน้ำหลากในเขตพื้นที่ของสำนักงานชลประทานที่ 3
โครงการบางระกำโมเดลเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำ ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน ซึ่งโครงการนี้เป็นแหล่งรับน้ำสำคัญที่ช่วยหน่วงน้ำในพื้นที่จากน้ำส่วนเกินในแม่น้ำยม เพื่อไม่ให้ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยเกินกว่ากำหนดอยู่ที่ประมาณ 510 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเขตชุมชน โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดอุทกภัยมีปริมาณมวลน้ำหลากมาจากจังหวัดแพร่ไหลลงมาผ่านอำเภอสอง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อ.ศรีสัชนาลัย และไหลเรื่อยมาจนถึง อ.สวรรคโลก มาถึงคลองผันน้ำคลองหกบาทที่ผันน้ำเข้าแม่น้ำยมสายเก่า และอีกส่วนหนึ่งจะไหลไปลงที่คลองผันน้ำสวรรคโลก-พิชัย หรือคลองผันน้ำยมน่าน ที่ผันน้ำจากอำเภอสวรรคโลกไปสู่ อ.พิชัย ซึ่งระบายน้ำได้ไม่เกิน 100 ลูกบาศก์ เมตร น้ำส่วนที่เหลือจากคลองหกบาท จะผันน้ำลงแม่น้ำยมสายเก่าที่ระบายน้ำได้ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สายนี้จะเป็นสายหลักที่ระบายน้ำลงสู่โครงการบางระกำโมเดล และในช่วงอุทกภัยที่ผ่านมาได้ระบายน้ำถึง 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เข้ามาในพื้นที่ส่งผลให้ต้องมีการระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งบางระกำโมเดล ที่ปัจจุบันเก็บกักได้อยู่ที่ประมาณ 177 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นน้ำส่วนเกินที่เราช่วยผันน้ำไม่ให้เข้าท่วมจังหวัดสุโขทัยและช่วยระบายน้ำไม่ให้เกินศักยภาพของแม่น้ำยมบริเวณอำเภอบางระกำ และทยอยไล่น้ำไม่ให้มีผลกระทบพื้นที่ของอำเภอสามง่าม และอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ในส่วนพื้นที่ด้านท้าย
โครงการบางระกำโมเดล นับเป็นโครงการต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตสำนักงานชลประทานที่ 3 โครงการบางระกำโมเดลสามารถที่จะรับปริมาณน้ำหลากได้ที่ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 265,000 ไร่ ประโยชน์ของโครงการบางระกำโมเดลคือ เป็นพื้นที่ที่สามารถรับน้ำและหน่วงน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลกในเขตอำเภอบางระกำ และอำเภอพรหมพิราม และบรรเทาน้ำท่วมด้านท้ายในเขตอำเภอลุ่มน้ำยมของจังหวัดพิจิตรอีกด้วย
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำของสำนักงานชลประทานที่ 3 ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ บริหารจัดการอ่างเก็บน้ำหลักคือ เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ในการบริหารจัดการน้ำหรือจัดการจราจรทางน้ำเพื่อระบายน้ำไม่ให้มีผลกระทบเกินศักยภาพของลำน้ำหลักในพื้นที่ไม่ให้ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนและเขตพื้นที่เกษตรกรรมที่มีการเพาะปลูก
สำหรับคลองระบายหลักที่ช่วยผันน้ำจากแม่น้ำยมที่อำเภอบางระกำตัดยอดน้ำลงสู่แม่น้ำน่านที่จังหวัดพิจิตรโดยผ่าน คลองระบาย DR 2.8 มีประตูระบายน้ำควบคุม ไม่ให้แม่น้ำยมมีระบายเข้าสู่อำเภอสามง่าม และอำเภอโพธิ์ประทับช้างไม่ให้ผลกระทบ นายคัมภีร์ โฉมสำเภา พนักงานส่งน้ำ ส.2 สังกัดฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล สำนักงานชลประทานที่ 3 กล่าวว่า ตนเองมีหน้าที่ในการดูแลการเพาะปลูกการเก็บเกี่ยวข้าวในคลองส่งน้ำสายใหญ่ C1 นี้ โดยประตูนี้จะเป็นประตูระบายน้ำ DR 2.8 ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.บ้านไร่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ที่ผันน้ำจากแม่น้ำยมไปสู่แม่น้ำน่านในช่วงฤดูน้ำหลาก และช่วยกักเก็บน้ำยมในช่วงฤดูแล้ง
เมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักงานชลประทานที่ 3 และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา สั่งการมาที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล ทางโครงการจะสั่งการมาที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 ปรับยกบานประตูส่งน้ำจากแม่น้ำยมออกสู่แม่น้ำน่านโดยให้ระดับน้ำเหนือและน้ำท้ายมีระดับที่ไม่ต่างกันมากนักเพื่อป้องกันน้ำพุ่งเข้าชนตลิ่งแม่น้ำน่าน ประโยชน์ที่ชาวบ้านได้จากประตูระบายน้ำ DR 2.8 ก็คือในช่วงน้ำหลากจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่การเกษตรลงสู่คลอง DR 2.8 แล้วผันลงสู่แม่น้ำน่านเพื่อลดผลกระทบของพื้นที่การเกษตร และในช่วงฤดูแล้งก็จะช่วยเก็บกักไว้ให้ชาวบ้านได้สูบน้ำเข้าไปสู่พื้นที่การเกษตรเพื่อทำการเพาะปลูกต่อไป
No comments:
Post a Comment