หลังเจ้าของสวนปลูกเพื่อเป็นไม้ผล หวังคลุมแสงแดดให้ต้นทุเรียน แต่เวลาผ่านไป 5 ปี ผลผลิตดีเกินคาด เก็บขายได้กิโลกรัมละ 150 บาท ส่วนทุเรียนยังค่อยๆโต
วันนี้ 21 เมษายน 2568 นายศุภชัย อินทรัตน์ อายุ 44 ปี เจ้าของสวน”ไร่อินทรัตน์” ผลไม้หลากชนิด อาทิ อินทผาลัม ส้มโอ ลิ้นจี่ฯลฯ ได้เชิญ นายลำพูล สีหะวงษ์ นายกอบต.บ้านกลาง อ.วังทอง และชาวบ้านและนักชิมร่วมกิจกรรมวันเปิดสวน “ชิม ช้อป แชร์ "ลิ้นจี่" วานนี้ (20 เม.ย.68) ณ.ไร่อินทรัตน์ หมู่ 21 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในชุมชน
ทั้งนี้ ไร่อินทรัตน์ ถือว่าบุกเบิกปลูกและจำหน่ายต้นอินทผลัมมานาน มีผลผลิตและกล้าพันธุ์นับสิบสายพันธุ์ อาทิ บาฮีแดง บาฮีเหลือง ออกสู่ตลาดจนโด่งดังมาแล้ว แต่ ณ. วันนี้ไร่อินทรัตน์ มีผลิตผลเพิ่มขึ้น คือ ลิ้นจี่ หลังจากอินทผาลัม ลดความร้อนแรงลง ทั้งเรื่องของราคา คู่แข่งแห่ปลูกเพิ่มในหลายสวน แม้วันนี้ผลผลิตอินทผาลัมยังไม่ออกสู่ตลาด จะต้องรอกรกฏาคมนี้ เพื่อความอยู่รอดของเจ้าของสวนฯจำเป็นต้องมีผลผลิตในผลไม้นานาชนิดออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี
นายศุภชัย อินทรัตน์ เปิดเผยว่า ตนเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีลักษณะโด่ดเด่นเฉพาะ เพื่อทำให้สวนแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ บนเนื้อที่ 9 ไร่แห่งใหม่ ตำบลบ้านกลางแห่งนี้ มีทั้งปลูกต้นทุเรียน, ส้มโอ(ทับทิมสยาม) อินทผลัม, มะปราง และลิ้นจี่ เพิ่งจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด หลังจากที่ปลูกมาแล้ว 5 ปี เดิมที ตั้งใจว่า จะปลูกต้นลิ้นจี่ 60 ต้น คู่กับต้นทุเรียน ไว้บังแดด ลักษณะยืนคลุมต้นทุเรียน แต่วันนี้ ต้นลิ้นจี่ เติบโตสูงใหญ่ เป็นร่มเงาได้ ส่วนต้นทุเรียน ไม่ค่อยโต หรือ โตช้า แม้บำรุงดูแลอย่างดีด้วยกันทั้งคู่
ลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 เป็นสินค้า GI ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดนครพนม มีความเฉพาะโดดเด่นเป็นพิเศษ คือ มีผลขนาดใหญ่ เปลือกสีแดงอมชมพู เนื้อแน่นผลแห้ง ขาวขุ่น รสชาติหวาน อมเปรี้ยว ไม่มีรสฝาด ปลูกได้เฉพาะแถบอากาศร้อน ไม่หนาวเย็นเหมือน ลิ้นจี่ฮงฮวย ลิ้นจี่จักรพรรดิ ทางภาคเหนือ
ณ.วันนี้ ลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลิ้นจี่หลวง-ปู่จันทร์ ที่”ไร่อินทรัตน์” กำลังออกผลผลิตแล้ว ถือเป็นสวนแห่งแรกของจังหวัดพิษณุโลกก็ว่าได้ จากสภาะอากาศร้อนแห้งแล้งเหมือนกับทางภาคอีสาน
ลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 ไม่ต้องการอากาศหนาว ผลใหญ่ ออกก่อนฤดู จะทำให้ขายได้ราคาดี 150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งวันนี้ เปิดให้นักท่องเที่ยวชิมและช๊อปในสวน เดือนเมษายนเป็นต้นไป จากนั้นเดือนกรกฎาคมก็มีผลผลิตอินทผาลัมออกสู่ตลาด จากนั้นเดือนสิงหาคม เป็น ส้มโอ(ทับทิมสยาม) สามารถจำหน่ายได้ เรียกว่า หมุนเวียนตลอดทั้งปี
นายศุภชัย อินทรัตน์ เผยอีกว่า ลิ้นจี่-หลวงปู่จันทร์ มีประวัติจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังนครพนม ที่ท่านได้ชิมลิ้นจี่ทางภาคเหนือแล้ว แล้วให้พี่ชายเอาเมล็ดไปปลูก ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นสายพันธุ์โด่งดัง ต่อมาศูนย์วิจัยพัฒนาการเกษตรจังหวัดนครพนมศึกษาวิจัยกิ่งตอนและเพาะเนื้อเยื่อจนเป็นสายพันธุ์ลิ้นจี่ชื่อดัง ได้ชื่อใหม่เป็นสายพันธุ์ นพ.1 ให้ผลผลิตลูกดกมีคุณภาพ รสชาติอร่อยและมีการขยายผลออกสู่ชุมชน แต่ ณ วันนี้ ลิ้นจี่ นพ.1 หรือ ลิ้นจี่ ปู่จันทร์ สามารถปลูกได้แล้ว ที่จังหวัดพิษณุโลก เปิดท้าให้ลองชิม ณ ที่ไร่ไร่อินทรัตน์ ต.บ้านกลาง อ.วังทองพิษณุโลกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าผลผลิตจะหมด
No comments:
Post a Comment