Tuesday, April 28, 2026

สงขลา ล้อมคอกน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69! จี้เคลียร์ปมประตูระบายน้ำ "คลองเรียน"–ยกระดับเตือนภัยล่วงหน้า 6 ชม.

 จังหวัดสงขลาเดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2569 เร่งวางระบบบริหารจัดการน้ำ–ประตูระบายน้ำ พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ลดผลกระทบพื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ ห้องประชุมอำเภอหาดใหญ่ ชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหารือแนวทางการป้องกันและรับมืออุทกภัย ปี 2569 โดยมี นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ ดร.สมพร สิริโปราณานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายเมืองภาคใต้เพื่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SCCCRN) นายภูวสิษฏ์ สุกใส บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส (สงขลาโฟกัส) ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล อุปนายกสมาคมและประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมชลประทาน เทศบาลเมืองคอหงส์ และภาคประชาชน เข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการประตูระบายน้ำและคลองระบายน้ำในจุดสำคัญของอำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณ “คลองเรียน” ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำเข้าสู่เขตเมือง และยังเป็นประเด็นที่ต้องกำหนดเจ้าภาพรับผิดชอบให้ชัดเจน ก่อนนำเข้าสู่การประชุมชุดใหญ่ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ ระบบการแจ้งเตือนภัย การเตรียมความพร้อม การบริหารจัดการน้ำ และการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเสมือนจริงของแต่ละหน่วยงาน
สำหรับพื้นที่อ่างแก้มลิงคลองเรียน เดิมเป็นคลองธรรมชาติที่รองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบน ก่อนระบายเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่บริเวณถนนราษฎร์ยินดี หรือย่าน 30 เมตร ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญ ต่อมาได้มีการก่อสร้าง “คลอง ร.6” เพื่อแบ่งน้ำบางส่วนไปยังคลองหวะ ก่อนระบายต่อไปยังคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขตเศรษฐกิจชั้นในของเมือง
อย่างไรก็ตาม จุดตัดระหว่างคลอง ร.6 กับคลองเรียนเดิม ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากมีประตูระบายน้ำ 2 จุด ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลอง ร.6 ขนาด 2 ช่อง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า และประตูระบายน้ำคลองเรียนเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งเป็นระบบท่อขนาด 1.50 เมตร ใช้ระบบมือหมุน โดยในช่วงฝนตกหนักมักเกิดความเห็นต่างระหว่างเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ต้องการปิดประตูเพื่อป้องกันน้ำเข้าตัวเมือง กับชุมชนพื้นที่ต้นน้ำในเขตคอหงส์ที่กังวลผลกระทบจากการระบายน้ำไม่ทัน
นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาน้ำท่วมบริเวณย่าน 30 เมตร ไม่ได้เกิดจากน้ำจากคลองเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีน้ำจากอ่างเก็บน้ำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ล้นผ่านทาง Spillway และไหลย้อนกลับเข้าสู่คลองเรียน ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำต้องพิจารณาภาพรวมของทั้งระบบลุ่มน้ำอย่างรอบด้าน
ภาคเอกชนได้สะท้อนข้อกังวลสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที การกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจเปิด–ปิดประตูระบายน้ำอย่างชัดเจนในภาวะวิกฤต และการวางแผนระยะยาว เช่น การขุดลอกคูคลองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพิจารณาขยายพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมในจุดที่ยังเป็นคอขวด
ทั้งนี้ แม้เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์จะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจหลักในการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำยังเป็นอำนาจของกรมชลประทาน ซึ่งมีข้อมูลภาพรวมของลุ่มน้ำทั้งหมด ส่วนงบประมาณในการซ่อมบำรุงประตูระบายน้ำและอาคารประกอบเป็นงบประมาณของกรมชลประทาน ขณะที่การขุดลอกลำคลองสาขาในพื้นที่เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ในช่วงท้าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบหมายให้กรมชลประทานเป็นเจ้าภาพหลักในการตัดสินใจเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลอง ร.6 และคลองเรียน โดยต้องประสานงานกับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดทุกครั้ง พร้อมกันนี้ จังหวัดจะเร่งปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยให้เป็นเอกภาพมากขึ้น ผ่านการจัดตั้งกลุ่มประสานงานเฉพาะกิจ เพื่อให้ข้อมูลจากต้นน้ำถึงปลายน้ำมีความแม่นยำ สามารถแจ้งเตือนประชาชนและภาคธุรกิจได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 ชั่วโมง รวมถึงบูรณาการงบประมาณร่วมกับท้องถิ่นเพื่อสำรวจและออกแบบแนวทางขยายทางระบายน้ำเพิ่มเติมในจุดคอขวด โดยเฉพาะปัญหาน้ำย้อนกลับจากอ่าง มอ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอหาดใหญ่ในอนาคต..//

No comments:

Post a Comment

คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษาฯ วุฒิสภา นำเสนอรายงานพิจารณาศึกษาการพัฒนาบัณฑิตแก้ปม Skills Mismatch สู่ที่ประชุมวุฒิสภา

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา นำโดย สว.กมล รอดคล้าย ประธาน...