โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาล ยกระดับการค้าชายแดนไทย–มาเลเซีย ดันด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เพิ่มความคล่องด้านการขนส่ง การลงทุนและการท่องเที่ยว
วันนี้ (วันที่ 11 มิถุนายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพรมแดนขาออก ชั้น 2 ด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานหารือแนวทางการอํานวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย พร้อมติดตามความคืบหน้าการเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ร่วมกับ นายอะฮ์มัด ฟะฮ์มี บิน อะฮ์มัด ซาร์มัด กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา และนายนายมูฮัมหมัด ดาเนียล บิน อาตีฟ นาซีเรน กงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา โดยมี นายบัณฑูร อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดา พันเอกธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นางสาวจิราวดี อ่อนวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา นางสาวจิตพิสุทธิ์ ไกรประสิทธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา นายฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ตรวจคนเข้าเมือง ผู้แทนนายอำเภอสะเดา และภาคเอกชนในพื้นที่เข้าร่วม
ทั้งนี้ จากกรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ได้นําเสนอภาพการจราจรหนาแน่น บริเวณหน้าด่านพรมแดนสะเดา เมื่อช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และการบริการนั้น ที่ประชุมเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการเดินทางเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและประชาชน ที่มีจำนวนมากกว่าปกติในช่วงสิ้นสุดวันหยุดยาว จนส่งผลให้เกิดความแออัดด้านการจราจรและการให้บริการ
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถิติพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียไม่ได้ลดลงตามที่หลายฝ่ายกังวลจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา แต่กลับกัน คือปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวที่มากขึ้นเกือบ 3 เท่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนจะเดินทางเข้ามา และเชื่อมโยงต่อไปยังจังหวัดอื่น เช่น กระบี่ พังงา และภูเก็ต และส่วนใหญ่จะเดินทางกลับพร้อมกันในวันอาทิตย์ และช่วงสิ้นสุดวันหยุดยาว ประกอบกับปัจจุบันหน้าด่านเดิมมีพื้นที่จำกัด และอยู่ระหว่างการเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ด่านแห่งใหม่ จึงทำให้การระบายรถในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่จังหวัดสงขลาไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย เร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวทยอยเดินทางกลับ ไม่ให้กระจุกตัวกลับในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้อำเภอสะเดา เป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้ง "จุดพักคอย" เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและรถยนต์ ในกรณีที่การจราจรหนาแน่นให้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ พื้นที่จอดรถ และที่พักคอยที่เหมาะสม บริการอาหารและน้ำดื่ม รถสุขาเคลื่อนที่ จุดปฐมพยาบาลด้านการแพทย์ และการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกสบายที่สุด
สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่ประชุม ยังได้หารือแนวทางการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งมาตรการแก้ปัญหาการจราจร การบริหารจัดการช่องทางผ่านแดน รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร กระบวนการพิธีการสำหรับรถผ่านแดน และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณผู้เดินทางและการขนส่งสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่าง ๆเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน ให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ที่ประชุมยังได้หารือการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ โดยในที่ประชุม EWG ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ยังมีการเปิดเผยว่า เร็ว ๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีกำหนดเดินทางไปเยี่ยมเยือนนายกรัฐมนตรีมาเลเซียด้วยตนเอง ราววันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 ที่จะถึงและจะมีลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าประเด็นด่านพรมแดนสะเดาด้วยตนเองด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "ขอให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียมั่นใจในการทำงานร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่มีปริมาณผู้เดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในต้นเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาความแออัดและรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างถาวรแน่นอน"
.
No comments:
Post a Comment