พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นำคณะพรรคประชาชาติ รุดเยี่ยมอาการป่วย "เด่น โต๊ะมีนา" ย้อนภาพความผูกพันในฐานะ "สะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณ" ชายแดนใต้ เผยเปรียบเสมือนเข็มทิศนโยบายความยุติธรรมตั้งแต่ยุค ศอ.บต. ย้ำมิติความเคารพยังเหนียวแน่น ขณะที่วงสนทนาพลิกฟื้นปม "72 ปี หะยีสุหลง" โยงคดีความมั่นคงปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเดินทางไปยังโรงพยาบาลปัตตานี เพื่อเข้าเยี่ยมอาการป่วยและให้กำลังใจ นายเด่น โต๊ะมีนา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี นักการเมืองอาวุโสระดับปูชนียบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้เดินทักทายให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่มาเฝ้าไข้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่มาปฏิบัติหน้าที่เฝ้าไข้ผู้ต้องขังป่วยอย่างเป็นกันเอง
การเดินทางไปเยือนเตียงผู้ป่วยของ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมเยียนนักการเมืองรุ่นพี่ตามมารยาททั่วไป หากแต่สะท้อนถึงความผูกพันอันลึกซึ้งในมิติประวัติศาสตร์ ความยุติธรรม และแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทั้งสองมีร่วมกันมาอย่างยาวนาน
สำหรับ นายเด่น โต๊ะมีนา ถือเป็นเสาหลักประวัติศาสตร์ใต้ โดยเป็นบุตรชายของ หะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ ผู้นำจิตวิญญาณชาวมลายู เส้นทางทางการเมืองของนายเด่นเคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ อดีตรมช.สาธารณสุข (พ.ศ. 2533-2534 ยุครัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) อดีตรมช.มหาดไทย (พ.ศ. 2535-2537 ยุครัฐบาล นายชวน หลีกภัย) อดีต สส.ปัตตานี หลายสมัย อดีต สว.ปัตตานี (จากการเลือกตั้ง) และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
นับตั้งแต่ พ.ต.อ.ทวี เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในอดีต ได้ให้ความสำคัญกับ "ประวัติศาสตร์บาดแผล" เป็นอย่างมาก และได้เข้าหาตระกูลโต๊ะมีนาด้วยความนอบน้อม เพื่อส่งสัญญาณว่ารัฐไทยยุคใหม่พร้อมจะรับฟังและคืนความชอบธรรมให้แก่ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ทำให้นายเด่นเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณชิ้นสำคัญระหว่างรัฐไทยกับคนในพื้นที่
ในทางการเมือง นายเด่น คือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง "กลุ่มวาดะห์" ร่วมกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถหลอมรวมพลังชาวไทยมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีเสียงดังและมีอำนาจต่อรองในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ พ.ต.อ.ทวี มาร่วมขับเคลื่อนพรรคประชาชาติร่วมกับแกนนำกลุ่มวาดะห์ นายเด่นจึงอยู่ในฐานะ "เสาหลัก" และครูใหญ่ผู้เขียนตำราการเมืองท้องถิ่น
อีกทั้งในช่วงที่ ศอ.บต. ขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติภาพและนโยบาย "การเมืองนำการทหาร" พ.ต.อ.ทวี ได้มีการสนับสนุนงบประมาณ โครงการบูรณะบ้านและสุเหร่า "หะยีสุหลง" ด้วยงบประมาณ 7.7 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ปาตานียุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการคงรูปแบบสถาปัตยกรรมมลายูดั้งเดิมให้สมบูรณ์ที่สุด และมอบหมายให้ครอบครัวโต๊ะมีนาเป็นผู้ดูแล
ระหว่างการเยี่ยมเยียน นายเด่น โต๊ะมีนา ได้กล่าวขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี และทีมพรรคประชาชาติด้วยความดีใจ พร้อมพูดคุยทักทายและจับมือให้กำลังใจ
โดยมี นายจตุรนต์ เอี่ยมโสภา หรือ "สจ.บอย" ให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปอย่างสนิทสนมและเป็นกันเอง มีการสนทนาถึงมิติทางการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงการหารือเรื่องการจัดทำหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญในพื้นที่เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
พ.ต.อ.ทวี กล่าวระหว่างการเยือนว่า ตนชื่นชมในชีวประวัติของนายเด่น โต๊ะมีนา และชื่นชม พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา (บุตรสาว) อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ว่าเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ดี ในวงสนทนาดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี ได้สะท้อนความคิดในประเด็นที่น่าสนใจว่า
"เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นกับฮัจญีสุหลงในอดีตนั้น มีความคล้ายคลึงกับสถานการณ์และมิติทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ประธาน กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ผู้เคลื่อนไหวตรวจสอบประเด็นการละเมิดสิทธิและคดีความมั่นคงในพื้นที่) ซึ่งถือเป็นเส้นทางบททดสอบสำคัญ"
ขณะที่ นายจตุรนต์ เอี่ยมโสภา หรือ สจ.บอย กล่าวเสริมในประเด็นนี้ว่า การสูญหายของฮัจญีสุหลง ในปีนี้จะครบรอบ 72 ปี ในวันที่ 13 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งในการประชุมที่กทม.ที่ผ่านมาได้มีการหยิบยกและพูดคุยถึงประเด็นของ สส.กมลศักดิ์ โดยย้ำวลีสำคัญว่า "ต้องเอาคนบงการให้ได้ ถึงจะสำเร็จ"
ภาพการจับมือและบรรยากาศอันอบอุ่นระว่างหัวหน้าพรรคประชาชาติ กับทายาทและผู้สนับสนุนของตระกูลโต๊ะมีนาในห้องผู้ป่วยวันนั้น จึงถูกตีความว่าเป็นการถักทอสายสัมพันธ์ที่อาจนำไปสู่ “ความร่วมมือทางการเมืองครั้งใหม่บนระนาบแห่งความปรองดอง” เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
No comments:
Post a Comment