วันนี้ 16 สิงหาคม 2569 นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร / หัวหน้าชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วฯ/ สายตรวจฯ สบอ.11 ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.3 (หนองกะท้าว), หน่วยฯ พล.7 (บ้านแยง), เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.4, อุทยานแห่งชาติแควน้อย (เตรียมการ), ตชด.315, กก.4 บก.ปทส., สปป.3 (ภาคเหนือ), สภ.นครไทย และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 17 บ้านน้ำตาก ลุยตรวจยึดไม้เถื่อน สืบทราบว่ามีขบวนการลักลอบตัดไม้จึงได้เฝ้าติดตาม ก่อนผู้ต้องหาจะขนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อให้ขยายผลหาตัวผู้กระทำผิด แต่ขบวนการตัดไม้เถื่อนไหวตัวก่อน ไม่ยอมมาชักลากไม้ที่ตัดรวมกองไว้ บริเวณป่าบ้านน้ำตาก หมู่ที่ 17 ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง ห้วงวันที่ 14-15 ส.ค.69 จึงทำการตรวจยึดไม้ท่อน 4 กอง รวมจำนวน 17 ท่อน ประกอบด้วย ไม้ประดู่ท่อน 3 กอง จำนวน 15 ท่อน ปริมาตร 7.969 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่า 278,915 บาท และไม้แดงท่อน 1 กอง จำนวน 2 ท่อน ปริมาตร 1.252 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่า 31,300 บาท รวมปริมาตรไม้ของกลางทั้งหมด 9.221 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 310,215 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11 และ 69 รวมถึง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 และ 26/4 คณะเจ้าหน้าที่จึงยึดและตีรอยตรา ต.10587 ย.340 ปีย่อ 69 เลขเรียง 4 - 20 ไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อน และมอบหมายให้ นายณัฐวุฒิ อาจฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยฯ พล.3 (หนองกะท้าว) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นครไทยพร้อมชักลากไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยฯ
นายชำนาญ เนตรผสม ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.11 พิษณุโลก เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุหรือบริเวณตัดไม้เถื่อน อยู่ห่างจากถนนใหญ่ร่วม 20 กิโลเมตร ต้องขับรถผ่านหมู่บ้านเส้นทางทุรกันดารเข้าออกทางเดียว การผ่านเข้าออกคนนอกพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่กลายเป็นเป้าสายตา ทำให้การจับกุมผู้ต้องหาสาวถึงผู้สั่งการ ยากลำบาก แม้ว่าส่งเจ้าหน้าที่ฯไปนอนเฝ้าท่อนไม้ 1-2 วันแล้ว แต่ก็เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามรู้ทัน ทำให้ต้องยึดไม้โดยไม่มีผู้หาในที่สุด คาดว่าเป็นไม้ออร์เดอร์ส่งขายนอกพื้นที่ ไม่ใช่ตัดไม้เพื่อใช้สอยของชาวบ้าน อ.นครไทยแน่นอน
No comments:
Post a Comment