วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา B1-5 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “ฝ่าทางตันอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม” โดยมี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานเปิดการสัมมนา นายอมรศักดิ์ กิจธนานันท์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา กล่าวรายงาน นายกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการฯ ปาฐกถาเปิดงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ คณะอนุกรรมาธิการฯ ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรจากสถาบันอุดมศึกษา บุคลากรกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน
นายอมรศักดิ์ กิจธนานันท์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาศึกษาประเด็นสำคัญและได้ดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จ จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ สมรรถนะ และคุณธรรม ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน 2) การนำงานวิจัยด้านการแพทย์ สุขภาพ การเกษตรและอาหารไปใช้ประโยชน์ 3) การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE และ 4) การยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่การจัดอันดับนานาชาติ จากผลการศึกษาทั้ง 4 เรื่อง สะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศ ตั้งแต่ความไม่สอดคล้องระหว่างการผลิตบัณฑิตกับความต้องการของตลาดแรงงาน ช่องว่างระหว่างการเรียนรู้กับการทำงานจริง ข้อจำกัดในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนปัจจัยเชิงระบบที่เป็นอุปสรรคต่อการยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่เวทีนานาชาติ ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงข้อเสนอเชิงนโยบายเข้ากับข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติ และนำไปสู่แนวทางที่ขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ขณะที่ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง กล่าวว่า สถานการณ์การแข่งขันของโลกในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ที่อัตราการเกิดน้อยลง และผู้สูงอายุมีมากขึ้น รูปแบบการจ้างงานที่หลากหลาย และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้น ระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงต้องทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในการเตรียมคนให้พร้อมกับสถานการณ์ปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และนวัตกรรมให้ประเทศสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในการแข่งขันได้อย่างเท่าทัน ผลการศึกษาทางวิชาการทั้ง 4 เรื่อง จะสะท้อนโจทย์สำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) ต้องทำให้ระบบการศึกษากับโลกของการทำงานเชื่อมโยงกันมากขึ้น การผลิตบัณฑิตไม่ควรเริ่มจากสิ่งที่สถาบันการศึกษามีอยู่เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องพิจารณาความต้องการของประเทศ และโลก ทิศทางของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี รวมถึงสมรรถนะที่จำเป็นในอนาคต 2) ต้องทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมเดินทางไปถึงการใช้ประโยชน์จริง ประเทศไทยมีนักวิจัย สถาบันอุดมศึกษา และองค์ความรู้ที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่ต้องมีกลไกเชื่อมโยงตั้งแต่การกำหนดโจทย์ การสนับสนุนทุน การพัฒนาต้นแบบ การทดสอบมาตรฐานไปจนถึงการนำไปใช้ต่อยอดในภาคธุรกิจได้จริง และ 3) การยกระดับมหาวิทยาลัยไทยต้องเริ่มจากการยกระดับคุณภาพที่แท้จริง การจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษานานาชาติควรเป็นเครื่องมือสะท้อนจุดแข็งและช่องว่างของระบบว่ามหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่มควรได้รับการสนับสนุนอย่างไร ดังนั้น วุฒิสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากภาควิชาการ ภาคปฏิบัติ และประชาชนเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่รอบด้าน รอบคอบ รวมทั้งติดตามและสนับสนุนการขับเคลื่อนในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง สร้างรายได้อย่างมั่งคั่ง และยั่งยืน
สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ ตลอดจนนำเสนอผลการศึกษาทั้ง 4 เรื่องข้างต้น ซึ่งมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะเกิดประโยชน์ต่อสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากได้มีการเผยแพร่และรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานจริงจะนำสู่การขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติต่อไป
No comments:
Post a Comment