Thursday, October 1, 2026

สว.สงขลา ห่วงการซ่อมคลอง ร 1 ต้องเป็นไปตามสัญญา และ ต้องเสร็จก่อนที่น้ำจะท่วมหาดใหญ่

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา กลุ่มสื่อสารมวลชนและผู้สร้างวรรณกรรม กล่าวถึงการที่ ปปช.ภาค 9 และ ปปช.จ.สงขลา รวมทั้ง สตง. ลงไปติดตามการซ่อมแซม คลอง ร1. ที่เสียหายจากการเกิดอุทกภัยเมื่อปี 2569 ซึ่ง กรมชลประทานได้รับงบประมาณ 386 ล้านบาทมาทำการ ปรับปรุงซ่อมแซม ผนังกั้นน้ำที่แตกเสียหาย เป็นจำนวนมาก และผู้รับผิดชอบ คือกรมชลประทาน ที่ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาคือ บริษัทเพิ่มพูนวิศวกรรม จำกัด มาเป็นผู้ดำเนินการ
โดย ปปช. และ สตง. พบว่า การ การตอกแผ่นเหล็ก หรือ แผ่นชิฟ ตอกได้ลึกเพียง 1.5 – 5 เมตร จาก 12 เมตร ซึ่งหากตอกไดลึกในระดับนี้ งบประมาณในการก่อสร้างต้องลดลงไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน นี่คือประเด็นแรกที่ กรมขลประทานต้องแก้ไขในสัญญากับบริษัทเอกชนผู้รับเหมา
ประเด็นที่ 2 เหล็กแผ่นชิฟที่ใช้เป็นเหล็กนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งต้องดูสัญญา และราคากลาง ว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง ขอให้ ปปช. และ สตง, ดำเนินการ ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ในการซ่อมแซม คลอง ร.1 .ในครั้งนี้  ส่วนบริษัทผู้รับเหมา ที่ถูกระบุว่าเป็นของนักการเมือง ไม่ใช่ประเด็น บริษัทไหนก็ได้ขอให้ทำงานมีคุณภาพ เป็นไปตามสัญญา
ส่วนความห่วงใยเรื่องที่ 2 คือความพร้อมของ ชลประทาน  -เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับ อุทกภัย ซึ่งในส่วนของการซ่อมแซมผนังคลอง ร.1 ทราบว่ามีการตอกแผ่นชิฟแล้ว 85 % เชื่อว่าคงจะตอกแผ่นชิฟ แล้วเสร็จก่อนที่ฝนจะมา เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของ คลอง ร.1 ที่ ชำรุด ไม่ว่าเป็นประตูระบายน้ำ และส่วนอื่นๆ รวมทั้งในส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่การ ลอกคูในเขตเทศบาลยังเหลืออีกเกือบ 100 กิโลเมตร ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จ ก่อนที่จะถึงเดือน พฤศจิกายน ที่เป็นฤดูน้ำท่วม
สิ่งที่ ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการคือการ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในเรื่องการเตือนภัย ในเรื่องความพร้อมของการสื่อสารที่ต้องไม่ล่มเมื่อเกิดน้ำท่วม ในเรื่องการอพยพ ที่ ศูนย์อพยพ ต้องน้ำไม่ท่วม และมีความพร้อม รวมทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในการอพยพ  หลังการ อพยพ ต้องมี หน่วยงาน ที่รับผิดชอบในเรื่อง โจร ผู้ร้าย ที่ เข้าไป ลักทรัพย์ใน เคหะสถาน เรื่องของที่จอดรถเพื่อมิให้รถยนต์จมใต้น้ำ และเรื่อง ซิงเกิ้ลคอมมานด์ ที่ต้องเป็นผู้สั่งการ วันนี้ ประชาชน ต้องการรับรู้ถึงแผนรับมือน้ำท่วม จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความมั่นใจ ดังนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องประชาสัมพันธ์ของการป้องกันและการช่วยเหลือ หากเกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2568 ให้ประชาชนได้รับทราบ

No comments:

Post a Comment

รองผู้ว่าฯนครปฐม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 24 ตำบล 108 หมู่บ้าน กว่า 18,654 คน

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น.  นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายชัยยุทธ ห...