พิษณุโลก – เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อการตักบาตรยามเช้าหน้าพระวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชกลับกลายเป็นประเด็นดราม่า หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Ann" ออกมาโพสต์สะท้อนปัญหาพฤติกรรมเข้าข่าย "ยึดพื้นที่ทำธุรกิจจองที่นั่งตักบาตร" ทำเอาพุทธศาสนิกชนที่ตั้งใจไปทำบุญแต่เช้าตรู้ถึงกับจุกอก
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผู้โพสต์เดินทางไปรอตักบาตร ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) ตั้งแต่เวลา 04.30 น. ทว่าบริเวณทางเดินหน้าพระวิหารกลับถูกจับจองด้วย "ขันโตก" วางเต็มพื้นที่ เมื่อเธอเข้าไปนั่ง กลับถูกชายคนหนึ่งเข้ามาทักท้วงว่า "ได้จองไว้หรือไม่?" พร้อมแจ้งว่าขันโตกทั้งหมดมีผู้จองไว้เต็มแล้ว
แต่เรื่องราวกลับ "ตาลปัตร" เมื่อเธอตัดสินใจไปอุดหนุนชุดอาหารตักบาตรเพิ่มอีก 5 ชุด จากร้านค้าบริเวณหน้าพระวิหาร ปรากฏว่าร้านค้ากลับอนุญาตให้เธอเข้าไปนั่งตรงขันโตกดังกล่าวได้ทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้อ้างว่ามีคนจองไว้แล้ว และเมื่อถึงเวลาตักบาตรจริง ขันโตกที่เคยถูกอ้างว่า "จองแล้ว" กลับไม่มีผู้เดินทางมานั่งแอยู่อย่างใด
สะท้อนให้เห็นข้อสังเกตว่า อาจมีผู้ประกอบการบางกลุ่มแปลงสภาพพิธีการตักบาตรให้กลายเป็นธุรกิจ "กั๊กที่นั่ง" หากไม่ซื้อสินค้าจากร้านตน ต่อให้ตื่นเช้าแค่ไหนก็ไร้สิทธิ์ ในทางกลับกัน หากยอมจ่ายเงินซื้อชุดตักบาตร ก็จะมีที่นั่งวีไอพีล็อกไว้ให้ทันที ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองสองแคว
ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจท่องเที่ยวได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากิจกรรมตักบาตรเช้า โดยทางวัดเตรียมทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาบูรณาการจัดระเบียบพื้นที่ และควบคุมผู้ประกอบการบริเวณวัดอย่างเด็ดขาด
สำหรับกิจกรรม "ชินะราชา เบิกฟ้าเสริมบุญ ตักบาตรรับอรุณ หน้าวิหารเสริมพลังศรัทธา @เมืองสองแคว" นั้น จัดขึ้นทุกเช้าวันเสาร์ เวลา 06.00 น. ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการมาท่องเที่ยวพิษณุโลก ที่นักท่องเที่ยวต่างมุ่งมั่นมาเก็บภาพความทรงจำยามเช้า ในวินาทีที่แสงทองรับรุ่งอรุณส่องกระทบ และประตูพระวิหารเปิดออกเผยความงดงามผุดผ่องขององค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช
ขณะเดียวกัน ได้มีเสียงสะท้อนจากประชาชนถึงการจัดลำดับที่นั่งของข้าราชการและคณะผู้จัดงานตามระเบียบสารบรรณว่า แม้จะเป็นเรื่องของความเหมาะสมตามหลักสากล แต่วันเสาร์ซึ่งเป็นวันท่องเที่ยว ควรเน้นเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้สัมผัสบรรยากาศความเลื่อมใสหน้าพระวิหารอย่างใกล้ชิดและเท่าเทียม เพราะช่วงเวลาแห่งความประทับใจเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับผู้มาเยือน
No comments:
Post a Comment