Thursday, October 1, 2026

นายกอบจ.สงขลา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต สายบ้านบางกล่ำ

วันที่ 29 กันยายน 2569 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต สายบ้านบางกล่ำ ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ – บ้านเกาะใหญ่ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา รหัสสายทาง สข.ถ. 1-0048 พร้อมด้วย นายธีระวุฒิ เรืองศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอบางกล่ำ นายหร่อรี โสะเบ็ญอาหลี กำนันตำบลท่าช้าง แพทย์หญิงยุฑามาส วันดาว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางกล่ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน
     ถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างอำเภอบางกล่ำและอำเภอควนเนียง อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้เดินทางไปยังศูนย์ราชการประจำอำเภอ และเป็นเส้นทางหลักในการเข้าถึงโรงพยาบาลบางกล่ำ ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสำคัญในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในพื้นที่การปรับปรุงถนนสายนี้จึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องเข้ารับบริการทางการแพทย์ รวมถึงผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปติดต่อราชการและการประกอบอาชีพของประชาชน

สว.สงขลา ห่วงการซ่อมคลอง ร 1 ต้องเป็นไปตามสัญญา และ ต้องเสร็จก่อนที่น้ำจะท่วมหาดใหญ่

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา กลุ่มสื่อสารมวลชนและผู้สร้างวรรณกรรม กล่าวถึงการที่ ปปช.ภาค 9 และ ปปช.จ.สงขลา รวมทั้ง สตง. ลงไปติดตามการซ่อมแซม คลอง ร1. ที่เสียหายจากการเกิดอุทกภัยเมื่อปี 2569 ซึ่ง กรมชลประทานได้รับงบประมาณ 386 ล้านบาทมาทำการ ปรับปรุงซ่อมแซม ผนังกั้นน้ำที่แตกเสียหาย เป็นจำนวนมาก และผู้รับผิดชอบ คือกรมชลประทาน ที่ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาคือ บริษัทเพิ่มพูนวิศวกรรม จำกัด มาเป็นผู้ดำเนินการ
โดย ปปช. และ สตง. พบว่า การ การตอกแผ่นเหล็ก หรือ แผ่นชิฟ ตอกได้ลึกเพียง 1.5 – 5 เมตร จาก 12 เมตร ซึ่งหากตอกไดลึกในระดับนี้ งบประมาณในการก่อสร้างต้องลดลงไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน นี่คือประเด็นแรกที่ กรมขลประทานต้องแก้ไขในสัญญากับบริษัทเอกชนผู้รับเหมา
ประเด็นที่ 2 เหล็กแผ่นชิฟที่ใช้เป็นเหล็กนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งต้องดูสัญญา และราคากลาง ว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง ขอให้ ปปช. และ สตง, ดำเนินการ ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ในการซ่อมแซม คลอง ร.1 .ในครั้งนี้  ส่วนบริษัทผู้รับเหมา ที่ถูกระบุว่าเป็นของนักการเมือง ไม่ใช่ประเด็น บริษัทไหนก็ได้ขอให้ทำงานมีคุณภาพ เป็นไปตามสัญญา
ส่วนความห่วงใยเรื่องที่ 2 คือความพร้อมของ ชลประทาน  -เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับ อุทกภัย ซึ่งในส่วนของการซ่อมแซมผนังคลอง ร.1 ทราบว่ามีการตอกแผ่นชิฟแล้ว 85 % เชื่อว่าคงจะตอกแผ่นชิฟ แล้วเสร็จก่อนที่ฝนจะมา เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของ คลอง ร.1 ที่ ชำรุด ไม่ว่าเป็นประตูระบายน้ำ และส่วนอื่นๆ รวมทั้งในส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่การ ลอกคูในเขตเทศบาลยังเหลืออีกเกือบ 100 กิโลเมตร ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จ ก่อนที่จะถึงเดือน พฤศจิกายน ที่เป็นฤดูน้ำท่วม
สิ่งที่ ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการคือการ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในเรื่องการเตือนภัย ในเรื่องความพร้อมของการสื่อสารที่ต้องไม่ล่มเมื่อเกิดน้ำท่วม ในเรื่องการอพยพ ที่ ศูนย์อพยพ ต้องน้ำไม่ท่วม และมีความพร้อม รวมทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในการอพยพ  หลังการ อพยพ ต้องมี หน่วยงาน ที่รับผิดชอบในเรื่อง โจร ผู้ร้าย ที่ เข้าไป ลักทรัพย์ใน เคหะสถาน เรื่องของที่จอดรถเพื่อมิให้รถยนต์จมใต้น้ำ และเรื่อง ซิงเกิ้ลคอมมานด์ ที่ต้องเป็นผู้สั่งการ วันนี้ ประชาชน ต้องการรับรู้ถึงแผนรับมือน้ำท่วม จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความมั่นใจ ดังนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องประชาสัมพันธ์ของการป้องกันและการช่วยเหลือ หากเกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2568 ให้ประชาชนได้รับทราบ

รักษาราชการแทน เลขาธิการ ศอ.บต. นำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมคารวะและขอรับฟังข้อเสนอแนะจากประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

วันนี้ 30 ก.ย. 2569  เวลา 16.00 น. ที่ บ้านศรียะลา นายชนธัญ  แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ศอ.บต. นำคณะผู้บริหารจาก ศอ.บต. เข้าเยี่ยมคารวะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังแนวทางข้อเสนอ การดำเนินงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้กล่าวให้การต้อนรับ และขอขอบคุณทาง รองเลขาธิการ ศอ.บต. และคณะผู้บริหาร โดยกล่าวว่า ศอ.บต. คือหน่วยงานด้านการพัฒนาพื้นที่ในทุกมิติ ถือว่าเป็นองค์กรสำคัญที่ทำงานอยู่กับพี่น้องประชาชน ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน จชต. มีสาระที่สำคัญคือ การทำให้พื้นที่ จชต. เกิดความสงบสุข ศอ.บต. ในฐานะหน่วยงานหลัก ในการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านการพัฒนาสอดผสานกับการทำงานของปกครองและทุกภาคส่วนเน้นการพัฒนาเพื่อความมั่นคง
นอกจากนี้หัวใจของการพัฒนาคือ ชาวบ้าน เราต้องดึงศักยภาพของคนในพื้นที่ ให้มาเป็นกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานของภาครัฐ และใช้นวัตกรรมใหม่ๆมาเป็นเครื่องมือช่วย
ผมในฐานะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ปลอดภัยและพัฒนา ขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่ช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ประธานคณะที่ปรึกษาฯ กล่าวทิ้งท้าย

ดร.กมล รอดคล้าย ประธาน กมธ.การศึกษา วุฒิสภา รับหนังสือจาก ส.ค.ท. ยื่น 5 เจตนารมณ์ดันบอร์ดคุรุสภามาจากเลือกตั้งตรง-ครูนั่งไม่น้อยกว่าครึ่ง หวังยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) ดร.กมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา รับหนังสือและถ้อยแถลงเจตนารมณ์จาก ดร.วีรบูล เสมาทอง ประธานสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) และผู้แทนครู 4 ภูมิภาค เพื่อเรียกร้องให้วุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ร่างหมายเลข 22/2568) โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของวิชาชีพอย่างแท้จริง โดยทาง ส.ค.ท. เสนอข้อเรียกร้องสำคัญ 5 ประการ อาทิ 1) บอร์ดครูต้องไม่น้อยกว่าครึ่ง: กรรมการคุรุสภาต้องมีสัดส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 2) เลือกตั้งโดยตรง: ผู้แทนต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อสมาชิก 3) ครอบคลุมหลากหลาย: กระจายสัดส่วนครบทุกกลุ่ม ทั้งครู ผู้บริหาร และศึกษานิเทศก์ 4) ระบบตรวจสอบได้: มีหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม และใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก 5) ยกระดับการศึกษา: มุ่งสร้างสภาวิชาชีพที่เข้มแข็งและเป็นอิสระ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน
ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯ คาดหวังว่าคณะกรรมาธิการฯ จะรับฟังเสียงสะท้อนของครูทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับระบบการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

โฆษก กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ห่วงความปลอดภัยของ ฝ่ายปกครอง

 จากการเปลี่ยนผ่าน นโยบาย ดับไฟใต้ เมื่อ บีอาร์เอ็น หัน ปากกระบอกปืน จาก ทหาร มาเป็น ฝ่ายปกครอง มีแผนป้องกัน อย่างไร
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล  สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะของ โฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการแห้ปัญหา ไฟใต้ ของรัฐบาล และ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ที่มีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ( สปอ ) โดยให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าปฏิบัติในระดับอำเภอ ที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง และจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งมีการประชุมชี้แจงโครงสร้างใหม่ โดย รัฐมนตรีกลาโหม ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเลือกพ้นที่ 14 อำเภอ ใน ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ในการ นำร่อง ให้มี สปอ. โดยมีนายอำเภอเป็น หัวหน้า แก้ปัญหาในระดับอำเภอ
ข้อห่วงใย สำหรับโครงสร้างใหม่ โดยใช้ฝ่ายปกครองแก้ปัญหา ความมั่นคง การก่อการร้าย ในระดับอำเภอ คือ ฝ่ายปกครองมีความพร้อม หรือไม่ และ งานอะไรบ้าง ที่นายอำเภอมี หน้าที่ ต้องทำ และมี อำนาจ ในการ ตัดสินใจเอง โดยไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากส่วนกลาง และจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะ 22 ปีที่ผ่านมา นายอำเภอ ต้องอยู่ภายใต้โครงสร้างของ กอ.รมน.ภาค 4. และต้องฟังคำสั่งจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ดังนั้นโครงสร้างใหม่ ที่ให้ นายอำเภอ หรือฝ่ายปกครอง มีอำนาจ ต้องมีความชัดเจน และต้องไม่ใช่ ปฏิบัติการทางทหาร
เช่น งาน มวลชน งานการข่าว งาน สร้างความเข้าใจกับประชาชนกับผู้เห็นต่าง งานด้าน พหุวัฒนธรรม งานการส่งเสริมคุณภาพชีวิตการศึกษา รวมทั้งการทำลายการบ่มเพาะ การทำความเข้าใจในการ บิดเบือนหลักศาสนา เช่นการ แห่ศพ ปลุกระดม ที่ผิดหลักศาสนาและผิดกฎหมายความมั่นคง
แต่ ถ้า ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ หรือ ศปอ . ให้อำนาจในการเป็น หัวหน้าชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี ด้วย  ต้องถามถึงความพร้อมของฝ่ายความมั่นคง เพราะอาจจะเกิดความ สูญเสีย ทั้งการ สูญเสียมวลชน สูญเสียงานการข่าว และ สูญเสีย กำลังพล ของฝ่ายปกครอง
ถ้า รัฐบาล และ หน่วยงานความมั่นคง  มีความเห็นว่า ศปอ. คือ หนทาง ในการ ดับไฟใต้ ในระดับอำเภอ สิ่งที่ต้องระวังป้องกันคือ การ โจมตี จาก กองกำลังติดอาวุธของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น เพราะทุก ปฏิบัติการของรัฐ ที่ บีอาร์เอ็น เห็นว่า เป็นการ ขัดขวาง การ ปฏิบัติการ งาน การเมือง งานบ่มเพาะ และงานการก่อการร้าย นั่นคือ เป้าหมาย ที่ บีอาร์เอ็น ขัดขวาง เช่นเดียวกับที่ บีอาร์เอ็น โจมตี กำลัง ทหาร ตำรวจ และ อาสารักษาดินแดน และทำลาย เศรษฐกิจ ในพื้นที่
ดังนั้น สิ่งที่ ต้องระวังป้องกันคือ ปากกระบอกปืน ของ กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น ที่อาจจะ หัน จาก ทหาร มาเป็น ฝ่ายปกครอง เพื่อ มิให้ ปฏิบัติการของ ศปอ. ดับไฟใต้อย่างได้ผล  จึงขอให้มีการ เตรียมพร้อม ในการป้องกันความสูญเสีย อย่าให้เกิดเรื่อง”วัวหายแล้วล้อมคอก อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาโดยตลอด 22 ปี ที่ผ่านมา  ทั้งหมดคือความห่วงใยต่อ สถานการณ์ไฟใต้ จากกธม.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา 

“นิพนธ์” เผยสภา มจร. เห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกว่า 20 ปี

วันที่ 29 กันยายน 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครั้งที่ 9/2569 มีมติเห็นชอบการยกฐานะหน่วยวิทยบริการวิทยาลัยสงฆ์นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดสงขลา ขึ้นเป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาการศึกษาพระพุทธศาสนาในจังหวัดสงขลา
การประชุมครั้งนี้มี พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายนิพนธ์ได้เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference) เพื่อรับทราบและร่วมในวาระสำคัญดังกล่าว ทั้งนี้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี มจร. ในปี 2569 ขณะที่พระเทพวชิรสุตาภรณ์ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสงขลา 
นายนิพนธ์กล่าวว่า ความสำเร็จในวันนี้เป็นผลจากความร่วมมือของคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดสงขลาที่ร่วมกันผลักดันมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 ตนพร้อมด้วยคณะสงฆ์และผู้ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ได้ร่วมประชุมหารือกันที่บ้านพักของตนถึงแนวทางการจัดตั้งหน่วยวิทยบริการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในจังหวัดสงขลา เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่พระภิกษุ สามเณร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่
ต่อมาในปี 2548 สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดหน่วยวิทยบริการ คณะพุทธศาสตร์ ณ จังหวัดสงขลา และเริ่มจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นมา โดยข้อมูลของหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา ระบุว่า สภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ก่อนจะพัฒนาการจัดการศึกษา บุคลากร และสถานที่มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน 

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินความพร้อมในการยกฐานะหน่วยวิทยบริการเป็นวิทยาลัยสงฆ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ หลังพิจารณาความพร้อมด้านการบริหารจัดการ การจัดการศึกษา บุคลากร และอาคารสถานที่ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยต่อไป 

นายนิพนธ์กล่าวว่า จากวันที่เริ่มต้นหารือและร่วมกันผลักดันจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี จึงถือเป็นความภาคภูมิใจของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม และการยกฐานะเป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” จะทำให้การบริหารจัดการและการจัดการศึกษามีความเข้มแข็งมากขึ้น สามารถขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาบุคลากรและงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนากับการพัฒนาชุมชนและสังคมในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้

“กว่า 20 ปีที่ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้าผลักดัน วันนี้ถือว่าความตั้งใจประสบผลสำเร็จอีกขั้น การมีวิทยาลัยสงฆ์สงขลาเป็นของจังหวัด จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับการศึกษาของคณะสงฆ์ เปิดโอกาสให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชนได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น และเป็นอีกสถาบันหนึ่งที่จะช่วยสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป” นายนิพนธ์กล่าว

สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาคืนน้ำใจให้สังคม จัดเลี้ยงอาหารเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการเมืองพัทยาและโรงบำบัดน้ำเสีย

วันที่ 1 ต.ค.69 นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา พร้อมคณะกรรมการบริหารฯ และสมาชิกสมาคมฯ ได้จัดเลี้ยงอาหารแก่เจ้าหน้าที่ พนักงาน และลูกจ้างประจำศาล่ว่าการเมืองพัทยา เพื่อส่งต่อเป็นกำลังในการทำงานเพื่อเมืองพัทยา โดยใช้พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 4 ศาลาว่าการเมืองพัทยา จัดอาหารแจกร่วม 500 จาน 
จากนั้น ทางคณะสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้เดินทางไปจัดเลี้ยงอาหารต่อที่โรงบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา ซ.หนองใหญ่ เพื่อตอบแทนน้ำใจของพนักงานที่ทำงานอย่างหนักในช่วงฝนตกหนักที่ผ่านมา โดยมีนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม 
นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เผยว่า ทางสมาคมฯ ได้ร่วมกับคุณอำพร แก้วแสง ผู้ก่อตั้งเทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี จัดกิจกรรมเพื่อสังคมโดยจัดเลี้ยงอาหารให้เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ทั้งที่ศาลาว่าการเมือง และโรงบำบัดน้ำเสีย เป็นกิจกรรมคืนน้ำใจให้สังคมที่สมาคมฯ ทำมาอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเหตุการณ์ความสำคัญที่เกิดขึ้นในเมืองพัทยา 
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

หาดกะทิงรายคึกคัก ชาวบ้านพาลูกหลานพักผ่อนริมทะเล ทำผู้ประกอบการท้องถิ่นยิ้ม

ค่ำวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่สวนสาธารณะหาดกระทิงราย เมืองพัทยา จ.ชลบุ...